Group Blog
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •    
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
รีวิว มาร์คฟองฟู่ bliss oxygen instant energizina mask
ฮายยยยยยยยยยยยย ทุกโค้นน
สำหรับ บลอคนี้เราจะรีวิวมาร์คตัวนึง ซึ่งเป็นมาร์คที่ ใช้แล้ว สนุกมากกก  คือ
bliss oxygen instant energizina mask
หรือที่เรา (ไม่รู้ว่าคนอื่นจะเรียกเหมือนกันรึปล่าว)
เราเรียกว่า มาร์คฟองฟู่ เพราะมาร์คแล้ว มันจะมีฟองฟู่ๆออกมา เอ๊อออ สนุกดีอ่ะ
ใช้แล้วมันส์จริงๆ มันส์มาก 

โอเคย์ เป็นยังไง เราไปพูดถึงกันเลยเนอะ




ก่อนอื่นเลย รูปร่างหน้าตาก็จะเป็นสไตล์ในแบบของ Bliss นั่นก็คือ
เรียบหรู ดูดี ดูสะอาด แบบนี้เลย

ก่อนจะไปพูดอื่นๆ นั้น บอกราคาก่อนเลย เพราะรู้ว่าต้องถามกันแน่ๆ 55
ราคาอยู่ที่ 2,750 บาท ราคาแอบโหดนิดนึง แต่ขอบอกว่าใช้ได้นานมากกก
มีขายที่เคาเตอร์พารากอนจ้า




บรรจุมาในไซส์ 100 ML. ซึ่งขอบอกเลยว่า เยอะมากกกกกกก
เพราะปริมาณในการใช้ต่อครั้งนั้น ใช้แค่ไม่เท่าไหร่เอง





ซึ่งด้านหน้าผลิตภัณฑ์เค้าก็เคลมหลักๆเอาไว้ว่า เป็นผลิตภัณฑ์ทีช่วยในการ
ปล่อยออกซิเจนเข้าสู่ผิวของเรา เพื่อทำการดีทอกซ์ผิว 
(ซึ่งเป็นอย่างไรนั้น เดี๋ยวเราไปว่ากันอีกที)






ด้านนหลังเค้าบอกวิธีใช้ไว้คร่าวเลยว่า 
"จากสปา สู่ผิวของคุณ"
อุ๊วว คือใช้แล้วเหมือนกับว่า ฉันจะทำสปาได้เองที่บ้านเลยรึปล่าว

ให้นวดเจ้าตัวผลิตภัณฑ์ ทาไไปให้ทั่วผิว แล้วก็รอ 5 นาที สามรรถใช้ได้สัปดาห์ละ 3 ครั้งเลย
ซึ่งวิธีการใช้ก็ประมาณนี้ แต่ว่าก่อนใช้ต้องทำความสะอาดผิวหน้าให้สะอาด เกลี้ยงสะก่อนนะตัวเธอ
พอใช้เสร็จ 5 นาทีก็ล้างหน้าออกได้เลยเด้อ





ส่วนตรงนี้ก็จะเป็นหัวปั๊ม ใช้สำหรับปั๊มเอาผลิตภัณฑ์ออกมา ใช้ง่ายดีแล้วก็สะอาดดีด้วย




ส่วนเวลาใช้แล้วเป็นอย่างไร ไปดูกันเลย




ขอบอกว่าเป็นมาร์คที่ใช้แล้วสนุกที่สุดที่เคยใช้มา เพราะดูจากในรูป แกเห็นฟองชิ๊ป่ะ ?
นั่นเเหล่ะ ความสนุกของฉัน 

ดังภาพคือ ภาพแรกเมื่อทาไปที่หลังมือ ยังไมไ่ด้เกลี่ย สภาพจะเฉยๆ 
แต่พอเกลี่ยแล้วแค่แปร้บเดียว ดังภาพคือ 4 วิ จะมีฟองเกิดขึ้น 
ตอนที่กำลังเกิดฟอง จะมีเสียงฟู่ๆ ยุ๊บๆยิ๊บๆ ของฟองที่เกิดปฏิกิริยาขึ้นบนหน้า
พอผ่านไป 10 วิ ฟองจะเยอะมากขึ้น
แต่พอปล่อยระยะเวลาไป 25 วิ ฟองมาเต็มเลยจ้าา

ทั้งนี้ทั้งนั้น ความฟอง ความฟู่ ของฟองจะมากน้อย ขึ้นอยู่กับความชุ่มชื้นในผิวของเรา
ถ้าผิวเราชุ่มชื้นมาก หรือ มีน้ำภายในผิวมาก มันก็จะทำให้เกิดฟองมากขึ้น ตามไป

(ตอนแรกจะถ่ายรูปหน้าให้ดู แต่ถ่ายไม่ทัน มาร์คมันฟูเร็วมากเลยแก 555 เลยต้องถ่ายบนมือแทน -*- )

ส่วนเรื่องของกลิ่นนั้น จะเป็นกลิ่นแบบ ซิตรัส สุดๆ ผลไม้ๆ เปรี้ยวๆ ซึ่งในตัวมาร์คเนี่ย
มีส่วนผสมของพวก วิตามิน C ซึ่งถ้าใครแพ้ตรงนี้ หรือผิวเซนซิทีฟมากๆ คุณอาจจะไม่เหมาะก็ได้เนอะ

(ps.แก มือชั้นเหมือนแรงงานก่อสร้างเลยอ่ะ 555 มือถึกมากก)




ส่วนภาพฟองนี้ เป็นภาพซูมให้เห็นชัดๆถึงฟอง ที่เกิดฟองฟูอย่างเต็มที่แล้ว
ฟองจะละเอียดมาก เเน่นมาก แบบนี้เลย



feeling หลังมาร์คเสร็จ

- ผิวนุ่มขึ้นมากกก จากครั้งแรกที่ใช้ นิ่มเด้งดึ๋งเด้งดึ๋งเลย
- ผิวสะอาดมาก เหมือนได้คลีนผิวอย่างล้ำลึก
- ถ้าใช้บ่อยๆ หน้าจะดูไบรท์ขึ้น กระจ่างใสขึ้น


ข้อเสีย

ถ้าใครแพ้ วิตามินซี หรือ น้ำหอม ก็อาจจะไม่เหมาะได้จ้า



มาร์คตัวนี้เค้าเน้นจุดขายตามหน้าขวดคือ oxigen 
ซึ่ง oxigen ทำไมถึงเป็นจุดขาย แล้ว ดีอย่างไร???

คือถ้าใครเคยเข้าคอสรักษาหน้า สปาหน้า หรืออื่นๆตามคลินิก จะมีพวกคอสการทำหน้าที่
ใช้วิธีการปล่อยออกซิเจนเข้าสู่ผิว
ซึ่งการปล่อยออกซิเจนเข้าสู่ผิวเนี่ย จะทำให้พวก pre-acne หรือ แบคทีเรียที่จะก่อให้เกิดสิวบนหน้านั้นตาย
เพราะเจ้าพวกเเบคทีเรียเหล่านี้ ไม่สามารถมีชีวิตอยู่ในที่ๆมีออกซิเจนสูงได้
คือมันก็เหมือนกับเป็นอีกวิธีการหนึ่ง ที่ทำให้ลด การเกิดสิว 
ก็หมายความว่าเจ้าผลิตภัณฑ์ตัวนี้ก็จะช่วยในเรื่องของการลดการเกิดสิวได้ด้วยเเหล่ะเธอ

และการใช้ตัวนี้ ข้อดีคือ เราสามารถทำเองที่บ้านได้ ไม่ต้องไปคลินิค เสียค่าคอสเเพงๆ
แต่ แต่ แต่ ไม่ได้หมายความว่า คุณจะใช้เจ้าตัวนี้เป็นตัวหลักในการกำจัดสิวนะ 
เพราะนอกจากแบคทีเรีย และยังมีอย่างอื่นอีกที่เป็นปัจจัยทำให้เกิดสิวอีกด้วยเช่น
อาจจะพักผ่อนน้อย , ปล่อยให้หน้าอุดตันเครื่องสำอางค์ หรืออื่นๆ เป็นต้น 
ก็เป็นแค่เพียงปัจจัยเล็กๆปัจจัยหนึ่งที่ช่วยในการลดการเกิดสิวได้จ้า


ฉะนั้นขอจบการรีวิวแต่เพียงเท่านี้จ้าที่รัก.........บายยยย














Create Date : 10 พฤษภาคม 2557
Last Update : 11 พฤษภาคม 2557 14:31:02 น.
Counter : 5646 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

lepommz
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 287 คน [?]







 photo E2A0E070E270E190_zpsf35f0ca3.jpg Counter Start on 30 NOV. 2012
New Comments