พลัดถิ่น กิน เที่ยว ช้อปฯ ไปกับรักครั้งสุดท้าย
Group Blog
 
All blogs
 

-*- เครียดเรื่องการเมือง ทำบล็อกอาหารที่เซี่ยงไฮ้ดีกว่า -*-

เครียดไปกับข่าวการเมืองในประเทศไทย ขอผ่อนคลายหัวใจด้วยการทำบล็อกอาหารการกินในเซี่ยงไฮ้ซะหน่อย

เริ่มต้นด้วยของโปรดที่มีขายในเมืองไทย แต่ไกลบ้านเหลือเกิน พอมาเซี่ยงไฮ้ต้องซื้อทีละ 6

รสนี้ไม่แน่ใจว่ามีในไทยมั้ยนะคะ อร่อยที่สุดในเซี่ยงไฮ้ตอนนี้เพราะช่วงนี้ไส้ครีมปกติของเค้า ดันเป็นโยเกิร์ต ตัวนี้ข้างนอกเป็นคุกกี้บดส่วนข้างในยังเป็นครีมหอมวานิลลาเหมือนเคย



ไปซื้อช่วงที่ยังมีโอลิมปิค เค้าแถมถุงให้ด้วยค่ะ แต่พอหมดโอลิมปิคแล้วก็เปลี่ยนเป็นแสตมป์สะสมให้แทน



สีแจ่ม แจ๋นแหลนมากเลย



มาดูร้านฮ่องกงบนถนน Huanghe กันบ้างดีกว่า สามีเค้าชอบทานร้านนี้มากๆ ค่ะ ชอบมากกว่า Bifentang ซะอีกแน่ะ สายวันนึงนึกไม่ออกว่าอยากจะทานอะไรกันดี เหลือบไปเจอโจ๊กปูค่ะ



ก้ามใหญ่กว่าทัพพีอีกค่ะ



อีกวันที่ไปทานก็สั่ง หอยลายผัดพริก คุณซะมีชอบมากกกกก



ห่านย่างค่ะ มาพร้อมขนและกระดูก (ทำไมน้า... เลาะกระดูกซะหน่อยมันจะเหนื่อยมากเลยเหรอ)



และจานนี้ก็เป็นอีกจานที่คุณซะมีชอบมากๆ (ชอบมันทุกเมนูเลยล่ะมั้งรายนี้) มะเขือยาวสอดไส้หมูค่ะ



วันนี้ก็เพิ่งไปทานมาอีก เลยสั่งซุปกระดูกหมูอีกครั้ง



ปลาทอดเปรี้ยวหวานค่ะ



ขาไก่นึ่งเต้าซี่



กุ้งผัดเกลือกระเทียมค่ะ แปลกแต่จริงว่ามันอร่อยที่เปลือก



ตบท้ายด้วยพุดดิ้งมะม่วง (แนะนำให้กลับไปทานเมืองไทย Shanghai 38 ดีกว่าค่ะ)



ย้ายวิกไป South beauty อีกที ต้องบอกว่าผิดหวังพอสมควรกับพนักงานในปัจจุบันของสาขา Taojiang ตอนนี้หาคนพูดอังกฤษแทบไม่ได้เลยค่ะ ที่พูดได้ก็ประมาณภาษาจีนของอิชั้นกับสามีนั่นแล



สั่งไก่ราดน้ำมันพริกมา มีกระดูกอีกแระ



ถั่วผัดกระเทียม หอมมาก



กุ้งเสียบไม้ย่างบนหินร้อน (สั่งมันทุกทีที่มาร้านนี้สิน่า) ข้างๆ นั่นก็ปลาในน้ำมันพริก เมนูเดิมๆ เหมือนกัน



แต่คราวนี้ขอเปลี่ยนรสชาติข้าวหน่อยดีกว่า เป็นข้าวเหนียวนึ่งค่ะ (อารมณ์ไหนนะเนี่ย) นี่เป็นแบบข้าวขาวใส่สมุนไพร



ส่วนนี่เป็นข้าวเหนียวดำนึ่งกับผลไม้อย่างพุทราจีน แห้ว แล้วอะไรอีกก็จำไม่ได้ซะแร้วววว 2 อย่างหลังคุณซะมีบอกว่าคราวหน้าขอข้าวธรรมดาเถอะนะ แปลกเกิ๊นนนน



จากจีนใต้แล้วไปเยอรมันบ้าง แก้เลี่ยน... Paulaner ค่ะ จริงๆ ไม่ได้กะจะทานร้านนี้กันค่ะ แต่อารมณ์เสียเพราะ Din Tai fung ต้องรออีกครึ่งชั่วโมง โมโหหิวค่ะ เลยไม่ง้อแระ ออกไปทานอย่างอื่นแทนก็ได้
ขาหมูทอดกับไส้กรอกรวมค่ะ (ไม่ค่อยเลี่ยนเล้ยยยยยย)



ตัดกลับไปที่อาหารจีนอีกที ก็ Din tai fung นี่ล่ะค่ะ อารมณ์ค้างจากเมื่อวานที่ต้องรอคิว (นึกว่าจะแน่ ไม่ง้อร้านเค้าเนอะ) และแล้วก็ต้องสั่งไก่แช่เหล้า (เหมือนทุกที ช่างไม่มีพัฒนาการเอาซะเล้ย)



เสี่ยวหลงเปา



ซุปเสฉวน (รึเปล่าน้า...ของสามีค่ะ อิชั้นไม่ชอบแบบนี้)



นี่...ต่างหาก Wo de เกี๊ยวน้ำค่ะ



แล้วก็ไปร้านติ่มซำอีกร้านซึ่งเป็นร้านโปรดของสามีอิชั้น (เพราะเราผลัดกันไปทานร้านที่เราชอบกันค่ะ) Bifentang เริ่มที่ไก่แช่เหล้า (อีกละ สั่งมันทุกร้านเลยแฮะ)



หมูกรอบ



เกี๊ยวกุ้ง เกี๊ยวน้ำ ขาไก่นึ่งเต้าซี่


ไส้เกี๊ยวกรอบ มาทั้งตัวเลย...



ฟองเต้าหู้ไส้กุ้งกับผัก



ออร์เดิร์ฟเย็นค่ะ มีแมงกะพรุนน้ำมันงา กระเพาะหมู ปลาหมึก และลิ้นหมู


ตบท้ายด้วยพายหมูแดง



และเจ้ามือค่ะ




 

Create Date : 02 กันยายน 2551    
Last Update : 2 กันยายน 2551 21:13:19 น.
Counter : 888 Pageviews.  

♥ ♥ ♥ ถึงเวลาของโรงแรม Le Royal Meridien Shanghai ♥ ♥ ♥

ด้วยความที่อยากรู้ว่าโรงแรมนี้หน้าตาเป็นยังไง เลยขอคุณสามีให้ย้ายไปลองนอนดูบ้าง หลังจากอยู่ในที่พักซึ่งเป็นคู่สัญญาของบริษัทสามีจนครบกำหนดกลับแล้ว

โรงแรมนี้เป็นตึกที่มีรูปร่างเป็นเอกลักษณ์ของเซี่ยงไฮ้แห่งหนึ่งค่ะ

ตอนกลางวันจะเห็นเป็นแบบนี้





ส่วนนี่เป็นตอนกลางคืนค่ะ





ขึ้นมาบนห้องกันเลยดีกว่าค่ะ ตึกนี้สูงมาก ห้องพักรู้สึกจะมีถึงชั้น 63 (มั้ง) นะคะ แต่ชั้นที่พัก คือ ชั้น 35 ค่ะ ชั้น 64-65 เป็นเลาจน์สำหรับดื่มด่ำทั้งวิว และเครื่องดื่มต่างๆ ค่ะ





ถ้าไม่ต้องการให้ใครรบกวน กดที่ปุ่มหลังประตูค่ะ จะขึ้นเป็นไฟแดงแบบนี้





เปิดประตูเข้าไปแล้วจะเห็นที่กั้นห้องแบบนี้ค่ะ





ข้างๆ จะเป็นตู้เสื้อผ้าที่มีหน้าบานเป็นกระจกเงา




เปิดมาดูข้างในจะเห็นตู้เซฟ ลิ้นชักเก็บของสารพัด




และนี่ค่ะ




สามารถดึงออกมาแขวนเสื้อผ้าได้ เป็นการประหยัดพื้นที่ได้ดีทีเดียว




ดึงมาแล้ววางบนฐานซึ่งเลื่อนออกมาจากตู้ได้ค่ะ (ในรูปวางกระเป๋าทับไว้)





เสร็จจากด้านขวามือ ก็หันมามองทางซ้ายบ้างค่ะ





เป็นห้องน้ำแบบเปิดค่ะ





แบ่งส่วนห้องน้ำไว้ชัดเจนดีค่ะ





อ่างอาบน้ำค่ะ





เป็นอ่างที่แช่แล้วจะเห็นวิวดีทีเดียว (ยกเว้นตอนที่สามีอิชั้นยืนขวางวิวนี่ล่ะค่ะ





มาดูสบู่ แชมพูกันดีกว่า ใช้ของอะไรน้า






สบู่ล้างมือค่ะ





ฝักบัวมี 2 แบบให้เลือก แบบธรรมดา





อีกแบบเป็น Rain shower ค่ะ





ทีแรกคุณซะมีนึกว่าเป็นลำโพงของทีวีค่ะ เพราะเห็นว่ามีปุ่มตรงนี้อยู่ เสียงจริงๆ ออกที่ตรงอ่างล้างหน้านะค้าบพี่ค้าบ...





ภาพที่มองจากด้านในของห้องออกไปหน้าห้องค่ะ





โซฟาข้างห้องอาบน้ำค่ะ ถ้าเป็นคู่แต่งงานใหม่ๆ คงจะดูทีวีไม่รู้เรื่องนะคะเนี่ย แต่ถ้าเป็นแบบคู่อิชั้น จะอาบยังไงคุณซะมีก็ไม่เหลือบมามองเลยค่า





แถมยังพาลจะปิดม่านลงมาอีกค่ะ





ถัดมาจะเป็นมินิบาร์ค่ะ





เค้าจะมีน้ำดื่มขวดเล็กให้ 3 ขวดนะคะ และในลิ้นชักจะมีอุปกรณ์แบบนี้ค่ะ





อีกลิ้นชักนึงจะมีแก้วสำหรับนักดื่มค่ะ





อย่าเผลอไปหยิบน้ำแร่ขวดริมเชียวนะคะ





ถึงโต๊ะทำงานที่หน้าต่างแล้วค่ะ





ในลิ้นชักเค้าเป็นแบบนี้





เก้าอี้ตัวโปรดของอิชั้นค่ะ





เอ๊... ยังไม่ได้ให้ดูเตียงเลยนี่นา... ใครที่เคยอยู่เซี่ยงไฮ้นานๆ จะรู้ว่าการหาที่นอนนุ่มๆ นั้นยากเพียงใด แต่ที่โรงแรมนี้ ที่นอนนุ่มมาก นุ่มจนคนนอนบุ๋มลงไปในที่นอนทั้งตัวเลยค่ะ (ที่โซฟิเทล ที่นอนไม่นุ่ม แต่ใช้ผ้านวมหนาปูทับไว้ เพื่อช่วยให้นุ่มขึ้น)




ไฟที่อุตส่าห์ไปซ่อนเอาไว้ค่ะ





วิวจากหน้าต่างค่ะ





ขอแนะนำว่า ชั้น 35 ก็ยังเตี้ยไปนะคะ เพราะจะเจอตึกสีแดงนี่มาบังวิวแม่น้ำหวงผู่และหอไข่มุกค่ะ แอบเซ็งเล็กน้อย




ถ้าอากาศดีๆ จะเห็นฝั่งผู่ตงชัดกว่านี้ค่ะ





วิวถนนคนเดินตอนกลางคืน




พยายามจะมองไปทางผู่ตง แต่ไม่สำเร็จค่ะ





โรงแรมนี้ใส่ใจแม้กระทั่งรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ แบบนี้ค่ะ





แต่ละอันในห้องจะไม่เหมือนกันเลยค่ะ





มองลงไปตอนเช้าวันอาทิตย์ จะเห็นพนักงานกำลังจัดโต๊ะบาร์บีคิวสำหรับ Sunday Brunch ที่ชั้น 8 อยู่ค่ะ หัวละ 418++ เสียดายที่ต้องรีบไปถึงสนามบินภายในบ่ายสามโมง เนื่องจากลืมเช็คอินออนไลน์เอาไว้ แถมกระเป๋าน้ำหนักปาเข้าไป 60 กว่ากก. ต้องเผื่อเวลาไปอ้อน Ground ด้วยอีกนิดหน่อยค่ะ ส่วนที่เห็นเป็นรูป 3 เหลี่ยมนั้นด้านล่างเป็นสระว่ายน้ำอยู่บนชั้น 10 ไม่กล้าถ่ายรูปมาเพราะมีคนกำลังว่ายอยู่ค่ะ





ต้องชมว่าโรงแรมนี้ออกแบบห้องพักขนาด 38 ตร.ม. ได้อย่างสวยงาม ลงตัว และมีสิ่งอำนวยความสะดวกกระจุกกระจิกซ่อนอยู่ภายใต้ความเรียบง่ายภายนอกได้อย่างกลมกลืนค่ะ

ที่สำคัญเค้าจะมีข้อมูลให้กับแขกที่มาพักในเกือบทุกด้านของเซี่ยงไฮ้ รวมไว้เป็นเล่มเดียวเลย ไม่ว่าจะอาหารการกิน (ระบุละเอียดกระทั่งชื่ออาหารและการออกเสียงเลยนะคะ) การเที่ยวในเซี่ยงไฮ้ ตลอดจนถึงระบบ IT การคิดภาษีเงินได้บุคคล และอื่นๆ อีกมากมาย เรียกว่า ถ้าคุณไปพักที่นี่ ไม่ต้องเตรียมข้อมูลอะไรไปเลยก็ได้ค่ะ โรงแรมมีให้หมด





แม้แต่รถไฟใต้ดินสายที่ยังไม่เสร็จแบบสายที่ 9 ก็อุตส่าห์มีไว้ให้ด้วยค่ะ (เอ...บ้านเรามีกี่สายแล้วน้า...)




คุณสามีอิชั้นชอบโรงแรมนี้ที่สุดในเซี่ยงไฮ้เลยค่ะ ถือว่าคุ้มค่าที่ลองมาพัก แต่ไปบ่อยๆ ไม่ค่อยไหว เพราะรู้สึกไม่ค่อยคุ้มด้านราคา เดี๋ยวจะไม่มีตังเหลือให้ทานข้าวค่ะ...


อ้อ... อินเตอร์เน็ตที่นี่ราคานาทีละ 5 หยวนนะคะ มีทั้งแบบ Wireless และ Lan ค่ะ แต่จะให้ประหยัดหน่อย ก็ยอมลงไปข้างล่าง เดินอ้อมไปด้านหลังของ Ramada plaza นิดนึง ก็จะเจอสตาร์บัคส์ค่ะ เสีย 27 หยวนสำหรับ Frappuccino ไซส์ Tall ซักแก้ว ก็เล่นเน็ตได้ฟรีแล้วค่ะ




 

Create Date : 23 กรกฎาคม 2551    
Last Update : 24 กรกฎาคม 2551 17:24:36 น.
Counter : 1240 Pageviews.  

@ ^ ^ @ กลับไปชิมร้านเก่าๆ ดูบ้าง Shanghai renjia, Xinjishi & Bifengtang

เนื่องจากไม่ได้ทานร้านทั้ง 3 นี้นานแล้ว เพราะมัวแต่ไปชิมร้านใหม่ๆ เรื่อยเปื่อย มาเซี่ยงไฮ้คราวนี้เลยอยากจะไปทานของที่เคยชอบของแต่ละร้านอีกครั้งค่ะ

ร้านแรกคือ Shanghai renjia ร้านนี้สาขาที่เคยทานประจำ เป็นสาขาบน Shanxi Nan lu แต่ปัจจุบันได้เปลี่ยนไปเป็นร้านอาหารอื่นแทน (ท่าทางจะกำไรเยอะไป เพราะนอกจากปูขนและอาหารทะเลแล้ว อาหารของสาขานี้ราคาไม่แพงเมื่อเทียบกับร้านจีนอื่นๆ ค่ะ ทานกัน 2 คนไม่เคยเกิน 200 RMB) จึงต้องระเห็จไปทานที่สาขา Nanjing xi lu ซึ่งติดกับห้างโซโก้แทน จะมีป้ายใหญ่บึ้มบอกไว้ว่าอยู่ชั้น 4 ค่ะ

เตรียมอาวุธให้พร้อม





สั่งอาหารเรียกน้ำย่อยเป็นผักกับปลาทอดซ้อสอะไรซักอย่างค่ะ อร่อยใช้ได้ทีเดียว ผักกรอบ ส่วนปลานั้นจะคล้ายๆ ปลาเนื้ออ่อนทอดแล้วผัดกับซ้อสอีกทีค่ะ





อาหารที่เคยชอบทานมากๆ ของร้านนี้ คือ Mapo doufu (หมาโผโต้วฝู) ของที่อื่นทานแล้วไม่สบอารมณ์เท่า เลยลองสั่งมาทานค่ะ กะว่าจะทานคนเดียวให้หายอยากเลย เพราะคุณสามีไม่ชอบทานของที่นี่ บอกว่าที่คลับเฮ้าส์ของหมู่บ้าน Shanghai garden อร่อยกว่าเยอะ (ดี...ไม่เปลือง ) แต่จานนี้ขอบอกว่า ผิดหวัง มากค่ะ ไม่นึกว่าร้านเดียวกัน แต่คนละสาขารสชาติอาหารจะต่างกันได้มากขนาดนี้





ต่อมาเป็นหมูสามชั้น ค่ะ เสิร์ฟพร้อมไข่พะโล้ รสชาติธรรมดามากถ้าเทียบกับร้านอื่นๆ นะคะ




จานนี้เป็นจานแนะนำของร้านช่วงที่ไปค่ะ หน้าตาดี รสชาติใช้ได้ แต่ไม่ได้เลิศเลออะไรสำหรับปีกไก่ยัดไส้ไข่กุ้งจานนี้ (บ้านเรามีร้านทำปีกไก่ยัดไส้อร่อยหลายร้าน แต่ร้านโปรดคือ เรือธงค่ะ)





จานสุดท้ายนี่น่าเบิร์ดกระโหลกตัวเองที่สุดเลยค่ะ เพราะเกิดอยากจะสั่งอาหารมังสวิรัติมาลองชิมดู เห็นเค้าเขียนไว้ว่าเป็น เนื้อปู (เทียม) ผัดไข่เค็ม ต่อให้ต้องทานมังสวิรัติจริงๆ จะยอมทานข้าวคลุกซีอิ๊วแทนจานนี้ค่ะ



ผิดหวังนิดหน่อยกับ Shanghai renjia สาขานี้ไปแล้ว แต่ราคาก็ยังอยู่ในประมาณเดียวกับสาขา Shanxi Nan lu นะคะ เพียงแต่อาหารน้อยกว่าไป 1-2 จานเท่านั้น รวมจ่ายไป 195 RMB ค่ะ (อาหารแต่ละสาขาแทบจะคนละรสกันนะคะ ขอให้ว่ากันเป็นสาขาๆ ไป อย่าเหมารวม)


ไปดูที่ Xinjishi กันต่อค่ะ ว่าจะมีอะไรให้เศร้าอีกรึเปล่า ไม่ทันถ่ายหน้าร้าน เอาภายในไปแทนก็แล้วกัน มุมกระจกด้านนอกนี่จะเป็นของคนไม่สูบบุหรี่ค่ะ แนะนำให้โทรจองก่อนถ้าเป็นสาขา Xintiandi เบอร์ 6336 4746 โดยเฉพาะถ้าคุณจะไปในมื้อเย็นวันศุกร์เสาร์ ในร้านจะมีน้องผู้หญิงคนนึง หน้าตาน่ารักๆ ตัวเล็กๆ คนนั้นพูดอังกฤษได้ดีค่ะ ไม่แน่ใจว่าเป็นลูกเจ้าของร้านรึเปล่าเพราะเห็นมาตั้งแต่ปี 2004 ป่านนี้ก็ยังอยู่ที่เดิม จะเป็นคนเดียวที่ไม่ใส่ยูนิฟอร์มของร้านด้วย สังเกตไม่ยากค่ะ




อาวุธพร้อม...โปรดสังเกตจำนวนของอุปกรณ์ด้วยนะคะ นี่คือเหตุผลนึงที่ทำให้ร้านอาหารจีนในจีน ผุดขึ้นเป็นดอกเห็ด นอกเหนือจากเหตุผลที่บ้านช่องเค้าคับแคบไม่พอรับแขก จำนวนภาชนะต่างๆ ที่ต้องล้างก็เป็นอีกเหตุผลหนึ่งค่ะ (อันนี้เพื่อนๆ คนจีนเค้าบอกมา ไม่ได้มั่วน้า..... )





ถั่วนี้แทบจะเลียถ้วยกันเลยค่ะ อร่อยจริงๆ (เอ...รึว่ามันเป็นของฟรีนะ เลยอร่อยเป็นพิเศษ )





จานแรกมาแล้วค่ะ หมูสามชั้นอีกตามเคย (คือ ต้องหาร้านที่มันอร่อยให้ได้ซักร้านน่ะค่ะ เป็นโรคจิต) แต่แล้ว...ก็ยังเหมือนเดิมค่ะ ไม่ได้อร่อยมากอย่างที่เคยทาน





จานต่อมาเป็น Laziji (ล่าจื่อจี) แต่มีกุ้งลายเสือตัวใหญ่ใส่มาด้วยค่ะ ราคากุ้งตัวละ 88 RMB ไก่ 30 RMB รวมแล้วจานนี้ 118 RMB (ตอนเห็นราคาแล้วต้องอุทานว่า บ้าป่าวเนี่ย กล้าขายแบบนี้ด้วย จะสั่งไก่อย่างเดียวก็ไม่ได้นะคะ เอากะพี่แกสิ) แถมมันก็เป็นพริกแห้งค่อนจานแล้วน่อ... แต่... จำได้ว่ามันอร่อย เอา...สั่งก็สั่ง หาของอร่อยไม่ได้มาหลายวันแระ



พอชิมแล้วก็บอกสามีว่า เดี๋ยวเราไปทานล่าจื่อจีแก้มือกันที่ร้าน Grape แทนนะคะ เล่นเอาปีกมาทอด แถมสับแบบให้ต้องแทะกระดูกกันทุกชิ้นเลย เจ้าประคุณเอ๊ยยยย ไม่เข้าใจว่าคนจีนเค้าชอบแทะกระดูกกันมากหรือไงนะ ร้านอาหารถึงต้องทำให้มันติดกระดูกไปซะทุกเมนูที่เป็นไก่หรือเป็ด


บ่นเยอะแฮะ มาต่อกันที่จานที่ 3 จานนี้หวังว่าจะแก้มือจากร้าน Shanghai renjia ได้ แต่ประทานโทษ สามียังยืนยันเหมือนเดิมค่ะว่า ต้องคลับเฮ้าส์หมู่บ้านนั้น!!!





สุดท้ายของร้าน รายการนี้ถ้าไม่อร่อยให้เตะเลยค่ะ (ใครอย่ามาตามตัวไปเตะนะ เค้าแก่แล้ว) ซุปไก่ค่ะ หม้อนึงราคา 128 RMB ขอให้ระวังให้ดี ถ้าพนักงานถามว่าจะใส่ผักมั้ย ใส่เห็ดมั้ย ถ้าคุณตอบตกลง คุณจะได้รับซุปในราคาหม้อละ 198 RMB เลยค่ะ เพราะผัก 20 เห็ด 50 RMB คิดแยกต่างหากเหมือนล่าจื่อจีข้างบนเด๊ะเลย

ตอนแรกก็บ่นๆ ไปว่า หม้อมันใหญ่นะ ทานทุกทีก็ต้องใส่กล่องกลับบ้านทุกที นี่จะไปช้อปปิ้งต่ออีก เค้าตอบว่าไงทราบมั้ยคะ ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ ตอนนี้เราทำไก่ให้ขนาดเล็กลงแล้ว เพราะลูกค้าบ่นแบบนี้เกือบทุกคน ได้ทีก็เลยถามว่า อ้าว ไก่เล็กลงแล้วทำไมราคาไม่ลดล่ะ เค้าตอบว่า ราคาไม่มีลดหรอกค่ะ มีแต่ขึ้นสำหรับซุปนี่ เอา...สั่งก็สั่ง เพราะอยากทานของที่มั่นใจว่าจะอร่อยจริงๆ สรุปว่า รสชาติเหมือนเดิมเป๊ะ ไม่ผิดหวัง สามีชอบมาก วิดน้ำซุปจนเกลี้ยงหม้อ เหลือแต่ไก่ค่ะ


ใหญ่แต่หม้อนะคะ ข้างในเค้าลดขนาดลงแล้ว




มีอยู่แค่ครึ่งหม้อเอง อืม...จริงของเค้าแฮะ




ภาพหลักฐานยืนยันความอร่อย จะเห็นว่า L@st love ของอิชั้นไม่ยอมวางช้อนซุปเลยค่ะ





ร้านสุดท้ายของบล็อก หลังจากที่อยู่เสิ่นหยางแล้วหาติ่มซำอร่อยๆ ไม่ค่อยได้ค่ะ Bifengtang ถือเป็นร้านอร่อยราคาประหยัดที่หาได้ทั่วเมืองเซี่ยงไฮ้เลยค่ะ




2 จานแรกเป็น แมงกระพรุนน้ำมันงากับซีอิ๊ว รสออกเค็มๆ ค่ะ อีกจานเป็นเป็ดย่าง ซึ่งไม่แนะนำให้สั่งอย่างยิ่ง เหนียวตึ๋งหนืด แถมต้องแทะกระดูกด้วยค่ะ




เอาเป็นว่าไม่เสี่ยงดีกว่า สั่งแต่ของที่เคยทานมาก็แล้วกันค่ะ อย่างไก่นึ่งซีอิ๊วนี่ อร่อยเหมือนเคย แถมให้เยอะปกติ ไม่เหมือนร้านข้างบนนั่น ขึ้นราคาแต่ให้น้อยลงซะนี่





ฮะเก๋าค่ะ รสชาติอร่อยธรรมดา




ฟองเต้าหู้ยัดไส้ทอดค่ะ คุณสามีชอบมาก แต่อิชั้นว่าที่บ้านเรา Shanghai 38 อร่อยกว่านะคะ มีแต่กุ้ง ส่วนที่นี่มีผักเขียวๆ ด้วยอะ...





ส่วนรายการนี้ต้องสั่งมา 2 ทุกครั้ง ไม่งั้นมีเปิดศึกชิง (เล็บมือ) นางแน่ๆ ขาไก่นึ่งเต้าซี่ค่ะ





อันนี้คล้ายๆ กระทงทอง (แอบมาก๊อปฯของไทยไปป่าวพี่ ) แต่ใช้แป้งที่ห่อเกี๊ยวมาทำเป็นกระทงแทนค่ะ อร่อยดี ไส้เป็นสลัดค่ะ





ขนมจีบ แหะๆ ไม่อยากใช้คำนี้อีกเลยค่ะ แต่บ้านเราอร่อยกว่าเยอะเลย





จานรองสุดท้ายเป็นเกี๊ยวกุ้งทอด จานนี้เกี๊ยวกรอบมากค่ะ อร่อยดี




ส่วนจานนี้สามีขอ...ผัดคะน้าผัดน้ำมันหอยค่ะ เพราะเห็นโต๊ะข้างๆ เค้าทานน่าอร่อย ปรากฏว่าเค้าทานคนเดียวหมดจริงๆ ค่ะ บอกว่ากรอบอร่อยดี เหม็นเขียวจะตายไป... ไม่รู้ทานได้ไงผักเขียวซะขนาดน้าน.....




ขอปิดท้ายด้วย Beard papa ตัวใหม่ค่ะ (บ้านเราอาจจะมีแล้วก็ได้มั้งเนี่ย ) เป็นผงคุ้กกี้บดเคลือบข้างนอกค่ะ กรอบๆ ดี แล้วข้างในเป็นเนื้อช็อคโกแล็ต สอดไส้ด้วยครีมแน่นเอี๊ยดเลย เขียนเอง อยากทานเองซะงั้น




พวกรสที่เคยชอบทานอย่าง คาปูชิโน เกาลัด นี่เค้าเอาออกไปแล้วนะคะ กลายเป็นมีพวกโยเกิร์ตใส่วุ้นมะพร้าว ชาเขียว แล้วก็คุ้กกี้นี่แทน ซื้อมาลองทุกอย่างแล้ว สรุปว่า รสดั้งเดิมอร่อยแต่ให้ไส้น้อยลงกว่าเดิม ส่วนตัวในรูปด้านบนอร่อยสุด ในราคาแพงสุดคือ 10 RMB ค่ะ ที่สำคัญไม่มีให้สะสมแสตมป์แลกฟรี 1 กล่องแบบแต่ก่อนด้วยค่ะ เซ็งเลย...




 

Create Date : 10 กรกฎาคม 2551    
Last Update : 2 มิถุนายน 2552 17:39:52 น.
Counter : 1034 Pageviews.  

*** พาทัวร์สนามบินผู่ตง เซี่ยงไฮ้ อาคาร 2 Pudong airport, Shanghai, terminal 2 ***

นับจากเดือนมี.ค. 2008 ที่ผ่านมา ใครจะมาเซี่ยงไฮ้ด้วยสายการบินไทย เครื่องบินจะลงที่ Terminal 2 นะคะ ส่วนขาออกเคาน์เตอร์เช็คอินของการบินไทยจะอยู่ Row C ค่ะ





เค้าจะมีเอกสารของสนามบินให้เราดูข้อมูลได้ว่าอะไรอยู่ตรงไหนนะคะ เฉี่ยวเข้าไปที่ป้ายแล้วหยิบมาได้เลยค่ะ ข้อเสีย คือ เป็นภาษาจีนค่ะ แต่จะมีภาษาอังกฤษกำกับไว้ให้เราพอรู้ว่าอะไรเป็นอะไร





ถ้าเป็นขาออก ให้มาที่ชั้น 3 นะคะ ส่วนขาเข้าอยู่ชั้น 2 ค่ะ แปลนขาออกค่ะ





เอามาให้ดูกันอีกทีค่ะ ชั้น 2 เป็น Arrivals นะค้า...





เค้าจะมีป้ายแปลนบอกอีกเหมือนกันค่ะ แต่มีเพิ่มเข้ามา คือ รายละเอียดเส้นทางเดินรถ Shuttle bus ทุกสายค่ะ



มองเห็นกันมั้ยคะ เอาชัดๆ อีกทีละกัน





ถ้าอยากได้แบบละเอียดเลย จิ้มที่นี่เลยค่ะ เส้นทางรถบัสสนามบินและราคา


หากต้องการเดินทางเข้าเมืองด้วย Maglev ก็จิ้มที่นี่ค่ะ เวลาและราคา Maglev


แถมรถโค้ชที่จะไปนอกเมืองด้วยเลยก็แล้วกันนะคะ รถโค้ชไปนอกเมือง


แท็กซี่ ค่าบริการแท็กซี่
0-3 กิโลเมตรแรก ช่วงกลางวัน(05:00-23:00) ช่วงกลางคืน (23:00-05:00)
ราคาเริ่มต้นที่ 11 หยวน และ 14 หยวน
3-10 กิโลเมตรต่อมา 2.1 หยวน และ 2.7 หยวน
เกินกว่า 10 ก.ม. 3.2 หยวน และ 4.1 หยวน



ตอนที่คุณลงจากเครื่องบินมา ถ้าจะหาทางไปขึ้น Airport shuttle bus หรือ Maglev และรวมถึงต้องไปต่อเครื่องภายในประเทศจีนที่ Terminal 1 ด้วย สามารถเดินไปตามทางยาวๆ นี่เลยค่ะ





ส่วนที่จะขึ้นรถบัสของโรงแรม หรือ แท็กซี่ อยู่ชั้น 1 ค่ะ ก็เดินตามป้ายแบบนี้เลยค่ะ





อาคาร 2 นี้จะใหม่ สะอาด เป็นระเบียบเรียบร้อย และดูคึกคักกว่าอาคาร 1 พอสมควรค่ะ มีทั้ง Duty free ที่ใหญ่กว่า ร้านอาหารเยอะกว่า ในหลายระดับราคาให้เลือก ไม่ว่าจะ Burger King (ชั้น 2) ร้านติ่มซำ (ชั้น 3) และร้านอาหารแบบ Fast food อื่นๆ รวมถึงร้านขายของที่ระลึกที่จะมีน้ำดื่มราคาปกติ (หลังผ่านการตรวจอาวุธแล้ว) ขณะที่ร้านอาหารข้างนอกขายน้ำดื่มที่ราคา 20 หยวนนะค้า...

ดู Duty free เค้ากันค่ะ





กว้างกว่าเดิม เดินเพลินกว่าเดิมเยอะค่ะ เสียอย่างเดียวพนักงานพูดอังกฤษไม่คล่องเอาซะเลย





ที่อาคาร 2 นี่ คุณจะเล่นเน็ทได้ฟรีค่ะ ปักหลักหาที่นั่งสบายๆ ได้เลยเพราะเก้าอี้เค้านั่งสบายกว่าสนามบินบ้านเราเยอะค่ะ

ลองชมเก้าอี้ของสนามบินเซี่ยงไฮ้ดูนะคะ





ทางเดินของสนามบินเค้ากว้างดีนะคะ น่าอิจฉาเชียว ไม่ต้องคอยเดินหลบโน่นหลบนี่อย่างสนามบินบางแห่ง





ห้องน้ำก็เยอะ เลือกเข้าได้ทุกมุมเลยค่ะ แถมมีน้ำดื่มฟรีตั้งให้เห็นชัดๆ ไม่ได้หลบๆ ซ่อนๆ อยู่ในหลืบ





ห้องสูบบุหรี่ก็มีนะคะ หาง่ายด้วย





เอาเป็นว่าใครจะเดินทางแล้วอยากศึกษารายละเอียดของสนามบินในเซี่ยงไฮ้ทั้ง 2 แห่ง คือ Pudong และ หงเฉียว เชิญกดที่ Link ได้เลยค่ะ รายละเอียดสนามบินเซี่ยงไฮ้ ทั้งผู่ตง และหงเฉียว


ข้อควรระวังสำหรับสนามบินนี้ คือ คุณต้องคอยฟังประกาศ หรือ อ่านป้ายให้ดีนะคะ เพราะเที่ยวบินกลับกรุงเทพฯ ของการบินไทยมักจะมีการเปลี่ยนเกทบ่อยมาก เอาเป็นว่าตั้งแต่อิชั้นบินไปๆ มาๆ กรุงเทพฯ - เซี่ยงไฮ้ เปลี่ยนเกท 1 ครั้งประมาณ 95% ค่ะ ที่เหลือ 5% เปลี่ยนเกท 2 ครั้งค่ะ แต่ต้องบอกก่อนว่าสถิตินี้รวบรวมจากช่วง 2004-กลางปี 2008 นะคะ ตอนนี้อาจจะดีขึ้นแล้ว เพราะตอนนั้นยังไม่มีอาคาร 2 ค่ะ (แต่เมื่อพ.ค. 2008 ก็ยังเปลี่ยนเกทอยู่ 1 ครั้งนะคะ )




 

Create Date : 25 มิถุนายน 2551    
Last Update : 25 มิถุนายน 2551 20:49:54 น.
Counter : 9914 Pageviews.  

♥ ♥ ♥ อาหารร้านโปรดที่ถนนอาหาร Huanghe ในเซี่ยงไฮ้ ♥ ♥ ♥

ว่าจะเขียนถึงร้านนี้ตั้งแต่แรก แต่ความที่ไปทานกันเกือบทุกวันในช่วงที่อยู่เซี่ยงไฮ้ เลยต้องเก็บเอาไว้มาเขียนถึงหลังสุดแทนค่ะ

ร้านที่ว่านี่ตั้งอยู่บนถนนที่ชื่อว่า Huanghe ซึ่งเป็นหนึ่งในสี่ถนนอาหารของเซี่ยงไฮ้ค่ะ

ร้านนี้ชื่อ (ใครอ่านออกก็ช่วยบอกด้วยนะคะ) เป็นร้านอาหารฮ่องกงค่ะ ใครอย่าว่ากันเลยน้า...ที่มาเซี่ยงไฮ้แต่ทานอาหารฮ่องกง เพราะตอนที่ทานเนี่ย เบื่ออาหารเซี่ยงไฮ้เต็มแก่แล้วค่ะ



ถ้าเดินเข้ามาจากทางถนน Beijing xi lu จะเห็นร้านนี้อยู่ตรงหัวมุมด้านซ้ายของแยกแรก จุดสังเกตหน้าร้านค่ะ



มีเมนูให้อ่านก่อนที่หน้าร้านด้วยนะคะ



ร้านนี้น่ารักค่ะ พอเราสั่งอาหารเสร็จเค้าจะมีขนมหรือของว่างมาให้ชิมกัน วันแรกเค้าให้เป็นทาร์ตไข่ค่ะ แต่คุณสามีไม่เอา วันที่ถ่ายมานี่เค้าเอาขนมเป็นแป้งทอดคลุกงาค่ะ อร่อยดี เหมือนซาละเปาทอดแต่เป็นแบบไม่มีไส้นะคะ ออกหวานๆ



กัดให้เห็นข้างในค่ะ ไม่มีไส้ แต่รสชาติดีทีเดียว



มาเริ่มจากพวกออร์เดิร์ฟของเค้าก่อนก็แล้วกันนะคะ
ปอเปี๊ยะแท่ง (ภาษาจีนรอก่อนนะคะ ส่งคืนอาจารย์ที่สอนไปหมดแระ)



ไข่ม้วนแฮม หมูสับค่ะ (อันนี้สามีอิชั้นชอบค่ะ)



ข้อไก่ผัดพริกค่ะ (อันนี้ของโปรดอิช้านนนน)



เอ...พวกหมูแดง หมูกรอบ ห่านนี่ ถือเป็นออร์เดิร์ฟได้มั้ยคะ



สั่งหมูกรอบเดี่ยวๆ มาอีกจานดีกั่ววววว



เมนูนี้นิยมทั้งร้านฮ่องกง และเสฉวนค่ะ ไก่แช่พริก (ไม่อร่อยเท่าที่ South beauty ค่ะ แต่ก็ถือว่าใช้ได้)



มาร้านฮ่องกงทั้งที ไม่สั่งนกก็เหมือนมาไม่ถึงน่อ (แต่ก่อนทานก็ต้องทำใจนิดนึงนะคะ น้องนกมาสภาพทั้งน่าสงสาร และน่าทานในเวลาเดียวกัน)



ขาไก่นึ่งเต้าซี่ค่ะ อันนี้ไม่เท่าไหร่ รสชาติดี แต่ยังไม่เปื่อยเท่าที่ควร



หมดออร์เดิร์ฟแล้ว มาดูจานหลักกันดีกว่าค่ะ
จานนี้เป็นปลาหมึกน้อยผัดซ้อส



หม้อนี้เป็นซุปกระดูกหมูค่ะ ขอบอกว่าหวานมากๆ เค้าใส่เกาลัด เก๋ากี๊ ลูกบัว และสมุนไพรอื่นๆ เพียบเลย ขนาดอิ่มจะตายแล้วยังพยายามทานน้ำแกงจนเกลี้ยงเลยค่ะ



โถนี้เป็นข้าวอบกุนเชียงค่ะ รสชาติอร่อยดี แต่...ใส่ขิง คำเดียวจอดค่ะ



จานนี้ทำให้คุณสามีลืมร้านสิ้นหวัง (Xin1 wang4 อ่านจริงๆ ว่า ชินว่าง นะค้า) ที่โด่งดังไปเลยค่ะ เป็นมะเขือยาวอบกับหมูสับที่ปั้นเป็นแผ่นๆ แทรกอยู่ระหว่างชิ้นมะเขือ แล้วอบกับซ้อสค่ะ



ชามนี้เป็นซุปค่ะ ซุปเปรี้ยวเผ็ด (Sour & Spicy soup) เห็นโต๊ะไหนๆ ก็สั่งค่ะ ราคาถูกดี สิบกว่าหยวน ชามใหญ่เบ้งงงง



ชามนี้เป็นเต้าหู้อ่อนผัดไข่แดงไข่เค็มค่ะ จานนี้เป็นจานแรกและจานเดียวที่รู้สึกผิดหวังและเสียใจที่สั่งมา จริงๆ รสชาติอร่อยเลยค่ะ เสียที่เค้าเอานมผงมาใส่ด้วย ไม่แน่ใจว่าใส่ขั้นตอนไหน แต่อิชั้นเกลียดนมผงที่สุด ได้กลิ่นปั๊บรู้เลยค่ะ เข้าใจว่าเค้าคงอยากลดต้นทุนตัวไข่แดงเค็ม แต่ก็อยากให้จานนี้มีรสออกมันๆ เลยใส่นมผงลงไป สรุปว่า จานนี้ไม่ผ่านค่ะ



จานนี้เป็นไก่ผัดพริกค่ะ แต่ไม่ใช่แบบล่าจื่อจีที่รสออกเค็มมันเผ็ด จานนี้รสแบบไก่ผัดเม็ดมะม่วงหิมพานต์เลย (หน้าตามันก็ใช่น้อ...) สิ่งเดียวที่ทำให้แอบผิดหวังเล็กๆ คือ เม็ดมะม่วงหิมพานต์เค้ายังไม่ได้ทอดค่ะ



จานต่อไปเป็นปลาทอดเปรี้ยวหวานค่ะ ที่เซี่ยงไฮ้นี่เค้านิยมทานกันมาก ไม่แน่ใจว่าเป็นพราะปลาเค้ามีกลิ่นรึเปล่า (อยู่ในน้ำกร่อยหรือแม่น้ำกันเป็นส่วนมากค่ะ) จึงต้องใช้กลิ่นน้ำส้มในซ้อสเปรี้ยวหวานมากลบ บางร้านเค้าจะเลาะก้างออกให้แล้วบั้งเนื้อปลามาทอดให้ฟู กรอบ จนไม่มีกลิ่นเลยค่ะ แต่บางร้านก็มีก้างมาด้วย อร่อยค่ะจานนี้ ที่ต้องระวังอย่างมาก คือ ถ้าคุณไม่อยากเป็นคนสั่งฆ่าปลา ให้บอกว่าเอาปลาที่ตายแล้วเท่านั้นนะคะ เพราะมาตรฐานคนจีน ปลาสดที่ดี และอร่อย คือ ปลาที่ยังมีชีวิตอยู่ค่ะ



ถ้วยนี้เป็นบะหมี่เกี๊ยวกุ้งกับหมูค่ะ ลูกใหญ่ขนาดล้นช้อนเลยค่ะ บะหมี่ก็เหนียวนุ่ม อร่อย แต่รสชาติอาจจะอ่อนไปสำหรับคนไทย แนะนำให้เติมพริกและซีอิ๊วขึ้นอีกนิดนะคะ



กุ้งเป็นกุ้งค่ะ มาทั้งตัวเลยยยยย มีเกี๊ยวแบบนี้ประมาณ 6 ตัวค่ะ รู้สึกจะ 25 หยวนนะคะ



มีช่วงนึงติดละครสวรรค์เบี่ยงค่ะ รอดูแต่ก็หิวเลยให้คุณสามีออกไปซื้อบะหมี่มาให้ คุณชายไปเจอเมนูอร่อยเข้าโดยบังเอิญค่ะ เป็นบะหมี่ทอดกรอบกับคอหมูโรยด้วยถั่วงอกกรอบๆ เข้า เลยลองสั่งมาให้อิชั้นทานค่ะ



มันเป็นคอหมูจริงๆ นะคะ นุ่ม หอม รสกลมกล่อมมากๆ เส้นบะหมี่ก็กรอบ เขียนถึงยังน้ำลายไหลแล้วเลยค่ะ ถั่วงอกก็ไม่เหม็นเขียวเลยด้วย เหมาะแก่พวกพฤกษวิรัติอย่างอิชั้นเป็นอย่างยิ่ง



แต่สามีอิชั้นรอบคอบค่ะ ซื้อเกี๊ยวกุ้ง (ไม่มีบะหมี่) มาด้วย เผื่อว่าอิชั้นจะไม่ชอบบะหมี่คอหมู จะได้ทานเกี๊ยวแทนได้ ไม่ต้องหงุดหงิดให้เสียอรรถรสในการชมละครดัง


ผลสรุป คือ อิชั้นรับทานเรียบวุธเลยค่ะ ทั้ง 2 อย่าง โดยมีคุณสามีนั่งมองตาปริบๆ เพราะเหลือแต่ผักในเกี๊ยวไว้ให้เป็นค่าเหนื่อยที่เดินไปซื้ออาหารมาเสิร์ฟค่ะ




 

Create Date : 22 พฤษภาคม 2551    
Last Update : 22 พฤษภาคม 2551 10:57:25 น.
Counter : 1216 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  

L@st love
Location :
Shenyang China

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 14 คน [?]




ที่ว่า พลัดถิ่น กิน เที่ยว ช้อปฯ ไปกับรักครั้งสุดท้าย เพราะรักครั้งนี้พาระหกระเหินไปโน่นมานี่ อยู่ตรงโน้นนิด ตรงนี้หน่อยไปเรื่อยเปื่อยค่ะ

จึงพอจะเข้าใจความรู้สึกของคนที่ต้องพลัดจากบ้านไปอยู่ถิ่นที่ไม่คุ้นเคย อาหารที่ชอบก็หาไม่ค่อยได้ ของที่เคยใช้ก็ไม่ค่อยอยากจะมีให้ซื้อ ฯลฯ

บล็อกนี้เลยถือกำเนิดขึ้นมาเมื่อวันที่ 13 ต.ค. 2549 เพราะคิดว่าอาจจะเป็นประโยชน์กับคนที่ตกอยู่ในสภาพเดียวกันบ้างไม่มากก็น้อยนะคะ ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องทางจีนๆ ก็แหม...ทางตะวันตกน่ะ หาอะไรก็ง่ายอยู่แล้วนี่คะ รู้ภาษาอังกฤษซะอย่างไปไหนก็เอาตัวรอดได้

หลังจากแว่บไปเก็บความรู้ตามบล็อกตกแต่งต่างๆ แล้ว ปริมาณเทคโนโลยีในสายเลือดก็ค่อยเพิ่มขึ้นมาในระดับหนึ่ง ตอนนี้จึงมีบล็อกที่ทำสำเร็จหลายบล็อกเลยค่ะ (ขอบคุณป้ามดและอีกหลายท่านค่ะ)

ขอบคุณทุกท่านที่แวะเข้ามา เชิญไปเที่ยว ชม ช้อปฯ และชิมด้วยกันเลยค่ะ มีคำแนะนำ ติ ชมอย่างไร ฝากข้อความมาได้เลยนะคะ ยินดีที่ได้รู้จักและรับทุกความเห็นค่ะ





สงวนลิขสิทธิ์ ตามพรบ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537

ภาพและบทความบนเวบไซต์แห่งนี้ จัดทำเพื่อเผยแพร่บนเวบ bloggang.com และ pantip.com เท่านั้น

"ห้ามนำภาพ ข้อความ หรือส่วนหนึ่งส่วนใดของภาพ และ/หรือ ข้อความในเวบไซต์แห่งนี้ไปใช้ก่อนได้รับอนุญาต หากละเมิดจะถูกดำเนินคดี ตามที่กฏหมายบัญญัติไว้สูงสุด"
Friends' blogs
[Add L@st love's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.