Authentic
Group Blog
 
All Blogs
 
หรือความเหงาจะติดกันได้จริงๆ?





สองสามวันก่อน ขณะที่ฉันกำลังกด save งานลงเครื่อง
เวลา 00.50 น. มีเมลล์ฉบับใหม่ส่งเข้ามา
ฉันคลิกเข้าไปดูและลิงค์ต่อไปยัง facebook
ซึ่งร้อยวันพันปีมากๆที่ฉันจะเข้าไป
เหตุผลที่สมัคร facebook เอาไว้ เพราะช่วงนั้นเพิ่งไปเที่ยวมา
และเพื่อนฉันบังคับว่าให้เอารูปลงที่เวบนี้จะได้เข้าไปเม้นได้
เพราะเธอไม่ได้สมัคร multiply เอาไว้ เดือดร้อนฉันต้องขยันอัพรูปลงทั้ง 2 ที่
และตั้งแต่อัพรูปลง facebook ฉันก็ไม่ค่อยจะได้แวะเวียนเข้าไปอีกเลย

หน้าจอคอมพิวเตอร์โหลดอยู่สักพัก
ก่อนจะโชว์หราให้เห็นข้อความจากเพื่อน

“เจ้ ขี้เกียจทำงานว่ะ เมื่อไหร่ถึงจะมีแฟนแบบพี่เคนมั้งน้อ 5555”

คำพูดชวนปรอทแตก โพล่งขึ้นมากลางดึก

หลังจากนั้น ผู้คนจากไหนก็ไม่รู้
หลั่งไหลมารวมตัวกันบนกระดานข้อความของฉันโดยไม่ได้นัดหมาย
ประหนึ่งว่าเป็นพื้นที่รวบรวมพลเมืองคนเหงา
มีทั้งปลอบกันเอง
ระบายความเหงาของตัวเอง
หรือแม้กระทั้งแดกดันคนตั้งกระทู้นี้ขึ้นมาคนแรก
รวบรวมจำนวนความคิดเห็นเสร็จสรรพได้ 32 ความคิดเห็น !

สาม-สิบ-สอง ความคิดเห็นนะ ไม่ใช่ธรรมดา

ประวัติศาสตร์หน้า facebook ของฉันไม่เคยทำสถิติได้ถึงขนาดนี้มาก่อนเลย
อย่างมากที่สุดก็ 10 ไม่เกิน 15

อะไรจะเหงากันขนาดนั้น
หรือความเหงามันติดกันได้
เพราะขนาด นักร้องที่กำลังครวญเพลงอย่างเอาเป็นเอาตาย
จากร้านเหล้าซึ่งเปิดใหม่ข้างที่พักฉัน
ก็แหกปากฝ่าลมหนาว ร้องเพลงเสียงดังสนั่นลั่นทุ่งในยามวิกาล

“...โปรดส่งใครมารักฉันที อยู่อย่างนี้มันเหงาเกินไป...” เหมือนกัน

ถ้าความเหงามันติดกันได้เหมือนหวัด
แล้วความเหงาจะแพร่ระบาดไปไกลไหม

ความเหงา จะส่งผ่านไปถึงคนที่เราคิดถึงได้ไหมนะ
...เขาจะเหงาเหมือนกันไหม

ฉันได้แต่ตั้งคำถามนี้กับตัวเองเท่านั้น


หลายวันที่ผ่านมา
ฉันรู้สึกเหมือนว่าตัวเองได้ทำประโยชน์แก่เพื่อนฝูงโดยแท้
เพราะมักจะมีใครหลายคนมาระบายความเหงาให้ฟังอยู่เรื่อยๆ

เหงาเพราะไม่มีใคร
เหงาเพราะทุกข์ใจ...ทำไมเขาไม่โทรมาล่ะ...ทำไม...ทำไม..และทำไม
แต่ละคน ล้วนมีเหตุผลของความเหงาอยู่ในตัวทั้งนั้น
ล้านแปดเหตุผลที่พร่ำจนน้ำลายแตกฟอง
เราก็สรุปเป็นคำสั้นๆ เรียกตรงกันว่า “เหงา”

อย่างรายล่าสุด มาแปลก
เกิดความเหงา โผล่มาเยือนเมื่อวานนี้เอง ขณะเวลาเที่ยงคืนเป๊ะ

เสียงโทรศัพท์ห้องของฉันดังขึ้น
แข่งกับเสียงเพลงจากร้านเหล้าเปิดใหม่ (อีกแล้ว)

“นอนยัง” ปลายสายเจือจางด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดเล็กน้อย
ยัง...ทำงานอยู่เลย มีอะไรหรือเปล่า
“เราเหงาว่ะ เหงามากเลย”

ฉันเองก็ไม่รู้จะพูดอะไรต่อ ถ้าเอาตัวเองเป็นมาตรฐานเวลาฉันเหงา
ฉันแค่ต้องการหาเพื่อนคุยหรือรับฟังฉันก็พอแล้ว
แต่สำหรับใครหลายๆคน ฉันก็ไม่มั่นใจนัก
ว่าพวกเขาต้องการให้ฉันรับฟังความเหงาของเขาอย่างเดียวหรือเปล่า
หรือเธออาจต้องการให้ฉันชวนออกไปหาอะไรทาน
ตอนเที่ยงคืนเนี่ยนะ...ไม่หรอกมั้ง

“ได้ยินเสียงเพลงจากร้านเหล้าไหม”
เพื่อนของฉันคนนี้ เธอพักที่เดียวกันกับฉัน
ดังนั้นจึงได้ยินเสียงเพลงอันดังสนั่นชวนเสียสุขภาพจิตเช่นเดียวกัน

ได้ยินสิ ดังขนาดนั้น คนไปนั่งที่ร้านเขาไม่หูแตกกันบ้างหรือไง

ฉันเงี่ยหูฟังเพลงเพื่อจับความหมาย

...นี่คือเหงา นี่แหละเหงา นี่คือความจริงที่พบเจอ เจ็บปวดทรมาน ลึกลงข้างในใจ โอ้ความเหงา มันช่างหนาว มันช่างยาวนาน และทุกข์ทน รอคอยใครบางคนมาหยุดมัน...

ฉันว่า ฉันพอจะเข้าใจแล้วว่า จู่ๆทำไมเธอถึงรู้สึกเหงา
ก้เพลงออกจะ บิวท์อารมณ์ขนาดนี้

“เรากำลังจะนอน เราง่วงนอนแล้ว แต่เรานอนไม่หลับ
เราเหงาแค่นี้ยังไม่พอใช่ไหม ยังมีคนพยายามทำให้เราเหงาเพิ่มด้วย
มาเหงาข้างๆหูกูนี่
แม-ร่ง!!!”

สรรพนามแทนตัวของเธอเปลี่ยนตามอารมณ์ของเธอทันที
ฉันบอกให้เธอใจเย็นๆ อย่าคิดมากไปตามเนื้อเพลง
หรือไม่ก็เปิดทีวีกล่อมเป็นเพื่อนซะจะได้ดีขึ้น
เธอเออออห่อหมกเห็นด้วย แล้วตบท้ายก่อนวางหูว่า

“จริงๆก็ไม่มีอะไรหรอก แค่อยากโทรมาบอกว่า เหงาเฉยๆ”


ถ้าความเหงามันติดกันได้จริงๆ ฉันคิดว่า
ความเหงาที่หลายๆคนส่งมาหาฉันตอนนี้มันคงกำลังเพาะบ่มเชื้อให้โตเต็มวัยก่อนจะกระจายทั่วร่างกาย
เพราะฉันยังไม่มีอาการเหงาขั้นรุนแรงแต่ประการใด

หากแต่ถ้าเกิดมันแสดงอาการกำเริบออกมาคงจะรุนแรงน่าดู
เพราะรับเชื้อ “เหงา” มาจากหลายที่เหลือเกิน
ถึงเวลานั้นคงต้องใช้คำว่า “เหงาโคตรๆ”
หรืออาจต้องลองหาเพลง “ความเหงาตัวเท่าควาย” มาฟังดูบ้าง
ฉันไม่เคยฟังเพลงนี้หรอก แต่เคยอ่านเจอว่ามีเพลงนี้เกิดขึ้นมาบนโลกด้วย
อาจจะมีสักวันที่เลือกเปิดเพลงนี้ขึ้นมาฟัง

มนุษย์เราต่างก็มีความเหงาอยู่ในตัวกันทั้งนั้น
จะมีสักกี่คน...ที่จะทนให้ชินกับความเหงาได้นานนัก!

ปิดท้ายด้วยบทกวี lonelyness ของ Stephen Dunn
แด่ คนขี้เหงาบนดาวเคราะห์ เดียวกัน


LONELINESS
So many different kinds,
yet only one vague word.
And the Eskimos
with twenty-six words for snow,
such a fine alertness
to what variously presses down.
Yesterday I saw lovers
hugging in the street,
making everyone around them
feel lonely, and the lovers themselves--
wasn't deferred loneliness
waiting for them?
There must be words
for what our aged mothers, removed
in those unchosen homes, keep inside,
and a separate word for us
who've sent them there, a word
for the street loneliness of salesman,
for how I feel touching you
when I'm out of touch.
The contorted, pocked, terribly ugly man
shopping in the 24-hour supermarket
at 3 A.M.--a word for him--
and something, please,
for this nameless ache here
in this nameless spot.
If we paid half as much attention
to our lives as Eskimos to snow . . .
Still, the little lies,
the never enough.
No doubt there must be Eskimos
in their white sanctums, thinking
just let it fall, accumulate.

Stephen Dunn -- BETWEEN ANGELS (1989)


" ความเหงาบนโลก
มีหลายแบบ
ผู้คนบนโลก
ต่างเรียกความรู้สึกเหล่านี้
ด้วยคำๆเดียวว่า-เหงา

เช่นเดียวกับชาวเอสกิโม
มียี่สิบหกชื่อใช้เรียกหิมะ
เพื่อกล่าวถึงความแตกต่างของหิมะยามร่วงกราวลงสู่พื้น

เมื่อวานนี้ฉันเห็นคู่รัก
สวมกอดกันบนท้องถนน
คู่รักคู่นั้นทำให้คนรอบกายรู้สึกเหงา
และคู่รักคู่นี้ต่างก็มีช่วงเวลา
แห่งความเหงารอคอยอยู่ใช่ไหม

หรือความเหงาอาจถูกใช้
เวลาที่ลูกส่งแม่อายุเยอะ ไปสถานคนชรา
ใจคนทั้งสอง
ต่างมีความเหงาเกิดขึ้นมา
เพียงแต่ว่า-คนละชนิด

ความเหงาของนักขายของ
ความเหงาของความคิดถึง
ที่เดินทางไปไม่ถึง
ด้วยระยะทางที่อาจไกลเกินไป

ความเหงาของชายอัปลักษณ์
ขณะเดินจับจ่ายของ
ในร้านค้าเปิดตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง
ขณะเวลาตีสาม

ความเหงาสำหรับความเจ็บปวด
เกินจำนรรจา

หากเราพินิจให้ถี่ถ้วน
ชีวิตคนเราก็เหมือน
คำเรียกหิมะของชาวเอสกิโม

ความเหงายังคงมีอยู่ มีเล็กน้อย
และอาจนิยามความเหงาได้มากกว่านี้

แต่ชาวเอสกิโมบางคน
อาจคิดเพียงว่า
ให้หิมะมันตกทับถมลงมาเถิด
อย่างไรเสียก็เป็น 'หิมะ'
ไม่ว่าจะเรียกชื่อหิมะเหล่านั้นว่าอะไร

บางคนก็อาจคิดเช่นนี้กับ 'ความเหงา' เช่นกัน! "

- แปล :: ladywrite –










Create Date : 29 พฤศจิกายน 2552
Last Update : 1 ธันวาคม 2552 22:25:44 น. 3 comments
Counter : 196 Pageviews.

 
...ความเหงา...
ก็คงคล้ายๆกับ H1N1
ใครอยู่ใกล้กับคนที่ได้รับเชื้อ
ก็จะติด...ติด...และติด
ติดกันไปเรื่อยๆ
จนวันนึง
ความเหงาก็จะหายไป
เพราะได้ยามาบรรเทาและรักษา

สักวันความเหงาที่สะสมอยู่จนมากมาย
ก็จะมีใครบางคน
นำพาอีกครึ่งของหัวใจ
นำพาความรักสดใส
นำพาความสุขเปรมปรีดิ์
มาทำลาย
มาสลายความเหงา

ตอนนี้คงได้แต่หวังว่า
ใครคนนั้นและฉันคนนี้
จะเดินบนเส้นทางสายหนึ่ง
มาบรรจบกันสักที

รักนะใครคนนั้น ^^


โดย: pinkywoman IP: 222.123.11.89 วันที่: 29 พฤศจิกายน 2552 เวลา:22:55:30 น.  

 
แวะมาทักทายค่ะ


โดย: CrackyDong วันที่: 29 พฤศจิกายน 2552 เวลา:23:05:05 น.  

 
หวัดดีจร้า แวะมาอยู่เป็นเพื่อนคลายเหงาเนอะ
กำลังเหงา ๆ เพลงเหงา ๆ ก็เปิดให้ได้ยิน แม๊ อารายก๊านน

ชอบวิธีเขียนของคุณจัง อ่านเพลิน เรียงประโยค สวยงาม คล้ายๆ เรื่องสั้น นิยายอะไรเทือกนี้เลย

ชอบค่ะ


โดย: ต้นอ้อท้าลม วันที่: 4 ธันวาคม 2552 เวลา:11:28:26 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ladywrite
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




living | learning |
[Add ladywrite's blog to your web]
Links
 
MY VIP Friend


 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.