พลัดถิ่น กิน เที่ยว ช้อปฯ ไปกับรักครั้งสุดท้าย
Group Blog
 
All blogs
 

World Expo 2010 Shanghai ความภูมิใจของชาวเซี่ยงไฮ้ และประเทศจีน

ใกล้ถึงงานเอ็กซ์โปโลกที่จะจัดขึ้นในเซี่ยงไฮ้เข้าไปทุกที ตอนนี้ไม่ว่าเดินไปจุดไหนของเมืองก็จะต้องเจอเจ้าตัวสีฟ้าให้เห็นตลอดเวลา ไม่เว้นแม้แต่ในวัดในวา เพราะถือว่าเป็นหน้าเป็นตา เป็นการแสดงศักยภาพของเมืองเซี่ยงไฮ้ และประเทศจีนที่จะรองรับงานใหญ่ระดับโลก

โดยมี Mascot ที่ชื่อว่า 海宝 = Haibao หรือ หายเป่า แปลว่า ขุมทรัพย์แห่งทะเล ที่มีคำอ่านและรูปลักษณ์ที่จำง่าย รูปร่างของ Mascot ตัวนี้มาจากคำว่า 人 เหริน ซึ่งแปลว่า คน





เจ้าหายเป่านี้จะมีผมเป็นเหมือนคลื่น ที่แสดงถิ่นกำเนิด คือ เซี่ยงไฮ้
หน้าเป็นรูปการ์ตูน ที่แสดงออกถึงความมั่นใจ และความเป็นมิตร
ตาโตกลม แสดงถึงความคาดหวังของเมืองเซี่ยงไฮ้
สีฟ้า แสดงถึงอิสรภาพและจินตนาการ
ลำตัวที่กลมมน แสดงถึงชีวิตที่ดี ซึ่งทำให้ดูน่ารักน่าเอ็นดู (แล้วทำไมสาวเซี่ยงไฮ้รุ่นใหม่ถึงได้ผอมกันนักน้า )
มือที่กำพร้อมโชว์นิ้วโป้ง แสดงถึงความชื่นชมและยินดีต้อนรับเพื่อนจากทั่วโลก
เท้าใหญ่ที่ทำให้ยืนอย่างมั่นคง ในการที่จะกอดหรือโอบอุ้มโลกไว้ในอ้อมแขน ซึ่งเป็นการแสดงให้เห็นว่า จีนมีความหวัง และความพร้อมที่จะเป็นเจ้าภาพของงานเอ็กซ์โปในครั้งนี้

แนวคิดของงาน คือ Better city - Better life มีโลโก้ที่มาจากตัวหนังสือจีน คือ 世 มาจากคำเต็มๆ ว่า 世博会 = Shi bo hui หรือ ซึโป๋ฮุ่ย ซึ่งแปลว่า โลก หรือ World นี่เอง มีรูปลักษณ์เป็นคนสามคนจับมือกัน ในที่นี้หมายถึง ฉัน คุณ และเขา (หรือเธอ) แสดงถึงเมืองแห่งความสามัคคี หรือ City of Harmony

รูปข้างล่างไปก๊อปฯ มาจากเว็บ Expo นะคะ





จนถึงตอนนี้รัฐบาลจีนได้มีการส่งเสริมทั้งเรื่องมารยาทสังคม (ลดการถ่มน้ำลาย ทิ้งขยะในที่สาธารณะ ลดการแย่งกันเข้าออกรถไฟใต้ดินหรือขนส่งสาธารณะอื่นๆ การรู้จักเสียสละที่นั่งเพื่อเด็ก สตรีมีครรภ์ และคนชรา การขึ้นลงบันไดหรือทางเดินโดยให้คนที่้ช้ายืนชิดขวา) พัฒนาบุคลากรในด้านภาษา และปรับปรุงสถานที่ต่างๆ มากมาย

ถ้าจำไม่ผิด เห็นทางจีนได้เตรียมความพร้อมของงานนี้มาตั้งแต่ปีที่แล้ว (น่าจะก่อนหน้านั้น แต่พอดีมีโอลิมปิคก่อน เลยนึกไปเองว่าเตรียมสำหรับโอลิมปิคค่ะ )

งานนี้จะมีขึ้นในช่วงวันที่ 1 พ.ค. - 31 ต.ค. 2553 หรือ May 1 - Oct. 31, 2010 โดยไทยเองก็จะมีพาวิลเลี่ยนในงานนี้เช่นเคย ในวีดีโอแนะนำงานนี้เค้าบอกไว้ว่า ผู้เข้าชมจะใช้เวลาราวๆ 10 วันถึงจะชมได้ครบทั่วงาน แต่เห็นบัตรที่ขายๆ กัน มีแบบวันเดียว แบบ 3 วัน และ 7 วันนะคะ (2 แบบหลังเพิ่งมีในเฟส 3 ของการขายบัตร)

ลองเข้าไปดูรายละเอียด และวีดีโอแนะนำ Expo online ได้ที่นี่ค่ะ //en.expo2010.cn/sr/node2292/indexn.htm

สำหรับคนที่กำลังอยู่ในเซี่ยงไฮ้ แนะนำให้เข้าไปที่ Shanghai Urban Planning Exhibition Center คุณจะได้เห็นตั้งแต่จุดเริ่มต้นของงานเอ็กซ์โปนี้เลยทีเดียว แต่ถ้าไม่ได้อยู่เซี่ยงไฮ้ก็อ่านจากบล็อกนี้ไปพลางๆ แทนก่อนได้เลยค่ะ

ชั้น 1 จะเป็นโมเดลของอาคารต่างๆ ที่เป็นแลนด์มาร์คของเมืองเซี่ยงไฮ้ ส่วนโมเดลของเมืองเซี่ยงไฮ้ทั้งหมดที่ถูกย้ายขึ้นไปอยู่ชั้นบนแทน เหลือแต่แค่อันเล็ก เลยไม่ค่อยน่าสนใจเท่าไหร่ค่ะ

ชั้นลอย เป็นภาพถ่ายเปรียบเทียบเมืองเซี่ยงไฮ้ในสมัยก่อนกับปัจจุบัน และอีกฝั่งจะเป็นสวนอวี้แบบจำลอง และข้อมูลต่างๆ ของเมือง

ชั้น 2 จะเป็นเรื่องราวของการจัดงานเอ็กซ์โปปี 2010 โดยเฉพาะเลย

World Expo 2010 ความภูมิใจของคนจีน





วันแห่งชัยชนะอีกครั้ง หลังโอลิมปิค 2008





ปฐมบทของเอ็กซ์โปในเซี่ยงไฮ้ครั้งนี้ (อ่านยากไปมั้ยนี่... ^ ^" )





สถานที่จัดงานจะอยู่แถวสะพานที่ชื่อว่า หนานผู่และหลูผู่ Nanpu Bridge-Lupu Bridge ซึ่งอยู่สองฝั่งของแม่น้ำหวงผู่ (Huangpu jiang) บนพื้นที่ 5.28 ตร.กม. ถ้าดูจากภาพถ่ายดาวเทียมจะอยู่ในเส้นสีแดงค่ะ





รูปนี้ คือ ผังตามภาพถ่ายข้างบน





ประเทศที่ได้รับเลือกในการออกแบบสถาปัตยกรรมครั้งนี้ คือ ฝรั่งเศส





โมเดลของแบบด้านบน





จะมีโมเดลที่ให้แสงยามค่ำคืนได้กันดีกว่า





ด้วยการคมนาคมที่เพียบพร้อม เป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เซี่ยงไฮ้ได้รับเลือกให้เป็นสถานที่จัดงานค่ะ





ดูวิธีจัดสรรพื้นที่ในสถานีรถไฟใต้ดินของเค้ากัน





การคมนาคมภายในงาน





อาคารหลักที่ถือเป็นสัญลักษณ์ของงาน คือ อาคารนี้





ยลโฉมใกล้ๆ หน่อย





อาคารสำคัญอื่นๆ ก็จะมี Performance Center





ที่ดูใกล้ๆ ยังไงก็เหมือนจานบิน...





ตามด้วย Expo Center





ต่อด้วย Theme Pavilion ซึ่งจะมีของไทยอยู่ด้วยค่ะ (ความภูมิใจของคนไทยที่เราก็ไม่ควรพลาดเช่นกัน ลองเข้าไปดูว่าเรามีอะไรบ้างได้ในเว็บนี้ค่ะ//www.thailandexpo2010.com/en/index.php )





ผังแบบคร่าวๆ ให้เห็นตำแหน่งของทั้ง 4 อาคาร เห็นขนาดพื้นที่และผังแล้วพาลจะเป็นลม ถ้าไม่มีรถกอล์ฟให้นั่ง เห็นทีคนทำงานวัยเกิน 35 ทั้งหลายคงจะต้องพกยาลม ยาอม ยาหม่องติดตัวไว้เสมอ





พอหายเห่อเอ็กซ์โปแล้วก็เดินต่อค่ะ (เกี่ยวอะไรกะเค้าด้วยเนี่ย) ไปดูแบบจำลองของเมืองอีกที สังเกตเห็นอะไรผิดปกติในรูปกันมั้ยคะ ตึก SWFC ที่เพิ่งเปิดเมื่อส.ค.ปี 2008 ซึ่งเป็นตึกสูงที่สุดในจีน และอันดับ 2 ของโลก กำลังจะโดนตึกที่ยังมีห่อพลาสติคคลุมอยู่ข้างๆ ชิงแชมป์เสียแล้ว ตึกที่กลมๆ เป็นชั้นๆ คล้ายเค้กนั่นล่ะค่ะ คือ Shanghai tower ว่าที่ตึกที่สูงสุดของจีนในปี 2014



ก็น่าสงสารทาง Mori อยู่ ที่จะต้องเสียตำแหน่งไปภายในเวลาไม่กี่ปี แต่ตึกใหม่นี้เพิ่งเริ่มสร้างเมื่อปีที่แล้ว (จากเดิมจะต้องเสร็จในปี 2010) ทำให้ SWFC คงครองตำแหน่งได้หลายปีอยู่

แล้วที่น่าสังเกตอีกอย่างก็คือ สวนสนุกทางตะวันออกเฉียงเหนือของเมืองใกล้กับแม่น้ำหวงผู่ ที่ว่าจะเสร็จในปี 2020 หายไปซะแล้ว...


เดินไปเดินมา ดูส่วนแบบจำลองของพาวิลเลี่ยนประเทศต่างๆ (ไม่ยักกะมีของไทยแฮะ) ตาก็ไปเจอเข้ากับ City designer เข้า เป็นคล้ายๆ เกม แต่ไม่มีคะแนนนะคะ ให้เราเข้าไปวางผังเมืองได้ตามชอบ คุณน้องที่ไปด้วยเกิดอาการอยากปลูกต้นไม้ ดอกไม้ขึ้นมาทีเดียว เนื่องจากเราทั้งคู่เข้าเฟซบุ๊คไม่ได้ตั้งแต่มาถึงจีน เลยฉวยโอกาสนั่งพักขา และแต่งสวนในเมืองเซี่ยงไฮ้ให้เค้าซะเลย เช็คกับเพื่อนในเซี่ยงไฮ้ได้ความว่า ถ้าจะเข้าเฟซบุ๊คต้องจ่าย 500 RMB ต่อเดือน (แม่เจ้า... เขี้ยวลากดินจริงๆ)





ชั้น 3 เป็นแบบจำลองเมืองเซี่ยงไฮ้ทั้งเมืองขนาดใหญ่เกือบทั้งชั้น เหมือนที่ในบล็อกแรกๆ เคยพาไปชมแล้ว พาเที่ยวแถว People's square (พาช้อปฯ ซะเยอะ พาชมซะบ้าง :P)

แต่ความน่าสนใจเพิ่มขึ้นมาตรงที่ เค้าจะมีห้องสำหรับ Virtual tour เป็นการชมเมืองเซี่ยงไฮ้ตามจุดสำคัญต่างๆ มีบรรยายโดยเด็กเป็นภาษาจีนกลาง ภาพที่ได้รับชมเป็นภาพเสมือนจริง พื้นที่ยืนชมจะเคลื่อนไหวตามการเคลื่อนไหวของภาพ ชมได้ 360 องศา เวลาชมจึงควรจะยืนในจุดที่หมุนได้รอบทุกทิศทาง




ภาพจากจอที่เป็น Virtual tour จะเห็นรอยต่อของภาพในบางช่วง (คนถ่ายมันก็ช่างจับผิดเหลือเกิ๊นนนนน) ทำได้ดีขนาดที่คนฝรั่งเศสกลุ่มใหญ่ยืนทึ่งอยู่นาน ทั้งๆ ที่ฟังภาษาจีนไม่รู้เรื่อง (ไปว่าแต่เค้า คนไทยก็ทึ่งค่ะ )



ก่อนจะจบทัวร์เค้าจะมีภาพไฮไลท์ของเมือง คือ อาคารเอ็กซ์โป ซึ่งดูด้วยตาแล้วสวยงามมากกว่าในภาพเยอะเลยค่ะ




แค่เดินดูใน Shanghai Urban Planning Exhibition Center ก็เล่นเอาเหนื่อย ถ้าใครสนใจจะไปชมงานเอ็กซ์โปจริงๆ คงต้องออกกำลังกายล่วงหน้าไว้ก่อน ไม่งั้นคงจะเดินได้ไม่รอบ หรือ รอบก็คงแบบเหนื่อยแฮ่กเลยล่ะค่ะ

ว่าแล้วก็ยังไม่ได้ซื้อตั๋วเข้างานเลย ตอนนี้กำลังเปิดเฟส 3 อยู่ทีเดียว ใครสนใจไปงานนี้ก็น่าจะรีบหน่อยนะคะ

Zai Jian!




 

Create Date : 10 ธันวาคม 2552    
Last Update : 11 ธันวาคม 2552 16:16:14 น.
Counter : 1114 Pageviews.  

"^ ^ นึกถึงเซี่ยงไฮ้ คิดได้แค่เรื่องอาหาร ไม่อ้วนไหวเร้อ ^ ^"

ไม่แน่ใจว่าเกิดอะไรขึ้นพักหลังนี่นึกถึงแต่ร้านอาหารในเซี่ยงไฮ้ได้อย่างเดียวแทนที่จะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวค่ะ แถมช่วงนี้เซี่ยงไฮ้กำลังร้อนชื้นเลยทีเดียว เพราะช่วงเช้าแดดออก ตกบ่ายฟ้าหลัว ครึ้ม ค่ำๆ บางวันก็มีฝนปรอยให้ออกเที่ยวไม่ได้ซะงั้น

ร้านอาหารที่นึกถึงตั้งแต่ตอนอยู่เมืองไทยก็มีหลายร้านซะจนเลือกไม่ถูก เริ่มต้นจากร้านประจำ คือ ร้านอาหารฮ่องกง ซึ่งอ่านชื่อเองไม่ออก ได้แต่เรียกกันเองว่า ร้านฮ่องกง (มีผู้อ่านเข้ามาบอกว่าชื่อร้าน เลี่ยงทางก่วน ค่ะ)

ร้านนี้ทำอาหารออกมาได้ใกล้เคียงมาตรฐานร้านในฮ่องกง นั่นคือ อร่อยทุกอย่าง เช่น

ห่านย่าง (รสชาติออกเค็มนำ หนังหนา ต้องจิ้ม Plum sauce เยอะหน่อยไม่งั้นเลี่ยนแน่ๆ ค่ะ)





ตามด้วยน้ำแกงกระดูกหมูของโปรด





ต่อด้วยไก่ผัดพริกมาในหม้อดินเผาร้อนๆ ค่ะ





ตบท้ายด้วยบะหมี่ทอดกรอบกับคอหมู (แต่ทำไมมันเหลือชิ้นจิ๊ดเดียวเอง แต่ก่อนมาเป็นชิ้นแบบคอหมูย่างบ้านเราเลย ) ส่วนรสชาติยังอร่อยเหมือนเดิม





ไปเดินเล่นแถวถนนคนเดินบ้างดีกว่า วันที่ไปเดินพบกับพระสงฆ์ไทยสายธรรมยุต 2 รูป มากับกลุ่มคนชุดขาวตอน 2 ทุ่มกว่า ก็แปลกใจเล็กน้อย แต่สามีบอกว่าเป็นไปได้ที่ท่านอาจจะมาสำรวจเป็นประสบการณ์ แถมพอไปสวนอวี้อีก 2 วันต่อมาก็พบท่านอีก คราวนี้ตกใจเพราะตอนที่มองไปที่พระรูปหนึ่ง ท่านกำลังถูกชนโดยหญิงสาวชาวจีนขณะที่ท่านกำลังดูพระสังกัจจายน์สำริดพอดี

ถนนคนเดินช่วงนี้มีตึกที่กำลังซ่อมอยู่ ขวดโค้กก็หายไป คาดว่าตึกที่กำลังปรับปรุงคงทำเพื่องาน Expo 2010 เพราะมีป้ายผ้าโลโก้ของ Expo มาล้อมไว้โดยรอบ ปัจจุบันมีหลายสถานที่ในเซี่ยงไฮ้ที่ปรับปรุงสำหรับงาน Expo รวมถึงตึก Hong Kong Plaza ที่อยู่ตรง Huaihai zhong lu ส่วนที่เป็นห้างขายอุปกรณ์อิเล็คโทรนิคส์ด้วย

ดูเหมือนช่วงนี้คนจะน้อยลงกว่าเดิม อาจจะเป็นเพราะฝนทำท่าจะตก และบางวันก็ตกปรอยๆ ตอนค่ำ





เดินไปเดินมาไปคว้าเอาลิ้นจี่ลูกโตจากร้านริมถนนได้ 2 กก. เค้าขายอิจิ้ง (500 กรัม) ละ 29.8 RMB. ซื้อมาทั้งพวง 100 RMB. โดยที่เค้าบอกว่าลดให้แล้วเหลืออิจิ้งละ 26 RMB. (ถูกหลอกอีกรึเปล่าน้อเรา )

ขนาดประมาณนี้ค่ะ





รสชาติก็หวานไม่มีปนเปรี้ยวเลย น้ำเยอะมาก (มิน่าถึงออกหน้าร้อน) อาจจะมีเค็มๆ หน่อยก็ตรงขี้มือคนปอกนี่ล่ะค่ะ




จริงๆ ฤดูร้อนแบบนี้จะต้องทานผลไม้คลายร้อนอีกอย่างหนึ่ง คือ หยังเหม่ย แต่ยังหาที่ลูกโตถูกใจไม่ได้เล้ยยยย

มื้อต่อไปเป็นเสี่ยวหลงเปา ร้าน Din Tai Fung เมนูก็เดิมๆ คือ เสี่ยวหลงเปา





ไก่แช่เหล้า





เกี๊ยวกุ้งน้ำมันพริก





และบะหมี่เกี๊ยวกุ้งน้ำ




ออกจากร้านได้ซักพัก เดินช้อปปิ้งไปมาก็คว้าเอาทาร์ตไข่มา 7 ชิ้น ธรรมดาชิ้นละ 3 RMB. และแบบครีมชีสชิ้นละ 3.5 RMB. สำหรับคนที่ชอบรสออกเปรี้ยวแบบครีมชีสก็แนะนำค่ะ แต่คุณซะมีชอบแบบเดิมมากกว่า





เทียบกันแบบคำต่อคำ





ร้าน Di Shui Dong ก็เป็นอีกร้านหนึ่งที่ไม่ยอมพลาดค่ะ





กระดูกหมูทอดยี่หร่า





อาหารที่เหลือเป็น เท้าหมูตุ๋นเครื่องเทศ มะเขือยาวชุบแป้งทอดเครื่องเทศ และไก่ผัดพริก




สำหรับคนที่ทานเผ็ดไม่เก่ง ไม่ควรสั่งตามนี้ เพราะมันจะแสบปากที่เป็นขาเข้าไล่ยาวไปจนถึงขาออกเลยค่ะ


เผ็ดขนาดนี้ต้องหาของแก้ความเผ็ดกันหน่อย

อะไรเอ่ย...





มีคนบอกว่าที่เมืองไทย ไส้ไม่เยอะแถมแพงด้วย ที่เซี่ยงไฮ้ราคาก็ใกล้ๆ กัน แบบ Cookie crumb 10 RMB, เคลือบช็อคโกแลต 8 RMB และวานิลลา 7 RMB ส่วนไส้ขึ้นกับอารมณ์คนกดค่ะ บางอันกัดคำเดียวก็ไส้ทะลักไหลเลอะเทอะ แต่บางอันก็เหี่ยว ไส้แห้งไปเลย





ไปต่อกันที่ร้าน Chatea ทานอะไรง่ายๆ บ้าง

ร้านนี้มีอาหารเซ็ตหลากหลาย แต่เดี๋ยวนี้ไม่รวมเครื่องดื่มซะแล้ว (แก้วละ 28 RMB แพงกว่าบะหมี่ทอดกรอบร้านฮ่องกงอีกนะเนี่ย -*- )

เริ่มจากของทานเล่นก่อน เต้าหู้เหม็นค่ะ




ต่อด้วยชุดขาหมูกับเต้าหู้





และแกะทอด ที่เห็นเป็นเกรวี่อยู่ข้างบน เค้าจะแยกมาให้ แต่คุณน้องที่มาเสิร์ฟเธอเทพรวดเดียวหมดเลย แม้ว่าเพื่อนพนักงานจะท้วงแล้วว่า เกิดเค้าไม่ชอบจะทำไง แต่คุณน้องก็ไม่ฟังเลยค่ะ




ก่อนจบขอลงรูปผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการสำหรับอาหารทุกมื้อ (และหวังว่าจะเป็นต่อไปตลอดชีวิตด้วย )




และปิดท้ายด้วยท่าเลียนแบบของผู้รับการสนับสนุนอย่างเสมอต้นเสมอปลาย (พูดง่ายๆ ก็เกาะเค้ากินล่ะค่ะ )




 

Create Date : 14 มิถุนายน 2552    
Last Update : 18 พฤศจิกายน 2552 17:18:39 น.
Counter : 1269 Pageviews.  

## Airport bus, Pudong Airport อีกทางเลือกหนึ่งสำหรับ Backpackers

ว่าจะเอาข้อมูลรถบัสสนามบินมาขยายใส่ในบล็อกใหม่นานแล้ว แต่ก็ลืมทุกที วันนี้พอดีมีคนถามเรื่องเดินทางจากสนามบินในกระทู้พันทิป เลยนึกได้ว่าควรจะทำซะที จริงๆ แล้วมีในบล็อก *** พาทัวร์สนามบินผู่ตง เซี่ยงไฮ้ อาคาร 2 Pudong airport, Shanghai, terminal 2 *** เพียงแต่ขยายให้อ่านเข้าใจง่ายขึ้นเท่านั้นเองค่ะ

Airport bus ของสนามบิน Pudong จะมีจุดขึ้น 2 จุด คือ Terminal 1 และ 2 นะคะ ถ้าไปด้วย TG ก็จะลงที่ T2 ดังนั้นจึงขอยึดเวลาที่ T2 หากจะขึ้นที่ T1 ก็ลดเวลาลงไปประมาณ 5 นาที เช่น T2 เวลา 07:05-23:05 แปลว่า ถ้าขึ้นที่ T1 เวลาจะเป็น 07:00-23:00

ต้องบอกก่อนว่าเป็นข้อมูลเดือนพ.ย. 2008 ถ้ามีอะไรเปลี่ยนแปลงกลางเดือนมิ.ย.นี้จะเอามาบอกกันอีกทีค่ะ

สาย 1 จาก Pudong airport 07:05-23:05 ไป Hongqiao airport ออกทุก 15-25 นาที ราคา 30 RMB.

สาย 2 ไป Jing An temple 07:05-23:05 ออกทุก 15-25 นาที ราคา 19 RMB.

สาย 3 ไป Galaxy hotel 07:05-23:05 ออกทุก 15-20 นาที ราคา 2-20 RMB. (ขึ้นกับระยะทาง) ผ่าน Longyang Rd. Metro station/ Dapuqiao/Xujiahui

สาย 4 ไป Hongkou Football Stadium 07:05-23:05 ออกทุก 15-25 นาที ราคา 2-18 RMB. ผ่าน Deping Rd./ Wujiaochang/ Dabaishu/ East Jiangwan Rd.

สาย 5 ไป Shanghai Railway station 07:05-2305 ออกทุก 15-25 นาที ราคา 2-18 RMB. ผ่าน Pudong Avenue/ Oriental Hospital/ Middle Yan An Rd.

สาย 6 ไป Zhangshan Park 07:40-23:05 ออกทุก 20-30 นาที ราคา 2-20 RMB. ผ่าน Zhangjiang Rd./ Dongfang Rd./ Shimen Rd./ Huashan Rd.

สาย 7 ไป Shanghai South Railway station 07:55-23:05 ออกทุก 30 นาที ราคา 20 RMB.

สาย 8 ไป Lingang New Village รถออก 08:05/12:05/14:05/16:05/18:05 ราคา 16 RMB. ผ่าน Shiwan Town/ Huinan Town

Ring line No.1 ไป Hangchengyuan รถออก 08:05-19:20 ราคา 2-3 RMB. วิ่งวนในสนามบิน

Midnight line ไป Hongqiao airport รถออก 23:05 เป็นต้นไป ผ่าน Longyang Rd., Dongfang Rd., Huashan Rd./Hongxu Rd. ราคา 15/19/30 RMB.


ส่วน Maglev นั้น วิ่งจากสนามบินตั้งแต่เวลา 07:02-21:42
วิ่งจากสถานี Longyang ตั้งแต่เวลา 06:45-21:40
อาจมีการเปลี่ยนแปลงในอนาคตได้ ก่อนเดินทางตรวจสอบข้อมูลได้จากเว็บนี้ค่ะ //www.smtdc.com/en/jszl1_2.asp




 

Create Date : 08 มิถุนายน 2552    
Last Update : 8 มิถุนายน 2552 13:32:27 น.
Counter : 1149 Pageviews.  

@^ ^@ Qibao Old Town เลยใจเมืองเซี่ยงไฮ้ไปนิดเดียว @^^@

ดองได้ที่เกือบ 1 ปีพอดีกับการไปเที่ยว Qibao Old town ค่ะ

นั่งรถแท็กซี่จากสถานี Xinzhuang รถไฟใต้ดินสาย 1 ไปที่นี่ได้ในราคา 23 RMB ค่ะ ไปดูกันเลยละกัน (ฟอร์มของดองนี้ ไม่เกริ่นมากเพราะความจำเสื่อมค่ะ )

***** อัพเดท การเดินทาง ปัจจุบันรถไฟใต้ดินสาย 9 เสร็จแล้ว สามารถเดินทางด้วยรถไฟสาย 1 ลงสถานี Shanghai Indoor Stadium แล้วต่อด้วยสาย 4 ลงสถานี Yishan Rd.

ถึงสถานี Yishan Rd. แล้วเดินออกจากสถานีมุ่งหน้าตามป้าย ไปยังรถไฟใต้ดินสาย 9 ซึ่งทางขึ้นต้องเดินออกไปข้างนอกสถานีรถไฟใต้ดินสาย 4 ก่อน (อาจจะสร้างทางเชื่อมยังไม่เสร็จ เพราะเห็นมีการก่อสร้างอยู่ อนาคตอาจจะไม่ต้องเดินออกข้างนอกสถานีก็ได้ 09/12/09)

เดินออกมาแล้วเลี้ยวขวา มองหาป้ายสาย 9 ให้ดีๆ จากนั้นลงไปขึ้นสาย 9 ลงที่สถานีชื่อ Qibao เลย เมื่อลงจากรถ มุ่งหน้า Exit 2 เดินออกมาแล้วเลี้ยวซ้าย (หันหลังให้ทางออกสถานี) เดินตรงไปจนถึงแยกไฟแดง เลี้ยวซ้ายอีกครั้ง เดินตรงๆ ไป จะเห็นประตูหน้าตาโบราณๆ เป็นทางเดินเข้าไป Qibao เลยค่ะ *****

เดินไปเรื่อยๆ จะมีร้านขายของสองฝั่ง จนถึงประตูในรูปด้านล่างอีกครั้ง ก็แปลว่าถึงแล้วค่ะ




เข้าไปกันเลยดีกว่า




เริ่มจากป้ายทางเข้า (จะมีใครมองเห็นตัวหนังสือมั้ยนี่... )





เข้าไปถึงก็ผ่านร้านขายขนมจีนๆ เห็นคนมุงเยอะมากกกก ดูท่าทางจะเป็นร้านดังของคนท้องถิ่นค่ะ เลยลุยเข้าไปซื้อมา 1 ชิ้น ได้ขนมหน้าตาแบบนี้มาค่ะ



ผลจากการชิม คำเดียวก็เกินพอค่ะ


เดินไปดูวิวกันดีกว่า





หันขวา




หันซ้าย




พอลงสะพานข้ามคลองแล้วมองตรงไป
ม่ายน่อออออ... ขอนั่งรถกลับโรงแรมไปตั้งหลักก่อนได้มั้ย... ทำไมมีแต่หัวคนเต็มไปหมดแบบนี้




เหมือนสามีจะรู้ใจ เลยหาของกินมาล่อให้เดินต่อไป (ต๊าย...เค้าเห็นอิชั้นตะกละขนาดนั้นเชียวเหรอเนี่ย... แต่ก็นะ ตามเค้าไปต้อยๆ )




ดูเจ้าตัวที่เสียบไม้ชัดๆ สิคะ เห็นคนเดินแทะนกเสียบไม้กันเยอะเชียว (ถ้าไม่กลัวโดนชนแล้วไม้กระแทกปากทะลุถึงท้ายทอยก็คงได้ซื้อมาชิมแล้วค่ะเนี่ย )





ไก่ขอทานกับอะไรซักอย่างห่อใบบัวค่ะ




สายไหมลายหมูค่ะ




ไปดู Wedding hall ของสาวจีนในสมัยหมิงกับชิงกันดีกว่าค่ะ พอลงจากเกี้ยวแม่สามีจะต้องเป็นผู้พาเข้ามาที่นี่ค่ะ





เหมือนในหนังจีนมั้ยคะ





มีอะไรบ้างเนี่ย





เอ๊ะ... อะไรเนี่ย




แต่อันนี้น่ะโต๊ะเด็กแน่ๆ เทียบจากขนาดมือของสามีอิชั้น





ไปไม่ถึงห้องนอนซะทีแฮะเรา





ท่าทางจะสมบัติแยะนะนี่...





ไปวิวัฒนาการทอผ้าของชาวจีนกันดีกว่าค่ะ





เสื้อชาวจีนสมัยโน้นนนนน (เสื้อน่ะไม่เท่าไหร่ แต่แอบงงกับกางเกงเค้าค่ะ )





คุณป้ากำลังปั่นด้ายอยู่เลยค่ะ




ขึ้นด้ายเตรียมทอแล้ว...





เข้าเครื่องทอผ้า





ทอแล้วท่าทางผ้าคงจะฟูๆ ตัดลำบาก เลยต้องให้พี่ชายคนนี้มาเหยียบๆ ให้ผ้าแบนลงค่ะ





ดูชัดๆ ค่ะ





ส่งไปให้คุณลุงไปตัดเป็นเสื้อ





จุ๊ๆ อย่าเสียงดังค่ะ เดี๋ยวเค้าตกใจ เข็มจะตำเอาได้





ภาพรวมค่ะ




ที่นี่เหมาะสำหรับคนที่มีเวลาเที่ยวในเซี่ยงไฮ้น้อยค่ะ ไม่ต้องเสียค่าผ่านประตูหยุมหยิมด้วย เพียงแต่ไปเสียค่าเข้าตรงส่วนที่ทอผ้า คนละ 5 หยวนเท่านั้นเองค่ะ


***** คำแนะนำเพิ่มเติม ถ้าไม่ต้องการไหลแทนการเดิน ไปชีเป่าในวันธรรมดาจะเหมาะที่สุดค่ะ เพราะที่เพิ่งไปมาในวันที่ 9/12/09 พบว่า เดินสะดวกสบายกว่ากันมาก ถ่ายรูปได้มุมสวยๆ เยอะกว่าไปวันเสาร์อาทิตย์แน่นอน *****




แต่ก็อาจเป็นไปได้ว่าที่คนน้อยเพราะอยู่ในช่วงฤดูหนาว คนเลยไม่ค่อยนิยมเที่ยวก็ได้นะคะ




ขอให้สนุกกับการเที่ยว Qibao ค่ะ




 

Create Date : 03 เมษายน 2552    
Last Update : 10 ธันวาคม 2552 11:55:40 น.
Counter : 2925 Pageviews.  

@^ ^@ ไม่รู้จะทำอะไรดี หาของกินในเซี่ยงไฮ้ก็แล้วกันค่ะ @^ ^@

เช้าวันที่ขี้เกียจออกจากบ้าน ทำอาหารทานเอง โดยไปซื้อ Hash brown แบบทำสำเร็จมาจาก City supermarket ค่ะ ทำไม่ยากเลย จะเข้าไมโครเวฟหรือทอดก็ได้ แต่อิชั้นเป็นคนกลัว (ไม่) อ้วนมาก จะทานเปล่าก็ใช่ที่ ต้องมีเบคอน ซาลามี่ และไข่ดาว ให้มันครบเครื่องหน่อย ถ้าคุณหมอเห็นก็คงจะเข้าใจว่าทำไมไขมันกะความดันถึงไม่ยอมลงมา 2 ปีแระ



ช่วงเย็นทานอีกวันก็ทำ Mapo Doufu ค่ะ ทำโดยใช้ผงปรุงสำเร็จรูปของ Mc Cormick นี่ล่ะค่ะ ทำง่ายมากๆ



แล้วก็สปาเก็ตตี้มั่วซั่ว ใส่กระเทียม พริกขี้หนู เบคอน ไข่กุ้ง เผ็ดจ๊ากถึงใจ หายคิดถึงอาหารไทยไปได้หน่อยนึง



ซุปเสฉวนค่ะ นี่ก็มาจากผงปรุงสำเร็จรูปเหมียนกัลลลล์ ง่ายดีแท้ เติมน้ำ รอให้เดือด แล้วใส่ไข่ไก่ลงไป ก็เสร็จแล้วค่ะ



ช่วงนี้ชาวจีนกำลังนิยมขนมไหว้พระจันทร์กันมาก มากขนาดที่มีคนเอา Voucher มาขายเอากำไรกันได้เลยค่ะ ร้านที่ดังๆ ตรงถนนคนเดิน (Nanjing East road = หนานจิงตงลู่) ถึงขนาดต้องรอคิวกัน เห็นฝรั่งเค้าเล่าว่า (จะเชื่อได้รึเปล่าก็ไม่รู้ ฟังฝรั่งเม้าท์เนี่ย...) บางร้านต้องซื้อ Voucher กัน 2 สัปดาห์ก่อนวันขายจริง ... เดินไปถนนไหนๆ ก็ต้องเจอคนหิ้วถุงขนมไหว้พระจันทร์ค่ะ เค้าเริ่มกันมาตั้งแต่ต้นก.ย. จนถึง 14 ก.ย. ปีนี้

เขียนมายาว ไม่มีหรอกค่ะรูปขนมไหว้พระจันทร์จริงๆ น่ะ เพราะจำได้ว่าเคยทานของ JW Marriott เมื่อ 4-5 ปีก่อน ทั้ง 6 ชิ้น กัดไปคำเดียวต้องส่งต่อให้สามีทันที สงสัยลิ้นไม่ถึงของดีๆ แบบนี้ แต่ชอบกล่องของเค้ามากๆ เพราะเป็นแม่เหล็กปิดทับฝา สวยมาก

ซึ่งเมืองไทยเค้าก็นิยมทำแบบนี้กันมาระยะนึงแล้ว ต้องบอกว่ารสชาติของขนมไหว้พระจันทร์เมืองไทยกับสิงคโปร์อร่อยกว่าที่จีนมาก (คนจีนไปทานของไทยก็คงบ่นแบบเดียวกันแน่ๆ เลย ของแบบนี้คงเป็นที่ความคุ้นเคยมากกว่าค่ะ) ปีนี้กะว่าจะชิมซะหน่อย แต่สามีห้ามไว้ค่ะ เพราะต้องซื้อกันทีละกล่อง กล่องนึงเล็กสุดก็มี 4 ชิ้นแล้ว

เลยต้องมาอาศัยของ Haagen Dazs แทนค่ะ ทานชิ้นเดียวไม่พอเลยที่นี่ เพราะเป็นไอศกรีมค่ะ ชิ้นละ 68 RMB .... อยากกลับไปซื้อขนมไหว้พระจันทร์ที่บ้านก็เพราะงี้แหละค่ะ



ตัดมาแล้ว ไหนล่ะพระจันทร์



อ้อ...เจอแล้ว เป็นไอศครีมรสพีชค่ะ ตัดหวานกับไอศครีมวานิลลารอบๆ ได้ดีทีเดียว อ้อ...ที่นี่เค้ามี 2 รสนะคะ วานิลลา กับ สตรอเบอรี่



สั่งมาอีกถ้วยนึง Royal Monte-carlo 68 RMB เหมียนกัลลล์ (แต่รู้สึกว่าให้ไอศครีมน้อยกว่าสาขาที่เสิ่นหยางแฮะ)



ขนมเจ้าโปรดค่ะ Beard Papa วันนี้ขอเสนอรสชาเขียวค่ะ



และรสเบอรี่รวม



สรุปแล้วอันที่เป็นคุกกี้ครัมป์เกาะอยู่ที่ตัวแป้งนั้น เริ่ดสุดแล้วค่ะ ราคาเท่ากับ 2 อันบนนั่นด้วย หน้าตาแบบนี้ค่ะ



เครื่องดื่มที่ชอบอีกอย่างคือ Wong lao zi เป็นชาสมุนไพรค่ะ รสหวานนิดๆ ดื่มเย็นๆ แล้วชื่นใจมาก ที่สำคัญเจ้าของเค้าใจบุญมากค่ะ ช่วงที่เกิดภัยในเสฉวน เค้าบริจาคเยอะมาก จะไม่ได้ว่า 10 หรือ 20 ล้านหยวนเพื่อช่วยผู้ประสบภัยนะคะ ใจดีแบบนี้เลยอยากยิ่งอุดหนุนเค้าค่ะ กระป๋องนึงแพงกว่าโค้กนิดเดียวเอง



ขวดนี้เป็นเครื่องดื่มโปรดของสามีค่ะ เป็นน้ำโซดาเกลือกลิ่นมะนาว ดื่มเย็นๆ ซ่าถึงใจดีนักแล



เอารูปให้ดูชัดๆ นะคะเผื่อใครสนใจจะชิม



อีกวันนึงก็ไปทานร้านโปรดค่ะ ร้าน Grape หรือ Pu1 tao4 yuan2 เมนูประจำคือ Laziji หรือไก่ผัดพริกแห้งค่ะ ร้านนี้เป็นไม่กี่ร้านในเซี่ยงไฮ้ที่ทำแบบไม่มีกระดูกให้ค่ะ



อ้าว... ข้ามออร์เดิร์ฟไปซะงั้น... ไก่แช่เหล้าค่ะ ราคาถูกมากจานนี้ แต่กระดูกเพียบ นี่เป็นอาหารจานแรกของร้านนี้ที่ขัดใจสุดๆ ค่ะ



เมนูเดิมอีกเหมือนกัน เป็ดปักกิ่งค่ะ จานนี้ทานช้าไปหน่อยเดียว เหี่ยวซะแระ....



จานนี้ของใหม่ค่ะ ปลาราดพริกแกง เป็นปลาจะละเม็ดทอดราดด้วยพริกแกงคล้ายแกงกะหรี่ปลาเลยค่ะ เผ็ดแบบนวลๆ อร่อยดีค่ะ



ล่าสุดเมื่อวานนี้ค่ะ เพื่อนพาไปทานร้านอาหารหูหนาน Mapo Doufu อร่อยมากๆ มากกว่าร้าน Xinjishi และ Grape ที่เคยหลงใหลได้ปลื้มมานานอีกค่ะ



Ziran ribs กับ มะเขือยาวชุบแป้งทอดแบบเผ็ดค่ะ อร่อยมากกกกก เมนูนี้น้องแพรแนะนำค่ะ



ล่าจื่อจีค่ะ Laziji อันนี้ไม่ไหวค่ะ พริกกับกระดูกไก่



น้ำชากานี้ ทีแรกไม่ยอมดื่มเพราะคิดว่าเป็นชาธรรมดาค่ะ เลยสั่งโค้กมาซะ แต่พอโค้กหมด เพิ่งมาเห็นว่าเป็นชาเก๊กฮวย หอมชื่นใจ



ล่าสุดเมื่อเที่ยงนี้ค่ะ ร้าน Wu Qi Tang Guan (Grandma's kitchen) ขายอาหารสไตล์ฮ่องกง ใช้ได้เลยทีเดียว จัดว่าประมาณเดียวกับสิ้นหวัง Xin Wang (ชิ้นว่าง) เลยค่ะ แต่ไม่มีติ่มซำ (งงมั้ยคะ) แถมร้านติ่มซำบนถนนนี้ห่างกันแค่ไม่กี่ห้องเองด้วย เลือกได้ค่ะ บนถนน Changle ตัดกับ Maoming นะคะ เลขที่ 175 ค่ะ ห้องนี้อยู่กลางระหว่างร้าน Xinwang, Bifengtang กับ Wu Qi นะคะ ร้าน Wu Qi นี่คุณ IT Girl แนะนำมาค่ะ

หน้าร้าน Wu Qi Tang Guan



ติดกันเป็นร้าน Bifengtang ค่ะ คุณเพื่อนที่น่ารักบอกว่า ร้านนี้จะให้อร่อยต้องมี 1996 ต่อท้ายด้วยนะคะ



ถัดไปหน่อยเป็นร้าน Xinwang ค่ะ ร้านเหลืองนี่แหละค่ะ



กลับมาร้าน Wu Qi ต่อ วันนี้ไปคนเดียว ทานได้หน่อยเดียวค่ะ ลองของพื้นๆ ดูบ้าง จะได้วัดกันกับร้านฮ่องกงอื่นๆ ในเมืองนี้



มีเว็บไซต์ด้วยค่ะ



เครื่องดื่มประจำของคนฮ่องกง ชามะนาว



บะหมี่เกี๊ยว



หมูแดงค่ะ รสชาติดี แต่สู้ร้าน Loong Kee ที่ Sogo ยังม่ายล่ายยยยย



ร้าน Wu Qi นี่จริงๆ แล้วน่าจะขึ้นชื่อเรื่องซุปค่ะ เพราะเป็น Tang guan แล้วเกือบทุกโต๊ะก็สั่งซุปมาทาน หอยลายผัดก็น่าทานมากๆ เพราะเป็นจานร้อนมาเลยค่ะ เสียดายที่คราวนี้ไปคนเดียว ไว้คราวหน้ามาเซี่ยงไฮ้ใหม่ต้องไปลุยอีกทีค่ะ




 

Create Date : 09 กันยายน 2551    
Last Update : 24 กันยายน 2551 10:15:29 น.
Counter : 2104 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  

L@st love
Location :
Shenyang China

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 14 คน [?]




ที่ว่า พลัดถิ่น กิน เที่ยว ช้อปฯ ไปกับรักครั้งสุดท้าย เพราะรักครั้งนี้พาระหกระเหินไปโน่นมานี่ อยู่ตรงโน้นนิด ตรงนี้หน่อยไปเรื่อยเปื่อยค่ะ

จึงพอจะเข้าใจความรู้สึกของคนที่ต้องพลัดจากบ้านไปอยู่ถิ่นที่ไม่คุ้นเคย อาหารที่ชอบก็หาไม่ค่อยได้ ของที่เคยใช้ก็ไม่ค่อยอยากจะมีให้ซื้อ ฯลฯ

บล็อกนี้เลยถือกำเนิดขึ้นมาเมื่อวันที่ 13 ต.ค. 2549 เพราะคิดว่าอาจจะเป็นประโยชน์กับคนที่ตกอยู่ในสภาพเดียวกันบ้างไม่มากก็น้อยนะคะ ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องทางจีนๆ ก็แหม...ทางตะวันตกน่ะ หาอะไรก็ง่ายอยู่แล้วนี่คะ รู้ภาษาอังกฤษซะอย่างไปไหนก็เอาตัวรอดได้

หลังจากแว่บไปเก็บความรู้ตามบล็อกตกแต่งต่างๆ แล้ว ปริมาณเทคโนโลยีในสายเลือดก็ค่อยเพิ่มขึ้นมาในระดับหนึ่ง ตอนนี้จึงมีบล็อกที่ทำสำเร็จหลายบล็อกเลยค่ะ (ขอบคุณป้ามดและอีกหลายท่านค่ะ)

ขอบคุณทุกท่านที่แวะเข้ามา เชิญไปเที่ยว ชม ช้อปฯ และชิมด้วยกันเลยค่ะ มีคำแนะนำ ติ ชมอย่างไร ฝากข้อความมาได้เลยนะคะ ยินดีที่ได้รู้จักและรับทุกความเห็นค่ะ





สงวนลิขสิทธิ์ ตามพรบ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537

ภาพและบทความบนเวบไซต์แห่งนี้ จัดทำเพื่อเผยแพร่บนเวบ bloggang.com และ pantip.com เท่านั้น

"ห้ามนำภาพ ข้อความ หรือส่วนหนึ่งส่วนใดของภาพ และ/หรือ ข้อความในเวบไซต์แห่งนี้ไปใช้ก่อนได้รับอนุญาต หากละเมิดจะถูกดำเนินคดี ตามที่กฏหมายบัญญัติไว้สูงสุด"
Friends' blogs
[Add L@st love's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.