ชีวิตในฟินแลนด์ ก้าวอย่างไร ให้ถึงฝัน มุ่งเรียนยังไง ไปต่อให้มีความสุขกับการใช้ชีวิตในฟินแลนด์ ...ป้าลี ฟินแลนด์
Group Blog
 
All Blogs
 

เรียก สินสอดยังไง ให้ถูกใจแม่ และไม่เคืองใจ ฝรั่งฝ่ายชาย


ตกใจกับหัวข้อ เพจนี้เลยล่ะสิ...ขอโทษค่ะ  แต่อ่านก่อน อย่าพึ่งตัดสินป้าลี แบบนั้น..

ตรงนี้ถ้าป่าลีไม่พูดถึงก็คงไม่ได้ เพราะว่า หลายๆเคสมันก็จะยังเป็นปัญหา ซึ่งเคสคุณอาจไม่เกิด แต่เคสคนอื่นอาจเกิดก็ได้

และป้าลีออกตัวก่อนว่า บ้านป้าลีและครอบครัว เราไม่เคยได้สินสอดกับฝรั่งเลย แม้แต่บาทเดียว

แต่นั่นก็ไม่ได้เป็นปัญหาสำหรับครอบครัวเราแต่อย่างใด  แต่ที่นำมาพูดเพียงเพื่อ ไม่อยากให้ต่อต้านป้าลีในทางใดหรือทางหนึ่งล่ะนะ


มาดูกันค่ะ ว่า ทำใมเราคุยกันเรื่องนี้....


ถ้าคุณเป็นหนึ่ง ที่มีแฟนฝรั่ง และกว่าจะหาแฟนได้ก็เหนื่อยแทบขาดใจตาย

พอได้แฟนมา คบกัน ดูใจกัน ทุกอย่างเริ่ดได้ผู้ชายดั่งใจที่อยากจะได้...แต่ มาตกม้าตายตรงเรื่อง “สินสอด” นี่แหละ

เง้อ... มันเป็นปัญหาระดับชาติ หุหุ สองชาติด้วยนะคะ  ชาติไทยแลนด์กับชาติทางฝ่ายชาย

หลายคนบอกว่า ทำใมเราจะต้องเอาขนบธรรมเนียมตรงนี้มาเป็นตัวชี้วัดความรักด้วย

ก็ถ้านึกถึงแต่ตัวเอง คุณก็พูดได้ว่ามันไม่จำเป็นแต่ถ้านึกถึงหน้าพ่อหน้าแม่ หน้าตาทางสังคมของคุณครอบครัวคุณ คุณจะเห็นว่า นั่นคือหน้าที่ของลูกสาวอย่างคุณที่ควรจะทำให้ครอบครัวภาคภูมิใจ (ถ้าคุณเป็นแม่บ้างคุณจะรู้ว่าทำใมมันต้องเป็นแบบนั้น)


แต่.....เล่าเรื่องป้าลีก่อน... จริงๆแล้วป้าลีแต่งงานแบบไม่จัดเลี้ยง (อ้าว...ขัดแย้งตัวเองหรือเปล่าป้าลี...เห็นเชียร์เรื่องสินสอดอยู่หยกๆ )


เอาแค่กันเองในบ้าน กับญาติๆ และนำเงินที่จะจัดเลี้ยงนั่นแหละไปให้แม่เลยซะจะดีกว่าก็ไม่รู้จะไปเสียโดยเปล่าประโยชน์ทำใม บางคู่จัดงานแล้วเป็นหนี้หัวโตเพราะการจัดงานเลี้ยงนี่แหละ


และตัวป้าลีเองก็ผ่านการแต่งงานมาแล้ว มีลูกแล้ว(ตรงๆแบบนี้แหละค่ะ)  เมื่อดูหนังหน้าตัวเองแล้วก็เอาแค่ให้มันพอดีพองามก็พอ ทำอะไรก็ต้องดูตัวเองด้วย  

เพราะใครๆ เค้าก็รู้อยู่แล้วว่า เราเป็นแม่ม่ายลูกติด  อีกทั้งค่านิยมของป้าลีไม่ได้ชื่นชอบการประกาศตัวเองสู่สังคมในแง่มุมต่างๆ อยู่แล้วด้วย (ก็เรื่องของเราอ่ะ จะต้องไปประกาศไส้พุงตัวเองทำใม)


และป้าลีไม่ได้ใฝ่ฝันว่าจะอยากแต่งชุดขาวฟองฟ่อ  แต่ใฝ่ฝันที่อยากจะนำพาชีวิตสุ่ความอบอุ่นแบบมั่งคงและมั่งคั่งในความที่ “ถูกรัก” มากกว่า


ดังนั้นการจัดงานเลี้ยงใหญ่โตไม่ใช่ประเด็นของชีวิตป้าลีจริงๆนะคะ



แต่.....

เรื่องของการแต่งงานในแต่ละครอบครัวมันไม่เหมือนกัน  ถ้าคุณยังไม่ได้ทำหน้าที่ของลูกสาวก็ไม่ควรจะมองข้ามประเด็นนี้ เพราะว่า การได้สามี “ฝรั่ง” เป็นสิ่งที่สังคม มองในแง่“เมียฝรั่ง” อยู่แล้ว ถ้าเราทำไม่ดีพ่อแม่ครอบครัวเราจะถูกตราหน้า นินทาลับหลังเป็นสองเท่านินทาสามีคุณด้วยสองเท่าเช่นกัน (หนักกว่าการที่คุณได้สามีคนไทย จริงๆนะ)

หรือคุณจะไม่แคร์?

และเมื่อต้องแต่งงาน ก็ต้องมีเรื่องสินสอด... ถ้าฝ่ายชายยินดีปัญหาก็จบไป และเป็นเรื่องที่น่ายินดีด้วยเป็นอย่างมาก เพราะนั่นหมายความว่าชีวิตของเรา ได้ถูกผู้ชายคนหนึ่ง ที่แม้ว่าจะไม่ได้ใช้ขนบธรรมเนียมประเพณีเราแต่เค้าก็ยังให้เกียรติเรา ให้เกียรติครอบครัวเรา... น่าดีใจมั๊ยล่ะคะ?


ป.ล.  สินสอดจะมากน้อยแล้วแต่ความสามารถและความเหมาะสมทั้งฝ่ายชายและฝ่ายหญิง  จะมีแค่หลักหมื่น ก็ไม่น่าแปลกใจเพราะประเพณีเราไม่ได้เรียกอยู่แล้ว .....ป้าลีคิดแบบนี้นะคะ 




ส่วนแฟนใครที่ไม่เห็นด้วยเรื่องสินสอด(เช่นเคสป้าลี)  ตรงนี้ก็ไม่ได้แปลว่า ผู้ชายเค้าไม่ได้รักเราหรือไม่ให้เกียรติเราหรอกนะคะ 

มันเป็นเพียงความคิดเห็นที่ไม่ตรงกันเท่านั้นเอง...และมันไม่ใช่เหตุที่จะต้องไปถกเถียงปัญหากันจนความรักแตกสลาย...


(สามีป้าลี ซื้ออะไรซื้อได้ สร้างบ้าน ซื้อที่ดินไม่ว่า แต่สินสอดแม้แต่บาทเดียว ทำใมจะต้องให้ พ่อแม่เค้าก็เลี้ยงเค้ามาเช่นกันเราไม่เห็นต้องเอาเงินไปให้พ่อแม่ของเค้าเลย...นี่คือคำพูดของอดีตแฟนชาวฝรั่งเศสของป้าลีเลยนะ และป้าลีไม่เถียงสักคำเพราะมันถูกของเค้าไง)


แต่..... (อีกแล้ว)


วิธีการ ทำอย่างไรจึงจะเดินสายกลางได้ล่ะ... ในเมื่อทางฝ่ายพ่อแม่ก็คนไทย ก็ต้องเป็นห่วงลูกสาวมันก็ธรรมดา  ส่วนทางฝ่ายว่าที่สามีก็ไม่ใชคนไทยที่จะมาเข้าใจเรื่องสินสอด


ป้าลีใช้วิธีนี้ค่ะ

บอกเค้าว่า เรื่องสินสอด ชั้นไม่เถียงกันกับเธอ เพราะแต่ละครอบครัวมันไม่เหมือนกัน บางครอบครัวที่พอจะมีฐานะเค้ายกสินสอดกลับมาให้คู่บ่าวสาวกลับมาตั้งหลักสร้างครอบครัวใหม่ แถมให้เงินมาสมทบมากกว่าสินสอดของฝ่ายชายอีกด้วยซ้ำไป


แต่เรื่องที่พ่อแม่ห่วงก็เพราะว่า ผู้หญิงแต่งงานออกเรือน มันเป็นการประกาศว่า ได้มีคู่ครองก็คือ เธอคนที่จะเป็นคนนำพาชีวิตของชั้นให้มีความสุขแต่มันไม่มีการันตีอะไรที่จะเชื่อถือได้ว่าเธอจะไม่ทอดทิ้งชั้นไปในอนาคตและไม่มีการันตีอะไรที่จะมั่นใจได้ว่าชั้นจะไม่ต้องหอบผ้าหอบผ่อนหนีกลับมาเมืองไทยถ้าเกิดความรักของเราจบลง


และครอบครัวเรา เป็นครอบครัวที่ทำการค้า (ถ้าคุณไม่ทำการค้าก็พูดไปอย่างอื่น) ถ้าต้องจดทะเบียนแล้วเริ่มชีวิตแต่งงานมันไม่ใช่แค่เธอกับชั้น แต่มันรวมไปถึง ธุรกิจในบ้านของชั้นด้วย เพราะมันจะมีผลตามกฏหมาย 


ดังนั้นเธอจะมาร่วมแค่มือกับตีนไม่ได้ เธอต้องเข้าใจว่าทางเราก็มีความเสี่ยงเช่นกัน  มันไม่มีใครอยากจะเสี่ยงแม้กระทั่งตัวเธอก็ไม่อยากเสี่ยงเช่นกัน! (ต้องใส่น้ำเสียงจริงจังด้วยนะคะ อิอิ)


ดังนั้นให้เธอ รับผิดชอบตรงนี้... สร้างตัวสร้างหลัก สร้างอนาคตร่วมกัน สมควรต้องมาซื้อหลักทรัพย์เพื่อให้ครอบครัวเรามั่นคงต่อไป มันก็กลายเป็นของเธอกับชั้นนั่นล่ะไม่ใช่ของใครฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด


 และมันเป็นการประกาศว่าเธอรักและจะดูแลชีวิตของชั้นให้ดีขึ้นกว่าเดิม

แค่นี้แล้วที่ชั้น และครอบครัวเราต้องการ ไม่ใช่มาบอกรักแต่ปาก และสัญญาลมๆแล้งๆ แบบนั้นพวกเราไม่ต้องการ


ถ้าจะหาผู้ชายที่มาแต่มือกับตีนมันมีอีกเป็นล้านที่อยากจะเดินเข้ามาตรงนี้... ไม่ใช่แค่เธอแน่นอน (แรงมั๊ยคะ.... แต่ต้องกุมบังเหียนแบบนี้แหละ บางครั้งนะ)


แค่นี้เลยค่ะ... จบ 


ที่เหลือเค้าจัดการเอง .... เดี๋ยวเค้าวิ่งหาทางของเค้าเองแหละ เพื่อวางแผนต่อไป อย่างน้อยๆ ก็เป็นการมอบภาระหน้าที่ใส่มือเค้า ให้เค้าจัดการไป ดีกว่าไม่มีไรจะพูด แล้วเค้าก็ไม่รู้ด้วยว่าเค้าต้องรับผิดชอบอะไรบ้าง นอกจากซื้อข้าวซื้อน้ำเลี้ยงเราในวันที่เราอยู่บ้านเค้า 


.... ก็ประมาณนี้ล่ะค่ะ  สรรหาคำอื่นมาพูดก็ได้ เพื่อให้เค้ามั่นใจด้วยว่า เค้าทำร่วมกับเราไม่ใช่เป็นการเอาเงินมาโยนทิ้งแบบที่เค้าเองก็ไม่รู้ว่าจะได้คืนหรือเปล่า เค้าก็ต้องห่วงตัวเองถูกมั๊ยคะ ใจเค้าใจเรา


นี่เป็นอีกแนวคิดหนึ่ง ที่จะเป็นตัวช่วยให้เส้นทางแห่งรัก ราบรื่นและมีชัยนะคะ และตัวเราก็รู้สึกมั่นคงในอนาคตตัวเองอีกด้วย พอรู้สึกมั่นคง ความรักความโรแมนติกในบ้านก็เกิดขึ้นแบบสนิทใจ


พิจารณานำไปใช้ให้เกิดประโยชน์กรณีเคสมีปัญหาเรื่องสินสอดนะคะ 



............................................................................................


ไปดูการแข่งขันกอล์ฟ วิลสัน โอเพ่น ที่ป้าลีชนะในฟินแลนด์ค่ะ


//www.bloggang.com/viewblog.php?id=leejayfinland&date=06-11-2013&group=21&gblog=9




 

Create Date : 03 ธันวาคม 2556    
Last Update : 5 ธันวาคม 2556 15:32:09 น.
Counter : 892 Pageviews.  


Valentine's Month


 
Lee Jay
Location :
Nurmijärvi,Helsinki Finland

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 137 คน [?]




ชื่อ ลี ค่ะ เป็นป้ารุ่นน้อง(ยังไม่ถึงกับเป็นป้ารุ่นพี่)

ป้าลีทำบล็อคส่วนตัว หากภาษาที่ป้าลีใช้ไม่สุภาพ
หรือเขียนผิด ป้าลีขออภัยมา ณ โอกาสนี้นะคะ

บล็อคนี้อยากเสนอเรื่องราวของตัวเอง ทั้งเรื่องเรียน
เรื่องการใช้ชีวิตในฟินแลนด์หรือการท่องเที่ยวไปตลอดเกือบ 30 ประเทศ ณ ขณะนี้ (หลายประเทศที่ชอบไปมากกว่า 3 ครั้ง เช่น เยอรมัน ออสเตรีย เชค และอื่นๆ )

แนวคิดส่วนตัวซึ่งอาจจะมีสองด้าน ทั้งลบและบวก

อยากให้พิจารณาและเลือกอ่านเอาเองนะคะ

และก่อนจะก็อปปี้เพจใดๆ หรือรูปภาพต่างๆ
ให้ขออนุญาติป้าลีก่อน ไม่ได้ใจร้าย แต่อย่ามักง่าย...

ถ้ายังฝืนลักลอบก็อปปี้ไป............ขอให้ไม่เจริญและทนทุกข์กับชีวิตที่เหลืออยุ่.....




New Comments
Friends' blogs
[Add Lee Jay's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.