Group Blog
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •    
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
All Blog
รีวิว ไพรเมอร์ smashbox
เรามาพูดถึงไพรเมอร์ของ smashbox กันบ้างดีกว่า
คือ นางเป็นไพรเมอรืที่ ดัง top hit อันดับต้นๆของเมืองไทยเลย
(แต่อันดับที่เท่าไหร่ของโลกไม่รู้นะ 55)
เพราะคนพูดถึงหนาหูมากกับไพรเมอร์ตัวนี้

เมื่อมันดังขนาดนั้น มีหรือ ฉันจะไม่ซืั้อมันมาใช้
ตัวนี้ซื้อมาเท่าไหร่ จำไม่ได้แล้ว ลางๆว่าประมาณ 1500 +
ซื้อที่เคาเตอร์นะ
แต่รู้สึกว่า ตอนนี้เคาเตอร์ smashbox ได้หายไปแล้ว ไม่รู้ทำไม??





ตัวนี้เป็นสูตร photo finish
ปกติเค้าจะมีหลายสูตรเช่นสูตร ไฮเดรตติ้ง สูตร oil free สูตร บลาๆ
ตอนไปซื้อเลือกสูตรนี้มา เพราะบีเอเเนะนำว่า ถ้าผิวแพ้ง่าย ใช้ตัวนี้ดีกว่า
ไม่ค่อยอุดตันเท่าตัวอื่น
(ถ้าตัวนี้ไม่อุดตัน ตัวอื่นนี่ คงน่ากลัวมาก เพราะตัวนี้ฉันว่า มันอุดตันอยู่นะ)

รูปร่างหน้าตาก็ โอเคย์นะ สวยดี เรียบหรู ไฮโซ  ชอบๆ

จะบอกว่า ใช้ได้นานมากนะเธอหลอดแค่เนี่ย
เพราะปกติเวลาใช้ ไม่ได้ใช้เยอะ ใช้นิดเดียว
หลอดนี้ใช้มาจะสองปีแล้ว ยังเหลือเกินครึ่งหลอดเลย
ทั้งๆที่ แบ่งให้เพื่อนไปสองคน แบ่งแบบเยอะมากๆ
ก็ไม่หมดสักกะที





เป็นแบบฝาเปิดออกมาแล้วก็บีบๆ เอา ไม่มีไรมาก





ด้านหน้า นังเขียนว่า oil - free
โอเคย์ oil - free จริง  ไม่มีึความมันของเนื้อไพรเมอร์
และยังช่วงคุมมันได้บ้าง แต่ไม่ที่สุดนะ

ส่วนที่เขียนข้างบนไว้ว่า photo finish
นี่คือเค้าจะบอกว่า ไพรเมอร์ตัวนี้ เหมาะกับการทาแล้วถ่ายรูป
จะออกมาสวยเก๋ หน้าเป๊ะ อะไรอย่างเง้รึปล่าว
คือแบบ ให้ผลลัพท์ออกมาเริ่ดกับการถ่ายรูปอะไรเง้???

คือส่วนตัวคิดว่า เฉยๆนะ ไม่ได้ทำให้การถ่ายรูปของเราหลังการทาไพรเมอร์ตัวนี้
ออกมาเลอค่าขึ้นแต่อย่างใด






ส่วนด้านหลังนั้น ไม่มีอะไรมาก
อย่าไปใส่ใจ 55
(แล้วจะลงให้ดูทำไม??)






เนื้อไพรเมอร์ จะเป็นเนื้อเจลใสๆ
เป็นเนื้อซิลิโคนที่เกลี่ย ค่อนข้างง่าย

คุณสมบัติเด่นๆเมื่อเกลี่ยแล้วคือ
มันจะทำให้ผิวของเรานั้น ลื่นมากๆ การลงรองพื้นต่อไปนั้น ง่ายมาก
ได้ผลดีมากถ้าใช้รองพื้นที่เนื้อข้นๆ เหนียวๆ เกลี่ยยากๆ
ถ้าทาตัวนี้ไปก่อน รองพื้นจะ smooth มากๆ เลยล่ะตัวเธอ

การปกปิดอำพรางรูขุมขนของไพรเมอร์นั้น
ค่อนข้างดี แต่ยังไม่ที่สุดนะ
เพราะว่ายังเห็นรูขุมขนอยู่บ้าง เอาเป็นว่า ช่วยได้ในระดับหนึ่งดีกว่า

ต่อไปเรื่องของการคุมมัน อย่างที่บอกไปด้านบน
คือจะบอก่วา ไม่ได้เลอค่าอย่างที่คิดขนาดนั้นนะ
คือเหมือนกับเราเอาซิลิโคน เจล อะไรสักอย่างไปแปะไว้บนผิว
ซึ่งเนื้อซิลิโคนแบบนี้ มันก็เหมือนกับเป็นฟิล์มบางๆ บังชั้นผิวเราเอาไว้ชั้นหนึ่ง
ทำให้ความมันของผิวหน้าเรานั้น โผล่ขึ้นมาบนผิวเรา ทำให้เห็นความมัน
น้อยลงนั่นเอง ไม่ได้ช่วยในการดูดซึมซับความมันแต่อย่างใดเลย

พอหน้ามันถึงจุดๆหนึ่ง ก็เห็นความมันโผล่ออกมานั่นเเหล่ะ
คือ อย่าคาดหวังไว้สูงในเรื่องของการคุมมัน
ถ้าผิดหวังขึ้นมา ไม่รู้ด้วยนะจ๊ะ

ต่อไปสุดท้าย เรื่องของการช่วยให้ makeup ติดทน
ส่วนตัวคิดว่า ไม่ได้ช่วยมากนะ ถ้าทาเยอะเกินไป ยังจะสไลด์
เอาเมคอัพออกด้วยนะเธอ เพราะมันลื่น ลื๊น ลื่น
ลื่นจนเมคอัพไม่เกาะผิว (ในกรณีที่ทาเยอะเกิน)

ถามว่า อ้าว ! แล้วฉันจะใช้มัน เพื่ออะไร ?
คือสรุปสั้นๆเลย จากที่ได้ใช้มา

คือเด่นๆเลย ช่วยในการเกลี่ยรองพื้นง่ายขึ้น
ต่อมา ช่วยปกปิดรูขุมขนได้บ้าง
ช่วย คุมมันนิดหน่อย
และช่วยให้เมคอัพติดทนขึ้น นิดหน่อย

ส่วนตัวคิดว่า มันแพงเกินราคากับความคุ้มค่านะ ไม่รู้สิ
ใครใช้แล้วรู้สึกว่าเลอค่า มาท้วงติงได้จ๊ะ


อ้อ!! อีกอย่างนึง ถ้าใช้แล้วต้องล้างหน้าให้ดีเลยนะ
ไม่งั้น หน้าอุดตัน สิวขึ้นพรึ่บแน่ๆ ระวังดีดีหล่ะ เตือนแล้วนะ

ไปก่อนละ บายๆจ้าาาาา ^^




Create Date : 30 พฤษภาคม 2556
Last Update : 30 พฤษภาคม 2556 12:07:48 น.
Counter : 19391 Pageviews.

2 comment
รีวิว benefit the pore fessional

สวัสดี สวัสดี สวัสดี
เอ๊ะโอ!!!
(ใส่ซาวด์เทเลทับบีส์)

มาม่ะ มาคุยกันเรื่องของเจ้าไพรเมอร์ตัวนี้กันดีกว่า
กับ Benefit The Pore Fesstional
เป็นตัวที่โมเมพาเพลิน ใช้บ่อยๆ และชีก็ยกให้เป็น "เฟวะหริด"
ประจำปี 2012 ของชีด้วย

 คือก่อนอื่นต้องบอกว่าตัวนี้ ได้เอาของพี่สาวมาลองใช้ก่อน
คือพี่สาวซื้อมาแล้วชีบอกว่า ชีไม่ชอบ
เราก็แบบ อ๊ะ ลองใช้ดูดิ๊ ว่าเป็นไง เห็นโมเมใช้
ตอนนั้นใช้ตอนบ่ายๆ แล้วก็ไปเดินสยาม กะเพื่อน
ผลปรากฏว่า เออ พึงพอใจกับผลลัพท์มากๆอ่ะ
ก็แอบสงสัยว่า ทำไมพี่สาวไม่ชอบฟร่ะ เราว่ามันก็ เลอค่าอยู่นะ

ก็เลยไปจัดมาที่เซนทรัล
ปรากฏว่าเซลล์อ่ะเธ๊ออ
เซลล์ 10 เปอร์เซนต์พอดีเลยตอนวันที่ไปซื้อ
ราคาเต็ม 1150 เซลล์แล้วเหลือ 1040 บาท
เเหม่ะ ได้ค่ารถวุ๊ย 100 บาท ดีใจมาก 55





รูปร่างหน้าตาของหลอด ก็จะมีชะนี
รีบวิ่ง เหมอืนกับว่า ไปทำงานไม่ทัน
เอ๊ะ หรือจะไปจิกผู้ชาย แต่จิกไม่ทัน
เพราะผู้ชายมันกินกันเองหมดแล้ว ฮาาาาาาา 5555+

หลอดดูแบ๊วๆดีนะ สำหรับแบรนด์นี้
ดูราคาไม่น่าจะถึง 1000 บาทอ่า




เปิดมาก็เป็นรูๆแบบเน้ ไม่มีอะไรมาก





ลักษณะเนื้อไพรเมอร์ สีเหมือนกับรองพื้นเลย
ตอนแรกนึกว่าจะมีสี
ตอนไปซื้อก็ถามพนง.ว่า มีสีให้เลือกด้วยรึปล่าว
ชีบอกว่า ไม่มีสี เป็นแบบสีเดียว

จะเป็นเนื้อซิลิโคน แบบมีสี






ก่อนทา และ เกลี่ย
คือจะเห็นว่า พอเกลี่ยแล้ว มันจะไม่มีสีเลย
มันจะเนียนกลืนหายไปกับผิวเลย
เป็นว่า ไม่ว่าเธอจะขาวหยวกกล้วย หรือว่าจะดำตับเป็ด
เธอก็ใช้นางได้โดยไม่ต้องคำนึงเรื่องสีเลย หิหิ


อ่ะ คราวนี้มาคุยกันเรื่องที่ว่า ชอบอะไรในนางดีกว่า
คือ ส่วนตัวใช้ไพรเมอร์มาค่อนข้างเยอะ
แต่เจอที่ถูกใจจริงๆ น้อยมาก ตัวที่ใช้แล้วถูกใจก่อนหน้านี้คือตัว
Loreal base magique

แต่พอมาเจอตัวนี้แล้วแบบ เห๋ยย มันเริศกว่าเเห่ะ


ตัวนี้ที่ชอบนะ คือ
1. กลบรูขุมขนได้ ดีมากๆ แต่เเบรนด์อื่นก็ทำได้ดีเช่นกัน แต่ที่ดีกว่า เพราะว่า
เรามีหลุมสิว บูมๆอยู่หลุมนึง ถ้าทารองพื้นอย่างเดียวแล้วมากลบหลุมสิว
หลุมจะไม่เนียน มันจะยังเห็นรูอยู่

คุณลองนึกภาพถนนที่มีหลุมมีบ่อแล้วสีไม่สวย
แล้วคุณเอาสีขาวมาเท บริเวณรอบหลุมและในหลุมให้เป็นสีเดียวกัน
มันก็ดูออกว่า ยังเห็นหลุมอยู่
ถ้าอยากให้เรียบ ก็ต้องเอาปูนมาโบกทับก่อน แล้วค่อยเอาสีมาเท

เห็นภาพปร๊ะ????

อะไรอย่างเง้
อะไรอย่างเง้

ซึ่ง เจ้าไพรเมอร์นั่นก็เหมือนกับ ปูนที่เทไปในหลุมก่อนทาสี

ไพรเมอร์ตัวนี้ ทำหน้าที่เหมือนกับเป็นเนื้อ , ผิวหนังของเรา
ที่มันหายไป โบ๋ไป มาเติมเต็มได้ดีมาก
วิธีทาให้เลอค่าที่สุดก็คือ
ทาไพรเมอร์ตัวนี้ไป กลบรูให้เนียน
จากนั้น ทิ้งเวลาไว้สัก 1-2-3 นาที
กะๆเอา แล้วแต่หนังหน้าแต่ละคน
ให้เนื้อไพรเมอร์เซตตัว จากนั้น ค่อยลงรองพื้น
และคอนซิลเลอร์ต่อไป
หน้าคุณจะดูไม่ออกเลยว่า อุ๊ย หน้ามีรูมา
แต่อันที่จริง รูเบ้อเริ่มเลยจ้ะเธ๊อออออ



2. ชอบที่ว่านางคุมมันได้เลอค่ามากๆ วันที่ได้ลองใช้ แล้วไปเดินหยามกะเพื่อน
วันนั้นจะบอกว่า ซับหน้าแค่ครั้งเดียว เดินตั้งแต่บ่ายๆ กลับไปบ้านตอน 2 ทุ่ม
ซับครั้งเดียวจริงๆ เลอค่ามากกเรื่องการคุมมัน


เนี่ยเเหล่ะ เลยชอบ
แต่ว่า เนื้อไพรเมอร์แน่นอนว่าเป็นซิลิโคน เหมือนกับไพรเมอร์แบรนด์อื่นๆ
นั่นก็จะทำให้มีลักษณะความลื่นๆของ หลังจากทาไปแล้ว
ทำให้เกลี่ยรองพื้นง่ายขึ้น
แต่จะบอกว่า มันก็ไม่ได้ลื่นปรื๊ด air brush ขนาดนั้น
ที่เคยใช้มา ไพรเมอร์ของ smashbox จะลื่นกว่า
ทาแล้วเกลี่ยรองพื้นง่ายกว่าตัวนี้นะ
แต่ก็ถือว่าโอเค เพราะไม่ได้ทำให้หน้าฟืดแต่อย่างใด


สุดท้าย

คือจะบอกว่า ใครที่หน้ามัน แบบกระทะทอดไข่มา 10 ฟองและไม่ได้ล้าง
และ ใครที่รูบาน
(รูบานรึปล่าวจ๊ะเธอออ ขอดูรูหน่อยเสะ 55)
เลอค่าที่จะซื้อนางมาใช้มากๆ จริงๆ
คุ้มค่าแก่การลงทุนมากๆ


จบข่าวการรายงานผลเพียงเท่านี้ ไปละ
บุย บุย



Create Date : 22 พฤษภาคม 2556
Last Update : 22 พฤษภาคม 2556 12:05:07 น.
Counter : 88497 Pageviews.

10 comment
รีวิว ไพรเมอร์ kma
ไพรเมอร์ KMA



อาวววววววววหล่ะ นี่คือไพรเมอร์ KMA ...... โปรดทราบทั่วกัน 555+
เป็นไพรเมอร์แบรนด์ไทยที่ราคาถูก แต่เลิศอยู่นะตัวเธอ
ราคาประมาณ 300 บาท มั้งนะ อาจจะบวกลบนิดหน่อย


ก่อนอื่น แพกเกจจิ้ง ชมพูๆ มีชะนีนางฟ้าบินประหนึ่งว่า
เดี๊ยนจะเสกหนังหน้าหลุมอุกาบาท ของหล่อนให้เรียบเนียนสวยเลอค่า
เมื่อหล่อนใช้ไพรเมอร์ของชั้น โฮ๊ะๆ

รึปล่าว????

ส่วนตัวไม่ค่อยชอบเเห่ะ มันดูกระป๋องมากกกกกก



หัวผลิตภัณฑ์ เป็นหัวปั๊ม กด บีบ ไพรเมอร์ออกมา

ส่วนปริมาณ กี่มิล ต้องดูที่กล่องอ่ะ
บนตัวแพกเกจจิ้ง นางไม่ได้บอกเอาไว้เลย
ซึ่งกล่อง ก็ทิ้งไปแล้ว ฮี่ฮี่

ต่อมาเรามาดูตัวเนื้อไพรเมอร์กันดีฝ่า




เป็นเนื้อซิลิโคน ใสๆ รูปร่างหน้าตาเหมือนกันกับไพรเมอร์ชื่อดังอย่าง SmashBox
เหมือนกันเปรี๊ยบๆๆๆๆ เลย คุณพี่น้อง

แต่มีความต่างกันอยู่นะ
(ไม่อยากจะก่อให้เกิดการเปรียบเทียบ 55)

เนื้อไพรเมอร์ของ KMA ตัวนี้
พอเกลี่ยแล้ว เนื้อกลืนผิวง่ายมาก เกลี่ยเเปร้บเดียว เรียบเนียนหายไปเลย
(ตอนถ่ายรูปทำรีวิว เกลี่ยไพรเมอร์ไปนิดเดียว เห๋ย มันหายไปเลยว่ะ
ถ่ายออกมาไม่เห็น texture เลย ต้องถ่ายใหม่ และเกลี่ยนิดเดียว )

พอเกลี่ยเสร็จแล้ว ไม่ค่อยทิ้งความลื่นบนผิวเราเท่า smashbox
แต่ถ้าทารองพื้นหลังทาไพรเมอร์ไปก็จะทำให้เกลี่ยรองพื้นได้ง่ายขึ้น
ฟีลลิ่งแบบ airbrush อะไรอย่างเง้อ่ะแก
เกลี่ยแล้วลื่นปรื๊ดๆ

ทาแล้วไม่หนักหนา มันเบามากๆๆๆๆ ไม่รู้สึกเลยว่าทาอะไรลงไป

ไม่ค่อยปกปิดรูขุมขนเท่าไหร่
การคุมมัน เฉยๆ ไม่เลอค่าเท่าไหร่

ประมาณนั้นนะจ๊ะพี่น้อง
เอาเป็นว่า ถ้าเทียบกับsmashbox อาจไม่เลอค่าเท่า
แต่ใช้ทดแทนกันได้ กับราคาเบากระเป๋ากว่าหลายเท่าตัวเลย





Create Date : 16 พฤษภาคม 2556
Last Update : 16 พฤษภาคม 2556 10:22:15 น.
Counter : 30363 Pageviews.

0 comment
รีวิว เบสเขียว เบสม่วง the face shop
รีวิวเบส สองตัว นะจ๊ะตัวเธอ มารีวิวกันเลย ลุยย



อ๊ะ อ๊ะ
อย่าเพิ่งต๊กกะใจว่า ทำไมหน้าตาไม่เมหือนกัน นะจ๊ะ
อันซ้ายคือ เพกเกจจิ้งแบบเก่า
อันขวาคือ เพกเกจจิ้งแบบใหม่
ซึ่ง แบบเก่า เค้าไม่มีหน้าตาแบบนี้แล้วนะ
ถ้าเธอไปเจอหน้าตาแบบนี้คือ ของเก่าเก็บ ค้างในสต๊อกน๊ะจ๊ะ
โอเค๊ย์????????????

ราคาของนาง ถ้าราคาเคาเตอร์ 250 บาท
แต่ถ้าเธอหิ้วมาจากเกาหมี เธอจะได้ประมาณ 100 + นิดหน่อย
ราคาต่างกัน มากๆ โคตรๆ




รูปบนก็คือ ด้านหลังของเเพกเกจจิ้ง ไม่มีอะไรมาก

คือ จะขอบ่นเรื่องเเพกเกจจิ้งนิดนึง
คือแบบ ไม่ชอบมากๆ เเพกเกจจิ้งนาง ไม่ว่าแบบเก่า หรือแบบใหม่
เนื่องจาก นางเหมือนกับเป็นฟอล์ยชนิดแข็ง สีเงินๆ อ่ะ
มัน ยวบ ยาบ มากเอาซะเลย มันทำให้เนื้อครีมปลิ้น ทะลัก เละ เลอะเทอะ เวลาบีบ
หรือถ้าเราปิดฝาไม่แน่น แล้วใส่ในกระเป๋าอะไรเงี่ย มันก็จะโดนกระแทกไปกระแทกมา หก เลอะเทอะ
ปลิ้น เละเทะ เเหว่ะ อี๋ ไม่ดีเลย
เปลี่ยนแพกเกจจิ้งใหม่ น่าจะทำให้มันดีกว่านี้นะ เเย่มากๆ




เรามาดูกันที่ ทีละตัว อันนี้เบสเขียวก่อน
เบสเขียว ก็คือ เนื้อครีมที่มีสีเขียว 555
ใช้ทาก่อนทารองพื้น
ช่วยในการ
1 ทำให้ผิวกระจ่างใสขึ้น
2 ทำให้ช่วยกลบรอยแดงๆ ก่อนทารองพื้น ช่วยได้ในระดับหนึ่ง
เหมาะกับคนที่หน้าเป็นจ้ำแดดงๆ หรือคนที่แก้มแดงๆ อยากจะแต่งหน้าแล้วทารองพื้นให้หน้าเนียน
โดยที่ไม่ต้องโบกรองพื้นมาก ทาตัวนี้ไปเลย





อ่ะ เรามาดูอีกตัวกันดีกว่า ตัวเบสม่วง น๊ะจ๊ะ



ตัวเบสม่วง
คุณสมบัติ ของนาง ใช้ในการ
1 ช่วยปรับสีผิวให้สว่างขึ้น
2 ใครที่หน้าเหลืองมากๆ อยากจะให้หน้าผ่อง อมชมพู นิดนึง ทาก่อนทางรองพื้นช่วยได้
แต่ว่า ไม่ได้เปลี่ยนจากเหลือง เป็นผิวชมพู แบบคนขาวชมพู อย่างงั้นไม่ได้นะ




เบสทั้งสองสี ไม่มีกลิ่นน้ำหอม ไม่มีแอลกฮอล์ก

เนื้อค่อนข้างมัน คือถ้าใครหน้ามัน หรือ อยู่ในประเทศไทย รวมเลือดเนื้อชาติเชื้อไทย
ที่ร้อนโคตรๆ แมร๊ง โคตรจะร้อน อย่างนี้
อย่าทาเยอะ ทานิสสสสสส พอ เพราะมันจะทำให้เยิ้มได้
ตกร่องรูขุมขน และ เมคอัพที่ทาทั้งหมด จะพินาศได้
ขอย้ำ ว่าทานิดเดียว แต่ถ้าใครอยู่แอร์ ประมาณ 20 องศา ในออฟฟิตที่แบบว่า
เปิดแอร์เย็นยังกะขั้วโลก ทั้งวัน ไม่ได้ไปไหน
ทาค่อนข้างเยอะได้ ไม่มีปัญหา

แต่ถ้าทาเยอะไป ก็จะทำให้ หน้าลอย พอกครีม โบกเบส เยอะไป ไม่สวยนะ

หรือ มีอีกวิธีหนึ่ง ถ้าใครอยากผิวผ่องๆ แล้วอยากให้รองพื้น กับเบส เกลี่ยแล้ว
ไม่ดูเวอร์เกินไป เอามาผสมกัน
ปริมาณสัก 3:1
รองพื้น 3 ส่วน เบสม่วง,เขียว 1 ส่วน อะไรเงี่ยย
ก็จะช่วยให้ทาแล้วผิวผ่องขึ้น โดยที่ไม่ต้องทาสองชั้น
ทำให้ดูกลืนเป็นธรรมชาติ มากกว่าการทาสองชั้นด้วยนะ

เอาเป็นว่า ใครต้องการแก้ไขปัญหาผิวอย่างไร เลือกสีไปแล้วทาตามนั้น
แต่ อย่าใช้เยอะ เดี๋ยวหน้าพินาศ โอเค๊ย์????? ไปล๊ะจ้าา

----------จบข่าวสั้น รายงานโดย มะรึกกึ๊กกึ๋ยส์ กี๊กิ๊กกี้----------





Create Date : 12 เมษายน 2556
Last Update : 12 เมษายน 2556 12:27:29 น.
Counter : 109522 Pageviews.

14 comment
รีวิว เบสkiss เบสคุมมันสุดดัง



มาๆ มาๆ มา มา ม๊าาาา มาพี่น้อง มาสุมหัวกัน วันนี้ข้าพเจ้าจะมาพูดคุย เมาท์มอย เเฮ่มๆ กันถึงเรื่องของ เบสkiss
หรือ ที่เค้าดังกันในห้องแป้งในเว็บ อื่นๆ บลอคคนอื่น เยอะแยะมากมายว่า มันเป็น "เบสคุมมันขั้นเทพ"
จะขั้นเทพ ขั้นเทวดา ขั้นนางฟ้า หรือยักษ์นมเหี่ยว   ไปสาธยายกันรุยย


ก่อนอื่นขอบอกราคาก่อน ซื้อมาในราคา 630 บาท จากร้าน Eveandboy สาขาสยามสแควร์ ส่วน
มีขายที่ไหนนอกจากที่นี่บ้าง..................ตามเว็บ................เข้า google กันเอง คิคิ

หน้าตาของแพกเกจจิ้งก็ไม่มีอะไรมาก เป็นแท่งๆ แบบข้างบน ขาวๆใสๆ สะอาดตาดีนะตัวเธอ




และ พอเปิดออกดูก็จะมีหัวปั๊มด้านในน๊ะจ๊ะที่รัก
(สังเกตว่ามันเปื้อน เพราะว่าได้ใช้มาแล้ว และ ไม่ได้เช็ดก่อนถ่ายรูปด้วย 55 สดมากก)






ด้านหน้า กะ ด้านหลังของนาง ก็ไม่มีอะไรมาก ด้านหน้าเขียนเคลมไว้ว่า Mat
MAT = คุมมัน  ฉ่างงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง!!!!  นี่เเหล่ะ คือคำเคลมของนางว่า มันแมท คริคริ เดี๋๋ยวไปพิสูจน์
ว่านางแมทซ์จริง คุมมันจริง หรือ หลอกดาว

และก็มีสาร spf 26 pa ++ ซึ่ง ไม่รู้ว่า ใช้สารกันแดดแบบไหน เพราะพอมาดูด้านหลัง เป็นภาษายุ่น
อ่านไม่ออก ไม่รู้ส่วนผสมของนางเลย หิหิ




เนื้อเบส จะมีให้เลือกสองสีนะ สี 01 กะ 02
สี01 จะเป็นสีออกชมพูๆ เหมาะกะคน undertone ชมพู
สี02 อย่างในรูป เหมาะกะคน undertone เหลือง
ซึ่งเราก็เลยซื้อสี 02 มา เพราะเราเหลืองมากกว่าชมพู
ส่วนความเข้ม ความสว่างของสี ไม่มีให้เลือกนะ คือ ถ้าคนผิวคล้ำมากๆ ใช้แล้วอาจจะเทา ได้
แต่แกก็อย่าทาเยอะเสะ ทานิดดเดียวพอ เพราะ เดี๋ยวแกทานี่เสร็จแล้ว แกก็ทารองพื้นต่อ โอเคย์ จบป๊ะ!?!?


มาพูดกันเรื่องของการคุมมันของนาง ที่นางเคลมไว้ และ ชื่อเสียงนางดังไว้ ว่า คุมมันเริศ

เอาเรื่องของเนื้อครีมก่อน เวลาทาไปกะผิวแล้ว การปกปิด ไม่ได้ปกปิดอะไรเลยย มันบางเบามาก
ทาแล้วแทบไม่รู้ว่าทาอะไร ส่วนสีเหลืองๆนั้น พอทาไปแล้ว มันก็ไม่ได้เหลืองอะไรมาก ฉะนั้น
คนผิวเข้ม ไม่ต้องหวาดกลัวหวีดสยอง ว่า ใช้แล้วหน้าจะลอยย  คุณใช้ได้จ๊ะ
(ก็อย่างที่บอกข้างบนว่า แกก็อย่าทาเยอะเสะ คิคิ)

เรื่องของกลิ่น ไม่มีกลิ่นน้ำหอม หรือ แอลกฮอล์กเลยสักกะนิด ใครแพ้ง่าย คิดว่า น่าจะฉลุยเลย
ไปซื้อซะ 55

ส่วนพอทาเสร็จแล้ว มันจะมีความเงาๆ เลื่อมๆ นิดนึง นิสสสส นึง
และก็จะ ทำให้ผิวดู เหนอะๆ หนึบๆ เบาๆ เวลาเอามือไปสัมผัส
มันจะแบบว่า ปรึ๊บ ปรึ๊บ เวลาเอานิ้วไปเเตะๆอ่ะ นึกภาพออกป๊ะ ???

พอทิ้งไว้สัก 2 นาที ความเงาเลื่อมๆก็จะหายไป  ไม่ต้องตกกะใจ
ว่า อ้าวไหนว่า เนื้อแมทซ์ไง ทำไมมันเงาเลื่อมๆ ??

พอความเงาเลื่อมๆหายไปแล้ว มันจะทำให้ผิวรุ้สึกว่า เเห้งขึ้น ความแมทซ์เริ่มมาเยือน
ผิวคุณจะดูกระด้างเบาๆ (จากที่ตอนแรกทาเสร็จแล้วมัน เงา เลื่อมๆ ตอนนี้เริ่มแห้งล๊ะ)

ถามว่า คุมมันดีขนาดไหน
จากที่ได้ทดลองใช้ คือ ปกติ จะซับหน้าประมาณ 1ชั่วโมงครึ่ง ต่อครั้ง พอมาทาอันนี้
สักประมาณ 2 ชั่วโมง ถึงซับหน้าทีนึง คือช่วยได้ในระดับที่ค่อนข้างพอใจ เกือบมาก
ทำไมไม่ที่สุด??? เพราะรู้สึกว่า น่าจะคุมมันได้ดีกว่านี้อีกนิสสส แต่!! ถ้าคุมมันดีกว่านี้
เนื้อน่าจะแห้ง และ เเมทซ์กว่านี้ ทารองพื้น ยากขึ้นกว่านี้ ตายแน่ๆ 55

และ !!! ถ้าใช้เบสตัวนี้ และใช้รองพื้นที่เป็นรองพื้นเนื้อแมทซ์ คุมมัน ต่อ
อย่างเราใช้ตัวนี้ ตามด้วย Chanel Perfection Lumiere ซึ่งเป็นรองพื้นคุมมัน เนื้อเเมทซ์
จะบอกให้ว่า เกลี่ย ยาก มากกกกก ด้วยความที่ทาเบสเนื้อแมทซ์แล้ว ทารองพื้นแมทซ์ต่อ
โอ้โห พระเจ้า ถ้าเกลี่ยไม่ดีนะ พังงพินาศมากๆเธอ

เอาเป็นว่า ต้องฝึกปรือฝีมือในการเกลี่ยหน่อยนะ ถ้าใครจะใช้เบสตัวนี้กะรองพื้นเนื้อแมทซ์


..................จบ(แบบห้วนๆ)..................







Create Date : 11 เมษายน 2556
Last Update : 11 เมษายน 2556 18:34:32 น.
Counter : 47154 Pageviews.

2 comment
1  2  3  4  5  

lepommz
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 287 คน [?]







 photo E2A0E070E270E190_zpsf35f0ca3.jpg Counter Start on 30 NOV. 2012
New Comments