Group Blog
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •    
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
รีวิวผลิตภัณฑ์ Cetaphil 4 ชิ้นแน่นๆ


กราบสวัสดีทุกๆท่านที่ผ่านเข้ามาในห้วงภวังค์วังวนแห่งบลอคของอิช้าน
สำหรับบลอคนี้ข้าน้อยจะขอรีวิวถึงผลิตภัณฑ์สกินแคร์จาก สวิสเซอร์แลนด์
นั่นก็คือแบรนด์ Cetaphil

เป็นแบรนด์ที่เชื่อว่า คนส่วนมากต้องเคยรู้จัก
เพราะแบรนด์นี้มีวางขายให้เห็นอย่าง Boots, Watson และร้านขายยาทั่วไป 
เป็นแบรนด์ที่เน้นเรื่องความอ่อนโยนในตัวผลิตภัณฑ์ 
ให้ความรู้สึกเบาๆสบายๆผิว ไม่หนัก ไม่แรง ไม่hard เกินไปสำหรับผิวหน้า
ซึ่งคนผิวแพ้ง่าย สามารถใช้ผลิตภัณฑ์ในแบรนด์ของเค้าได้สบายๆเลยหล่ะเธอ
ดั่งคำสโลแกนของแบรนด์ที่เค้าบอกว่า "อ่อนโยน เข้าใจทุกสภาพผิว" นั่นเอง

เอาเป็นว่าเรามาเริ่มทำการเสวนาว่ากล่าวกันทีละตัวกันเลยนะเเจ๊ะ

เริ่มที่ตัวแรกด้วย  Cetaphil Gentle Skin Cleansing Cloths 

ขนาดบรรจุ 25 แผ่น








เจ้าตัวนี้ก็คือกระดาษที่ใช้ทำความสะอาดผิว
หรือที่รู้จักทั่วกันนั่นก็คือ"ทิชชู่เปียก"
ที่บรรจุอยู่ในซองพลาสติก ที่มีฝาเปิดดั่งนี้นี่เอง





ซึ่งเจ้าตัวนี้เนี่ย ก็จะใช้ในการคลีนเครื่องสำอางค์บนหน้าเรา
ใช้ได้ทั้งหน้า และ บริเวณเปลือกตาที่เราลงอายแชโดว์ได้ด้วย
โดยที่ไม่ต้องกลัวว่าจะระคายเคืองตา เพราะเค้าเคลมไว้ว่า
เจ้าผลิตภัณฑ์ของเค้าเนี่ยนะ "Gently" สุดๆ อ่อนโยนสุดๆ

และอีช้านลองแล้ว โอเคย์ใช้ได้เลยล่ะ
จะอย่างไรเดี๋ยวเราไปว่าต่อกันทีหลังเนาะ

และนอกจะทำความสะอาดหน้าแล้ว ก็เอาไว้เช็ดมือเช็ดแขน เช็ดขา
เช็ดอะไรก็ได้ที่ใจอยากจะเช็ด เพื่อทำความสะอาดร่างกายตามอัธยาศัยได้เลยจ้า







เรามาดูคำเคลม หน้าผลิตภัณฑ์กันก่อนดีกว่า
- ตัวแรกเค้าบอกว่า สามารถใช้ลบสิ่งสกปรก หรือ เครื่องสำอางค์ได้ โดยไม่ก่อให้เกิดการระคายเคือง
ซึ่งหลังจากที่ได้ทดลองใช้ดูแล้ว ขอบอกเลยว่า จริง ไม่ระคายเคืองจริงๆ
เจ้าแผ่นทิชชู่เนี่ย ไม่ได้ชุ่มไปด้วยแอลกฮอล์ก เหมือนของตัวอื่นๆ ที่เราเคยได้ใช้มา
และที่สำคัญคือ ไม่มีน้ำหอมมาในส่วนผสมอีกด้วย ซึ่งคนที่ผิวแพ้ง่าย แพ้ทุกสิ่งอย่างบนโลกนี้
ต้องใช้อะไรที่คลีนๆ ใสๆ ไม่เจือปนสิ่งที่ก่อให้เกิดการแพ้ง่าย จะเหมาะกับตัวนี้มาก 
อันนี้อิช้าน ขอคอนเฟริ์มด้วยตัวเองเลยค่าาาา


-ข้อสอง ถูกพัฒนาและทดสอบโดยผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง
- ข้อสาม  ผลิตขึ้นเพื่อผิวแพ้ง่าย
ซึ่งตรงนี้ก็จริงตามด้านบนที่กล่าวไปแล้วเลยจ้า


ต่อมาเรามาดูกันที่ตัวเเผ่นทิชชู่กันบ้างดีกว่า
จากภาพ แผ่นบนคือแผ่นที่ดึงออกมาจากบรรจุภัณฑ์เฉยๆ โดยที่ไม่ได้ทำอะไร
ส่วนแผ่นล่าง ผ่านการดึง การยืดเรียบร้อยแล้ว

ซึ่งข้อดีของเจ้าแผ่นทิชชู่เค้าเนี่ยคือ สามารถยืดออกมาได้ยาวถึง 1 ฟุต หรือ 1 ไม้บรรทัดเลยทีเดียวเชียว
โดยที่ไม่ขาด และถ้าดึงต่อไปจากนี้คือ เจ้าแผ่นทิชชู่เค้าจะหยุดการขยายตัวแล้ว
จะไม่มีการดึงออกไปเกินความสามารถของการยืดตัว แล้วเกิดการขาดกลางของแผ่น
แล้วมีขุยๆออกมาให้ดูแย่ ถือว่าความยืดหยุ่นของเนื้อทิชชู่นี้ เจ๋ง เริ่ด ดีงามสุดยอดเลยตัวเธอ

และสำหรับเนื้อผ้าของเค้า ใช้แล้วไม่สากผิว 
ผ้านุ่มโอเคย์ สามารถเช็ดหน้าได้โดยที่ไม่ระคายเคืองได้ดีมาก
แต่ข้อเสียเล็กน้อยสำหรับเรา คือ ความชุ่มชื่นในตัวผ้านั้นแอบน้อยไปนิดนึง
นิดเดียวนะ ถ้าชุ่มกว่านี้อีกหน่อยจะเพอเฟคมากๆเลยล่ะ
แต่อย่าชุ่มเยอะ เดี๋ยวจะกลายเป็นทิชชู่แช่น้ำเช็ดแล้วไหลจ๊อกๆ นั่นก็ไม่ไหวนะคะ 55










แน่นอนว่า เราต้องมีการ Test ประสิทธิภาพกันนิดนึง
จากภาพที่เห็น เป็นการเทส การเช็ดรอยลิปสติก 
ที่เห็นภาพขวานั้นคือการเช็ดเพียงแค่รอบเดียว
เป็นการปาด 1 ครั้ง คราบลิปสติกหายไปเกือบหม๊ดด จนอิชั้นเองก็อดสะพรึงแก่ใจไม่ได้
เพราะเจ้าทิชชู่ของเค้าเนี่ย สามารถเอาคราบออกไปได้ถึง 95 % กันเลยทีเดียว
ยังเหลือรอยเล็กน้อยที่แทบจะมองไม่ค่อยเห็นทิ้งเอาไว้

และถ้าใครไม่ได้เอามาเช็ดผิว แต่เอามาเช็ดหน้าแทนอาจจะกังวลว่า เอ๊.....
ถ้าฉันเช็ดแล้ยวหน้าจะแห้งตึงมั๊ย เค้าจะดึงความชุ่มชื้นออกจากผิวเยอะเกินไปรึปล่าว??
ไม่ต้องห่วงค่ะคุณขา 
เจ้าตัวแผ่นทิชชู่เค้าเนี่ย มีส่วนผสมของ Glyceryl ช่วยบำรุงผิวให้ชุ่มชื่น ไม่ทำให้เกิดอาการแห้งตึงหลังการใช้
ฉะนั้นหมดห่วงได้เลย 


เอาเป็นว่าสรุปเลยเนาะ สำหรับเจ้าตัวนี้คือ 
ถ้าใครต้องการทิชชู่เปียกที่ 
 อ่อนโยน
 ไม่ระคายเคืองผิว ไม่แสบผิว
 ไม่มีแอลกฮอล์ก
 ไม่มีน้ำหอม
 เนื้อผ้าไม่สาก
 เช็ดคราบสิ่งสกปรกต่างๆออกได้ดี

ตัวนี้เหมาะกับคุณจ้า
แต่ถ้าอยากได้ที่ชุ่มๆ ชุ่มมากๆ ตัวนี้อาจจะไม่ตอบโจทย์เด้อ




ตัวที่สอง นั่นก็คือ Cetaphil Oily Skin Cleanser
ขนาดบรรจุ 125 มล.




ตัวนี้อีช้านขอบอกเลยว่า อีช้านขอนำเสนอ พรีเซนเทชั่นสุดๆ
เพราะอะไรนั้นหรือ เดี๋ยวเราไปว่ากัน อดใจกันสักนิด


ก่อนอื่นเรามาดูคำเคลมผลิตภัณฑ์ ที่ทางแบรนด์เคลมไว้กันก่อนดีกว่าเนาะ
- ไม่มีส่วนผสมของสบู่
- PH Balance ใกล้เคียงกับผิวหนังตามธรรมชาติ
- ให้ผิวนุ่มชุ่มชื่นไม่แห้งตึงหลังล้างหน้าด้วย Moisturizing Film
- ทำความสะอาดง่ายและสะดวก 
- ใช้เช็ดเครื่องสำอางค์ล้างทำความสะอาดหน้า






ก่อนอื่นเลย เธอเห็นตัวใหญ่บึ้มตรงนั้นมั๊ยเอ่ย 
เค้าบอกว่า Oily Skin Cleanser 
และเล็กๆลงมาคือ for oily and acne pron skin type 
ซึ่งบอกว่า เหมาะกับคนผิวมันหรือผิวสสม หรือผิวเกิดสิวง่าย

ซึ่งมันเหมาะกับอีช้านมาก เพราะปกติส่วนตัวเราเป็นคนผิวมันสิวขึ้นง่ายอยู่แล้ว
ไม่รีรออย่ารอช้าที่จะรีบทดลองใช้  ผิวมันอย่างเราก็ใช้รัวๆเลยจ้าาาา






ต่อมาเค้าบอกว่า non-comedogenic ก็คือไม่ก่อให้เกิดการอุดตัน
foaming action ก็ประมาณว่า เป็นเนื้อโฟมในการทำความสะอาดผิว (ประมาณนี้ อีช้านไม่รู้จะแปลยังไงให้สละสลวย)
และก็ dermatologist recommended   ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง แนะนำให้ใช้

และที่เหลือก็คล้ายๆกับที่บอกไปด้านบนเนาะ






เจ้าเนื้อผลิตภัณฑ์ของเค้าเนี่ย ก็จะเป็นเนื้อเจลใสๆ 
เวลาใช้ก็บีบใส่มือ ใส่น้ำลงไปนิดนึง แล้วก็มือถูๆแล้วตีฟองแล้วเอาไปลูบไล้ซุกไซ้บนใบหน้า เพื่อทำความสะอาด
แต่ขอบอกก่อนว่า ฟองเค้าไม่เยอะมากนะ ถ้าใครอยากได้ฟองเยอะๆ แน่นๆ ฟูฟ่องเฟอร์ๆ 
แนะนำให้ใช้ตาข่ายตีฟองกับเจ้าตัวนี้ ตีฟองรัวๆ ซึ่งเราใช้ดู โอ้โหหห ฟองเยอะมากก 


----------------------------------------------------

ความรู้สึกในการใช้

ซึ่งหลังจากที่ได้ใช้แล้ว ขอบอกเลยว่าเเฮปปี้นะ
ฟิลลิ่งที่ใช้และเกิดผลกับเราจริงนั่นคือ
1.ใช้แล้วหน้าไม่ตึง หน้าไม่เอี๊ยดๆเหมือนจานพึ่งล้างเสร็จใหม่ๆ เพราะถือเป็นข้อดี
ไม่ได้หมายความว่า คนหน้ามัน จะต้องล้างหน้าให้มันเอี๊ยดๆ ไปกับผิวแล้วสะอาด อันนี้ไม่ถูกต้อง
เพราะถ้าหน้ามัน แล้วไปล้างให้สะอาดความมันออกเกลี้ยงเหมือนรีดเลือดปูขนาดนั้น 
จะทำให้สูญเสียน้ำหล่อเลี้ยงบนหน้า และ น้ำมันส่วนดีบนใบหน้าเยอะเกิน
และใบหน้าก็จะเกิดการแห้ง และ จะผลิตน้ำมันออกมาใหม่อีก อันนี้เเย่ๆ

2.หลังล้างจะมีความลื่นผิวนิดหน่อย เหมือนล้างหน้าไม่หมด แต่ไม่ทำให้เกิดความรำคาญผิวนะ

3.เนื้อโฟมมีกลิ่นหอมอ่อนๆ กลิ่นคล้ายพวกแชมพูเด็ก น้ำยาอาบน้ำเด็กอะไรประมาณนั้น

4. ปล่อยทิ้งไว้บนหน้าไม่ก่อให้เกิดการระคายเคืองผิว ผิวไม่คันยิ๊บๆ ไม่แสบหน้า

5. ่หลังล้างหน้าแล้วจะให้ความชุ่มชื่นกับผิวด้วยล่ะ แต่ไม่เยอะมากนักนะ เล็กน้อยเบาๆจ๊ะ








เรามาดูกันที่ส่วนผสมหลักกันนิดนึงดีกว่าเนอะ

purified water   น้ำบริสุทธ์ ใช้เป็นส่วนผสมหลักเป็นตัวทำละลายส่วนผสมอื่นๆด้วย
- peg-200 hydrogenated glyceryl palmate  / - peg-7 glyceryl cocoate  / 
acrylates/steareth-20 methacrylate copolymer  / -sodium lauryl sulfate
พวกนี้นี้ก็จะเป็นสารลดแรงตึงผิว
- Sodium lauroyl sarcosinate ตัวนี้จะเป็นสารให้ฟอง สารก่อให้เกิดฟองในเนื้อผลิตภัณฑ์

- glycerin / -butylene glycol สารให้ความชุ่มชื้น 
- phenoxyethanol  / methylparaben / fragrance edta disodium  ตัวนี้จะเป็นสารกันเสีย

Peg-60 Hydrogenated Castor Oil ตัวนี้จะช่วยในการทำละลายอีกตัวหนึ่ง

คือจะเน้นไปทางสารลดแรงตึงผิวซะส่วนใหญ่ มีสารให้ความชุ่มชื้นมานิดนึง และมีสารตัวที่เป็นสารเคลือบผิวด้านบน
ทำให้เรารู้สึกว่า เห๊ยย เหมือนมันล้างหน้าออกไม่หมดอ่ะ ก็คือ Peg-60 Hydrogenated Castor Oil นั่นเอง
ซึ่งถ้ามาไล่เรียงตามลำดับของส่วนผสม ตัวแรกจะเป็นตัวทำละลาย และตามต่อมาเป็นสารลดแรงตึงผิวเป็นตับ และ
พวกตัวกันเสียจะอยู่อันดับหลังๆท้ายๆทั้งสิ้นเนอะ


สรุปว่าตัวนี้ยังไงเนาะ
 เหมาะกับคนที่หน้ามันจริงๆ เพราะจะช่วยเรื่องน้ำมันส่วนเกินของผิวได้ แต่ไม่เยอะมากนะเธอ
 เหมาะสำหรับคนที่อยากได้ล้างหน้าที่ล้างแล้วหน้าไม่ตึงหลังล้าง




ตัวต่อมา Cetaphil Moisturizing Cream
ขนาดบรรจุ 50 กรัม







เจ้าตัวนี้เนี่ย เอาจริงๆคือ ไม่ได้มีความวิเศษอะไรมาก
เผินๆก็คือมอยเจอร์ไรเซอร์ ให้ความชุ่มชื้นกับผิวธรรมดาๆ ที่มีขายทั่วๆไป
แต่ ด้วยความธรรมดา ที่ไม่ธรรมดานั้นเอง จะเป็นอย่างไร เดี๋ยวเราจะไปว่าต่อกันเนาะ


คำเคลมผลิตภัณฑ์
-มากคุณค่าบำรุงด้วย Sweet Almond Oil
- ป้องกันการสูญเสียน้ำ พร้อมดึงความชุ่มชื่นคืนสู่ผิว
- ปาศจากน้ำหอม และ สารกันเสีย
- ไม่ก่อให้เกิดสิวอุดตัน
- ผ่านการวิจัยแล้วว่า สามารถใช้ควบคู่กับการรักษาโรคผื่นภูมิแพ้ 
ผิวอักเสบ และป้องกันผิวจากการใช้ยารักษาาสิว



ลักษณะหลอดก็จะเป็นหลอดฝาเกลียวแบบบีบเนื้อครีมปกติ 






ส่วนเนื้อครีมก็จะเป็นเนื้อครีมสีขาว เหมือบนกับตัวมอยเจอร์ไรเซอร์ทั่วไป ซึ่งเวลาทาแล้วเกลี่ย
จะต้องใช้เวลาสักนิดนึง และจะทิ้งความเหนอะนิดหน่อย ประมาณ 3/10 หลังจากทาแล้ว





ที่บอกว่าเป็นครีมธรรมดา ที่ไม่ธรรมดาไปเมื่อตอนต้น 
อยากรู้มั๊ย ทำไม??

ปกติแล้วเนี่ย เวลาเราทาครีมบำรุงผิวทุกวันๆ 
คนส่วนมากจะนึกถึงพวกครีมที่จะแก้ไขปัญหาบนผิวหน้าต่างๆของเราตามความบกพร่องของผิวหน้า
เช่น เราผิวคล้ำ หน้าหมองไม่สดใส เราก็ไปซื้อครีมกลุ่ม whitening มาใช้
หรือเราอาจจะมีริ้วรัว กังวลเรื่องนี้ ก็ไปหาครีมกลุ่ม anti aging มาใช้
ซึ่งบางคนใช้ครีมแล้วลืมนึกถึงการเติมความชุ่มชื่นให้กับผิว ให้ผิวได้รับความชุ่มชื้นกลับคืนมา
หลังจากที่เราหล้างหน้า ล้างหน้าชะล้างความชุ่มชื้นของผิวออกไป
ซึ่งครีมที่เราใช้ทุกวันนั้น บางครั้งความชุ่มชื้นต่อผิวอาจจะไม่เพียงพอก็มีอยู่ 
โดยเแพาะพวกเซรั่มบางตัว ไม่ให้ความชุ่มชื้นเลยก็มี ทาเพื่อบำรุง 
แต่หน้ายังเเห้งผาดดดด หน้าตึงเปรี้ยะๆ นั่นแปลว่าคุณยังไม่ได้เติมความชุ่มชื้นให้กับผิว

ฉะนั้นอย่ามองข้าม อย่าเลี่ยงในส่วนนี้
ถึงแม้คุณจะบอกว่า คุณเป็นคนหน้ามันก็ตาม ซึ่งเราเองก็หน้ามัน
และเราได้ตระหนักแล้วว่า การที่เราหน้ามัน
ไม่ได้หมายความว่า การเลี่ยงการใช้ครีมที่ช่วยในการเติมความชุ่มชื้น เป็นข้อดีแต่อย่างใด
เพราะถ้าผิวเราขาดความชุ่มชื้น สมดุลของน้ำในผิวไม่โอเคย์  ผิวจะขาดน้ำ และทำให้หน้าเหี่ยวเร็ว
นอกจากนี้ สิวขึ้นได้ด้วยนะเธอ  เอ๊ออออออ

นี่เเหล่ะถึงบอกว่าสำคัญ และจำเป็น
ซึ่งเจ้าครีมตัวนี้ก็จะช่วยเรื่องความชุ่มชื้นแบบเน้นๆเลยล่ะเธอ

-----------------------------

อันจะว่าไปเจ้าตัวนี้เราใช้ทาทั้งกลางวันและกลางคืนเลยนะ
แต่กลางวันจะใช้น้อยหน่อย กลัวหน้ามันเวลาเราเมคอัพแล้วจะไม่สวย แต่จะเน้นหนักตอนกลางคืน
คือวิธีใช้ เราจะไม่ปาดครีมลงหน้าแล้วทา แบบนั้นจะหนักเกินไป 
ไม่ว่าจะมอยเจอร์ตัวไหนก็ตาม เราจะไม่ทำแบบนี้

วิธีทาครีมให้ได้ผลดีและไม่หนักเกินไป เราจะบีบครีมใส่ฝ่ามือ และถูๆวนๆด้วยกันกับฝ่ามืออีกข้าง
จนมือเราร้อนๆอุ่นๆ และประคบครีมลงหน้า และอาจมีการนวดด้วย
วิธีนี้จะทำให้หน้าเด้งหลังทาครีม และครีมจะไม่หนักเกินไป เริ่ดดเลอค่ามาก
แต่เจ้าตัวนี้ทาไปแล้วจะมีความเนอะเบาๆ นะ ยิ่งถ้าเธอไม่นวดก่อนตามที่อีช้านบอกไปข้างต้น
จะเหนอะเลยล่ะ ยิ่งทากลางวันยิ่งแล้วใหญ่ จะเหนอะมากยิ่งเทียบกับอากาศบ้านเรา
แต่ก็ไปว่าเค้าไม่ได้นะ เพราะหน้าผลิตภัณฑ์เค้าบอกอยู่แล้วว่า
for chornic dry  สำหรับผิวที่แห้งมาเป็นเวลานานต่อเนื่อง
ฉะนั้น ครีมเค้าก็ต้องข้นๆหน่อย เพื่อเติมความชุ่มชื้นอย่างเเน่นหนึบจริงจัง

สำหรับเรากลางวันเราใชั้แค่นิดเดียว นวดกับฝ่ามือแล้วทาเติมให้หน้าไม่เเห้ง
และกลางคืนจะใช้เยอะกว่ากลางวันเท่าตัว ทาเป็นขั้นตอนสุดท้ายของการทาครีม
และอยู่ในห้องแอร์และนอน โอ้โห เลอค่ามากเธอ








ส่วนผสมส่วนมากก็ไม่มีอะไรมาก จะเน้นสารให้ความชุ่มชืั้นกับผิว
อาทิ Glycerin , Paraffinum liquidium , prunus amygdalus dulcis oil , acrylates/c10-30 alkyl acrylate crosspolymer
และก็พวกสารให้ความหนืด ที่ใส่มาสองสามตัว (ไม่แปลกใจเลยทำไมครีมข้นนัก)  และสารที่ทำให้ครีมยึดเกาะกันประมาณนี้ 

สรุปคือเอาจริงๆ ก็เป็นมอยเจอร์ไรเซอร์ที่ช่วยเติมความชุ่มชื้นให้กับผิวอีกตัวหนึ่ง ที่ชุ่มชื้นมากกก 
ใครที่อยู่ในที่อากาศเย็นๆอย่างต่างประเทศ หรือใครผิวแห้ง น่าจะhappy กับเจ้าตัวนี้
แต่ส่วนคนหน้ามันอย่างเรา ก็ไม่ได้เเย่นะ ถ้าเรารู้จักวิธีการใช้ที่ถูกต้องกับสภาพผิวของเรา
อย่างที่บอก เราปฏิเสธไม่ได้ว่าเราจะต้องใช้ครีมที่เติมความชุ่มชื้นให้กับผิว ถึงเเม้ว่าเราจะเป็นคนผิวมันก็ตาม
* *** มันจำเป็นมากๆ ****



สรุปกันนิดนึงเนาะ 

 เหมาะกับคนที่ผิวแห้งมาก
 เหมาะกับผู้ที่อยากได้ครีมบำรุงเพื่อเติมความชุ่มชื้นให้ผิวในเวลากลางคืน
 เน้นความชุ่มชื้นให้กับผิวอย่างเร่งด่วน





ตัวสุดท้าย Cetaphil Daily Advance Ultra Hydrating Lotion
ขนาดบรรจุ 85 กรัม





เจ้าตัวสุดท้ายนี้ก็จะเป็นครีมสำหรับผิวหน้าและผิวกายกันบ้างหล่ะ 
เป็นโลชั่นทาผิวหน้าและผิวกาย ที่ให้มาในปริมาณ 85 กรัม
หลอดไม่ใหญ่มาก สามารถใส่กระเป๋าพกพาไปนอกบ้านได้โดยที่ไม่หนักเลยล่ะเธอ


คำเคลมผลิตภัณฑ์

- นำความชุ่มชท่นสู่ผิวอย่างรวดเร็วหลังการใช้ครั้งแรก
- ผ่านการวิจัยแล้วว่าคงความชุ่มชื่นยาวนานถึง 24 ชั่วโมง
- อ่อนโยน ไม่มีส่วนผสมของน้ำหอม ไม่อุดตันรูขุมขน
- ใช้ได้ทุกส่วนของร่างกาย ไม่เหนียวเนอะหนะ






เรามาดูคำโปรยหน้าหลอด และพิสูจน์ไปพร้อมๆกันเลยดีกว่า

เค้าบอกว่า for dry to very dry skin
สำหรับผิวแห้ง ถึง แห้งขีดสุด ประหนึ่งว่า ครีมตัวนี้ถูกออกแบบมาให้กับคนที่สภาพผิว
แห้งเหมือนอยู่ในขั้วโลกเหนือมาห้าสิบปีกันเลยทีเดียว 
ซึ่ง จากที่ใช้แล้วขอบอกได้เลยว่า โอเคย์ เป็นจริง
เพราะปกติเราเป็นคนที่เท้าแห้งมาก พอทาไปปุ๊ป ความแห้งผาดที่เป็นวิกฤตการณ์เลวร้ายแห่งเท้านั้น
ถูกซ่อมความแห้งให้ผิวกลับมาสวยงามชุ่มชื่นได้ ณ บัดดล 
นอกจากในตัวเนื้อครีม ที่ให้ความชุ่มชื้นในชั้นผิวแล้ว ยังมีส่วนผสมบางตัวที่ทำหน้าที่เสมือนการเคลือบผิว
 เคลือบความชุ่มชื้นให้กับผิวไว้ชั้นบนด้วย
(ซึ่งตรงนี้เดี๋ยวเราจะไปดูถึงส่วนผสมกันต่อว่ามีอะไรบ้างที่ทำให้ผิวชุ่มชื้นได้ขนาดนี้)

non-greasy   ไม่มันเยิ้ม จริงง แต่แอบมีความเนอะนิดหน่อย
นี่ทาบริเวณท้องแขนด้วย แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่า เวลาใช้คอมพิวเตอร์ ท้องแขนวางบนพนักวางแขนที่เก้าอี้
พอยกแขนขึ้น แอบติดหนึบๆตึ๊บๆบ้างล่ะคุณ

Fragrance Free  ไม่มีน้ำหอมจริง จากที่สัมผัสจากกลิ่นและ พลิกไปดูส่วนผสมหลังกล่อง

Non-comedogenic  ไม่ก่อให้เกิดการอุดตัน
ปกติแล้วถ้าผิวเราอุดตันจากการทาครีม จะอุดตันรูขุมขนและทำให้เกิดสิว
ส่วนมากโดยง่ายๆเลยคือจะเกิดการอุดตันจากส่วนผสมซิลิโคนทั้งหลายเเหล่ะ
ซึ่งเจ้าตัวนี้ ก็แอบมีตัวที่เป็นซิลิโคนผสมมาเหมือนกันอย่าง cyclopentasiloxane ถูกผสมมาอยู่ในอันดับที่ 7 
เป็นซิลิโคนชนิดเบา ช่วยในการซึมของเนื้อครีม นำพาพวกสาร active เข้าสู่ผิวหนัง และทำให้ครีมมีเนื้อสัมผัสที่ลื่นๆขึ้น 
ถึงแม้ว่าจะมีซิลิโคนผสมอยู่ในตัวเนื้อครีมด้วย
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ขึ้นอยู่กับผิวคนด้วยล่ะ บางคนผิวอ่อนโยนอ่อนบางอ่อนแออ้อแอ้มาก
ถึงแม้จะไม่มีซิลิโคนผสมอยู่ ทาอะไรหนักๆนิดนึง อุดตันแพ้หมดเลยจ้า









ในส่วนของเนื้อครีม ก็จะเป็นเนื้อครีมสีขาวๆ เหมือบกับโลชั่นทั่วๆไปนั้นเเล
แต่ความหนืดของตัวเนื้อครีม จะไม่หนืดเท่ากับตัวครีมทาผิวหน้าตัวก่อนหน้านี้
ตัวนี้จะทาง่าย เกลี่ยง่ายกว่ามากๆ








ที่บอกว่าตัวนี้เน้นความชุ่มชื้นให้กับผิวสุดพลัง
เรามาดูกันว่ามีส่วนผสมตัวไหนบ้าง ที่ช่วยในเรื่องความชุ่มชื้นให้กับผิว

ตัวที่สองเลย Glycerin  ตัวนี้ถูกใส่มาอันดับสองเลยคุณ
และนอกจากนี้ยังมี butyrospermum parkii butter , macadamia ternifolia seed oil , Sodium PCA , d-panthenol 

และนอกจากนี้ยังมีส่วนผสมที่ช่วยในการบำรุงผิวอีกด้วย 
อาทิเช่น
tocopheryl acetate เจ้าตัวนี้จะเป็นสาร vitamin E ใช้ในการป้องกันอนุมูลอิสระ ลดเลือนริ้วรอย
d-panthenol  ตัวนี้นอกจากจะช่วยให้ความชุ่มชื่นได้แล้ว ยังช่วยในการลดการอักเสบอาทิเช่น ผิวแพ้แดดมาเป็นต้น

 เติมความชุ่มชื้นให้ผิวกายแบบเร่งด่วน
 เหมาะกับการพกพาระหว่างวัน





ก็ประมาณนี้จ้า สำหรับการรีวิวผลิตภัณฑ์ทั้ง 4 แห่ง Cetaphil 
น่าจะเป็นตัวเลือกให้กับผู้ที่อยากจะมีสกินแคร์ดีดีไว้สำหรับบำรุงผิว
ให้ผิวสวยใสเด้งเนียนดั่งใจ เมื่อเราผิวสวยสุขภาพดีปุ๊บ เราก็มั่นใจได้เต็มที่
ไม่ว่าจะทำอะไร ไปที่ไหน สถาณการณ์ใด ก็มั่นใจกับผิวสวยๆได้โดยที่ไม่ต้องพึ่งการแต่งหน้าเลยเนอะ #skinconfidence


และก็ มีปัญหาสงสัยอย่างไร พูดคุยกับทางแบรนด์ได้โดยตรงเลยจ้า ที่




สุดท้ายใครอยากดูคลิปเปิดถุง อยากเห็นผลิตภัณฑ์แบบ 3D คลิ๊กโลดจ้าา





Create Date : 06 มีนาคม 2558
Last Update : 11 มีนาคม 2558 15:19:06 น.
Counter : 44719 Pageviews.

3 comment
รีวิว ครีมกันแดด BB care by bb clinic
สวัสดีฮร๊าฟฟฟ ทุกท่าน
สำหรับบลอคนี้ ป๋อมก็จะขอรีวิวกันแดดตัวนึงที่ได้ลองใช้มา
หนึ่ง สอง สาม สี่ ห้า ครั้งแล้ว ก็เลยจะมารีวิวกันนิ๊สสนุง

ก็คือเจ้าตัวนี้เลย

bb care sunscreen จาก bb clinic


สำหรับเจ้าตัวนี้ ก็จะเป็นกันแดดตัวใหม่ น้องใหม่ ที่เพิ่งคลอดออกมาไม่นาน
มีขายใน bb คลินิก 
ราคาต่อหลอดอยู่ที่ 550 บาทเท่านั้น
ซึ่งเป็นอะไรที่ เกินคาดมาก เพราะว่า ถ้าใครเคยเข้าพวกคลินิกผิวหนัง
ของขายเค้า พวกครีม สกินแคร์ หรืออื่นๆ จะแพง
ยิ่งถ้าเป็นแบรนด์ของคลินิกที่สั่งทำเองด้วยละก็ โอ้โหห แพงเเน่ๆ
แต่นี่ 550 บาท คือเห็นราคาแล้ว บอกเลยว่า ตกใจนะ ทีแรกนึกว่าจะหลักพันต้นๆ
แบบพวกสกินแคร์ที่เป็นเวชสำอางค์




อ้าว อ้าว อ้าว เห็นรูปนี้ไม่ต้องงง 
พี่ธัญญ่ามาทำอะไร hahaaa

คือพี่เค้าเป็นเจ้าของกันแดดตัวนี้นี่เอง
อยากสวย อยากเป๊ะแบบพี่เค้า ใช้กันแดด bb care สิคะยูว์
ดาราตัวแม่การันตีขนาดนี้ ชั้นก็ต้องลองสิน๊ะ




ต่อมา นี่ก็คือคำโปรย คำเคลม คำอลังการล้านแปดที่เค้าโปรยมา
ดังที่เค้าบอกเลยทั้งหมด 4  ข้อดังภาพ เอาเป็นว่า เดี๋ยวเราจะมาทำการพูดถึงตรงนี้กันเนาะ

- ครีมกันแดดเนื้อบางเบา นุ่มนวลดุจใยไหมตั้งแต่ครั้งแรกที่สัมผัส
- ปกป้องผิวจากรังสี uva และ uvb ได้ถึง 50 เท่า
- เนื้อครีมติดทนนาน ไม่รู้สึกเหนียวเหนอะหนะ ปราศจากน้ำหอม ไม่ระคายเคืองต่อผิว
- อุดมไปด้วยสารสกัดจากเมล็ดแอปเปิล ที่ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลาเจน และลดเลือนริ้วรอยก่อนวัย




ก่อนอื่นเรามาดูกันที่ทีละส่วนของแพคเกจ ที่เค้าว่าไว้บนตัวหลอดก่อนดีกว่า




สิ่งแรกเลย ก็จะเป็นตัวค่ากันแดด ซึ่งเค้าระบุเอาไว้ว่า
spf 50 PA +++

เป็นกันแดดเนื้อ ultralight ก็คือเนื้อบางเบา
 อันนี้บางเบาจริง  เนื้อเค้าออกจะเป็นมูสๆหน่อย โฟมๆ นิ่มๆ 
คืออธิบายไม่ถูกเหมือนกัน 
ไม่ทิ้งความเหนอะหนะไว้บนผิวให้เกิดความรำคาญเลย

เนื้อกันแดด ก็จะประมาณภาพด้านล่างเลย






เค้ายังบอกอีกว่า
fast absorption ซึมซาบเร็ว ทาง่าย อันนี้จริง
คือ ทาเกลี่ยๆๆ เเป๊บเดียว เนื้อกันแดด หายว๊าบ ไม่ต้องเกลี่ยจนเหน็ดเหนื่อยปาดแล้วปาดอีก
คือถ้าใครเคยใช้กันแดดเนื้อหนักๆ เหนียวๆ เกลี่ยยากๆแล้วเกลียด
ตัวนี้ จะเป็นคำตอบสำหรับคุณเลย เพราะตัวนี้จะเป็นฟิลลิ่งแบบว่า
เนื้อกันแดดจะนุ่มๆ ลื่นๆ ทาแล้วเบาๆหวิวๆ 
คล้ายๆไพรเมอร์ แบบ air brush ถ้าใครเคยใช้น่าจะนึกภาพออก


และเค้ายังบอกอีกว่า for all skin type 
ซึ่งส่วนตัวเราเนี่ย เราผิวมัน 
และเราจะเป็นคนที่หากันแดดใช้ยากมาก เพราะว่า กันแดดส่วนมากที่ขายในบ้านเรา
พอทาไปแล้วจะเหนอะหนะๆ เพิ่มความมันให้กับผิวหน้าไปอีก
ทำให้เราไม่อยากจะทากันแดด เพราะกลัวหน้ามัน ซึ่งตัวนี้โอเคย์กับหน้ามันๆของเรานะ
ถึงแม้ว่าจะไม่ได้ให้ฟีลลิ่งแบบ ความแมทซ์ แห้งๆ ซะทีเดียวก็ตาม






ส่วนด้านหลังหลอดบอกไว้ว่า
ไม่มีน้ำหอม
ป้องกันการไหม้แดด และ ป้องกันริ้วร้อย
ด้วยวิตามิน E 



ส่วนผสมสามตัวแรก // ร้องโอ้ววววววววววววววว ยาวๆ

cyclomethicone  , dimethicone crosspolymer  และ  cyclopentasiloxane 
สางตัวนี้เป็นซิลิโคนทั้งคู่ และใส่มาในอันดับแรกทั้งคู่
คือ เค้าใช้เจ้าตัวซิลิโคนเป็นตัวหลัก ในการยึด ผสม เกาะกับสารบำรุงต่างๆและ
ใช้ในการน้ำพาพวกสารบำรุงสู่ผิว ซึ่งเห็นแบบนี้ก็เลยไม่แปลกใจว่า
ทำไมหน้ามันๆอย่างเรา ถึงได้ใช้กันแดดตัวนี้รอด หน้าไม่เยิ้ม ไม่เหนอะ
และทำไมกันแดด ถึงมีฟิลลิ่งแบบ ลื่นๆ เนียนๆ ทาง่ายๆ เหมือนทาไพรเมอร์
ซึ่งแน่นอนว่าใส่มาเยอะขนาดนี้ ก็ต้องกลัวอุดตันกันบ้างล่ะ เวลาทำความสะอาดหน้า
ก็คลีนผิวกันดีดีนะคะ ซิลิโคนเยอะมาก


ตัวต่อมาเป็น Titanium Dioxide ซึ่งเป็นสารกันแดดแบบ Physical 
ใส่มาในอันดับที่ 4 ต่อจากกองทัพซิลิโคนสามตัวแรก

ตัวต่อมา peg 10 dimethicone  ซิลิโคนอีกแล้ว!!

ต่อมาเป็น Alumina เป็นสารดูดซับความชื้น ก็คือจะทำให้หน้าเราไม่มันนั่นเอง

ต่อมา Methicone ซิลิโคนอีกแระค่าา

(ตัวไหนที่ลงท้ายด้วย cone ให้สันนิษฐานไว้เลยว่าเป็นซิลิโคน
ซึ่งเราจะขอข้ามไป ไม่พูดถึงแล้ว เพราะยังมีอีก )

Water เป็นตัวทำละลาย

ต่อมาเรามาดูเจ้าตัวนี้กันดีกว่า simmondsia chinensis (jojoba) seed oil 
ที่คำเคลมที่แพคเกจบอกไว้ด้านบนว่า มีส่วนผสมของวิตามิน E ส่วนหนึ่งก็มาจาก
เจ้าตัวส่วนผสมนี้เช่นกัน และช่วยในการป้องกันความร้อนจากแสงแดด
 ได้อีก คือเค้าก็จะนิยมนำมาใช้เป็นส่วนผสมของครีมกันแดดหลายตัวเลย


disteardimonium hectorite  เป็นสารที่ทำให้กระจายเม็ดสี ทำให้ผิวดูเรียบเนียน
แต่ดูใส่มาน้อย เพราะเอาจริง ทาแล้วก็ไม่ค่อยเห็นสีอะไรเท่าไหร่ แค่ดูผ่องๆเด้งๆขึ้นหน่อยเดียวเอง


zine oxcide  เป็นสารกันแดดแบบ Physical อีกตัวหนึ่ง ที่ใส่มากลางๆ


ข้ามกันมาที่ตัวหลักอีกตัว ที่เป็นจุดขายของเค้า คือ Pyrus Malus (apple) seed extract 
เจ้าตัวนี้เป็นสารสกัดจากแอปเปิล คือใส่มาเพื่อช่วยในเรื่องของการต่อต้่านอนุมูลอิสระ
และลดพวกรอยดำ ต่างๆ มีส่วนผสมของวิตามิน E อยู่อีกด้วย  แต่ก็ใส่มาในระดับกลางๆค่อนไปทางหลังๆ
ซึ่งถ้าดูจากวิตามินอี ที่เค้าเคลมไว้ทีแรก ก็จะได้จากตัว โจ้โจ้บา อีกตัวด้วย สองตัวช่วยกัน

และนอกจากนี้ก็ไม่มีอะไรมาก จะมีพวกตัวกันเสียที่ใส่มาในระดับท้ายๆ อีกหลายตัว หลายตัวเลยทีเดียว





อ่ะโอเคย์ เกริ่นกันมายาว เรามาดูประสิทธิภาพกันดีกว่า






ก็ถ้าดูจากภาพ ก่อน หลังใช้ คือ
จะเห็นได้ว่า ทาและไม่ทา ไม่ค่อยต่างกันเท่าไหร่ เพราะเป็นกันแดดที่ไม่มีสีมาก 
พอเกลี่ยๆแล้วจะหายว๊าบๆ ถึงแม้ในส่วนผสม จะมีตัวที่ทำให้เกิดสี บ้างนิดหน่อยก็ตาม
คือทาแล้วหน้าจะผ่องๆขึ้นนิดนึง

ช่วยในเรื่องของรูขุมขน ให้ตื้นขึ้นได้ประมาณหนึ่ง แต่ไม่ทั้งหมด
ซึ่งแน่นอน ส่วนผสมที่เป็นซิลิโคน เยอะมากกก ขนาดนี้ ก็ต้องช่วยในเรื่องของรูขุมขนอยู่แล้ว 


ทาแล้วหน้าไม่มันแต่อย่างใด ซึ่งเหมาะกับสภาพผิวมันอย่างเรามากๆ เพราะเราก็คงไม่อยากทาแล้ว
หน้ามันเยิ้มย้อยออกไปสุ้สภาวะอากาศบ้านเราสักเท่าไหร่ 


กลับมาพูดถึงคำเคลมของเค้ากันหน่อยดีกว่า ว่าเคลมเป็นอย่างไรบ้าง สรุปๆนะ


- ครีมกันแดดเนื้อบางเบา นุ่มนวลดุจใยไหมตั้งแต่ครั้งแรกที่สัมผัส
อันนี้ให้ผ่าน เพราะว่านุ่มนวลจริง ทาแล้วสบายผิวมาก
ด้วยพลังแห่งซิลิโคนทั้งห้า (หรือมากกว่า) ที่ช่วยในการทำให้ฟิลลิ่งสมูธขนาดนี้


- ปกป้องผิวจากรังสี uva และ uvb ได้ถึง 50 เท่า
อันนี้คาดหวังผลได้ มีสารกันแดดใส่มาให้สองตัว แต่ต้องทาในปริมาณที่เยอะนิดนึง


- เนื้อครีมติดทนนาน ไม่รู้สึกเหนียวเหนอะหนะ ปราศจากน้ำหอม ไม่ระคายเคืองต่อผิว
เนื้อครีมติดทนนานจริง จากการทดลองใช้ และจากส่วนผสมที่มีซิลิโคนเยอะ
ทำให้ครีมกันแดดสามารถยึดเกาะผิวได้ดีกว่าแบบทั่วๆไป

ไม่เหนียวเหนอะหนะ อันนี้จริง  ปราศจากน้ำหอม อันนี้จริง ไม่มีกลิ่นใดๆทั้งสิ้น
ไม่ระคายเคืองผิว อันนี้ส่วนตัวไม่เป้นนะ แต่คนอื่นอันนี้ไม่แน่ใจตอบให้ไม่ได้จ้า


- อุดมไปด้วยสารสกัดจากเมล็ดแอปเปิล ที่ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลาเจน และลดเลือนริ้วรอยก่อนวัย
ก็ได้มาจากเจ้าตัวนี้เลยจ้า Pyrus Malus (apple) seed extract 



สรุป

ถ้าใครอยากได้กันแดดที่เหมาะกับอากาศบ้านเรา คือทาแล้วไม่เยิ้ม ไม่ย้อย
ทาแล้วสบายผิว ตัวนี้ตอบโจทย์ และก็ใครที่รู้สึกว่าตัวเองหน้ามัน หากันแดดใช้ได้ยาก 
นี่ก็เป็นอีกตัวเลือกหนึ่งเช่นกัน

หรือใครที่อยากได้กันแดดที่ฟิลลิ่งแบบไพรเมอร์ ช่วยในการปกปิดรูขุมขนให้ตื้นขึ้น
ตัวนี้ก็ตอบโจทย์อีกเช่นกัน

แต่ ใช้แล้วทำความสะอาดให้ดีหน่อย เพราะส่วนผสมของซิลิโคนเยอะมาก
ถ้าทำความสะอาดไม่ดี อาจเกิดการอุดตันของผิวหนัง และสิวจะขึ้นได้จ้าา





สนใจสินค้า ติดต่อที่นี่เลยจ้า

line: bbcare_bbclinic
facebook: //www.facebook.com/bbcarebybbclinic
call center: 025-163-943




Create Date : 13 พฤศจิกายน 2557
Last Update : 13 พฤศจิกายน 2557 16:52:00 น.
Counter : 22140 Pageviews.

36 comment
รีวิว Neutrogena Deep Clean Foam
เฮ่ลโหลวว เพื่อนฝูง
ทักทายกันก่อน เป็นยังไงกันบ้างยู๊ว์ สบายดีมั๊ย ...... ป่าวป่าว ชั้นไม่ได้ถามว่าเธอสบายดีมั๊ย
ชั้นถามสุขภาพผิวหน้าเธอหน่ะ ว่า สบายดีมั๊ย?? อย่าเข้าใจผิด haha

ที่ถามเเบบนี้ไม่ใช่เพราะอะไร คือ  พักหลังๆเนี่ย เรารู้สึกว่ามนุษย์โลกเรานั้น
โดยเฉพาะผุ้หญิงทั้งหลาย แต่ละนางนั้นหน้าหนากันเหลือกเกิน
 (เอิ่มม หน้าหนาแบบ ผิวหน้าหนาแต่งหน้าเยอะ ไม่ใช่หน้าหนาหน้าทนอะไรแบบนั้นนะเธอ อย่าเข้าใจผิด)

ซึ่งแน่นอนว่า การแต่งหน้าเยอะ โบกหน้าหนาๆ กี่ชั้นไม่รู้ต่อกี่ชั้นในแต่ละวันนั้น
ทำให้สภาพผิวหน้าของเรานั้น เหมือนกับไม่ได้หายใจ 
พอผิวหน้าไม่ได้หายใจ โดนนั่นนี่นู้นมาโบกทับเยอะๆ ผิวหน้าก้โทรมตามสภาพการณ์
ลองมโนภาพตามสิ กว่าจะออกจากบ้านได้ เธอทาอะไรไปบ้าง ( ในกรณีคนที่แต่งหน้านะ )

ครีมบำรุง1 - ครีมบำรุง2 - กันแดด - ไพรเมอร์ - เบส - รองพื้น - แป้งฝุ่น - แป้งพับ
( นี่ยังไม่รวมตาแก้มปากอีกนะ )

โอ่ยย เพลียเหลื๊ออเกิน

บลอคนี้เราจะพูดถึงผลิตภัณฑ์กู้หน้ากันหน่อยเธ๊ออ
สำหรับคุณ คุณ และ คุณ ที่หน้าหนา ออกนอกบ้านทุกวัน เราต้องมีตัวช่วยกันหน่อยล๊ะหล่ะ



ซึ่งถ้าถามถึงการใช้ชีวิตประจำวันเราเนี่ย แต่งหน้าบ่อยมั๊ย
เอาจริงๆก็ไม่บ่อยนะ ด้วยการงานหรืออะไร แต่ว่า ถ้าได้แต่งหน้าทีนึงละก็ เธอเอ๊ยยยย
ขึ้นเวทีนางโชว์พัทยาได้เลยอ่ะแก๊ 55555555555555555555
โดยเฉพาะเวลาที่ชั้นแต่งหญิง ทำ how to แต่ละลุค เชื่อว่าพวกเธอต้องเคยเห็นกันแน่





เป็นไง แน่นป๊ะะ (โดยเฉพาะรูปขวา) คือแต่งหน้าแน่นขนาดนี้ ถ้าทำความสะอาดผิวไม่ดีจริง แน่นอน หน้าพังพินาศแน่นอน
ไม่ต้องให้ฉันแต่งหญิงขนาดนี้หรอก แค่แต่งชายปกติ ทารองพื้น ทาแป้งออกไปนอกบ้าน แล้วถ้าทำความสะอาดไม่ดี
ผิวหน้าก็แย่........มากๆ เคยเกิดวิกฤตตรงนี้กับหน้าตัวเองเหมือนกันคือ จะเล่าให้ฟัง
คือ ย้อนไปสมัยเรียนปี4 (ไม่กี่ปีเองนะ) ก็แต่งหน้าทารองพื้นแต่เช้า
ออกนอกบ้านไปเรียน ตั้งแต่ 9 โมงเช้า กลับบ้าน 2-3 ทุ่ม โบกรองพื้นทาแป้ง ค้างไว้หลายชั่วโมง
แล้วคิดว่า ระยะเวลา12 ชั่วโมงที่ไม่ได้ล้างหน้า และไม่ใช่แค่วันสองวัน เราเรียนกันหลายเดือนๆสะสมกันไป
 ลองนึกภาพดูสิ และแต่ละวัน เธอคิดว่าบนหน้าของเรานั้นมีแค่รองพื้นเท่านั้นหรือ???

หึหึหึ เธอคิดผิดละ ใน 12 ชั่วโมงที่ไปผจญภัยนอกบ้าน ผิวหน้าเธอต้องเจออะไรมากมายในชีวิต
อาทิเช่น  เอาแบบซอฟๆเลยนะ แค่สมมติพักเที่ยง โอ้ยหิวข้าวจัง เดินไปกินข้าวเที่ยงตามสั่งดีกว่า
-----  แค่เดินบนนถนน ระหว่างทาง สิ่งที่เจอก็คือ ควันรถยนต์  พ่นๆ ใส่หน้า
+ เจอแดดเมืองไทย โอ้โหห อย่าให้จินตนาการ
นี่เดินอยู่ริมถนนใน กทม ชั้นนึกว่าอยู่ทุ่งซาฟารีกลางประเทศเคนย่า  หน้ามันเยิ้มย้อย
เครื่องสำอางค์ที่แต่งมาแต่เช้า พอผสมกับ ความมันบนใบหน้าอีก คือสุดยอดความวิกฤตยกกำลังสอง

+ พอไปถึงร้านอาหารละ บางร้านคือ ถ้าไม่ใช่ร้านดีดี หรูๆ ธรรมดาๆ ตรงครัวกับโต๊ะกินข้าวก็ไม่ค่อยจะห่างกันเท่าไหร่
บางที เจ้าป้าผัดกับข้าวนั่นนี่โน่น ควันลอยฉุยเข้าหน้าเราอีก

นี่แค่กลางวันอย่างเดียวเองนะเนี่ยเธอ ยังไม่รวม เช้า กับ กลางคืน และอื่นๆที่เธอต้องไปเผชิญชีวิตอีก
แถมกลับมาบ้านล้างหน้าไม่สะอาดจริงอีก โดยที่เราไม่รู้ตัว

สิ่งที่ตามมาคือ
 = สิวอักเสบ + สิวอุดตัน (เยอะมาก) + หลังล้างหน้า รู้สึกได้เลยว่า หน้ากร้านๆ ดูไม่เปล่งปลั่ง ดูโทรม บอกไม่ถูก

ถึงแม้จะบำรุงผิวดี ใช้ครีมดีดี แต่ทำความสะอาดผิวแย่ ก็ไม่ช่วยอะไรนะเธอ



โอเคย์ แน่นอนว่า เราต้องมีผลิตภัณฑ์ที่ช่วยกู้ผิวหน้าของเรา
นั่นคือนี่เลย  Neutrogena Deep Clean Foam




เจ้าตัวนี้จะเป็นตัวช่วยตัวนึงที่จะกอบกู้หน้าของคุณให้สะอาดจริงๆ

เอาจริงๆเราใช้โฟมล้างหน้าของนูโทรจีน่ามาหลายสูตรมาก ทั้งสูตร clean foam รุ่นก่อนๆหน้านี้ สูตรที่เป็นหัวปั๊มเกลียวขาว - เกลียวดำ
สูตรหลอดเจล ใช้มาตั้งแต่เรียน ม.ปลายละ   เอาเป็นว่า เป็นแฟนพันธุ์แท้ที่ล้างหน้าของนูโทรจีน่าเลยก็ว่าได้ แต่สำหรับบลอคนี้
จะขอพูดถึงสูตรนี้ละกันเนาะ



ก็สำหรับเจ้าล้างหน้าตัวนี้จะเป็นตัวเนื้อโฟม ที่ช่วยทำความสะอาดผิว



มีปริมาณมาให้ 100 กรัม ซึ่ง เยอะพอควรอยู่นะเธอ ใช้ได้เป็นเดือนๆเลย
(เว้นแต่ว่าเธอจะเอาไปอาบน้ำแทนสบู่ haha คิดว่าคงไม่มีใครทำแบบนั้น)



เมื่อเทียบกับขนาดมือ ก็ประมาณนี้ ( ถ้ามือผญ. หลอดอาจใหญ่กว่านี้เนอะ )





ส่วนด้านหลังตรงนี้คือ เค้าเป็นคำเคลมบนหลอดเอาไว้ สรุปได้ว่า
-  สามารถขจัดสิ่งสกปรกได้ล้ำลึกจริงๆ
- ช่วยลดความมันบนผิวหน้าได้ดี



 Product Claim จากทางแบรนด์ :  สะอาด โล่ง จนเหมือนผิวหายใจได้ และ Deep Clean Foam สามารถทำความสะอาดล้ำลึก 99%
ทั้งสิ่งสกปรก ความมัน และ แม้แต่ มลพิษซ่อนลึก + ควบคุมความมันส่วนเกินได้ถึง 8 ชม



แหม๋ เคลมซะแรงเล่นเอาตกกะใจขนาดนี้ ซึ่งเดี๋ยวเราจะมาพิสูจน์กันว่าจะเคลมเวอร์วังเกินไปรึปล่าว
 เพราะว่าส่วนตัวแล้วเนี่ย เป็นคนที่มีสภาพผิวมัน มัน มากกก + เป็นสิวง่ายด้วย
ฉะนั้น สูตรนี้นึงเหมาะกับเรามาก  // เดี๋ยวเจอกันๆ



นี่คือตัวเนื้อโฟมเมื่อบีบออกมา จะเป็นเนื้อขาวๆเนียนๆ ไม่มีเม็ดบีท เม็ดสครับใดใดทั้งสิ้น
ส่วนกลิ่นนั้นจะเป็นกลิ่นเย็นๆ ตามสไตล์ neutrogena ถ้าใครเคยใช้น่าจะพอนึกออก









ถ้าเราเอามือเปียกน้ำ ถูกับโฟม ก็จะมีลักษณะประมาณนี้ จะไม่มีฟองเกิดขึ้นบนผิวหน้าแต่อย่างใด







แต่ถ้าใครอยากให้มีฟองฟูๆ แนะนำให้ใช้อุปกรณ์ทำฟอง มาตีกับโฟม ก็จะได้ฟองประมาณนี้เลย







คือ ฟองฟูมาก ฟองเยอะและแน่นมาก ใครชอบฟองแน่นๆแบบนี้
แบบ ไม่ชอบเอามือถูหน้ามากๆ กลัวหน้าเหี่ยว ก็ลองใช้วิธีนี้ดู
ตีฟองให้ฟูๆแล้วเอาฟองมาโปะๆบนหน้า ให้ทั่วหน้า แล้วทิ้งไว้แป๊บนึง แล้วค่อยล้างออก
ไม่ต้องถูเลย โฟมก็จะช่วยทำความสะอาดหน้าได้ดีมากเช่นกัน




ล้างเสร็จแบ๊วว หน้าสดใสมาก




เดี๋ยวเรามาดูผลกันดีกว่า ว่าเป็นอย่างไร




นี่ก็คือก่อน และ หลังล้างหน้า จะเห็นได้ว่าหลังล้างแน่ นอนนอนว่าผิวสะอาดขึ้นมากๆ ดูเกลี้ยงเกลา
(ถึงแม้จะมีสิวบ้างหน่อยก็เถอะ เผอิญช่วงนี้กำลังใช้เซรั่มรักษาสิวอยู่ สิวเลยขึ้นเป็นธรรมดานะยูว์)

อีกอย่างที่เห็นได้ชัดคือ ผิวดูเปล่งปลั่ง และ ดูไบรท์ขึ้น จากก่อนแรกที่ดูเหมอืนโดนของ ดูหมองๆไม่สดใส


ภาพเปรียบเทียบผิว ตามนี้เลยจ้า

เรามาดูตามคำเคลมที่เค้าบอกไว้บนหลอดกัน ตามที่ว่าไว้ด้านบนคือ

-  สามารถขจัดสิ่งสกปรกได้ล้ำลึกจริงๆ
เอาจริงๆ โฟมตัวนี้ขจัดสิ่งสกปรกได้ดีมาก ไม่จำเป็นต้องเป็นรุ่นนี้ รุ่นอื่นที่เราเคยใช้ก็ทำความสะอาดได้ดีเช่นกัน
แต่ถ้าเป็นรุ่นนี้ คือ เราไม่ต้องใช้ระยะเวลาล้างนาน ไม่ต้องทิ้งโฟมไว้บนหน้านาน
เอาจริงๆเลยคือ ไม่จำเป็นต้องใช้มือนวดๆ ถูๆเลยก็ได้ แค่ป้ายโฟมให้ทั่วหน้า ทิ้งไว้สัก 10-15 วิแล้วล้างออก
แค่นี้ก็โอแล้ว  คือตัวโฟมสามารถทำความสะอาดได้ด้วยตัวของมันเอง

แต่ไม่แนะนำให้ทิ้งไว้บนหน้านานเกินไป เพราะมันจะทำให้หน้าเราแห้งเกิน และอาจจะทำให้สูญเสียน้ำใต้ชั้นผิวได้
เพราะโฟมตัวนี้พอล้างหน้าออกแล้ว หน้าจะแห้ง เพราะเค้าจะช่วยในการดูดซับความมันบนหน้าออกไปด้วย

ตอนล้างหน้าอาจจะรู้สึกเหมือนกับมันเอี๊ยดๆ นิดนึง เหมือนเวลาเราล้างจานแล้วเอี๊ยดๆประมาณนั้น
แต่ไม่ทำให้หน้าตึง หรือ หน้าแห้งเลยนะ ซึ่งตรงนี้สอบผ่าน
เพราะปกติถ้าใช้โฟมตัวไหนแล้วหน้าตึง หรือ แห้ง หลังจากการใช้ รู้สึกไม่สบายผิว
 เราจะขอ say goodbye ทันที
เพราะเคยเจอมาแล้ว ใช้โฟมแบบนี้แล้ว ทำให้สูญเสียน้ำใต้ชั้นผิว ผิวขาดน้ำ
สิ่งที่ตามมาคือ "สิวอักเสบ" เยอะมาก ขึ้นไม่หายสักที


เดี๋ยวมาดูพิสูจน์กันแบบแน่นๆเลย




ซ้ายเป็นสภาพสำลีที่เช็ดหน้าก่อนที่เราจะไปล้างหน้ากัน ด้วย Neutorgena Deep Clean Foam
คืออันนี้ไม่ได้แต่งหน้านะ เพราะถ้าแต่งหน้า เช็ดออกมาก็จะเป็นคราบรองพื้น แป้ง จะไม่เห็นความต่างของสีสำลีเท่าไหร่

เลยออกจากบ้านหน้าเปล่า ตอนที่ออกไป เวลาประมาณเที่ยงๆกว่าๆ
ขี่จักรยาน ไปกินข้าวนอกบ้าน - ร้านอาหารตามสั่งถูกๆ ได้ฟิลลิ่งร้อนๆแดดเมืองไทยดี haaaa
เสร็จแล้วก็กลับบ้านมาวิ่งเล่นกะหมาที่บ้านนิดหน่อย แล้วก็มาทำรีวิว


ก็เช็ดหน้า ด้วยโทนเนอร์ก่อนทีนึง ได้สภาพตามรูป คือจะเห็นได้ว่า นี่แค่ฉันออกนอกบ้านไปกินข้าวแล้วกลับมาเล่นกะหมา
แค่เนี่ย แค่เนี๊ยยยย สำลีดำแล๊วว  คือถ้าทั้งวันนี่ ไม่อยากจะนึกสภาพว่าจะดำขนาดไหน
ส่วนอันซ้ายคือ พอล้างหน้าเสร็จ ก็ทำการเช็ดอีกรอบด้วยโทนเนอร์ เพื่อเช็คความสะอาดว่า สะอาดชัวร์รึปล่าว
ก็จะเห็นว่าสำลีสะอาดใสกิ๊ง ในกิ๊ง สะอาดจริง


ฉะนั้นในเรื่องของการทำความสะอาดผิว ถือว่า "สอบผ่าน" ไฟเขียว
คำเคลมเชื่อถือได้จ้า




คำเคลมที่ 2

- ช่วยลดความมันบนผิวหน้าได้ดี

ถ้าเราสังเกตุจากภาพ (ภาพนี้ไม่ได้แต่งหน้าเลย ไม่ได้ทาอะไรลงบนหน้าทั้งสิ้น)
 คือ หลังจากผ่านไป 2 ชม. นั้น ผิวหน้ามีความมันขึ้นมานิดหน่อย
แต่พอผ่านไป 4 ชม ความมันก็เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ยิ่งเทียบกับหลังล้างหน้าใหม่ๆ
แต่พอผ่านไป 6 ชั่วโมง ผิวหน้ากลับไม่ค่อยมันมากขึ้นไปกว่าตอน 4 ชั่วโมงสักเท่าไหร่
ถือว่าช่วยในเรื่องของการคุมมันได้ค่อนข้างดีทีเดียว เพราะปกติ แค่สองชั่วโมงนั้น
หน้าก็เยิ้มย้อยหนักมากยิ่งกว่านี้อีกเธ๊ออ


ซึ่งโดยภาพรวมนั้นถือว่า ยังไม่พินาศ นี่ขนาดไม่แต่งหน้านะเนี่ย
ปกติถ้าไม่แต่งหน้า แล้วกล้อง HD ขนาดนี้ จะเป็นโรคหงอยกล้อง
ไม่กล้าสู้กล้อง แต่ลองดู เอ๊ออ ก็ยังรอดอยู่


และคำเคลมจากทางแบรนด์นั้นที่ว่า

 Product Claim จากทางแบรนด์ :  สะอาด โล่ง จนเหมือนผิวหายใจได้ และ Deep Clean Foam สามารถทำความสะอาดล้ำลึก 99%
ทั้งสิ่งสกปรก ความมัน และ แม้แต่ มลพิษซ่อนลึก + ควบคุมความมันส่วนเกินได้ถึง 8 ชม



คำเคลมนี้ น้องป๋อมให้ผ่านคร่าา โดยเฉพาะเรื่องความสะอาดล้ำลึก อันนี้สะอาดจริงๆ

ซึ่งเดี๋ยวมีคนมาเเย้งว่า เอ๊า ไหนบอกช่วยควบคุมความมันบนหน้าได้ถึง 8 ชั่วโมง
ทำไมหล่อนแค่ 4 ชั่วโมงก็หน้ามันซะละ

คือเธอคะ ตื่นคะ เฮ่ลโหลลล // เธออยู่ประเทศอะไรคะ ตอบ : ???
"ประเทศไทย" คือ นี่ไม่่ขนาดไม่แต่งหน้า 6 ชั่วโมงได้ขนาดนี้ นี่ก็หรูเริศอลังการวิริศมาหราแล้วนะเธอ
คือขนาดแต่งหน้า ทาไพรเมอร์คุมมัน ทารองพื้นคุมมัน ทาแป้งคุมมัน ทาสีทาบ้านคุมมัน (เอ๊ะ)
อยู่เมืองไทย ฉันให้เธอเต็มที่ 3 ชั่วโมง หน้าเธอก็กระทะหอยทอดแล้วล่ะ
ซึ่งเมื่อเที่ยบกันนี่ถือว่า โอเคย์มากเลยในเรื่องการคุมมัน
เพราะไม่มีอะไรเลยที่จะช่วยในการคุมมันบนหน้าเราได้ยาวนานขนาดน๊านน
ตราบใดที่เธออยู่ในเมืองร้อนอย่างนี้ ถ้าไม่ใช่แอนตากติก โอ่ยย เพลียเหลื๊อเกิน

ฉะนั้นอันนี้เรา ก็ให้ผ่านเช่นกัน



เอาเป็นว่าก็ไม่มีอะไรมากแล้ว สำหรับการรีวิวโฟมล้างหน้าตัวนี้

สำหรับ Neutrogena Deep Clean Foam




ถ้าใครผิวมัน อยากได้โฟมล้างหน้าที่ช่วยในเรื่องของการควบคุมความมันและ
เน้นในเรื่องของการทำความสะอาดผิว ที่สะอาดผิวได้ล้ำลึกจริงๆ ตัวนี้เป็นคำตอบให้กับคุณได้จ้า
อีช้านคอนเฟริ์ม !!!

ไปล๊าา บ๊ายยบายยย love you






Create Date : 19 สิงหาคม 2557
Last Update : 1 กันยายน 2557 10:32:25 น.
Counter : 29897 Pageviews.

2 comment
รีวิว มาร์คฟองฟู่ bliss oxygen instant energizina mask
ฮายยยยยยยยยยยยย ทุกโค้นน
สำหรับ บลอคนี้เราจะรีวิวมาร์คตัวนึง ซึ่งเป็นมาร์คที่ ใช้แล้ว สนุกมากกก  คือ
bliss oxygen instant energizina mask
หรือที่เรา (ไม่รู้ว่าคนอื่นจะเรียกเหมือนกันรึปล่าว)
เราเรียกว่า มาร์คฟองฟู่ เพราะมาร์คแล้ว มันจะมีฟองฟู่ๆออกมา เอ๊อออ สนุกดีอ่ะ
ใช้แล้วมันส์จริงๆ มันส์มาก 

โอเคย์ เป็นยังไง เราไปพูดถึงกันเลยเนอะ




ก่อนอื่นเลย รูปร่างหน้าตาก็จะเป็นสไตล์ในแบบของ Bliss นั่นก็คือ
เรียบหรู ดูดี ดูสะอาด แบบนี้เลย

ก่อนจะไปพูดอื่นๆ นั้น บอกราคาก่อนเลย เพราะรู้ว่าต้องถามกันแน่ๆ 55
ราคาอยู่ที่ 2,750 บาท ราคาแอบโหดนิดนึง แต่ขอบอกว่าใช้ได้นานมากกก
มีขายที่เคาเตอร์พารากอนจ้า




บรรจุมาในไซส์ 100 ML. ซึ่งขอบอกเลยว่า เยอะมากกกกกกก
เพราะปริมาณในการใช้ต่อครั้งนั้น ใช้แค่ไม่เท่าไหร่เอง





ซึ่งด้านหน้าผลิตภัณฑ์เค้าก็เคลมหลักๆเอาไว้ว่า เป็นผลิตภัณฑ์ทีช่วยในการ
ปล่อยออกซิเจนเข้าสู่ผิวของเรา เพื่อทำการดีทอกซ์ผิว 
(ซึ่งเป็นอย่างไรนั้น เดี๋ยวเราไปว่ากันอีกที)






ด้านนหลังเค้าบอกวิธีใช้ไว้คร่าวเลยว่า 
"จากสปา สู่ผิวของคุณ"
อุ๊วว คือใช้แล้วเหมือนกับว่า ฉันจะทำสปาได้เองที่บ้านเลยรึปล่าว

ให้นวดเจ้าตัวผลิตภัณฑ์ ทาไไปให้ทั่วผิว แล้วก็รอ 5 นาที สามรรถใช้ได้สัปดาห์ละ 3 ครั้งเลย
ซึ่งวิธีการใช้ก็ประมาณนี้ แต่ว่าก่อนใช้ต้องทำความสะอาดผิวหน้าให้สะอาด เกลี้ยงสะก่อนนะตัวเธอ
พอใช้เสร็จ 5 นาทีก็ล้างหน้าออกได้เลยเด้อ





ส่วนตรงนี้ก็จะเป็นหัวปั๊ม ใช้สำหรับปั๊มเอาผลิตภัณฑ์ออกมา ใช้ง่ายดีแล้วก็สะอาดดีด้วย




ส่วนเวลาใช้แล้วเป็นอย่างไร ไปดูกันเลย




ขอบอกว่าเป็นมาร์คที่ใช้แล้วสนุกที่สุดที่เคยใช้มา เพราะดูจากในรูป แกเห็นฟองชิ๊ป่ะ ?
นั่นเเหล่ะ ความสนุกของฉัน 

ดังภาพคือ ภาพแรกเมื่อทาไปที่หลังมือ ยังไมไ่ด้เกลี่ย สภาพจะเฉยๆ 
แต่พอเกลี่ยแล้วแค่แปร้บเดียว ดังภาพคือ 4 วิ จะมีฟองเกิดขึ้น 
ตอนที่กำลังเกิดฟอง จะมีเสียงฟู่ๆ ยุ๊บๆยิ๊บๆ ของฟองที่เกิดปฏิกิริยาขึ้นบนหน้า
พอผ่านไป 10 วิ ฟองจะเยอะมากขึ้น
แต่พอปล่อยระยะเวลาไป 25 วิ ฟองมาเต็มเลยจ้าา

ทั้งนี้ทั้งนั้น ความฟอง ความฟู่ ของฟองจะมากน้อย ขึ้นอยู่กับความชุ่มชื้นในผิวของเรา
ถ้าผิวเราชุ่มชื้นมาก หรือ มีน้ำภายในผิวมาก มันก็จะทำให้เกิดฟองมากขึ้น ตามไป

(ตอนแรกจะถ่ายรูปหน้าให้ดู แต่ถ่ายไม่ทัน มาร์คมันฟูเร็วมากเลยแก 555 เลยต้องถ่ายบนมือแทน -*- )

ส่วนเรื่องของกลิ่นนั้น จะเป็นกลิ่นแบบ ซิตรัส สุดๆ ผลไม้ๆ เปรี้ยวๆ ซึ่งในตัวมาร์คเนี่ย
มีส่วนผสมของพวก วิตามิน C ซึ่งถ้าใครแพ้ตรงนี้ หรือผิวเซนซิทีฟมากๆ คุณอาจจะไม่เหมาะก็ได้เนอะ

(ps.แก มือชั้นเหมือนแรงงานก่อสร้างเลยอ่ะ 555 มือถึกมากก)




ส่วนภาพฟองนี้ เป็นภาพซูมให้เห็นชัดๆถึงฟอง ที่เกิดฟองฟูอย่างเต็มที่แล้ว
ฟองจะละเอียดมาก เเน่นมาก แบบนี้เลย



feeling หลังมาร์คเสร็จ

- ผิวนุ่มขึ้นมากกก จากครั้งแรกที่ใช้ นิ่มเด้งดึ๋งเด้งดึ๋งเลย
- ผิวสะอาดมาก เหมือนได้คลีนผิวอย่างล้ำลึก
- ถ้าใช้บ่อยๆ หน้าจะดูไบรท์ขึ้น กระจ่างใสขึ้น


ข้อเสีย

ถ้าใครแพ้ วิตามินซี หรือ น้ำหอม ก็อาจจะไม่เหมาะได้จ้า



มาร์คตัวนี้เค้าเน้นจุดขายตามหน้าขวดคือ oxigen 
ซึ่ง oxigen ทำไมถึงเป็นจุดขาย แล้ว ดีอย่างไร???

คือถ้าใครเคยเข้าคอสรักษาหน้า สปาหน้า หรืออื่นๆตามคลินิก จะมีพวกคอสการทำหน้าที่
ใช้วิธีการปล่อยออกซิเจนเข้าสู่ผิว
ซึ่งการปล่อยออกซิเจนเข้าสู่ผิวเนี่ย จะทำให้พวก pre-acne หรือ แบคทีเรียที่จะก่อให้เกิดสิวบนหน้านั้นตาย
เพราะเจ้าพวกเเบคทีเรียเหล่านี้ ไม่สามารถมีชีวิตอยู่ในที่ๆมีออกซิเจนสูงได้
คือมันก็เหมือนกับเป็นอีกวิธีการหนึ่ง ที่ทำให้ลด การเกิดสิว 
ก็หมายความว่าเจ้าผลิตภัณฑ์ตัวนี้ก็จะช่วยในเรื่องของการลดการเกิดสิวได้ด้วยเเหล่ะเธอ

และการใช้ตัวนี้ ข้อดีคือ เราสามารถทำเองที่บ้านได้ ไม่ต้องไปคลินิค เสียค่าคอสเเพงๆ
แต่ แต่ แต่ ไม่ได้หมายความว่า คุณจะใช้เจ้าตัวนี้เป็นตัวหลักในการกำจัดสิวนะ 
เพราะนอกจากแบคทีเรีย และยังมีอย่างอื่นอีกที่เป็นปัจจัยทำให้เกิดสิวอีกด้วยเช่น
อาจจะพักผ่อนน้อย , ปล่อยให้หน้าอุดตันเครื่องสำอางค์ หรืออื่นๆ เป็นต้น 
ก็เป็นแค่เพียงปัจจัยเล็กๆปัจจัยหนึ่งที่ช่วยในการลดการเกิดสิวได้จ้า


ฉะนั้นขอจบการรีวิวแต่เพียงเท่านี้จ้าที่รัก.........บายยยย














Create Date : 10 พฤษภาคม 2557
Last Update : 11 พฤษภาคม 2557 14:31:02 น.
Counter : 5757 Pageviews.

0 comment
รีวิว Nivea body lotion extra whitening skin conditioner
  เอาหล่ะ ก่อนอื่นอันใด ก็ต้องขอกราบสวัสดีทุกๆท่าน ที่เข้ามาอ่านรีวิวนี้
สำหรับรีวิวในครั้งนี้ เป็น NIVEA โลชั่น ชนิดล้างออก ซึ่งเป็นอะไรที่ hot hit ชื่อเสียงเรียงนามเลื่องลือ กับเจ้าสูตรแรก ที่ออกมาเมื่อปีที่แล้ว และตอนนี้ ก็ออกมาอีกสูตรหนึ่งแล้ว ซึ่ง เราจะมาพูดถึงกัน

หน้าตา เป็นอย่างงี้เลยตัวเธอ



หน้าตาก็จะเหมือนกับสูตรเก่า แต่ต่างกันตรงสี คือสูตรเก่าจะเป็นสีน้ำเงิน แต่ตัวนี้จะเป็นสีขาว 



ซึ่ง เรามาดูกันที่หน้าฉลากดีกว่า
เค้าก็เขียนบอกบรรยายเล็กๆน้อยๆเบาๆ ว่าเป็น skin conditioner 
ซึ่ง skin conditioner คืออะไร หลายคนน่าจะรู้แล้ว  แต่
สำหรับใคร ที่ยังเกิดอาการ งง งง ก่ง ก๊ง นึกไม่ออก ซี๊เเหง๋แก๋แน่ๆ
อธิบายง่ายๆ ให้เห็นภาพคือ อาทิเช่น เราสระผม หลังสระผม เราลงครีมนวด ให้ผมนุ่ม
อ๊าาาห์  อันนี้เหมือนกัน เราฟอกสบู่ หลังฟอกสบู่ เราลงครีมนวด แต่เป็นครีมนวดตัว เพื่อให้ผิวตัว ผิวกาย นุ่มนิ่ม
คือๆ กันเลย ไม่งง เนาะตัวเธอ

เค้าบอกว่าเจ้าตัวนี้ เป็นสูตรที่เหมาะสำหรับ ผิวคล้ำเสียจากแดด เนื่องจากมี vitamin c ถึง 50 เท่า
แล้วเจ้าวิตามินซีนี้ มาจากไหนหล่ะ ............ เดี๋ยวเรามาว่ากัน





เจ้าวิตามินซีนั้น ก็มาจากสิ่งที่เรียกว่า Camu Camu Fruit ซึ่งเป็นสิ่งที่เค้าเน้นเป็นจุดขายชูโรง แปะอยู่หน้าผลิตภัณฑ์
แล้ว คามู คามู นี่คืออะไร หน้าตาเป็นอย่างไร และ มันช่วยอะไร เรามาดูกันเลยย




(ภาพจาก : www.tastyhealthproducts.com)

และสิ่งนี้ก็คือ ผล คามู คามู ฟรุต
ซึ่งเจ้าผลนี้ จะพบมากในประเทศแถบ อเมริกาใต้ อย่างเช่น บราซิล - เปรู 
ซึ่งเจ้าผลนี้ มีประโยชน์เยอะมากกกกกกกกกกเลยเธอ เช่น
ใช้รักษาอาการหวัด , บรรเทาโรคในระบบทางเดินอาหาร , ใช้รักษาเเผล , ใช้แก้โรคไขข้ออักเสบ เป็นต้น

เเต่ถามว่า มันมีส่วนสำคัญ และ จำเป็นที่เค้าใช้ในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางค์อย่างไร

anti-oxidant หรือสารต้านอนุมูลอิสระที่เรียกว่า Polyphenol ในปริมาณที่สูงมาก ซึ่งแน่นอนว่า
สามารถต้านสารอนุมูลอิสระได้มากๆ ก็จะทำให้ผิวของเรานั้นขาว กระจ่างใสได้อย่างได้ผล และยังช่วยในเรื่องของริ้วรอยได้อีกด้วย

ทำไมต้อง Camu Camu??

นั่นสิ ทำไมต้อง คามู คามู ในเมื่อเราก็รู้ว่า ผลไม้หลายๆตัว มีสารวิตามินซีสูงๆ อยู่ก็มากมาย เช่น ส้ม , มะนาว แต่ทำไมต้องใช้เจ้าคามู คามูด้วย
ซึ่งก็ได้ไปสืบค้นข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ ผลบอกว่า 
ถ้าเปรียบเทียบกับมะนาวแล้ว มีวิตามินซีธรรมชาติมากกว่าถึง 60 เท่า 
ดังนั้น เครื่องสำอางค์ที่เน้เนเรื่อง whitening ที่ต้องการได้ผลอย่างเต็มประสิทธิภาพ ก็จะเน้นสารสกัดจาก Camu Camu  มาเป็นส่วนประกอบ






วิธีใช้ก็ใช้ตามฉลากหลังขวดเลย 

แต่ที่สำคัญ ต้องระวังรตามที่เค้าบอกไว้ในกรอบสีน้ำเงินด้านล่างนะ
ใช้เสร็จแล้ว เคลียร์พื้นห้องน้ำด้วย เดี๋ยวใครเข้าห้องน้ำต่อจากเราแล้วลื่นล้ม หัวทิ่ม 
จะยุ่งกันใหญ่




ต่อมาเรามาดูเนื้อครีมกันเลยดีกว่า เป็นเนื้อครีมสีขาว แบบนี้ มีกลิ่นหอมหวน ตามสไตล์ของ Nivea  เราก็ทาเนื้อครีมลงบนผิวที่เปียก





จากนั้น เราก็เกลี่ยให้ทั่วผิวของเรา แบบนี้ ทาให้ทั่วตัว โดยที่เราไม่ต้องพอก ค้างทิิิ้งไว้นานๆหลายนาที




จากนั้น เราก็ล้างออกด้วยน้ำสะอาดให้หมด ซึ่งจากในรูปจะเห็นว่า เเค่ปล่อยน้ำผ่านครีม ไม่ได้ใช้มือในการถู เอาตัวครีมออกไป
ครีมก็สามารถหลุดออกได้อย่างง่ายดาย โดยที่ไม่ต้องใช้เวลาถูหลายรอบ หรือขัด ขัด ขัด มากเกินไป 





ล้างออกให้สะอาดเล้ยยยยยย 




ก่อนใช้ และ หลังใจ ซึ่งดูจากในรูปอาจจะไม่เห็นผลความแตกต่างสักเท่าไหร่ แต่เมื่อใช้จริงแล้ว ผิวนุ่มมากๆ เมื่อเทียบกับยังไม่ได้ใช้
และผิวเปล่งปลั่ง เนียนเวอร์ 


สิ่งที่ประทับใจ
1. ล้างเนื้อครีมออกง่ายมากๆ ไม่ต้องใช้ระยะเวลานาน 
2. ผิวนุ่มจริง หลังใช้
3. ไม่เหนอะหนะผิวเลย ถึงแม้ว่าเหงื่อจะออกก็ตาม และไม่ติดเสื้อผ้าด้วย




ถ้าใครสนใจ สามารถหาซื้อได้ที่ห้างสรรพสินค้า  ทั่วไป มีขายหาซื้อได้ง่ายมากจ้า

พบกับ นีเวีย ไวท์ โลชั่นชนิดล้างออก ผลิตภัณฑ์ใหม่ของนีเวียได้แล้ววันนี้

* ขนาดบรรจุ 100 มล. ราคา 75  บาท

* ขนาดบรรจุ 250 มล. ราคา 155 บาท

* ขนาดบรรจุ 400 มล. ราคา 199 บาท


ยังไงก็ อย่าลืมไปหามาใช้ ให้ผิวนุ่มเด้งกันถ้วนหน้าเลยน๊าทุกคน บ๊ายบายยยยยย ^.^

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------




Create Date : 13 เมษายน 2557
Last Update : 28 เมษายน 2557 16:49:56 น.
Counter : 1478 Pageviews.

1 comment
1  2  3  4  

lepommz
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 287 คน [?]







 photo E2A0E070E270E190_zpsf35f0ca3.jpg Counter Start on 30 NOV. 2012
New Comments