Welcome to My World :) You're Welcome.

Life is in your hands, Choose!



ถ้าชีวิตเหมือนกับเกม...

การดำเนินชีวิตของเา ก็ึคงเหมือนการเล่นเกมอยู่

เพียงแต่ว่าเราเป็นทั้งคนบั
งคับ และใช้ชีวิตในเกมนั้นๆ

เกมชีวิตเกมนี้เป็นตัวเราจร
ิงๆ


เราต้องเลือกเองว่าจะเดินไป
ทางไหน

ตัดสินใจที่จะทำอะไรกับฝ่าย
ตรงข้าม

วิื่งหนี ยิงมัน หรือว่า โดดเหยียบหัวมัน...

นี่เป็นเกมแอคชั่น สำหรับชีวิตใครที่ต้องมีศัต
รูคู่แข่ง

(ในอนาคตมีแน่ๆ ในการทำงาน)


หรือว่าอาจจะเป็นเกมรถแข่ง ที่ต้องทำเวลาให้ดีที่สุด...


เกมจีบหนุ่ม จีบสาว... ที่ต้องแข่งกันทำคะแนนในการ
จีบคนที่เราชอบ...

เกม arcade RPG ที่ต้องดำเนินเรื่องไปให้ถึ
งจุดหมาย


แต่งานเลี้ยงก็ย่อมมีวันเลิ
กรา...ฉันใด

เกมก็ต้องมีจุดจบฉันนั้น...
ชีวิตก็เช่นกัน


เมื่อถึงวันที่เกมนั้นมาถึง
สภาวะที่เรียกว่า GAME OVER

หรือถ้าเรียกในชีวิต มันก็คงเหมือนตอนที่เราแพ้ศ
ัตรู

เจอกับปัญหาต่างๆ เราก็คงตกใจและก็ไม่รู้จะรั
บมือกับมันยังไง


อาจจะท้อ หรือว่าอาจจะฮึดสู้

แต่นั่นแหละ อยู่ที่การเลือกของคุณ


ตอนที่ Game Over มันก็ยังมีทางให้เราเลือกไม
่ใช่เหรอ?

ว่าเราจะ "Continue" หรือว่า "End Game"


ชีวิตคุณอยู่ที่คุณเลือกว่า
จะทำอะไร!!!





Which is your choice?





หน้าจอเกมนี้ไม่บอกว่า Game Over แต่บอกว่า YOU SUCK

อืมม แรงดีๆ :D เอาน่า ชีวิตมันก็โดนด่าบ้าง จะได้มีแรงกระตุ้น

ใช่มั้ยล่ะ :))



เพิ่มเติมจากพระเจ้า :):)


พระเจ้าทรงให้วางพระทัยในพร
ะหัตถ์ของพระองค์ จริงอยู่ที่ว่าชีวิตเราต้องเลือกเอง

แต่ว่าการเลือกนั้นก็คงเป็น
ไปตามน้ำพระทัยของพระเจ้า ให้เป็นไปตามแผนการของพระองค์

:) สำหรับคริสเตียน การอธิษฐานขอการทรงนำจากพระ
เจ้าเป็นเรื่องสำคัญ

เคยได้ยินเรื่องนักวิ่งไหม?
หยีจำรายละเอียดไม่ได้นะ

แต่เค้าอธิษฐานประมาณว่า "ข้าพระองค์จะออกแรงยกเท้าซ
้าย และให้พระองค์ช่วยยกเท้าขวาให้"

ไม่ตลกนะ อย่าขำ.... เขาไม่ได้จะลอย...

แต่การใช้ชีวิตของคริสเตียน
ไม่สามารถจะทำได้โดยตัวเราเอง :))

เราต้องได้แรงเสริมจากพระเจ
้าเพื่อการเลือกที่ดีที่สุดของเรา

พระเจ้ามีทางที่ดีที่สุด ให้กับทุกๆคนเสมอ


ขอให้ชีวิตทุกคนได้รับการทร
งนำจากพระเจ้า

พระเจ้ารักคุณค่ะ :))








 

Create Date : 13 ตุลาคม 2552    
Last Update : 13 ตุลาคม 2552 23:57:06 น.
Counter : 265 Pageviews.  

7 พฤติกรรมในความคิดข้าพเจ้า ที่คนไทย "ควร" เปลี่ยน!!!

--------------------------------------------------------------------------------------------------------
1.หัดเข้าคิว และเคารพลำดับตามนั้น





ค่ะ ตรงตัว เข้าคิว และเคารพคิวนั้น ไม่ว่าจะเป็นคิวซื้อของ ลงลิฟท์ ขึ้นรถไฟฟ้า


Whatever อะไรก็ตามแต่....

ควรเข้าคิวค่ะ แล้วคิวในห้องน้ำน่ะ ขอร้องเถอะค่ะ ช่วยกรุณาเข้าคิวตามลำดับก่
อนหลัง

มิใช่คิวตามห้อง น่าหงุดหงิดมาก เวลาที่เค้าต่อคิวกันหน้าห้
องน้ำ

แต่มาใหม่เดินเข้าไปต่อห้อง
ข้างในก่อน....


คิวรถไฟฟ้าทั้งใต้ดินและบนฟ้
าก็เหมือนกันค่ะ ช่วยกรุณาเรียงแถวหนึ่งได้มั้ยค่ะ?


จะมีแถวเสริมอาร๊ายยย มาจากไหน

งงมาก เวลาที่เข้าแถวอยู่แ้ล้วมีค
นมายืนข้างๆ เอ๊ะ สองแถวตอนลึกหรอ หรือยังไงอะไร


งงค่ะ งงมากกกก


วัฒนธรรมการเข้าคิวนี่เป็นสิ่ง
ควรทำนะคะ ควรปลูกฝังเป็นอย่างยิ่ง!!!



SOCIAL ETIQUETTE น่ะ รู้จักกันบ้างไหมคะ????



--------------------------
------------------------------------------------------------------------------


2. ช่วยขึ้นบันไดเลื่อนให้เป็นระเบียบสักทีเถอะ!!!





คือ บางทีก็เข้าใจว่าขึ้นบันไดเลื่อน แต่แบบ อาร๊ายยยย


ยืนซ้ายทีขวาที โทษนะค๊ะ... ต่างประเทศไม่มีค่ะ

จะชิดทางใดทางหนึ่งไปซักทาง



ฝรั่ง งง ญี่ปุ่นเง็งค่ะ.... กูจะยืนชิดทางไหนดี?


ซ้ายที ขวาที งงค่ะ ไม่รู้จะชิดทางไหน...


ต่างประเทศเค้าจะเลือกชิดทา
งใดทางหนึ่ง เผื่อใครรีบจะได้รีบเดินขึ้นไปได้

ไอ้คนไม่ได้รีบก็ยืนชิดชิลๆ
ไป...


แต่ประเทศไทย เวลาจะรีบไปที โอ๊ยยย ซิกกะแซกจนเหนื่อย แล้วก็ไม่ได้เร็วขึ้นเท่าไห
ร่


เหนื่อยเปล่า...


เวลาขึ้นลงบันไดก็เหมือนกัน
จะได้ไม่ต้องหยุดมองหน้ากันว่าใครจะหลบให้ใคร...

รบกวนช่วยชิดขวาหน่อยเถอะค่
ะ!!



--------------------------
------------------------------------------------------------------------------


3. ช่วยกรุณาใจเย็นกันนิดหนึ่ง... ให้คนเค้าออกมาก่อนแล้วค่อยเข้าไปค่ะ





ไม่ต้องรีบค่ะ ยังไงก็ได้เข้า คือ บางทีเนี่ยก็จะออกให้คุณเข้

แต่คุณเล่นยืนมาปิดประตูให้
อิชั้น แล้วอิชั้นจะออกยังไงล่ะคะ????


ใจเย็นๆคะ่ อิชั้กน็ไม่อยากอยู่ตรงนี้น
านนักหรอกนะคะ...

ให้คนข้างในออกมาให้หมดก่อน
แล้วคุณค่อยเข้าไปก็ไม่เป็นไรค่ะ


ยังไงก็ได้เข้าค่ะ :) ไม่ต้องกรูกันเข้ามานะคะ กลับไปอ่านข้อ 1 ด้วย....


เวลาขึ้น-ลงรถสาธารณะก็เหมื
อนกันนะคะ... ขอลงก่อนเถอะค่ะ

อย่าพุ่งตัวแล้วดันอิชั้นกล
ับไปจมปลักอยู่ที่เดิม...

ดิชั้นต้องการออกไปจากที่นี
่ค่ะ


ช่วยกรุณาใจเย็นกันนิดหนึ่ง
ให้คนข้างในเค้าออกมาก่อน แล้วอย่าไปขวางทางเค้า

พอเค้าออกไปหมดแล้ว คุณจะได้มีที่สบายๆให้เข้าไ
ปไงคะ



นะ... คะ....


--------------------------
------------------------------------------------------------------------------


4. ล้างมือเสร็จ ปิดก๊อก แล้วก็ขอร้องว่า อย่าสะบัดมือออกนอกอ่าง





พฤติกรรมนี้มักเกิดขึ้นหลังจากคุณเข้าห้องน้ำ ล้างมือเสร็จแล้ว


สะบัด...!!!



ถ้าคุณสะบัดในอ่างล้างหน้า ไม่โดนใครก็ไม่เป็นไรค่ะ ดีแล้ว ทำไปเถอะ

แต่บางคน รีบมากค่ะ เอาออกมาจากอ่างล้างหน้าแล้
วสะบัด


โดนแข้ง โดนขา โดนตัวคนอื่น


คิดว่าเค้าจะไม่รังเกียจหรอ
คะ??? ถึงแม้มันจะเป็นน้ำจากก๊อก...


ดิฉันรังเกียจค่ะ...!!!


ถ้าล้างมือเสร็จแล้ว ช่วยทำให้แห้งโดยเช็ดกับกระ
โปรง กางเกง หรือเสื้อก็ได้


ไม่ก็เช็ดของคนอื่น อย่าสะบัดใส่คนอื่นเลยค่ะ น่ารังเกียจ....


ถ้าไม่รู้ว่าน่ารังเกียจยัง
ไง... รบกวนช่วยยื่นหน้าไปใกล้ๆคอห่านแล้วชักโครกดูนะคะ

น้ำที่กระเซ็นมาโดนหน้าคุณ ก็ไม่ต่างจาก น้ำจากมือคุณที่สะัดมาโดนคน
อื่นหรอกนะคะ...


--------------------------
------------------------------------------------------------------------------


5. คุณผู้ชายคะ... ช่วยกรุณาลุกให้เด็ก สตรีมีครรภ์ และคนชรานั่งด้วยเถอะค่ะ!!!





ไม่ได้ต้องการมาเรียกร้องให้ผู้ชายลุกให้ผู้หญิงอย่างเราๆนั่งนะคะ

แต่บางทีแค่รู้สึกว่า ผู้หญิงอย่างอิชั้นเองลุกให
้เด็ก สตรีมีครรภ์ และคนชรานั่งบ่อยกว่าผู้ชายเสียอีก


บางคนก็บอกว่า อ้าวก็ผู้หญิงอย่างอิชั้นลุ
กให้แล้ว จะอะไรอีก

ค่ะ!!! ช่วยลุกให้เร็วกว่านีหน่อยน
ะคะ ไม่ใช่กว่าจะยกก้นห้อยย้อยของพี่ๆขึ้นมา


โอเค ไม่เป็นไรค่ะ ต่อไปพี่ก็นุ่งกระโปรงก็ได้
้นะคะ เดี๋ยวอิชั้นจะลุกให้นั่งเอ


ไม่ต้องเกรงใจ อันนี้อิชั้นผิดเอง


ลืมไปว่า สิทธิทางเพศผู้หญิง ผู้ชายมันเท่าเทียมกัน


แต่เรื่องอย่างนี้มัีนอยู่ก
ับสามัญสำนึก และเมตตาธรรมค่ะ!!!



--------------------------
------------------------------------------------------------------------------


6. คุณๆที่ขับรถทั้งหลายขาาา... ช่วยหลบหลีกให้รถพยาบาลเปิดหวอ ปี๊โป่ ด้วยค่ะ





อันนี้ไม่ไหวจริงๆนา เข้าใจว่าการจราจรมันติดขัด แต่พอขยับได้ ก็ให้เค้าไปเถอะ


เปิดหวอ ปี๊โป่ จี้ตูดคุณๆมาซะขนาดนั้น


อันนั้นเค้ารีบจริงคะ่่ ความเป็นความตาย...


ช่วยยหน่อยยยยเถอะนะคะ!!!


หากพอขยับได้ก็ช่วยกรุณาหลี
กๆใ้ห้รถพยาบาลไปหน่อย

คิดซะว่าเป็นอาเตี่ย อาม่า ญาติผู้ใหญ่ที่บ้านคุณก็ได้
นะ...


ช่วยหน่อย เห็นแล้วมันหงุดหงิด...



คือเข้าใจใช่มั้ยคะ ว่าถ้าเรียกรถพยาบาลเนี่ย ท่าทางจะหนักแล้ว


เพราะฉะนั้น หลีกๆเถอะค่ะ


ถ้าวันหนึ่งมันกลายเป็นญาติ
ผู้ใหญ่ที่บ้านคุณ


แล้วคุณจะเสียใจ!!!!



--------------------------
------------------------------------------------------------------------------


7. เปิดประตูน่ะ เปิดไว้เผื่อคนข้างหลังหน่อ




ค่ะ.... ตามนั้น บางทีเดินๆอยู่แล้ว ไม่ใช่ว่าขี้เกียจหรอกนะคะ


แต่พี่บางคนเล่นเปิดแค่พี่ "พอ"เข้าได้


ค่ะ เข้าใจอีกเหมือนกันว่าพี่คง

ใช้ชีวิตตามนโยบายพอเพียง

แต่บางเรื่องก็ไม่เป็นไร เปิดประตูเผื่อคนข้างหลังบ้
าง


เดินตามไป จะโดนกระแทกหน้าหลายหนแล้ว


ไม่ใช่เรื่องหนักหนาอะไรเล้
ยยยยย จริงมั้ยคะ???

แค่เปิดประตูกว้างกว่านี้นิ
ดนึง เปิดอ้าเผื่อคนที่เดินตามมาอีกหน่อย...



ไม่มีอะไรเสียหายนี่คะ? จริงไหม???


เปิดประตูครั้งต่อไป คิดถึงคนที่เดินตามหน่อยนะค
ะ!!!!






--------------------------
------------------------------------------------------------------------------


7 ข้อนี้ไม่ยากเกินไปที่จะปฏิ
บัติเนอะ บางข้ออาจจะดูแล้วโง่ๆ แต่ก็ควรเปลี่ยนแปลงนะคะ

อะไรที่แก้ไขได้ ก็ช่วยๆแก้หน่อย กรุงเทพ เมืองมหานครนี้จะได้น่าอยู่
ขึ้นอีก....


นี่เลือกคัดมาเฉพาะเหตุการณ
์ประสบการณ์ตรงที่เจอบ่อยๆน


อารมณ์ประมาณว่าเจอแล้ว แบบ "อุเหม่.... ขอเถอะนะ!!!!"




ใครอยากให้คนไทยเปลี่ยนอะไร
อีกมั้ยคะ....???




CHANGE FOR THE BETTER!!!!





Free TextEditor




 

Create Date : 10 ตุลาคม 2552    
Last Update : 10 ตุลาคม 2552 23:29:29 น.
Counter : 262 Pageviews.  

ทฤษฎีการรู้จักกัน

เคยเขียนไปหรือยังหว่า.. จำไม่ได้
แต่ที่แน่ๆ คุ้นๆว่า พูดบ่อย และเชื่อจริงจังในเรื่องนี้

เคยเขียนไปแว้บๆใน Note "ถึงคุณคนนั้นแหละ....."

ฉันเชื่อในทฤษฎีการรู้จักกัน ที่ฉันเชื่อมาตลอด
การที่เราจะรู้จักใครซักคน มันเป็นเรื่องยาก ยากมากจริงๆ
มันเป็นอะไรที่เราไม่สามารถบอกได้ว่าทำไมเราถึงรู้จักคนๆนี้
มันเป็นเรื่องของอะไรก็ไม่รู้ ที่มีคนเรียกว่า "พรหมลิขิต"
แต่ฉันไม่ชอบคำนั้น ฉันว่ามันเป็น "ทฤษฎีการรู้จักกัน"
เป็นชื่อทฤษฎีที่ฉันคิดของฉันขึ้นมาเอง


ไม่รู้หรอก ว่าทฤษฎีมันเป็นยังไง คิดขึ้นมาเอง ดูเป็นคำพูดเก๋ๆ
แต่เชื่อมันอย่างสุดจิตสุดใจ

อย่างที่ Quote ไว้ข้างต้น
การที่เราได้รู้จักใครซักคน
มันยากนะ ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ
ไม่ต้องอะไรมากหรอก แค่รู้จักชื่อนี่แหละ

เอาแค่ในประเทศไทย 62-63 ล้านคนเนี่ย
ไม่อะ แค่ในกรุงเทพก็พอ 6-8 ล้านคน

ให้ตายเถอะ มันเป็นจำนวนที่เยอะอยู่นาาาา

สงสัยมั้ยล่ะ ที่จู่ๆก็มารู้จักกันได้ โดยสถาบันที่เรียกว่า โรงเรียน หรือ มหาลัย
ก็ยังไม่แปลก แต่ที่แปลกกว่านั้นคือ ทำไมเรารู้จักไม่ทั้งหมดในนั้น
ทั้งๆที่เราอยู่สถาบันเดียวกัน

เราอาจเคยนั่งดูหนังข้างๆใครที่เรารู้จัก แต่ตอนนั้นเรายังไม่รู้จักกันมาก่อนก็ได้
เราอาจเคยยิ้มให้กัน อาจเคยเดินสวนกันมาก่อนก็ได

มันยากแค่ไหนกับการที่ได้รู้จักกับคนๆหนึ่ง
มันดีมากแค่ไหนที่เราได้รู้จักกัน

บางคนเรียกมันว่า "ชะตาฟ้าลิขิต" "พรหมลิขิต" หรืออะไรก็ตามแต่เหล่านี้
แต่สำหรับเรา มันคือ ทฤษฎีการรู้จักกัน

อย่างน้อย ถ้าพรุ่งนี้เราไปเจอกันข้างนอก เีราก็ยิ้มให้คุณได้
อย่างน้อย เราก็ไม่ต้องปล่อยใ้หคนอีกคนเดินสวนกันท่ามกลางโลกใบนี
อย่างน้อย ครั้งหนึ่งเราก็เคยพูดคุยกัน จับมือแบ่งปันความอบอุ่น
ยากแค่ไหน กับการที่คุณจะได้รู้จักใครสักคน

อย่าเลย อย่าพยายามที่จะลืมคนรู้จักของคุณ
อย่าโกรธกันเลย อย่าพยายามที่จะตัดเค้าออกไปจากชีวิตคุณ

นี่เป็นอีกสาเหตุที่จะบอกตัวเองไม่ให้โกรธใคร ไม่ให้เกลียดใคร...
แค่การรู้จักกันก็ยากมากแล้วจริงๆ
อย่าให้เวลาแค่ไม่กี่นาที ความโกรธเล็กๆของคุณ
ทำลายสิ่งที่สร้างขึ้นมาด้วยกันอย่างยากลำบาก

ถึงวันนี้... สำหรับบางคนที่รู้จักอาจจะต้องแยกทางเดินกันต่อไป
ก็ไม่มีใครรู้อีกว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร
เราอาจจะได้เดินสวนกันอีกครั้ง...
อาจจะหยุดเพื่อพบกัน เพื่อทักทาย...
อาจจะแค่ยิ้ม แล้วเดินผ่านไป...
หรืออาจจะหยุด และเดินไปเส้นทางใหม่พร้อมๆกัน...
ใครจะรู้ว่าอะไรจะเกิดใน "ทฤษฎีแห่งการรู้จักกัน"
ไม่มีบทสรุป และคำตอบที่แน่นอนสำหรับทฤษฎีนี้ในชีวิตของฉัน และแน่นอนของคุณเหมือนกัน
ใครจะรู้?

อย่าปล่อยให้เมืองนี้เป็นเมืองเหงาๆ ที่มีเพียงคนเดินสวนกันไปกันมา
ทำเมืองของคุณให้มีชีวิต ยิ้มให้กับคนที่เดินผ่าน
เพราะคุณไม่มีโอกาสรู้เลยว่า วันข้างหน้าเขาเหล่านั้นจะได้เป็นคนรู้จักของคุณหรือเปล่า
ไม่มีใครรู้อนาคต ไม่มีใครรู้ว่าวันข้างหน้าเขาอาจกลายเป็นคนสำคัญในชีวิตของคุณ

ขอบคุณที่เราได้รู้จักกัน
ขอบคุณที่ทำให้เราได้จากกัน
ขอบคุณที่ทำให้เราพบกัน
ปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตามทฤษฎีของมันเถอะ...

ขอบคุณพระเจ้าที่ทำให้เราไ้ด้รู้จักกัน



ภาพประกอบจาก Lost in Translation




ภาพประกอบจาก Lost in Translation 








ภาพประกอบจาก  Chungking Express








Free TextEditor




 

Create Date : 07 ตุลาคม 2552    
Last Update : 7 ตุลาคม 2552 23:51:00 น.
Counter : 804 Pageviews.  

คำตอบของ Blog ก่อนหน้า

เมื่อวานเกิดคำถามความดราม่า และ Hurt อยู่กับตัวเอง
และทิ้งท้ายคำถามไว้ก่อนนอน....

"แล้วถ้าหากเป็นคุณล่ะ
คุณเลือกที่จะเป็นผู้หญิงคนไหน....
คุณจะแนะนำอะไรให้กับผู้หญิงทั้งสามคนนี้...."

อยากได้คำแนะนำใช่มั้ย?
วันนี้เป็นอีกวันที่ไปโบสถ์ (อีกแล้ว)
และพระเจ้าก็ตอบคำถามทั้งเพลง และคำเทศนา
พระเจ้าไม่เคยช้าสำหรับหยีจริงๆ ถามปุ๊บ ตอบปั๊บตรงๆเลย

พอไปถึง พระเจ้าปลอบหยีด้วยเพลงที่ทรงร้องตอบคำถามของหยี
ด้วยเพลง

-------------------------------------------------------

"ฉันเป็นที่รักยิ่ง - Your beloved"

พื้นฟ้าสวรรค์นั้น เกิดขึ้นมาโดยพระองค์
ดาวที่บนฟากฟ้า ถูกจัดวางโดยพระหัตถ์
กลางวันและกลางคืน ก็เป็นไปตามบัญชา
แม้ทะเลและคลื่นคะนอง ก็กราบที่พระบาท

แล้วฉันเป็นใคร เมื่อเทียบกับพระสิริพระองค
แล้วฉันเป็นใคร เมื่อเทียบกับพระรัศมี

ฉันเป็นที่รักยิ่ง เป็นฝีพระหัตถ์
และทรงรักฉันดั่งฉันเป็น
ทรงรับฉันไว้ในแผ่นดินพระองค์
ไม่ละอายที่จะทรงเรียกฉัน
"ว่าฉันเป็นที่รัก"

-------------------------------------------------------


ไม่ได้โกหก พระเจ้าเนี่ยแหละที่รักหยีมากที่สุด...

เชื่อมั้ย... น้ำตาที่บอกไว้ก่อนหน้านี้ว่าไม่ไหล
มันไหลออกมาแบบ...
ทำไมพระเจ้ารักเรามากขนาดนี้... ทั้งๆที่หยีไม่เคยรักพระเจ้ามากขนาดนี้
ไม่เคยเห็นพระเจ้ามาก่อนคนอื่นๆ เรื่องอื่นๆ สำคัญหว่าพระเจ้าเสมอ
แต่อย่างที่เพลงบอก หยีเป็นที่รักของพระเจ้า มากจริงๆ และพระเจ้ารักหยีในแบบที่หยีเป็นเสมอ
ขนาดหยีไม่ได้ดี ไม่ได้รักพระเจ้ามากเท่าที่พระเจ้ารัก แต่พระเจ้ายังรับหยีไว้ในอ้อมแขนของพระองค์
พระองค์ไม่อายที่จะเรียกหยีว่า "ลูกรัก... ของพระเจ้า"
ขอบคุณพระเจ้าที่ตอบคำถามไปหนึ่งข้อ

แต่อย่างที่บอกไม่ได้หมดแค่นี้ พระเจ้าทรงมีแผนการทุกอย่าง
พระเจ้าทรงบอกหยีอีกครั้งผ่านเพลง

-------------------------------------------------------

"ให้กลับมาหา" (ซึ่งหยีจำได้แค่ท่อนฮุคนะ)
ให้กลับมาหา เมื่อเธอรู้ว่าเธอหมดแรง
รีบกลับมาหา เมื่อเธอรู้ว่าเธอผิดไป
กลับมาหา เธอจะรู้ ว่ารักพระองค์นี้ไม่มีที่ไหน
ให้เธอวางใจในความรักของพระเยซู.....

-------------------------------------------------------

พระเจ้าบอกให้หยีกลับไปหาพระเจ้า ตอนเราหมดแรง...
พระเจ้าไม่ได้ปฏิเสธเรา...
ขอบคุณความรักของพระองค์จริงๆ พระเจ้ารักหยีมากแค่ไหน TT_____TT

แต่อย่างที่บอก นอกจากเพลงแล้วยังมีคำเทศนา ผ่านคุณหมอจี๊ด....
เอาอีก วันนี้พระเจ้ามอบให้เป็นวันของเราจริงๆ
คำเทศนาในหัวข้อ "เลือกผิด ชีวิตมลาย" [dedicated to some of my friends]
หัวข้อเรื่องนี้ดีมากจริงๆ หมอจี๊ดเทศนาให้เรานำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้
แต่เนื้อหาคงไม่พอที่จะแบ่งปันที่นี่ เอาที่เด็ดๆ ในหัวข้อสุดท้าย คือ
ใช้ชีวิตเรียบง่าย (simple life)
ฟังดูเหมือน feel good DTAC แต่ไม่ใช่พระเจ้าให้เรา feel good ได้มากกว่าเยอะ สำหรับผู้ที่รู้จักพระองค์


ใช้ชีวิตเรียบง่าย (Simple Life) 7 ข้อมีดังนี้
- รับเอาเป้าหมายของพระเจ้ามา เป็นเป้าหมายของเรา
- มีมารยาทตามหลักพระคัมภีร์
- ตรงไปตรงมา ตรงประเด็น
- ฉลาด สุภาพ ถ่อมใจ ขยัน อดทน
- พอใจในสืิิ่งที่ตนมี
- พํฒนาในสิ่งที่ตนเป็นให้เหมือนพระคริสต์มากขึ้น
- ยอมรับทุกสิ่ง และทุกสถานการณ์ด้วยมองบทเรียนที่มีอยู่ในสิ่งเหล่านั้น เห็นปัญหา ือ โอกาสที่พระเจ้าใช้สร้าง และปรับปรุงให้เราดีขึ้น เป็นคนที่พระเจ้าใช้ได้



ข้อสุดท้าย คือ สิ่งที่เราได้เรียนรู้จากการที่เราหายไปสามปี
ไม่น่าเชื่อว่า เราจะเรียนรู้ได้ก่อนที่ใครจะมาสอนเรา
เพราะเรามีพระเจ้าองค์เดียวกัน
พระเจ้าสอนเรา ก่อนที่จะให้หมอจี๊ดมาบอกย้ำว่า ความคิดของเราถูกต้อง

สิ่งที่เราได้จากชีวิตที่ห่างหายไปสามปี คือ การใช้ชีวิตแบบมีพระเจ้าเป็นอย่างไร
ไม่เคยรู้มาก่อนเลยจริงๆว่า ชีวิตที่มีพระเจ้ามันแตกต่างกันอย่างไร
ก่อนที่จะหายไป ถามว่าไปโบสถ์แต่รู้สึกอะไรมั้ย?

คำตอบ คือ ไม่...

เราไม่เข้าใจว่าการไปโบสถ์ไปทำไม ไปเพื่ออะไร
เราไปเพราะคนอื่นบอกใ้ห้ไป
เราไม่รู้สึกว่า เราเป็นลูกของพระเจ้า

ดังนั้น พระเจ้าจึงอนุญาต พระเจ้ารู้ว่าหยีเป็นคนยังไ ง
พระเจ้าให้หยีไป ออกไปอยู่ข้างนอกใช้ชีวิต
และเรียนรู้เองว่า เราจะให้พระเจ้าเข้ามาอยู่ในชีวิตเราได้อย่างไร

เมื่อพระเจ้าเรียกให้กลับมา พระเจ้าบอกหยี และหยีก็รู้เองเลยว่า
พระเจ้าให้เราไปใช้ชีวิต ไปเรียนรู้เอง กับการใช้ชีวิตโดยมีพระเจ้าสถิตอยู่ด้วยมันเป็นอย่างไร

ความรู้สึกตอนที่ได้ไปโบสถ์ ตอนนี้ มันเต็มจากข้างใน
เรารู้แล้วว่าเราไปทำไม ไม่ใช่แค่หน้าที่ที่ต้องไปโบสถ์ทุกวันอาทิตย์

พระเจ้าเรียกหยีแล้ว ถึงเวลาแล้วที่พระองค์จะให้ ลูกของพระองค์ที่ไปใช้ชีวิตข้างนอกกลับมา

และพระองค์ทรงตอบทุกคำถามด้วยคำตอบเดียว ที่ตรัสตรงเข้ามาในสมองหยี

จากพระคัมภีร์ ยอห์น 14:6
"พระเยซูตรัสกับเขาว่า เราเป็นทางนั้น เป็นความจริง และเป็นชีวิต
ไม่มีผู้ใดมาถึงพระบิดาได้น อกจากจะมาทางเรา"

ใครว่าไม่มีใครรักเรา... พระเจ้าไง รักเรามากที่สุด
รักเหลือเกิ๊นนนน รักมากกว่าใครทั้งนั้น...
ขอบคุณพระเจ้าที่ตอบคำถามทุ กคำถามที่อยากรู้ :):)




 

Create Date : 04 ตุลาคม 2552    
Last Update : 4 ตุลาคม 2552 19:03:26 น.
Counter : 282 Pageviews.  

หากเลือกได้ หนึ่งในผู้หญิงสามคนนี้....

ถ้าให้เลือกได้ คุณจะเลือกเป็นผู้หญิงคนไหน ระหว่าง

1. มีคนเข้ามาในชีวิตเรื่อยๆ
แต่คนที่ผ่านเข้ามาในชีวิตคุณ เข้ามาไม่นาน แล้วก็ผ่านไป
ไม่มีใครซักคนคิดที่จะหยุดที่คุณ
คุณรักเขา แต่เขารักคนเก่ามากกว่า....

2. ไม่มีคนเข้ามาในชีวิตเลย
ไม่เคยสมหวังกับใครซักที
คุณรักเขา แต่เขาไม่เคยคิดที่จะรักคุณตอบ....

3. มีคนเข้ามาในชีวิตบ้าง เรื่อยๆ
คนที่ผ่านเข้ามาคิดจะหยุด แต่ก็ไม่หยุด
คุณรักเขา แต่เขาไม่ได้รักคุณ....

นี่คือชีวิตจริงๆของผู้หญิงสามคนที่ฉันรู้จัก

คนแรก...
เธอมีคนเข้าหาตลอด แต่ทุกคนก็อยู่ได้ไม่นาน
เธอจริงใจ และจริงจังกับคนที่เธอเลือกที่จะคุย และรู้จักกันในแต่ละครั้ง
แล้วเวลาจากมาก็มาถึง ทุกคนเลือกที่จะจากเธอไป
ปล่อยให้เธอนั่งร้องไห้อยู่กับตัวเอง
แม้บางครั้งเธอเอง ที่เลือกจะเป็นฝ่ายเดินจากมา
แต่เธอเองนั่นแหละ ที่เป็นคนเจ็บที่สุึด...
จะให้เธอทำอย่างไร ในเมื่อ คนที่เธอรัก เขาไม่พร้อมที่จะรักเธอ
เขามีคนที่เคยเป็นของเขาอยู่เต็มหัวใจ
ไม่มีซักคนที่เธอเป็นฝ่ายเริ่ม
เริ่มต้นจากเขา และจบโดยเขาเป็นสาเหตุ...
จากกันเพราะเหตุผลของ"เขา"
ไม่ใช่เหตุผลเพราะ"เธอ"
เป็นอย่างนี้ทุกๆครั้ง สำหรับชีวิตของเธอคนนี้....
เมื่อไหร่จะมีคนที่เป็นของเธอซักที...


คนที่สอง...
ไม่มีซักคนที่จะเดินเข้ามาในชีวิตเธอ
เธอได้แต่แอบรัก แอบมองเขาคนนั้นอยู่ห่างๆ
ไม่เคยได้รักกับใครซักคน
ได้แต่นั่งเจ็บอยู่กับตัวเอง ปวดอยู่กับตัวเอง
กอดตัวเอง รักตัวเอง
"รัก" แต่ไม่ถูก "รัก"
ได้แต่นั่งอิจฉา มองเพื่อนๆที่เขามีใครที่รักกัน
และนั่งมองคนที่เธอรัก รักกับคนอื่น
และได้แต่นั่งรอคอยด้วยความหวัง และน้ำตา....
คนที่เธอจะรักและรักเธอในสักวันที่ไม่รู้ว่าจะมาถึงเมื่อไหร่...

คนที่สาม...
ชีวิตเธอก็ไม่ต่างจากผู้หญิงคนแรกเท่าไหร่นัก
มีคนเข้ามาหาเรื่อยๆ ไม่ต่างกัน
แต่คนที่เข้ามาต่างมีคุณสมบัติที่ต่างกันไป
เธอแค่เลือกสิ่งที่เธอคิดว่าจะดีที่สุดให้กับตัวเอง
ไม่ผิดที่เธอเลือก ในเมื่อเธอมีโอกาส
คนที่เธอเลือกแต่ละครั้ง เธอคิดว่าเป็นคนที่ดีที่สุดสำหรับเธอ และชีวิตของเธอ
แต่สุดท้าย ผลที่ได้ก็เหมือนกัน
คนที่เข้ามาให้เธอเลือก... เขาไม่เลือกเธอ
หลังจากที่เธอเลือกเขา แต่เขาไม่ได้เลือกเธอ
คำตอบสั้นๆง่ายๆแค่ไหน
แต่เจ็บปวดทิ่มแทงไปทั่วร่างกาย...
เธอได้แต่นั่งร้องไห้ เพราะผิดหวังจากสิ่งที่เธอคิดว่า"ดีที่สุด" สำหรับตัวเธอ
แต่สิ่งที่เธอคิดว่าดีที่สุด กลับทำร้ายเธอไ้ด้อย่างเจ็บปวดที่สุด
ทุกครั้ง เช่นกัน.....


คุณรู้ไหม ผู้หญิงสามคนนี้ ต่างอิจฉากัน
อิจฉาผู้หญิงคนอื่น
ต่างรำพันอยากเป็นคนนู้น คนนี้
ทั้งมีคนอื่นที่อยากเป็นเหมือนผู้หญิงสามคนนี้ ไม่คนใดก็คนหนึ่ง

แต่ไม่มีใครรู้หรอก ว่าผู้หญิงทั้งสามคนนี้ ไม่มีความสุขมากเพียงไร...
เหงา และเจ็บปวดมากแค่ไหน....

แล้วถ้าหากเป็นคุณล่ะ
คุณเลือกที่จะเป็นผู้หญิงคนไหน....
คุณจะแนะนำอะไรให้กับผู้หญิงทั้งสามคนนี้....




 

Create Date : 03 ตุลาคม 2552    
Last Update : 3 ตุลาคม 2552 23:04:47 น.
Counter : 231 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  

Valentine's Month


 
My Lullaby
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Welcome to My Blog ^^
Nice To meet You all na ka :):)

This is my URL: http://lady-lullaby.bloggang.com
This is my Christian Blog :http://loukyie.blogspot.com/
Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add My Lullaby's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.