Group Blog
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •    
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
รีวิว cleansing bioderma










รีวิว Cleansing จาก Bioderma






สำหรับแบรนด์ Bioderma เชื่อว่าหลายคนน่าจะรู้จักกันอยู่แล้ว
กับ Cleansing water ที่ดังมากในบ้านเรา   ฉะนั้นบลอคนี้เราจะขอรีวิวกันสำหรับ cleansing ตัวนี้กันหน่อยน๊ะจ๊ะ


Bioderma เป็นเวชสำอางจากประเทศ "ฝรั่งเศส"   
ที่กำเนิดมาตั้งแต่ปี 1977  (รวมๆเกือบ 50 ปีแล้วล่ะคุ๊ณ ฉันยังไม่เกิดเลยจ้าา)











Bioderma สูตรที่เราจะนำมาทำการรีวิวในบลอคนี้
เป็นสูตร Sensibio H2O  สูตรสีชมพู
เป็นสูตรที่ ใช้ได้ในทุกสภาพผิวอ่อนโยน 
ใช้ได้แม้ผิวแพ้ง่ายใช้ได้ทั่วใบหน้ารวมถึงรอบดวงตาและริมฝีปาก
ง่ายๆว่า ใช้ได้ทั้งหน้าเลยล่ะเธอ  ตัวเดียว จบ ครบทุกเมคอัพ














สำหรับแบรนด์ Bioderma ตัว Cleansing ขอเค้าเป็นสูตร
Micellar  ซึ่งจะว่าไปในบ้านเราช่วงนี้ มีหลายแบรนด์มากที่ผลิต 
Cleansing สูตร Micellar ออกมาวางขาย แต่ทาง Bioderma เค้าทำขายมาก่อนเป็นเจ้าแรก
ที่นำเทคโนโลยีMicellar Water มาใช้ในเวชสำอางของเค้า 

เจ้านวัตกรรม Micellar   นี้คืออะไร??? 

สิ่งนี้คือ นวัตกรรมที่ช่วยดึงสิ่งสกปรกออกจำกผิวได้อย่ำงล้ำลึก
 ด้วยโมเลกุลที่มีลักษณะคล้ำยโมเลกุลของผิว จึงอ่อนโยนต่อผิว
 ไม่ก่อให้เกิดอำกำรแพ้ หรือระคายเคือง ฉะนั้นคนผิวแพ้ง่าย
 ไม่ต้องกลัวเลยว่าจะแพ้  ผื่นขึ้น สิวขึ้น  ตัวนี้ใช้ได้แน่นอน














เรามาดูสิ่งที่เค้าเคลมเอาไว้ตรงหน้าขวดกันดีกว่า
นอกจากที่เค้าบอกว่า เหมาะสำหรับผิว Sensitive Skin แล้ว
เห็นตรงที่ขีดเส้นใต้แดงๆนั้นไหม  ตัวแรกเลยคือ 

- Non Rinse    คือเค้าบอกว่า 
สามารถใช้สำลีเช็ดทำควำมสะอำดผิวหน้ำ รอบดวงตา และริมฝี ปาก สะอาดหมดจดโดยไม่ต้องล้างน้ำซ้ำ
เช็ดจนกว่าแผ่นสำลีจะขาวสะอาด   สามารถใช้เป็น Make-up remover เช็ดออกได้แม้แต่เครื่องสำอางกันน้ำ

อ้าววว แล้วอย่างนี้มันจะสะอาดเหรอ มันจะมีความ cleansing หลงค้างบนผิว แล้วจะสะอาดจริงมั้ย?
คือจากที่ได้ทดลองใช้มาหลายขวด  คือ  เรื่องของความสะอาด ไม่ต้องพูดถึงว่าสะอาดจริงๆแน่นอน
แต่มันจะมีเรื่องของความ awareness ความกังวลเกี่ยวกับสารเคมีใน cleansing
 คือ  ถ้าเป็นบางยี่ห้อที่เราเคยได้ลองใช้นะ
เช็ดเสร็จแล้วต้องไปล้างน้ำออกอย่างเร็ว เพราะเค้าจะมีความแอลกฮอล์ก ความน้ำหอม  ความกลิ่น 
ที่ผสมมาใส่ cleansing แล้วรู้สึกไม่สบายผิว  รู้สึกมีความเคมีอยู่บนผิว
แต่ตัวนี้ ไม่เลยจ้าาา  รู้สึกถึงความ pure เหมือนเอาน้ำเปล่ามาเช็ดผิวเลย   
เช็ดหน้าเสร็จ clean หน้าเสร็จ แล้วไปนั่งดูทีวี ไปกินข้าว เล่นคอมต่อได้เลย ไม่ต้องรีบไปล้างน้ำเปล่าต่อไป 


 - Paraben Free คือ ไม่มีสารกันเสียที่ผสมมาในผลิตภัณฑ์


 - hypoallergenic คือ  ใช้แล้วไม่เกิดอาการแพ้  
ตรงนี้คือ ทางแบรนด์เค้าได้ทำการวิจัยเอาไว้แล้วว่า

ผลทดสอบโดยสถำบันวิจัย BIODERMA ที่ประเทศฝรั่งเศส ปี 2009 
ในผู้ที่มีผิวแพ้ง่ำย จ ำนวน 30 หลังเช็ดหน้ำด้วย Sensibio H2O เช้ำและกลางคืนเป็นเวลำ 7 วัน พบว่า 100% ไม่ก่อให้เกิดการระคายเคือง

และนอกจากนี้คือ เจ้าตัว Cleansing ของ Bioderma เค้า มีค่ำ pH 5.5 ใกล้เคียงกับ pH ตำมธรรมชำติของผิว
 อ่อนโยนต่อผิว จึงไม่ทำให้เกิดการระคายเคือง  นอกจากนี้ก็ยังไม่ทำให้ผิวแห้ง และไม่รบกวนกลไกการปกป้องตนเองตำมธรรมชาติของผิว


แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็ต้องทดลองใช้ด้วยตัวเองน๊ะจ๊ะ เพราะเรื่องของอาการแพ้นี้พูดยาก
ขึ้นอยู่กับตัวบุคคลด้วย  เหมือนกับว่า เราจะไม่รู้เลยว่าเราจะแพ้ยาตัวไหน ถ้าเรายังไม่กินยาเข้าไป










ฝาขวดก็จะเป็นฝาเปิดสีชมพูแบบนี้เลย 


เมื่อใช้ ก็เปิดฝาบีบผลิตภัณฑ์ใส่สำลีเลยจ้า









เรามาทำสอบประสิทธิภาพกันหน่อยดีกว่าเนอะ







จะทดลอง 3 อย่างคือ รองพื้น   บลัชออน  และ ลิปสติก







โดยใช้สำลี 2 แผ่นนะ กับปริมาณการหยด cleansing ของทั้งสองแผ่นเท่าๆกัน
จากนั้นเราจะแปะไว้บนผิว พร้อมคลึงๆสัก 10 วินาที และเช็ดออก






ครั้งที่ 1 ผ่านไป  
คราบเครื่องสำอางหลุดไปประมาณ 80 %  ยังคงหลงเหลือร่องรอยอยู่นิดหน่อย

อ่ะเดี๋ยวเรามาลองอีกครั้งหนึ่ง กับการหยด cleansing ลงบนสำลีอีกรอบหนึ่ง






รอบที่่ 2 นี้ สะอาดหมดจดเลยจ้า  ไม่หลงเหลืออะไรอยู่บนผิวเลย 
ทุกสิ่งทุกอย่าง ลงมากองกันอยู่บนสำลีหมดแล้ว







ความรู้สึกหลังการใช้

จากที่ใช้มาคือจะไม่มีความรู้สึก เคมี  ความน้ำหอม ของตัว cleansing เลย
ไม่มีกลิ่นใดๆทั้งสิ้น  เสมือนการเอาน้ำเปล่ามาเช็ดผิวเลยทีเดียว

และ ไม่ทำให้หน้าแห้งตึงจริงๆ ตรงนี้คอนเฟิร์ม 
หลังใช้กับผิวหน้่า  ให้ความชุ่มชื่นกับผิวด้วย
ผิวจะมีความนุ่มๆ เย็นๆ คลีนๆ  โดยที่ไม่รู้สึกหน้ามันเยิ้ม เมือกๆ หรือเหนอะหนะ
จนทำให้รู้สึกน่ารำคาญแต่อย่างใด




อ่ะ คราวนี้เรามาลองแต่งหน้าแบบจัดเต็มกันหน่อยดีกว่า
แล้วมา Clean ผิวกันแบบเน้นๆทุกส่วนของใบหน้าเลย





ก่อนที่เราจะคลีนผิวกัน เราต้องงถอดเครื่องทรงบางอย่างออกก่อน
อาทิ วิกผม  - ขนตาปลอม และ คอนเเทกเลนส์ 

ก็จะได้หน้าโล้นๆระดับหนึ่ง ดังภาพ







จากนั้นเรามาเริ่มในส่วนของตากันก่อน






ในส่วนของตา ใช้การคลีน 2 รอบ  รอบแรก หยดลงสำลี และคลึงๆไว้สัก 10 วินาทีเเละเช็ดออก
ก็จะหายแทบทั้งหมดเลย เหลือเพียงอายไลเนอร์ข้างบนนิดหน่อย

และคลีนครั้งที่ 2  คราบเครื่องสำอางบนตา ก็ถูกลบออกหมดไม่เหลือแล้ว  
คลีนง่ายมากจริงๆ









ต่อมาปาก  ปากนี้ต้องบอกก่อนว่าใช้ลิปสติกเนื้อแมท ลงไปก่อนและใช้ลิปกลอส ลงทับอีกทีหนึ่ง
ซึ่งปกติลิปเนื้อแมท จะล้างงออกยากมาก ต้องขัดและถู แต่อันนี้แค่เเปะสำลีลงไป และคลึงๆเบาๆ
ก็สะอาดหมดจดแล้ว   ไม่ต้องขัดถูปากเลย มันง่ายมาก







ต่อมาเช็ดผิวหน้ากัน  งานผิวหน้า งานรองพื้น งานแป้ง ใช้การคลีน 3 รอบ จนสำลีสะอาดจริงๆน๊ะจ๊ะ
ก็จะได้หน้าสะอาดๆ เพียวๆ  แอบสะพรึงแบบนี้เลย


ขอแนะนำอีกสูตรหนึ่ง 
ตัวนี้จะเป็นสูตร  Sebium H2O

ฝาสีเขียว น้ำสีฟ้า 





เจ้าตัวนี้จะเหมาะหรับปัญหำผิวหน้ำมันมีสิว รูขุมขนอุดตันแพ้ง่าย และระคายเคือง
ใครผิวมันลองใช้สูตรนี้ดูน๊ะจ๊ะ

ส่วนราคานั้น เท่ากับตัวแรกเลยจ้า






#เพื่อผิวสุขภาพดีอย่างยั่งยืน
 #1stmicellarwater 
#SensibioH2O 
#Biodermathailand 




Create Date : 20 พฤศจิกายน 2559
Last Update : 30 พฤศจิกายน 2559 16:18:23 น.
Counter : 2127 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

lepommz
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 287 คน [?]







 photo E2A0E070E270E190_zpsf35f0ca3.jpg Counter Start on 30 NOV. 2012
New Comments