Group Blog
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •    
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
รีวิว สกินแคร์จาก อีฟโรเช 4ชิ้น





สวัสดีน๊าาทุกคน สำหรับบลอคนี้เราก็จะรีวิวผลิตภัณฑ์ 4 ชิ้นจากแบรนด์
"Yves Rocher"

ซึ่งเป็นแบรนด์ชื่อดังที่เชื่อว่า ผู้ที่ใช้เครื่องสำอาง
ต้องรู้จักกันอยู่แล้ว 

แต่ก่อนอื่น เรามาทำความรู้จักแบรนด์ให้มากกว่านี้กันก่อนที่เราจะไปเติ่มต้นรีวิวผลิตภัณฑ์ทั้ง 4 ชิ้นกันดีกว่า






Yves Rocher
(อีฟ โรเช)

 เป็นแบรนด์จากประเทศฝรั่งเศส เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านสกินแคร์ที่มีส่วนผสมจากพืชพฤกษาพรรณธรรมชาติ
โดยทางแบรนด์ ได้กำเนิดตั้งแต่ปี 1959 และได้มีการพัฒนาการศึกษา วิจัยอย่างต่อเนื่อง 
พร้อมทั้งปรับปรุงพัฒนาสูตรส่วนผสม ให้มีประสิทธิภาพที่ดีมากยิ่งขึ้น
และยังให้ความเคารพในธรรมชาติ และ ร่วมรณรงค์รักษาสิ่งแวดล้อม 
ซึ่งทางแบรนด์ที่ผลิตเครื่องสำอางที่เน้นส่วนผสมจากพืชพรรณธรรมชาติเป็นหลัก
ทางแบรนด์ จะใช้ส่วนผสมจากธรรมชาติเป็นส่วนผสม ลงในเครื่องสำอางกว่า 92
เครื่องสำอางจะปราศจากสีสังเคราะห์ , mineral oil (น้ำมัน)  , paraben (สารกันเสีย)
และผลิตภัณฑ์ทุกชิ้น ได้ผ่านการทดสอบจากแพทย์ผิวหนังเรียบร้อยแล้ว
ฉะนั้น มั่นใจได้เลยว่าผลิตภัณฑ์จาก Yves Rocher นี้ ปลอดภัยแน่นอน


และสำหรับบลอคนี้ เราจะรีวิวผลิตภัณฑ์ด้วยกัน 2 กลุ่ม คือ
กลุ่ม Serum Vegetal Wrinkles & Radiance
และกลุ่ม Sebo Vegetal



ผลิตภัณฑ์กลุ่ม Serum Vegetal Wrinkles & Radiance (สีเเดง)













จะเน้นหลักๆในเรื่องของ การช่วยให้ผิวของเราดูกระจ่างใส และช่วยในเรื่องของการลดเลือนริ้วรอย

โดนผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้ จะเน้นสารสกัดที่เรียกว่า "Ice Plant"  หรือ "Life Plant"




ซึ่งตัว Ice Plant นี้ มีเเหล่งกำเนิดมาจากทะเลทรายในแอฟริกา โดยจะนำมาใส่เป็นส่วนประกอบหลัก
ที่จะช่วยในเรื่องของ  
- การกักเก็บน้ำให้ผิว  
- การดูดเก็บสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อผิว
- ช่วยในการผลัดเซลล์ผิวอย่างเป็นธรรมชาติ 



และผลิตภัณฑ์กลุ่ม Sebo Vegetal (สีเขียว)







ในผลิตภัณฑ์ของกลุ่มนี้ จุดเด่นของส่วนผสมที่เค้าเน้นก็คือ
" Baikal  powder "
จะช่วยในการรักษาสมดุลในการทำงานของต่อมไขมันในผิวของเรา ให้เป็นปกติ

และผลิตภัณฑ์ในกลุ่มนี้ จะเหมาะกับคนที่ผิวมันอย่างเรามากๆ
เพราะนอกจากจะช่วยในเรื่องของการควบคุมความมันแล้ว
เค้าจะช่วยในเรื่องของการลดการอุดตันในรูขุมขน  , ลดการอุดตันของต่อมไขมัน  
ช่วยในการกระชับรูขุมขน  และกระตุ้นการผลัดเซลล์ผิว



นี่ก็คือข้อมูลคร่าวๆของผลิตภัณฑ์ทั้งสองกลุ่ม
เอาเป็นว่า เรามาเจาะลึกถึงผลิตภัณฑ์ทีละชิ้นกันเลยดีกว่า






Serum Vegetal Wrinkle & Radiance Night Cream


คำเคลมจากทางแบรนด์

" ครีมบำรุงผิวสำหรับตอนกลางคืนที่ช่วยลดริ้วรอยช่วยเพิ่มปริมาณออกซิเจนให้กับผิว  

พร้อมช่วยดูดซับความมันส่วนเกินบนใบหน้าและลดการอุดตันของรูขุมขน ช่วยฟื้นฟูผิวในยามค่ำคืน ด้วยเนื้อบาล์มเข้มข้น " 








ตัวแรกนี้จะเป็นครีมบำรุงผิว ที่ใช้สำหรับทากลางคืน
จะเป็นตัวแรกที่เราจะพูดถึงกันในบลอคนี้









ลักษณะของเนื้อครีม ถ้าดูเผินๆก็เหมือนกับเนื้อครีมทั่วๆไป
แต่ทว่าไป  เนื้อครีมของเค้ามีความเข้มข้นมาก
ถ้าสังเกตุจากในภาพ  จะเห็นได้ว่า กระปุกที่ถูกวางแบบตั้ง
โดยเนื้ัอครีมด้านในนั้น ยังเกาะตัวแข็งกันอยู่ ไม่ไหลไม่ย้อยแต่อย่างใด









ในตัวของเนื้อครีมเองนั้น เมื่อเราควักออกมาจากกระปุก 
ซึ้งถ้าใช้วิธีการเอานิ้วแตะๆเบาๆเฉยๆ  เนื้อครีมไม่ติดนิ้วขึ้นมาน๊ะจ๊ะ 
ต้องใช้การควักขึ้นมา  เพราะครีมเค้าเข้มข้นมากๆ  และเมื่อนำมาทาลงบนผิวเราแล้ว

ตอนก่อนใช้รู้สึกว่า จะต้องเป็นครีมที่ทาแล้ว หนาๆ หนักๆ เยิ้มๆ 
ลักษณะเหมือนกับครีมที่มีtexture แบบนี้ทั่วๆไป

แต่ผิดคาดนะ  เมื่อเราเกลี่ยครีมจนซึมเข้าผิวแล้ว  
จะมีความมันนิดหน่อย เหมือนกับครีมทั่วๆไป
แต่เมื่อปล่อยระยะเวลาผ่านไปสักครู่
ใช้เวลาแค่ประมาณ 10 วินาทีเอง ความมันของหายไปจนหมดสิ้น
จะผิวไม่เหลือความมันแต่อย่างใด
แถมครีมยังให้ความชุ่มชื่นกับผิวได้ดีอีกด้วย
 ซึ่งตรงนี้ตอบโจทย์กับคนที่สภาพผิวมันอย่างเรามากๆ


ซึ่งจากที่ได้ทดลองใช้ดูแล้ว เนื้อครีมสามารถใช้ได้กับทุกสภาพผิวจริงๆ
ไม่ว่าคุณจะเป็นคนผิวแห้ง , ผิวผสม หรือ ผิวมัน สามารถใช้ได้หมด
ในคนที่ผิวมัน เหมือนกับเราเป็นต้น สามารถใช้ครีมได้โดยที่หน้าไม่มีความมันอยู่บนผิวแต่อย่างใด
และคนที่ผิวแห้ง  อาจจะกลัวว่า จะช่วยในเรื่องของความชุ่มชื่นกับผิวไม่ไหว กลัวว่าหน้าจะเป็นขุย
ตรงนี้ ไม่น่าจะเกิดขึ้น เพราะเนื่องจากเนื้อครีมเค้าทาไปแล้วไม่มีความมันหลงเหลือนบนผิวก็จริง
แต่ภายในผิว ไม่รู้สึกถึงความแห้งในผิวแต่อย่างใด ฉะนั้นคาดว่าคนผิวมันก็ใช้ได้ ไม่มีปัญหาเช่นกัน








ซึ่งเจ้าครีมตัวนี้เค้าเคลมเอาไว้ว่า จะช่วยในเรื่องของผิวกระจ่างใส และ ช่วยลดเลือนริ้วรอย
ในส่วนของส่วนผสมที่ช่วยในเรื่องของความกระจ่างใส อาทิเช่น

Glycine Soja Oil - สารสกัดจากถั่วเหลือง จะช่วยลดการเกิดเม็ดสีของผิวได้
       และยังช่วยลดการอักเสบของผิวได้อีกด้วย ซึ่งใส่มาในอันดับที่ 5
ต่อจากพวกสารพื้นฐานในครีมทั่วๆไป ซึ่งก็สามารถคาดหวังผลในเรื่องของ
ความเปล่งปลั่งกระจ่างใสของผิว ได้จากส่วนผสมนี้



สารที่ช่วยในเรื่องลดริ้วรอย และ เพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว หลักๆเลยจะมีดังนี้

hydrogenated coconut oil - ตัวนี้จะเป็นสารสกัดที่เรียกง่ายๆว่า น้ำมันมะพร้าว 
คือ เอาง่ายๆเลยจากประสบการณ์ที่เคยใช้น้ำมันมะพร้าวเพียวๆทาบำรุงผิวหน้า
ทาแล้วหน้าจะอิ่ม จะฟู จะดูเปล่งปลั่ง จะช่วยในเรื่องของริ้วรอยได้เช่นกัน

butyrospermum parkii butter - ตัวนี้เป็นส่วนผสมหนึ่งที่ดีมากๆ มันคือ SHEA BUTTER
ซึ่งมีคุณสมบัติที่ดีเยอะมาก อาทิเช่น ช่วยเรื่องความชุ่มชื่นของผิว
เรื่องริ้วรอยเหี่ยวย่นของผิว , การอักเสบของผิว , ผื่นคัน และอีกมากมาย

centaurea cyanus flower water - ช่วยในเรื่องของการเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว 
ป้องกันการอักเสบ และลดการละคายเคืองของผิว


จะแอบมีข้อเสียนิดหน่อยค่อ ตัวเนื้อครีมจะมีกลิ่นหอมๆอ่อนๆ เป็นกลิ่นของน้ำหอมที่ผสมมาในตัวเนื้อครีม 
(มีส่วนผสมของ Parfum ตรงบรรทัดที่5)  ถ้าใครที่ไม่โอเคกับส่วนผสมของน้ำหอม อาจจะไม่เเฮปปี้ในตรงนี้ได้






Serum Vegetal Wrinkle & Radiance Fluid Day Cream


คำเคลมจากแบรนด์

"ครีมบำรุงผิวสำหรับตอนกลางวันที่ช่วยลดริ้วรอยช่วยเพิ่มปริมาณออกซิเจนให้กับผิว  พร้อมช่วยดูดซับความมันส่วนเกินบนใบหน้าและลดการอุดตันของรูขุมขน "




ตัวต่อมา  ตัวนี้จะเป็นเซรั่ม
ที่เน้นในเรื่องของการลดเลือนริ้วรอย และ ดูดซับความมันส่วนเกินออกจากใบหน้า

อ่ะ น่าสนใจอีกแล้วสำหรับคนผิวมันอย่างเราๆ












เนื้อเซรั่มจะถูกบรรจุมาในหลอดสีขาว
ที่มีหัวปั๊มสีแดงดังภาพ  ในปริมาณ 40 ml.














เนื้อครีมก็จะเป็นครีมเนื้อสีขาวใสๆ ที่พอเกลี่ยแล้วจะเกลี่ยง่าย ซึมง่ายมาก ไม่ต้องเสียเวลาในการเกลี่ยมาก
และ เมื่อซึมลงผิวแล้ว  ไม่ทิ้งความมันลงบนเผิวเลย ซึ่งตรงนี้ตอบโจทย์กับคนผิวมันมากๆ


ดังคำเคลมที่เค้าบอกว่า ช่วยดูดซับความมันส่วนเกินบนใบหน้าได้
ถามว่าตรงนี้จริงมั้ย  เอาจริงๆจากที่ใช้ก็ช่วยได้จริงนะ
แต่ว่า อย่าคาดหวังผลว่าจะช่วยคุมความมันได้
เทียบเคียงกับ Cosmetic ที่ใช้ในการแต่งหน้า
อย่างเวลาเราใช้แป้ง  รองพื้น หรือ ไพรเมอร์  
ที่เน้นการคุมมันโดยเฉพาะ อันนั้นก็ดูจะคาดหวังผลมากเกินไป



จากสภาพผิวหน้าของเรา อย่างผิวเราเป็นคนผิวมันมากๆ
ปกติแล้ว ต้องซับหน้าทุก 1 ชั่วโมง ในกรณีที่ทาแค่สกินแคร์ทั่วๆไป แล้วไม่ได้แต่งหน้า ไม่ได้ทาแป้ง
แต่ถ้าใช้ครีมตัวนี้ จะช่วยยืดระยะเวลาในการเกิดความมันบนใบหน้าได้มากยิ่งขึ้น
จากที่เทสกับหน้าตัวคือได้สักประมาณ 2 ชั่วโมง - 2 ชั่วโมงครึ่ง ถึงจะต้องซับหน้าครั้งหนึ่ง
ถือว่า โอเคย์ในระดับที่ดีอยู่สำหรับการช่วยในการคุมความมัน
ของครีมบำรุงผิว 



แต่สิ่งหนึ่งสำหรับครีมตัวนี้ที่ส่วนตัวไม่ค่อยเเฮปปี้คือ ในเรื่องของกลิ่น
กลิ่นเค้ามาแน่นมากๆ  ถ้าใครไม่ชอบกลิ่นของครีมทาผิวหน้านี้อาจจะไม่เหมาะกับคุณก็เป็นได้ 







เรามาดูส่วนผสมสำคัญของเจ้าครีมตัวนี้กันดีกว่า 

sesamum indicum seed oil - ตัวนี้จะเป็นน้ำมันงา ช่วยให้ผิวขาวขึ้น และ ชุ่มชื่น

centaurea cyanus flower water - ช่วยในเรื่องของการเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว 
ป้องกันการอักเสบ และลดการละคายเคืองของผิว (เหมือนกันกับตัวข้างบน)

brassica campestris seed oil  คือ  สารสกัดจากดอกไม้บราซิคาเลีย จะช่วยในการทำให้ผิวกระจ่างใส 
สามารถยับยั้งการสร้างเม็ดสีผิวที่ทำให้เกิดฝ้า กระ 

inositol  ช่วยในการเสริมสร้างเซลล์ผิวใหม่ ให้ผิวแข็งแรงขึ้น  ลดการระคายเคืองของผิวได้

zinc gluconate สารตัวนี้จะช่วยในการดูดซับความมันส่วนเกิน ดังคำเคลมของแบรนด์ไว้

tocopheryl acetate  / retinyl palmitate 
สองตัวนี้จะช่วยในการป้องกันการเกิดอนุมูลอิสระบนผิว สามารถปกป้องผิวจากริ้วรอยที่เกิดขึ้นได้

hamamelis virginiana leaf extract  -  ช่วยในการกระชับรูขุมขน 


เมื่อดูจากส่วนผสมที่ทางแบรนด์ใส่มาแล้ว ก็จะพบว่า
มีสารที่ช่วยในการบำรุงผิว  ที่คาดหวังผลได้
ตามคำเคลมเบื้องต้นที่ทางแบรนด์เคลมเอาไว้  ในเรื่องของการควบคุมความมัน การช่วยลดเลือนริ้วรอย
และนอกจากนี้ยังสามารถช่วยในเรื่องของการเพิ่มความกระจ่างใสของผิวได้อีกด้วย






 Sebo Vegetal  PoreMinimizing Serum 

คำเคลมจากทางแบรนด์
"  เซรั่มสูตรเข้มข้น มอบสัมผัสบางเบา สดชื่นสบายผิว ช่วยลดความมันส่วนเกิน กระชับรูขุมขน เผยผิวเรียบเนียนกระจ่างใส " 











สำหรับตัวนี้ก็จะเป็นผลิตภัณฑ์ชิ้นที่ 3 ที่เราจะรีวิวกัน
จะเป็นเซรั่มบำรุงผิว ที่บรรจุมาในขวดหัวปั๊ม
และได้เคลมสรรพคุณไว้ที่หน้าขวดว่า จะช่วยในเรื่องของการกระชับรูขุมขนได้อีกด้วย













สำหรับเนื้อผลิตภัณฑ์ จะเป็นเนื้อเจลใสๆ
ที่เวลาเกลี่ยแล้ว จะซึมลงผิวเร็วมากๆ  ย้ำว่า "เร็วมากๆ"
และขณะทาผิว จะมีความเย็นๆของตัวเนื้อเซรั่มด้วย

พอทาเสร็จแล้ว จะไม่ทิ้งความหนัก  ไม่ทิ้งความมัน หรือความเหนอะลงบนผิวเลยแม้แต่น้อย
ซึ่งตรงนี้ตอบโจทย์กับคนที่ผิวหน้ามัน ไม่อยากได้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่มีความมันแต่อย่างใด

ในส่วนของความชุ่มชื่นนั้น ตัวเซรั่มมีความชุ่มชื่นอยู่ในตัวเมื่อทาลงไป
แต่ว่า จะไม่ได้ช่วยในเรื่องความชุ่มชื่นได้ดีเท่ากับเจ้าสองตัวแรกที่เราได้รีวิวไป
ถ้าอยากได้ความชุ่มชื่นเพิ่ม  จะหาครีมบำรุงมาทาต่อจากตัวนี้ก็ได้เช่นกัน

ในเรื่องของกลิ่น  เจ้าตัวนี้มีกลิ่นเหมือนกัน  จะเป็นกลิ่นน้ำหอมที่มีความแอลกฮอล์กหน่อยๆ 
ซึ่งกลิ่นค่อนข้างจะชัดเจน แต่ว่าเป็นกลิ่นที่เราพอรับได้ กลิ่นไม่แรงเท่ากับเจ้าตัวที่สองที่เรารีวิวไป







ทีนี้เรามาดูส่วนผสมกันบ้างดีกว่าว่า มีส่วนผสมอะไรที่ช่วยบำรุงผิวกันบ้าง


zea mays (corn) starch - สารสกัดจากข้าวโพด ให้ความชุ่มชื่นกับผิว

malic acid -  ช่วยให้ผิวแข็งเเรง เพิ่มการสังเคราะห์ของคอลาเจน 
เติมเต็มร่องรอยให้ผิวหน้าเนียนเรียบ

centaurea cyanus flower water - ช่วยในเรื่องของการเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว 
ป้องกันการอักเสบ และลดการละคายเคืองของผิว

zinc gluconate  เป็นธาตุสังกะสี โดยปกติแล้วจะช่วยในการรักษาสิว หรือช่วยในการ
ปรับสมดุลของต่อมไขมันให้เป็นปกติ


aphloia theiformis leaf extract   เป็นสารสกัดจากว่านหางจระเข้ จะช่วยให้ผิวพรรณดูมีน้ำมีนวล
ช่วยลดอาการอักเสบ การติดเชื้อ สลายเชื้อโรคเมื่อผิวมีบาดแผล 
กระตุ้นการสร้างเซลล์ผิวใหม่

scutellaria baicalensis root extract - สารสกัดจากพืชสมุนไพร รากสกิวลาเลีย ช่วยปลอบปะโลม ลดการอักเสบของผิว
ช่วยลดการเกิดริ้วรอยแห่งวัย - จุดด่างดำที่เกิดจากรังสีในแสงแดด  




ซึ่งหลักๆก็จะมีสารในการบำรุงผิวดังนี้ ที่จะช่วยในการคาดหวังผลกับผิวเราได้


Sebo Vegetal Purity Mask







เจ้าตัวสุดท้ายที่จะพูดถึงกัน ตัวนี้จะเป็นมาร์คโคลนดินขาว 
ที่ใช้สำหรับมาร์คผิวหน้าของเรา










เจ้ามาร์คตัวนี้จะช่วยในการทำความสะอาดผิว
ขจัดสิ่งสกปรกที่ติดค้างอยู่ภายในรูขุมขนของเรา ให้ผิวสะอาดมาขึ้น
จะได้ไม่ก่อให้เกิดสิวเสี้ยนบนหน้าของเรา ที่เราอาจจะ
ล้างหน้าทำความสะอาดคราบสกปรก มลภาวะ เครื่องสำอาง และอื่นๆออกไม่ไหมด











เนื้อของมาร์คเค้าก็มีลักษณะเป็นสีขาวๆดังภาพ
ตอนแรกที่ทาเนี่ย เหมือนเราทาครีมทั่วๆไป 
แต่ว่า พอเราทิ้งไว้สักพัก มาร์คเค้าจะค่อยๆแห้ง
โดยที่ไม่แห้งช้าจนเกินไป ไม่ต้องรอนานมากจนน่ารำคาญ
เค้าก็เริ่มแห้งแล้ว พอแห้งแล้วไม่รู้สึกว่าหน้าตึง เหมือนถูกดึงผิวเเต่อย่างใด
รู้สึกสบายผิวมากๆ และอีกอย่างที่เริ่ดสำหรับมาร์คที่ทาแล้วแห้ง นั่นก็คือ

มาร์คของเค้าไม่แตก ไม่ปริออกมาเป็นผุยๆ ออกมาเป็นแผ่นๆ 
ไม่หลุดไม่ร่วง  ตรงนี้คือโอเคย์มากๆ  

พอมาร์คหน้าเสร็จแล้ว แน่นอนว่า มาร์คเค้าเน้นในเรื่องของ
การทำความสำอาดผิวล้ำลึกถึงรูขุมขนขนาดนี้ แน่นอนว่าช่วยได้จริงๆ
พอล้างหน้าแล้วรู้สึกเลยว่าหน้าคลีนล้ำลึกสุดๆมากๆ 
 ผิวหน้าจะนุ่มๆ ละมุนๆด้วยล่ะ 

ข้อดีนอกจากจะทำให้สิวอุดตัน , สิวเสี้ยนไม่ขึ้นแล้ว
การมาร์คหน้าที่คลีนล้ำลึกแบบนี้ จะช่วยให้เราลงครีมบำรุงผิวต่อไป
ได้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เพราะว่าไม่มีอะไรที่ไปตกค้าง ไปอุดกั้น
ระหว่างผิวของเรา กันสิ่งสกปรกที่ยังติดค้างอยู่ในผิวของเรา
ทำให้ครีมบำรุงผิวที่เราทาต่อไป ได้ผลดียิ่งขึ้น







ส่วนประกอบหลักๆที่ช่วยในการทำความสะอาดผิว
นอกจากโคลนดินขาว ที่ช่วยในการดูดซับน้ำมันส่วนเกินได้ ก็ยังจะมี
 Kaolin   ช่วยดูดซับน้ำมันส่วนเกินบนผิวหน้าเรา และทำให้ผิวเนียนนุ่ม
Salicylic Acid  ช่วยในการผลัดเซลล์ผิว
Zeamays corn starch   สารสกัดจากข้าวโพด ให้ความชุ่มชื่นกับผิว


สำหรับการรีวิวผลิตภัณฑ์บำรุงผิวจากแบรนด์ 
Yves Rocher ทั้งหมด 4 ชิ้น
ก็ประมาณนี้จ้า
ใครสนใจอยากลองใช้ สามารถไปหาซื้อได้ที่ร้าน Yves Rocher 
ตามห้างชั้นนำได้ทุกที่เลยจ้า


สุดท้ายนี้ทาง Vyes Rocher เค้าจัดกิจกรรมอยู่ด้วย
สามารถไปลองตรวจสภาพผิวได้ฟรีที่เคาเตอร์ของ  Vyes Rocher พร้อมรับผลิตภัณฑ์สำหรับทดลอง
สำหรับ 7 วันไปใช้กันฟรี ตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันที่ 16 พ.ค.2559  ได้ทุกสาขา
สามารถดูสาขาทั้งหมดได้ที่ 


และสามารถติดตามกิจกรรมได้จากแฟนเพจของทางแบรนด์เลยจ้า
https://www.facebook.com/yvesrocherthailand





Create Date : 19 เมษายน 2559
Last Update : 4 พฤษภาคม 2559 12:55:49 น.
Counter : 15480 Pageviews.

0 comments
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

lepommz
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 287 คน [?]







 photo E2A0E070E270E190_zpsf35f0ca3.jpg Counter Start on 30 NOV. 2012
New Comments