------ UNDERCONSTRUCTION ------- PLEASE KEEP THISI N MIND. THIS BLOG IS PRIVATE SPACE FOR THOUGHTS, IDEAS, AND OPINION. I DON’T HARM ANYONE. IF MY OPINION IS TOO DIFFERENT AND NOT FIT YOURS, TO AVOID CONFLICT, LEAVE!
Group Blog
 
All blogs
 

What An Experienced – AdFest 2007

ขวัญเล่าประสบการณ์ - งานประกวดโฆษณาระดับเอเชีย

กลับมาแล้วค่ะ หลังจากที่หายไปนาน..........มากกกก

อย่างที่ขวัญบอกเลยค่ะ ไปช่วยงานอาจารย์ที่งานประกวดโฆษณาระดับเชียแปซิฟิคค่ะ ซึ่งงานนี้เนี่ย จัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 9-17 มีนาคม ที่ศูนย์ประชุม PEACH โรงแรม Royal Cliff Beach Resort ในพัทยา โห....โรงแรมสวยมา งานใหญ่ งดงาม มีรูปมาให้ดูด้วยล่ะ


งาน AdFest เกิดขึ้นจากการที่คุณ วินิจ ( ไม่มั่นใจว่าสะกดชื่อถูกหรือเปล่านะคะ) และคุณ Jimmy Lam ได้พบกันที่งานประกวดโฆษณาเมืองคานส์เมื่อ 12 ปีที่แล้ว หลังจากที่คุยกันไปมาเรื่องการตัดสินผลรางวัลซึ่งงานโฆษณาจากทางตะวันตกมัได้รางวัลไป ซึ่งอาจมีสาเหตุจากความเข้าใจทางวัฒนธรรมที่ต่างกันหรือไม่ลึดกซึ้งเพียงพอ เมื่อทั้งสองท่านเห็นว่า งานอย่างนี้ก็สามารถจัดขึ้นในเอเชียเราได้เช่นกัน ( ตอนอ่านประวัติอันนี้ เค้าเขียนกันว่า After find a heavy bowl of Vietnamese Phur… - หลังจากที่ตามหาเฝอ (ก๋วยเตี๋ยวเวียดนาม) กินกัน ( เพราะเบื่ออาหารยุโรป) ทั้งสองท่านก็ตกลงว่าจะจัดงานดังกล่าวขึ้น)


และ 2 ปีต่อมา งานAdFest ครั้งแรก ก็เกิดขึ้น ที่จังหวัดเชียงใหม่ ก่อนที่จะย้ายมาจัดที่พัทยาในปีต่อมาและพัทยานี่แหละค่ะ ก็เป็นสถานที่จัดอย่าง( พยายามให้) ถาวรไปแล้ว


To be continued…



กำลังติดภาพผลงานโฆษณาอยู่ค่ะ




 

Create Date : 17 มีนาคม 2550    
Last Update : 17 มีนาคม 2550 23:33:16 น.
Counter : 146 Pageviews.  

แอบวิจารณ์นิยายไม่น้ำเน่า เค้าเป็นยังไง!?!

ขวัญเพิ่งอ่านนิยายเรื่องที่ 4 ของสัปดาห์นี้จบ ( อันที่จริง ต้องเรียกว่า เป็นหนังสืออ่านเล่นเล่มที่ 4 ในรอบ 2 เดือนเลยก็ว่าได้ ) อ่านแล้วอินมาก เพราะเรื่องมันถูกใจสุดๆ เลยนึกคันไม้คันมือคันหัว –เอ้ย!- สมอง ลองเขียนไอ้ที่เค้าเรียกกันอย่างเป็นทางการว่า บทวิจารณ์ ซะหน่อย

จริงๆแล้ว ไม่อยากเรียกว่า วิจารณ์ หรอก อยากให้เรียกว่า ความคิดเห็น ที่จะเอามาแชร์กับนักอ่านมากกว่าค่ะ เพราะขวัญไม่ใช่คนอ่านหนังสือเยอะมาก และไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญด้วย ดังนั้น เรียกว่า ความคิดเห็น น่าจะเหมาะกว่า


นิยายที่ขวัญอ่านก็คือเรื่อง “ เจ้านายของหัวใจ” โดย ญาณิน ของสำนักพิมพ์แจ่มใส ค่ะ





นิยายเรื่องนี้เกี่ยวกับผู้หญิงคนหนึ่งที่เรียกได้ว่าเป็น เลขาฯอันดับหนึ่ง ของประเทศเลยก็ว่าได้ ด้วยความเป็นระเบียบ มีประสิทธิภาพในการบริหารตารางเวลาของเจ้านาย การรู้จักกาลเทศะ และอะไรต่อมิอะไรที่เรียกได้ว่าเพอร์เฟ็คท์ ต้องมาพบกับจุกหักเหของชีบิตเมื่อถูกไล่ออกจางานด้วยเรื่องไม่เป็นเรื่อง และเจ้านายคนใหม่ก็ ไม่ใช่คนที่เธอจะสามารถทำงานร่วมกับเขาได้อย่างราบรื่น เพราะ “ เขา” เองก็เป็นพวกฉายเดี่ยว และแน่พอตัว
เรียกได้ว่าเป็นนิยายที่คนอ่านจะได้เห็นความพยายามของคนสองคนในการทำงานร่วมให้ลุล่วงได้ไม่ยาก


แต่สิ่งที่ขวัญชอบเกี่ยวกับนิยายเรื่องนี้ คือ แง่มุมการนำเสนอเรื่องราวของผู้เขียน คุณ ญาญิณไม่แต่งนิยายแบบหวานแหวว ไม่แต่งนิยายเรื่องนี้ให้น้ำเน่าประเภท ตัวร้ายตบฉาด นางเอกกุมหน้า แล้วลุกขึ้นยืนให้อภัย ในขณะที่พระเอกก็กลายเป็นพ่อพระ ไม่ถือสาอะไรทั้งนั้น แต่ออกแนวชีวิต ซึ่งต่างไปจากนิยายแจ่มใสที่ขวัญเคยอ่านมา ( เท่าที่เคยอ่านมาเท่านั้นนะ)


ด้านตัวละคร
ตัวละครตัวเด่นของเรื่อง คือ นางเอก นั้น มีความเป็นมนุษย์ธรรมดาอยู่เต็มตัว ดูใกล้เคียงกับคนที่มีชีวิต มีเลือดเนื้อ มีอารมณ์ดี อารมณ์ร้าย เบื่อ ท้อ สับสน รัก เศร้า และต่อต้านสิ่งที่ตัวเองคิดว่า ไม่ถูกต้อง มีความทะเยอทะยานและพยายาม ไม่ใช่นางเอกทั่วๆไปที่ “ ฉันเป็นนางเอก = ฉันเป็นนางฟ้า” มันทำให้ขวัญรู้สึกว่า เออ.... เราเห็นคนคนนี้ตัวเป็นๆเดินไปมาระหว่างที่เราอ่านอยู่เลยนะเนี่ย – และที่สำคัญ หลายๆอย่างในตัวละครตัวนี้ คล้ายขวัญมาก เกือบ 80 เปอร์เซ็นต์เลยแหละ ยกเว้นเรื่อง ทิ้งงานวันเกิดพ่อไปงานวันเกิดนาย การกล้าพูดและแสดงออกถึงการต่อต้านสิ่งที่ไม่ตรงกับกฎเกณฑ์ของตัวเอง กับเรื่องที่ไม่ยอมเป็นที่สองรองใครนั่นแหละ ขวัญไม่ใช่อย่างนั้นเลย ส่วนที่เหลือ - - - - มีครบ!!


ส่วนพระเอกล่ะ ก็คล้ายๆกับนางเอกนั่นแหละ จะผิดมนุษย์ไปบ้างก็คงเรื่องความใจแข็งจนน่ากลัว...เอ...หรือเป็รเพราะขวัญยังไม่เคยเจอคนแบบนั้นนะ - - - อาจจะใช่ก็ได้ เพราะขวัญเองก็ถือคติ “ สิ่งที่คุณไม่เห็น ไม่ได้หมายความว่ามันไม่มี ”

ถ้าจะพูดถึงด้านเนื้อเรื่องแล้วล่ะก็ บอกได้เลยว่า ถ้าใครหวังจะอ่านอะไรกุ๊กกิ๊ก ก็วางหนังสือเล่มนี้ลงซะ เพราะฉากกุ๊กกิ๊กที่คุณจะได้เห็นนั้น มีอยู่นับได้ ... 2 ...3 ...ไม่เกิน 5 ครั้งแน่นอน แต่ !!~ แต่ก็สามารถสัมผัสได้เรื่อยๆตลอดเรื่อง จะว่าไป ก็เป็นนิยายที่โรแมนติกแบบซุกซ่อนเหมือนกัน บางช่วงอ่านแล้วยิ้มเลยล่ะ อิอิ

นอกจากนี้ สิ่งที่จะเห็นได้ชัดก็คือ การเอาความจริงของโลกจริงๆ และ ข้อคิดในหารทำงาน การใช้ชีวิตมาแทรกไว้ในเนื้อเรื่องอย่างมากมาย อ่านแล้วแทบจะอยากเรียกว่าเป็นนิยายตีแผ่ชีวิตมนุษย์ทำงานเลยทีเดียว ก็แหม...คนมันไม่เคยทำงานเต็มตัวขนาดนั้นนี่นะ จะได้ตัวอย่างบ้างก็คงจากนิยายนี่แหละ

วิธีการสอดแทรกและการเล่าเรื่องในบางช่วงก็มีการเอานิทานที่เรารู้จักกันดีอยู่แล้วมาเปรียบเทียบ เอาตัวละครและเหตุการณ์ไปแทนกันแบบ symbolic ซะก็เยอะ จะอ่านเข้าใจยากหน่อยก็ตรงที่ผู้เขียนมักจะเขียนแบบให้คิดเยอะๆ แต่ภาษาเค้าก็น่าอ่านดีนะคะ เลยอ่านแบบเรียกว่า วันเดียวจบได้สบายๆ


อยากให้ลองอ่านกันดู สำหรับคนที่ไม่เคยอ่าน เพราะมันจะทำให้คุณเห็นโลกแห่งความเป็นจริงในนิยายเรื่องนี้ และสามารถยอมรับมันได้ด้วย
และอยากถามคนที่เคยเรื่องนี้แล้วด้วยค่ะ
ว่าตอนสุดท้าย ที่เพื่อนพระเอกของเราคุยกันถึงเรื่อง บอกความลับ นั้น .... เจ้าความมลับที่ว่า มันคืออะไรเหรอคะ อธิบายทีเถอะ ยอมแพ้จริงๆ





 

Create Date : 02 กุมภาพันธ์ 2550    
Last Update : 2 กุมภาพันธ์ 2550 17:36:02 น.
Counter : 235 Pageviews.  

เมื่อเรื่องเศร้า เกิดกับเค้า แล้วเราล่ะ

When we are in sorrow
There is someone else that’s in even more sorrow

When we are in the shade of shadow
That means there is the light we know

When we’re getting grow
There will be at least one obstacle show (up)



วันนี้รู้สึกเหมือนเป็นที่พึ่งของชาวบ้าน
จนพาลคิดไปว่า บางที ฉันอาจจะเกิดมาเพื่อคนอื่นก็ได้

น้องรหัสมีปัญหากับเพื่อน นั่งร้องไห้น้ำตาเกือบท่วมหอสมุด
พี่จอ มีปัญหาเรื่องสุขภาพ กังวลว่าจะเป็นอะไรมาก แถมยังเฮิร์ทกับผลการแข่งขันเทควันโดที่ไม่ได้อย่างหวัง

ขวัญรับสองหน้าที่
วันก่อนปลอบพี่จอ
เมื่อคืนปลอบน้อง
เมื่อบ่ายก็ปลอบน้อง
เมื่อเย็นไปเป็นเพื่อนพี่จอหาหมอ+คุยกับเค้าว่าทุกอย่างต้องโอเค

ต้องทำใจดี สดใส มีกำลังใจเต็มเปี่ยม
ทั้งๆที่ความจริงก็เครียดเหมือนกัน
ว่าเราอาจดูแลพวกเขาได้ไม่ดีพอ กลัวว่าเค้าจะไม่สบายใจขึ้นมาเลย

ป่านนี้จะเป็นยังไงวะ
ทั้งคู่น่ะแหละ
กุจะทำเพื่อพวกเขาได้ดีแค่ไหน จะดีพอมั้ย กุจะทำยังไงดี
อยากให้เค้ามีความสุข
( แต่ก็ดันทะเลาะกะพี่จอจนได้น่อ เมื่อเย็น เพราะเค้าพูดว่า “ขวัญคิดแต่เรื่องเงินเนาะ อยู่กับพี่มันลำบากนักใช่มั้ย ถ้าขวัญมีแฟนรวยๆคงดีกว่านี้ เค้าคงซื้อกล้องให้ขวัญได้” )


พูดเหมือนเราคบคนที่เงิน – ทั้งๆที่เคยพูดเรื่องนี้แล้วแท้ๆ ว่าขวัญไม่ได้คบคนที่เงิน อีกอย่าง สมมติว่าพี่จอรวยกว่านี้ ขวัญก็ไม่มีทางมาขอให้พี่จอซื้อให้อยู่ดี ถ้าขวัญอยากพึ่งคนอื่น อยากได้คนรวยมาเป็นแผนขนาดนั้น แล้วขวัญจะมานั่งสอนหนังสือ หางานทำอยู่ทำไม??


ขวัญภูมิใจกับการที่จะได้ของสิ่งใดสิ่งหนึ่งมาด้วยตัวเองมากกว่าไปยืมจมูกใครมาหายใจ และขวัญไม่ได้คิดแต่จะเอาเงินๆๆๆ เพื่อความร่ำรวยล้นฟ้า ขวัญยอมรับว่าเรื่องเงินสำคัญ สำคัญในแง่ความมั่นคง ขวัญบอกว่าอยากหางานหรืออาชีพที่รองรับตัวเองก่อนเรียนจบ นั่นเป็นเพราะ ขวัญต้องการความมั่นคงเผื่อจบไปไม่มีงานทำ หรืองานที่ทำเงินไม่ดีพอ จะได้ไม่ต้องมานั่งเครียด …. ถ้าสิ่งที่คิดไปมันผิด ท่านๆที่อ่านช่วยบอกด้วยแล้วกันนะคะ


แต่ก็ไม่แน่นะ คิดไปคิดมา ขวัญอาจเป็นผู้หญิงที่แย่จริงๆก็ได้




 

Create Date : 26 มกราคม 2550    
Last Update : 26 มกราคม 2550 22:09:19 น.
Counter : 157 Pageviews.  

บล็อกน้องใหม่ : ช้านได้ลงเว็บผู้จัดการ 555+

เพิ่งหัดสร้างบล็อกใน BLOGGANG กะเค้าบ้าง
เห็นเพื่อนใช้แล้ว...อื้ม....มันสวยดีแฮะ


ท่าทางจะเป็นคอมมิวนิตี้ที่คึกคักน่าดูอีกตะหาก
ลองสักครั้งก็ไม่ผิดอะเนาะ


สำหรับวันนี้จะเทสท์ดูก่อนนะคะ
แต่ไม่ต้องห่วง มีเรื่องมาเล่าอยู่แล้ว 555
เรียกว่าเห่อก็ได้นะ
แหม...ก็แค่อยากให้พวกที่ด่าๆงานฟุตบอลประเพณีเค้าคิดบ้าง มองมุมคนทำบ้างสิ ว่าพวก(กุ)เราทำงานกันหนักนา(เว่ย) ด่าอยู่ได้ เสียใจเป็นนะ



เปิดปาก นศ.เบื้องหลังงานบอลประเพณีฯ ฝ่าย มธ.

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 17 มกราคม 2550 16:07 น.


ใกล้ถึงวันงานฟุตบอลประเพณีธรรมศาสตร์ – จุฬาฯ ครั้งที่ 63 ซึ่งในปีนี้งานจะมีในวันเสาร์ที่ 20 มกราคม 2550 ณ สนามศุภชลาศัย ที่เก่า แต่ต้องยอมรับความจริงที่ว่าในองค์ประกอบหนึ่งในงานฟุตบอลประเพณีธรรมศาสตร์-จุฬาฯ ที่ถูกกล่าวถึงกันเป็นอย่างมากก็คือ "เชียร์ลีดเดอร์"

ในความเป็นจริงแล้วกว่างานฟุตบอลประเพณีในแต่ละปีจะสำเร็จลุล่วงได้ ต้องอาศัยความร่วมมือร่วมใจกันของนิสิต นักศึกษาหลายๆ ฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายจัดขบวนพาเหรด ฝ่ายแปรอักษร ฝ่ายสวัสดิการ ฝ่ายประชาสัมพันธ์ นักบอล ฯลฯ

เพียงแต่พวกเขาทำงานอยู่เบื้องหลังจนหลายๆ คนมองไม่เห็นถึงความสำคัญของกลุ่มคนเบื้องหลังงานฟุตบอลประเพณีฯ ไลฟ์ ออน แคมปัส – ออนไลน์ ไปจับเข่าพูดคุยกับฝั่งเจ้าภาพในครั้งนี้ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์



โด่ง - ต้อม - นัท - โบ้ต - ขวัญ (จากซ้ายบน)


ฝ่ายกิจกรรมพิเศษ

"เบสท์ - จักรกฤษณ์ วัฒนมณีวรรณ" นักศึกษาชั้นปี4 รับหน้าที่เป็นรองประธานฝ่ายกิจกรรมพิเศษ เปิดเผยว่า ในงานฟุตบอลประเพณีจะมีนักศึกษามาร่วมทำกิจกรรมกันหลายฝ่าย แต่ฝ่ายที่สำคัญที่สุดคือ 5 ฝ่าย ได้แก่ฝ่ายโค้ดแปรอักษร ฝ่ายจัดหาอาหาร(ฝ่ายสวัสดิการ) ฝ่ายพัสดุ ทำหน้าที่ดูแลอุปกรณ์ต่างๆทั้งฉากแสงสีเสียง ฝ่ายสนามดูแลในเรื่องสถานที่ และฝ่ายที่ขาดไม่ได้คือฝ่ายประชาสัมพันธ์

"พวกเราวางแผนงานตั้งแต่เทอมหนึ่ง แล้วค่อยๆ เตรียมงานกันมาเรื่อยๆ พอตอนเทอมสองก็ลงมือทำ เรามีการเตรียมตลอดเวลา เราหาสต๊าฟจากศูนย์รังสิตมาช่วยในแต่ละฝ่าย ฝ่ายประชาสัมพันธ์ใช้คน 200 คนที่จัดการเรื่องรถคาราวาน ส่วนพัสดุที่ดูแลอุปกรณ์สองพันกว่าชิ้น ทั้งร่ม พัด ใช้คนมากพอสมควร เราจะเตรียมความพร้อมในแต่ละฝ่าย พอใกล้วันงานเราถึงถ่ายทอดสู่น้องๆ เฉลี่ยแล้วเกือบพันคน"

ฝ่ายสวัสดิการ
"กองทัพเดินได้ด้วยท้อง" ดังนั้นเมื่อเชียร์ ไปเรื่อยๆ ก็ต้องเมื่อยต้องเหนื่อยและ ต้อง "หิว" เป็นแน่ เมื่อหิวก็ถึงคิวของ ฝ่ายสวัสดิการที่จะต้องจัดเตรียมอาหาร และทนุถนอมไม่ให้เน่าเสีย

"หลิง - พัชรี แสงประกายโชติ" นักศึกษาชั้นปี 2 บอกถึงหน้าที่ของทีมสวัสดิการว่า มีหน้าที่รับผิดชอบหลักก็คือเรื่องของอาหาร ที่นอน ยา หรือการบริการกับคนบนสแตนด์เชียร์ โดยฝ่ายสวัสดิการจะทำหน้าที่รับผิดชอบ อาหาร น้ำ ขนมปัง เพราะคนบนสแตนด์ไม่สามารถลงจากสแตนด์ได้

"อาหารจะมาในช่วงเช้า บางคนอาจจะเป็นห่วงในเรื่องของอาหารบูดเสีย แต่ดูแลตรงนี้ให้ดี เราเลือกจัดหาขนมปัง น้ำที่ไม่เสียง่าย เป็นแบบอาหารรองท้องไม่ถึงกับกินอิ่ม เพราะ คนขึ้นสแตนด์จะเติมพลังมาก่อนขึ้นอยู่แล้ว แล้วก็ฝ่ายสวัสดิการจะดูแลฝ่ายอื่นๆ ด้วยตั้งแต่เช้า บริการข้าวเช้า ข้าวกลางวัน ข้าวเย็นเรียกง่ายๆ ว่าเป็นฝ่ายอำนวยความสะดวก ให้ทุกคน"

ฝ่ายพัสดุ
"นัท - ณัฐพล ช่างการ" นักศึกษาชั้นปี 2 หัวหน้าฝ่ายพัสดุ บอกว่า ทีมงานของเขาจะดูแลอุปกรณ์ที่ใช้ในการแสดงและที่นั่งบนสแตนด็ และต้องประสานงานกับฝ่ายโค้ดที่แสดงบนสแตนด์ตลอดเวลา

"ปัญหาของเราคือการประชุมและเวลาที่ใกล้จะมาถึง เราต้องดูแลอุปกรณ์แต่ละคนที่ขึ้นแปรอักษร อุปกรณ์ที่ใช้แปรอักษร เฟส คัด ภู่ ค่าอุปกรณ์ที่ได้มาก็จากมาจากฝ่ายหาทุนที่หาไว้ให้ เราอยากให้คนที่ขึ้นบนสแตนด์รู้สึกสนุกไปงานนี้"

ฝ่ายโค้ด แปรอักษร
ดูจะเป็นฝ่ายที่วุ่นวายที่สุดทีเดียวสำหรับฝ่ายโค้ดแปรอักษร เพราะ จำนวนคนนับร้อยนับพันคนบนสแตนด์กับการลงโค้ด (รหัส) แปรอักษรให้ภาพออกมาดูรู้เรื่อง หรืออ่านได้ง่าย สวยงามไม่ใช่เรื่องง่าย

"ต้อม - พงศ์สิริ เหตระกูล" นักศึกษาชั้นปี 4 ทำหน้าที่เป็นหัวหน้าทีมบอกว่าฝ่ายโค้ดเป็นส่วนแยกย่อยของฝ่ายการสื่อสาร ทุกอย่างที่เกิดขึ้นอยู่เบื้องหลัง

"ฝ่ายโค้ดต้องรับผิดชอบคือ ภาพแปรอักษร โปรแกรมงานที่เกิดขึ้นว่ามีอะไรบ้าง จะสื่อสารอะไรกับคนดู เรื่องการเชียร์ อุปกรณ์การเชียร์ สิ่งที่จะสื่อออกไปให้คนดู ทีมงานมี15 คนที่เข้ามาทำงาน สิ่งที่ทุกคนต้องทำคือการประมวลในความคิดตัวเอง แล้วนำความคิดที่ได้มาเสนอเป็นภาพ

เราพยายามรวบรวมข่าวประจำปีและเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น รวบรวมความรู้ที่ได้มาในปีนั้น รวบรวมความคิดของนักศึกษา ผู้ใหญ่และอีกหลายฝ่ายที่ได้เสนอมา มาทำอักษรแปรออกมาให้อ่านกัน ตรงนี้มีผู้ใหญ่เข้ามาดูแล เพราะมันเป็นเรื่องของหน้าตา หากเสนออะไรที่ไม่ดี มันส่งผลถึงชื่อเสียงมหาวิทยาลัย ดังนั้นผู้ใหญ่จะเข้ามาเซ็นเซอร์ตรงนี้ควร ตรงนี้ไม่ควร"

นอกจากนี้ต้อมยังบอกอีกด้วยว่าเพื่อนักศึกษาที่อาสาขึ้นสแตนด์นั้นมีศักยภาพมากพอที่จะสอนวิธีการอ่านโค้ดและพลิกสมุดสีให้ตรงตามโค้ดได้ โดยใช้เวลาสอนเพียงครึ่งชั่วโมงก่อนก้าวเท้าขึ้นสู้แดดบนสแตนด์เชียร์

"ส่วนมากก็คือนักศึกษาขาประจำที่มีประสบการณ์มาจากปีก่อนๆ เราไม่ได้เล่นอะไรที่ยากสามารถที่จะทำได้วันนั้นเลย ภาพหลักๆ ก็แบ่งเป็น 12 - 24 สีโดยเฉลี่ย สามารถแปรภาพได้ มากมาย นั่งต้นแต่เที่ยงครึ่งจนถึงประมาณถึงสองทุ่ม ถึงจะสามารถเดินไปไหนได้ แต่หากมีเหตุจำเป็นต้องมีคนมานั่งแทนก่อน แต่เหตุการณ์นี้ไม่ค่อยเกิดนัก และโค้ดแปรอักษรในปีนี้
จะต้องบอกว่าไม่เหมือนทุกๆปี ปีนี้ค่อนข้างมีอะไรมากกว่าปีที่ผ่านมา"

ฝ่ายประชาสัมพันธ์
"โบ๊ต - วรินทร์ สุธรรมสมัย" นักศึกษาชั้นปี 2 รับหน้าที่เป็นหัวหน้าฝ่ายประชาสัมพันธ์ภายใน บอกว่าฝ่ายประชาสัมพันธ์ในทำหน้าที่สื่อสารภายในมหาวิทยาลัยว่าเรื่องของงานบอลครั้งนี้ จัดที่ไหน เวลาเมื่อไร กลุ่มเป้าหมายก็คือนักศึกษาธรรมศาสตร์ ดังนั้นการทำงานก็จะสร้างกระแสไปเรื่อย พยามยามอย่าให้กระแสตก รวมทั้งในวันงาน ก็จะคอยเชิญชวนเพื่อนนักศึกษาขึ้นสแตนด์เชียร์

ด้าน "ขวัญ - จิรพรรณ ศักดิ์วธานุรักษ์" นักศึกษาชั้นปี 3 ผู้รับหน้าที่หัวหน้าฝ่ายประชาสัมพันธ์ภายนอก บอกตัวเองไม่เคยทำงานประชาสัมพันธ์งานใหญ่ๆ อย่างนี้มาก่อน ดังนั้นเมื่อมารับหน้าที่ที่ต้องติดต่อนิตยสาร หนังสือพิมพ์ เวปไซต์ เธอจึงต้องเรียนรู้การทำงานทุกๆ ฝ่าย เพื่อที่จะส่งข่าวที่เกิดขึ้นเพื่อสื่อให้ถึงกลุ่มเป้าหมายซึ่งเป็นบุคคลภายนอก

"การที่เราทำงานโดยไม่รู้อะไรเลย เวลาที่มีใครถามเรา แล้วเราไม่รู้ อาจจะเสียภาพพจน์ของงานได้ ถือว่าเป็นบทเรียนที่ทำให้มีประสบการณ์มากขึ้น เราพยามยามสร้างกระแสโดยการใช้ถ้อยคำเชิญให้คนมางานเยอะๆ ก็ไม่เหนื่อยมาก แต่เราทำคนเดียว เราไม่ได้รู้ทุกอย่าง ทำให้เราทำอะไรได้ยากขึ้น ต้องปรึกษารุ่นพี่ เขาคอยสอนว่าต้องติดต่อใครบ้าง ติดต่อที่ไหน สื่อที่เข้าถึงคนมากที่สุด"


นักบอล
ในความเป็นจริงแล้วนักบอลเป็นองค์ประกอบที่สำคัญที่สุดของงานฟุตบอลประเพณีฯ เพราะ หากขาดพวกเขาแล้ว คงจะไม่มีงานฟุตบอลประเพณีฯ "แบงค์ - ดำรงศักดิ์ บุญม่วง" นักศึกษาชั้นปี 4 ประธานชุมนุมนักบอล เล่าว่าที่ผ่านมาไม่ค่อยมีใครให้ความสนใจกับนักบอลเท่าที่ควรแต่ปีนี้เปลี่ยนแปลงไป

"ปีนี้ค่อนข้างจะเปลี่ยนแปลงรูปแบบใหม่ทั้งหมด ตั้งแต่ผู้จัดการทีม ผู้ฝึกสอน เปลี่ยนจากประเพณีเดิมๆที่มีมา โดยเราจะยึดเอานักนักบอลที่มีความเป็นปัจจุบันมากกว่าเดิม และเอารุ่นพี่ศิษย์เก่ามาเป็นกำลังเสริมคอยประคองทีม

เรามีการคัดเลือกนักบอล และมีการซ้อมในตอนเช้าและเย็นก่อนที่จะลงสนามจริง ที่จริงเราไม่อยากให้หวังว่านักบอลจะต้องชนะ แต่ขอให้นึกถึงมหาวิทยาลัยดีกว่า ตัวผมเองทำหน้าที่ประธาน ทำหน้าที่ทุกอย่างที่เกี่ยวกับนักบอล พยายามเก็บเกี่ยวประสบการณ์ให้กับนักบอล ผมได้ทำผลงานให้ทุกคนได้รู้จักนักนักบอลมากขึ้นและนึกถึงนักบอลให้มากกว่าเดิม"






 

Create Date : 26 มกราคม 2550    
Last Update : 26 มกราคม 2550 6:47:36 น.
Counter : 308 Pageviews.  


Valentine's Month


 
Lighting Plankton
Location :
นนทบุรี Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




It doesn't matter what your dream is. What matters is that you do anything to reach your dream or not.
Friends' blogs
[Add Lighting Plankton's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.