Group Blog
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •    
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
รีวิวผลิตภัณฑ์ Cetaphil 4 ชิ้นแน่นๆ


กราบสวัสดีทุกๆท่านที่ผ่านเข้ามาในห้วงภวังค์วังวนแห่งบลอคของอิช้าน
สำหรับบลอคนี้ข้าน้อยจะขอรีวิวถึงผลิตภัณฑ์สกินแคร์จาก สวิสเซอร์แลนด์
นั่นก็คือแบรนด์ Cetaphil

เป็นแบรนด์ที่เชื่อว่า คนส่วนมากต้องเคยรู้จัก
เพราะแบรนด์นี้มีวางขายให้เห็นอย่าง Boots, Watson และร้านขายยาทั่วไป 
เป็นแบรนด์ที่เน้นเรื่องความอ่อนโยนในตัวผลิตภัณฑ์ 
ให้ความรู้สึกเบาๆสบายๆผิว ไม่หนัก ไม่แรง ไม่hard เกินไปสำหรับผิวหน้า
ซึ่งคนผิวแพ้ง่าย สามารถใช้ผลิตภัณฑ์ในแบรนด์ของเค้าได้สบายๆเลยหล่ะเธอ
ดั่งคำสโลแกนของแบรนด์ที่เค้าบอกว่า "อ่อนโยน เข้าใจทุกสภาพผิว" นั่นเอง

เอาเป็นว่าเรามาเริ่มทำการเสวนาว่ากล่าวกันทีละตัวกันเลยนะเเจ๊ะ

เริ่มที่ตัวแรกด้วย  Cetaphil Gentle Skin Cleansing Cloths 

ขนาดบรรจุ 25 แผ่น








เจ้าตัวนี้ก็คือกระดาษที่ใช้ทำความสะอาดผิว
หรือที่รู้จักทั่วกันนั่นก็คือ"ทิชชู่เปียก"
ที่บรรจุอยู่ในซองพลาสติก ที่มีฝาเปิดดั่งนี้นี่เอง





ซึ่งเจ้าตัวนี้เนี่ย ก็จะใช้ในการคลีนเครื่องสำอางค์บนหน้าเรา
ใช้ได้ทั้งหน้า และ บริเวณเปลือกตาที่เราลงอายแชโดว์ได้ด้วย
โดยที่ไม่ต้องกลัวว่าจะระคายเคืองตา เพราะเค้าเคลมไว้ว่า
เจ้าผลิตภัณฑ์ของเค้าเนี่ยนะ "Gently" สุดๆ อ่อนโยนสุดๆ

และอีช้านลองแล้ว โอเคย์ใช้ได้เลยล่ะ
จะอย่างไรเดี๋ยวเราไปว่าต่อกันทีหลังเนาะ

และนอกจะทำความสะอาดหน้าแล้ว ก็เอาไว้เช็ดมือเช็ดแขน เช็ดขา
เช็ดอะไรก็ได้ที่ใจอยากจะเช็ด เพื่อทำความสะอาดร่างกายตามอัธยาศัยได้เลยจ้า







เรามาดูคำเคลม หน้าผลิตภัณฑ์กันก่อนดีกว่า
- ตัวแรกเค้าบอกว่า สามารถใช้ลบสิ่งสกปรก หรือ เครื่องสำอางค์ได้ โดยไม่ก่อให้เกิดการระคายเคือง
ซึ่งหลังจากที่ได้ทดลองใช้ดูแล้ว ขอบอกเลยว่า จริง ไม่ระคายเคืองจริงๆ
เจ้าแผ่นทิชชู่เนี่ย ไม่ได้ชุ่มไปด้วยแอลกฮอล์ก เหมือนของตัวอื่นๆ ที่เราเคยได้ใช้มา
และที่สำคัญคือ ไม่มีน้ำหอมมาในส่วนผสมอีกด้วย ซึ่งคนที่ผิวแพ้ง่าย แพ้ทุกสิ่งอย่างบนโลกนี้
ต้องใช้อะไรที่คลีนๆ ใสๆ ไม่เจือปนสิ่งที่ก่อให้เกิดการแพ้ง่าย จะเหมาะกับตัวนี้มาก 
อันนี้อิช้าน ขอคอนเฟริ์มด้วยตัวเองเลยค่าาาา


-ข้อสอง ถูกพัฒนาและทดสอบโดยผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง
- ข้อสาม  ผลิตขึ้นเพื่อผิวแพ้ง่าย
ซึ่งตรงนี้ก็จริงตามด้านบนที่กล่าวไปแล้วเลยจ้า


ต่อมาเรามาดูกันที่ตัวเเผ่นทิชชู่กันบ้างดีกว่า
จากภาพ แผ่นบนคือแผ่นที่ดึงออกมาจากบรรจุภัณฑ์เฉยๆ โดยที่ไม่ได้ทำอะไร
ส่วนแผ่นล่าง ผ่านการดึง การยืดเรียบร้อยแล้ว

ซึ่งข้อดีของเจ้าแผ่นทิชชู่เค้าเนี่ยคือ สามารถยืดออกมาได้ยาวถึง 1 ฟุต หรือ 1 ไม้บรรทัดเลยทีเดียวเชียว
โดยที่ไม่ขาด และถ้าดึงต่อไปจากนี้คือ เจ้าแผ่นทิชชู่เค้าจะหยุดการขยายตัวแล้ว
จะไม่มีการดึงออกไปเกินความสามารถของการยืดตัว แล้วเกิดการขาดกลางของแผ่น
แล้วมีขุยๆออกมาให้ดูแย่ ถือว่าความยืดหยุ่นของเนื้อทิชชู่นี้ เจ๋ง เริ่ด ดีงามสุดยอดเลยตัวเธอ

และสำหรับเนื้อผ้าของเค้า ใช้แล้วไม่สากผิว 
ผ้านุ่มโอเคย์ สามารถเช็ดหน้าได้โดยที่ไม่ระคายเคืองได้ดีมาก
แต่ข้อเสียเล็กน้อยสำหรับเรา คือ ความชุ่มชื่นในตัวผ้านั้นแอบน้อยไปนิดนึง
นิดเดียวนะ ถ้าชุ่มกว่านี้อีกหน่อยจะเพอเฟคมากๆเลยล่ะ
แต่อย่าชุ่มเยอะ เดี๋ยวจะกลายเป็นทิชชู่แช่น้ำเช็ดแล้วไหลจ๊อกๆ นั่นก็ไม่ไหวนะคะ 55










แน่นอนว่า เราต้องมีการ Test ประสิทธิภาพกันนิดนึง
จากภาพที่เห็น เป็นการเทส การเช็ดรอยลิปสติก 
ที่เห็นภาพขวานั้นคือการเช็ดเพียงแค่รอบเดียว
เป็นการปาด 1 ครั้ง คราบลิปสติกหายไปเกือบหม๊ดด จนอิชั้นเองก็อดสะพรึงแก่ใจไม่ได้
เพราะเจ้าทิชชู่ของเค้าเนี่ย สามารถเอาคราบออกไปได้ถึง 95 % กันเลยทีเดียว
ยังเหลือรอยเล็กน้อยที่แทบจะมองไม่ค่อยเห็นทิ้งเอาไว้

และถ้าใครไม่ได้เอามาเช็ดผิว แต่เอามาเช็ดหน้าแทนอาจจะกังวลว่า เอ๊.....
ถ้าฉันเช็ดแล้ยวหน้าจะแห้งตึงมั๊ย เค้าจะดึงความชุ่มชื้นออกจากผิวเยอะเกินไปรึปล่าว??
ไม่ต้องห่วงค่ะคุณขา 
เจ้าตัวแผ่นทิชชู่เค้าเนี่ย มีส่วนผสมของ Glyceryl ช่วยบำรุงผิวให้ชุ่มชื่น ไม่ทำให้เกิดอาการแห้งตึงหลังการใช้
ฉะนั้นหมดห่วงได้เลย 


เอาเป็นว่าสรุปเลยเนาะ สำหรับเจ้าตัวนี้คือ 
ถ้าใครต้องการทิชชู่เปียกที่ 
 อ่อนโยน
 ไม่ระคายเคืองผิว ไม่แสบผิว
 ไม่มีแอลกฮอล์ก
 ไม่มีน้ำหอม
 เนื้อผ้าไม่สาก
 เช็ดคราบสิ่งสกปรกต่างๆออกได้ดี

ตัวนี้เหมาะกับคุณจ้า
แต่ถ้าอยากได้ที่ชุ่มๆ ชุ่มมากๆ ตัวนี้อาจจะไม่ตอบโจทย์เด้อ




ตัวที่สอง นั่นก็คือ Cetaphil Oily Skin Cleanser
ขนาดบรรจุ 125 มล.




ตัวนี้อีช้านขอบอกเลยว่า อีช้านขอนำเสนอ พรีเซนเทชั่นสุดๆ
เพราะอะไรนั้นหรือ เดี๋ยวเราไปว่ากัน อดใจกันสักนิด


ก่อนอื่นเรามาดูคำเคลมผลิตภัณฑ์ ที่ทางแบรนด์เคลมไว้กันก่อนดีกว่าเนาะ
- ไม่มีส่วนผสมของสบู่
- PH Balance ใกล้เคียงกับผิวหนังตามธรรมชาติ
- ให้ผิวนุ่มชุ่มชื่นไม่แห้งตึงหลังล้างหน้าด้วย Moisturizing Film
- ทำความสะอาดง่ายและสะดวก 
- ใช้เช็ดเครื่องสำอางค์ล้างทำความสะอาดหน้า






ก่อนอื่นเลย เธอเห็นตัวใหญ่บึ้มตรงนั้นมั๊ยเอ่ย 
เค้าบอกว่า Oily Skin Cleanser 
และเล็กๆลงมาคือ for oily and acne pron skin type 
ซึ่งบอกว่า เหมาะกับคนผิวมันหรือผิวสสม หรือผิวเกิดสิวง่าย

ซึ่งมันเหมาะกับอีช้านมาก เพราะปกติส่วนตัวเราเป็นคนผิวมันสิวขึ้นง่ายอยู่แล้ว
ไม่รีรออย่ารอช้าที่จะรีบทดลองใช้  ผิวมันอย่างเราก็ใช้รัวๆเลยจ้าาาา






ต่อมาเค้าบอกว่า non-comedogenic ก็คือไม่ก่อให้เกิดการอุดตัน
foaming action ก็ประมาณว่า เป็นเนื้อโฟมในการทำความสะอาดผิว (ประมาณนี้ อีช้านไม่รู้จะแปลยังไงให้สละสลวย)
และก็ dermatologist recommended   ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง แนะนำให้ใช้

และที่เหลือก็คล้ายๆกับที่บอกไปด้านบนเนาะ






เจ้าเนื้อผลิตภัณฑ์ของเค้าเนี่ย ก็จะเป็นเนื้อเจลใสๆ 
เวลาใช้ก็บีบใส่มือ ใส่น้ำลงไปนิดนึง แล้วก็มือถูๆแล้วตีฟองแล้วเอาไปลูบไล้ซุกไซ้บนใบหน้า เพื่อทำความสะอาด
แต่ขอบอกก่อนว่า ฟองเค้าไม่เยอะมากนะ ถ้าใครอยากได้ฟองเยอะๆ แน่นๆ ฟูฟ่องเฟอร์ๆ 
แนะนำให้ใช้ตาข่ายตีฟองกับเจ้าตัวนี้ ตีฟองรัวๆ ซึ่งเราใช้ดู โอ้โหหห ฟองเยอะมากก 


----------------------------------------------------

ความรู้สึกในการใช้

ซึ่งหลังจากที่ได้ใช้แล้ว ขอบอกเลยว่าเเฮปปี้นะ
ฟิลลิ่งที่ใช้และเกิดผลกับเราจริงนั่นคือ
1.ใช้แล้วหน้าไม่ตึง หน้าไม่เอี๊ยดๆเหมือนจานพึ่งล้างเสร็จใหม่ๆ เพราะถือเป็นข้อดี
ไม่ได้หมายความว่า คนหน้ามัน จะต้องล้างหน้าให้มันเอี๊ยดๆ ไปกับผิวแล้วสะอาด อันนี้ไม่ถูกต้อง
เพราะถ้าหน้ามัน แล้วไปล้างให้สะอาดความมันออกเกลี้ยงเหมือนรีดเลือดปูขนาดนั้น 
จะทำให้สูญเสียน้ำหล่อเลี้ยงบนหน้า และ น้ำมันส่วนดีบนใบหน้าเยอะเกิน
และใบหน้าก็จะเกิดการแห้ง และ จะผลิตน้ำมันออกมาใหม่อีก อันนี้เเย่ๆ

2.หลังล้างจะมีความลื่นผิวนิดหน่อย เหมือนล้างหน้าไม่หมด แต่ไม่ทำให้เกิดความรำคาญผิวนะ

3.เนื้อโฟมมีกลิ่นหอมอ่อนๆ กลิ่นคล้ายพวกแชมพูเด็ก น้ำยาอาบน้ำเด็กอะไรประมาณนั้น

4. ปล่อยทิ้งไว้บนหน้าไม่ก่อให้เกิดการระคายเคืองผิว ผิวไม่คันยิ๊บๆ ไม่แสบหน้า

5. ่หลังล้างหน้าแล้วจะให้ความชุ่มชื่นกับผิวด้วยล่ะ แต่ไม่เยอะมากนักนะ เล็กน้อยเบาๆจ๊ะ








เรามาดูกันที่ส่วนผสมหลักกันนิดนึงดีกว่าเนอะ

purified water   น้ำบริสุทธ์ ใช้เป็นส่วนผสมหลักเป็นตัวทำละลายส่วนผสมอื่นๆด้วย
- peg-200 hydrogenated glyceryl palmate  / - peg-7 glyceryl cocoate  / 
acrylates/steareth-20 methacrylate copolymer  / -sodium lauryl sulfate
พวกนี้นี้ก็จะเป็นสารลดแรงตึงผิว
- Sodium lauroyl sarcosinate ตัวนี้จะเป็นสารให้ฟอง สารก่อให้เกิดฟองในเนื้อผลิตภัณฑ์

- glycerin / -butylene glycol สารให้ความชุ่มชื้น 
- phenoxyethanol  / methylparaben / fragrance edta disodium  ตัวนี้จะเป็นสารกันเสีย

Peg-60 Hydrogenated Castor Oil ตัวนี้จะช่วยในการทำละลายอีกตัวหนึ่ง

คือจะเน้นไปทางสารลดแรงตึงผิวซะส่วนใหญ่ มีสารให้ความชุ่มชื้นมานิดนึง และมีสารตัวที่เป็นสารเคลือบผิวด้านบน
ทำให้เรารู้สึกว่า เห๊ยย เหมือนมันล้างหน้าออกไม่หมดอ่ะ ก็คือ Peg-60 Hydrogenated Castor Oil นั่นเอง
ซึ่งถ้ามาไล่เรียงตามลำดับของส่วนผสม ตัวแรกจะเป็นตัวทำละลาย และตามต่อมาเป็นสารลดแรงตึงผิวเป็นตับ และ
พวกตัวกันเสียจะอยู่อันดับหลังๆท้ายๆทั้งสิ้นเนอะ


สรุปว่าตัวนี้ยังไงเนาะ
 เหมาะกับคนที่หน้ามันจริงๆ เพราะจะช่วยเรื่องน้ำมันส่วนเกินของผิวได้ แต่ไม่เยอะมากนะเธอ
 เหมาะสำหรับคนที่อยากได้ล้างหน้าที่ล้างแล้วหน้าไม่ตึงหลังล้าง




ตัวต่อมา Cetaphil Moisturizing Cream
ขนาดบรรจุ 50 กรัม







เจ้าตัวนี้เนี่ย เอาจริงๆคือ ไม่ได้มีความวิเศษอะไรมาก
เผินๆก็คือมอยเจอร์ไรเซอร์ ให้ความชุ่มชื้นกับผิวธรรมดาๆ ที่มีขายทั่วๆไป
แต่ ด้วยความธรรมดา ที่ไม่ธรรมดานั้นเอง จะเป็นอย่างไร เดี๋ยวเราจะไปว่าต่อกันเนาะ


คำเคลมผลิตภัณฑ์
-มากคุณค่าบำรุงด้วย Sweet Almond Oil
- ป้องกันการสูญเสียน้ำ พร้อมดึงความชุ่มชื่นคืนสู่ผิว
- ปาศจากน้ำหอม และ สารกันเสีย
- ไม่ก่อให้เกิดสิวอุดตัน
- ผ่านการวิจัยแล้วว่า สามารถใช้ควบคู่กับการรักษาโรคผื่นภูมิแพ้ 
ผิวอักเสบ และป้องกันผิวจากการใช้ยารักษาาสิว



ลักษณะหลอดก็จะเป็นหลอดฝาเกลียวแบบบีบเนื้อครีมปกติ 






ส่วนเนื้อครีมก็จะเป็นเนื้อครีมสีขาว เหมือบนกับตัวมอยเจอร์ไรเซอร์ทั่วไป ซึ่งเวลาทาแล้วเกลี่ย
จะต้องใช้เวลาสักนิดนึง และจะทิ้งความเหนอะนิดหน่อย ประมาณ 3/10 หลังจากทาแล้ว





ที่บอกว่าเป็นครีมธรรมดา ที่ไม่ธรรมดาไปเมื่อตอนต้น 
อยากรู้มั๊ย ทำไม??

ปกติแล้วเนี่ย เวลาเราทาครีมบำรุงผิวทุกวันๆ 
คนส่วนมากจะนึกถึงพวกครีมที่จะแก้ไขปัญหาบนผิวหน้าต่างๆของเราตามความบกพร่องของผิวหน้า
เช่น เราผิวคล้ำ หน้าหมองไม่สดใส เราก็ไปซื้อครีมกลุ่ม whitening มาใช้
หรือเราอาจจะมีริ้วรัว กังวลเรื่องนี้ ก็ไปหาครีมกลุ่ม anti aging มาใช้
ซึ่งบางคนใช้ครีมแล้วลืมนึกถึงการเติมความชุ่มชื่นให้กับผิว ให้ผิวได้รับความชุ่มชื้นกลับคืนมา
หลังจากที่เราหล้างหน้า ล้างหน้าชะล้างความชุ่มชื้นของผิวออกไป
ซึ่งครีมที่เราใช้ทุกวันนั้น บางครั้งความชุ่มชื้นต่อผิวอาจจะไม่เพียงพอก็มีอยู่ 
โดยเแพาะพวกเซรั่มบางตัว ไม่ให้ความชุ่มชื้นเลยก็มี ทาเพื่อบำรุง 
แต่หน้ายังเเห้งผาดดดด หน้าตึงเปรี้ยะๆ นั่นแปลว่าคุณยังไม่ได้เติมความชุ่มชื้นให้กับผิว

ฉะนั้นอย่ามองข้าม อย่าเลี่ยงในส่วนนี้
ถึงแม้คุณจะบอกว่า คุณเป็นคนหน้ามันก็ตาม ซึ่งเราเองก็หน้ามัน
และเราได้ตระหนักแล้วว่า การที่เราหน้ามัน
ไม่ได้หมายความว่า การเลี่ยงการใช้ครีมที่ช่วยในการเติมความชุ่มชื้น เป็นข้อดีแต่อย่างใด
เพราะถ้าผิวเราขาดความชุ่มชื้น สมดุลของน้ำในผิวไม่โอเคย์  ผิวจะขาดน้ำ และทำให้หน้าเหี่ยวเร็ว
นอกจากนี้ สิวขึ้นได้ด้วยนะเธอ  เอ๊ออออออ

นี่เเหล่ะถึงบอกว่าสำคัญ และจำเป็น
ซึ่งเจ้าครีมตัวนี้ก็จะช่วยเรื่องความชุ่มชื้นแบบเน้นๆเลยล่ะเธอ

-----------------------------

อันจะว่าไปเจ้าตัวนี้เราใช้ทาทั้งกลางวันและกลางคืนเลยนะ
แต่กลางวันจะใช้น้อยหน่อย กลัวหน้ามันเวลาเราเมคอัพแล้วจะไม่สวย แต่จะเน้นหนักตอนกลางคืน
คือวิธีใช้ เราจะไม่ปาดครีมลงหน้าแล้วทา แบบนั้นจะหนักเกินไป 
ไม่ว่าจะมอยเจอร์ตัวไหนก็ตาม เราจะไม่ทำแบบนี้

วิธีทาครีมให้ได้ผลดีและไม่หนักเกินไป เราจะบีบครีมใส่ฝ่ามือ และถูๆวนๆด้วยกันกับฝ่ามืออีกข้าง
จนมือเราร้อนๆอุ่นๆ และประคบครีมลงหน้า และอาจมีการนวดด้วย
วิธีนี้จะทำให้หน้าเด้งหลังทาครีม และครีมจะไม่หนักเกินไป เริ่ดดเลอค่ามาก
แต่เจ้าตัวนี้ทาไปแล้วจะมีความเนอะเบาๆ นะ ยิ่งถ้าเธอไม่นวดก่อนตามที่อีช้านบอกไปข้างต้น
จะเหนอะเลยล่ะ ยิ่งทากลางวันยิ่งแล้วใหญ่ จะเหนอะมากยิ่งเทียบกับอากาศบ้านเรา
แต่ก็ไปว่าเค้าไม่ได้นะ เพราะหน้าผลิตภัณฑ์เค้าบอกอยู่แล้วว่า
for chornic dry  สำหรับผิวที่แห้งมาเป็นเวลานานต่อเนื่อง
ฉะนั้น ครีมเค้าก็ต้องข้นๆหน่อย เพื่อเติมความชุ่มชื้นอย่างเเน่นหนึบจริงจัง

สำหรับเรากลางวันเราใชั้แค่นิดเดียว นวดกับฝ่ามือแล้วทาเติมให้หน้าไม่เเห้ง
และกลางคืนจะใช้เยอะกว่ากลางวันเท่าตัว ทาเป็นขั้นตอนสุดท้ายของการทาครีม
และอยู่ในห้องแอร์และนอน โอ้โห เลอค่ามากเธอ








ส่วนผสมส่วนมากก็ไม่มีอะไรมาก จะเน้นสารให้ความชุ่มชืั้นกับผิว
อาทิ Glycerin , Paraffinum liquidium , prunus amygdalus dulcis oil , acrylates/c10-30 alkyl acrylate crosspolymer
และก็พวกสารให้ความหนืด ที่ใส่มาสองสามตัว (ไม่แปลกใจเลยทำไมครีมข้นนัก)  และสารที่ทำให้ครีมยึดเกาะกันประมาณนี้ 

สรุปคือเอาจริงๆ ก็เป็นมอยเจอร์ไรเซอร์ที่ช่วยเติมความชุ่มชื้นให้กับผิวอีกตัวหนึ่ง ที่ชุ่มชื้นมากกก 
ใครที่อยู่ในที่อากาศเย็นๆอย่างต่างประเทศ หรือใครผิวแห้ง น่าจะhappy กับเจ้าตัวนี้
แต่ส่วนคนหน้ามันอย่างเรา ก็ไม่ได้เเย่นะ ถ้าเรารู้จักวิธีการใช้ที่ถูกต้องกับสภาพผิวของเรา
อย่างที่บอก เราปฏิเสธไม่ได้ว่าเราจะต้องใช้ครีมที่เติมความชุ่มชื้นให้กับผิว ถึงเเม้ว่าเราจะเป็นคนผิวมันก็ตาม
* *** มันจำเป็นมากๆ ****



สรุปกันนิดนึงเนาะ 

 เหมาะกับคนที่ผิวแห้งมาก
 เหมาะกับผู้ที่อยากได้ครีมบำรุงเพื่อเติมความชุ่มชื้นให้ผิวในเวลากลางคืน
 เน้นความชุ่มชื้นให้กับผิวอย่างเร่งด่วน





ตัวสุดท้าย Cetaphil Daily Advance Ultra Hydrating Lotion
ขนาดบรรจุ 85 กรัม





เจ้าตัวสุดท้ายนี้ก็จะเป็นครีมสำหรับผิวหน้าและผิวกายกันบ้างหล่ะ 
เป็นโลชั่นทาผิวหน้าและผิวกาย ที่ให้มาในปริมาณ 85 กรัม
หลอดไม่ใหญ่มาก สามารถใส่กระเป๋าพกพาไปนอกบ้านได้โดยที่ไม่หนักเลยล่ะเธอ


คำเคลมผลิตภัณฑ์

- นำความชุ่มชท่นสู่ผิวอย่างรวดเร็วหลังการใช้ครั้งแรก
- ผ่านการวิจัยแล้วว่าคงความชุ่มชื่นยาวนานถึง 24 ชั่วโมง
- อ่อนโยน ไม่มีส่วนผสมของน้ำหอม ไม่อุดตันรูขุมขน
- ใช้ได้ทุกส่วนของร่างกาย ไม่เหนียวเนอะหนะ






เรามาดูคำโปรยหน้าหลอด และพิสูจน์ไปพร้อมๆกันเลยดีกว่า

เค้าบอกว่า for dry to very dry skin
สำหรับผิวแห้ง ถึง แห้งขีดสุด ประหนึ่งว่า ครีมตัวนี้ถูกออกแบบมาให้กับคนที่สภาพผิว
แห้งเหมือนอยู่ในขั้วโลกเหนือมาห้าสิบปีกันเลยทีเดียว 
ซึ่ง จากที่ใช้แล้วขอบอกได้เลยว่า โอเคย์ เป็นจริง
เพราะปกติเราเป็นคนที่เท้าแห้งมาก พอทาไปปุ๊ป ความแห้งผาดที่เป็นวิกฤตการณ์เลวร้ายแห่งเท้านั้น
ถูกซ่อมความแห้งให้ผิวกลับมาสวยงามชุ่มชื่นได้ ณ บัดดล 
นอกจากในตัวเนื้อครีม ที่ให้ความชุ่มชื้นในชั้นผิวแล้ว ยังมีส่วนผสมบางตัวที่ทำหน้าที่เสมือนการเคลือบผิว
 เคลือบความชุ่มชื้นให้กับผิวไว้ชั้นบนด้วย
(ซึ่งตรงนี้เดี๋ยวเราจะไปดูถึงส่วนผสมกันต่อว่ามีอะไรบ้างที่ทำให้ผิวชุ่มชื้นได้ขนาดนี้)

non-greasy   ไม่มันเยิ้ม จริงง แต่แอบมีความเนอะนิดหน่อย
นี่ทาบริเวณท้องแขนด้วย แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่า เวลาใช้คอมพิวเตอร์ ท้องแขนวางบนพนักวางแขนที่เก้าอี้
พอยกแขนขึ้น แอบติดหนึบๆตึ๊บๆบ้างล่ะคุณ

Fragrance Free  ไม่มีน้ำหอมจริง จากที่สัมผัสจากกลิ่นและ พลิกไปดูส่วนผสมหลังกล่อง

Non-comedogenic  ไม่ก่อให้เกิดการอุดตัน
ปกติแล้วถ้าผิวเราอุดตันจากการทาครีม จะอุดตันรูขุมขนและทำให้เกิดสิว
ส่วนมากโดยง่ายๆเลยคือจะเกิดการอุดตันจากส่วนผสมซิลิโคนทั้งหลายเเหล่ะ
ซึ่งเจ้าตัวนี้ ก็แอบมีตัวที่เป็นซิลิโคนผสมมาเหมือนกันอย่าง cyclopentasiloxane ถูกผสมมาอยู่ในอันดับที่ 7 
เป็นซิลิโคนชนิดเบา ช่วยในการซึมของเนื้อครีม นำพาพวกสาร active เข้าสู่ผิวหนัง และทำให้ครีมมีเนื้อสัมผัสที่ลื่นๆขึ้น 
ถึงแม้ว่าจะมีซิลิโคนผสมอยู่ในตัวเนื้อครีมด้วย
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ขึ้นอยู่กับผิวคนด้วยล่ะ บางคนผิวอ่อนโยนอ่อนบางอ่อนแออ้อแอ้มาก
ถึงแม้จะไม่มีซิลิโคนผสมอยู่ ทาอะไรหนักๆนิดนึง อุดตันแพ้หมดเลยจ้า









ในส่วนของเนื้อครีม ก็จะเป็นเนื้อครีมสีขาวๆ เหมือบกับโลชั่นทั่วๆไปนั้นเเล
แต่ความหนืดของตัวเนื้อครีม จะไม่หนืดเท่ากับตัวครีมทาผิวหน้าตัวก่อนหน้านี้
ตัวนี้จะทาง่าย เกลี่ยง่ายกว่ามากๆ








ที่บอกว่าตัวนี้เน้นความชุ่มชื้นให้กับผิวสุดพลัง
เรามาดูกันว่ามีส่วนผสมตัวไหนบ้าง ที่ช่วยในเรื่องความชุ่มชื้นให้กับผิว

ตัวที่สองเลย Glycerin  ตัวนี้ถูกใส่มาอันดับสองเลยคุณ
และนอกจากนี้ยังมี butyrospermum parkii butter , macadamia ternifolia seed oil , Sodium PCA , d-panthenol 

และนอกจากนี้ยังมีส่วนผสมที่ช่วยในการบำรุงผิวอีกด้วย 
อาทิเช่น
tocopheryl acetate เจ้าตัวนี้จะเป็นสาร vitamin E ใช้ในการป้องกันอนุมูลอิสระ ลดเลือนริ้วรอย
d-panthenol  ตัวนี้นอกจากจะช่วยให้ความชุ่มชื่นได้แล้ว ยังช่วยในการลดการอักเสบอาทิเช่น ผิวแพ้แดดมาเป็นต้น

 เติมความชุ่มชื้นให้ผิวกายแบบเร่งด่วน
 เหมาะกับการพกพาระหว่างวัน





ก็ประมาณนี้จ้า สำหรับการรีวิวผลิตภัณฑ์ทั้ง 4 แห่ง Cetaphil 
น่าจะเป็นตัวเลือกให้กับผู้ที่อยากจะมีสกินแคร์ดีดีไว้สำหรับบำรุงผิว
ให้ผิวสวยใสเด้งเนียนดั่งใจ เมื่อเราผิวสวยสุขภาพดีปุ๊บ เราก็มั่นใจได้เต็มที่
ไม่ว่าจะทำอะไร ไปที่ไหน สถาณการณ์ใด ก็มั่นใจกับผิวสวยๆได้โดยที่ไม่ต้องพึ่งการแต่งหน้าเลยเนอะ #skinconfidence


และก็ มีปัญหาสงสัยอย่างไร พูดคุยกับทางแบรนด์ได้โดยตรงเลยจ้า ที่




สุดท้ายใครอยากดูคลิปเปิดถุง อยากเห็นผลิตภัณฑ์แบบ 3D คลิ๊กโลดจ้าา





Create Date : 06 มีนาคม 2558
Last Update : 11 มีนาคม 2558 15:19:06 น.
Counter : 44252 Pageviews.

3 comments
  
เราอยากได้ตัวนี้มากเลย หาซื้อตั้งนานกว่าจะได้
พอดีเราได้ไปเจอเว็บ topvalue นะค่ะ
ลองเข้าไปดูนะค่ะ เผือถูกใจค่ะ
โดย: มาย IP: 101.109.198.124 วันที่: 4 มกราคม 2559 เวลา:13:10:53 น.
  
moisturizers ไม่จำเป็นต้องแพงเสมอไปนะ
สิ่งสำคัญคือส่วนผสมที่ครบถ้วน และที่สำคัญใครอยากผิวสวยสุขภาพดีจำเป็นต้องรู้วิธีจากภายในอย่างถูกต้องด้วย จะเห็นผลได้ไวและยาวนานกว่าค่ะ
เรามีข้อควรรู้ 9 ประการเกี่ยวกับ moisturizers ที่คุณควรรู้ก่อนตัดสินใจซื้อหรือเปลี่ยนเครื่องสำอางคะ
https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=1182666865104184&substory_index=0&id=1150573794980158
โดย: Overt Beauty Center IP: 27.55.64.171 วันที่: 15 กันยายน 2559 เวลา:12:40:19 น.
  
moisturizers ไม่จำเป็นต้องแพงเสมอไปนะ
สิ่งสำคัญคือส่วนผสมที่ครบถ้วน และที่สำคัญใครอยากผิวสวยสุขภาพดีจำเป็นต้องรู้วิธีจากภายในอย่างถูกต้องด้วย จะเห็นผลได้ไวและยาวนานกว่าค่ะ
เรามีข้อควรรู้ 9 ประการเกี่ยวกับ moisturizers ที่คุณควรรู้ก่อนตัดสินใจซื้อหรือเปลี่ยนเครื่องสำอางคะ
https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=1182666865104184&substory_index=0&id=1150573794980158
โดย: Overt Beauty Center IP: 27.55.64.171 วันที่: 15 กันยายน 2559 เวลา:12:40:26 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

lepommz
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 287 คน [?]







 photo E2A0E070E270E190_zpsf35f0ca3.jpg Counter Start on 30 NOV. 2012
New Comments