ชีวิตในฟินแลนด์ ก้าวอย่างไร ให้ถึงฝัน มุ่งเรียนยังไง ไปต่อให้มีความสุขกับการใช้ชีวิตในฟินแลนด์ ...ป้าลี ฟินแลนด์
Group Blog
 
All Blogs
 

ขั้นตอนการกรอก ใบรับเงินจากเกล่า ผ่านเว็บ (ฟินแลนด์)







ต้องมีหลายคนที่ยังกรอกใบ Työttömyys จากเกล่าทางเน็ตไม่เป็นแน่ๆ
สำหรับมือใหม่ ว่าใบนี้มันคือ อัลไล  ... ก็คือว่า เวลาที่เรารับเงินว่างงานในกรณีที่ได้เรสซิเด้นซ์ เปอมิทแล้ว  แล้วไปโรงเรียนภาษาตามระบบที่ทาง เตเอ กำหนด ซึ่งเตเอจะส่งเรื่องให้เกล่าจ่ายเงินสนับสนุนการเรียนของเราตรงนี้
และ เกล่า จะส่งแบบฟอร์มมาที่บ้าน ให้เรากรอกแล้วส่งให้เกล่า ในทุกๆเดือนน่ะค่ะ  

เราทราบกันดีแล้วว่า ใบอันนี้แหละ ที่เราจะได้เงินจากเกล่านั้น เราสามารถ กรอกผ่านเว็บไซด์ของเกล่าได้ โดย

ก่อนอื่นต้องทราบก่อนว่า เราจำเป็นต้องมี อินเตอร์เน็ตแบงค์กิ้งกับทางธนาคารที่เราเปิดบัญชีเอาไว้รับเงินจากเกล่าน่ะค่ะ  (ขอเปิดได้ทุกธนาคาร)

เสร็จแล้ว ล็อคอินหน้าเว็บไซด์ของเกล่าได้เลยค่ะ 
https://www.kela.fi/   


หน้าเว็บจะเห็นแบบนี้ใช่มั๊ย  เราจะกดล็อคอินตรง ขวามือสุด ที่มีลูกศรป้าลีชี้อยุ่ตอนนี้ค่ะ  ตรงคำว่า

เอาลูกศรไปจิ้ม จะได้ คำว่า Henkilöasiakkaat  ก็กดคำนี้แหละค่ะ จะได้หน้าเว็บแบบนี้ค่ะ


ของป้าลีใช้บริการของ ธ. S ดังนั้นก็คลิกเข้าไปที่โลโก้ของธนาคารเลย 
มันจะบังคับให้ใส่รหัสล็อคอินและ ยืนยันรหัส
เหมือนที่เราล็อคอินหน้าเว็บของธนาคารปกติ  ถ้ารหัสถูกต้อง  หน้าเว็บจะถามว่า
ใช่ป้าลีหรือเปล่าคะ ถ้าใช่ กลับไปใช้บริการต่อ ไรงี้ค่ะ (ตามรูปน่ะค่ะ)





พอระบบถามแล้วว่าเป็นป้าลีแน่นอน เราก็จะเข้าไปในเว็บเกล่า ด้วยหน้าจอนี้ 
ก็อ่านตรงตัวหนอนสีส้มๆ ที่ป้าลี พาดไว้น่ะค่ะ  työttömyysturva  คลิกเข้าไป



คลิกตามเลยนะคะ ตรงสีดำเล็กๆ หน้าหัวข้อ




คลิกอันที่  2 ตามรูปนะคะ






และต่อจากนั้นให้คลิกยืนยันข้อมูลค่ะ Tyhjennä.... จบพิธี



พอหน้าสุดท้าย ระบบจะบอกว่า จะโอนเงินเข้าบัญชี เลขที่ ....... ในวันที่ ......


เป็นอันเสร็จพิธี ก็ล็อคเอ้าท์ออกได้เลยค่ะ

ง่ายเน๊อะ




 

Create Date : 26 มีนาคม 2560    
Last Update : 3 ธันวาคม 2560 4:42:08 น.
Counter : 1438 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

การเติมน้ำมัน ฟินแลนด์ (สำหรับมือใหม่)





เรื่องการเติมน้ำมันสำหรับใครที่ใช้รถประจำในเมืองนอก ถือว่าเป็นเรื่องปกติที่เราต้องทำเอง

แต่สำหรับมือใหม่ที่พึ่งใช้รถเมืองนอก เป็นเรื่องที่ตื่นเต้นเน๊อะ


ยกตัวอย่างที่ เบนซิน 95E นะคะ ที่ฟินแลนด์ ลิตรละ 1.4 โดยประมาณ บางครั้งถูกกว่านี้นิดหน่อย หรือแพงกว่านี้ก็ 1.43 ยูโร ไรงี้น่ะค่ะ(แต่ละปั๊มก็ราคาต่างกันอีกแหละ แต่ไม่มาก)

เมื่อเลือกปั๊มขาประจำได้แล้วก็ เล็งเลยค่ะ ว่า เติมน้ำมัน ควรเติม กลางๆ สัปดาห์ ไม่ใช่วัน ศ หรือ วัน จ เพราะว่าราคาน้ำมันจะขึ้นหลายตังค์ต่อลิตร

จอดรถเล็งหัวปั๊มให้ตรงกับฝาถัง เสร็จแล้ว ไปยืนหน้าตู้เสียบบัตร อย่าลืมกดภาษานะคะ ถ้าจะเลือกอังกฤษ ถ้าสอดบัตรไปแล้ว ภาษาจะเปลี่ยนไม่ได้



พอจะเห็นธงชาติอังกฤษลางๆมั๊ยคะ (ขอโทษค่ะ ภาพไม่ชัด แต่อยากลงให้เห็นหน้าจอ)

เครื่องจะถามว่า ราคาไม่เกินเท่าไหร่ ก็ใส่ไป 60 หรือ 90 ยูโร  หัวจ่ายจะตัดเองถ้ามันเต็ม
(เช่น ถ้าเต็มที่  67 ยูโร ถึงแม้เราเลือกกดที่ 90 มันก็จะตัดที่ 67 อยู่ดีเราก็จะจ่ายเท่าที่เราเติม )

พอระบุจำนวนเงินเสร็จแล้ว เครื่องจะถามว่าหัวจ่ายใหน เราก็ชะโงกไปมองนิดนะคะ เช่น  ของป้าลีจอดฝั่งซ้าย ก็กด หัวจ่าย PUMP  3 ก็เลือกลูกศรซ้ายมือน่ะค่ะ



เสร็จแล้วเครื่องจะให้รับบัตรคืนค่ะ แล้วเดินไปจับหัวจ่าย เสียบเข้าถัง เลือกหัวจ่ายตามภาพค่ะ



ของป้าลีเลือกที่ 95 E10 ถ้ารถเราเติมเบนซิน (ถ้ารถใช้ดีเซลก็เลือก ดีเซล นะคะ อย่าใส่ผิดล่ะ ต้องมีสติเสมอ เห็นสาวไทยบ่นมาสองรายแล้ว ว่าเติมน้ำมันผิด)

แล้วเครื่องก็รับแค่บัตรนะจ๊ะ ไม่รับเงินสด (จะบัตรเดบิท หรือ บัตรเครดิตก็ได้)


และถ้าหน้าหนาวอย่าลืมใส่ถุงมือนะจ๊ะ เพราะมือจะเย็นมั่กๆ  พอหัวจ่ายตัด ก็เดินไปรับ บิลที่ตู้เสียบบัตรน่ะค่ะ จบ....ง่ายเน๊อะ


อ่ะ พอเป็นประโยชน์บ้างนิดหน่อย พอได้อุ่นใจสำหรับคนมือใหม่หัดเติม....

ขอบคุณค่ะ




 

Create Date : 27 มกราคม 2560    
Last Update : 27 มกราคม 2560 1:28:24 น.
Counter : 977 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

การเก็บเห็ดในฟินแลนด์ และป่าแถบฟินแลนด์








เจ้าเห็ดตัวนี้ ที่เรียกกัน  Kanttarelli ในภาษาฟินแลนด์(ชื่อทางการอะไรไม่รู้ ยาวกว่านี้อีก ป้าจำไม่ได้)   มันสีเหลืองชัดมาก และแพงมากถ้าเทียบกับของป่าชนิดอื่น  จะขายกัน ราคา ห้ายูโรขึ้นไปต่อ หนึ่งลิตร (คือหนึ่งลิตรมันจะได้ไม่กี่ดอกอ่ะนะ เพราะกระป๋องลิตรมันไม่ใหญ่มาก)  ถ้าต้นๆ ฤดู  กับท้ายๆ ฤดูจะแพงกว่านี้อีก

ต้นฤดูคือช่วงเดือน ก.ค. ยาวไปจบที่ ท้ายฤดูคือ ช่วงปลายเดือน ก.ย. เดือน 7-9 นะคะ (พอๆกับ พวกผลไม้ป่า บลูเบอรี่สีต่างๆ ที่เราค้นเคยกันดี)


เจ้าเห็ดตัวนี้กลิ่นมันจะหอม ป้าลีเอามาทำซอสราดสเต็ก มันก็อร่อยมากทีเดียว หรือทำแกงเลียงกุ้ง เอามาผัดกะเพราก็เริ่ดมาก  หรือ ทำแกงเห็ดใส่ใบแมงลัก หรือ ผักอีตู่ในภาษาโคราช ปากช่องบ้านป้าลี  แต่วันนี้เอามาทำแหนมเห็ด ดูสิว่ามันจะได้กินหรือจะได้โยนทิ้งเพราะจะเป็นครั้งแรกที่ทำแหนมเห็ด เคยแต่ทำแหนมหมู แหนมไก่





แต่ตัวเห็ดมันมักจะเกิดใต้ต้น กอยวู Koivu  (ลำต้นปีดำๆลายขาวๆ น่ะค่ะ) ต้นอื่นไม่ค่อยเกิดค่ะ  
จุดสังเกตุคือ มันจะมองไปไกลๆ เนี่ย มันจะเหลืองๆ เด่นชัดมาก สามารถเห็นได้ในระยะไกล และมันจะไม่ไปเกิดในที่ลึกๆ  จะประมาณว่า แถมๆทางเดินน่ะค่ะ ถ้าป่าแบบรกก็ไม่เกิดค่ะ มันต้องโปร่งๆ แสงเข้าถึง อากาศถ่ายเทสะดวกไรงี้  ดูแล้วมีความชื้นสูง ไม่แห้งจนเกินไป อาจมีเฟิร์นขึ้นเขียวๆ ประมาณนั้น นะคะ (เหมือนเป็นผู้เชี่ยวชาญเลยนะคะ... หลังจากเขียนเพจนี้เสร็จ คงได้ฉายา ว่า E...เห็ด แน่เลย)

สังเกตุค่ะว่า ตัวเห็ดมองไประยะไกลก็เห็นสีเหลืองของมันแตกต่างกับใบไม้ แล้วจุดใหนที่มันเคยเกิด ปีหน้ากลับมาเฝ้ามันได้เลย มันจะเกิดใหม่ ณ จุดเดิม ดังนั้นถ้าใครชอบเก็บส่งตลาด ให้หาแหล่งแบบนี้ สักหลายๆ แหล่งหน่อย แล้วเอาถังมาใส่ ส่งตลาดได้ปีละหลายพันยุโรแน่นอนค่ะ













ส่วนตัวป้าลีถนัดเก็บในป่าสนามกอล์ฟ คือพอเห็นหน่อย ก็จะไปจองเวลาเล่นดึกๆ ประมาณว่าคนไม่มาแหละ เราก็เอากอล์ฟบังหน้า แล้วเดินเก็บเห็ด ฮาาาา (สนามกอล์ฟถ้าไม่ใช่สมาชิกไปตีกอล์ฟเค้าไม่อนุญาติให้ไปเดินซุ่มสี่ซุ่มห้าเพ่นพ่านในนั้นอยู่แล้ว เค้ามีการ์ดขับรถกอล์ฟตรวจตราตลอดเวลาค่ะ)



ได้เห็ดเรียบร้อยแล้ว เราก็จะมานั่งทำความสะอาดแบบนี้นะคะ ใช้แปลงเล็กๆปัด เศษต่างๆ และตัดขาเห็ด  ก็นำไปล้างน้ำ ตอนล้างเนี่ย เราต้องรู้ว่า ตัวเห็ดเค้าจะชอบเก็บน้ำ เราก็เลยต้องเปิดน้ำที่เบามากๆ เอาแค่พอให้รู้ว่าสะอาดก็พอ แล้วตอนที่นำไปทำอาหาร เราจะรู้ว่าเดี๋ยวน้ำก็ต้องออกมาอีก เราต้องเผื่อด้วยว่า น้ำจะเสร็จเกินไปหรือเปล่า ต้องระวังนิดหน่อยนะจ๊ะ





ส่วนป่าแบบนี้มันจะไม่ขึ้นนะคะ ขึ้นน้อยมาก มันเป็นต้นสนน่ะค่ะ แต่ว่ามันสวยงามมากในของจริง อากาศจะสุดยอดที่สุดในโลก(คิดเอาเอง แต่เรื่องจริงค่ะ เพราะไปมา 27 ประเทศแล้ว ป้าลีต้องยอมรับว่า อากาศของฟินแลนด์ดีสุดในบรรดาประเทศที่ป้าลีเคยไปสัมผัสมา)






 

Create Date : 09 ตุลาคม 2559    
Last Update : 9 ตุลาคม 2559 12:01:43 น.
Counter : 2255 Pageviews.  

อีกหลายเหตุผลที่ไม่ควรเลือกมาอยู่ฟินแลนด์ (อีกมุมหนึ่งที่อยากให้คิด) ภาค 2







   ภาค 1 อยุ่นี่ค่ะ
//www.bloggang.com/viewblog.php?id=leejayfinland&date=17-04-2016&group=18&gblog=35


         //www.bloggang.com/mainblog.php?id=leejayfinland&month=17-04-2016&group=18&gblog=35  

วัฒนธรรมของคนฟินน์ที่แตกต่าง มากกว่าวัฒนธรรมของคนในยุโรปประเทศอื่น

เรื่องวัฒนธรรมก็เป็นเรื่องใหญ่ค่ะ คุณอาจจะพูดว่า วัฒนธรรมที่ใหนก็ไม่เหมือนกันหรอก จะมาเปรียบกันได้ไง.. ลองมาดูกันค่ะ ว่ามันจะแตกต่างกับที่อื่นยังไงบ้าง

คนฟินแลนด์ เค้าจะมีวัฒนธรรมที่สันโดดมากๆ ต่างคนต่างอยู่ คนน้อย เรื่องก็ไม่เยอะเหมือนบ้านเรา แต่การที่เค้าไม่ใช่มนุษย์สังคมนี่แหละทำให้เค้ามีวิถีชีวิตที่แตกต่างไปจากประเทศอื่นค่อนข้างมาก 

เช่น ค่ะ เช่น

เค้าชอบอยู่ เงียบๆ ถึง เงียบมาก  แต่ว่าบ้านเมืองเค้าปลอดภัยมากกว่าบ้านเราเยอะอ่ะนะ ต่อให้บ้านอยู่ในป่า ลึกแค่ใหน ห่างกันไกลยังไง เค้าก็ไม่มีเรื่องราวให้เป็นข่าวเหมือนเมืองไทย

คำว่าเงียบนี่แหละที่บางทีสาวไทยงอนแล้วเก็บตัวเงียบ กว่าเค้าจะรู้แล้วเข้ามาง้อเนี่ย บางทีเล่นเอาหลายวัน สำหรับบางราย เพราะว่าเค้าไม่ทราบหรอก นึกว่าเราอยากอยู่คนเดียว (นึกออกใช่มั๊ยคะ แต่แบบนี้คนที่บ้านป้าลีไม่เป็นอ่ะนะ เพราะปกติอีป้าไม่เคยหยุดปาก ถ้าเงียบเกินหนึ่งชั่วโมงเนี่ย ไอซ์แมนบ้านป้าเริ่มหนาวๆร้อนๆ จะเข้ามาสอดแนมทันที ว่าทำใมป้าเงียบไป)

วัฒนธรรมที่พูดถึงนี้ ขอพูดที่เกี่ยวกับในบ้านก่อนก็แล้วกัน ในฐานะสามีภรรยา ที่ต้องมาใช้ชีวีตร่วมกันต่างภาษา ต่างความรู้ทางสังคม(ไทยกับฟินน์)  ต่างวิถีชีวิตกันเลยของคนสองคน.. มันเป็นเรื่องยาก

เช่น.. ผู้ชายที่ทำอาหารไม่เป็นเค้าจะรุ้แค่ว่ารสชาติมันอร่อยถูกปากกับไม่อร่อย เท่านัน้เอง เค้าจะไม่ทราบไปมากกว่านั้นน่ะค่ะ ว่าทำยากแค่ใหน ปรุงอย่างไรก่อนอย่างไรหลัง ขั้นตอนการทำนานแค่ใหนทำครึ่งวันหรือทั้งวัน  ไรแบบนี้น่ะค่ะเค้าจะไม่รู้เลย

ผู้ชายคนที่ทำอาหารเป็น เค้าจะชื่นชมในรสชาติของอาหารที่กิน และพิถีพิถันในการกินให้เวลาที่โต๊ะอาหารมากกว่าหน้าทีวี

 ส่วนคนที่ทำอาหารไม่เป็นเค้าจะทำได้แค่กินแล้วตอบได้ว่าอร่อย นอกจากนั้นเค้าจะไม่ทราบ รีบกินแล้วรีบไป  ถือว่าภาระกิจของเค้าเสร็จแล้ว ไม่ใช้เวลาที่โต๊ะอาหารมากเหมือนผู้ชายกลุ่มแรก อาจจะเอาเวลาไปทำอย่างอื่นแทน เช่นดุทีวี หรือ ไปหมกตัวที่โรงเก็บของประดิษฐ์บางอย่าง หรืออีกหรือ อะไรแบบนั้นน่ะค่ะ
...
ดังนั้นคุณแม่บ้านอย่าไปน้อยใจนะคะ ถ้าเค้าไม่ทราบว่าเค้ากินอะไรยากที่จะทำแค่ใหน ยังไง (เค้าก็รุ้แหละ หมุไก่กุ้ง แต่เค้าไม่รุ้ว่าเราทำยังไงให้กิน เช่นหมักของมาตั้งกะเมื่อวาน เตรียมอุปกรณ์มาจากสัปดาห์ที่แล้ว ไรแบบนั้น)

เรื่องมารยาทในโต๊ะอาหารเนี่ย จะเห็นชัดมากๆ ระหว่างคนฟินกับคนไทย จะเห็นได้จากเด็กๆ จะดีดกระโหลกกะลาบนโต๊ะยังไง คนฟินเค้าก็จะไม่เน้นกับเด็กว่าต้องสำรวมมากแค่ใหน จะแค่บอกแต่ไม่เน้น จะพูดตอนกินจะเคี้ยวเสียงดัง จะเอาซ่อมกระทบจานดังแค่ใหนเค้าก็จะแค่บอก แต่เค้าจะไม่เน้นกับลูกเหมือนคนไทย
พูดจาเสียงดัง ยังไง เดินดังแค่ใหน แสดงอารมณ์สุดๆยังไง เค้าให้เด็กเป็นได้แบบเต็มที่ แต่บ้านเราจะตรงกันข้าม เราจะสอนลูกให้

"สำรวม"

เช่น ในงานเลี้ยงที่ต้องใส่สูทหรือชุดราตรีกัน  ถ้าเด็กจะวิ่งซนมาก วิ่งไปวิ่งมาเค้าก็จะทำใจยอมรับว่า เด็กๆก็แบบนี้แหละ เค้าแฮปปี้ก็ดีแล้ว แต่ถ้าเป็นคนไทยเรา จะตะครุบลูกเอาไว้ทันที จะเน้นเลยว่าต้องนั่งสำรวม ต้องยืนสำรวจ จะลุกก็ต้องสำรวม จะคุยจะพูดก็ไม่ต้องตะโกน หรือลุกลี้ลุกลน เพราะกริยามารยาทแบบนี้บ้านเราถือว่าพ่อแม่ไม่ดูแลดีพอ
จะคุยแทรกอะไรมาไม่ได้ถ้าผู้ใหญ่คุยอยู่ ก็ต้องรอจังหวะก่อน แต่คนที่นี่ถึงแม้เค้าจะบอกแต่เค้าจะไม่เน้น เค้าไม่รู้ด้วยว่า คำว่าสำรวมมันต้องแค่ใหน ประมาณนี้น่ะค่ะ
 คนที่นี่ถ้าเด็กจะทำอะไรเค้าจะให้สิทธิเด็กได้แสดงความเป็นตัวเองก่อน ให้เค้าได้บอกได้ทำในสิ่งที่เค้าก็ใช้สิทธิของเค้าทำ คือเค้ามองกันแบบนี้น่ะค่ะเพราะเน้นความเท่าเทียมกัน ไม่ว่าจะเด็กหรือผู้ใหญ่

 แต่เราจะใช้สิทธิความเป็นคนโตที่รู้มารยาทในสังคมสอนเน้นและทำให้เค้า "สำรวม" ซึ่งฝรั่งก็จะมองว่า เราใช้ความเป็นคนโต วางทับสิทธิของเด็ก ไม่ให้เค้าเป็นตัวเอง อะไรแบบนั้น ซึ่งตรงนี้หลายบ้านคิดเห็นไม่ตรงกันนะคะ โดยเฉพาะคนที่มีลูกครึ่ง ตัวเด็กต้องเป็นทั้งเด็กไทยและเด็กฟินแลนด์

เช่น บางบ้าน แม่เค้าสอนลูกเรียกน้าอึ่ง ป้าหลาน แม่จ๋า คุณแม่ หรือไรแบบนี้ ฝรั่งเค้าก็จะให้เรียกแค่ชื่อไปเลย อึ่ง หลาน แม่ ทำใมต้องให้เด็กเรียกอะไรที่มันยากด้วย ไรแบบนี้ (อันนี้คิดว่าประเทศอื่นก็เป็นนะ คงไม่ใช่แค่ฟินแลนด์หรอก แต่หลายบ้านก็ไม่เป็น เพราะเค้าไม่ได้สนใจมาก ว่าเด็กจะเรียก น้าอึ่ง หรือ อึ่ง มันก็คนเดียวกันนั่นแหละ)  

เรื่องของคำว่า "สำรวม" เนี่ยก็มีอีกเยอะค่ะ คิดว่าหลายคนเข้าใจและเจอกับตัวพอสมควร.... ส่วนตัวป้าลีเอง ไม่ได้อยู่กับคนที่นี่นานมากนัก คือ สี่ปี... ก็ถือว่าไม่นานมากนักแต่ก็ไม่ถึงกับใหม่ในสังคมที่นี่ เพราะวิถีชีวิตของป้าลีไม่ได้เก็บตัว ด้วยทั้งกิจกรรมต่างๆ ของครอบครัวไม่ว่าจะกอล์ฟ เด็กที่บ้านเรียนโรงเรียน The English School
เรียน บัลเล่ต์กับโรงเรียนสอนเต้นและการแสดงของจังหวัด Nurmijarvi เรียนโรงเรียนกอล์ฟ หรือกิจกรรมอื่นๆ ที่ต้องอยุ่กับสังคมของคนที่นี่

ส่วนอีกเรื่องนี้ คือ
คนฟินแลนด์ มองว่า"คนทุกคนมีความเสมอภาคเท่าเทียมกัน" อันนี้เป็นไอเดียที่ดีค่ะ แต่ในทางที่ไม่ดีคือ ในเมื่อผู้ชายกับผู้หญิงมีความเท่าเทียมกัน เค้าก็เลยต่างคนต่างใช้เงินตัวเอง ผู้หญิงที่ใช้เงินผู้ชายถือเป็นเรื่องผิดปกติ ถือเป็นเรื่องพิการที่เกิดขึ้น(เหมือนคนช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ก็เลยต้องให้คนอื่นมาช่วยเหลือประมาณนี้น่ะค่ะ)

 ยกเว้นจะมีลูกด้วยกันนั่นแหละ ทางฝ่ายหญิงถึงจะเข้ามามีบทบาทใช้เงินของผู้ชายมากขึ้น  ดังนั้นผู้ชายที่แต่งกับสาวไทยแล้ว ยอมเลี้ยงดูสาวไทยพร้อมให้เงินใช้รายเดือนนอกเหนือจากรับผิดชอบซื้ออาหารการกินค่าบ้านค่ารถไรงั้นนะ แล้วก็มาให้เงินเดือนเมียนั้นถือเป็นเรื่องยาก(แต่ก็มีนะคะ ไม่ใช่ไม่มีนะ) คนที่รักเพื่อนมักจะเตือนเพื่อนว่า อย่าให้เงินเมียคนไทยนะ แต่คนที่มีเมียไทยก็จะให้ ซึ่งก็เลยทำให้คนฟินน์ที่มีเมียไทยก็วางตัวลำบากกับสังคมตัวเอง... ตลกเน๊อะ


ส่วนวัฒนธรรมในด้านอื่นๆ เช่น คนฟินแลนด์มีวิถีชีวิตที่แตกต่างกับคนฝรั่งเศสเช่น วิธีรับประทานอาหาร คนฝรั่งเศสจะมีพิธีรีตรองมากกว่า มีขั้นตอนในการกิน มีความประณีตในการปรุงอาหาร ความสวยงามของกริยามารยาทในการจะพูดจะใช้น้ำเสียง การแต่งตัว และอื่นๆ (แต่ชอบอยู่ฟินแลนด์มากกว่านะขอบอก) แต่คนที่นี่ฟินแลนด์ชอบความจริงใจ ชอบความตรงไปตรงมา เสื้อผ้าหน้าผมต่อให้ไม่เนี๊ยบก็ไม่มีใครแคร์สื่อไรมาก(คนที่นี่น้อย)

ก็ประมาณนี้นะคะ.... เห็นเด็กๆที่เรียนก่อสร้างกับป้าลี ส่วนตัวป้าลีไม่ค่อยเห็นด้วยกับคำว่า ระบบการเรียนดีสุดอันดับต้นๆ ของโลก...หลังจากที่เห็นเด็กอัมมัตติมาสองโรงเรียนละ  (เอาไว้แฉกันค่ะ ว่าทำใมป้าลีคิดแบบนี้ แต่ไม่ได้หมายความว่าไม่ชื่นชมฟินแลนด์นะ อย่างที่บอก ป้าลีชอบการใช้ชีวิตที่นี่มากกว่าอยู่เมืองไทย ตามที่เกริ่นไปแล้ว)

อ่ะใครหาข้อมูลกับชีวิตที่นี่อยู่....ก็ได้รับทราบด้านลบบ้าง นะจ๊ะ...(ด้านดีมีอีกเยอะค่ะ หาเอาได้ตามเฟซบุ๊คทั่วไป  แต่ป้าลีเอาไว้แฉอีกภาคต่อๆไป)

ส่วนอีกสองเรื่องที่อยากจะเน้น.... คือ
ภาษีแพง (แต่รายได้ต่ำ)
ฟินแลนด์ ดินแดนเรียนฟรี ก็ต้องมาเรียนและตั้งใจเรียนโดยใช้ความพยายามที่จะเรียน

เอาไว้ยกยอดนะค๊าาา....




 

Create Date : 08 ตุลาคม 2559    
Last Update : 9 ตุลาคม 2559 14:09:49 น.
Counter : 800 Pageviews.  

ประทับใจ ทรงไทยการแปล (คุณสุวิทย์)



สวัสดีค่ะ
วันนี้ป้าลีอยากเล่าประสบการณ์การเป็นลูกค้าของทรงไทยการแปล หน้าศูนย์ราชการที่หลักสี่ ตรงแจ้งวัฒนะ น่ะค่ะ

ป้าลีเป็นลูกค้าประจำของที่นี่มาหลายปีแล้ว ตั้งกะกรุงเทพฯ ในภาวะปกติ ยันม๊อบปิดถนน ปิดศูนย์ราชการ กลับมาปกติใหม่ และอื่นๆ
คือ ตั้งกะ ปี 2009 น่ะค่ะ

ป้าลีใช้บริการการแปลของที่ และคุณสุวิทย์ดูแลลูกค้าดีมากๆ โทรตามเอกสารยังไงเค้าก็จะไม่เคยหงุดหงิดกับป้าลีเลย

รอบนี้เป็นการแปลเอกสารแบบเร่งด่วน(ก็ด่วนทุกครั้งค่ะ อิอิ)  เอกสารด้านธนาคารและธุรกรรมด้านที่ดิน ไรพวกนี้น่ะค่ะ ที่ต้องการด่วนจริงๆ เช่นส่งวันนี้เอาพรุ่งนี้ไรงี้ เพราะจะขึ้นเครื่องแล้ว

ซึ่งทางทรงไทยการแปล ก็เร่งงานให้ และบริการดีเหมือนที่ผ่านๆ มา

ต้องขอบอกว่าไม่เคยผิดหวังกับที่นี่ ตรงนี้อยากจะแชร์ให้พี่ๆน้องๆ ทราบนะคะ ส่วนค่าบริการ ก็จะแผ่นละ สองถึงสามร้อย เท่านั้นเอง (มีลดให้ด้วยค่ะ ถ้าเอกสารแผ่นนั้นๆ มันต้องแปลนิดเดียว)

แปลเสร็จก็โอนเงินให้ทีหลัง ตรงนี้คุณสุวิทย์โอเคมากๆ ที่จริงป้าลีไม่เคยติดปัญหาเรื่องให้เงินก่อนหรือให้ทีหลังค่ะ แต่ตัวเอกสารจากการแปลที่นี่เค้าเชื่อถือได้ว่าไม่ผิด ทำให้งานเราเดินสะดวกๆ ต่อไปไม่ติดขัด

ขอบคุณคุณสุวิทย์แห่ง ทรงไทยการแปลอีกครั้ง มา ณ ที่นี้ ค่ะ

ป้าลี




 

Create Date : 13 สิงหาคม 2559    
Last Update : 13 สิงหาคม 2559 13:26:57 น.
Counter : 673 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  

BlogGang Popular Award#13


 
Lee Jay
Location :
Nurmijärvi,Helsinki Finland

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 133 คน [?]




ชื่อ ลี ค่ะ เป็นป้ารุ่นน้อง(ยังไม่ถึงกับเป็นป้ารุ่นพี่)

ป้าลีทำบล็อคส่วนตัว หากภาษาที่ป้าลีใช้ไม่สุภาพ
หรือเขียนผิด ป้าลีขออภัยมา ณ โอกาสนี้นะคะ

บล็อคนี้อยากเสนอเรื่องราวของตัวเอง ทั้งเรื่องเรียน
เรื่องการใช้ชีวิตในฟินแลนด์หรือการท่องเที่ยวไปตลอดเกือบ 30 ประเทศ ณ ขณะนี้ (หลายประเทศที่ชอบไปมากกว่า 3 ครั้ง เช่น เยอรมัน ออสเตรีย เชค และอื่นๆ )

แนวคิดส่วนตัวซึ่งอาจจะมีสองด้าน ทั้งลบและบวก

อยากให้พิจารณาและเลือกอ่านเอาเองนะคะ

และก่อนจะก็อปปี้เพจใดๆ หรือรูปภาพต่างๆ
ให้ขออนุญาติป้าลีก่อน ไม่ได้ใจร้าย แต่อย่ามักง่าย...

ถ้ายังฝืนลักลอบก็อปปี้ไป............ขอให้ไม่เจริญและทนทุกข์กับชีวิตที่เหลืออยุ่.....




New Comments
Friends' blogs
[Add Lee Jay's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.