Group Blog
 
All blogs
 
ตัวอย่างเศรษฐกิจพอเพียง

โดย สายฝน เม่าทอง(เทคโนโลยีชาวบ้าน)

จำเนียร กาญจนพรหม เกษตรกรเมืองตรัง อยู่อย่างพอกิน-พอใช้ จนได้รางวัลดีเด่นระดับภาค



ขอเอามาเป็นแบบอย่างครับ เพื่อนำไปประยุกต์ใช้ (ฉบับนี้ก็ซื้อไว้ ติดตามแทบทุกฉบับครับ)

จากพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2540 ที่พระราชทานให้กับพสกนิกรชาวไทยทั่วประเทศให้ใช้ชีวิตอย่างพอมี พอกิน พอใช้ ไม่ฟุ้งเฟ้อ เพื่อให้ชาวไทยทั้งชาติสามารถฟันฝ่าวิกฤตเศรษฐกิจไปได้ ปัจจุบัน แม้ว่าเศรษฐกิจของไทยจะดีขึ้นบ้างตามลำดับก็ไม่ได้หมายความว่าแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงจะถูกมองข้าม หรือยุติลงแค่นั้น ทว่ากลับได้รับการยอมรับในการนำมาเป็นกรอบแนวคิดเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากของประเทศ ให้ก้าวไปสู่ความยั่งยืนต่อไปในอนาคต

และเพื่อให้เป็นไปตามแนวพระราชดำริ เรื่อง เศรษฐกิจพอเพียง ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา จึงได้ร่วมมือกันจัดทำ "โครงการชีววิถีเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน" ขึ้นเพื่อเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจในเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง และการทำการเกษตรแบบผสมผสาน การส่งเสริมให้เกษตรกรได้ใช้จุลินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพ (Effective Microorgaism หรือ EM) แทนการใช้สารเคมี ทั้งในด้านการเพาะปลูก การเลี้ยงสัตว์น้ำ การปศุสัตว์และสิ่งแวดล้อม โดยเน้นการปลอดสารพิษเป็นหลัก และตลอด 2 ปี ที่ผ่านมาได้มีเกษตรกรทั่วประเทศเข้าร่วมโครงการเป็นจำนวนมาก และหนึ่งในนั้นคือ คุณจำเนียร กาญจนพรหม อายุ 45 ปี อยู่บ้านเลขที่ 107 /1 หมู่ 12 ตำบลนาท่ามเหนือ อำเภอเมือง จังหวัดตรัง 92190 ที่ยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียงในการดำเนินชีวิต จนได้รับรางวัลชนะเลิศระดับภาคใต้ของโครงการชีววิถีเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนในที่สุด

คุณจำเนียร ได้เล่าให้ฟังถึงชีวิตของตนเองก่อนที่จะเข้าร่วมโครงการชีววิถีฯ ว่า เดิมมีอาชีพทำสวนยางพารา ปลูกผัก และเลี้ยงสัตว์ ได้แก่ สุกร และไก่ ควบคู่ไปด้วย ส่วนสามีก็รับราชการ รายได้ก็พอมีพอใช้จ่ายภายในครอบครัว หลังจากที่ การไฟฟ้าฝ่ายผลิต (กฟผ.) และวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีตรัง สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ได้เข้ามาส่งเสริมและให้ความรู้เรื่องเศรษฐกิจพอเพียง ก็ชักชวนเพื่อนบ้านไปดูว่าเศรษฐกิจพอเพียงจริงๆ แล้วมันเป็นอย่างไร พอเห็นว่าไม่จำเป็นต้องมีพื้นที่มากและตัวเองมีพื้นที่อยู่ประมาณ 1 ไร่ ก็คิดว่าน่าจะเลี้ยงปลาในบ่อพลาสติก และปลูกผักรอบๆ บ่อปลา เหมือนที่เจ้าหน้าที่มาแนะนำ ดังนั้น เมื่อเห็นตัวอย่างแล้วก็ลองทำดู

ในช่วงเดือนเมษายน ปี 2548 ด้วยการขุดบ่อปลา กว้างxยาวxลึก เท่ากับ 2x4x1 เมตร และรอบๆ บ่อปลาก็ปลูกผักสวนครัวที่ดูแลได้ง่าย เช่น ผักกูด ไว้โดยรอบ พื้นที่บริเวณบ้านก็ปลูกผักสวนครัว เช่น พริก มะเขือ ตะไคร้ ฟัก และอื่นๆ อีกมากมาย เวลาจะกินจะใช้ภายในครัวเรือนก็ไม่ต้องไปซื้อที่ไหน

คุณจำเนียร กล่าวว่า ตนเองได้นำแนวคิดเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมาใช้กับการเกษตรใน 4 เรื่องด้วยกัน ได้แก่ การเพาะปลูก การปศุสัตว์ การประมง และสิ่งแวดล้อม ทั้งหมดนี้จะเน้นเรื่องความปลอดภัย ปลอดสารพิษ สารเคมีเป็นหลัก คือ จะใช้วิธีการทางชีวภาพทั้งสิ้น ตอนแรกคิดว่ามันจะเป็นไปได้อย่างไร แต่พอลองทำจริงๆ ก็ปรากฏว่าการใช้พวกจุลินทรีย์ต่างๆ สามารถใช้ได้กับทุกเรื่องในชีวิตประจำวัน เริ่มตั้งแต่การเพาะปลูกเมื่อใช้พวก EM นอกจากจะปลอดภัยไม่เป็นอันตรายต่อตัวผู้ใช้แล้ว ยังทำให้ผลผลิตเพิ่มขึ้น ในด้านการปศุสัตว์ ก็ช่วยบำบัดกลิ่นในคอกสุกร การทำความสะอาดคอกสุกร เป็นการป้องกันเชื้อโรคที่เกิดขึ้นกับสัตว์ไปในตัว ด้านการประมงก็นำ EM มาใช้ได้ในบ่อปลา คือลดปัญหาน้ำเน่าเสีย และด้านสิ่งแวดล้อม ยังช่วยดับกลิ่นในห้องน้ำ บำบัดน้ำเสียบริเวณบ้าน และยังช่วยแปรสภาพเศษอาหารในครัวเรือนให้กลายเป็นปุ๋ยบำรุงดินสำหรับต้นพืชได้

เริ่มต้นคุณจำเนียรเลี้ยงปลาจำนวน 2 บ่อ เท่านั้น แต่เมื่อเห็นว่าให้ผลผลิตเป็นที่น่าพอใจจึงขยายบ่อปลา จนถึงขณะนี้คุณจำเนียรมีบ่อปลาทั้งหมด 8 บ่อแล้ว เป็นปลาดุก 5 บ่อ ปลาหมอ 1 บ่อ ปลานิล 1 บ่อ และกบอีก 1 บ่อ เจ้าตัวได้เล่าให้ฟังถึงขั้นตอนในการเลี้ยงปลาว่า หลังจากเตรียมบ่อเรียบร้อยแล้ว ก็ปล่อยน้ำลงบ่อทิ้งไว้ประมาณ 3 วัน แล้วให้ใส่จุลินทรีย์ลงไปด้วยเพื่อปรับสภาพน้ำให้มีสีเขียว คือให้มีอาหารสำหรับปลานั่นเอง จากนั้นก็ใส่พวกผักบุ้ง ผักกระเฉด ลงไปในบ่อ และสังเกตว่าผักเหล่านี้เริ่มเจริญเติบโตได้ดี ก็แสดงว่าสภาพน้ำเริ่มใช้ได้แล้ว ให้นำพันธุ์ปลาไปปล่อยได้ ใช้เวลาประมาณ 3 เดือนครึ่งปลาก็เริ่มโตแล้ว สำหรับต้นทุนของอาหารปลาทั้งหมด 3 เดือน ก็อยู่ที่ประมาณ 1,300 บาท ซึ่งถือว่าคุ้มค่ามาก เพราะผลผลิตที่ได้เมื่อเหลือจากการบริโภคในครัวเรือนก็นำไปจำหน่าย ถึงตอนนี้ก็สร้างรายได้เสริมถึงจุดคุ้มทุนแล้ว

"สิ่งสำคัญจากการเลี้ยงปลา ปลูกผัก ตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงไม่ได้อยู่ที่รายได้จากการขายผลผลิต เราไม่ได้วัดความสำเร็จจากเรื่องนี้ แต่อยู่ที่ความปลอดภัยของครอบครัวที่มั่นใจได้ว่าอาหารทุกชนิดที่ลูกๆ หรือสามีรับประทานนั้นไม่มีสารพิษตกค้างแน่นอน เพราะเราปลูกผัก เลี้ยงปลามาเองกับมือ ทุกวันนี้เรารู้สึกไม่มั่นใจความปลอดภัยจากผักที่วางขายในท้องตลาด

ดังนั้น ปลูกกินเองดีกว่า สบายใจกว่าเยอะ และยังเป็นการลดรายจ่ายภายในบ้านด้วย ทุกวันนี้ไปตลาดก็แทบจะไม่ต้องซื้ออะไรมาก เพราะทุกอย่างก็มีอยู่ในแปลงผักข้างบ้านของเราแล้ว สำหรับผัก และปลาที่ขายได้ถือเป็นผลพลอยได้จากความพยายามของเรา ตอนนี้ก็มีคนมาซื้อถึงบ้าน เขาได้ยินแล้วบอกต่อๆ กันมา อย่างกบขายได้ราคาดีกิโลกรัมละ 65 บาท เลยคิดว่าจะขยายบ่อกบเลี้ยงอีกประมาณ 1,000 ตัว ไม่ต้องมาก 5-6 เดือน ก็โตเต็มที่แล้ว" คุณจำเนียร กล่าว

เมื่อเดินสำรวจบริเวณแปลงผักสวนครัวของคุณจำเนียรและครอบครัวก็จะเห็นว่าเจริญเติบโตได้ดี สภาพดินก็ไม่แห้ง เจ้าตัวบอกว่า ทั้งหมดนี้เป็นผลมาจากการใช้ปุ๋ยชีวภาพ ปุ๋ยหมักที่ทำใช้กันเองภายในครอบครัว และที่สำคัญสามารถนำน้ำจากบ่อปลามารดผักได้ ถือเป็นภูมิปัญญาพื้นบ้านที่ทำกันมานานแล้ว และยังใช้ได้ดีอยู่ไม่ต้องไปจ่ายเงินซื้อปุ๋ยอีก และจากที่ทำมาทั้งหมด การเพาะปลูกจะให้ผลตอบแทนในเรื่องของรายได้มากที่สุด เพราะไม่ต้องลงทุนอะไร เมล็ดพันธุ์ ต้นพันธุ์ต่างๆ เจ้าหน้าที่ก็ให้มา หลังจากนั้นก็มาขยายพันธุ์ต่อเอง ถ้าเราตั้งใจจริงมีเวลาให้กับมันก็มีแต่ได้กับได้ ไม่มีอะไรต้องเสีย และยิ่งในช่วงหน้าแล้งผักจะขายได้ราคาดี เพราะของเราจะงามกว่าที่อื่นช่วงนั้นบวบขายได้หลายร้อยบาทเลยทีเดียว และเมื่อลองคำนวณถึงรายได้จากการขายของที่ปลูกเอง เลี้ยงเองเดือนหนึ่งประมาณ 400-500 บาท คุ้มค่ามาก ดีกว่าปล่อยพื้นที่ทิ้งไว้โดยเปล่าประโยชน์

และไม่ใช่แค่แปลงผักเท่านั้น เมื่อลองเดินไปสุดทางข้างหลังบ้านของคุณจำเนียรก็จะเห็นต้นยางพาราเรียงแถวเป็นระเบียบเรียบร้อย พร้อมด้วยโรงเรือนสำหรับเพาะเห็ด โรงเรือนไก่ และคอกสุกรอยู่ระหว่างแถวยางพารา ซึ่งจัดการพื้นที่ได้อย่างคุ้มค่าและเป็นระเบียบเรียบร้อยมาก

คุณจำเนียร บอกว่า เริ่มแรกก็เลี้ยงสัตว์ในสวนยางพาราก่อน รายได้ก็พอจุนเจือครอบครัวแล้ว แต่พอมาเลี้ยงปลา ปลูกผักแบบพอเพียงก็ช่วยสร้างความมั่นใจให้กับตัวเองมากขึ้น เพราะไม่ว่าเศรษฐกิจจะเป็นอย่างไร ยางพาราจะราคาตกหรือไม่เราก็อยู่ได้ อย่างน้อยก็มีข้าวปลาอาหารพร้อมแล้ว ไม่ต้องไปกังวลว่าวันนี้จะหาอะไรให้ลูกกิน

"จำเป็นต้องตื่นแต่เช้ามืด เพราะต้องลุกขึ้นมากรีดยาง หลังจากนั้นก็เริ่มทำความสะอาดคอกหมู ให้อาหารไก่ ให้อาหารปลา และดูแลความเรียบร้อยของแปลงผัก ใช้เวลาครึ่งวัน แล้วช่วงบ่ายๆ ก็หาอะไรทำเรื่อยๆ จะเห็นว่ามีงานอะไรให้ทำมากมายในแปลงผักถ้าเราคิดจะทำ หลายคนบอกว่าเหนื่อยทำไมต้องทำอะไรให้มันวุ่นวายขนาดนี้ เพื่อนผู้หญิงข้างบ้านเขาก็ไม่ทำกัน แค่กรีดยางก็หนักหนาแล้ว พอเริ่มทำแรกๆ ก็เหนื่อยเหมือนกัน แต่พอเข้าที่เข้าทางแล้วก็เริ่มรู้สึกสนุกกับงาน ยิ่งผักขึ้นงามเท่าไหร่ เราก็มีความสุขตามไปด้วย การอยู่กับแปลงผักเขียวๆ ทุกวัน มันก็ทำให้เราใจเย็นขึ้นมาก" คุณจำเนียร กล่าว

อย่างไรก็ตาม คุณจำเนียร ได้ให้ข้อแนะนำสำหรับแม่บ้านทุกคนที่คิดจะสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจในครอบครัวด้วยการทำการเกษตรแบบยั่งยืนว่า ไม่จำเป็นต้องมีเงินทุน หรือใช้พื้นที่มากมาย แต่ให้ศึกษาข้อมูลต่างๆ ให้เข้าใจก่อน อาจจะหาความรู้จากหนังสือ นิตยสารต่างๆ หรือสอบถามจากผู้รู้ ผู้เชี่ยวชาญ สิ่งสำคัญคือ การยอมรับการเปลี่ยนแปลง ยอมรับเอาเทคโนโลยีการเกษตรหรือความรู้อะไรใหม่ๆ มาใช้บ้าง และรู้จักนำภูมิปัญญาชาวบ้านที่ใช้กันมานานแล้วนำมาใช้ต่อ อย่าไปคิดว่ามันเป็นงานหนักสำหรับผู้หญิง มันจะทำให้เรารู้สึกภาคภูมิใจที่มีส่วนช่วยให้คนในครอบครัวได้อยู่ดีกินดี ซึ่งคิดว่าแม่บ้านหลายคนทำได้ถ้าคิดที่จะทำจริงๆ ไม่ต้องรอให้พ่อบ้านเป็นคนเริ่มก่อน ไม่เช่นนั้นจะเสียโอกาส

และผลจากความพยามยาม ความตั้งใจของคุณจำเนียร ทำให้เธอได้รับรางวัลชนะเลิศระดับภาคของโครงการชีววิถีเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย แม้ว่ารางวัลจะไม่ได้เป็นเป้าหมายในชีวิตของเธอ แต่มันก็ช่วยสร้างกำลังใจให้ผู้หญิงคนนี้ได้ทำในสิ่งที่เป็นประโยชน์แก่ครอบครัวและสังคมต่อไป และตอนนี้ผลงานของคุณจำเนียรได้กลายเป็นจุดถ่ายทอดเทคโนโลยีของโครงการชีววิถีฯ และเป็นแหล่งความรู้ทางด้านการเกษตรแบบยั่งยืนให้กับผู้สนใจจากทั่วประเทศ สำหรับท่านใดที่สนใจเศรษฐกิจแบบพอกินพอใช้ตามแบบฉบับของคุณจำเนียรก็ติดต่อได้ตามที่อยู่ข้างต้น หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เบอร์โทรศัพท์ (07) 275-4050 หรือติดต่อที่ คุณวิรัตน์ กาญจนพรหม ได้ที่ โทร. (09) 871-1160 ได้ทุกวัน




Create Date : 10 พฤษภาคม 2549
Last Update : 3 มิถุนายน 2553 10:28:08 น. 24 comments
Counter : 4601 Pageviews.

 
มาดูเศรษฐกิจเพียงพอ และมาดูนกบินด้วย


โดย: ป้ามดปากพนัง (ป้ามด ) วันที่: 15 พฤษภาคม 2549 เวลา:16:03:15 น.  

 
หวัดดีครับ ป้ามด

นอกจากมีนก แล้วมีเพลงด้วนน่ะครับ มั่วไปหมดแล้ว

อิอิ ..ลองแบบมั่วๆ ไปแอบดู จากบล๊อกป้าด้วยครับ แต่ทำตามไม่ได้

ยากจัง


โดย: โจ-หลังสวน (โจ-หลังสวน ) วันที่: 16 พฤษภาคม 2549 เวลา:9:51:35 น.  

 
วันนี้ก็ฟังเพลงได้แล้วนี่ พ่อโจจ๋า
เดี๋ยวก็ทำได้เองละ ป้ามดเข้ามาทำบล็อกแบบไม่มีความรู้สักนิดเดียว แล้วก็นั่งหน้าจอทั้งวัน หัดเรียนโน่นเรียนนี้จากเว็ปต่างๆ แล้วก็มาจดใส่ไว้ ทางทีมงานเขาเอาไปโปรโมทให้ ก็เลยมีคนเข้ามาดู

อยากทำอะไรก็บอกนะคะ ถ้าช่วยได้ก็จะช่วย หรือจะขอเพลงก็ได้ ป้ามดมีเพลงลูกทุ่งกึ่งศตวรรษไทยอยู่หลายชุดเลย จะเอามาแจกกัน ลองไปเขียนขอที่บล้อกป้ามดนะ


โดย: ป้ามด วันที่: 16 พฤษภาคม 2549 เวลา:13:30:50 น.  

 
โอ้โหบล็อคนี้ เหมาะกับพี่โจ จิรงจริง


โดย: อิงฟ้า IP: 210.246.150.23 วันที่: 16 พฤษภาคม 2549 เวลา:16:56:10 น.  

 
หวัดดีคับ คุณน้องอิง



ทดสอบใส่รูป







โดย: โจ-หลังสวน (โจ-หลังสวน ) วันที่: 16 พฤษภาคม 2549 เวลา:18:38:18 น.  

 
ได้ความรู้มากคะ


โดย: หญิง แม่แจ่ม IP: 203.155.194.129 วันที่: 16 กันยายน 2549 เวลา:8:18:11 น.  

 
แวะเข้ามาชมค่ะ เพราะอาจารย์ให้เขียนโครงการเกี่ยวกับเศรษฐกิจพอเพียง ก็เลยต้องเข้ามาหาข้อมูล ยากมากค่ะ
ใครมีประสบการกรุณาแนะนำด้วย....จะขอบพระคุณเป็นอย่างสูง....


โดย: ปุ้มปุ้ย IP: 203.144.187.18 วันที่: 14 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:11:07:22 น.  

 
แวะมาเยี่ยมค่ะ เพลงฮิตซะด้วย อิอิ!!


โดย: ข้าวพอง วันที่: 5 เมษายน 2550 เวลา:12:27:14 น.  

 


โดย: ดา IP: 202.28.77.33 วันที่: 22 กันยายน 2550 เวลา:15:22:33 น.  

 
แวะมาเยี่ยมค่ะ...สบายดีรึเปล่าเอ่ย


โดย: Why England วันที่: 2 กรกฎาคม 2551 เวลา:15:06:29 น.  

 
เว็บนี้ดีมากครับ


โดย: วันเลิมครับ IP: 125.27.206.215 วันที่: 20 สิงหาคม 2551 เวลา:10:47:35 น.  

 
ขอบคุณครับ


โดย: หเกเดกห IP: 222.123.89.143 วันที่: 27 สิงหาคม 2551 เวลา:17:49:41 น.  

 
กดกดกด


โดย: ดอหด IP: 222.123.89.143 วันที่: 27 สิงหาคม 2551 เวลา:17:50:44 น.  

 
สวัสดีค่ะ ยินดีต้อนรับ


โดย: อร IP: 61.19.71.10 วันที่: 13 มกราคม 2552 เวลา:13:10:08 น.  

 
สวัสดีคร๊าบ


โดย: ด้า IP: 125.27.148.59 วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:15:24:46 น.  

 
จะทำไมล่ะ


โดย: กูเอง IP: 112.142.14.52 วันที่: 15 กรกฎาคม 2552 เวลา:14:02:31 น.  

 
เศรษฐกิจพอเพียงดีมาก เนื้อหาเข้าใจง่าย ปล.อ่านแล้วไม่เข้าใจ เยี่ยมมาก
น่ารักที่สุดเลย


โดย: kuy IP: 112.142.14.52 วันที่: 15 กรกฎาคม 2552 เวลา:14:06:57 น.  

 
อาราย อะ

งง ดิ มากด้วยย

อิอิ 555+


โดย: ม่ายมี IP: 58.11.23.66 วันที่: 29 สิงหาคม 2552 เวลา:21:11:56 น.  

 
แบงค์รักไข่มุข+มะปราง


โดย: แบงค์ IP: 61.90.76.179 วันที่: 9 กันยายน 2552 เวลา:18:14:55 น.  

 
สมัครสมาชิกอย่างไรครับ


โดย: หมู หนองเป็ด IP: 110.49.172.160 วันที่: 16 กรกฎาคม 2553 เวลา:10:06:10 น.  

 
น่าสนใจเลยทีเดียวค่ะ คุณโจ เสียดายที่อยู่ภาคใต้ หากเป็นภาคเหนือจะขอไปดูงานแร่ะ

ฝนแวะมาทักทาย และฝากคุณโจ ว่าหากมีเกษตรกรรายเล็ก ที่เขาทำ ไบโอแก๊สจากมลูหมู ส่งลิงค์ หรือสะกิดให้ฝนเข้ามาดูนิดนึงนะคะ กำลังหาข้อมูลว่าจะไปดูงานอยู่


ที่สวนเป็นไงคะ มีอะไรคืบหน้า เล่าให้กันฟังมั่งนะคะ
ขอบคุณล่วงหน้าค่ะ


โดย: Farm Girl in High Sierra วันที่: 15 กันยายน 2553 เวลา:16:25:29 น.  

 
บ่รู้ไรเเล้วเด้อ


โดย: ขี้เกียจบอกวุ้ย IP: 125.24.121.213 วันที่: 2 พฤศจิกายน 2553 เวลา:17:51:01 น.  

 
สัดๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ


โดย: สัด IP: 125.26.143.237 วันที่: 30 พฤศจิกายน 2554 เวลา:19:56:30 น.  

 
น่าสนคะ


โดย: นะ IP: 118.173.134.124 วันที่: 5 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:18:29:05 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Valentine's Month


 
โจ-หลังสวน
Location :
ชุมพร Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




โดนัท...อัศวินตัวน้อย ของพ่อโจ วันๆ
เอาแต่แปลงร่าง อยากเป็นยอดมนุษย์
มากกว่าจะชอบเข้าสวนช่วยงานพ่อ ดัง
เช่นเมื่อวันก่อน...


Friends' blogs
[Add โจ-หลังสวน's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.