Group Blog
  •  
  •  
  •  
  •  
  •    
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
All Blog
รีวิว รองพื้น revlon color stay vs revlon photo ready ตัวไหนเริศกว่ากัน




เผอิญตัวนี้ไม่ได้ทำบลอคน๊ะจ๊ะ มีแต่แบบวีดีโอ ยังไงก็ ตามไปดูในแบบวีดีโอน๊ะจ๊ะ





Create Date : 24 กุมภาพันธ์ 2556
Last Update : 24 กุมภาพันธ์ 2556 16:31:49 น.
Counter : 27266 Pageviews.

1 comment
รีวิว รองพื้น makeup forever hd foundation
ได้ฤกษ์รีวิวรองพื้นตัวนี้สักที หลังจากใช้มาเป็นปี จนใกล้จะหมดแล้ว หุหุ
เป็นรองพื้นอีกตัวในกรุ ที่หยิบมาใช้บ่อยมาก คือ สีมันแมทซ์กับผิวเรามาก
และก็ ถ้าวันไหน นึกอะไรไม่ออก ไม่รู้จะใช้ตัวไหน ก็เลยหยิบตัวนี้มาใชั้บ่อยๆ
สนน.ราคา ที่ 2000 กว่าๆ (เคาเตอร์ไทย) แต่ถ้าราคาเมกา ประมาณ 1200 บาท (ถ้าเทียบเงินไทย)
ราคาต่างกันมาก ซึ่งเราซื้อมาจากเมกาจ๊ะ คริคริ รวมขนส่งเบาๆ ได้มา 1300  บาท (ฝากน้องที่รู้จักกันซื้อมาให้)

มาเริ่มต้นกันที่ แพกเกจจิ้งเลยยยดีกว่า เพื่อให้ไม่เสียเวลา เบิ่งงงงงงง



เป็นรองพื้นที่มีขวดสองชั้น และมีฝาสีดำ ใหญ่ๆ ปิดอยู่
ซึ่ง ไม่ชอบเลยยยย ทำขวดสองชั้นก็ดูสวยอยู่อ่ะ แต่ว่ามันใหญ่ กินเนื้อที่มาก เวลาเก็บใส่กล่องเครื่องสำอางค์
คือ อันอื่นๆจะเล็กๆอยู่ในไซส์เดียวกัน แต่อันนี้จะทะลึ่งใหญ่กว่าชาวบ้านเค้า -*- เวลาปิดกล่อง ก็ปิดลำบาก



เปิดออกมา มีฝาหัวปั๊มให้น๊ะจ๊ะ ชอบมากก มันเริศตรงนี้ล่ะ !
เพระาว่าหลายๆแบรนด์ เช่น mac , bobbi brown , nars ไม่แถมหัวปั๊ม
ต้องซื้อหัวปั๊มแยก 200-300 บาท อะไรอย่างเงี่ยอ่ะแก รำคาญมากเลย
สุดท้ายชั้นก็ไม่ซื้อนะหัวปั๊มแยกอ่ะ เทเอา 55+ เปลืองตังค์


ด้านหลังก็เขียนเอาไว้ว่า อะไรอย่างไร ยังไง เกี่ยวกับรองพื้นตัวนี้เช่น นางบอกว่า ให้เขย่าก่อนใช้
บรรจุ 30 ml.  เปิดใช้งานได้ 12 เดือน (อั๊ยย๊ะ เพิ่งรู้ว่าใช้ได้แค่ปีเดียว แต่ฉันใช้มาปีกว่าแล้ว แต่ไม่เป็นไร เพราะว่า สีและกลิ่น ยังไม่เปลี่ยน ยังใช้ต่อได้ โฮ๊ะๆ )
และก็ ผลิตในฝรั่งเศส



ด้านล่างขวด เป็นเบอร์ของรองพื้น ของเราใช้เบอร์ 125
(เป็นคน nc30 แต่ผิวหนักไปทางส้มๆ+มีทิ้นท์ชมพูในผิวหน่อย เลยต้องใช้เบอร์นี้ แต่ถ้าใครผิวหนักไปทางเหลือง ไม่มีทินท์ชมพูเลย กระโดดไปเบอร์ 140 เลยจ้า อันนั้นเหลืองเลยจ้าาา)



เนื้อรองพื้น เป็นรองพื้นที่ ไม่แมทซ์ และก็ไม่ให้ความวาว (ที่ให้ในรูปว่าวาว เพราะว่า สะท้อนเเฟลชจ๊ะที่รัก)
คือเอาง่ายๆว่า เป็นรองพื้นที่ formula ที่ไม่เอียงซ้ายหรือเอียงขวา ไปฝั่งใดเลย
หนังหน้าเป็นอย่างไร ทาแล้วได้อย่างนั้น
เกลี่ยง่ายยยยยยย ถ้าใช้แปรงเกลี่ย จะค่อนข้างใช้รองพื้นเยอะหน่อย แต่หน้าเป๊ะอยู่ๆ
แต่ถ้าใช้มือในการเกลี่ย รองพื้นจะเป็นผิว สวยมากๆ ดูไม่หนา ส่วนตัวชอบใช้นิ้วเกลี่ยมากกว่านะกับรองพื้นตัวนี้





เห็น before- after แล้ว
คราวนี้เรามารีวิว กันแบบเจาะลึกเลยดีกว่า
เริ่มจาก คำเคลมก่อน
ที่ขวด นางเขียนไว้ว่า HD-foundation
คือ ถ้าแกใช้รองพื้นตัวนี้ของเดี๊ยน เดี๊ยนมั่นใจว่า จะปกปิดอย่าง HD หน้าหล่อนจะ เนียนกริ๊บเวอร์
>>>>>>>>>>>>>>> ไม่เจงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง
>>>>>>>>>>>>>>> หลอกดาวววววววววววววววววววววววววววววววววว
คือ นางก็ปกปิดนะ แต่ไม่ถึงกับกริ๊บบบบเวอร์ ดูจากในรูป after พวกรอยสิว ยังเห็นอยู่เลยนะนางเดี๊ยน
คือเป็นรองพื้นที่ medium-full coverage แต่ส่วนตัว คิดว่ามันค่อนไปทาง medium มากกว่า
ในรูปเกลี่ยด้วยนิ้วนะ แต่ก็ใช้รองพื้นในปริมาณที่ เกือบจะเยอะนะ
คือถ้าแกจะปกปิดแบบ full coverage เนียนเป๊ะเวอร์ คือ ต้องปกปิดให้ได้เหมือนกับ เลฟลอนฝาดำ อย่างงั้นอ่ะ ถึงจะ full coverage จริงๆ
ฉะนั้น คำเคลมว่า hd ของหล่อนนั้น ฉัน ไม่ให้ผ่านนนนจ๊ะ โกหกจ๊ะ !
ฉันยังต้องใช้คอนซิลเลอร์อยู่เลยยยยยยนะเธออ

ต่อไป ตกร่องมั๊ย?
>>>>>>>>>>>>>>>นิดหน่อย ระหว่างวันถ้ารูขุมขนบานๆอย่างเรา ถ้าอยู่ในบ้าน หรือในห้องแอร์ หรือไม่ได้ไปพจญภัย ทัวร์นรกล่ะก็ ถ้าหน้ามัน ก็ตกนิดนุง ไม่น่าเกลียด ยอมรับได้
แต่ถ้าไปพจญภัยมาละก็ เยิ้มมอยู่น๊ะจ๊ะ แต่ก็ไม่น่าเกลียด ยอมรับได้ ใช้ทิชชู่ซับเอา หน้าก็กลับมาสวย เปรี้ยว เฟี้ยวเงาะเหมือนเดิม

ต่อไป ติดทนมั๊ย?
>>>>>>>>>>>>>>> ทนเกือบ ทั้งวัน ให้แค่คำว่าเกือบ เพราะว่า ถ้าไปพจญภัย เช่น ไปงานรับปริญญา ไปเดินเจเจ-ประตูน้ำ ไปเดินร้อนๆอ่ะ
ก็ไหล และ หลุดนะ ประมาณ 70เปอร์เซนต์ ที่ยังอยู่ดี อีก 30 หายไปกับเหงื่อ-ความมัน-ทิชชู่-กระดาษซับมันจ้า



จะเห็นได้ว่า finish look กับ สามชั่วโมงผ่านไปแตกต่างกันมาก ในเรื่องของความมัน  ความจริงพอเข้าชั่วโมงที่ 2 ไป ก็ควรจะซับมันได้แล้วอ่ะ ตอนชั่วโมงที่3 หน้ามันเยิ้มมาก ไม่ไหวๆ
ps.ผิวหนังจริงมันกว่าในรูปอีกนะ
สีไม่ดรอป และก็ ถึงแม้ว่าหน้าจะมันจริง แต่มันแบบ สวยอ่ะ มันเด้งๆ ไม่เยิ้ม ไม่เป็นคราบ เลิศอยู่
ยอมรับได้

สรุป จ้าสรุป

1 เป็นรองพื้นที่เหมาะกับคนที่ผิว ยังไงก็ได้ ทาได้ทุกสภาพผิว
2 ปกปิดปานกลาง - เกือบมาก (ยังไม่ที่สุด)
3 ไหลเบาๆระหว่างวัน
4 หลุดบ้างระหว่างวัน แต่ไม่เยอะจนน่าตกใจ ถือว่าโออยู่
5 เหมาะกับการทา everyday look ได้ (เกลี่ยนเบาๆใช้นิ้วเกลี่ย ก็จะได้ รองพื้นที่ไม่หนามาก)
   หรือทาไปออกงาน ก็ได้ (ใช้รองพื้นเยอะๆ ใช้แปรงเกลี่ยน หน้ากริ๊บอยู่นะเธอ)
   เอาเป็นว่า ทาไปไหนก็ได้ ซื้อมาใช้แล้วคุ้มมมม


ความพึงพอใจ    7 / 10
ที่หักเพราะว่า มันไม่ทน แอบหลุด และ นางบอกว่า hd แต่ใช้จริง ไม่ได้ hd ขนาดนั้น แต่โดยรวม ถือว่า โอมาก ๆ


---------- ขอจบการรีวิว ด้วยปะการฉะนี้ --------------



Create Date : 24 กุมภาพันธ์ 2556
Last Update : 24 กุมภาพันธ์ 2556 17:00:09 น.
Counter : 82332 Pageviews.

2 comment
รีวิว รองพื้น Estee Lauder Stay In Place อย่างละเอียด
รีวิว รองพื้น Estee Lauder Stay In Place อย่างละเอียด

ก่อนอื่นต้องบอกว่า เป็นรองพื้นที่ อยากซื้อมานานมาก เพราะว่ามันมีกระแสออกมา ระบื้อ ระบึง มากๆ ตอนที่เข้าไทยใหม่ๆ หลายคนพูด หลายคนถามว่า ใช้ยังจ๊ะเพ่ ใช้ยัง !?!?!
ก็เลยไปตำมา ที่เซนทรัลลาดพร้าว สนน ราคา 1600 บาท ไม่ลด ไม่อะไรทั้งสิ้น เพราะถ้าลด ต้องใช้ point ของ the one card 100 แต้ม ซึ่งมีแต้มไม่ถึง หรือ อาจจะใช้สติ๊กเกอร์ในการลด ซึ่งก็ไม่มี -*- เลยต้องจ่ายเต็มราคา ถ้าจะให้รอ แบบลดราคา 10-15 เปอร์เซนแบบปกติ ก็ไม่รู้จะต้องรอถึงเดือนไหน เมื่อไหร่ และ กลัวว่าของจะหมด เพราะว่า ได้ลากสังขารไปซื้อถึง 2 รอบ ในหลายๆห้าง ของหมดจ๊าาาาาาาา -*- รอบนี้มีของ เลยต้องรีบซื้อเลย



(ภาพจาก : //www1.bloomingdales.com เนื่องจากขวดตัวเองทำตกพื้น หล่นบิ่น ไม่สวยงาม T.T )



เกริ่นมายาวนาน รู้สึกรำคาญตัวเอง มาเริ่มกันที่ขวดเลย เป็นขวดที่รูปร่างไฮโซโก้เก๋ เมื่อวางเทียบกับรองพื้นตัวอื่นๆ ยี่ห้ออื่นๆบนโต๊ะเครื่องแป้ง เพราะด้วยความที่ฝาขวดสีทอง บวกกับโลโก้สีทอง นั่นเอง พร้อมกับขวดแก้วขุ่นๆ (ซึ่งค่อนข้างคงทน ได้รับการพิสูจน์แล้วจากข้าพเจ้าเอง เพราะทำหล่นพื้น ค่อนข้างสูง แต่ไม่แตก แค่กระเทาะ)






(ขวดของเราเอง มันหล่นจากความสูงประมาณเอวลงพื้น แล้วกระเด้งด้วย อยากจะร้องไห้)




ซึ่งเมื่อคุณเปิดฝาขวดออกมาปุ๊ป สิ่งที่สองที่คุณจะได้รับหลังจากการสัมผัสความสวยงามของขวดรองพื้นตัวนี้ด้วยตาเปล่าของคุณแล้ว นั่นก็คือ กลิ่นนนนนน จ้าาาาา!

กลิ่นแบบว่า พระเจ้า!!! ให้ตายเถอะ กลิ่นแอลกฮอล์ก แรงหึ่งมากกกกก ถ้านึกย้อนไปกับรองพื้นตัวก่อนๆหน้านี้ ที่เคยใช้มา ................... เหมือนกับนี่เลยยยย

" เลฟลอน ฝาดำ "

ใช่แล้ว มันคือเลฟลอนฝาดำ จำแลงมาอยู่ในเอสเต้ ให้ตายเถอะ ฉันอุตส่าห์หนีเลฟลอนฝาดำมาแล้วเพราะกลิ่นนะ ยังมาป๊ะกับเอสเต้อีก เอาฟร่ะ ไหนๆก็ไหนๆ ลองทาเลยแล้วกัน




ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่า เราเป็นคน nc30 ใช้เอสเต้รุ่นนี้สีเบอร์ 37 twany เป็นรองพื้นอันเดอร์โทนเหลือง มีทินท์ความเป็นชมพูนิสสสส นึง เพราะผิวไม่ได้เหลืองซะขนาดนั้น ถ้าคุณเหลืองจริงๆ ลองเบอร์ 36 จ๊ะ (ตอนซื้อ ba จะให้ฉันซื้อเบอร์ 36 แต่ฉันใช้ไม่ได้ เพราะมันเหลืองจริงๆ ba ก็เชียร์ซะเหลือเกิน แต่ยังไง ฉํนก็ไม่อาววอ่ะ ไม่ได้เหวี่ยงนะ แต่คือเรารู้สีหนังหน้าเราไง ว่าเราใช้สีอันเดอร์โทนเหลืองล้วนๆ ไม่มีทินท์ชมพู หน้าเราไม่รอด )


และ เมื่อทาที่ผิว (หน้า) ของเรานะ จะบอกว่า หนาเลยทีเดียว เป็นรองพื้น medieum - full coverage แต่ค่อนไปทาง full coverage ซะมากกว่า ไม่สามารถจริงๆที่จะทำให้บางงงงงได้ ไม่สามารถเลย เป็นรองพื้นเนื้อแมต เหมาะกับคนผิวหน้ามันๆ กระทะทอดไข่อย่างเรามากๆ

ซึ่งทาไปบนหน้าแล้ว กลิ่นก็ยังตามมาหลอกหลอนอยู่ -*- และจะบอกว่า เมื่อเกลี่ยไปปุ๊ป ตอนแรกก็เกลี่ยแบบปถุชน คนทั่วๆไปคือ เกลี่ยแบบใช้นิ้วและลาก รู้สึกว่า มันก็ไม่เหนียวเท่าไหร่นะ เกลี่ยง่ายวุ๊ย (เพราะถ้าเป็นเลฟลอนฝาดำ จะเกลี่ยยากกว่านี้มาก ) มันจะค่อนข้างเหลว ลื่นๆ หน่อย เกลี่ยๆไปจนแก้มฝั่งซ้าย "เกือบ" เสร็จสมบูรณ์ทั้งแก้ม ก็รู้สึกว่า เห๋ยยย มันหนาว่ะ และมีบางช่วงที่ยังปิดรูขุมขน ยังไม่ดี ก็เลยเอานิ้วไปกดย้ำๆ ตรงบริเวณนั้น (เป็นวิธีปกติที่ทำกับรองพื้นตัวอื่นๆ จะไม่ใช่รองพื้นเพิ่ม) พอกดย้ำๆบริเวณนั้น ปรากฏว่า

ให้ตาย!!!!! มันเป็นรอยก้นหอยของนิ้วเลยว่ะ โอ๊ะ ! แล้วพอเป็นรอยก้นหอยปุ๊ป มันแห้งเลยอ่ะ หน้าเป็นก้นหอยเลยอ่ะ ! อะไรเเฟร่ะ 55555+ ก็เลยเอามือไปเกลี่ยๆ แบบลากๆ มันเพื่อให้ก้นหอยหายไป ปรากฏว่า เห้ยยยยยยย!!! รองพื้นเป็นคราบจ๊าาา เละมากจ๊ะ เละ เละ จริงๆ

เลยต้องลบทิ้งแล้วทาใหม่ ทาอีกรอบ ใช้แปรงน๊ะจ๊ะ แปรงแบนๆ ขนซินเซติก ปกติแบบชาวบ้านทั่วไป ก็ทาแต่ ใช้รองพื้นไม่เยอะมาก กลัวหนาา ก็เลยทาไปเบาๆมือ แต่รู้สึกว่า ใช้แปรงทาแล้ว มันนานนนะ กว่ามันจะแห้ง ไม่เหมือนใช้นิ้วเลย เเห้งเร็วมาก แต่ทาไปเรื่อยๆ พอเริ่มเเห้งปุ๊ป (ตอนกึ่มๆ จะแห้งอ่ะ คือ อีกนิสสสนึง ก็แห้งแล้ว เก็ตมั๊ยเอ่ย ? ) ก็เอาแปรงกดๆ ไปอีก เห๋ยยยยยยยยยยยยยยย!!! มันเป็นรอยแปรงงอ่ะ เป็นเส้นๆๆเลย น่าเกลียดมากๆ ก็เลยหยุดแค่ตรงนั้น

** เริ่มหงุดหงิดล๊ะ คือใช้รองพื้นมา เกือบจะ 20 รุ่น ของหลายๆแบรนด์ ไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้มาก่อน คิดว่าเลฟลอนใช้ยากสุดแล้วนะ อันนี้ยากกว่าจ๊า **

เลยปล่อยให้เเก้มด้านซ้ายเป็นรอยแปรงไป ตอนนี้เราเริ่มจับจุดรองพื้นตัวนี้ได้ละ ว่าจะใช้อย่างไรให้หน้าไม่เละ

ก็เลยเกลี่ยแบบปกติ ที่ชีวิตเคยทำทุกวัน นั่นคือ ใช้รองพื้น " น้อยๆ " ใช้นิ้วเกลี่ย ไม่สิ ใช้นิ้วกด กดๆๆ แท๊บๆๆ รองพื้นไป จะไม่ลากเด็ดขาด เพราะรูขุมขนกว้าง ใช้วิธีการกดรองพื้น สวยกว่าการลากรองพื้น
ก็กดๆไปเรื่อยๆ แต่ต้องใช้เวลานำ ทำเวลาหน่อย ประหนึ่งว่าวันนั้น เหลือเวลาอีก 1 นาที แล้วรถโรงเรียนมารับ อะไรประมาณนี้ พอกดไปจนรองพื้นใกล้จะแห้ง หยุดกดทันที ! เดี๋ยวป็นรอยก้นหอยของนิ้วอีก ฉันเพลียมาก

ปรากฏว่า สอบผ่านจ๊าาา!!!!!!!!!!!

ให้ตายเถอะ ฉันรู้แล้วว่าวิธีการเกลี่ยรองพื้นตัวนี้ มันต้องเกลี่ยอย่างไร
ถ้า skill ไม่สูงนี่ เกลี่ยรองพื้นตัวนี้ไม่ได้นะเนี่ย เกลี่ยยากเกลี่ยเย็นเหลือเกิน

พอเกลี่ยเสร็จปุ๊ป มันแห้งแล้ว มันจะมีพวกรอยสิวนิดหน่อย ซึ่งปกติจะไม่ใช้คอนซิลเลอร์ จะใช้รองพื้นเนี่ยเเหล่ะ ลงทับอีกที ที่บริเวณใต้ตา และ รอยสิว

ปรากฏว่า ผลออกมา ไม่สวยงามเท่าที่ควร มันเป็นคราบเบาๆ ตรงบริเวณที่ลงทับ แต่ก็ไม่ได้น่าเกลียดมากเหมือนตอนเกลี่ยทีแรก มาดูผลงานกัน












เป็นอย่างไรบ้าง กับผลงานการเกลี่ยรองพื้น สุดหินนี้ 55
ก็เนียนดีนะ ปกปิดได้ค่อนข้างดีเลยทีเดียว กลบหน้ารังผึ้ง รูขุมขนบานๆ ได้ดีมากๆ
และการคุมมัน ค่อนข้างดีเลยทีเดียว มาดูกัน ว่าเวลาผ่านไป หนังหน้าเป็นอย่างไร


เริ่มทารองพื้นกันตั้งแต่ 10 โมงนะ












(ทารองพื้น โดยไม่ได้ทาแป้ง นะจ๊ะ)

จะเห็นได้ว่า 10 โมง กับ บ่ายโมง หน้ามันขึ้น แต่ ไม่มาก คือ หน้ามันตอน 11 โมง แล้วมันก็หยุดมันอยู่แค่ตรงนั้น พอผ่านไปถึงบ่ายโมง หน้าก็มันเท่ากับตอน 11 โมง ถือว่าการคุมมัน ผ่านนเลยทีเดียว

และเคยทาตัวนี้ ไปเดินสยามตั้งแต่ บ่ายโมง ถึงหกโมงเย็น หน้าก็ไม่มันนะ ซับหน้าครั้งเดียวเองคือ ตอนหกโมง ก่อนกลับบ้าน ถือว่าเริศศศ


เอาล่ะ สรุปเลยแล้วกัน

- เป็นรองพื้นที่ หนา
- เป็นรองพื้นที่ เหม็น แอลกฮอล์ก
- เป็นรองพื้นที่ เกลี่ยยากมากกก ใคร skill การเกลี่ยรองพื้นยังไม่เยอะ ไม่แนะนำอย่าง แรง เพราะจะเป็นการฆ่าตัวเองทางอ้อม แนะนำให้เกลี่ย เลฟลอนฝาดำให้โปรก่อน แล้วค่อยมาเกลี่ยตัวนี้น๊ะจ๊ะ
- ต้องใช้ความเร็วในการเกลี่ยรองพื้น ถ้าใช้นิ้วเกลี่ย ต่อบริเวณเช่น แก้ม 1 ข้าง หรือ หน้าผาก หรือ คาง ไม่ควรเกิน 1 นาที ต้องเสร็จ ถ้าไม่เสร็จและมัวแต่อ้อยอิ่ง คราบลายครามจะมาเยือนน๊ะจ๊ะ
- ถ้าเกลี่ยแล้ว รองพื้นแห้งแล้ว ห้ามกดทับซ้ำอีกเป็นอันขาด ไม่ว่าจะนิ้ว หรือแปรง เพราะมันจะทำให้เป็นรอย
- ข้อบนบอก ถ้าแห้งแล้วห้าม กด อันนี้จะบอกว่า ห้ามลากด้วยเช่นกัน ถ้าเอานิ้วไปลากๆ ถูกๆตอนแห้งแล้ว มันจะเป็นคราบเหมือน เอาชอล์กไประบายสีบนปูนอ่ะ นึกภาพออกมั้่ยเอ่ย เละมาก
- ถ้าเกลี่ยสวยงามแล้ว แรกๆ หลังเเต่งเสร็จ หน้าจะเเมทๆ ดู เหมือนปูนปั้นอะไรสักอย่าง แต่พอระยะเวลาผ่านไป 1 ชั่วโมง หน้าจะสวยมาก
- กลบรูขุมขนค่อนข้างดี ใครรูกว้าง คิดว่าเหมาะมากๆ
- คุมมันดี มากๆ
- ติดทนดีมากกก โดนน้ำโดนเหงือ่ ไม่หลุดน๊ะ เหมาะกับการทาไปพจญภัยอย่าง เดินป่า ล่าสัตว์ หรือ ไปรับปริญญามากๆ
- ความเป็นธรรมชาติ ไม่ใช่คุณสมบัติของรองพื้นตัวนี้ ถ้าใครอยากได้รองพื้นที่ ทาแล้วเหมือนไม่ทา แนะนำให้มองข้ามตัวนี้ไปจ๊ะ

เอาเป็นว่า มันคือเลฟลอนฝาดำ ในเวอร์ชั่นที่แพงกว่า ไฮโซกว่า ใช้ยากกว่า แต่ กลิ่นเบากว่า เนื้อบางกว่า ถ้าคุณใช้ตัวนี้เป็น จะสวยกว่าเลฟลอนฝาดำ และสีมีให้เลือกเยอะกว่า

ให้คะแนน -------------- 7/10 
ที่หักเพราะว่า 1 ใช้ยาก กว่าจะเกลี่ยได้ เหนื่อยไปหลายหนับ
                  2 เหม็นเหมือนเลฟลอนฝาดำเลย แพงขนาดนี้ ไม่น่ามีกลิ่นแบบนี้นะ




Create Date : 05 มกราคม 2556
Last Update : 25 กุมภาพันธ์ 2556 15:31:26 น.
Counter : 74088 Pageviews.

7 comment
รีวิวเปรียบเทียบ รองพื้น nars sheer glow VS nars sheer matte
รีวิวเปรียบเทียบความต่างของรองพื้น nars sheer glow และ nars sheer matte





--ราคา--

1650 บาท (เคาเตอร์ไทย)
แต่ถ้าในอเมริกา อยู่ที่ 42 us dollar
ตีเป็นเงินไทย ถ้า คุณ 30 จะเท่ากับ 1260 บาท
ต่างกันอยู่ประมาณ 400 บาท


--แพกเกจจิ้ง--

ไม่ต่างกันเลย ยกเว้นส่วนของที่เป็นขวดแก้ว
ตัวเชียร์โกลว ขวดจะใสๆ วาวๆ
ส่วนตัวเชียร์เเมท ขวดจะขุ่นๆ หม่นๆ

ขนาด 30 ml เท่ากันเลย




-- เนื้อ foundation --

Nars Sheer Glow
- เนื้อเหลว ค่อนข้างมาก ไหลง่าย
- เกลี่ยง่าย ไม่ต้องรีบเกลี่ย โดยที่ไม่แห้งไปกับผิว
- ไม่มีน้ำหอม และ แอลกฮอล์ก
- เนื้อค่อนข้างวาว แต่ไม่วาวมาก
- ไม่คุมมัน

Nars Sheer Matte
- เนื้อข้น เหนียว
- เกลี่ยค่อนข้างยาก แต่ ไม่แห้งไปกับผิว สามารถแต้ม 5 จุดได้ แต่อย่าทิ้งนานเกินไป
- ไม่มีน้ำหอม และ เเอลกฮอล์ก
- เนื้อกึ่งแมท แมทเบาๆ ประมาณ 4/10
- ไม่คุมมัน

-- ความปกปิด --
ทั้งสองรุ่น มีความปกปิดเเบบ sheer-medieum coverage
ปกปิดน้อย ถึง ปานกลาง สามารถช่วยเรื่องของสีผิวไม่สม่ำเสมอในระดับหนึ่ง
ปกปิดรูขุมขนได้ ในระดับหนึ่ง แต่ถ้าต้องการปกปิดรอยสิว ก็ได้ แต่เป็นรอยที่ไม่แรงมาก
ถ้ารอยสิวเข้มๆ รอยใหญ่ๆ หรือสิวใหญ่ๆ ต้องใช้คอนซิลเลอร์ช่วย






-- ความคงทน --

รองพื้นสองตัวนี้ เหมาะแก่การใช้ในสถานที่ๆ ไม่ร้อนมาก เหงื่อไม่ออกมาก หรือที่ๆทำให้หน้ามัน
ควรอยู่ในห้องแอร์ หรือ ที่ๆอากาศสบายๆ ถ้าหน้ามัน หรือเหงื่อออกมากๆละก็ รองพื้นที่คุณทา
จะหายยย ไปไหนก็ไม่รู้ เหมือนไม่ได้ทาเลย งง มากๆ









-- เหมาะกับ --
รองพื้น สองตัวนี้ เหมาะกับการใช้ทาเพื่อ
- ไปเรียน เบาๆสบายๆ
- ไปเที่ยวเล่นกับเพื่อนสาว ตามห้าง ชอปปิ้ง จิบกาแฟ กินเค้ก สวยๆ
- แต่งหน้า everyday look
- แต่งไปทำงาน หนุ่มสาวออฟฟิต นั่งห้องแอร์ สบายๆ

-- สรุป --

ข้อแตกต่างของสองตัวนี้คือ
1 ความข้นของรองพื้น และ ลุคหลังจากการทารองพื้น ที่แตกต่างกัน คือ
sheer glow จะวาวกว่าหน่อยนึง sheer matte จะเเห้งกว่า แต่เมื่อเวลาผ่านไป
1 ชั่วโมง เริ่มมีสภาพที่เหมือนกันแล้ว ไม่ค่อยแตกต่างสักเท่าไหร่ และทั้งคู่ ไม่คุมมัน

2 ความเป็นคราบแป้ง - รองพื้น ที่อยู่ตามร่องรูขุมขน คือ ด้วยสภาพผิวมันอย่างเรา
ตัว sheer matte จะให้ผลลัพท์ที่ดีกว่า คือแป้ง และรองพื้นไม่ตกร่อง เท่ากับ sheer glow เมื่อผิวเรามัน





Create Date : 07 ธันวาคม 2555
Last Update : 21 กุมภาพันธ์ 2556 11:32:37 น.
Counter : 63032 Pageviews.

9 comment
รีวิวรองพื้น urban decay naked skin
รีวิวรองพื้น urban decay naked skin แบบละเอียด

ตัวนี้ต้องบอกก่อนว่า ไม่ได้ซื้อมาใช้แบบตัวเต็ม แต่ว่า เผอิญได้ tester จากเพื่อนมา4อัน เลยได้ทดลองใช้แล้วรู้สึกว่า เห๊ยยย กับผิวหน้ามันๆอย่างเรา มันก็ ... เอาอยู่นะ 555+

เอาเป็นว่า มาดูกันเลยดีกว่าว่า เป็นอย่างไร



( ภาพจาก : //2.bp.blogspot.com )


อันนี้เป็นภาพเเพกเกจจิ้ง ตัวเต็ม
เห็นเเพกเกจจิ้งนี้แล้ว นึกถึง makeup forever hd foundation
หน้าตาคล้ายๆกันมากๆ 55+


เฉดสีมีให้เลือกทั้งหมด 18 เฉดสี ( เยอะมากกกกๆๆๆๆ )

ราคา 38ดอลล่า ลองคิดเป็นเงินไทย คูณ 30 เข้าไปก็ประมาณ 1,140 บาท แต่ถ้าขายในไทย น่าจะ พันปลายๆ แน่ๆ

เรามาพูดถึงเรื่องเนื้อผลิตภัณฑ์กันดีกว่า





เนื้อผลิตภัณฑ์ มีความค่อนข้างเหลววเลยล่ะ สังเกตุจากติ่งด่านล่าง คือตอนถ่ายรูป ตั้งมือตะแคง
แล้วรองพื้น ไหลย้อยลงมาเบาๆ

- รองพื้นกึ่งแมท อีกนิดดดนึง ก็แมท แล้ว
- รองพื้น sheer-medieum ปกปิดบางเบามากๆๆ แทบไม่ปิดอะไรเท่าไหร่เลย
- กลบรูขุมขนได้ค่อนข้างดี
- คุมความมัน นิดนึง เหมาะกับคนหน้ามัน แต่อย่าคาดหวังสูงเรื่องคุมมันนะ แค่คุมมันเบาๆ
- ไม่ย้อยระหว่างวัน
- ไม่อุดตันรูขุมขน
- มีกลิ่นตุๆเบาๆ ตอนทา
- ทากับแป้งได้ทุกสภาพ ไม่ว่าจะแป้งหนามาก หนาน้อย รอดดหมด แต่ซับมันนิดนึงนะ ถ้าใช้แป้งทัชอัพระหว่างวัน ไม่งั้นเป็นคราบบบบบ แน่ๆๆล้านเปอร์เซนต์






รองพื้นนี้เหมาะกับ
- คนที่ผิวหน้าดีอยู่แล้ว
- คนที่ต้องการรองพื้นที่เบาบาง
- ต้องการรองพื้นที่สามารถใช้เป็น everylook เพราะว่ารองพื้นไม่หนาเกินไป



ความพึงพอใจ = 8/10 แอบหักฟีลลิ่งก่อนเนื้อรองพื้นเซตตัว มันค่อนข้างแย่ไปหน่อย

********** แต่ หาซื้อในประเทศนี้ไม่ได้น๊ะจ๊ะ เพราะเค้ายังไม่นำเข้ามาเลย ************



Create Date : 01 ธันวาคม 2555
Last Update : 1 ธันวาคม 2555 12:25:13 น.
Counter : 21170 Pageviews.

4 comment
1  2  3  4  5  

lepommz
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 287 คน [?]







 photo E2A0E070E270E190_zpsf35f0ca3.jpg Counter Start on 30 NOV. 2012
New Comments