ชีวิตในฟินแลนด์ ก้าวอย่างไร ให้ถึงฝัน มุ่งเรียนยังไง ไปต่อให้มีความสุขกับการใช้ชีวิตในฟินแลนด์ ...ป้าลี ฟินแลนด์
Group Blog
 
All Blogs
 

ประสบการณ์ Hole In One ในฟินแลนด์


วันนี้ได้รับใบประกาศนียบัตรจากสนามกอล์ฟ ที่ Nurmijärvi  ซึ่งเป็นจังหวัดที่อยู่ห่างจาก เฮลซิงกิ ประมาณ  30 นาทีในการขับรถ  เป็นประกาศนียบัตรในการทำโฮล อิน วัน ที่ป้าลีเข้าแข่งขันกอล์ฟ เมื่อประมาณ สองสัปดาห์ก่อน 

 ที่อยากจะเล่าคือ เมื่อมีใครทำโฮล อิน วัน  ในการแข่งขันแล้วเกิดอะไรขึ้นบ้าง(ไม่ใช่การอวดอ้างสรรพคุณใดๆ ทั้งสิ้น) 

ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่า การทำโฮลอินวัน ในความคิดเห็นส่วนตัวของป้าลีแล้วนั้น ไม่ใช่ความเก่ง แต่ออกไปทางแนวโชคดีมากกว่า ดังนั้น คนที่ทำโฮลอินวัน เกิดได้กับทุกคนตั้งแต่คนที่พึ่งหัดเล่นไปถึงแชมป์ระดับโลก 

การทำโฮลอินวัน เราทราบกันดีอยู่แล้วว่า ตีลุกลงหลุมในครั้งเดียว ของ พาร์สาม... มาดูกันว่า พาร์สามคืออะไร 

ในการเล่นกอล์ฟ มีทั้งหมด  18 หลุม (อาจเล่น 9 หลุมก็ได้ หรือ เล่น สองรอบก็คือ  36 หลุม ก็ได้ แล้วแต่อารมณ์ท่านที่จะเล่นอ่ะนะ ป้าลีทำบ่อย เดินตี สองรอบในวันเดียว  ก็ราวๆ 8-9 ชั่วโมง  เดินเกือบๆ  20 กิโลเมตรในวันเดียว) 

ใน 18 หลุม แต่ละหลุมจะกำหนดจำนวนการตีกี่ครั้งให้ลงหลุม ถ้ากำหนด ไว้  3 ครั้ง เรียก พาร์ สาม ส่วนใหญ่จะเป็นหลุมระยะสั้น (ไม่เกิน  150 เมตร) 

กำหนด 4 ครั้ง เรียก พาร์สี่ ส่วนใหญ่แล้วจะมีพาร์สี่เยอะที่สุดใน จำนวน  18 หลุม
กำหนด  5 ครั้ง เรียก พาร์ห้า ใน 18 หลุมจะมีพาร์ห้า ไม่เกิน  4 หลุมโดยประมาณ  ซึ่งพาร์ห้า เป็นระยะหลุมที่ไกลสุด คือ ราวๆ  500 เมตรกว่าๆ (ที่เมืองไทย เรียกเป็น ยาร์ด ไม่ใช่เมตร 100 ยาร์ด = 91.44 เมตร) 

ถ้าเราตีลงหลุมได้ตามจำนวนของพาร์ ก็เรียกว่า  เล่นในพาร์ แต่ถ้าเราตีได้น้อยกว่า พาร์ เช่น หลุม พาร์ห้า แต่เราตีแค่สี่ครั้งแล้วลูกลงหลุม ก็คือ เราเล่นได้ดีมาก 
ทีนี้ ถ้าพาร์ห้า โดยปกติเค้ากำหนดว่า ตีห้าครั้ง แต่บังเอิญ มีคนตีแค่สามครั้งแล้วลูกลงหลุม นั่นคือ สุดยอดแล้ว อันนี้เรียก อีเกิ้ล...(เกิดไม่บ่อย) 

ตรง อีเกิ้ลนี้ ป้าลี เคยทำได้ ซึ่งตรงนี้ในความคิดส่วนตัวแล้ว การทำอีเกิ้ล ไม่ใช่ที่โชคดี แต่ความแม่นของการตีลูกจะต้องเป๊ะๆ ไม่งั้นไม่สามารถตีแค่ สามครั้งแล้วลูกลงหลุมในระยะ เกินห้าร้อยเมตรได้แน่นอน (ก็หมายความว่า ตีเฉลี่ยครั้งละ เกือบๆ 200 เมตรเลยทีเดียว) 

การทำอีเกิ้ลต่างกับการทำโฮล อิน วัน ซึ่งถ้าเราทำโฮลอินวันในการแข่งขันแมชใหญ่ๆ ของรางวัลจะใหญ่มาก เช่น เป็นรถสปอร์ต หรืออะไรต่างๆ ประมาณนั้น 

แต่แมชที่ป้าลีแข่งขันนี้ ไม่ใหญ่ขนาดนั้น ซึ่งก็ไม่ได้ชนะที่หนึ่ง แต่ชนะที่สอง (ที่แต้มต่างกับที่หนึ่งเพียงแค่แต้มเดียว) 

เมื่อเราทำโฮล อิน วัน ในหลุมพาร์สาม ทางสนามกอล์ฟจะ เปิดสปาร์คกลิ้งไวน์ (และแบบที่ไม่มีแอลกอฮอล์ด้วย) ใส่แก้ววางไว้ให้กับทุกคนที่เข้ามาเล่นกอล์ฟในสนามของวันนั้น และไม่มีค่าใช้จ่าย สามารถยิบดื่มได้ฟรี และตลอดวัน!!!   และเขียนประกาศแสดงความยินดีให้กับเราที่ทำโฮลอินวัน 


คนก็จะเข้ามาแสดงความยินดีกับเราเมื่อเราแข่งเสร็จหลุมสุดท้ายแล้ว

และชื่อเราก็จะถูกจารึกไว้ในบอร์ดของสนามตลอดไป ส่วนประกาศนียบัตรก็จะถูกส่งมาให้ที่บ้านแบบที่ป้าลีได้รับ 

ส่วนสปาร์คกลิ้งไวน์ที่ถูกเปิดให้กับทุกคนดื่มฟรีนั้น ในแมชแข่งขันนี้ สนามกอล์ฟเป็นคนรับผิดชอบค่าใช้จ่ายให้ป้าลี (ราวๆ 1,500 ยูโร หรือสองพัน เพราะว่าการแข่งขันเป็นวันเสาร์ หรือ อาทิตย์ ซึ่งคนจะมาเล่นกอล์ฟเยอะมากกว่าปกติ) 


แต่ถ้ามีใครทำโฮล อิน วัน ในการเล่น ธรรมดา ที่ไม่ใช่แมชแข่งขัน ค่าใช้จ่าย พันกว่ายูโรตรงนี้ 

จ้าตัวจะต้องรับผิดชอบเอง!!!!    

(อ้าว แบบนี้ก็ไม่อยากมีใครทำโฮล อิน วันสิ ... อืมมมม แต่ว่า มันก็แค่ครั้งเดียวตลอดชีวิต หรือบางคน เล่นมา สี่สิบปี ก็ไม่เคยทำโฮล อินวัน หรือ หลายคน ทำได้ตั้งหลายครั้ง ก็ว่ากันไปนะคะ) 

ส่วนประกาศนียบัตรก็จะได้รับ และจารึกชื่อในบอร์ดเช่นกัน 
(สกอร์การ์ด ต้องมีคนเซ็นต์ร่วมนะคะ เช่น เพื่อนร่วมก๊วนเดียวกับเรา) 

ในการทำโฮล อิน วัน ที่เมืองไทย เข้าใจว่าไม่มีการเปิดไวน์ให้ (ก็ดีตรงที่เจ้าตัวไม่ต้องจ่ายบิล เพราะว่า แพงมาก คิดดูสิ เลี้ยงคนทั้งสนาม ทั้งวันด้วยอ่ะ จะหมดกี่แสนล่ะทีนี้ ตายสถานเดียว สปาร์คกลิ้งไวน์บ้านเราในสนามกอล์ฟ ก็ขวดละเกือบสองพันล่ะมั๊ง แล้วต้องเลี้ยงทั้งสนาม ทั้งวัน!!) 

ถ้าถามว่า แล้วถ้าเราต้องจ่ายเอง ทำไงดีล่ะป้าลี... อิอิ ก็ตัวใครตัวมัน 

แต่ว่า ที่บ้านป้าลี เรามีประกันในการทำโฮลอินวันด้วย หรือ บัตรเครดิตหลายๆ ที่ก็มีจ่ายให้ถ้าเราทำโฮลอินวัน ... อ่ะ รอดตัวไป 






 

Create Date : 18 กันยายน 2557    
Last Update : 27 พฤศจิกายน 2557 15:55:05 น.
Counter : 883 Pageviews.  

เล่าเรื่อง สนามกอล์ฟ ในฟินแลนด์



เกริ่น.... ป้าลีไม่ใช่โปรฯ  และไม่อาจเทียบขั้นโปรได้ แต่จะเอากอล์ฟมาอยู่ในเส้นทางชีวิตในฟินแลนด์  ที่ทำเงินได้  ไม่ใช่แค่จะเล่นสนุกไปวันๆ  ดังนั้นกีฬากอล์ฟ ไม่ใช่แค่รายจ่ายสำหรับป้าลี



ออธั่มค่ะ ที่สนาม  Vihti,Finland ที่ป้าลีเคยชนะการแข่งขัน วิลสัน โอเพ่น  2013

ในหนึ่งปีที่ฟินแลนด์  จะเล่นกอล์ฟได้เพียงฤดูกาลเดียว คือช่วงหน้าร้อน คือ ปลายเดือน เม.ย ถึง เกือบๆ สิ้นเดือน กันยายน (แต่ปี  2013 เล่นกันถึง ต้นปี 2014 เลยทีเดียว เพราะว่าหิมะยังไม่มาและอากาศค่อนข้างอุ่นกว่าทุกปี)

(หน้าร้อนของที่นี่ เล่นกอล์ฟได้ถึง  ห้าทุ่มเลยนะคะ เพราะว่า ฟินแลนด์ดินแดนแห่งพระอาทิตย์เที่ยงคืน นั่นเอง)

การเล่นกอล์ฟในฟินแลนด์ คนส่วนใหญ่จะเดินกันค่ะ น้อยมากที่จะเห็นคนใช้รถกอล์ฟอาจจะมีเด็กหรืออาจจะอายุมากๆ หรืออาจจะเดินไม่ไหวกันจริงๆ โน่นแหละถึงจะใช้รถกอล์ฟกัน(ประเทศอื่นๆในยุโรป ก็จะเดินกันค่ะไม่ใช่แค่ฟินแลนด์)

เราจะเห็นว่า ฝรั่งที่ไปเล่นกอล์ฟบ้านเรา มักจะเดินซะมากกว่า (อาจเป็นว่าอากาศไม่ร้อนระเบิดแบบบ้านเราก็ได้)

แล้วที่ฟินแลนด์จะไม่มีแคทดี้ลากกระเป๋าให้ เราจะลากกันเองกันทั้งนั้น


ส่วนค่าใช้จ่าย (โดยประมาณ) ก็จะมี

ค่าสนาม ประมาณ 30 ยูโร ต่อ 18 หลุม(อาจจะบวกลบจากนี้นิดหน่อยนะคะ)

แต่ถ้าค่าสนามแบบเหมาจ่ายตลอดทั้งฤดูกาล ก็ประมาณ 800-1,000ยูโรต่อคน(ถูกกว่าบ้านเราเยอะเลยค่ะ) คือจะเล่นกี่รอบก็ได้ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายอื่นๆเพิ่ม

ค่าสนามไดร์ฟ ก่อนออกรอบจริงก็จะมีเฉพาะค่าลูกกอล์ฟ 2 ยูโรต่อ 30 ลูก(กดจากเครื่องนะคะ) ไม่เสียค่าซ้อมพัตต์ค่ะ(บ้านเราบางสนามต้องเสียค่าไปซ้อมพัตต์ตรงกรีนที่ให้ซ้อมพัตต์เสียต่างหากอีกค่ะ)

ปี 2013 จากเดือน มิถุนายน จนจบฤดูกาล ป้าลีเล่น 20-25 วันต่อหนึ่งเดือน (เกือบทุกวันนั่นเอง)  

และเป็นปีแรกที่ป้าลีมาเล่นกีฬาชนิดนี้ โดยเริ่มแฮนดิแคพจาก 54  จนถึง  16.9  (ป้าลีพอใจมากสำหรับปีแรก)

และได้มีโอกาสเล่นกอล์ฟที่ฟินแลนด์ สวิซเซอแลนด์ และ ไทยแลนด์ค่ะ (ปีนี้ ตั้งใจไปเล่นเพิ่มที่เยอรมัน อังกฤษและสเปนค่ะ)


พูดถึงข้อแตกต่างของกฏกติกา มารยาท ต่างจากบ้านเรามั๊ย  ส่วนใหญ่แล้ว กฏกติกาก็จะเหมือนกันทั่วโลกแต่ป้าลีกลับบ้านไปเล่นกอล์ฟที่ไทย จะมีเรื่องการ  Call  Hole, (แต่ที่ฟินแลนด์ไม่มีค่ะ) คือก๊วนใหนจองเวลาได้ก่อน ก็เล่นไปก่อน แล้วก๊วนหลังก็จะตามๆ กันไป (ในพาร์สามถ้าก๊วนใหนไปก่อนก็เล่นให้จบแล้วก๊วนหลังค่อยขึ้นทีไปตีลูกค่ะ)

วันธรรมดา ระยะเวลาห่างของการออกรอบ ในแต่ละก๊วน ก็คือ10 นาที ถ้าวัน เสาร์และ อาทิตย์หรือวันหยุดเวลาห่างกัน 8 นาทีต่อก๊วนนะคะ(เพราะคนเยอะ)

การเล่นกอล์ฟที่นี่ไม่มีแคทดี้ เราต้องดูลูกเอง หาเอง ดูระยะเอง  จับไม้เอง ไม่มีใครบอก (เพื่อนร่วมก๊วนอาจช่วยหาลูกบ้างแต่ก็ไม่ใช่หน้าที่เค้าต้องมาหาลูกให้เรา)



ประมาณ  2.2 เมตรค่ะ ไม่ถึง สามเมตรหรอกที่สนามกอล์ฟ เรนโช  ที่เขาใหญ่ ปากช่องค่ะ(บ้านป้าลีเอง)


ด้วยความที่เล่นเกือบทุกวันทำให้พบเจอคนมากหน้าหลายตาที่เข้ามาร่วมก๊วนด้วย ได้เห็นทั้งพฤติกรรมที่น่ารักและน่าเกลียดของคน

ได้เห็นสปิริตของคน หรือกระทั่งเห็นความเห็นกี่ตัวของผู้เล่น หรือ เห็นการบริหารจัดการของผู้เล่น (บริหารอารมณ์บริหารเกมส์ ทั้งก่อนตีลูกและหลังตีลูกแล้ว)

นอกจากนั้นเห็นทั้งความซื่อสัตย์หรือคดโกงของผู้เล่น ที่ป้าลีชอบมากคือ ได้เห็น “กึ๋น”ของคนละคน

กีฬากอล์ฟเป็นกีฬาที่แตกต่างจากกีฬาชนิดอื่นอยู่มากเหมือนกันนะคะ แต่สิ่งหนึ่งที่เหมือนกับกีฬาตัวอื่น จะเป็นเรื่องของความอดทนซึ่งกอล์ฟเป็นอีกอันหนึ่งที่สร้างความอดทนให้กับผู้เล่น สร้างสมาธิแล้วก็จะมีเรื่องของการฝึกทักษะในการตัดสินใจหรือแก้ไขปัญหาภายใต้แรงกดดัน(บางครั้งในหนึ่งเกมส์นั้น เล่นกันสี่ชั่วโมงและทุกนาทีนั้นต้องมีสมาธิมากๆตลอดในสี่ชั่วโมงนั่นเลยล่ะ)

ป้าลีเป็นคนสมาธิสั้นนะคะบางครั้งไม่สามารถอดทนในสภาวะใต้แรงกดดันได้นานถึงสี่ชั่วโมง แต่พอมาหัดเล่นกอล์ฟทำให้ตัวเองเปลี่ยนไปเยอะเหมือนกัน มีสมาธิมากขึ้น สังเกตุมากขึ้น วางแผนมากขึ้นและแก้ไขปัญหาได้ดีขึ้น โดยที่ไม่วีนแตก หรือ องค์ลง เสียก่อน



อันนี้ที่สนามกอล์ฟ มาเธอฮอร์น ที่สวิสเซอร์แลนด์ค่ะ


หลายคนบอกว่า มันสนุกตรงใหนการเล่นกอล์ฟ

ต้องบอกว่า กอล์ฟเป็นกีฬาที่ตัดสินจากการนั่งดูไม่ได้ถ้าคุณยังไม่ได้ลองเล่น เช่น การเล่นสกี เวลาที่เรานั่งดูคนเล่นสกีหรือดูคนเตะบอล ก็จะรู้สึกร่วมว่าเออน่าสนุกนะ อยากเล่นด้วยจังแม้ว่าเราจะยังไม่เคยเล่นสกีหรือเตะบอลมาก่อน ก็ตาม

แต่พอเวลาที่เรานั่งดูคนเล่นกอล์ฟ ไม่เห็นจะรู้สึกร่วมตรงใหนเลยนะ ไม่เข้าใจว่า มันสนุกยังไงก็แค่ตีลูกให้ลงหลุมแค่นั้นเอง แรงก็ไม่ได้ใช้อะไรมากมายแล้วมันได้ออกกำลังกายตรงใหนเนี่ย.... เมื่อก่อนคิดอย่างงั้นจริงๆค่ะ

แต่พอได้ลงเล่นในเกมส์ตัวเองแล้ว ประโยคเดียวสั้นๆ คือ... ตึดหนึบ ค่ะ..กลับบ้านนอนยังคิดถึงเกมส์ตัวเองเลยว่า พรุ่งนี้ชั้นจะแก้ใหม่ตรงนี้ๆ หลุมนั้นไม่น่าพลาดชอร์ตนั้น น่าจะแบบนี้ๆ

ดังนั้น กีฬากอล์ฟ มีอะไรที่มากกว่าที่เราเห็นแน่นอนแถมเงินรางวัลของการแข่งขัน ก็เยอะในระดับต้นๆ ของกีฬาในโลกอีกด้วย(ไม่ได้หมายความว่าป้าลีจะไปเล่นระดับโลกนะคะแค่หมายถึง คนส่วนใหญ่ให้ความสนใจกอล์ฟด้วยเช่นกันน่ะค่ะ)

ถ้าคุณคิดว่ากอล์ฟมันได้ออกกำลังกายตรงใหนไม่น่าจะได้เสียเหงื่อด้วยซ้ำ... ถ้าคุณคิดเช่นนั้นมาดูกันค่ะ

การจะเล่นกอล์ฟให้ได้ดี ต้องมีองค์ประกอบหลายอย่าง เช่น

-ฝึกกล้ามเนื้อ นั่นคือต้อง ออกกำลังกายอย่างอื่นร่วม เช่น ป้าลี ว่ายน้ำเกินหนึ่งกิโลเมตรต่อวัน   ฟิตเนสหนึ่งชั่วโมง หรือโยคะ  45 นาที   ร่วมค่ะ  แล้วหลังจากนั้นก็ไปซาวน่า  (ทำใมต้องทำขนาดนั้น... เออนะ)

-การฝึกสวิงต่อวันถ้าเป็นคนที่ลงแข่งขันไม่ว่าจะกับเพื่อนในก๊วนหรือแข่งชิงแชมป์ต่างๆ  คุณต้องฝึก หลายชั่วโมงต่อวันมากๆ(ป้าลีทั้งซ้อมและออกรอบ รวมแล้ว  8 ชั่วโมงต่อวันโดยเฉลี่ยค่ะและเกือบทุกวัน)

-อาหารการกิน  ต้องกินให้มากค่ะเพราะว่าก่อนจะไปออกรอบนั้นเราต้องซ้อมมาก ฟิตเนสมาก ดังนั้นอาหารต้องเพียงพอค่ะ นั่นหมายความว่าเราต้องกินให้มากกว่าปกติเป็นสองเท่าขึ้นไปเลยทีเดียว

ดังนั้นก่อนที่เราๆ ท่านๆ จะเห็นว่า นักกีฬากอล์ฟ ก่อนจะมาออกรอบ เดินเชื่องช้ากรีดกรายในสนามได้นั้น เค้าบ้าพลังสุดๆ ในการซ้อมมาก่อน

เห็นมั๊ยคะ ว่ายังมีอะไรที่เรามองไม่เห็นในกอล์ฟอีกหลายอย่างมากๆ นี่ยังไม่รวมกับการที่ต้องใช้สติปัญญาในการแก้เกมส์ หรือ เดินกมส์อีกนะคะ(อันนั้นเรื่องละเอียดไปเลยทีเดียว)

แต่ถ้าเล่นแบบงานอดิเรก เช่น เล่นเดือนละครั้งอันนั้นอาจจะต่างออกไปนะคะ (ออกรอบเสร็จไปยกแก้วเบียร์ต่ออีก สี่ชั่วโมง อิอิ)

แล้วนอกจากนั้น เสน่ห์ของการออกรอบเล่นกอล์ฟคือ อะไร สำหรับป้าลีแล้ว เสน่ห์เรื่องใหญ่เลยคือได้ใช้เวลาร่วมกับครอบครัว เดินจับมือกับสามีได้พูดได้คุย ได้สนิมสนมกลมเกรียว ได้จีบกันทุกๆวัน ไม่ใช่จีบแค่ช่วงแรกๆ ที่รู้จักกัน

นี่คือสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับครอบครัวของเราค่ะ




 

Create Date : 18 มกราคม 2557    
Last Update : 17 เมษายน 2559 9:23:29 น.
Counter : 514 Pageviews.  

ยิงปืน


ขอแอบแทรก กิจกรรมที่ทำในประเทศอื่นนอกจากฟินแลนด์บ้างนะคะ

เรื่องเกิดจากว่า เมื่อไปเที่ยวลอสแองเจอลิสสองปีก่อน ได้มีโอกาสเข้าไปยิงปืนเล่น และหลังจากนั้นมาก็ตกหลุมรักกีฬาชนิดนี้ไปเรียบร้อยแล้ว



ไม่กล้าแม้กระทั่ง สอดนิ้วเข้าไป มือมันสั่น...


ประสบการณ์เรื่องการยิงปืนนี้ ทำให้รู้ว่า ชีวิตคนเราสิ่งหนึ่งที่คืนจะรู้ก็คือการ "รู้จักปืน"
เพราะว่าอะไร?

วินาทีแรกที่เดินเข้าไปนั้น... เสียงที่ดังสนั่น จนรู้สึกว่า หูแตกแน่ถ้าไม่ถูกครอบ
และวินาทีแรกที่จับปืนของจริงๆ มือสั่น ใจสั่น และปืนหนัก...เกรงว่าจะลั่นไกลผิด

และถ้าเราใช้ปืนไม่เป็นนั้นมันอันตรายมาก ใครก็ตามที่คิดจะใช้ปืนและมีปืน ควรอย่างมากที่จะต้องรู้จักการ "ยิงเป็น" ไม่ใช่แค่ยิงปืน

เพราะดูข่าวแต่ละครั้ง...หลายๆ ครั้งที่คนบางคนตายจากการถูกลูกหลง... เซ็ง

ก่อนที่พวกมรึงจะไปยิงใครและทำชาวบ้านผู้ไร้เดียงสาเดือดร้อน มรึงควรคิดก่อนว่า เป้าหมายของมรึงอยู่ที่ใหน ไม่ใช่หยิบมือมาแล้วยิง ไปถูกใครก็ไม่รู้


อ้าวก็เวลาที่เรายิงปืนจริงน่ะ... มันสะพัดแรงมาก ต้องควบคุมด้วยสองมือ ไม่งั้นเอาปืนไม่อยู่



เอ๊ะ... กลายเป็นเรื่องล่อแหลมไปหรือไม่นี่?

เอาล่ะ... เล่าด้วยภาพก็แล้วกัน ว่าบรรยากาศในสนามมันประมาณใหน





กระสุนเป็นร้อย ถูกนัดเดียว



ไม่ใช่ฝีมือเราน๊าาา





 

Create Date : 20 พฤศจิกายน 2556    
Last Update : 23 พฤศจิกายน 2556 18:38:25 น.
Counter : 1169 Pageviews.  

ปัญหา ของการ "ว่ายน้ำ"

การออกกำลังกายเป็นเรื่องยากสำหรับสาวหลังอายุ สามสิบ (จริงๆนะเออ)

ป้าลีผ่านวัยนั้นมานานหลายปีมากละ ก็พึงคิดนะว่า การออกกำลังกายเป็นเรื่องที่ยิ่งใหญ่สุดๆ ในชีวิตผู้หญิงที่เริ่ม "แก่"

รู้สึกตัวว่าแก่ เมื่อไหร่ ก็คือ ณ ตอนนั้นที่ ไม่อยากจะขยับร่างกายออกไปใช้กำลังนี่แหละค่ะ

ปกติป้าลีใช้เวลากับฟิตเนสและต่อด้วยว่ายน้ำ (เจ๋งมะ...แก่แต่สู้ว้อย)

มันไม่ง่ายค่ะ เพราะความล้าจากการฟิตเนสนั้นก็มากพออยู่แล้ว แต่พอไปว่ายน้ำก็ยิ่งเหนื่อย แทบจะไม่มีแรงกายไปแกว่งแขนด้วยซ้ำ อาศัยแรงใจสถานเดียว

เพราะว่า การว่ายน้ำนอกจากจะเป็นการออกกำลังร่างกายแล้วเนี่ย มันเป็นการได้ผ่อนคลายระบบภายในของเราอีกด้วย ผ่อนคลายระบบสมอง

ป้าลีเป็นมือใหม่ในการว่ายน้ำ เพราะว่ายังว่ายได้ไม่ถึงกับเซียน เคยว่ายตอนฟิตเป๊ะ ก็แค่ 1,000 เมตรแค่นั้นเอง แต่ถ้ากรณีหลังฟิตเนสก็จะว่ายอยู่ระดับ 500 เมตร หรือ 600 เมตรโดยประมาณ เพราะว่ายเพื่อผ่อนคลายสมองและผ่อนคลายกล้ามเนื้อแค่นั้นเอง

ทีนี้ มือใหม่ในการว่ายน้ำเนี่ย ปัญหามันอยู่ตรงที่ (พูดถึงว่ายฟรีสไตล์นะจ๊ะ)

1.ตีขา ผิดจังหวะ (บางคนหนีเหนือน้ำ จนเห็นชัดว่าน้ำแตกกระจาย)
2.เหวี่ยงแขนและกวักน้ำ ไม่เป็น (บางคนสักแต่ตีแขนผ่านข้างหู)
3.หายใจไม่ได้ (เหนื่อยเป็นบ้าเลย ถ้าขึ้นหายใจไม่เป็น)

ถ้าสามอย่างที่กล่าวมานี้เป็นปัญหาสำหรับคนมือใหม่แบบป้าลี รับรองได้ว่า ว่ายให้เหนื่อยตายไปข้างก็ได้แค่ไม่เกิน 150 เมตร (หรือไม่จริง)

เพราะว่าเราพุ่งตัวไม่ได้ และแกว่งแขนอย่างเหนื่อยตัวก็ไม่ลอยไปใหนมากนัก
แอบเห็นคนในสระ ที่ว่ายดูว่าง๊าย ง่าย...เค้าก็ลอยไปไกลอย่างสม่ำเสมอ และว่ายแบบไม่ได้หยุด ดูไม่เหน็ดเหนื่อยเอาเสียเลย... ทำได้ไงอ่ะ?

ก็เหมือนตอนที่ป้าลีหัดตีกอล์ฟใหม่ๆ ตีไดร์เวอร์(ตีลูกแรกในเกือบทุกๆ หลุม เรียกว่า ตีด้วยไดร์เวอร์) ออกแรงให้ตายลูกก็ตกแค่ ไม่เกิน 150 เมตร

แต่พอมองดูคนอื่น เห็นขยับแขนแบบง่ายๆ กระทบลูกลอยไปเกิน 200 เมตรซะงั้น...

พยายามอยู่นานหลายเดือน มากๆ จนมาค้นเจอด้วยตัวเองนี่แหละ ว่ามันไม่ใช่แค่การแกว่งแขนตีลูก มันต้องมีการใช้กล้ามเนื้อออกแรงร่วมด้วย และมันต้องไม่ใช่แค่การใช้กำลังตีลูก หรือเรียกว่าเอาแขนเหวี่ยงเพื่อการทุบลูก...

ว่ายน้ำก็เช่นกัน ถ้าคิดแค่เหวี่ยงแขนผ่านหู ผ่านหน้าขาแล้วล่ะก็ ว่ายยังไงก็ไม่ไกลไปว่านั้นแน่ๆ เหนื่อยเปล่าๆ แล้วแถมจะหมดสนุกอีกด้วย แล้วในที่สุดก็หยุดออกกำลังกายอีก... เรื่องใหญ่เลยทีนี้




 

Create Date : 18 พฤศจิกายน 2556    
Last Update : 18 พฤศจิกายน 2556 16:07:03 น.
Counter : 460 Pageviews.  

ฟิตเนส

สาวๆ หลายคนหลงไหลกับการออกกำลังกายในฟิตเนส

เป็นเรื่องที่ดีค่ะ (ดีกว่ากินแล้วปล่อยตัวเองให้อ้วน) เพราะว่าร่างกายแข็งแรงและดูดี ต่อให้เป็นคนไม่สวยก็ดูสวยนะคะถ้ารูปร่างดี


การฟิตเนส... เคยถามตัวเองหรือไม่ว่า เวลาทั้งหมดที่เราฟิตเนสนั้น แบ่งไปให้เครื่องบริหารร่างกายเครื่องใหนมากสุด?

เช่น... ฟิตเนสหนึ่งชั่วโมง แต่ไปเดินที่เครื่อง ประมาณ สามสิบนาที.. ที่เหลือพักและเล่นเครื่องอืนอีกแค่ สิบห้านาที... ถ้าแบบนั้นฟิตให้ตายก็ไม่ผอมและไม่ได้รูปร่างที่สวยดั่งใจเรานะคะ

ถ้าอยากสวยควรจะบริหารในเครื่องเฉพาะนั้นๆ การเดินควรจะเป็นการวอร์มอัพ สัก เจ็ดนาทีหรือ สิบนาทีก็พอ

บริหารเฉพาะส่วนเช่น ... บริหารหน้าอก บริหารก้น บริหารต้นขา หรือต้นแขน
กล้ามเนื้อหลัง(จะได้ใส่เสื้อชั้นในแล้วเนื้อไม่ปริ้นออกมา) กล้ามเนื้อลำตัว ข้างตัว ข้างเอว หรือไรพวกนี้แหละ ควรแบ่งสรรปันส่วนในการออกกำลังกายในเครื่องให้ถูกวิธี ไม่งั้นรูปร่างจะเปลี่ยนแปลงช้ากว่าที่เราอยากให้เป็น

พอช้าไม่ทันใจ เลิกฟิตเนสอีก... กรรม


อาหารการกินก็เปลี่ยนแปลงบ้างนะ ถ้าชอบหวาน หรือ ชอบมัน ก็หันไปกินผักหรือ อะไรที่เป็นประโยชน์ ไม่ใช่หลอกตัวเองว่า ชั้นไปฟิตเนส ดังนั้นกินยังกะพายุ (ป้าลีกินเยอะเป็นพายุค่ะ แต่เลือกกินเฉพาะที่ไม่ใช่ไขมัน หรือน้ำตาล หรือ แป้งมากเกินไป ที่เหลือกินทุกอย่างที่ขวางหน้า และแอลกอฮอล์ก็ดื่มค่ะ ไม่จัดแต่ทุกวัน)





 

Create Date : 14 พฤศจิกายน 2556    
Last Update : 15 พฤศจิกายน 2556 2:43:19 น.
Counter : 290 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  

Lee Jay
Location :
Nurmijärvi,Helsinki Finland

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 138 คน [?]




ชื่อ ลี ค่ะ เป็นป้ารุ่นน้อง(ยังไม่ถึงกับเป็นป้ารุ่นพี่)

ป้าลีทำบล็อคส่วนตัว หากภาษาที่ป้าลีใช้ไม่สุภาพ
หรือเขียนผิด ป้าลีขออภัยมา ณ โอกาสนี้นะคะ

บล็อคนี้อยากเสนอเรื่องราวของตัวเอง ทั้งเรื่องเรียน
เรื่องการใช้ชีวิตในฟินแลนด์หรือการท่องเที่ยวไปตลอดเกือบ 30 ประเทศ ณ ขณะนี้ (หลายประเทศที่ชอบไปมากกว่า 3 ครั้ง เช่น เยอรมัน ออสเตรีย เชค และอื่นๆ )

แนวคิดส่วนตัวซึ่งอาจจะมีสองด้าน ทั้งลบและบวก

อยากให้พิจารณาและเลือกอ่านเอาเองนะคะ

และก่อนจะก็อปปี้เพจใดๆ หรือรูปภาพต่างๆ
ให้ขออนุญาติป้าลีก่อน ไม่ได้ใจร้าย แต่อย่ามักง่าย...

ถ้ายังฝืนลักลอบก็อปปี้ไป............ขอให้ไม่เจริญและทนทุกข์กับชีวิตที่เหลืออยุ่.....




New Comments
Friends' blogs
[Add Lee Jay's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.