Group Blog
 
All blogs
 

[Web]Lead's interview in 「ENTAME!」

 photo 1437987632ozf1W-1_zpsepojuy9n.jpeg

Dance Vocal Unit 『Lead』 ที่ประกอบไปด้วย ทานิอุจิ ชินยะ ,ฟุรุยะ เคตะ และคากิโมโตะ อากิระ เหล่าหนุ่มหล่อที่ดูเป็นผู้ใหญ่ และมีค่าเฉลี่ยของมาตรฐานทางหน้าตาสูง กับ เสน่ห์ทางการเต้นที่ได้ทำให้ได้ใจคนเป็นจำนวนมาก

โดย Leadนั้นจะได้มีการจัดทัวร์ฤดูร้อนซึ่งได้จัดขึ้นเป็นการต่อเนื่องมาในทุกๆปี 「Lead Upturn 2015 〜MASTER PLAN〜」 ที่จะจัดขึ้นนเดือนสิงหาคมนี้ ในครั้งนี้นั้นทีมงานของทาง「ENTAME!」ก็ได้เข้าไปสังเกตการณ์ตอนที่พวกเขาซ้อมถึงในสตูดิโอ แล้วก็ต้องได้พบกับ Leadกำลังซ้อมเต้นกันอย่างจริงจัง

พอได้รู้ตัวว่าได้มีตากล้องของทีมงานของเราจับภาพอยู่ก็ได้ทำการโพสให้ถ่ายรูปด้วย …

 photo 1437987632ozf1W-2_zpsmty4fbu7.jpeg

Leadทั้ง 3 คนนั้น ก็ได้พูดถึงธีมของ “ฤดูร้อน” กันอย่างร้อนแรงและซึ่งก็เหมาะกับตัวพวกเขาที่เป็นหนุ่มสดใส

【ช่วยบอกเพลงที่อยากจะฟังตอนขับรถตอนฤดูร้อนมาที!】

เพลงที่อากิระเลือก
Bruno Mars เพลง 「The Lazy Song」
 photo 1437987632ozf1W-3_zpscdfizh31.jpeg

อากิระ 「เปิดเพลงนี้ไปตอนที่อยู่ในรถ แล้วก็ผิวปากพร้อมไปกับในเพลง

เพลงนี้เป็นเพลงที่รู้สึกอยากจะฟังขึ้นมาในวันหยุดนะ ถ้าเปิดเพลงนี้ตอนที่ขับรถแล้วมีผู้หญิงนั่งไปในรถด้วยแล้วล่ะก็ ・・・อาจจอยากรู้สึกอยากจู๋จี๋ด้วยขึ้นมาเลยล่ะมั้ง(หัวเราะ )」

Bruno Mars เพลง 「The Lazy Song」

//gyao.yahoo.co.jp/player/00107/v09527/v0947100000000537779/

เพลงที่ชินยะเลือก

OWL CITY เพลง 『Good time』

 photo 1437987632ozf1W-4_zps33fesrdw.jpeg

ชินยะ 「ถึงจะเป็นคนที่เพิ่งจะได้ฟังเพลงนี้แบบเต็มๆเป็นครั้งแรก ก็คิดว่าน่าจะรู้จักท่อนฮุคของเพลงนี้อยู่แล้วครับ ร้องเพลงนี้ไปด้วยกัน ก็เหมือนตามชื่อของเพลงเป๊ะๆเลย ก็มีภาพลักษณ์ว่าจะสามารถมีเวลาที่ดีๆได้เลยครับ」

OWL CITY เพลง 『Good time with CARLY RAE JEPSEN』

//gyao.yahoo.co.jp/player/00101/v09702/v0871400000000532111/

เพลงที่เคตะเลือก

BLACK BISCUITS 『Timing』

 photo 1437987632ozf1W-5_zps8umdu7nh.jpeg

เคตะ 「โดยส่วนตัวแล้วชอบทำนองแบบเก่าๆของเพลงนี้ครับ เป็นเพลงที่ชอบมากๆจนขนาดที่คิดท่าเต้นเองแล้วก็เอาไปเต้นเลย」

BLACK BISCUITS 『Timing』

https://www.youtube.com/watch?v=GVPZIsTtHXQ

【เรื่องที่แฟนๆต้องรู้!หน้าตาที่ทำให้ผู้หญิงรู้สึกใจเต้น&เปิดเผยถึงบทพูด!】 อยากจะให้ช่วยทำหน้าและพูดในธีม『งานโชว์ดอกไม้ไฟในฤดูร้อน』 ที่จะทำให้ผู้หญิงใจเต้น ที!

เคตะ สถานการณ์:บทพูดที่จะทำให้ใจเต้นตอนที่พูดชวนผู้หญิงไปดูดอกไม้ไฟด้วยกันหลังจากเพิ่งจะซื้อรถมาใหม่

 photo 1437987632ozf1W-6_zpsfbgrdrzf.jpeg

「ก็เพิ่งจะซื้อรถมาน่ะ แล้วคือที่นั่งข้างๆคนขับยังไม่มีคนนั่งเลย・・・ลองนั่งดูมั้ย?」 คำบรรยายเพิ่มเติม : เป็นที่นั่งที่ได้ทำให้ว่างไว้รอเธอมานั่ง เป็นบทที่ทำให้ใจเต้นได้ว่า เธอน่ะเป็นคนสำคัญไงล่ะ!

ชินยะ สถานการณ์: บทพูดที่จะทำให้ใจเต้นโดยในระหว่างที่พูดชวนไปดูดอกไม้ไฟด้วยแล้วก็ช่ยกันคิดแผนการว่าหลังจากดูดอกไม้ไฟจบแล้วจะไปทำอะไร

 photo 1437987632ozf1W-7_zpstbv1ga0e.jpeg

「เพราะพรุ่งนี้ต้องตื่นเช้า ช่วยปลุกหน่อยได้มั้ย?」

คำบรรยายเพิ่มเติม:เป็นการพูดทำให้ใจเต้นด้วยการไปกระตุ้นจินตนาการของผู้หญิง โดยไม่พูดไปแบบตรงๆว่า 「อยากจะอยู่ไปด้วยกันจนถึงพรุ่งนี้ 」!

อากิระ สถานการณ์:ตอนที่กำลังดูดอกไม้อยู่ด้วยกัน
 photo 1437987632ozf1W-8_zpspvyn9rvb.jpeg

「ดอกไม้ไฟที่จุดขึ้นไปแล้วก็สวยอยู่เพียงแค่ชั่วครู่ แต่ว่าถ้าเวลาที่ได้อยู่กับเธอมันจะสวยงามอยู่แบบนี้ไปได้ตลอดก็คงจะดีนะ・・・ชนวนไฟในใจของฉันนะ ติดแล้วนะ!」

คำบรรยายเพิ่มเติม:คำพูดตอนสุดท้ายคิดว่าเป็นยังไงล่ะ ?แล้วก็กลายเป็นบทพูดที่ทำให้เกิดการโต้แย้งกันเกิดขึ้นระหว่างภายในสมาชิกในวงต่อเลย (หัวเราะ)!

【ช่วยพูดถึงทัวร์ฤดูร้อน「Lead Upturn 2015 〜MASTER PLAN〜」หน่อย】

「ช่วยพูดถึงทัวร์ฤดูร้อน「Lead Upturn 2015 〜MASTER PLAN〜」หน่อย」

อากิระ 「จากชื่อย่อยของทัวร์แล้ว ด้วยคำว่า『MASTER PLAN』 ก็เป็นการแฝงไปด้วยความคิดของพวกเราที่ว่าอยากจะให้มันเป็นแนวทางในการเดินหน้า และเป็นแนวทางในการทำการแสดงของพวกเรา ซึ่งในทางความหมายที่ดี การไลฟ์ในครั้งนี้ก็อยากจะหพวกเราเป็นฝ่ายที่มีกำลังเหนือคนดู แล้วเรื่องของการแสดง และการเต้นนั้น ก็ได้มีการทำขึ้นเป็นพิเศษกันอย่างสุดๆ แล้วก็อยากจะผลักดันมันออกมาให้ได้ดูในแบบนั้นครับ」

เคตะ 「ได้มีการนำเอาเทคนิคที่จะได้ใช้ภาพของเวทีทั้งเวทีมาใช้ด้วย ให้เหมือนราวกับว่าได้ดูหนังจบไปหนึ่งเรื่อง โดยได้มีการคิดและทำออกมาให้รู้สึกได้ถึงทัวร์ที่มีเรื่องราวอยู่ในนั้นด้วยครับ」

ชินยะ 「ชื่อของทัวร์ที่ว่า 『Upturn』 นั้น ก็มีความหมายว่าอยากที่จะทำให้ไลฟ์นั้นเป็นที่พูดถึงได้ว่าสุดยอดแล้ว แต่ก็อยากที่จะให้ได้เห็นพวกเราในแบบใหม่ๆด้วยมีคามรู้สึกว่า เป็นการเต้นที่มีขอบเขตกว้างมากที่สุดตั้งแต่ที่เคยมีมาจนถึงตอนนี้เลย」

อากิระ「ให้คนที่มาดูรู้สึกได้เลยว่า 「การเต้นเนี่ยต่างไปจากที่เคยมีความคิดยึดติดเอาไว้เลย」」

『จริงๆแล้วอากิระเป็นคนทำของหน้างาน!?』
 photo 1437987632ozf1W-9_zps93zwn4ef.jpeg

「ก็จะมีทำการขายของหน้างานด้วย มีอะไรที่เป็นที่แนะนำหรือ มีการคัดเลือก คัดสรรยังไงบ้าง?」

อากิระ「 ที่เลือกเป็นพิเศษก็อออกจะเป็นเรื่องธรรมดาหน่อย แต่ก็เป็นวัตถุดิบเนื้อผ้าของเสื้อยืดครั บ ในครั้งนี้ก็ได้เพิ่งเล็งไปที เนื้อผ้าที่ซักแล้วแห้งเร็ ว ก็เป็นเพราะเป็นฤดูร้อนไงครับ!

แต่ถึงจะพูดแบบนั้นแล้ว ก็ไม่ได้จะทำให้ออกมาเป็นดีไซน์ในแบบที่ดูเป็นSportyมากเกินไป ・・・ทำการสรรหาถึงความลงตัวด้วย

ของที่จะขายนั้นก็มีความเห็นมากมาย ของที่มีความเป็น 『Lead』เลยแบบตรงไปตรงมาหรือของที่จะนำไปสนุกสนานกับแฟชั่นในแบบปกติก็ได้ ก็ได้คำนึงถึงทั้ง 2 อย่างนั้นครับ

เรื่องนี้เองก็เป็นเรื่องที่ลำบากใจอยู่ในทุกๆครั้งเลย ・・・อ้อ มีอีกอย่าง !ในครั้งนี้มีเพลงเพลงนึงของLeadที่ได้เอามาทำเป็นกล่องเพลงด้วย คิดว่าน่าจะได้ผลดีตอการทำให้รู้สึกผ่อนคลายตอนที่อยากพักผ่อน หรือตอนจะนอนด้วย เป็นครั้งแรกเลยที่จะลองทำออกมาแล้วก็รอที่จะได้เห็นผลตอบรับของมันอยู่ครับ!」

※สินค้าอื่นๆนั้น ก็ได้ทำการพูดถึงอย่างละเอียดและร้อนแรงด้วย…

「・・・ที่พูดกันถึงขั้นนั้นแล้ว สมแล้วที่เป็นคนผลิตสินค้าออกมานะ」

(หัวเราะพร้อมกัน)

『สุดท้ายนี้อยากจะให้ฝากข้อความถึงคนที่จะมา ทัวร์ของ Leadหน่อย!』

 photo 1437987632ozf1W-10_zpsjxaorqtb.jpeg

อากิระ「ปีนี้ ที่ยิ่งกว่าปีที่แล้ว ที่ยิ่งกว่าปีนี้ก็ปีหน้า อยากจะทำให้ไลฟ์เป็นที่สุดยอดมากขึ้นไปเรื่อยๆ เพราะงั้นแล้วก็อยากจะให้ได้มาเป็นผู้ร่วมบันทึกเหตุการณ์นั้นกันด้วยสายตาตัวเองกันครับ」

เคตะ「 เพื่อที่จะได้เป็นฤดูร้อนที่สุดยอดแล้ว ทุกๆคนที่มานั้นก็มาสนุกไปด้วยกันให้สุดกำลังกันไปเลย」

ชินยะ「คิดว่าก็จะทำให้เป็นเวทีที่ถ้ามีแค่พวกเราก็ไม่อาจจะทำออกมาได้ เพราะงั้นแล้วก็ช่วยมาดูไลฟ์กันด้วยนะครับ」

พร้อมกันกับการที่จบการสัมภาษณ์ในครั้งนี้ลงไปนั้น ก็ได้สัมผัสได้ถึงความตั้งใจ จริงจังที่จะทำการแสดงที่ดีออกมาให้ได้เห็น แล้วก็ยังได้เห็นไปถึงความอ่อนโยน และสามสัมพันธ์ที่ดีกันระหว่างสมาชิกในวงด้วย และที่เหนือไปกว่าสิ่งอื่นใดก็คือ ได้รู้สึกถึงความอบอุ่นของความคิดของLeadทีได้คิดถึงแฟนๆ แน่นอนว่าฤร้อนของคุณจะต้องเป็นฤดูร้อนที่ร้อนแรงและสามารถสัมผัสได้ถึงการแสดงที่สุดยอดของ「Lead Upturn 2015 〜MASTER PLAN〜」ได้แน่ๆ ลองไปสัมผัสกันดูมั้ยล่ะ?

(image・interview:Kazuyuki Yamagishi Thai Translator:Kagimoto Y.y 27072015) credit : //enterme.tickets.yahoo.co.jp/detail/1437987632ozf1W/




 

Create Date : 27 กรกฎาคม 2558    
Last Update : 27 กรกฎาคม 2558 20:00:33 น.
Counter : 560 Pageviews.  

[Web]Lead 『MOVIES4』 Official Interview PART2

―― ปีที่เดบิวครบรอบ 10 ปี ผ่านการลาออกจากวงการบันเทิงไปของหัวหน้าวง นาคาโดอิ ฮิโรกิ และก็กลายเป็นLead ที่กลายเป็น 3 คน กับเพลง「Upturn」 ซึ่งเป็นบทเพลงแห่งการเริ่มต้นบทที่ 2 ของ Lead (6/2013)

A เป็นครั้งแรกของMusic Video ของ Lead ที่มีแดนเซอร์ครับตอนที่ประชุมกันว่าจะทำให้ออกมาเป็น Music Videoแบบไหนนั้น ก็ได้ตัดสินใจไปว่า จะทำไปแบบที่ให้มีขั้นตอนที่รวดเร็วและไม่ต้องการอะไรที่จะเกินจำเป็น ก็เลยออกมาเป็นพื้นหลังที่เป็นโล่งๆ มีสีขาวครับ
K ก็มีที่ทั้งใช้กล้องถ่ายจากทางมุมด้านบน หรือการที่ได้นำเอาแดนเซอร์มาใช้เพื่อที่จะเกิดโครงสร้างที่ง่ายต่อการดูนั้น ก็เป็นสิ่งที่เกิดมาจากความคิดของพวกเราเองครับ
S การที่เอาแดนเซอร์เข้ามาใช้นั้น ก็ไม่ใช่แค่ช่วยในเรื่องเสริมจำนวนคน แต่การที่ถ่ายทำออกมาด้วยจำนวนคนเท่านั้นแล้ว คิดว่าก็เป็นการดึงความเป็น Leadในมุมใหม่ๆออกมา ทำให้เกิดโครงสร้างที่หลากหลายมากขึ้นด้วยยิ่งไปกว่านั้นแล้วก็ยังคิดด้วยว่ามันจะสามารถทำให้เห็นถึงความน่าสนใจของการเต้นได้ แล้วก็จากตัวของเพลงเอง การที่ได้เอากล้องมากำหนดจุดในการถ่ายทำและถ่ายทำแบบวันคัตนั้นก็ทำให้เกิดภาพที่ดูพิเศษและกลายเป็นสิ่งที่ทำต่อเนื่องกันมาเรื่อยๆครับ เป็นการเริ่มต้นความท้าทายที่สุดแสนจะสาหัสของพวกเราขึ้นมาอีกด้วย(หัวเราะ)

―― มีจุดเริ่มต้นอะไรที่ที่ทำให้เริ่มทำแบบนั้นขึ้นมาเหรอ ?
S มีการพูดคุยกันครับว่า ถ้าไม่นำภาพจากกล้องของสต๊าฟที่ได้ถ่ายทำจากมุมกล้องด้านบนมาใช้แล้วก็คงจะน่าเสียดายใช่มั้ยล่ะ?
K ทำให้นึกถึงตอนที่คุยกันแบบครื้นเครงเลยว่า ทำแบบนั้นมันก็น่าสนใจดีนี่!เลยครับ
A สุดท้ายแล้ว ก็ไม่ใช่ภาพที่ถ่ายจากมุมกล้องด้านบน แต่กลายเป็นที่ถ่ายจากด้านหน้าไปน่ะนะ
S ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาก็กลายเป็นสิ่งที่ต้องถ่ายแบบนั้นมาตลอดเลยครับ ในเพลงนี้ ก็เป็นเพลงที่ได้ใช้จำนวนกล้องในการถ่ายทำมากที่สุด แล้วก็ทำให้ได้เห็นการเต้นในหลายๆมุม คิดว่าภาพที่ออกมาก็เป็นแบบภาพที่มีความเคลื่อนไหวครับ

―― ที่ติดอยู่ในความทรงจำก็คือภาพของทั้ง 3 คนที่ยืนเรียงกันแล้วก็ร้องเพลง แต่ว่าค่อนข้างที่จะใกล้อยู่นะ มีเกิดอาการเขินอายอะไรมั่งมั้ย?
S ก็ใกล้พอตัวเลยล่ะครับ ก็มีอายๆกันมั่งล่ะครับ(หัวเราะ)
K ผมน่ะ ชอบฉากนั้นมากๆเลย สนุกมากๆด้วย แล้วก็มีการเอามือไปวางไว้บนไหล่คนอื่นมั่งล่ะ
A ก็มีช่วงที่เอามือไปทาบที่หน้าอกเหมือนกันในเวลาเดียวกันมั่งก็มี แบบ อ๊ะ โทษทีนะ ด้วยครับ(หัวเราะ)
K ฉากสีเขียวที่คอยขยับไหวๆ นั้นก็ทำให้สามารถสื่อถึงสายลมออกมาได้ แล้วก็ยังมีความสดชื่นอยู่ในนั้นด้วย ฉากนี้ก็ได้รับความช่วยเหลือจากเสื้อเชิ๊ตเดนิม(ดังการี)ที่ใส่อีกด้วย
A ตอนที่ถ่ายทำก็ทำให้จำคำว่า “ดังการีเชิ๊ต”ได้ขึ้นมาด้วยนะ(หัวเราะ)
S ผมเอง ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาก็ติดใจเชิ๊ตเดนิมเลยล่ะ
K ผมก็คิดไปว่ามันเป็นคำว่า “ทังการี่”ล่ะ(หัวเราะ)
S ตั้งแต่นั้นมา ทั้ง 3 คนก็เคยแบบใส่เชิ๊ตเดนิมมาซ้ำกันด้วยเนอะ
A เชิ๊ตที่ผมใส่อยู่ก็เป็นตัวเดียวกับที่ใส่ตอนถ่ายทำMusic Videoนะ
S ตรงนี้ก็ทำให้ทุกๆคนได้เกิดรู้สึกตาสว่างขึ้นมากับการใส่เช็ตเดนิมขึ้นมา ก็ว่าได้
K หลังจากที่ถ่ายทำแบบ 3 คนเสร็จแล้ว ก็จะมีฉากที่ต้องถ่ายแบบลิปซิงค์ทีละคน 3 แต่ก็ไม่ได้จะต้องเต้นอะไร เลยคิดว่าเป็นการที่ทำให้ได้ปลดปล่อยความเป็นธรรมชาติของตัวเองออกมามากที่สุดตั้งแต่ที่เคยมีมาเลยครับ พอถ่ายเสร็จแล้ว คุณผู้จัดการในตอนนั้นก็ร้องไห้อย่างหนักออกมาด้วยความดีใจว่า「 ทำได้ดีมาก อยากจะเห็นเคตะแบบนี้มาตั้งนานแล้ว」
เป็นการที่ชมผมออกมาเป็นครั้งแรกด้วย เลยคิดว่า ดีจังเลยนะ…เลยรุ้สึกดีใจด้วยครับ

―― ภาพที่ยังติดตาก็เป็นภาพที่ทั้งสามคนหันหลังแล้วก็มีแสงฉายเข้ามา
A ท่าเต้นก็เป็นของคุโรสึ ฮิโรทสึกุซัง ที่คอยเข้มงวดกับพวกเราตั้งแต่ต้นจนจบ และคอยเน้นว่า ยังไงๆในตอนเริ่มเพลงและจบเพลงก็จะต้องให้ได้เห็นครบทั้ง3 คนด้วย ด้วยความคิดแบบนั้นแล้วก็ดีใจน่ะครับ
S พอได้มาดูในตอนหลังแล้ว ก็เป็นอีกครั้งที่ทำให้คิดขึ้นมาว่า ดีแล้วล่ะที่ได้ทำแบบนั้นครับ
A ระหว่างตัวของทั้ง 3 คนก็มีแสงเล็ดรอดออกมาครับ แต่ถ้าทำให้แสงไม่เล็ดรอดออกมาได้แล้วคงจะทำให้เกิดภาพที่ติดตากันไปคนละแบบ ระดับของการไขว้เท้าของทุกๆคนก็เท่ากัน แต่ตอนทีหันตัวกลับนั้น แต่ละคนๆก็มีลักษณะเฉพาะตัวที่ถ้าทำไปแบบไม่ได้ตั้งใจอะไรแล้วก็จะออกมาไม่พร้อมเพรียงกัน
K ปกติแล้ว ก็จะคอยปรับให้เหมือนกันในส่วนที่ทำได้ไม่ตรงกันครับ

―― ที่เป็นแบบนั้นแล้ว ก็ได้เกิดซิงเกิ้ลที่ 2 ของการเป็นบทที่ 2 ขึ้นมาซึ่งก็คือเพลง「GREEN DAYS」(9/20130)
A ในผลงานเพลงทั้งหมด 11เพลง เพลงนี้ก็เป็นเพลงที่โดดเด่นออกมาที่สุดเลย ทั้งในเรื่องของภาพลักษณ์แล้วก็ในเรื่องของตัวเพลงเอง แล้วยังเป็นเพลงธีมของละครที่ผมได้ร่วมแสดง เรื่อง「Bussen」(TBS・7-9/2013) ซึ่งก็เป็นละครคอมเมดี้ จากการที่ใส่ใจถึงเรื่องนั้นแล้ว ก็ได้เอามาใช้เป็นเพลงที่ทำให้เกิดความสนุกสนานคึกครื้นในไลฟ์และอีเวนท์ในทุกๆครั้งด้วยครับ
S ก็เพราะว่าอากิระมีการที่ต้องไปทำการถ่ายทำละคร เลยทำให้เกิดความลำบากในตอนถ่ายทำMusic Videoด้วยนะ อากิระเอง ก็ดี ตัวผมแล้วก็เคตะเองก็ดี ก็ยุ่งๆกันไปหมดเลย(หัวเราะ )
K พอได้สัมผัสประสปการณ์แบบนั้นแล้ว ไม่ว่าเรื่องอะไรจะมาก็ไหวหมด(หัวเราะ)
A เสื้อผ้าเองก็ได้ใส่ชุดทักซิโด้ แล้วดีเทลของชุดของทั้ง 3 คนก็ต่างกันออกไปด้วยครับ
S ก็เพราะว่ามีส่วนต่างในส่วนเล็กๆน้อยๆนั้นเองเลยคิดว่าจสามารถสนุกสนาน เพลิดเพลินไปกับตรงส่วนนั้นได้ด้วยครับ

―― ซิงเกิ้ล 「GREEN DAYS」ก็เป็นซิงเกิ้ล double A sideคู่กับเพลง 「strings」(เนื้อเพลง:ชินยะ)ก็ได้มีMusic Videoเป็นภาพวีดีโอตอนไลฟ์นะ
S เนื้อเพลงที่ผมแต่งก็มีธีมว่า เป็นสายสัมพันธ์ระหว่างบุคคลต่อบุคคลครับ การที่ใช้ภาพบันทึกของการไลฟ์นั้น ก็ได้มีแฟนๆติดอยู่ในนั้นด้วย และก็คิดว่ามันก็เป็นอะไรที่เสร็จสมบูรณือยู่ในตัวของมันเองแล้ว
A ในช่วงที่มีการผสานกันระหว่าง ออเคสตร้าและ HIPHOPนั้น หลังจากนั้นมาก็ได้สานต่อมายังเพลง 「My One」 ที่เป็นการผสมผสานกันของ คลาสสิค+HIPHOPด้วยครับ
K ถ้าไม่มีเพลงนี้แล้วก็อาจจะไม่เกิดออกมาเป็นเพลง 「My One」ก็เป็นได้
S อืม คิดว่าคงไม่มีออกมาได้แน่

―― เพลง 「Sakura」(2/2014)กับการถ่ายทำกล่งแจ้งเองก็ทำให้เกิดภาพลักษณ์ที่สดใหม่
A ไปถ่ายทำเพลง「Sakura」ตอนที่ซากุระยังไม่บานเลยครับ(หัวเราะ) ก็ต้องมาเพิ่มสีชมพูเข้าไปในส่วนของภาพด้วย
S เรื่องขององค์ประกอบของภาพน่ะนะ
A เพราะงั้นแล้ว ถึงซากุระจะยังไม่บาน แต่ยังไงก็รู้สึกได้ถึงซากุระ เหมือนมีเวทย์มนตร์สะกดครับ

―― มีการเอาแผ่นป้ายที่เขียนคำต่างๆลงไปมาใช้ด้วยนี่เนอะ
A เคตะรับป้ายไม่ได้เลย(หัวเราะ)
K ค่อนข้างจะพลาดไปเยอะเลยล่ะ ป้ายนี่มันยากจริงๆนะ(หัวเราะ)
A การที่เอาป้ายเข้ามาใช้มันก็ใช่อยู่ แต่พอพวกเราเปลี่ยนมุมแล้ว ช่างภาพเองก็ต้องเคลื่อนไหวตามไปด้วย แล้วก็มีการกำหนดรายละเอียดปลีกย่อยอีก ถ้าหากว่าต่างคนต่างทำได้ไม่พร้อมกันแล้วก็จะใช้ไม่ได้ แบบว่าไม่สามารถให้อภัยในความผิดพลาดไปได้เลย
S คุณช่างภาพนี่เหงื่อตกเลยล่ะ
A ทั้งที่อากาศก็หนาวอยู่แท้ๆนะ สต๊าฟที่ต้องคอยเอาป้ายออกมาให้เอง ถ้าพลาดในช่วงเวลาที่จะส่งมาให้ไปเพียงแค่นิดเดียวก็ทำให้พลาดได้…ต่างคนต่างก็ต้องเหงื่อตกกับเรื่องของไทม์มิ่งเลยล่ะ
S เรื่องของความตื่นเต้นเองก็สุดๆเหมือนกัน

―― แล้วการถ่ายทำMusic Videoเพลง 「Omoide Breaker」(9/2014)เองก็ถ่ายทำท่ามกลางตารางเวลางานที่ค่อนข้างจะแน่น
K เป็นในช่วงของเวลาที่ได้ไปออกตามงานเฟสต่างๆในช่วงฤดูร้อน ทำให้ไม่มีเวลาว่างเหลือเลย
S ท่าเต้นเองก็เสร็จออกมาแค่ก่อนวันที่จะถ่ายทำวันเดียวครับ
K วันก่อนหน้าที่จะถ่ายทำก็ต้องไปซ้อมที่สตูดิโออยู่จนถึงดึกๆดื่นๆด้วย

―― ท่าเต้นเองก็เป็นการทำงานร่วมกับ KEIซัง ที่ก็คุ้นชินกับLeadเองอยู่แล้วสินะ
S ถ้าได้ฟังเพียงแค่เพลงแล้วก็อาจจะนึกภาพของท่าเต้นกันไม่ได้ไม่ออกก็เป็นได้นะครับ
A โดยเฉพาะในแนวการเต้นของพวกเราน่ะนะ
S ก็ได้คิดและทำออกมาว่า ไม่น่าจะเต้นได้ขนาดนี้ในเพลงแบบนี้ ครับ

―― ก็ต้องจับตามอการเอาเข้ามาใช้ของสแตนด์ไมค์ด้วยสินะ
A ในช่วงเข้าท่อนคอรัสที่ 2ของผมน่ะนะ ก็เป็นผลของการที่ 「เตรียมเอาพาดขาไว้ตั้งแต่ตอนนี้เลย…」แล้วก็ถ่ายไปหลายเทคด้วยครับ เนื่องจากว่าเป็นการถ่ายทำแบบวันคัตที่ก็ได้ทำแบบนั้นต่อเนื่องกันมา แล้วในการถ่ายทำเพลงนี้นั้น ก็เป็นอะไรที่โดนถ่ายแก้มากที่สุดเลยมั้งนะ(หัวเราะ)

―― ในเพลงล่าสุดเพลง「My One」(3/2015) ทุกทีเพลงรักของLeadก็จะมีอิมเมจแบบค่อนข้างจะเป็นแบบความรักที่เจ็บปวดซะเยอะ แต่ในเพลงนี้ก็เป็นแบบตรงไปตรงมานะ

A เป็นเพลงที่ดูมีความสุขที่สุดแล้วล่ะนะ
K เพราะงั้นแล้ว ในทางกลับกันก็เลยไม่ต้องพยายาม แบบว่าทำออกมาให้ดูเป็นธรรมชาติ
A ก่อนที่จะทำการถ่ายทำ ก็ได้ทำการพูดคุยกับทุกๆคน ว่าในครั้งนี้ ฉากที่จะลิปซิงค์นั้น ก็จะทำให้ออกมาเป็นแบบธรรมชาติๆ ไม่ใช่อารมณ์แบบว่า 「ต้องการจะสื่อแบบนี้ !」
ได้ทำออกมาในแบบที่เหมือนโดนถ่ายในสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน ทั้งMusic Videoเอง หรือจะหน้าปกเอง ก็ได้ถ่ายแบบหันหน้าเข้าหากล้องแต่ว่า ไม่ได้เกร็งอะไร เอาให้สบายๆ เป็นธรรมชาติๆ แล้วมันก็ยังเป็นผลงานที่ทำให้รู้สึกตัวขึ้นมาได้ว่ะพวกเรานั้นไม่เข้ากับช่อดอกไม้เลย(หัวเราะ)

―― รวมเรื่องที่พูดถึงเพลง「My One」ในตอนนี้เข้ามาด้วยแล้ว ก็ทำให้รู้สึกได้ว่า ในแต่ละปีๆก็ได้
ตั้งใจที่จะสื่อถึงมุมมองของเพลงๆนั้นออกมามากขึ้นเรื่อยๆ

A ไม่ผิดแน่ที่ว่าก็ตั้งใจให้ตรงกับเนื้อร้องของเพลงน่ะครับ
S ตอนเพลง 「Wanna Be With You」ก็มีเนื้อเพลงที่อัดแน่นไปด้วยความนึกคิดที่ต้องการจะสื่อไปถึงแฟนๆอย่างแรงกล้า แล้วก็เพื่อที่จะสื่อออกมาให้ได้ กับความตั้งใจในตรงนั้น ก็ได้ก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ขึ้นมา แล้วการเปลี่ยนแปลงนั้นก็อาจจะทำให้ความที่เป็นธรรมชาติออกมาก็เป็นได้
K เนื้อเพลงก็ใช่อยู่ แต่ว่า ยิ่งผลงานมีมากขึ้น งานเกี่ยวข้องที่จะต้องทำมันก็มีมากขึ้น แล้วก็กลายเป็นว่าพวกเรานั้นก็ได้กลายเป็นหัวหลักขึ้นมา แต่ก็ไม่ใช่ว่าก็จะมาภาคภูมิใจก็เพราะมันเป็นงานของตัวเอง แต่ว่า เพื่อที่จะให้ได้รับเสียงตอบรับที่ดี ไม่ว่าใครได้มาดูแล้วก็จะต้องคิดแบบนั้น เพราะงั้นแล้ว ก็เลยเกิดแรงกดดันอย่างสูงขึ้นมา ทำให้เกิดความกดดันที่มีมากขึ้น แล้วพอพูดถึงเรื่องของด้านการแสดงแล้ว การที่คนดูนั้นจะเหมือนโดนจู่โจมมากเกินไปก็จะทำให้เหนื่อยได้เหมือนกัน ก็เลยให้ความสำคัญ และคำนึงถึงในเรื่องของความเหมาะสมของจังหวะด้วย แต่ที่ทำแบบนั้นได้ก็เพราะว่าได้ประสปการณ์ที่ได้มาจากซิงเกิ้ลด้วย จากผลงานก่อนๆ แต่ละชิ้นๆเองที่ในช่วงเวลานั้นต่างก็คิดว่าเป็นผลงานที่ดีที่สุดแล้ว แต่ในทางด้านความหมายเอง ว่าตั้งแต่นี้ไปก็เช่นกันที่จะต้องทำให้ได้เห็นผลงานที่ดีๆออกมาเหมือนกันด้วย
A “ช้าๆเร็วๆ” ที่ก็ได้กลายมาเป็นธีมขึ้นมาก็เป็นตั้งแต่ในเพลง 「Upturn」 ที่เป็นผลงานร่วมระหว่างคุโรทสึซังกับ oguri ท่าของในท่อนแร็พก็เป็นของ oguriซังครับ แต่บาลานซ์ของทั้ง 2 คนนั้นก็ เข้ากันไดเป็นอย่างดี จากท่าเต้นแบบเรื่อยๆในท่อน Aของ คุโรทสึซัง แล้วต่อไปด้วยท่าเต้นแบบอัดแน่น แข็งแรงของ oguriซังในท่อนแร็พ จากเรื่องนี้เองก็ทำให้เห็นความสำคัญของการสลับกันไปของความหนักและความบาง เร็วและช้า ขึ้นมา ประทับใจเลยละครับ
K เป็นที่น่าฮือฮาเลยนะ

―― ด้วยการเริ่มต้นแบบนั้นสินะ ถ้างั้นแล้วสุดท้ายนี้ ก็อยากจะให้ช่วยพูดถึงเป้าหมายและความต้องการของLead ใน Music Videoต่อจากนี้ไปด้วย
A เป็นอีกครั้งนึงครับที่ทำให้รู้สึกได้ถึง ทั้งคุณภาพที่สุดยอดและภาพลักษณ์ของ Music Video =ภาพของเสียงเพลง ครับ แน่นอนว่า ก็มีในเรื่องของไอเดีย แล้วก็ทางด้านของตัวครีเอเตอร์เองด้วย ก็อยากที่จะเอาไอเดียของตัวเองใส่ลงไป แล้วก็สร้างผลงานใหม่ๆออกมา
เรื่องของเทคนิค และความต้องการในเรื่องของคุณภาพ หรือจะในสิ่งที่ยังไม่เคยมีใครเอามาใช้ เองก็ตาม ก็อยากที่จะทำงาน สร้างผลงานที่ดีไปพร้อมๆกับเหล่าครีเอเตอร์ทั้งหลายครับ
K อยากจะให้ใครๆก็ตามในโลกนี้ที่จะได้มาดูแล้วพูดได้ว่า「Leadนี่ทำในเรื่องที่น่าสนใจอยู่นะเนี่ย 」 ส่วนตัวผมเองก็อยากจะทำผลงานในแบบที่เสริมเข้าไปว่า “อยากะทำ○○” อย่าง อยากจะเต้น อยากจะร้อง อยากจะครื้นเครง อยากจะมีความรัก… ด้วยธีมเหล่านั้นเองแล้ว ก็อยากที่จะลองอัดมันลงไปในผลงานดู ค่อนข้างที่จะสามารถอธิบายออกมาเป็นคำพูดได้ยากอยู่ แต่ว่าก็อยากที่จะทำในสิ่งที่พวกเราได้เห็นอยู่ให้ออกมาเป็นรูปเป็นร่างไปทีละอย่างๆ … คิดว่าก็อยากจะให้ตั้งใจรอกันอีกนิดดูดวยครับ
ที่ว่า“อยากทำ○○”นั้นก่อนอื่น ก็คงจะเป็นการที่ทำให้“อยากจะไปดูไลฟ์ของLead”มากที่สุด ไม่ใช่แค่เรื่องของการเต้น ในแนวบัลลาดเอง ก็อยากจะทำให้คิดได้ว่าอยากที่จะมาฟังในไลฟ์ได้ ก็ออกจะดูว่าเป็นอุปสรรคขวางกั้นที่สูงอยู่ แต่ว่า ก็อยากจะทำออกมาแบบที่มีการเตรียมตัวมาเป็นอย่างดีครับ
S ก็เหมือนกับที่ได้พูดคุยกันไปเมื่อกี๊นี้ เป็นเพราะอยู่ในยุคสมัยที่ใครๆก็สามารถจะหาดูได้ ก็เลยอยากที่จะทำในสิ่งที่ คนที่ไม่ค่อยรู้จักในตัวของพวกเราได้ดูและคิดได้ว่า 「นี่มันน่าสนใจนะ 」แล้วก็ดูหลายๆรอบ ยกตัวอย่างเช่นกลุ่มคนที่เรียกว่า Youtuber ที่มียอดวิวสูงแต่ไม่ใช่ว่าจะเป็นคนดังอะไร ที่เป็นคนที่ทำวีดีโอที่น่าสนใจออกมา เพราะงั้นแล้ว เพื่อที่จะเป็นจุดเริ่มต้นในการที่จะทำความรู้จักกับ Lead ก็อยากที่จะทำMusic Videoออกมา แล้วก็หรือจะพูดได้ว่าได้เห็นเป้าหมายของการเต้น แล้วก็เรื่องของดนตรีแล้วหรือไงนะ ก็จะตั้งใจที่จะสื่อภาพที่ออกมาให้เกี่ยวข้องกับดนตรี
พอได้ไปดูวีดีโอของแดนเซอร์ที่ชอบๆแล้ว ก็ทำให้ได้รู้สึกถึงคำที่ว่า “สามารถที่จะมองเห็นสียงดนตรีได้ ”เลยล่ะ หรือจะพูดได้ว่า เหมือนเห็นแต่ละส่วนของร่ากายแล้วออกมาเป็นเสียงเพลงเลยก็ว่าได้ ก็อยากที่จะทำMusic Videoออกมาเพื่อที่ให้ตัวเองก็สามารถที่จะคิดแบบนั้นได้เหมือนกันด้วยครับ
A แล้วก็แน่นอนว่า ก็คิดอยู่เหมือนกันว่า ไม่อาจจะลืมความอบอุ่นในการถ่ายทำMusic Videoไปไม่ได้เลยด้วยนะ พวกผมเอง ก็อยากที่จะให้ความสำคัญกับเรื่องตรงนั้นแล้วก็สร้างผลงานแต่ละผลงานออกมาครับ
SK อืม นั่นสินะ
Credit: //lead.tv/special/2574/
Thai-Translated by Kagimoto Y.y 20052015





 

Create Date : 20 พฤษภาคม 2558    
Last Update : 20 พฤษภาคม 2558 19:50:08 น.
Counter : 356 Pageviews.  

[Web]Lead 『MOVIES4』 Official Interview PART1

Lead 『MOVIES4』 Official Interview PART1
จากเพลง 「Giragira Romantic」ในปี 2009 มาจนถึงเพลง「My One」ในปี 2015 ทั้งหมด11ผลงาน และเป็นการออก 「MOVIES」ซึ่งเป็นการออกในรอบ ระยะเวลา 7ปี Music Video
ก้าวผ่านช่วงเวลาอันตรายที่ไม่อาจจะสามารถผลิตMusic Videoออกมาได้、 ข้ามผ่านปีที่เดบิวครบรอบ 10 ปี、 หัวหน้าวงนาคาโดอิ ฮิโรกิ ลาออกจากวงการบันเทิง、 เริ่มบทที่2ในการเป็นLead 3 คน……จนสามารถพูดได้เลยว่ามีการเคลื่อนไหวแบบรุนแรงมาก ในช่วงระยะเวลา 7ปี
สมาชิกในวง ทานิอุจิ ชินยะ ฟุรุยะ เคตะ และคากิโมโตะ อากิระที่จะมานั่งย้อนอดีตและห้สัมภาษณ์


――ก่อนอื่นเลยก็ถามความเห็นตรงๆตอนเวลาที่ได้ย้อนกลับไปดูMusic Videoของระยะเวลาราวๆ 7 ปีแบบรวดเดียวว่าเป็นยังไงกันบ้าง
A  ก่อนที่จะได้ไปอัดเสียงบรรยายนั้น ก็ได้ไปดูกันที่บ้านพร้อมกันทั้ง3คนมาแล้วก่อนรอบนึง ถ้าจะให้พูดถึงความรู้สึกเลยแบบตรงๆแล้วล่ะก็…เป็นผู้ใหญ่ขึ้นนะ(หัวเราะ) มีการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ในเวลา 7 ปี กับ 11ผลงาน เพราะว่าได้ผ่านสิ่งเหล่านั้นแล้วถึงได้มีพวกเราที่เป็นรูปร่างแบบในตอนนี้
S เมื่อก่อนก็จะ ทำตัวหยิ่งๆ แล้วก็ไม่ได้เป็นความหยิ่งในความหมายในทางด้านที่ดีแล้วยังเอามาอ้างด้วย
A ก็แสดงออกมาได้ทางสีหน้าเลยเนอะ ?
S คิดว่าเป็นช่วงที่แสดงออกไปในช่วงปี 2009ครับ เป็นช่วงที่ไม่รับ ไม่ฟังคำแนะนำของคนรอบๆตัวเลย แต่ว่าหลังจากนั้นมาหน้าตาถึงจะดูค่อยๆอ่อนโยนขึ้นมาเรื่อยๆก็เถอะ (หัวเราะ)
A ใช่แล้วล่ะ เพราะงั้นพอได้ไปดูพวกภาพวีดีโอเก่าๆแล้ว ก็คิดกับตัวเองว่า「น่าจะทำแบบนี้ไว้ให้มากกว่านี้ !」
K ก็เพราะว่าในตอนนี้นั้น ก็ได้ จัดการกับแต่ละผลงงานอย่างรู้ทิศทาง วางเป้าหมายไว้แล้วไงล่ะนะ ตอนนั้นเองก็ยังเด็กอยู่ ยังอยู่ในช่วงวัยเลขสิบมีอารมณ์คึกคะนองแบบ 「ลุยไปเลย !」 แล้วก็มี ความความรู้สึกแบบ「นี่ มองฉันเอาไว้ให้ดีนะ !」แต่เป็นในทางด้านความหมายที่ดีด้วย แต่ก็เพราะคิดว่าสิ่งนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญ เลยทำให้รู้สึกว่าเรื่องที่เกี่ยวกับเรื่องนั้นแล้วก็สามารถที่จะทำได้ไปหมดแล้ว

―― ในฤดูใบไม้ผลิปี 2013 ได้มีการประกาศลาออกจากวงการบันเทิงของหัวหน้าวง นาคาโดอิ ฮิโรกิ แล้วผลงานสุดท้ายที่เป็นผลงานของทั้ง 4 คนก็คือเพลง「Still」 ผลงานต่อมากับเพลง「Upturn」ที่กลายเป็น 3 คน อย่างผลงานเหล่านั้นเองก็ได้มีรวมอยู่ในดีวีดีนี้ด้วยนะ
S เป็นอีกครั้งนึงที่ทำให้คิดพอได้มาดูรวมเดียวแล้วว่าก็เป็น 7 ปีที่มีความหมายอันใหญ่หลวงมากสำหรับ Lead ครับ

―― ถ้างั้นแล้ว จะขอถามถึง ส่วนที่ควรจะต้องจับตามองของในแต่ละผลงานด้วยละกัน ก่อนอื่นก็เพลง 「Gira Gira Romantic」(8/2009)
A Music Videoเพลงนี้ ก็มีเหล่าเด็กผู้หญิงที่ถ่ายด้วยกันเป็นเมนครับ(หัวเราะ)
K ก็มีพลังแบบประมาณว่า ฉันนี้แหละเป็นที่ 1 !(หัวเราะ) ในบรรดานั้นแล้ว ผมก็ชอบออร่าทีมีความเป็นเฉพาะตัวของฮิโรกิแบบ “คุณครูโรงเรียนอนุบาล”ครับ
A ก็มีซีนที่เด็กๆมารวมตัวกันทางฮิโรกิ เหมือนแบบว่า ทุกๆคน มารวมตัวกันตรงนี้เร็ว!(หัวเราะ)
S เป็นซีนที่ทำให้เห็นอิมเมจของแต่ละคนออกมาแบบชัดเจนเลยเนอะ ของผมก็เป็นทำหน้าแบบเศร้าๆอยู่…แต่ก็เอาเถอะ มันก็เป็นบรรยากาศของตัวผมในตอนนั้นมันเป็นแบบนั้น ไม่ได้ฝืนทำอะไร…(หัวเราะ)

――ในเพลง 「SPEED STAR★」(7/2010)ก็มีลักษณะเด่นตรง CGที่ใช้ในนั้นเนอะ
K ก็เป็นท่าเต้นจาก KEIคุง ที่ตอนนี้เองก็ยังได้ร่วมงานกันอยู่ ได้มาทำการออกแบบท่าเต้นให้เป็นครั้งแรกครับ ตั้งแต่ตอนนั้นเลยเป็นท่จับตามอง แล้วก็เป็นครั้งแรกด้วยที่ได้นำการเต้นที่เรียกว่าเป็นแบบนิวสคูลเข้ามาใช้เป็นครั้งแรก ก็มีความยากแบบที่ทำให้ต้องคิดว่า การเคลื่อนไหวแบบนี้นี่มันอะไรกันน่ะ?ด้วย คิดๆว่า ลำบากจังเลยนะ~ แล้วก็ต้องจำท่าเต้นไปครับ
S ก็ต้องรับมือกับมามาน่ะนะ ฉากที่มีการเอาอโครแบติคมาใช้ก็มีด้วยเหมือนกันครับ
A ท่าเต้นในท่อนแร็พเองก็ไม่ได้เอามาใช้ในไลฟ์เลยซักครั้งนึงจนมาถึงตอนนี้นะ
K นันมันก็น่าสนใจดีเนอะ
A เป็นเพราะพวกเราต้องถือไมค์ไว้ในมือตลอด ที่จะเอาท่าเต้นตรงนั้นมาใช้อีกก็ทำให้ทำไม่ได้เลย เพราะงั้นแล้วก็เลยไม่เคยได้เอามาใช้อีกเลยครับ
S แต่ว่าตั้งแต่ทัวร์ฤดูร้อนของปีที่แล้วก็ได้เริ่มเอาเฮดเซ็ตเข้ามาใช้แล้วก็สามารถที่จะเอาท่าตรงนั้นมาเต้นได้นะ แล้วท่าเต้นที่ทำมือ“วาดเป็นรูปดาว”ที่อากิระเป็นคนคิดก็เป็นส่วนที่ต้องจับตาดูครับ
A ถึงรูปร่างของดาวที่ทุกๆคนทำออกมาจะดูแตกต่างกันออกไปก็เถอะนะ(หัวเราะ)
SK (หัวเราะ)
A แต่ถ้าเป็นตอนนี้ทุกๆคนก็ทำออกมาให้เป็นรูปร่างเหมือกันเป๊ะๆได้แล้วนะ! เป็นเพราะทุกทีเวลาเคตะวาดรูปดาวลงบนกระดาษเองก็วาดได้ไม่มีเหมือนกันไงล่ะ
K ก็วาดรูปดาวไม่เก่งนี่…(หัวเราะ)

―― ผลงานที่เป็น Music Videoตั้งแต่ เพลง「SPEED STAR★」(8/2010)ไปจนถึงเพลง 「Wanna Be With You」(3/2012)ก็ได้เว้นช่วงไปปีครึ่ง แต่ว่าก็ทำให้คิดได้ว่าเป็น 2 ผลงาน ที่ได้เห็นบรรยากาศของทุกๆคนที่เหมือนเปลี่ยนไปเป็นเหมือนคนละคนเลย
K ความชอบในเรื่องภาพของแต่ละคนก็ต่างกันไป แล้วก็สิ่งแวดล้อมรอบๆตัวของพวกเราเองก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้งเชิงด้วยเหมือนกัน
S ตั้งแต่เพลง「Wanna Be With You」เป็นต้นมา ก็สามารถที่จะพูดความเห็นของพวกเราออกมาได้ แล้วก็เป็นผลงานที่ได้สะท้อนถึงสิ่งนั้นออกมาได้ด้วยครับ

―― ในปี 2011ก็ไม่ใช่ว่าไม่ได้มีผลงานอะไรออกมาเลย แต่ก็มีเพลง ถึงเพลง(「24HRS」「CAN’T STOP」「Wanna Be With You」)ที่ได้เปิดให้โหลดกัน แล้วก็มีซิงเกิ้ลที่ 18th「HURRICANE」ออกมาด้วยสินะ
K ที่เป็นMusic Videoแล้ว เพลง「HURRICANE」ก็ไม่ได้มีออกมาให้ได้เห็นแต่ก็เป็นผลงานที่อัดแน่นไปด้วยความนึกคิดของพวกเราครับ แต่ว่าก็ได้อยู่ในสถานการณ์แบบหน้าสิ่วหน้าขวาน จนถึงขั้นไม่อาจจะสามารถทำการถ่ายทำMusic Video ออกมาได้ เมื่อกี๊เองก็ได้พูดถึงสิ่งแวดล้อมรอบๆตัวเราไปอยู่เหมือนกัน แต่ว่า ในช่วงเวลานั้นเอง ก็ได้รับคำแนะนำเข้ามาว่า「เพื่อที่จะเป็นใหญ่เป็นโตให้ได้มากกว่านี้แล้ว ก็ต้องเปลี่ยนให้ได้ 」 ซึ่งก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ใหญ่มากครับ แต่ว่าพวกเราเองก่อนข้างที่จะทำตัวเขื่องๆไม่ฟัง ปล่อยมันผ่านไปมั่งล่ะ แบบถึงไม่พูดก็รู้อยู่หรอกน่า!เป็นช่วงที่มีแต่ความขุ่นเคือง คัดค้านอยู่เต็มไปหมดครับ จนอาจจะทำให้โดนคิดได้แบบว่า 「ไอ้เจ้าพวกเด็กนี่มัน!」ก็เป็นได้ (หัวเราะ) แต่ว่า ก็เป็นเพราะยังมีคนที่ไม่ยอมแพ้ แล้วก็ยังพูดแบบนั้นอยู่ต่อมาเรื่อยๆ เพราะงั้นแล้วเลยคิดว่า เรื่องการเปลี่ยนแปลงทางด้านการแสดงออกทางด้านของสีหน้าเองก็เลยอาจจะทำให้ได้เห็นกันอยู่บ้างเหมือนกัน แล้วถ้าพูดถึงเรื่องของอารมณ์ความตื่นเต้นแล้วล่ะก็ มันก็ต่างจากก่อนหน้านี้ออกไปโดยสิ้นเชิงด้วย
A แต่ว่า ด้วยความรู้สึกเศร้า เจ็บใจที่ไม่อาจจะได้ถ่ายทำMusic Video เพลง「HURRICANE」เป็นจุดเริ่มต้น ก็เลยทำให้พวกเรานั้นคิดได้ว่าจะต้องทำอะไรก็ได้ที่ทำให้ได้มีการถ่ายทำMusic Videoให้ได้

―― แต่ถ้าว่าได้ทำMusic Videoออกมาแล้วจะออกมาเป็นแบบประมาณอารณ์ไหนเหรอ?
S ก็อยากจะเอาลมเข้ามาใช้นะ
A ใช้รันเวย์ ลานบินก็ดีเนอะ
K ก็เพราะมีอิมเมจของเบสบอล ก็เลยอยากจะเอาภาพลักษณ์ของทีมเบสบอลมัธยมปลายมาใช้ดูนะ

―― ที่ได้ผ่านเลยช่วงเวลาแบบนั้นมาแล้ว เพลง「Wanna Be With You」ที่เคยได้เปิดให้ทำการโหลดกัน ก็ได้มีหมายกำหนดการให้ได้ออกมาเป็นในรูปแบบ CD สมาชิกในวงเองก็ได้ทำการเปลี่ยนเขียนเนื้อเพลงส่วนนึงขึ้นมาใหม่ แถมยังได้เริ่มเปิดOfficial Channelทาง YouTube และมีการลองอัพโหลด Music Videoททั้งหมดแบบเต็มๆลงไปด้วย กับเรื่องนี้มีอะไรที่รู้สึกเปลี่ยนไปมั่ง?

S  ทั้งเรื่องที่ได้ลองนึกดูถึงทุกอย่างที่ได้ผ่านมาเอง แต่ละคนๆต่างก็มีแต่การที่พึงนึกคิดอยู่เสมอว่า ตัวเองก็คือตัวเอง ตัวใครตัวมันอยู่สูงมาก แต่ว่าตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาทุกๆคนก็เริ่มต่างตั้งใจหันหน้าเข้าหากัน เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน แล้วก็มีความตั้งใจอย่างแรงกล้าที่จะสร้างผลงานออกมาครับ
K ใช่แล้วล่ะ ตอนี่พอมานั่งคิดดูว่า จุดแข็งของ Leadคืออะไร ยังไงๆแล้วก็คงจะเป็นเรื่องของการเต้น ที่พร้อมเพรียเป็นหนึ่งเดียวกัน ถ้างั้นแล้ว จะทำยังไงเพื่อที่จะให้ได้เห็นการเต้นนั้น แล้วก็ทำให้ได้เห็นถึงการเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันครับ
A ก็ได้เริ่มทดลองทำดูตั้งแต่ Dance Cornerครับ ก็ได้มีการพูดคุยกันว่าจะเอา Dance Cornerไปใช้ในที่ตรงไหนดี
K อย่างYouTubeเอง ก็ได้เริ่มจากเป้าหมายที่ว่า เพื่อที่จะดึงดูดสายตาคนก็เลยค่อนข้างที่จะใส่แรงลงไปในการทำออกมาอยู่
S ก็มีช่วงที่ได้เอาอโครแบติคใส่ผสมลงไปด้วยนะ ไว้อยากจะทำแบบนั้นอีกจัง
A ก็ได้มีการพูดคุยเรื่องโครงการที่จะทำแบบนั้นอยู่บ้างพอสมควรนะ ก็เพราะว่าเป็นPerformance Groupก็เลยสามารถที่จะทำแบบนั้นได้ แล้วก็อยากจำเรื่องที่น่าสนใจๆ

―― ผลงานต่อมาก็เป็นอัลบั้ม『NOW OR NEVER』(7/2012 )กับเพลง「Stand and Fight」
A ในMusic Videoเพลงนี้ก็มีอิมเมจเป็นสีแดงและสีดำ ในไลฟ์เองก็ได้ทำให้เป็นออกมาเหมือนกัน พูดถึง“สตาร์ไฟท์”แล้วยังไงๆก็ต้องเป็นสีแดงกับดำใช่มั้ยล่ะ ก็เลยได้นำแสงสีแดงเข้ามาใช้ด้วยครับ
K ถ้าพูดถึงเรื่องคุณภาพแล้ว อันนี้อาจจะทำให้คิดว่ามาเป็นอันดับเลยก็ว่า1ได้มั้ง แล้วก็ชอบด้วย
S พื้นที่ที่ให้พวกเราได้ใช้เต้นนั้นก็ทำให้ได้เห็นว่า ลึกแล้วก็กว้าง แต่นั่นก็เป็นเพราะใช้แสงช่วยด้วยครับ อัดแน่นไปด้วยไอเดียและเทคนิคของทางสต๊าฟครับ
K ใช่แล้วล่ะ ก็รู้สึกซาบซึ้งใจในส่วนนั้นอยู่เหมือนกัน คิดว่าทำให้รู้สึกได้ถึง“การต่อสู้ ” เหมือนได้ร้องเพลงอยู่ท่ามกลางตรอกคอนกรีต
S นอกเหนือจากตอนเปิดที่มีการเต้นแบบอโครแบติคแล้ว ในช่วงของทำนองเพลงเองก็ได้การลองเอาอโครแบติคเข้าไปเต้นร่วมด้วยเป็นครั้งแรก ก็ลำบากอยู่เหมือนกันล่ะ
K ในตอนไลฟ์เอง การที่มีชินยะทำอโครแบติคเองก็เป็นเหมือนอะไรที่จะต้องทำอย่างเป็นประจำไปแล้วด้วยนะ สิ่งนั้นเองก็ยังส่งผลต่อเนื่องมาจนถึงตอนนี้ ก็คิดว่าดีแล้วล่ะที่ได้ทำแบบนั้น
S ตั้งแต่เพลง 「Wanna Be With You」มา 4ผลงาน ก็ได้นักทำเพลงจากต่างประเทศมาทำเพลงให้ เรื่องของซาวน์เองก็เลยตะค่อนข้างเปลี่ยนไปเยอะ เช่นกัน ตอนที่ทำการตัดต่อMusic Videoเองก็เริ่มที่จะได้ไปดูขั้นตอนของการตัดต่อ ก็เลยไม่ใช่แค่ว่า อยากที่จะให้ได้ถ่ายทำในแบบไหน แต่เป็นการใส่ใจในเรื่องของเนื้องานขึ้นมาด้วยครับ。
A หลังจากที่รู้สึกแย่กับเพลง 「HURRICANE」ไปแล้ว แล้วสามารถที่จะกลับมาได้ถ่าย Music Videoอีกครั้งนึง ก็ได้ตั้งใจทำมันออกมาจริงๆครับ แน่นอนว่าก็ไม่ใช่ความคิดที่เป็นเพียงแค่ของพวกเราออกมา แต่ก็เป็นไอเดียที่ได้ออกมาร่วมกันกับคนมากมายแล้วก็สำเร็จออกมาเป็นผลงานครับ

―― ผลงานในชุดนั้น ก็รู้สึกได้ถึงความตั้งใจอันแรงกล้าของทั้ง 4 คนเลยล่ะ
K ข้อสรุปล่วงหน้าเลยก็คือ“กรารสื่อสาร”แต่ว่า ถ้าทุกๆคนไม่ได้มีความรู้สึกในแบบเดียวกันแล้วก็ไม่อาจที่จะสื่อออกไปได้ สิ่งที่รู้สึกขึ้นมาได้หลังจากในช่วงนั้นแล้วมันก็ได้สานต่อมาจนถึงในทุกวันนี้
ทำให้รู้สึกได้ว่า สิ่งที่ได้เริ่มต้นขึ้นใน “Wanna be” ได้เป็นหลักอยู่ในตัวของพวกเราแล้ว
A แล้วการเต้นหลังจากนั้น ก็เริ่มทำให้คิดว่า “ถ้าหยุดไปเพียงแม้แต่วินาทีเดียวก็ไร้ค่า” เลยจะไม่หยุด แล้วก็จะเต้นต่อไปเรื่อยๆ
S  ยังไงแล้วก็ได้ให้ความใส่ใจกับเรื่องสิ่งที่ได้อัดลงไปอยู่ในนั้นเป็นพิเศษครับ
A ก็อยากจะสื่อผ่านไปถึงคนที่ได้ดูรายการชาร์ตเพลง หรือรายการเพลงตอนที่ได้เห็นMusic Videoถึงเพียงจะแค่พริบตาเดียวว่า Leadน่ะเต้นแบบราวๆนี้นะ เพราะงั้นแล้ว ท่าเต้นของในคอรัสที่1และคอรัสที่2 นั้นก็แตกต่างกันหมดเลย แบบว่าถึงจะดูต่อไปเรื่อยๆยังไงก็ไม่มีทางเบื่อ
S โดยพื้นฐานแล้ว ก็จะมีส่วนที่ซ้ำๆอยู่เยอะ แต่ว่า พวกเราก็ได้ใส่ใจลงไปในส่วนนั้น ให้ดูเหมือนราวกับว่ากำลังได้ดูDance Cornerอยู่เลย โดยเฉพาะ ที่ให้ความรู้สึกว่าสดใหม่นั้นได้จบลงไปใน หนึ่ง หนึ่งเพลง … แต่ในส่วนที่กว่าจะทำออกมาได้แบบนั้นแล้ก็ค่อนข้างที่จะใช้เวลาไปมากอยู่ ไม่ใช่แค่ว่าจะทำส่งๆออกมา ก็มีทำซ้ำบ้างในช่วงที่คิดว่าดีก็มีเหมือนกัน
A ถ้ามาคิดดูในตอนนี้แล้ว ถ้ารวม K-POPเข้าได้ด้วย ก็เป็นช่วงที่Dance Vocal Unitนั้นมีเพิ่มขึ้นมาเยอะเลย แล้วพวกเราเองก็คงจะคิดว่าพวกเราก็ต้องยืนยัน ทำให้ได้เห็นถึงจุดยืนที่ชัดเจนของพวกเราด้วย

―― การที่ใครก็ได้ จะสามารถได้เห็น ได้ดู Music Videoทาง YouTubeได้แบบง่ายๆนั้นก็เป็นการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่สินะ
S ก็เพราะว่าเป็นแบบนั้นแล้ว ส่วนที่ยากมันก็มีเหมือนกันไงครับ เพราะว่าในสมัยก่อนมีโอกาสที่จะทำให้หาดูกันได้น้อย ก็เลยทำให้ของแถมของ CDนั้นมีคุณค่า แต่พอใครก็ได้นั้นสามารถดูได้แล้ว ก็ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของทางด้านคุณค่า
A แต่ก็เพราะเป็นว่า ทำให้มีคนได้เห็นกันมากมาย ในทางกลับกันเลยทำให้มีความคิดที่ว่าไม่อาจที่จะเอาของที่ทำได้แค่แบบครึ่งๆกลางๆออกมาให้เขาได้ดูกันได้

―― Music Videoที่เมื่อก่อนดูทางโทรทัศน์ ก็ได้กลายเป็นยุคที่เริ่มเอาไปดูกันทางโทรศัพท์มือถือ สมาร์ทโฟนกันไปแล้วนะ
S ในปี2009ยังใช้โทรศัพท์มือถือแบบฝาพับอยู่เลย พอมาคิดๆดูถึงกระแสแบบนั้นแล้วก็เป็น 7 ปีที่สุดยอดไปเลยนะ
K ในช่วงสมัยเพลง 「SPEED STAR★」 สมาร์ทโฟนก็ยังเป็นแค่เรื่องโกหก ที่ผมทำท่าเอานิ้ววาดเป็นรูปดาวน่ะ ยังไงซะ ก็ต้องหันมาใส่ใจในเรื่องของยุคสมัยต่อไปกันได้แล้วล่ะ(หัวเราะ)

―― การเคลื่อนไหวนั้นก็เป็นอิมเมจของสมาร์ทโฟนที่เรียกว่า “flick”นี่
A ถึงเคตะในตอนนั้นก็ยังคงใช้โทรศัพท์มือถือแบบฝาพับต่อเนื่องมาซักระยะนึงก็เถอะ(หัวเราะ) ถ้าพูดถึงของการเปลี่ยนแปลงไปตั้งแต่ในเพลง 「Wanna Be With You」แล้ว พวกเราก็ได้เขียนเนื้อเพลงของเพลงซิงเกิ้ลเองด้วยนะครับ
S ไม่ใช่แค่เพลงหลักที่เป็นเพลงซิงเกิ้ล ก็มีเพลงแถมด้วยนะ
A ในทางความหมายที่ดี พวกเราก็สามารถนำเอาตัวเองออกมาเสนอได้แล้วอยากจะเอาความนึกคิดของพวกเราเปลี่ยนออกมาเป็นคำพูด เพราะแบบนั้นแล้วจึงเกิดความคิดที่อยากจะเขียนเพลงด้วยตัวของพวกเราเองออกมาอย่างแรงกล้าเลยล่ะ
S ผมเองก็ได้เขียนเนื้อท่อนแร็พเพลง 「SPEED STAR★」อยู่ แต่ก็คิดว่าตัวเองนี่แย่จังนะ(หัวเราะ)
A วิธีการเขียนเนื้อเพลงท่อนแร็พของชินยะเปลี่ยนไปเนอะ

―― ต่อเนื่องจากนั้นก็อยากจะถามถึงเพลง「Still」(12/2012) จากเรื่องผลงานประสปความสำเร็จแล้ว ผลานนี้จะต้องเป็นผลงานสุดท้าย ของทั้ง 4นี่นะ ตอนนี้พอได้มานั่งนึกย้อนดูแล้ว มีคามคิดยังไงบ้างเหรอ?
A จริงๆแล้วก็มีช่วงที่คิดว่าซิงเกิ้ลนี้จะไม่ได้เป็นผลงานสุดท้ายของทั้ง4คนอยู่เหมือนกันครับ กับชื่อเพลง ที่ว่า Still= ยังคงดำเนินต่อไป นั้นก็มีความนึกคิดของฮิโรกิอัดแน่นอยู่ในนั้นด้วยเหมือนกัน
S ก็ได้ฟังความต้องการของฮิโรกิอยู่เหมือนกัน แต่ว่าในตอนนั้นก็เพราะว่ายังไม่ได้มีเรื่องของการลาออกจาวงการอย่างเป็นเรื่องเป็นราวออกมา ก็อยากที่จะเชื่อมั่นว่า ถ้าพวกเรานั้นเปลี่ยนแล้ว ความรู้สึกนั้นเองก็คงจะเปลี่ยนด้วยเหมือนกันล่ะมั้งนะ
ที่มีความคิดแบบนั้นแล้ว ก็คิดมาตลอดๆว่า ยังไงซะ ในเรื่องของการเป็นกลุ่มเป็นก้อน หรือเรื่องส่วนตัวแต่ละบุคคลแล้วถ้ายังไม่เปลี่ยน ก็คงจะไม่ได้
K ผมเองก็เหมือนกันนะ สิ่งที่ฮิโรกิได้แบกรับภาระเอาไว้มาจนถึงตอนนั้น มันช่างใหญ่หลวงซะเหลือเกิน แต่ผมก็กลับทำตัวอิสระเสรี ทำในสิ่งที่ชอบที่อยาก แล้วก็คิดว่าภาษลักษณ์ของตัวเองเป็นแบนั้นก็ดีแล้วนี่ แต่ว่าฮิโรกินั้น ต้องคอยแบกรับหน้าที่รับผิดชอบมาโดยตลอด พยายามทำแทนสิ่งที่ผมทำไม่ได้ (ไม่เก่ง) ตัวผมในตอนนี้นั้นก็เข้าใจถึงสิ่งนั้นซะจนเจ็บปวดได้เลยล่ะ
S ทั้งในส่วนที่สามารถเห็นได้ แล้วก็ในส่วนที่ไม่สามารถเห็นได้ด้วยเหมือนกัน ก็เพราะว่ามีเรื่องมายมาเหลือเกินที่คอยแบกรับเอาไว้แทน
K เพราะงั้นแล้ว ผมก็เลยคิดที่จะอยากทำอะไรก็ได้ถึงจะเป็นสิ่งที่เล็กๆน้อยๆก็ตาม แต่ก็อยากที่จะทำให้ฮิโรกิรู้สึกสบายขึ้น
แล้วก็มีความรู้สึกที่ เพราะว่าตัวผมเองก็อยากที่จะพยายามให้ได้มากขึ้นด้วย ทำให้ฮิโรกิได้เห็น ยังไงซะ ก็อยากจะเปลี่ยนแปลง อยากที่จะเปลี่ยน เอาแต่พูดว่าอยากจะเปลี่ยน อยู่แบบนั้นซ้ำๆ
S ผมเอง ก็ได้ใส่ใจ พยายามอยู่เสมอว่า เรื่องนี้ถ้าเป็นฮิโรกิแล้วล่ะก็ ฮิโรกิจะต้องทำแน่ๆ ผมก็จะเป็นคนทำเอง อยู่ด้วย
A พอคิดว่า ยังจะเป็น 4คนอยู่ใช่มั้ย? พวกเราก็ต้องเปลี่ยนตัวเอง จะต้องทำอะไรให้จริงจังกว่านี้…ไม่งั้นแล้ว ฮิโรกิเอง ก็จะไม่อาจะเดินหน้าต่อได้ ความคิดทั้ง 2 อย่างนั้น ก็ได้มีเกิดขึ้นในเวลาเดียวกัน อาจจะไม่ใช่สุดท้าย แต่ก็มีความรู้สึกแบบตรงไปตรงมาว่าอยากที่จะทำต่อไป

―― สำหรับLeadเอง หรือแฟนๆเองก็ตาม ก็มีหลายๆผลงานกับหลายๆความทรงจำ Music Videoนี่เป็นสิ่งที่วิเศษไปเลยนะ
A ผมเองก็ชอบที่มันเป็นแบบนั้นมากเหมือนกันครับ
S สุดท้ายแล้ว ก็ยังคงมีความหวัง แต่ก็มีเพลงที่ได้แสดงออกถึงความอ่อนแอไป ด้านเสื้อผ้าเอง ก็มี2สี คือสีขาวและสีดำ เป็นแบบเรียบๆง่ายๆทั้ง2แบบ และได้แสดงความเชื่อมโยงไปถึงเนื้อเพลงที่ได้เปลี่ยนจากสีดำ ไปจนไปถึงเป็นสีขาวด้วย ผลงานนี้รวมถึงเรื่องของCamera Workเข้าไปด้วยแล้วก็ชอบมากๆครับ

―― “ยามเช้า”ที่ได้ใช้ถ่ายทำไปนั้น ก็เป็นแสงตอนเช้าของจริงด้วยสินะ?
A ใช่แล้วครับ (หัวเราะ) ถึงจะจัดแสงให้ดูเป็นแบบนั้นก็ได้อยู่ แต่ว่า พวกเราเองก็คิดว่าการที่ใช้แสงในตอนเช้าที่เป็นแสดงจริงจากธรรมชาตินั้นเป็นเรื่องที่สำคัญครับ
S ของที่ทำให้เหมือนได้นั้นมันก็สามารถที่จะทำออกมาได้ แต่ยังไงมันก็จะยังเป็นได้แค่สิ่งที่ทำขึ้นมาให้เหมือนแค่นั้น ยังไงแล้วคิดว่า ไม่มีอะไรที่จะดีเท่าของจริงไปได้ครับ
K ในวันนั้นก็ได้เริ่มถ่ายตั้งแต่ภาพหน้าปก ต่อเนื่องกันมาเรื่อยๆ เพราะงั้นแล้ว กว่าแสดงตอนเช้าจะมานั้น ตานี่ก็หยีๆกันไป แล้วก็รอให้ข้ามคืนกันครับ(หัวเราะ)

―― ท่าเต้นก็เป็น ของ KEIซังกับLeadที่ต่อเนื่องมาจากเพลง 「Stand and Fight」

A ส่วนตัวผมแล้วมันก็เป็นท่าเต้นที่ชอบที่สุดตั้งแต่เคยมีมาเลยครับ
S โดยภาพรวมทั้งหมดแล้วผมเองก็ชอบท่าเต้นเพลงนี้มากเหมือนกัน
A  ตอนที่คิดท่าเต้น ก็มีช่วงวินาทีที่เป็นแบบ นี่ไง มาแล้ว!อยู่แต่ว่า จากท่าเต้นทั้งหมดที่มีมาในตัวเองมาจนถึงตอนนี้แล้ว ก็ชอบเป็นที่ 1 จนรู้สึกได้เลยครับ ถ้าจะให้ยกขึ้นมาเป็นพิเศษเป็นเพลงเดียว ก็คงจะต้องเป็นเพลงนี้เลย
S ที่มีมาจนถึงตอนนี้ ช่วงทาเต้นโซโลของการเต้นนั้น ส่วนมากก็จะเป็นฟรีแดนซ์ แต่ว่า ครั้งนี้เป็นครั้งแรก ที่ได้ถ่ายทำแบบกำหนดว่าจะให้ใครเต้นไปเป็นโซนๆ แล้วตอนที่ทำการตัดต่อเองก็ไม่ได้มีการตัดออกหรือย่ออะไรออกไปเลยก็ชอบตรงนั้นล่ะครับ
K ถ้ารวมเรื่องที่ว่าเป็นMusic Videoสุดท้ายของทั้ง 4 คนเข้าไปด้วยแล้วล่ะก็ เป็นการถ่ายทำที่ไม่อาจจะลืมไปได้ตลอดชีวิตเลยครับ


◆ต่อ Lead 「MOVIES 4」 Interview PART2

Credit: //lead.tv/special/2566/
Thai-Translated by Kagimoto Y.y 13052015






 

Create Date : 13 พฤษภาคม 2558    
Last Update : 20 พฤษภาคม 2558 19:50:39 น.
Counter : 377 Pageviews.  

[Web]Omoide Breaker in Natalie.mu part 2

ถ้าเป็นสมัยก่อน การแสดงออกแบบนี้อาจจะแสดงออกมาไม่ได้ก็เป็นได้

──เอาล่ะ เปลี่ยนเรื่องไปเป็นเรื่องเพลงใหม่ เพลง Omoide Breaker ผลงานในตอนนี้ ก่อนอื่นก็เริ่มจากภาพหน้าปกที่ภาพค่อนข้างที่จะเท่ห์ทีเดียว
S: ขอบคุณครับ เป็นลุคแบบ mods ให้ความคู้สึกแบบเรโทรๆ

──จริงๆแล้วเพลงใหม่จะให้พูดว่าเป็นแนวเรโทรๆ หรือจะให้พูดว่าเป็นแนวเพลงญี่ปุ่นแบบช่วงสมัยโชวะนะ เพลงแบบนี้แล้วไม่มีในLead นี่เนอะ
S: ก็เป็นในรอบนานๆทีครับ
K: เพลงที่มีกลิ่นอายแบบนี้ก็มีช่วงเพลง Virgin Blue」(วางแผง มีนาคม 2006หรือเพลงGira Gira Romantic」(วางแผง สิงหาคม 2009นะครับ แล้วก็ได้เอาการเต้นแบบใหม่มาลองผสมลงไปแล้วก็คิดว่าน่าจะออกมาเป็นเหมือนปฏิกริยาทาเคมีที่น่าสนใจที่จะสามารถเกิดขึ้นมาได้แน่ๆเลย
S: เพลง Omoide Breakerก็อยากให้ได้สนุกสนานไปกับทั้งเพลงแล้วก็ท่าเต้นไปพร้อมๆกันครับ ท่าเต้นนั้นพวกเรานั้นก็เป็นคนออกแบบกันเอง ก็ได้เอาท่าเต้นแบบRock n’ Roll หรือTwist ใส่เข้ามาและพร้อมใส่ฟอร์มเมชั่นที่รุนแรงเข้าไปด้วย ที่มากไปกว่านั้นก็คือไม่ใช่ว่าจะมีแต่ความเท่ห์เพียงอย่างเดียว แต่กลับจะทำให้เกิดการอมยิ้มขึ้นมาได้แบบไม่ทันคาดคิดไดเพราะงั้นแล้วก็คิดว่าค่อนข้างที่จะทำให้ได้รับความสนุกสนานไปได้แน่ๆครับ

──เนื้อเพลง หรือทำนองเพลงเองก็ใช่เหมือนกัน เพลงนี้กับLead ที่อยู่ในช่วงอายุ20ตอนปลายที่ได้มาร้องแล้วก็คิดว่าน่าสนใจดีนะ
K: เป็นแบบนี้นี่เอง ยิ่งถ้าให้คนวัยสิบปลายๆมาร้องแล้วล่ะก็อาจจะมีความรู้สึกซนๆมากกว่านี้ก็ได้นะครับ

── แบบว่าตรงช่วงไหนกันนะที่ฟังแล้วรู้สึกเจ็บปวดๆ แต่ก็เป็นเพราะอายุอานามปูนนี้แล้วก็เลยคิดงั้นมั้ง
A: อา นั่นก็เป็นความเห็นที่น่าดีใจนะครับนั่น
K: ในเนื้อเพลงนี้ก็ร้องออกไปเป็นตัวแทนของชายที่มีอารมณ์แบบกำลังเจ็บปวดๆใจครับ ถ้าเป็นเมื่อสมัยก่อนแล้วล่ะก็ คิดว่าอาจจะไม่สามารถสื่อออกมาได้อย่างชัดเจน แต่ตอนนี้ก็สามารถที่จะสื่อออกมาได้อย่างเป็นธรรมชาติแล้วนะ
S: ถ้าเป็นช่วงอายุสิบปลายๆแล้วล่ะก็ อาจจะรู้สึกว่าโตไวไปก็ได้นะ ในท่อนแร็พที่ร้องว่าการที่จะลุยเดินหน้าต่อก็ไม่ใช่เรื่องแย่อะไร แต่ก็ไม่คิดว่าจะเดินหน้าไปได้มากกว่านี้แล้วเอง ก็เป็นอารมณ์แบบตกตะลึงเลยล่ะ ในระหว่างที่ร้องไปก็ทำให้คิดได้ว่าการที่จะพูดแบบนี้น่ะไม่ใช่แค่เรื่องความรักแค่อย่างเดียวนะ

──ก็พูดได้ว่าเป็นเหมือนเรื่องเดียวกับชีวิตคนเราเลยนะ
S:  ใช่ว่ามันจะมีแต่การที่เดินหน้าไป แต่บางครั้งบางคราวก็มีหยุดยืน การที่จะหวนย้อนดูเรื่องที่ผ่านมาเองก็สำคัญเช่นกัน เป็นเหมือนเนื้อเพลงที่ว่า อยากที่จะให้ความสำคัญกับเรื่องแบบนั้น

อยากจะทำเพลงให้เห็นในหลายๆแนว
──ในปี2014 นอกจากที่ได้เสี่ยงท้าทายกับเพลงในแนวนี้แล้วก็ยิ่งทำให้มีความน่าสนใจมากเลยนะ
S: สำหรับคนวัยเดียวกับพวกเราแล้ว ก็อาจจะเป็นอะไรที่ดูต่างไปจากสิ่งที่กำลังฮิตๆอยู่ แต่ว่า ถ้ารุ่นของคุณพ่อ คุณแม่ได้มาฟังแล้วก็จะเป็นซาวน์ที่ฟังดูคุ้นหูดีนะ  ก็เป็นในความหมายแบบที่ว่าเพลงนั้นมีช่วงอายุของวัยที่จะมาฟังได้อย่างกว้างขวางด้วยนะครับ

──ในทางกลับกัน สำหรับคนอายุวัยเด็กๆแล้ว เพลงที่มีแนวแบบนี้อาจจะทำให้รู้สึกได้ว่าเป็นเพลงที่มีแนวแปลกใหม่ก็เป็นได้นะ
S: อาจจะเป็นแบบนั้นก็ได้นะครับ แต่กระแสนี้กำลังมาอยู่เลยนะ

──เป็นเพลงที่มีเมโลดี้ที่ทำให้ติดหูได้ง่าย
A: เพลงนี้นั้นยิ่งฟังแล้วก็จะให้พูดได้ว่าจะยิ่งชอบหรือไงนะ ในตอนแรกที่ได้ฟัง ก็อาจจะคิดว่าอ๊ะ เป็นเพลงที่มีเมโลดี้ที่งดงาม จำง่ายดีนะก็เป็นได้ แทนที่จะฟังครั้งเดียว ฟัง2ครั้ง แทนที่จะฟัง2 ครั้ง ฟัง3 ครั้งดีกว่า เป็นความรู้สึกที่ชอบมากขึ้นเรื่อยๆนะครับ
K: อารมรณ์เหมือนกินปลาหมึกตากแห้งเลย เพลงปลาหมึกตากแห้ง

──ก็ไม่ได้ทำเรื่องอะไรที่ยากเลย แต่กลับเป็นทำนองเพลงที่ดูง่ายๆนะ
S: จริงๆแล้วเพลงนี้ก็ได้อาเรนจ์มาจากเพลงที่มีซาวน์ซับซ้อนกว่านี้ครับ
K: ผ่านขั้นตอนที่ว่า ทำให้ดูเรียบง่ายมากขึ้น แล้วก็ยิ่งทำให้เรียบง่ายขึ้นไปอีก จนกลายมาเป็นเวอร์ชั่นนี้ครับ เหมือนกับเพลง HappyของPharrell Williams ที่ก็ดูเรียบง่ายมากๆแท้ๆ แต่โน๊ตแต่ละโน๊ตนั้นก็รู้สึกได้ถึงการเอาใจใส่ ……การที่เห็นเพลงแบบนั้นแล้วก็คิดอยากที่จะทำเพลงแบบนั้นออกมามั่งเหมือนกัน แล้วก็ได้เอามาคุยกับสมาชิกในวงตอนที่ได้ทำผลงานกันด้วยครับ

เพลงที่มีในซิงเกิ้ลนั้นเริ่มมาจากการที่จะทำให้เป็นเพลงรักที่มีอารมณ์เดียวกัน

──เปลี่ยนจากเพลงที่เป็นแนวเรโทรแบง่ายๆ ในเพลงแถมนั้นก็ได้ท้าทายกับเพลงในหลายๆแบบ โดยในครั้งนี้ที่ก็ได้กำหนดธีมขึ้นมา1ธีม  แล้วสมาชิกในวงแต่ละคนๆก็เขียนเนื้อเพลงกันออกมาซึ่งก็คิดว่าน่าสนใจดี ก่อนอื่นเพลง Summer Love Story เพลงนี้เอง ที่ก็เป็นเพลงเริ่มต้นที่มีคำต่างๆที่เป็นจุดเริ่มต้นของเพลงโซโล่เพลงอื่นต่อไปด้วย
A: ใช่แล้วครับ เพลงแถมในครั้งนี้ ตอนแรกก็ตั้งใจที่จะให้เป็นเพลงรักที่มีอารมณ์เดียวกันหมด ต่อมา สมาชิกในวงแต่ละคนๆ ก็ได้หยิบคำที่ซึ่งเป็นคีย์เวิร์ดในเพลง  「Summer Love Storyออกมาขายความเขียนเป็นเนื้อเพลงและทำนองเพลง ก็คิดว่าเป็นแผนโครงงานที่น่าสนใจดีครับ

──ค่อนข้างดูจะเป็นเทคนิควางคอนเซ็ปท์ของอัลบั้มเลยนะ
A:  ก็เป็นเรื่องที่สามารถทำให้ออกมาเป็นได้จริงก็เพราะเป็น Leadในตอนนี้ครับ มีสมาชิกในวงสามคน ซิงเกิ้ลเองก็มีล๊อตลิมิต สามล๊อต ABC ยิ่งไปกว่านั้นเอง รวมเพลงทั้งหมดแล้วก็มีทั้งหมด5 เพลง แล้วเพลงทั้งหมดนั้นก็มีความสอดคล้องกันหมดเลย
K: นั่นสินะ ออกมาในปริมาณราวๆกับเป็นมินิอัลบั้มเลย แล้วธีมในครั้งนี้ก็ค่อนข้างก็ดูจะเข้ากันได้ดีด้วยครับ
S: ก็ได้ทำผลงานที่ก็ได้ออกมาในหลายๆแพทเพิร์นออกมาต่อกันในหลายๆงานอยู่ แต่ในครั้งนี้ก็ได้มีรายละเอียดที่ก็ต่างออกและก็อยากจะให้สนุกสนานไปกับมันได้ด้วยครับ ตอนที่ทำเองก็สนุกไปกับมันเองด้วย แบบว่า ใครจะเอาคำแบบไหนไปใช้กันนะ
K:  ค่อนข้างดูจะเก๋ดีนะ ตัวเองคิดแบบนั้นแล้วก็ทำออกมาเลยล่ะ
A:  งานของตัวเองแล้วยังชมเองอีกรึไง(หัวเราะ)
──Summer Love Storyกับเพลงโซโล่เพลงอื่นๆ แต่ละเพลงนั้นต่างก็มีจังหวะฟังแล้วรู้สึกดี หรือความทรงจำของความรู้สึกเจ็บปวดของตอนที่ฤดูร้อนจบลงเองก็มีนะ
K: ในช่วงที่จะออกซิงเกิ้ลนั้นก็อยู่ในช่วงปลายเดือนกันยายน ก็อยู่ในช่วงที่จะทำให้คิดได้ว่า  「ในฤดูร้อนก็เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นนะ และจะให้เป็นเพลง ที่ฟังแล้วทำให้นึกถึงความทรงจำต่างๆขึ้นมาได้ครับ

ชีวิตคนเรา ถ้าไม่สั่งสมประสปการณ์แล้วก็จะไม่สามารถส่งผลให้กระทบต่อคนมากมายได้

──ที่ได้ท้าทายไปกับงานอะไรใหม่ๆ แล้วก็คิดว่าก็คงคิดอยากที่จะทำผลงานต่างๆขึ้นมาอีกเรื่อยๆ  ก็ออกจะเป็นหัวข้อที่อาจจะดูสุดโต่งหน่อย แต่ว่า ถ้าผลงานซักแผ่นนึงจะมีแค่ผลงานที่ทำมาจากฝีมือของทั้งสามคนแค่นั้น จะทำมั้ย
ทั้ง 3 คน: อา……
A: นั่นสินะครับ ก็ไม่ได้ตั้งเอาไว้เป็นเป้าหมาย แต่ว่า ก็อยากจะตั้งเอาไว้แล้วทำดูอยู่เหมือนกันนะครับ
K: อื้ม ซักวันนึงก็อยากจะทำนะ
S: เพื่อการนั้นแล้วก็ต้องเรียนรู้เรื่องต่างๆให้มากขึ้น
K: ผมน่ะ แค่เพลงๆเดียว ยังค่อนข้างที่จะใช้เวลานานมากๆเลย
S: ถึงตอนนี้พวกเราถึงจะคิดว่าอยากจะทำกันเอง แต่ว่า ก็ยังรู้สึกว่ายังไม่อาจที่จะไปถึงขั้นนั้นได้ครับ
K: ก็คิดว่า ชีวิตคนเรา ถ้าไม่สั่งสมประสปการณ์แล้วก็จะไม่สามารถส่งผลให้กระทบต่อคนมากมายได้ครับ โลกภายนอกเองก็อยากที่จะไปให้เห็นให้ได้มากกว่านี้อีก ……แต่ว่า โดยพื้นฐานแล้ว เราทั้งสามคนก้เป็นคนที่ขี้อายครับ
AS: (หัวเราะ
K: แทนที่จะพูดว่าขี้อาย แต่ก็เป็นพวกอินดอร์นะ

──เอ๊ะ เป็นแบบนั้นเหรอ
S: คิดว่าโดยเฉพาะอากิระเป็นพิเศษเลยล่ะครับ
A: เป็นแบบอินดอร์มากๆเลยครับ ก็ชอบที่จกคึกครื้นไปกับทุกๆคนอยู่หรอก แต่ว่า ถ้าจะให้เลือกแบบไหนแบบนึงแล้วล่ะก็ ชอบที่จะสนุกกับการทพเพลงอยู่ที่บ้านมากกว่าครับ ดูเป็นคนหม่นๆน่ะครับ (หัวเราะ)
── เป็นประเภทท่โดนชักจูงให้หมกมุ่นไปกับเรื่องๆเดียวสินะ
A: ใช่แล้วครับ ถ้าได้ไปนั่งอยู่หน้าคอมครั้งนึงแล้วล่ะก็ ก็จะใช้เวลาไปกับงาน5 ชั่วโมงแบบเรื่อยๆได้เลย แบบว่าพอรู้สึกตัวก็เช้าแล้วอะไรแบบนั้นเลยครับ (หัวเราะ) เรื่องแบบนั้นน่พค่อนข้างจะมีบ่อยเลยล่ะ

ในตอนนี้นั้นกำลังอยู่ในช่วงเพาะเลี้ยงกิ่งก้านเพื่อให้ออก
──ก็ได้คุยได้ถามอะไรมาเยอะแยะแล้ว ยังไงก็รู้สึกว่า Leadในตอนนี้แหละกำลังเป็นคลื่นที่ดีเลย สิ่งต่างๆที่ได้สั่งสมมาจนถึงตอนนี้ ก็กำลังแสดงออกมาเป็นผลลัพธ์ที่ดีออกมาให้เห็นล่ะมั้ง
A:  จริงๆแล้วในช่วงก่อนก็อยู่ในรูปที่ว่าสมบูรณ์แบบดีแล้ว ก็ไม่ใช่ว่าจะมีลักษณธเฉพาะตัวอะไรไป แต่ว่า Lead ในช่วงนี้ ก็มีความรู้สึกเหมือนกับว่ากำลังเพราะเลี้ยงปักกิ่งก้านอยู่ ทุกๆคนต่างก็หันหน้าออกไปในทิศทางที่ต่างกันแต่ก็เป็นในความหมายที่ดีนะครับ แต่ว่า ก็มีเสาหลักที่เรียกว่าLead แล้วต่างคนต่างก็เลี้ยงกิ่งๆนั้นไว้ เพื่อที่จะให้มันออกดอกออกใบมาครับ
K: นั่นสินะ พวกเราในตอนที่เดบิวก็ยังคงเป็นเด็กอยู่ แล้วก็ไม่สามารถที่จะพูดกับผู้ใหญ่ที่อยู่รอบๆตัวได้นอกซะจากคำว่าครับ!」เลยโดนพูดจากสต๊าฟที่สำนักงานอยู่บ่อยๆว่า Leadเนี่ยว่าง่ายดีนะ(หัวเราะ) แต่ก็ใความรู้สึกที่ว่า ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆนะไม่ดีแน่ๆ จะต้องโตขึ้นให้ได้นะ ซึ่งก็เป็นสิ่งที่ช่วงนี้รู้สึกมากๆเลยครับ

──ก่อนที่จะพูดแบบนั้นแล้วตอนที่รับเข้าสู่ปีที่ครบรอบ 15ปีหรือ 20ปีนั้นจะกำลังอยู่ในรูปแบบไหนนะ ก็รอที่จะได้เห็นตั้งแต่ตอนนี้เลยล่ะ
S: ครับ ทั้งเรื่องไลฟ์หรืองานเอง ก็อยากจะมีให้มากขึ้นครับ แล้วก็ถ้ามีแฟนๆที่เป็นเพศเดียวกันเพิ่มขึ้นมาได้ก็จะดีใจครับ
A: อื้ม อยากจะทำไลฟ์ที่มีแต่ผู้ชายมารวมตัวกันดูจัง อยากจะรู้สึกถึงความเหม็นของกลิ่นตัวผู้ชายครับ (หัวเราะ)
S: แฟนๆผู้หญิงที่คอยให้การสนับสนุนอยู่ตอนนี้เอง ถ้าจะพาแฟนมาไลฟ์ด้วยก็ได้นะ
A: ให้เป็นที่มาเดทกันเลยล่ะ
S: แล้วถ้าแฟนก็คิดว่า Leadนี่ก็ดีเหมือนกันนะครั้งต่อไปก็จะพาเพื่อนผู้ชายมาด้วย แบบว่าคิดว่าถ้าทำแบบนี้แล้วก็คงจะขยายวงออกไปกว้างขึ้นนะ
K:  แต่ว่านะ ทางเราเองสิจะรู้สึกอิจฉาขึ้นมา
AS: พวกเราเนี่ยนะ?(หัวเราะ
K: พูดถึงระยะห่างของLeadกับแฟนๆแล้วก็ค่อนข้างที่จะใกล้ชิดกันไง เพราะงั้นแล้วถ้าเกิดมีแฟนขึ้นมา ……ความรู้สึกนั้นก็จะกลายเป็นปีศาจขึ้นมาเลย

──การที่จะก้าวข้ามผ่านความรู้สึกแบบนั้นไปได้ก็คือการที่จพได้เจริญเติบโตขึ้นนะ (หัวเราะ)
K: นั่นสินะครับ ก็เป็นหัวข้อใหญ่เลยล่ะนะ จะพยายามครับ (หัวเราะ )
A: เอาเรื่องพูดล้อเล่นเอาไว้ก่อนเถอะ (หัวเราะ) พวกเราเองก็ไม่อยากจะสร้างขอบเขตเอาไว้ คิดว่าอยากจะให้เป็นแบบว่า ก็อยากจะไปถึงที่ที่จะสามารถจะไปได้ครับ
Credit: //natalie.mu/music/pp/lead
Translated by Kagimoto Y.y 02102014




 

Create Date : 02 ตุลาคม 2557    
Last Update : 2 ตุลาคม 2557 19:02:43 น.
Counter : 315 Pageviews.  

[Web]Omoide Breaker in Natalie.mu part 1

ตอนนี้ที่ด้วยผลของต่างๆนั้นส่งผลไปสู่โอกาส

──พอได้เห็น Leadในช่วงนี้แล้วก็คิดว่ากำลังอยู่ในคลื่นที่ดีเลยล่ะ
A: ตอนนี้ก็ไม่ใช่ว่าแบบจะรู้สึกได้จริงกันแบบที่สามารถสัมผัสได้ แต่ว่า สมาชิกในวงแต่ละคนนั้นใจที่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันมากกว่าเมื่อก่อน ด้วยความคิดที่ว่าจะต้องมุ่งหน้าสู่ที่สูง แล้วก็เดินหน้าไปมากกว่านี้ แข็งกร่งขึ้นมากครับ 
K: ในหลายๆปีมานี้ อันดับในชาร์ตก็ค่อนข้างที่จะอยู่ในอันดับที่สูงขึ้นหน่อย ก็เลยอาจจะทำให้คิดได้แบบนั้น แต่ว่า ก็เป็นเพราะมีแฟนๆที่คอยเชียร์ คอยให้การสนับสนุนอยู่ ก็รู้สึกขอบคุณเป็นอย่างมากครับ ไม่ว่าจะเวลาไหนก็ตาม
S: ด้วยผลแบบนั้นแล้ว ที่ก็ทำให้ได้ไปออกรายการวิทยุ หรือที่ได้ไปงานเฟสติวัลต่างๆในนี้ ก็รู้สึกได้ถึงโอกาสที่ได้เชื่อมโยงมาจากผลนั้นครับ

──แน่นอนว่าการที่อยู่ไปนานๆแล้ว ก็ใช่ว่าจะมีแต่เรืองที่ดีๆ Lead ที่ก็อยู่ในวงการมา 12ปีแล้ว เรื่องที่รู้สึกลำบากที่สุด หรือที่คิดว่าเป็นช่วงที่แย่สุดๆแล้วคือตอนไหนเหรอ
A: ช่วงก่อนซิงเกิ้ลHURRICANE」(ซิงเกิ้ลออกวางขายในเดือนสิงหาคม ปี 2011ครับ
S: เพราะในช่วงนั้นเป็นช่วงที่ปีๆนึงออกซิงเกิ้ลได้ไม่เกินปีละครั้งแค่นั้นเอง
K: ตกอยู่ในสภาพที่อันตรายมากครับ ทางสต๊าฟเองก็มีแต่คนที่ร้อนแรงๆทั้งนั้น ก็ได้คิดถึงเรื่องที่จะเกิดขึ้นต่อไปเอาไว้แล้วด้วย
S: หรือจะให้พูดว่า อยากจะทำ แต่ก็ทำออกมาไม่ได้
K: อื้ม ก็เป็นช่วงที่ทุกๆคนก็คิดกัน ว่า อยากจะตอบรับความรู้สึกแบบนั้นแต่ก็ทำยังไงถึงจะให้เห็นผลดีนะ

──ในตอนนั้นสิ่งที่คิดว่าสำคัญที่สุดคืออะไรเหรอ
A: พูดตามตรงเลย ในตอนนั้นก็ติดกันอยู่ตรงที่แค่ว่า สภาพที่ไม่ได้เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ความรู้สึกของแต่ละคนนั้นต่างคนต่างคิด นานาจิตตังกันไป สมาชิกในวงแต่ละคนต่างก็เดินหันหน้ากันไปคนละทาง แต่ว่าในการที่เป็นวงเดียวกันแล้ว ทุกๆคนก็จะต้องมุ่งไปในเป้าหมายเดียวกันล่ะมั้งนะ คิดว่าจะต้องกลับมารวมเกาะกลุ่มกันอีกครั้ง แล้วก็ได้ทำการพูดคุยเจรจากันในวงมาครับ

──จะให้พูดถึงเวลาแล้ว ก็เป็นช่วงก่อนหน้าที่จะเดบิวครบรอบ10ปีสินะ
S: ใช่แล้วล่ะครับ ช่วงเวลาในตอนนั้นน่ะรู้สึกเข้มข้นที่สุดแล้ว
K: แล้วก็ตอนช่วงเดือนตุลาคมของปี 2012ก็ด้วย ตรงนั้นเองทุกๆคนก็กลับไปเป็นความรู้สึกแบบว่าเป็นมือใหม่ ให้ความสำคัญกับทุกๆคนที่คอยให้การสนับสนุน สิ่งนั้นน่ะเป็นอะไรที่ใหญ่มากครับ ในตอนนั้นเองก็ได้ให้ทำไลฟ์ครบรอบเดบิว 10 ปี แล้วก็เอาเพลงซิงเกิ้ลทั้งหมดที่ได้เคยออกมา เอามาเรียงต่อกัน ทำให้นึกถึงตัวเอง ตอนที่เพิ่งจะเดบิว ตอนที่ยังไร้เดียงสาอยู่ขึ้นมา ก็ค่อนข้างเป็นไลฟ์ที่เรียกน้ำตาได้เลยครับ  
A: ก็เป็นอีกครั้งที่ทำให้ได้รู้สึกขึ้นมาว่า ก็ได้รับการสนับสนุนค้ำจุนจากคนต่างๆมากมายเลยนะ ที่มาจนถึงตอนนี้ก็ได้มีเรื่องต่างๆเกิดขึ้น  ถ้ามีแค่พวกเราก็ไม่อาจที่จะมาถึงตรงนี้ได้ ไม่ว่าจะเวลาไหน ก็เพราะมีทั้งแฟนๆแล้วก็สต๊าฟที่ไม่เคยห่างกันไปไหนเลยทำให้มาจนถึงตอนนี้ได้ นั่นก็เป็นสิ่งที่ได้รู้สึกมาตอนไลฟ์ครบรอบ10 ปีครับ
K: ในขณะที่ก็มีคนที่คอยอยู่ให้การสนับสนุนไม่ห่างกันไปไหนแล้ว ก็มีคนที่ได้ถอยห่างออกไปเช่นกัน แต่ว่าในช่วงนี้ ก็มีคนที่ได้กลับมาให้การสนับสนุนเราใหม่อยู่ค่อนข้างเยอะเลย ตอนที่งานอีเวนท์จับมือ ก็พูดว่า  กลับมาใหม่ในรอบ 10ปี มั่งล่ะ การกลับมาพบกันใหม่แบบนั้นก็มีด้วยนะ
S: น่าดีใจเนอะ

การทำเพลงหรือเขียนเนื้อเพลงเองก็อยากที่จะเอาความเป็นตัวเองออกมาด้วย

──ใน12ปีมานี้ ทั้ง3คนกับการเป็นกลุ่มที่ชื่อว่าLeadแล้ว ก็คิดว่าได้ทำการขัดเกลาตัวเองเพื่อที่จะได้เป็นกลุ่มที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้นอยู่หรอก โดยเฉพาะในช่วงนี้ ก็มีเพลงที่ทุกๆคนได้ทำ ได้เขียนเนื้อกันเอเพิ่มขึ้นออกมาด้วย
A: ก็มีส่วนที่แต่ละคนๆจะนำความเป็นของตัวเองออกมาได้ง่ายอยู่นะครับ  พูดถึงดนตรีแล้ว ก็เป็นเหมือนกับกระจกที่แสดงถึงคาแรคเตอร์ ตัวตนออกมา เป็นยังไงก็จะแสดงออกมาแบบนั้นเลย แล้วก็คิดว่าน่าจะทำเป็นเพลงCoupling ในซิงเกิ้ลOmoide Breakerนะ
S: ทั้งเนื้อเพลงแล้วก็ทำนองนั้น ก็มีปฏิกริยาตอบรับมาจากแฟนๆด้วยนะครับ มีความรู้สึกร่วมแบบเดียวกับพวกผมมั่งล่ะ หรือความคิดแบบนี้มันดูเกิดความคาดคิดไปเลยมั่งล่ะ หรือจะรู้สึกท้อแท้ไปแต่ก็กลับมาสดใสร่าเริงได้แล้วมั่งล่ะ  ที่ก็มีความคิดเห็นเข้ามามากมายแบบนั้นแล้วก็ทำให้ได้คิดว่า ดีจังเลยนะที่ได้เขียนเนื้อเพลงออกมา แล้วก็สนใจที่จะอยากแสดงส่วนที่เป็นตัวตนของตัวเองออกมาให้ได้มากกว่านี้ด้วยครับ

── แต่ก่อน แต่เดิมแล้วก่อนที่จะมาเป็นLead ทุกๆคนเคยคิดที่จะเริ่มเขียนเพลง ทำเพลงกันเองมั่งมั้ย
K: ก็ได้เดบิวตอนที่อยู่ม.2 แล้วการที่จะเขียนความคิดของตัวเองออกมานั้นก็เป็นแค่แบบเรียงความของที่โรงเรียนแค่นั้นเองครับ  (หัวเราะ) ถึงจะมีความรู้สึกที่ว่าอยากจะเขียนเนื้อเพลงเองอยู่เหมือนกันเถอะนะครับ ตอนที่เดบิวแล้วในทันที ก็ได้มีท่อนที่ได้เขียนเนื้อท่อนแร็พมาเองด้วยนะครับ
S: ก็มีการกำหนดธีมแล้วก็เขียนกันเองในวง ยกตัวอย่างเช่น แร็พเกี่ยวกับโดราเอม่อนมาซิหัวเราะก็ได้ทำแบบนั้นกันมาเยอะอยู่ครับ
K: เรื่องของกาพย์กลอนนั้น ก็คิดว่าถ้าไม่ได้มีประสปการณ์มาก็จะเขียนไม่ได้ครับ แน่นอนว่า การที่ได้รับอิทธิพลหลายๆอย่างมาเองก็มีส่วนด้วย  แล้วเนื้อเพลงของเพลงแถมในครั้งนี้นั้นก็คิดว่าค่อนข้างที่จะได้รับอิทธิพลแบบนั้นมาอยู่เยอะเลย  …… แต่ว่าเดี๋ยวก็จะกลายเป็นคุยเรื่องผลงานของตัวเองไปซะ(เพลงsenkouhanabi ในล๊อตลิมิตC)

──เอ๊ะ?(หัวเราะ
A: ตอนนี้น่ะพูดถึงเรื่องประสปการณ์ไม่ใช่เหรอ !(หัวเราะ
S: เพิ่งจะพูดไปว่าถ้าไม่มีประสปการณ์ก็เขียนไม่ได้ไม่ใช่เหรอ(หัวเราะ)
K: พอได้พูดๆไปหน่อยก็เปลี่ยนเรื่องไปน่ะ (หัวเราะ) ในครั้งนี้ก็เป็นครั้งแรกที่ได้ลองท้าทายกับการเขียนเพลงแบบที่จินตนาการนึกภาพเอาแค่นั้นดูครับ  ก่อนอื่น ของผมเองก็มีธีมเป็นดอกไม้ไฟ (senkouhanabi) ก็นึกภาพไปว่าถ้าตกอยู่ในสถานการณ์แบบนั้นแล้วตัวเองจะคิดยังไงนะ หรือว่าจะทำยังไงนะแล้วก็เขียนออกมาครับ แน่นอนว่าก็ต้องใช้ประสปการณ์เข้ามามีส่วนช่วยด้วยนะ

──แน่นอนว่า ถ้าไม่ได้เก็บสั่งสมประสปการณ์มาก็จะเขียนไม่ได้ใช่มั้ยล่ะ
K: นั่นสินะครับ ถ้าไม่ได้เป็น Leadมา12ปี ก็คงจัเขียนเพลงนี้ออกมาไม่ได้ ……cแต่ก็บีบเค้นออกมาได้ดีนะครับนั่น(หัวเราะ)
A: ให้ความรู้สึกว่าโดนบังคับให้ฝืนทำนะน่ะ (หัวเราะ)
S: การจินตนาการนึกภาพเองก็ได้ใช้สิ่งที่มีอยู่ในตัวเองแล้วเปลี่ยนออกมาให้เป็นรูปเป็นร่าง แล้วก็ไม่ใช่เรื่องที่โกหกสิเนอะ
K: พอคิดแบบนั้นแล้ว ก็คิดว่าจะเขียนอะไรๆออกมาได้อีกเยอะเลยล่ะ ……(หัวเราะ)

การที่จะทำให้คนเพศเดียวกันเกิดความสนใจขึ้นมาได้
──ส่วนใหญ่คนที่มาดูไลฟ์ของ Leadจะเป็นผู้หญิงนะ ทั้งๆที่ตัวผมเองที่เป็นผู้ชายมองLeadแล้วยังคิดว่าแท่ห์เลย แต่ก็ไม่ได้มีผู้ชายชอบมากนี่ก็รู้สึกว่าน่าเสียดายอยู่นะ เพื่อการที่จะดึงดูดเพศเดียวกันให้มามีความสนใจใน Leadแล้วคิดว่าอะไรคือสิ่งที่สำคัญเหรอ
A: ตั้งแต่เดบิวก็มีเรื่องที่คุยกันว่า ถ้ามีเพศเดียวกันมาคอยให้การสนับสนุนแล้วล่ะก็ก็คงจะดีใจมาอยู่ตลอด แล้วก็มีแฟนที่เป็นผู้ชายมาไลฟ์อยู่นะครับ
S: ก็มีความรู้สึกอยู่ว้าก็ค่อยๆเพิ่มจำนวนขึ้นมาอยู่นะ แต่ว่า หรับแฟนแล้ว วิธีการเข้าหานั้นแน่นอนว่าแฟนๆผู้หญิงนั้นมีเยอะกว่า ก็เลยมักจะเลือกคำพูดที่สื่อถึงผู้หญิงมาใช้ออกมาไปซะมากกว่า …… แต่ว่า ยังไงแล้วมันก็คือสกิลน่ะนะ สิ่งที่จำเป็นก็คิดว่าคือ ขัดเกลาสกิลให้มากขึ้น แล้วก็เพียงแต่ใช้สิ่งนั้นแสดงมันออกมาให้ได้แค่นั้นครับ
A: ผมเองก็เป็นผู้ชายเหมือนกันก็เลยเข้าใจความรู้สึกอยู่เหมือนกัน การที่จะไปไลฟ์ที่มีผู้หญิงไปเยอะๆกันก็คงจะรู้สึกายน่ะ จริงๆแล้วข้อความทางรายการวิทยุเองก็มีข้อความประมาณนั้นเข้ามาอยู่ครับ ถ้าอยู่ในจุดยืนเดียวกันแล้วก็คงจะไปอยู่แท้ๆแต่ว่า สำหรับผมแล้วน่ะยินดีต้อนรับเป็นอย่างมากเลยนะ
S: ดีใจเนอะ
A: อื้ม จริงๆแล้วผมก็มีความฝันนะว่า ตอนไลฟ์แล้วร้องคอลล์แล้วมีเสียงตอบรับเป็นเสียงผู้ชายแบบ Say Ho!กลับมาอย่างเดียว นี่อยากทำมากๆเลยล่ะ (หัวเราะ)

──ก็จะเป็นเสียงเชียร์แบบห้าวๆดังๆกลับมาสินะ (หัวเราะ )
A: ครับ ชินยะเองก็ได้พูดไว้เหมือนกัน  เพื่อที่การนั้นจะเป็นจริงขึ้นมาได้แล้ว ก็ต้องทำให้มีพลังขึ้นมามากกว่านี้ให้ได้  ส่วนที่จะต้องทำให้ดีมากกว่าเดิมก็มีอยู่อีกเยอะ แล้วถ้าสิ่งทั้งหมดทั้งมวลนั้นพียบพร้อมขึ้นมาแล้ว ก็คิดว่าจะสามารถมาไลฟ์ได้อย่างสบายใจเลยล่ะครับ
K: แล้วก็เรื่องของทางอิมเมจเองก็มีส่วนล่ะมั้งนะ ยกตัวอย่างเช่น ……ทุกๆคนหัวเกรียนมั่งล่ะ หรือจะไถผมมั่งล่ะ
A: นั่นน่ะเป็นการ ผจญภัยครั้งใหญ่เลยล่ะ (หัวเราะ) ในทางกลับกันก็จะโดนคนที่คอยให้การสนับสนุนในตอนนี้ทิ้งเลย (หัวเราะ) แบบว่าLeadเป็นอะไรไปน่ะ?」
K: อะฮะๆๆ(หัวเราะ) คงงั้นมั้ง
S: ก็ให้ทำไปแค่คนเดียวพอ (หัวเราะ)
K: จะให้ผมทำก็ได้เลยนะ แต่ก็คิดว่าจะโดนสั่งห้ามมาจากทางต้นสังกัดเสียก่อน ……
A:  (มองเห็นผู้จัดการทำสัญลักษณ์ว่า OKเค้าว่าOKแน่ะ(หัวเราะ)

──มีคนนึงที่เป็นแบบนั้นก็อาจจะดีก็ได้
A: ก็อาจจะดีก็ได้นะครับ แต่เท่าๆที่ผมคิดแล้ว คิดว่าไม่ควรจะน่าต้องเป็นเคตะ(หัวเราะ)


part 2 Click!




 

Create Date : 02 ตุลาคม 2557    
Last Update : 2 ตุลาคม 2557 19:02:05 น.
Counter : 247 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  

Kagimoto Y.y
Location :
Tokyo-->Ibaraki Japan

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]




follow me @KagimotoYy
facebook: Thai Leaders
メラメラสงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2539メラメラ
ห้ามผู้ใดละเมิด ไม่ว่าการลอกเลียนหรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดของข้อความใน blog แห่งนี้ไปใช้ทั้งโดยเผยแพร่และเพื่อการอ้างอิงโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจะถูกดำเนินคดีตามที่กฏหมายบัญญัติไว้สูงสุด

☆*゚ ゜゚*☆*゚ ゜゚*☆*゚ ゜゚*☆*゚ ゜゚*
New Comments
Friends' blogs
[Add Kagimoto Y.y's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.