++ทุกข์มีไว้รู้

สุขเงียบๆ

นั่งทอดอารมณ์ไปเรื่อย...

เบียดเสียดผู้คน..ท่ามกลางความหนาแน่นของ โต๊ะ-เก้าอี้ภายในร้าน
แสงสว่างจากร้าน สาดแสงเสียจนต้องหลบสายตา..

ข้างนอกกลับดูสงบนิ่ง คอนกรีตเก่าๆ ตามทางเดิน รถเมล์สีซีดๆ ที่วิ่งผ่าน
ถังขยะสีหม่น กระทั่งท้องฟ้าที่ดำมืด ไร้ซึ่งการปฏิสัมพันธ์

หันกลับไปดูความคึกคักของผู้คน ..
ยิ่งย้ำให้เห็นถึงความต่าง ที่วางแทรกตัวอยู่ท่ามกลางร้านรวงโบร่ำโบราณ
.
.

ความวุ่นวายภายในร้านทำให้ต้องพาตัวเองพร้อมขนมปัง ๑ คู่
แก้วนม และชาเย็นอีก ๒ ใบ ออกมาข้างนอกอย่างเงียบๆ

ใต้ตึกศาลาว่าการกรุงเทพฯ ถูกใช้มาเป็นที่นั่งทอดอารมณ์
..ของผู้ชอบปลีกวิเวก

ทิ้งเวลาที่เคยประวิงไว้ข้างหลัง..
ปล่อยให้สายตามองทอดไปยังแสงไฟที่กระจายแสงพร่า

เขียว.เหลือง.แดง และรูปหัวใจ

.
.
.

ไม่มีใครต้องการใคร ไม่มีใครสนใจใคร
สิ่งรอบตัววิ่งแล่น วนรอบ

ฉันทิ้งกาย.. และปล่อยใจฟังเสียงความสุขนั้นอย่างเงียบๆ



ภาพ: กว่าจะมาเป็นกรุงเทพฯ




 

Create Date : 28 มีนาคม 2551    
Last Update : 28 มีนาคม 2551 9:29:27 น.
Counter : 270 Pageviews.  

สุขจากการดูหนัง

ฉันไม่ใช่นักวิจารณ์หนังตัวยง หรือชอบวิเคราะห์เรื่องราวหลังจากดูหนังจบ
แต่ครั้งนี้ฉันกลับได้แง่คิดจากหนังที่ฉันดูโดยบังเอิญ...

ประมาณปลายเดือนมกราคม ฉันมีโอกาสดูหนังเรื่อง Mr.Magorium's Wonder Emporium แบบไม่ตั้งใจ เพราะว่าหนังที่ฉันตั้งใจจะดูนั้นยังไม่เข้าฉาย

...แต่เมื่อมาแล้วฉันกับน้องสาวจึงต้องเลือกหนังสักเรื่อง และมาลงเอยด้วยเรื่อง Mr.Magorium มหัศจรรย์ร้านของเล่นพิลึกโลก





มาโกเรี่ยมเป็นเจ้าของร้านขายของเล่นมหัศจรรย์ (MAGIC) เขามีอายุกว่า ๒๐๐ ปี
มีผู้จัดการห้าง หรือผู้ช่วยเหลือชื่อ มาโฮนี่ สาวผู้มีพรสวรรค์ด้านดนตรี เธอได้รับรางวัลนักเล่นเปียโนยอดเยี่ยมตั้งแต่เด็ก แต่ตอนนี้เธอขาดความมั่นใจ เพราะไม่สามารถใช้เปียโนแต่งเพลงได้อย่างที่เธอต้องการ

วันหนึ่งมาโกเรี่ยมรู้ตัวเองดีว่าเค้าต้องออกเดินทางอีกครั้ง แต่เป็นการเดินทางที่ยาวนาน และไม่มีวันได้กลับมาดูแลของเล่นมหัศจรรย์ทุกชิ้นที่เค้าสรรสร้าง

ของเล่นทุกชิ้นเปรียบเสมือนเพื่อนของมาโกเรี่ยม พวกมันมีชีวิตจิตใจพอที่จะเศร้าสร้อย และหดหู่กับการจากไปของเขา แต่มาโกเรี่ยมยังคงใช้ชีวิตก่อนออกเดินทางเป็นปกติ

เขายังดูเป็นชายแก่ที่มีอารมณ์ขันต่อสิ่งรอบตัว และมีความสุขกับการดูแลร้านของเล่น
แต่สิ่งหนึ่งที่เขาตั้งใจไว้ก่อนออกเดินทางคือ เขาตั้งใจจะยกร้านนี้ให้มาโฮนี่ดูแลต่อ

มาโฮนี่ไม่เคยคิดเลยว่าวันนึงมาโกเรี่ยมจะต้องจากไป เธอพยายามทุกวิถีทางเพื่อไม่ให้เขาทอดทิ้งร้าน และของเล่น ...รวมทั้งไม่ทอดทิ้งตัวเธอเองด้วย

เมื่อวันนั้นมาถึง มาโฮนี่เสียใจมาก และคิดที่จะขายร้านของเล่นนี้ให้กับคนอื่น
เพราะเธอคิดว่าเธอจะดูแลร้านได้อย่างไร ในเมื่อตอนนี้เธอไม่เหลือใคร
...และไม่มี MAGIC เหมือนมาโกเรี่ยม

แต่ The Cubic Box Wood ที่มาโกเรี่ยมทิ้งไว้ให้มาโฮนี่ก่อนจากไป กลายเป็นตัวเรียกความเชื่อมั่นของเธอกลับมา

จากกล่องไม้ที่มาโฮนี่คิดว่าเป็นกล่องไม้ธรรมดาๆ กลับกลายเป็น Magic Box Wood
เพราะเธอมีความเชื่อมั่นว่ามันเป็น และจากร้านขายของเล่นที่ตกอยู่ในความมืดมิด กลับกลายเป็นร้านที่ดูสดใส และมีสีสันเหมือนก่อนก็เพราะ MAGIC ที่มาโฮนี่เชื่อว่าตัวเธอเองก็ทำได้
.
.
.
ฉันประทับใจกับการใช้ชีวิตของมาโกเรี่ยม...

๐ เราจะใช้ชีวิตอย่างไรเมื่อรู้ว่ามีความตายรออยู่ตรงหน้า แถมยังระบุเวลาให้อย่างเสร็จสรรพ คงมีก็แต่พระอริยะเจ้าเท่านั้นที่จะรู้สถานที่ และเวลาตายได้อย่างตรงเผ็ง และเผชิญความตายตรงหน้าด้วยความสงบ และเป็นสุข

๐ หากแต่เราเป็นปุถุชนธรรมดาผู้ซึ่งไม่มีวันรู้เลยว่าเราจะตายวันนี้ หรือพรุ่งนี้ คำตอบในเรื่องนี้ทำให้ฉันได้เห็นถึงการกล้าเผชิญความตาย อย่างปราศจากความกังวลของมาโกเรี่ยม และการใช้ชีวิตทุกวินาทีอย่างเต็มที่ และคุ้มค่าที่สุด

มาโฮนี่เป็นอีกคนที่ให้บทเรียนกับฉัน...
เธอทำให้ฉันมีความเชื่อมั่นที่จะทำอย่างใดอย่างหนึ่งให้บรรลุความสำเร็จ

๐ ฉันเชื่อว่าทุกคนมีเป้าหมายที่จะต้องเดินทางไปให้ถึง และรายทางจะต้องมีอุปสรรคบ้าง เพื่อเก็บเกี่ยวเป็นประสบการณ์ก่อนจะไปให้ถึงฝั่งฝัน

๐ หากเพียงแต่เรามีความเพียร ความศรัทธา และความเชื่อ...
แค่เพียงเราลงมือทำ ความสำเร็จที่คิดว่าไกล...ฉันคิดว่าคงไม่ไกลเกินเอื้อม
.
.
.
แล้วคุณล่ะมีความฝันที่จะต้องฝ่าฟันกันบ้างรึเปล่า?





 

Create Date : 09 มีนาคม 2551    
Last Update : 11 มีนาคม 2551 0:01:31 น.
Counter : 336 Pageviews.  

สุขจากการนั่งรถ

บางครั้งการไม่ต้องขับรถเอง ก็ดีเหมือนกัน

๐ อาทิตย์ที่ ๓ แล้วสินะ ที่ฉันไม่ได้ขับรถมาทำงาน...
ทำให้ฉันประหยัดค่าที่จอดรถ และค่าน้ำมันไปเยอะ..มากจริงๆ

๐ บ้านของฉันอยู่ฝั่งธนฯ ส่วนที่ทำงานอยู่ไกลถึงสุขุมวิท..
จะว่าไปแล้วก็เปรียบได้กับเด็กบ้านนอกเข้ามาทำงานในกรุง

และการเข้ากรุงครั้งนี้ทำให้ค่าครองชีพของฉันสูงขึ้นในพริบตาเดียว
บวกกับเศรษฐกิจที่ยังไม่ทรงตัวอย่างนี้ ฉันจึงจำเป็นต้องประหยัด...
อย่างยิ่งยวด

การเดินทางไป-กลับบนเส้นทางใหม่ๆ จึงเป็นเรื่องสนุกสนานสำหรับฉัน

๐ ฉันสายตาสั้น และไม่ชอบการใส่ contact lens เอาเสียเลย
แว่นตากรอบสีฟ้าอ่อนๆ สีโปรด ที่ฉันอุตส่าห์เลือกยังคงวางอยู่ในกระเป๋า
จะหยิบขึ้นมาใช้บ้างก็ในคราวที่จำเป็นจริงๆ

๐ แต่ฉันก็ได้เห็นมุมที่แปลกออกไปเพราะความที่สายตาสั้นนี่ล่ะ
ฉันเดินทางกลับบ้านโดยอาศัยรถตู้เป็นด่านสุดท้าย..




๐ เวลาที่รถเคลื่อนตัวไปบนทางด่วน.. ข้ามสะพานพระราม ๙
ฉันได้เห็นความสวยงามจากแสงไฟข้างทางทุกครั้งไป
แต่แสงไฟที่อยู่ตรงหน้ากลับมีความแปลกตาออกไป...

ทั้งแสงไฟที่สาดลงมาจากข้างทาง แสงไฟที่ส่องออกมาจากตัวรถ
หรือแสงไฟที่กระจายออกมาตามตึก ผนวกกับความมืดรอบด้าน

ทำให้ฉันเผลอยิ้มขึ้นมาโดยไม่รู้ตัวเกือบทุกครั้งไป
.
.
.
๐ หากคุณสายตาสั้น และอยากทอดสายตาไปไกลๆ เพื่อผ่อนคลาย
คุณลองมองความพร่าของแสงไฟดูสิ คุณอาจเห็นความมีสีสัน และสวยงาม
อย่างที่ฉันเห็นก็เป็นได้...



ถ้าหากฉันมีโอกาสได้ไปถ่ายรูปใต้สะพานพระราม ๙ คงได้เก็บภาพมาฝากกัน
แต่.. ไม่รู้ว่าภาพที่มองผ่านเลนส์ จะเหมือนกับภาพที่ฉันมองผ่านสายตา(สั้นๆ)ของตัวเองรึเปล่า

ปล. ภาพสะพานพระราม ๙ ด้านบนเพื่อนของฉันเป็นคนถ่ายไว้ เลยหยิบยืมมาลงสักหน่อย




 

Create Date : 07 มีนาคม 2551    
Last Update : 10 มีนาคม 2551 16:10:01 น.
Counter : 308 Pageviews.  

สุขจากการระบาย

ขอลงบันทึกย้อนหลังนิดนึง :-)

ตั้งแต่ฉันเข้ามาเยี่ยมเยือน bloggang มี blog ที่ฉันรู้สึกชื่นชมเป็นพิเศษ
นั่นคือ poltahan-ryan.bloggang.com (พลทหารไรอัน)

ฉันตื่นตาทุกครั้งที่ได้เข้าไปในโลกของพลทหารไรอัน...
เพราะความไม่ซ้ำเดิม หรือความแปลกใหม่ สะกดให้ฉันนั่งอยู่หน้าคอมพ์ได้เป็นเวลานาน...
นาน...มากทีเดียว

...ล่าสุดพลทหารไรอันมีของเล่นที่เราคุ้นเคย แต่แปลกตาออกไป
ให้ผ่อนคลายกล้ามเนื้อมือกันอีกแล้ว


๐ ฉันชอบระบายสีการ์ตูนตาโต แม้กระทั่งเข้าเรียนมัธยมก็ยังคง..
แฝงตัวเป็นเด็ก เรียบๆ เคียงๆ น้องๆ หลานๆ ขอระบายสีอยู่ร่ำไป

๐ ก็ดีเหมือนกันจะได้ลงมือระบายสีอีกครั้ง จะต่างกันก็เพียงแค่...
ครั้งนี้ฉันไม่ต้องพกสีมาเอง และจากกระดาษก็เปลี่ยนมาเป็นจอคอมพ์ตรงหน้าฉันนี่

เอาล่ะเรามาดูผลงานระดับเด็กโข่งกันดีกว่า ว่าฝีไม้ลายมือเป็นไฉน



การระบายสีเป็นการอยู่ในโลกแห่งจินตนาการอย่างหนึ่ง
คุณสามารถหยิบสีมาปรุงแต่งภาพได้ตามใจนึก...

สีที่คุณบรรจงระบายลงไป คือสิ่งที่คุณได้ระบายออกทางอารมณ์
และกลายมาเป็นความคิดสร้างสรรค์ที่อยู่ตรงหน้าในที่สุด

เพราะฉะนั้นภาพที่คุณวาด หรือระบายสี...
จะเป็นตัวบอกสภาวะจิตใจของคุณในขณะนั้น
.
.
.
๐ วันนี้คุณระบายแล้วหรือยัง?




 

Create Date : 06 มีนาคม 2551    
Last Update : 7 มีนาคม 2551 8:30:25 น.
Counter : 218 Pageviews.  

สุขจากการอ่าน

๐ ได้อยู่กับบ้านเสียที...
จากที่ส่วนใหญ่ต้องขับรถพาแม่ และน้องสาวไปบ้านคุณตาช่วงสุดสัปดาห์

๐ เพราะฉะนั้น..เช้านี้ฉันเลยคิดไม่ออกจริงๆ ว่าจะทำอะไร
เพื่อไม่ให้้วัน และเวลาล่วงไปโดยเปล่าประโยชน์

๐ แต่ถึงยังไงวันนี้ฉันตั้งใจจะไม่ก้าวเท้าออกจากบ้านไปไหนอย่างเด็ดขาด...
และในที่สุดปณิธานอันแน่วแน่ของฉันก็สัมฤทธิ์ผล

๐ นึกขึ้นได้ว่ามีหนังสือคอมพ์เล่มเล็กหลงอยู่ในกระเป๋า
เป็นหนังสือที่พี่สาวคนนึงในออฟฟิศยื่นให้ เพราะมีหัวข้อเรื่อง Window Vista
ที่ฉันใช้อยู่...

๐ หยิบมาพลิกอ่านดูได้ไม่เท่าไหร่
ฉันก็นึกถึงหนังสือวรรณกรรมเยาวชนเล่มนึงเรื่อง Charlotte's web :-)

คุณๆ อาจสงสัยว่าฉันไปนึกถึงหนังสืออีกประเภทนึงได้ยังไง
ทั้งที่มันไม่ได้เชื่อมโยงกันสักหน่อย...
หากแต่คนที่ยื่นหนังสือให้ฉันคือ คนๆ เดียวกันเพียงแต่ต่างวาระกัน

๐ หนังสือเล่มนี้ถูกให้เป็นของขวัญวันเกิดเมื่อ ๒ ปีที่แล้ว
และถูกวางอยู่ที่เดิมในอายุเฉลี่ยเท่าๆ กัน
แต่ตอนนี้มันถูกวางอยู่ข้่างกายฉัน และ(ต้อง)พร้อมที่จะอ่านมันอย่างเสียไม่ได้
ฉันไม่ชอบอ่านหนังสือประเภทนี้เลย ให้ตายเถอะ!

๐ เอาล่ะ ฉันจะเริ่มอ่านมันอย่างจริงจังเสียที!
ฉันบรรจงอ่านมันตั้งแต่ปกหน้า คำนำ สารบาญ ไปจนถึงเนื้อใน
ฉันไม่รีบเร่ง.. เวลาสำหรับฉันในวันนี้มีเหลือเฟือ

๐ เพลงบรรเลงของ Mozart ถูกเปิดขึ้นเคล้าคลอเพื่อเพิ่มอรรถรสในการอ่าน
ฉันไม่ลืมที่จะแทรก เพลงหวานขม ลงไปในรายการด้วย





๐ การอ่านจบลงตอนบ่าย ๒ บทเพลงจาก Mozart ยังคงส่งเสียงเคียงเอื่อยๆ


"...ชีวิตคืออะไร เราต่างเกิดมามีชีวิตอยู่ในระยะเวลาอันสั้น ไม่ช้าก็ตายไป..
การที่ฉันได้ช่วยเธอ ทำให้ชีวิตของฉันมีค่าขึ้น ชีวิตสัตว์อย่างพวกเราจะมีค่า
ถ้าได้ทำสิ่งที่เป็นประโยชน์บ้าง..."

๐ ประโยคข้างบนฮุคเข้าใส่ฉันเต็มเปา


นอกจากสัตว์ที่ผู้เขียนหมายถึงในเรื่อง ฉันเหมาเอาตัวเองรวมเข้าไปด้วย

๐ วัฏฏะที่เราเผชิญมามากมายนับไม่ถ้วน
เราอาจเคยเกิดเป็นสัตว์ชนิดใดชนิดหนึ่งที่อยู่ในหนังสือเรื่อง Charlotte's web ก็เป็นได้

การได้เกิดเป็นมนุษย์ หรือที่ใครๆ เรียกว่า "สัตว์ประเสริฐ" นั้นจึงแสนยาก และวิเศษล้ำ

๐ สิ่งหนึ่งที่ฉันคิดว่าเป็นสิ่งวิเศษคือ มนุษย์มีสิทธิ์เลือกเป็น "ผู้หลง(โลก)"
หรือ "ผู้รู้ตื่น-เบิกบาน(ธรรม)"...


ฉันรู้แล้วว่าจะเลือกใช้ชีวิตอย่างไรให้มีค่า และเกิดประโยชน์กับชีวิตอันแสนสั้นนี้... แล้วพวกคุณล่ะ?




 

Create Date : 05 มีนาคม 2551    
Last Update : 6 มีนาคม 2551 10:59:25 น.
Counter : 193 Pageviews.  


hopefulness
Location :
Glasgow, United Kingdom

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]











who's online

Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add hopefulness's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.