ชีวิตในฟินแลนด์ ก้าวอย่างไร ให้ถึงฝัน มุ่งเรียนยังไง ไปต่อให้มีความสุขกับการใช้ชีวิตในฟินแลนด์ ...ป้าลี ฟินแลนด์
Group Blog
 
All Blogs
 

ความภูมิใจเล็กๆ กับชีวิตต่างแดน

ชีวิตป้าลีไม่ใช่บุคคลที่จะพูดได้ว่า ประสบความสำเร็จสุดๆ  หรือพอจะเป็นแบบอย่างให้ใครได้  และอย่ามองป้าลีในแง่นั้น

 และไม่ได้จะสำคัญตัวเองว่าเก่ง... เพราะยังมีอีกหลายๆ ล้านคนไทยที่เก่งๆ กันทั้งนั้น... เพียงเพื่อจะบอกว่า คนที่กำลังสู้ในต่างแดน ป้าลีเป็นกำลังใจ และพร้อมจะเป็นเพื่อนค่ะ 

...........................................................................................

  ในแนวคิดของป้าลี  คิดเสมอว่า ก่อนที่จะเดินทางในสายใดสายหนึ่งนั้น   มีสายอื่นอีกมั๊ยที่เดินได้เร็วกว่า หรือเดินช้าหน่อย แต่ผลลัพธ์มันดีเกินกันมากๆ 





รับมอบรางวัล เรียนดี (1 ใน 4 ของทั้งโรงเรียนในรุ่นนั้น และเป็นคนไทยคนเดียว อีกสามท่านเป็นคนฟินแลนด์)




 และทุกบททุกตอน ป้าลีเป็นคนที่ถ้าต้องทำอะไรแล้วมุ่งมั่นมาก  แต่ถ้าไม่ทำ ยอมนอนตีพุงอยู่บ้าน ไม่กระดิกเท้าออกจากที่นอนให้เสียพลังงานแน่ๆ 


   สองปีมานี้้ ชีวิตโลดโผน เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา  เคยนอนเป็นไข้แบบที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ในต่างแดน  รู้สึกโดดเดี่ยวมาก  เพราะอยู่คนเดียว เป็นสาวโสด ณ ตอนนั้น 

แต่ความเป็นโสด ก็ทำให้ชีวิตมีอิสระ ได้ท่องเที่ยวหลายๆ ประเทศ 

 2012   เที่ยวไป  7 ทริปในยุโรป และเอเชีย ไม่รวมเที่ยวในประเทศฟินแลนด์
 2013   เที่ยวไป  6 ทริป ในยุโรป  ไม่รวมในฟินแลนด์ เช่นกัน 

สิ่งที่ได้จากทริปแต่ละครั้งที่เดินทางนั้น มันมีค่ามหาศาล  ได้รู้ได้เห็น ได้เข้าใจชีวิต  และแนวคิดที่แตกต่างของชีวิตแต่ละชีวิต  ของประเทศแต่ละประเทศ 

 ตรงนี้ทำให้ใจเย็นขึ้น เข้าใจคนอื่นมากขึ้น  ไม่ใช่แค่ทริปที่ต้องยกกล้องถ่ายรูปแฉะๆ เท่านั้น  ได้ชิมอาหารและรับรู้ถึงรสชาติที่แตกต่างในแต่ละประเทศ แถมจำมาทำที่บ้านได้ด้วย  

    ได้จิบเบียร์ที่หลากหลายรส ซึมซับเอกลักษณ์ของแต่ละประเทศ จนกลายเป็นคนที่ยอมรับว่า ตัวเองไม่ใช่คนแบ่งแยก  ว่าประเทศนี้ดีกว่า และประเทศอื่นไม่ดีกว่าถ้าเค้าจะแตกต่างกันกับ "เรา" 


พอมีแฟน และ ตามมาด้วยการแต่งงาน รู้สึกแฮปปี้กับชีวิตที่มีหลากหลาย 
มีเพื่อนร่วมเดินทาง       "รู้สึกถูกรัก"       ทำให้รู้ได้เลยว่า ชีวิตเมืองนอก ถ้าแต่งงานมีครอบครัวแล้วนั้น  ชีวิตจะลำบากมากหากว่า ไม่ได้รับการสนับสนุนจาก "สามี" 


คนเราเกิดมาไม่ได้ลำบากหรือสบายไปกว่ากันมากนัก ทุกคนก็ต้อง "ทำ" เพื่อให้ได้สิ่งที่อยากจะครอบครอง บางคนลงแรงกาย บางคนลงแรงสมอง ใครตอบได้ล่ะว่า ชั้นสบายกว่าเธอ หรือ เธอสบายกว่าชั้น... จริงๆนะ 



  ซึ่งมุมมองชีวิตป้าลีคือ การสร้างโอกาสและคว้าโอกาส...  เป็นคำพูดง่ายๆ ที่ใครๆ ก็พูดได้ แต่ทำได้หรือเปล่า หรือ เข้าใจมากน้อยแค่ใหน  นั่นล่ะประเด็น 


   การสร้างโอกาส     คือ.... ทำใมป้าลีไม่เลือกเรียนภาษาฟินแลนด์ให้คล่องแล้วค่อยไปเรียนวิชาชีพ (ต้องไปอ่านนะคะ เรื่องการวางแผนการเรียนในเมืองนอก จำเป็นต้องรู้มากๆ )


   ทำใมเรียนภาคกลางวัน  แล้วยังต้องไปเรียนภาคค่ำที่อากาศหนาวก็หนาว มืดก็มืด เดินวันละ เจ็ดกิโลเมตร เดินกลับไปกลับมา 

   ทำใมเล่นกอล์ฟแล้วต้องจริงจัง ไม่เอาเวลาไปเข้าป่า หาบลูเบอรี่มาขายตลาด ได้เงินเข้ากระเป๋า  (เล่นกอล์ฟไม่ได้เงิน แต่ทำงานได้เงิน.... แล้วถ้าเล่นกอล์ฟแล้วได้เงินมากกว่าทำงาน จะเล่นกอล์ฟให้เป็นงานมั๊ย?  นี่ไงสิ่งที่พวกเรามองแตกต่างกัน) 


   ทุกๆคนมีความภาคภูมิใจแตกต่างกัน คงจะเอาผลลัพธ์มาเทียบกันไม่ได้ เพราะว่าพื้นฐานของชีวิตแต่ละคนแตกต่างกัน  การลงทุนในชีวิตแตกต่างกันด้วย (หรือไม่จริง) 


"ถ้าทำอะไรแล้วได้ดีกว่า พื้นฐานของชีวิตตัวเองที่เป็นอยู่ นั่นคือ ได้กำไรแล้ว"



   2012  ได้รับรางวัลด้านเรียน จาก jyväskylän kotitalousoppilaitos แม้ว่าภาษาฟินน์ของป้าลีจะห่วยที่สุดในห้อง และเรียนไม่เก่ง โดดเรียนบ่อยอีกด้วย

(ได้ ได้ยังไงกัน.... นี่แหละ มุมมองที่แตกต่าง คำถามในชีวิตก็เลยแตกต่าง พอคำถามแตกต่าง การตั้งวัตถุประสงค์ของชีวิตมันก็แตกต่าง) 

   2013   ได้รับรางวัลด้านกอล์ฟ จาก  ชนะการแข่งขัน วิลสัน โอเพ่น  
แม้ว่าจะเริ่มเล่นกอล์ฟ เพียงแต่แค่ ครึ่งปี  แต่ทำใม ชนะคนที่เล่นมาเป็นสิบๆ ปีได้ (ได้ ได้ยังไง... แค่ไปเดิน ยิ้มหวานในสนาม แล้วเขี่ยๆ ลูก แล้วชนะยังงั้นเหรอ?) 



มันก็แค่ก้าวแรกเล็กๆ ที่ยังต้องการกำลังในเพื่อสานต่อ ในฤดูกาลถัดไป แม้ว่าจะอายุมากแล้วก็เถอะ  แต่ยังสู้อยู่นะ 


อัพเดท...2014 ทำโฮล อิน วัน ในการแข่งขัน ที่สนาม Nurmijärvi,Finland

//www.bloggang.com/viewblog.php?id=leejayfinland&group=21


   ทุกสิ่งทุกอย่าง มันต้องเกิดจากการสร้างโอกาส และคว้าโอกาส ... คำถามคือ

  "โอกาส คือ อะไร"  เก็บบลูเบอรี่ในป่าคือ โอกาสมั๊ย ขัดกระได ไชรูส้วม คือ โอกาสหรือเปล่า ? 
(ป้าลีเคยก็บผลไม้ในป่าในช่วงเสาร์อาทิตย์ และเคยเรียนวิชาชีพสาขาทำความสะอาดในฟินแลนด์ เช่นกัน) 

 " ตรงใหน มี โอกาส"   การมุ่งมั่นที่ผิดทาง เสียทั้งเวลา และคนอื่นหยิบฉวยโอกาสไปซะแล้ว เพราะตัวเอง มัวแต่เดิน จะถึงเส้นชัยแล้ว แต่หมดแรงที่จะคว้า 

จนคนอื่นเดินแซงหน้ามาจากใหนทางใหนไม่รู้ เพราะเส้นทางนี้ตรูเดินอยู่คนเดียว แต่ทำใมคนอื่นเดินเร็วกว่าฟวะ?  เคยเกิดขึ้นกับชีวิตมั๊ยล่ะคะ เรื่องแบบนี้? 

   ทั้งหมดที่กล่าวมานี้  คือ ตัวตนของผู้หญิงคนนี้   "ป้าลี"  






 

Create Date : 04 ธันวาคม 2556    
Last Update : 8 ตุลาคม 2558 21:04:14 น.
Counter : 1416 Pageviews.  

ชีวิตก่อนมาอยู่เมืองนอก ของป้าลี

ป้าลีเกิดจากครอบครัวที่มีพื้นฐานทางการค้า   แต่ครอบครัวทางฝ่ายแม่เป็นลูกชาวนาเต็มขั้น 

สมัยเด็กๆ ก่อนสิบขวบ ป้าลีติดยายมาก นอนกับยายเพราะว่า พ่อกับแม่ต้องไปทำการค้าที่ต่างจังหวัดเป็นอาทิตย์ หรือสิบวัน ถึงจะกลับมาบ้าน จำได้ดีว่ายายเป็นคนสวย พูดเพราะ ยายชอบไปวัด ป้าลีจะวิ่งตามยายไปวัดเสมอ

วัดในสมัยก่อน ไม่มีสิ่งปลูกสร้างมากนัก มีแต่ต้นไม้ และลานพื้นก็เป็นเพียงดินแข็งที่ได้รับการเก็บกวาดเป็นอย่างดี ใบไม้ทุกใบจะถูกเก็บกวาด ทำให้เด็กๆ มีลานได้วิ่งเล่น

ป้าลีมีเพื่อนจากบ้านเหนือหลายคน และจากบ้านใต้ที่ต้องเดินมาไกลพอสมควร เดินลัดทุ่งที่มองเห็นริบๆ อยู่ฝั่งโน้น จำได้ดีว่าเพื่อนๆก็แฮปปี้ที่จะมาวัดเหมือนๆกันกับป้าลีที่ติดยาย..


ส่วนแม่ของป้าลีเป็นคนสวย ผิวขาวเหมือนยาย เป็นผู้หญิงที่ฉลาดที่สุดในสายตาป้าลี แม่ทำการค้าได้ดีกว่าพ่อ ทั้งๆ เรียนน้อยกว่าพ่อตั้งเยอะ แม่เป็นนักเจรจาต่อรองที่ดีที่สุดเท่าที่เคยเห็นมา แม่เป็นคนทำมากกว่าพูด และเมื่อได้ลงมือทำอะไรก็ตามแต่  แม่ไม่เคยยอมแพ้ต่ออะไรทั้งสิ้น...นี่คือยายพรของป้าลี... 



ส่วนพ่อบวชเรียนพอจบและออกมารับราชการ ตามสไตล์คนในสมัยนั้น
แต่หลังจากนั้นก็ออกมาทำการค้าก่อนพบรักกับแม่ และหลังแต่งงาน ก็เริ่มธุรกิจการค้าภายในครอบครัวขึ้นและพัฒนามาอีกหลายสิบปี ..

ป้าลีมีพี่ชายคนเดียว ซึ่งห่างกันสิบปี ซึ่งปัจจุบันรับราชการ อยู่ทางภาคตะวันออก

ป้าลีเรียนจบปริญญาโท จาก นิด้า  จบ ป.ตรี จาก  รามฯ  และก่อนหน้านั้น จบอนุปริญญา สาขา บัญชี 

ก่อนจะเข้าเรียน ม.รามฯ ป้าลีเป็นสาวเทคนิคอยู่สองปี พอมาเรียนราม ป้าลีก็เลยเรียนแค่ ปีกว่าๆ ก็จบ ปริญญาตรี

เทคนิคการเรียนรามของป้าลีให้จบเพียงปีครึ่ง คือ 


สมัยป้าลีเรียนราม เด็กรามรุ่นนั้นจะลงทะเบียนเรียนได้ไม่เกิน 24 หน่วยกิต ป้าลีใช้เทคนิค ลงทะเบียนให้เต็มหน่วยกิต ( แม้ว่าบางวิชาจะสอบชนกันก็เถอะ) เสร็จแล้ว จะเลือกสอบเพียงแค่ 5-6 วิชา ส่วนวิชาที่เหลือจะปล่อยไปเพื่อไปสอบซ่อม


ถ้าไม่ทำแบบนี้ จะไม่จบให้ทันในปีการศึกษาที่วางแผนเอาไว้ (และถ้าคิดว่าจะสอบทุกวิชาให้ผ่านในเทอมนั้นๆ ก็เป็นเรื่องที่ยากมาก เพราะว่าอ่านหนังสือไม่ทัน...ก็เลยต้องแบ่งสอบ ครึ่งแรก กับครึ่งหลัง... จำได้ว่า เพื่อนป้าลีบอกว่า ป้าลีบ้าพลัง ที่เรียนแบบนั้น...

(ยิ่งเทอมขอจบ ป้าลีบ้าพลังสุดๆ เพราะวันสุดท้ายของการสอบเทอมสุดท้าย มีสอบภาคเช้า และภาคบ่าย ภาคเช้าเป็นสถิติขั้นสูง ภาคบ่ายเป็น คณิตเล่มสูงเช่นกัน เมื่อเดินเข้าห้องสอบภาคบ่าย ป้าลีขออาจารย์คุมแถวสอบ งีบกับเก้าอี้สิบห้านาที แจ้งให้อาจารย์ทราบว่า ป้าลีขอจบเทอมนี้ มีสอบเมื่อเช้าและยังไม่ได้นอนตั้งแต่เมื่อคืน... เมื่อถึงเวลาอาจารย์เดินมาปลุกให้ตื่นมาสอบ...อิอิ... แต่ก็ผ่านฉลุยค่ะ..กราบขอบพระคุณอาจารย์ท่านนั้นสุดๆ )

พอจบก็ทำงาน และกลับไปเรียนต่อนิด้าในอีก สองปีถัดมา ทั้งเรียนและทำงานเสาร์อาทิตย์ ก็จบมาได้อย่างภาคภูมิใจ


เรื่องการทำงานป้าลีไม่เป็นรองใคร เช่นกัน... อาชีพแรกในปีฟองสบู่แตก (ที่ปล่อยค่าเงินบาทลอยตัว หลายท่านคงจำได้ว่า คนหลายแสนต้องตกงาน และเด็กจบใหม่ก็หางานทำไม่ได้ คนฆ่าตัวตายอีกเพราะปัญหาเคลียด และอื่นๆ ที่เป็นวิกฤติในสมัยนั้น)

งานที่ป้าลีทำก็คือ เป็นนายหน้าขายประกัน ของบริษัท ทีพีไอ ประกันชีวิต
เหตุเพราะว่า หางานอย่างอื่นทำไม่ได้

วันนั้นกลับจากวิ่งไปเขียนใบสมัครกับบริษัทใหญ่แห่งหนึ่ง ทาง จังหวัดระยอง
งานวันนั้นคือ พนักงานบัญชี... ระหว่างที่ป้าลีกำลังเขียนใบสมัครอยู่นั้น ก็มี สาวนางหนึ่งมาเขียนใบสมัครเช่นกัน.. นางมีลูกสองคน (ป้าลีชำเรืองดูนิดหน่อย) และประสบการณ์ทำงานมา แปดปี...

ป้าลีกรอกเงินเดือน 12,000

นางกรอกเงินเดือน 8,000


ป้าลีชะงักมือที่กำลังเขียนอยู่ทันที ยังเขียนไม่เสร็จด้วยซ้ำ...แต่ป้าลีตัดสินใจยื่นใบสมัครคืนเจ้าหน้าที่ บอกว่า ไม่สมัครแล้ว...และโทรบอกแม่

แล้วกลับบ้าน แม่บอกว่า ดีแล้วลูก อย่างน้อยคนที่ลำบากกว่าเราก็ยังมี..
ตั้งแต่วันนั้นป้าลีไม่เคลียดเรื่องหางานทำอีกเลย...

แล้วฟ้าก็มาโปรด ที่บริษัทประกัน ทีพีไอ เรียกตัวไปสัมภาษณ์แล้วให้เงินเดือน เดือนตามที่ต้องการ แล้วไปอบรมอยู่หนึ่งเดือนเต็มที่กรุงเทพฯ


ตอนแรกไม่คิดว่าจะทำอาชีพนี้ได้ เพราะป้าลีไม่ใช่คนสังคมอะไรมากนัก ไม่ชอบพูด และไม่ชอบง้อใคร แต่แม่บอกว่า ก็ลองดูสิไม่เห็นเป็นไร อย่างน้อยก็อยากรุ้ว่าเค้าอบรมอะไรกันเหรอ ..เออ แม่ป้าลีเจ๋งนะ แม่บอกว่า ไปนั่งอบรมเฉยๆ ได้เงินเดือน หมื่นสอง จะไปหาที่ใหนได้อีกสมัยค่าเงินบาทลอยตัวแบบนี้...


จากวันแรกที่ทำงาน ผ่านไปสามเดือน ป้าลีลาออกจากพนักงานกินเงินเดือน โดดมากินคอมมิชชั่นแทน.. และผ่านไป เข้าปีที่สอง ป้าลีก็เป็นตัวแทนดีเด่นแห่งชาติ และ ควบอีกหนึ่งรางวัลคือ ตัวแทนใหม่ที่มีลูกค้าเยอะ หรือไรนี่แหละ 


ยังจำได้ว่า ได้รางวัลเป็นทองคำมูลค่า น้ำหนัก สองบาท... ยังจำได้ว่า กลับมาบ้านตอน ตีสามกว่าๆ เข้าไปปลุกแม่และเอาทองนั้น ให้แม่ไป..... 


จากนั้นก็ประสบความสำเร็จในอาชีพนั้นอีกหลายปี โดยที่ไม่จำเป็นต้องไปง้อใคร มีแต่ลูกค้าที่ถูกส่งมาจากลูกค้าเก่าแนะนำ งานล้นมือ ทำงานเกิน สิบชั่วโมงต่อวัน... 

ได้ทุกอย่างที่อยากจะได้ และทำธุรกิจอย่างอื่น ควบคู่ไปด้วย เช่น เปิดโรงเรียนสอนภาษาอังกฤษ โดยการจ้างครูมาสอน  และเปิดธุรกิจขายสินค้าด้านความงาม  มีลูกทีมไม่รู้กี่ร้อยคน จนจำผู้จัดการตัวเองได้ไม่ครบด้วยซ้ำ..
 (นั่นคือความโง่ เขลา เบาสมอง คือความผิดพลาดอย่างใหญ่หลวง แต่มองไม่เห็น ณ ขณะนั้น) 


(แล้วก็มีเจ้ง มีพลาด มีล้ม มีเคลียด  เหมือนคนทั่วไปนะคะ  และการล้มของป้าลีเรียกว่า เจ็บดังอึก..เลยทีเดียว... เพราะความมั่นใจคิดว่าตัวเองแน่ ไงคะ เลยประมาท.. เอาเป็นว่า ได้เยอะ ก้พลาดเยอะ และเจ็บเยอะ ประสบการณ์การหลงผิดก็เยอะ เพราะมั่นใจตัวเองสูง คิดว่าตัวเองแน่ไรงี้...แต่จริงๆแล้วไม่ใช่ 
บทเรียนพวกนี้ป้าลีผ่านมาแหละ กว่าจะรู้ว่าอะไรเป็นอะไรบางครั้งเราก็ต้องสูญเสียซะก่อนนั่นแหละ  ไม่เห็นโรงศพไม่หลั่งน้ำตา..เรื่องนี้จริงค่ะ ) 

จนแต่งงาน และต้องใช้เวลาให้กับครอบครัว เพราะมีลูกสาวคนแรกหลังจากที่เฝ้ารอมานานสี่ปี..

และนั่นเป็นจุดเริ่มต้นในการทำงานด้านเทรดเดอร์ ในตลาดลงทุนที่ชื่อว่า เอเฟท หรือ ตลาดล่วงหน้าแห่งประเทศไทยนั่นเอง

นั่นคืองานสุดท้ายก่อนที่ป้าลีจะย้ายไปอยู่ต่างประเทศ
...

ก่อนลาออกจากงาน ... สิ่งหนึ่งที่ป้าลี ทำควบคู่กับงานประจำ ก็คือการลงทุนในที่ดิน (ไม่รวมอสังหาริมทรัพย์ ที่ดินเปล่าอย่างเดียว)
ป้าลีลงทุนครั้งแรก จากเงินสด แสนห้า... (ตอนนั้นป้าลีอายุ 21) แน่นอนได้รับการสนับสนุนโดยค่ายยายพร เป็นผู้ส่งเข้าประกวด(แม่ป้าลีเอง)

จากวันนั้นถึงวันนี้ ป้าลีก็ยังคงเดินหน้าลงทุนต่อไป... แม้จะไม่ใช่เงินก้อนใหญ่โตอะไร แต่งานนี้ก็ทำให้ป้าลี มีโอกาสในชีวิตที่สามารถ เอาเวลาไปทำอย่างอื่น โดยที่ไม่ต้องไปร่วมชะตากรรมในออฟฟิช หรือ ไม่ต้องไปวิ่งหางานทำเมื่อมาใช้ชีวิตที่เมืองนอก..

มันฟังดูง่ายค่ะ ... แต่ถ้าย้อนกลับไปมอง วิธีการทำงานของป้าลี จะเห็นว่า ป้าลีทำงานเนิ่นนานต่อวัน มากกว่าอาชีพทั่วไป และการลงทุนของป้าลีมันเกิดมานานกว่า สิบปีด้วยซ้ำ ตั้งแต่ลูกชายคนแรกยังเด็กๆ ตอนนี้เค้าอายุ ย่างสิบเจ็ดแล้ว (เร็วเหมือนกันนะเนี่ย)

นั่นคือ ช่วงก่อนมาอยู่ยุโรปค่ะ


......................................................................................................

ป้าลีชนะการแข่งขันกอล์ฟ วิลสันโอเพ่น ในประเทศฟินแลนด์  
//www.bloggang.com/viewblog.php?id=leejayfinland&date=06-11-2013&group=21&gblog=9



นี่คือ ลิ้งค์วิดีโอจากยูธูปเมื่อสมัยที่ป้าลียังเด็กค่ะ 
//www.bloggang.com/viewblog.php?id=leejayfinland&date=31-12-2010&group=8&gblog=1







 

Create Date : 06 พฤศจิกายน 2556    
Last Update : 27 พฤศจิกายน 2556 3:23:15 น.
Counter : 741 Pageviews.  

อัพเดทชีวิตป้าลี จากฝรั่งเศส สู่ ฟินแลนด์

หากใครที่เคยอ่านบล็อคป้าลี คงพอทราบว่า ป้าลีมาอยู่ฟินแลนด์เมื่อปี 2012
ก่อนหน้านั้นก็ไปๆมาๆ ระหว่างฟินแลนด์และไทยแลนด์ ในปี 2011 เหตุเพราะว่า ชีวิตมีการเปลี่ยนแปลง(ใหญ่หลวง )


เมื่อปี 2008 ป้าลีไปอยู่ที่ เกาะตาฺฮิติ หรือประเทศ เฟรนชโพลีนีเซีย ที่เป็นเมืองขึ้นฝรั่งเศส (ห่างจาก เมืองอ๊อคแล่น ที่นิวซีแลนด์ หกชั่วโมงบิน)

ตาฮิตินี้ ทุกคนจะรู้จักกันดี ถ้าพูดถึง เกาะโบราโบร่า ที่สวยไฮโซติดอันดับโลก  แต่ถ้าพูดชื่อประเทศแล้ว ไม่ค่อยมีคนรู้จักมากนัก




นี่คือเกาะโบราโบร่า ที่ถ่ายจากวิวหลังบ้านในเกาะทาฮ่า ซึ่งตรงข้ามกันกับเกาะโบราโบ่า



ความสวยงามของหมู่เกาะตาฮิติเป็นที่เลื่องลือว่าสวยจริงๆ



จากนั้น ก็ย้ายตามครอบครัวอีกแระ ไปฝรั่งเศสและอยู่ไทย ครึ่งหนึ่ง.... 



แต่พอปี 2011 ก็มีเหตุต้องอำลาฝรั่งเศสและย้ายกลับเมืองไทยอย่างถาวร และชีวิตก็ต้องเปลี่ยนแปลงอีกครั้งหนึ่ง...


แต่ในปีนั้น ได้มีโอกาสไปเที่ยวฟินแลนด์เป็นครั้งที่สอง เพราะว่าเพื่อนสาวอยู่ที่เฮลซิงกิ ก็ได้ไปๆมาๆ อยู่หลายรอบในปีนั้น จนกระทั่ง


ปี 2012 เดือน มกราคม ก็กลับไปเรียนที่จังหวัด ยูวาสกูล่ะ ซึ่งอยู่ภาคกลางของฟินแลนด์ ห่างจาก เฮลซิงกิ ประมาณ 300 กิโลเมตร (คงจะนำเสนอจังหวัด ยูวาสกูล่ะในครั้งถัดไป ภูมิใจกับจังหวัดนี้มากค่ะ)

งานแสดงอาหารนานาชาติที่โรงเรียนค่ะ (หน้าอ้วนอ่ะ...ตัวจริงไม่อ้วนนะเฟ้ยยย)


เรียนอยู่หนึ่งปีเต็ม ทั้งเรียนทั้งเที่ยว (ปีนั้นทั้งปี แบกเป้เที่ยวประเทศในยุโรปแถบนั้นอยู่ 6 ทริป) มีทั้งโดดเรียนไปเที่ยว และเที่ยวแค่ ช่วงวันหยุด สามหรือ สี่วัน

ชีวิตนักเรียนในปีนั้น สนุก แม้ว่าจะมาเรียนเอาตอนแก่แล้วก็ตาม แต่สิ่งที่ได้นั้นแตกต่างกับชีวิตที่ผ่านมาอย่างสิ้นเชิง


หลายครั้งที่ตื่นสาย และตกรถเมล์(ทั้งๆที่อยู่เมืองไทยเคยขึ้นที่ใหนล่ะรถเมล์) 
และ  หลายครั้งที่ต้องวิ่งแข่งกับหิมะ เพื่อออกไปเรียนภาคค่ำ

และ จ ถึง ศ เดินวันละ 7 กิโลเมตร ระหว่างการเรียน ภาคกลางวันและภาคค่ำ

ขนาดนั้นก็ยังมีเวลาไปแอบดริ๊งค์กับเพื่อนๆ ได้สบายๆ ตามประสาคนโสด

จนกระทั่ง เดือน มกราคม 2013 ก็ย้ายบ้านมาอยุ่ วานต้า เมืองติดกับเฮลซิงกิ อีกรอบ(แต่เดือนมกราคม อีกแระ)


โซนบ้านป้าลีค่ะ.... อยู่ห่างจาก ห้างยุมโบ้ประมาณ 800 เมตร


เหตุที่ต้องย้ายอีกรอบ ก็เพราะตกหลุมรักหนุ่มฟินแลนด์ซะงั้น... 
และป้าลีก็มาแต่งงาน ในเดือน มิถุนายน ปี 2013 จากวันนั้นถึง ณ ขณะนี้ ชีวิตก็ดำเนินของมันไปเรื่อยๆ 

แต่ในความเรื่อยๆ นี้ มีเหตุการณ์และเรื่องราวเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องมากมาย 
และในปี 2013 ก็ยังท่องเที่ยวอยู่ อีก 7 ทริป 

ชีวิตเกิดการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา... จนรู้สึกว่า เวลาผ่านไปในแต่ละปีน่ะ ป้าลีไม่ค่อยว่างเอาเสียเลย... เผลอแป๊บเดียว เวลาผ่านไปจะสองปีแล้วอ่ะ 
และสองปีที่ผ่านมา ป้าลีไม่ได้อัพเดทบล็อคเลยก็ว่าได้...

และเดือนนี้ พ.ย. 2013 ป้าลีก็จะต้องย้ายบ้านอีกแระ... แต่เป็นข่าวดีคือ ที่ย้ายเพราะซื้อบ้านใหม่... 

เอาล่ะ... ชีวิตที่ผ่านมาก็มีประมาณนี้ล่ะคะ... แต่หลากหลายเรื่องราวที่ป้าลีอยากเล่าค่ะ 


บรรยายกาศในห้องเรียนเย็บผ้าและออกแบบเบื้องต้นค่ะ


ดูวิวนอกหน้าต่างห้องเรียนสิคะ.... หนาวค่ะ แต่สวย

ส่วนเรื่องการเรียนและระบบการศึกษา ป้าลีค่อยๆ เล่าไปเรื่อยๆ นะคะ ว่าเรียนอย่างไรให้เร็ว แม้จะมาอยู่ประเทศภาษาที่สามก็เถอะ 
...........................................................................
ป้าลีชนะการแข่งขันกอล์ฟ วิลสันโอเพ่น ในประเทศ ฟินแลนด์




 

Create Date : 05 พฤศจิกายน 2556    
Last Update : 27 พฤศจิกายน 2556 4:25:13 น.
Counter : 1424 Pageviews.  

ประทับใจ ฟินแลนด์ สวีเดน และ เอสโตเนีย

ทริปนี้เป็น เฮลซิงกิ ที่ฟินแลนด์ สต๊อคโฮม ที่สวีเดน และ ตาลลินน ที่ เอสโตเนียค่ะ

ประทับใจมาก...หลายครั้งที่เดินๆ แล้วลื่นน้ำแข็ง ก้นกระแทก ทั้งเจ็บทั้งสนุก ทั้งหนาว

ขอบคุณเพื่อนสาวที่ฟินแลนด์ ที่ทำให้ทริปนี้ของพวกเรา สนุกและประทับใจที่สุด



ขอให้ได้ไปอีกเรื่อยๆ นะคะ




 

Create Date : 05 มกราคม 2554    
Last Update : 5 มกราคม 2554 5:14:37 น.
Counter : 558 Pageviews.  

ช่วงชีวิตที่ตาฮิติ,ทาฮ่า,โบราโบร่า, เกาะสวยที่ประทับใจ

ช่วงชีวิตที่ตาฮิติ,ทาฮ่า,โบราโบร่า, เกาะสวยที่ประทับใจ 



สอง พ.ศ. ที่อยู่ที่นี่ ใช้ชีวิตที่นี่ และเห็นตาฮิติ...เห็นเกาะอื่นๆ ในตาฮิติ

เห็นทุกฤดูกาล..ชีวิตที่นั่นสงบ ธรรมชาติที่สวยและเงียบ...

แต่เห็นหลายคนต่างใฝ่ฝันถึง โบราโบร่า ยอดรัก...

ส่วนตัวไม่อยากทำลายฝันใคร แต่อยากบอกเลยว่า

แม้เกาะจะสวยแค่ใหนก็ตาม... แต่การเดินทางและค่าใช้จ่ายแล้ว มันก็ยังไม่คุ้มที่จะต้องไปสัมผัสแต่อย่างใด...

พอพูดแบบนี้ปุ๊บ หลายคนก็บอกว่า ใช่สิ ตัวเองเห็นมาแล้ว..ก็พูดได้...

อื้ม...ก็หลากหลายมุม



ก็เหมือนคนหลายคน ที่ใฝ่ฝันอยากเป็นเจ้าของ บีเอ็ม ซีรี่ ท็อป บางคนต้องตะเกียกตะกายหา ลำบากแค่ใหนก็ยอม เพราะอยากทำฝันให้เป็นจริง

ในขณะที่อีกคน ก็บอกว่า ขับรถญี่ปุ่นก็ได้ แถมเหลือเงินไปทำอย่างอื่นอีก
ไม่ต้องลำบากเกินตัว ไม่เคลียด

เอาเป็นว่า ตาฮิติ ไกลค่ะ แพงค่ะ ... ลำบากในการเดินทางค่ะ อาหารไม่อร่อยด้วยค่ะ แพงสุดชีวิต (แพงกว่าการใช้ชีวิตในฝรั่งเศส จริงๆ ค่ะ)

อย่างอื่น สวยหมด... ดีหมด อิสระ ใส่ทูพีช เดินกลางถนน ก็ไม่มีสายตาประชาชีตัดสิน นอกจากชื่นชมการที่ใครสักคนมีความสุข โดยที่ไม่ได้สนใจตั้งคำถามว่า "สุขไปได้ยังไงแบบนั้น" "คิดอะไรของมัน"

ก็เอาเป็นว่า... เป็นมุมมองที่อยากแนะนำตัวเอง...ในบางความคิด ก็แล้วกันค่ะ อย่างน้อยก็ได้รู้จักกันมากขึ้น ใช่มั๊ยคะ?

ป้าลี

%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%
ใคร ชอบนิยาย อีโรติค ก็แวะไปที่นี่นะคะ เอามาลงไม่ได้ เดี๋ยวโดนแบน
เพราะติดเรท นิดๆ

//wwwlifeinfrance.blogspot.com/2010/12/blog-post_21.html

ขอบคุณที่แวะมานะคะ...

ป้าลี




 

Create Date : 03 มกราคม 2554    
Last Update : 7 พฤศจิกายน 2556 15:16:36 น.
Counter : 1180 Pageviews.  

1  2  

BlogGang Popular Award#13


 
Lee Jay
Location :
Nurmijärvi,Helsinki Finland

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 133 คน [?]




ชื่อ ลี ค่ะ เป็นป้ารุ่นน้อง(ยังไม่ถึงกับเป็นป้ารุ่นพี่)

ป้าลีทำบล็อคส่วนตัว หากภาษาที่ป้าลีใช้ไม่สุภาพ
หรือเขียนผิด ป้าลีขออภัยมา ณ โอกาสนี้นะคะ

บล็อคนี้อยากเสนอเรื่องราวของตัวเอง ทั้งเรื่องเรียน
เรื่องการใช้ชีวิตในฟินแลนด์หรือการท่องเที่ยวไปตลอดเกือบ 30 ประเทศ ณ ขณะนี้ (หลายประเทศที่ชอบไปมากกว่า 3 ครั้ง เช่น เยอรมัน ออสเตรีย เชค และอื่นๆ )

แนวคิดส่วนตัวซึ่งอาจจะมีสองด้าน ทั้งลบและบวก

อยากให้พิจารณาและเลือกอ่านเอาเองนะคะ

และก่อนจะก็อปปี้เพจใดๆ หรือรูปภาพต่างๆ
ให้ขออนุญาติป้าลีก่อน ไม่ได้ใจร้าย แต่อย่ามักง่าย...

ถ้ายังฝืนลักลอบก็อปปี้ไป............ขอให้ไม่เจริญและทนทุกข์กับชีวิตที่เหลืออยุ่.....




New Comments
Friends' blogs
[Add Lee Jay's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.