บราวนี่รสเสน่หา
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




รักสงบ แต่ถึงรบไม่ขลาด
Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add บราวนี่รสเสน่หา's blog to your web]
Links
 

 

My Best Bodyguard ความจริงและความดีเท่านั้นที่จะปกป้องเรา (ไม่สปอยล์)

พอส่งงานบ.ก. เสร็จเรียบร้อย ก็ถึงเวลาผ่อนคลายกันละ

หาอะไรอร่อยๆ ทาน

แวะไปบริจาคข้าวของช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมรอบที่สอง หลังจากเมื่อวานไปแล้วรอบหนึ่ง แต่แบบว่า ยังไม่รู้ว่าผู้ประสบภัยต้องการอะไรมากที่สุด เมื่อเย็นกับเมื่อเช้าฟังข่าว บอกว่าเป็นพวกแปรง ยาสีฟัน ผ้าอนามัย แล้วก็อาหารที่สามารถทานได้เลย ซึ่งอันหลังนี้ เราไม่สามารถแน่ๆ ละ เลยซื้อพวกแปรง ยาสีฟัน ผ้าอนามัย แล้วก็ยากันยุงไปอีกชุดหนึ่ง

จากนั้นก็ไปกินเสวนเซ่น โอ้ววว ก็อด มีความสุขมาก ช็อกโกแล็ตเนี่ย เป็นอะไรที่วิเศษจริงๆ เนาะ อร่อยมากอ่ะ ฮะๆ

ไอติมเสร็จก็ไปดูหนังค่ะ...

My Best Bodyguard ซึ่งเพิ่งเข้าวันนี้วันแรก

สำหรับตัวเอง เรื่องนี้ไม่ได้อยู่ในลิสต์ของหนังที่อยากดูเลยค่ะ แต่หลังจากไปยืนดูโปรแกรมแล้ว พบว่า อินทรีแดงที่อยากดู ฉายตั้งสามทุ่ม ไม่ไหวอ่ะ ดึกเกิน เอาไว้พรุ่งนี้ อิอิ ส่วนเรื่อง Red ก็ดูไปแล้ว ส่วนอีกเรื่อง อีเห็ดสด เอ่อ...ไม่ดูแน่ๆ ละ

จึงเลือก มายเบสท์ฯ แล้วก็พบว่าเป็นการตัดสินใจที่ไม่ผิดเลย

เราว่ามันสนุกมากอ่ะ ทุกอย่างดูลงตัว เหมือนหนังฮอลลี่วู้ดดีๆ เรื่องหนึ่งเลย ไม่ว่าจะบทที่ดี ฉากแอคชั่นที่สมจริง และการแสดงของทุกตัวละคร รวมถึงทูลกระหม่อมด้วย (ฉากแอคชั่นของท่านดูทะมัดทะแมงและแข็งแรงมากค่ะ)

มายเบสท์บอดี้การ์ด ไม่เพียงเน้นฉากแอคชั่น บู๊ ที่สมจริงและสะใจเท่านั้น แต่ยังเล่นกับอารมณ์และความรู้สึกของคนอีกด้วย เล่นกับความจริงที่แสนเจ็บปวดว่า ไม่มีใครในโลกนี้ที่ได้อะไรมาโดยไม่เสียอะไรไป และหลายต่อหลายครั้งที่คนบริสุทธิ์ได้กลายเป็นฐานให้คนเลวก้าวขึ้นไปเป็น วีรบุรุษ (จ๊ากกกก)

หลายฉากในเรื่องจึงเรียกความสะเทือนใจจากเราได้ (แอบมีน้ำตาด้วยละ) หรือเพราะเราชอบเสพงานที่เล่นกับความรู้สึกและเล่นถึงเบื้องลึกในจิตใจคนก็ไม่รู้ เลยชอบ คนอื่นอาจจะรู้สึกว่ามันน่าเบื่อ (ได้ยินสาวๆ กลุ่มหนึ่งบ่นแบบนั้น อิอิ)

ในส่วนของนักแสดง เราว่าสอบผ่านทุกคนเลยค่ะ

อยากให้ไปดูกันจริงๆ นะ แล้วจะรู้ว่า คำว่า My Best Bodyguard แท้จริงแล้วหมายถึงอะไร ^__^ ดูแล้วมาคุยกันก็ได้นะคะ ว่าคิดเห็นอย่างไร และแอบมีน้ำตาเหมือนเราหรือเปล่า ถ้ามี เสียให้ฉากไหนบ้างคะ




 

Create Date : 22 ตุลาคม 2553    
Last Update : 22 ตุลาคม 2553 3:14:02 น.
Counter : 601 Pageviews.  

เห่อมากเห่อมาย เห่ออะไรขนาดนั้น

ตรงๆ ง่ายๆ เลย เราเห่อหลาน มากถึงมากที่สุด

เราเห่อแบบเว่อร์ๆ มาก ยายเรียกเรานังเห่อไปแล้ว

ส่วนหนึ่งของความรักความเห่อ ก็มาจากความสงสาร ตอนคลอดเขาสำลักน้ำคร่ำ หัวใจรั่ว ต้องแยกห้องกับแม่

พอกลับมาอยู่บ้านได้ไม่กี่วัน ก็เป็นไข้ ไปหาหมอ กลับมาหาย เพื่อจะมีไข้ใหม่ในวันต่อไป ตอนหลังก็เลยตัดสินใจพาเขาไปโรงพยาบาลเอกชน โดยที่ตลอดเวลานั้นเขาก็ยังมีไข้ ร้องโยเย ต้องคอยเช็ดตัวให้เขาเรื่อยๆ

เย็นนั้น คุณหมอเจ้าของไข้เข้ามาดูอาการ แล้วบอกว่า ถ้าเป็นไข้เยอะๆ ไข้จะขึ้นสมอง อันตราย หมอขอเจาะไขสันหลังดูหน่อยดีกว่า

และสิ่งที่หมอพบในไขสันหลังของน้องคือ เลือด!

พระเจ้าช่วย ทุกอย่างเริ่มวุ่นวาย เรากับแม่เขาเริ่มเครียด คุณหมอบอกว่า ถ้าเป็นแบบนี้ แสดงว่ามีความผิดปกติที่สมองแล้วละ จะต้องทำการผ่าด่วน

พระเจ้า ผ่าตัดสมองในเด็กอายุ ๑๔ วันเนี่ยนะ!!!

หมอถามฉันกับแม่น้องว่า มีปัญหาเรื่องค่าใช้จ่ายมั้ย ซึ่งพอหมอบอกยอดมา ฉันตอบทันทีว่า มีปัญหาแน่นอนค่ะ!!! อิอิ

หมอเลยบอกว่า งั้นย้ายไปโรงบาลใหญ่ (ของรัฐ) ที่นั่นมีหมอศัลย์มือหนึ่งของจังหวัดอยู่ ถ้าจะย้ายก็ตัดสินใจเดี๋ยวนี้เลย หมอจะทำเรื่องย้ายให้ ส่วนค่าใช้จ่ายที่นี่ หมอจะลดให้สิบเปอร์เซ็นต์ (ขอบคุณมากๆ มา ณ ตรงนี้ด้วยค่ะ)

เราเลยได้ย้ายเขากลับมายังที่ที่เขาเกิดอีกครั้ง

สักพัก คุณหมอท่านนั้นก็ตามมาและบอกเราว่า น้องมีเลือดคั่งในสมอง (จนป่านนี้ก็ยังไม่รู้สาเหตุว่าเกิดจากอะไร) ต้องผ่าตัดเอาเลือดออกอย่างเดียวเท่านั้น ถึงจะมีโอกาสรอด

จะไม่เล่าเหตุการณ์ช่วงที่เขาต้องผ่าตัดหรืออะไรนะคะ มันยาวและมันก็รันทดมาก บอกได้แค่ว่า สงสารน้องมาก พวกเราทั้งครอบครัวรู้สึกเหมือนออกรบ มันเครียด มันหนักหนาสาหัส และเป็นการออกรบที่ยาวนานมากในความรู้สึก


และนี่คือเขา เด็กชายปีขาล ของเรา





ขนาดหัวมีผ้าแปะอยู่ ก็ยังอุตส่าห์ทำยิ้มเจ้าชู้ (ภาพนี้ กลับมาพักที่บ้านแล้วค่ะ หลังจากอยู่ รพ. สองอาทิตย์)

ส่วนภาพนี้ เขาชอบทำปากจู๋แล้วก็ร้อง ฮู้ๆ อิอิ




และนี่คือ เขาในวันนี้ที่เกือบจะครบสี่เดือนแล้ว

เป็นเด็กที่แข็งแรง ฉลาด รู้ภาษา แอคทีฟมาก (พวกเราสงสัยว่าหมอจะตัดเส้นอืดอาด เส้นเซ่อออกหมด ฮะๆ)

ตอนนี้ เขารู้แล้วว่า ตัวเขาชื่อ เสือ ไม่ว่าเขาจะทำอะไรอยู่ก็ตาม ถ้าเราพูดว่า เสือ เสือเก่งมาก เขาจะหยุดและหันมาเงยหน้ามองเราตาแป๋ว มองแบบพิจารณาด้วยนะ








 

Create Date : 20 สิงหาคม 2553    
Last Update : 20 สิงหาคม 2553 1:18:39 น.
Counter : 325 Pageviews.  

ความบ้าระหว่างทาง

สงสัยใกล้จะมาเมนส์

จู่ๆ เกิดอารมณ์อ่อนไหวขึ้นมากลางคัน

ทั้งที่นิยายมีกำหนดจบสิ้นเดือนนี้ (อีกสองวันถ้วน)

ไหนจะจ็อบที่รับปากเพื่อนเอาไว้อีก (ไม่รับโทรศัพท์เพราะไม่ได้ยินนะเพื่อน ไม่ได้ตั้งใจหลบหน้า แฮ่ๆ)

แต่วิญญาณอันอ่อนไหวก็ไม่เคยปรานีใคร เข้าสิงได้แบบไม่รู้จักกาลเทศะ(ใครจะเรียกว่าอาร์ตตัวมงตัวแม่ก็เรียกไป แต่จะเรียกมันว่า ไอ้อารมณ์ที่ไม่รู้จักกาลเทศะนี่แหละ!!!)

อุตส่าห์ปิดโทรศัพท์ ไม่ออนเอ็ม (อันนี้ไม่ออนนานแระ) ไม่เข้าห้องแชท ไม่ต่อเน็ต ไม่อาบน้ำแล้วแท้ๆ (อันหลังนี่มันใช่เหรอยะหล่อน)

สุดท้ายก็ต้องลุกมาต่อเน็ตเพื่อเขียนระบาย ไม่งั้นเขียนนิยายต่อไม่ได้แน่ๆ อ่ะ (อย่างเว่อร์เลย ดำเอ๊ย)

เรื่องของเรื่องก็...ไม่มีอะไรมากหรอก แต่ไหนแต่ไรมาจุดอ่อนของบราวนี่อยู่ที่ผู้ชายตาเศร้าๆ (ไม่ใช่หัวใจนะ ฮิ้ว!!!) เห็นทีไรหัวใจจะสลายทีนั้น

มันสงสารแล้วก็น่าค้นหาในคราวเดียว แต่ออกไปทางสงสารล่ะมากกว่า ทั้งที่บางทีเขาไม่ได้มีเรื่องอะไรหรอก ออกจะมีความสุข บางทีสุขมากกว่าเราอี๊ก แต่เผอิญดวงตาเขามาแบบนั้น...

เพี้ยนหนักที่สุดเกี่ยวกับเรื่องนี้ก็คือ การเดินเข้าไปขอกอดผู้ชายคนหนึ่ง ด้วยความรู้สึกอยากปลอบประโลมเค้า (เอ่อ คนรู้จักนะคะ ไม่รู้จักประเดี๋ยวเค้าก็ถรีบโครม!) เพื่อนที่ทำงานที่แรกเป็นพยานได้ ทุกคนหัวเราะในความเพี้ยนของบราวนี่ แต่บราวนี่เท่านั้นที่รู้ว่า ในหัวใจบรรจุไปด้วยคำว่าอะไร (โอ้ว ไม่เชื่ออย่าลบหลู่)

ทีนี้...เมื่อเย็นนี้ ก็บังเอิญได้เจอชายหนุ่มคนหนึ่งบนรถตู้ เรานั่งตรงแถวแรกสุด ที่พอเปิดประตูก็จะเจอเลย...จังหวะนั้น ประตูเปิดออก เราก็หันไปมอง เขาก็มองมาพอดี

โอ๊ะ
โอ๊ะ
โอ๊ะ



ตาเค้าคมนะ แต่ก็เศร้าด้วย

เค้าเดินเลยไปนั่งข้างหลัง ยายป้าอย่างเราก็นั่งเอ๋อ กะพริบตาก็เห็นแต่ตาคู่นั้น...(จ๊ากกกก มนต์รักรถตู้)

ช้อตเด็ดอยู่ตรงตอนลง ปรากฏว่า ลงป้ายเดียวกัน...

เค้าก็ยื่นเงินให้คนขับ แต่มือนั้นจะต้องผ่านบราวนี่ไป อะแฮ่มๆ เสร็จโจร บราวนี่ก็เลยทำหน้าที่รับเงินนั้นส่งต่อให้คนขับที่ดูเหมือนสติไม่ค่อยอยู่กับเนื้อกับตัว เฝ้าแต่ท่องอาขยานซ้ำๆ แต่สงสัยครูสอนมาคำเดียว ได้ยินแต่ เห้ เห้ (ด่ารถตู้คันอื่น)

บราวนี่ก็บอกไปว่า ของพี่ผู้ชาย...เค้าขึ้นมาจากป้ายนั้นๆๆ

อิคนขับหันมายิ้มฟันหลอบอกว่า พี่ทอนเกินไปเหรอ เกินไปใช่มั้ย

ประโยคมันใกล้กันตรงไหนยะ!!!!

ก็เลยพูดเสียงดังคับรถ ว่า ของพี่เค้าที่ขึ้นมาจากป้ายโออิชิค่า!!!

แล้วบราวนี่กับเค้าก็เลยหันไปหัวเราะให้กันนิดหน่อยด้วยความขำอีตาคนขับ หุหุหุ

แต่ก็นั่นละ ขนาดหัวเราะ ตาก็ยังเศร้าอยู่เลย

พอลงจากรถ ความที่เค้าลงก่อน ก็เลยได้เดินตามหลังเพื่อสังเกตเขา ปรากฏว่าเขาเป็นคนที่เดินเข่าเข้าหากันอ่ะ เชื่อมั้ยว่า เราบ้าไปสงสารเค้าเพิ่มอีกอ่ะ ทั้งที่มันไม่ใช่เรื่องอ่ะ คือมันประกอบๆ กันเข้ามั้ง เค้าก็ตัวเล็กๆ หน่อยด้วยอ่ะ งือ...อยากกอดเค้าอ่ะ



แล้วจนมาถึงนาทีนี้ นี่ยังอารมณ์ค้างอยากกอด เอ๊ย อยากปลอบประโลมเค้าอยู่เลย ตาคู่นั้นยังเห็นทุกครั้งที่กะพริบตา สงสาร สงสาร


เฮ้อ ได้ระบายแระ ค่อยยังชั่ว ไปทำงานต่อก่อนละ พระเอกนางเอกจะจูบกันตั้งแต่สองทุ่มแล้ว ป่านนี้ยังไม่ได้ยื่นหน้าเข้าหากันเลย เหงือกแห้งกันไปทุกฝ่าย








 

Create Date : 30 กรกฎาคม 2552    
Last Update : 2 สิงหาคม 2552 2:27:02 น.
Counter : 268 Pageviews.  

ความทรงจำระหว่างทาง

ตอนที่ 1 บ้ายอ



เมื่อวานซืน ไปงานเปิดตัวหนังสือเกี่ยวกับธรรมะของสำนักพิมพ์ของเพื่อนคนหนึ่ง ในงานคนก็เยอะมาก จนที่นั่งที่สำรองไว้ไม่พอ ต้องล้นออกมาข้างนอก แน่นอน หนึ่งในคนที่ล้นก็คือฉันนี่แหละ (การที่คนเยอะ แสดงว่า คนเรายังขาดและยังต้องการที่พึ่งมากมายนัก)


โชคดีหน่อย ที่ข้างนอกห้องจัดงาน มีโซฟาให้นั่ง มีทีวีจอใหญ่ให้มองเห็นเหตุการณ์ข้างในได้ และฉันก็ได้ที่นั่งที่ตรงกับจอทีวีพอดี


เนื่องด้วยเป็นหนังสือธรรมะ คนที่มางานส่วนมากจึงเป็นคนสูงอายุ (เว้นฉันไว้สักคนเถอะนะ ได้โปรด อิอิ) และคนที่นั่งติดๆ ฉันก็เป็นคุณป้าร่างเล็กคนหนึ่ง แกถามฉันซึ่งมีหนังสือเล่มนั้นในมือว่า ราคาเท่าไร


“220 บาทค่ะ”


“เป็นยังไงบ้างคะ อ่านแล้วหรือยัง”


“ยังเลยค่ะ คุณป้าล่ะคะ อ่านหรือยัง”


“ยังจ้ะ ป้าไม่ได้ซื้อ”


“ถ้าอย่างนั้น คุณป้าเอาของหนูไปอ่านก่อนก็ได้ค่ะ” ยิ้มหวานแบบนางสาวไทยแล้วส่งหนังสือให้แก


แกก็รับไปพลิกๆ ดู สักครู่ใหญ่ๆ ก็ส่งคืนให้ แล้วเราก็เริ่มสนทนาธรรมกันแบบเบาๆ


เอ่อ ป้าขา หนูเข้าใจค่ะ ว่า ป้าเองก็อายุเยอะแล้ว สายตาอาจจะฝ้าฟางนิดหนึ่ง


ถึงได้มองหน้านางแม่มดอย่างหนูเป็นหน้าผู้ฝักใฝ่ในทางธรรม


เหอๆ เวลาแกถามอะไร ดิฉันก็ตอบแบบทางโลกนั่นแล้ว 5555555


แอบเห็นนะ บางครั้งคุณป้าก็งง พูดอะไรต่อไม่เป็น เมื่อเจอมนุษย์เปี่ยมโลกีย์อย่างฉันเข้า สงสารป้าจริงๆ เลย หนูขอโต๊ดค่า


 


แกถามว่า หนังสือธรรมะเล่มนั้น เล่มนี้ เล่มโน้น เคยอ่านหรือเปล่าลูก ไหนลองวิเคราะห์ให้ป้าฟังหน่อยสิคะ ว่าหนูคิดยังไง เขาต้องการสื่ออะไร


(คิดในใจ คุณป้าเป็นครูเก่าแน่ๆ เลยอ่ะ ให้อ่านแล้ววิเคราะห์ให้ฟังด้วยอ่ะ แง้ว)


แต่ก็นั่นล่ะนะ ไม่ว่าจะเล่มไหนๆ ฉันก็ไม่เคยอ่าน  แฮ่ๆ ถามผิดคนแล้วค่ะ ป้าขา สงสารป้าเป็นรอบที่สอง


 ถึงกระนั้น คุณป้าก็ไม่สิ้นความพยายามที่จะน้อมนำฉันไปในทางธรรม


ท่านนับถือหลวงพ่อปราโมทย์ ก็จะส่งซีดีบรรยายธรรมของหลวงพ่อท่านมาให้


“เอ่อ ป้าขา เพื่อนหนูก็ส่งมาให้ค่ะ แต่หนูก็ ยัง ไม่ได้ฟังเลย แหะๆ”


สีหน้าป้าออกแนวเหลือใจเล็กน้อย...สงสารป้าเป็นครั้งที่สาม


ระหว่างที่มีการแถลงข่าวกันบนเวทีงาน เราสองคนก็คุยกันโน่นนี่นั่นไปเรื่อยเปื่อย คุยเบาๆ หรอกนะ ไม่รบกวนคนอื่น


แล้วคุณป้าก็เอาลูกอมมาแบ่งฉัน (สงสัยได้กลิ่นปากแหงมเลย ^^") ตักน้ำมาเผื่อฉัน (นี่หล่อนไม่คิดจะขยับตัวเลยใช่มั้ย แม่บราวนี่ 555555)


สักพักหนึ่ง คุณป้าก็ชมว่า ฉันเนี่ยมาจากพื้นฐานครอบครัวที่ดี (หือ? คุณป้าไม่ได้ประชดหนูใช่มั้ยคะ แอร๊ย งั้นหนูรับนะคะ คำชมเนี่ย โฮะๆ)


ป้าดูก็รู้ว่า พ่อแม่หนูสอนหนูมาดี (อ๊ากกก...ก็...ค่ะ ก็นิดหนึ่งล่ะค่ะ แต่จริงๆ แล้ว พ่อแม่หนู ครอบครัวหนูก็ธรรมด๊า ธรรมดานะคะ ป้า )


คราวนี้ ฉันเลยคุยกับแกใหญ่เลย แบบว่าบ้ายออ่ะ 55555555


ทีนี้สารพัดจะคุยแหละ คุยไปคุยมา


สุดท้ายกลายเป็นว่า อาทิตย์หน้าโน้น มีนัดไปดูโขนกับคุณป้าซะอย่างนั้นเลย ใจง่ายที่สุดเลยฉันอ่ะ


(ทำไมไม่มีหนุ่มๆ มาชวนไปดูหนังมั่งนะ แม่จะเล่นตัวแค่พองามเท่านั้นแหละ แล้วจะรีบโดดตามไปเลย)


และสุดท้ายกว่าก็คือ คุณป้าคือแม่สามีของดาราสาวท่านหนึ่งแหละ โลกกลมที่สุด! 


เอิ๊กกกกกกก


 


ท้ายสุดจริงๆ ชอบเพลงนี้มาก ซึ่งไม่เกี่ยวกับเรื่องที่เขียนมาเลยแม้แต่นิดเดียว ฮ่าฮ่าฮ่า


เอามาลง เพราะชอบมากๆ จริงๆ


ฟังแล้ว รู้สึกเหมือนเป็นการขอแต่งงานที่แสนโรแมนติก ขอแต่งงานที่ไม่ต้องเอ่ยคำว่า แต่งงานอ่ะ สุดยอดนะ ว่ามั้ย  



  






Free TextEditor






 

Create Date : 14 มีนาคม 2552    
Last Update : 24 กรกฎาคม 2552 3:58:16 น.
Counter : 225 Pageviews.  

20202

ขี้เกียจตามหาความหมายของชื่อเพลงนี้ ว่าทำไมต้องเป็น 20202

รู้แต่ว่า ตอนนี้ อย่างชอบบบบบบบบ

เป็นเพลงประกอบหนังเรื่อง A moment in June ค่ะ หนังที่เอ่อ...เรายกให้เพลง ฉาก แสง และสี ดีกว่าตัวเนื้อหนัง แหะๆ

เพื่อนคนหนึ่งบอกว่า เราต้องชอบหนังเรื่องนี้แน่ๆ เลย พอได้ยินว่าเราไม่อิน เลยตกใจซะ 55555555 ...


เพลงนี้ ประกอบตอนกลางๆ เรื่อง ขับร้อง โดย ธีร์ ไชยเดช ค่ะ หลายคนชอบอีกเพลงที่ชื่อ "ความคิด" ที่เขียนเนื้อและร้องโดย แสตมป์ จริงๆ เราก็ชอบนะ แต่เพลงนี้ 20202 มันบาดใจเราได้มากกว่า อิอิ





...20202... .. ธีร์ ไชยเดช - Love is ..


อาจเป็นเพราะรักที่สุดใจ
หากแต่เป็นรักไม่สมใจ
อาจเป็นเพราะเทให้หมดใจ
หากแต่ไม่รู้ไม่สาใจ..

ใจโดนดั่งคลื่นซัด
แล้วพัดไปไกลสุดตา
ใจโดนดั่ง ลมพัด
แล้วพัดไปไกลสุดฟ้า
ไม่หวนคืนมา..

อารมณ์น้อยๆ ของคนเดียวดาย
ไม่คิดเคยทำร้ายใคร
กับใจน้อยๆ ที่ล้มลงไป
ไม่หวัง ให้ใครให้คืน

แค่เพียงจะให้อย่างนั้นอยู่คนเดียว
จะนอนหลับฝันอยู่คนเดียว
มีเพียงคืนคืนนั้น แค่คืนเดียว..
ไม่ยอมตื่น..




ป.ล. กรี๊ดดดดดดด ไปตามหาเนื้อเพลงนี้ เพื่อเอามาแปะ แล้วจึงพบว่า เป็นเพลงที่พี่ธีร์แต่งให้พี่โจ้ วงพอส อ่ะ โอววววว ฟังเพราะเป็นสิบเท่าเลยทีนี้





 

Create Date : 15 กุมภาพันธ์ 2552    
Last Update : 15 กุมภาพันธ์ 2552 6:12:42 น.
Counter : 332 Pageviews.  

1  2  
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.