~Lady in Lotus~เม้นก็ได้ ด่าก็ดี มีคุณค่ากับนางผู้นี้ทุกประการค่ะ
Group Blog
 
All Blogs
 

chapter21

คณะเดินทางที่นำโดยเจ้าหมาน้อยพิตบูล ตามมาด้วยสามสาวสวยผู้เป็นทายาทแห่งเทพศิลปินกับหนึ่งเจ้าชายรูปงาม พยายามไปให้ถึงอย่างรวดร็วที่สุด จนกระทั่งได้พบกับถ้ำขนาดใหญ่ที่คิดว่าเป็นทางลงไปสู่ดินแดนซาตาน

“ยงว่า เราพักสักหน่อยก่อนดีไหมครับ” บุญยงเอ่ยขึ้น เมื่อเห็นว่าสาวๆมีท่าทีเหนื่อยอ่อน

“ฉันยังไม่เหนื่อยซักหน่อย”สโนว์ฮยอนตอบห้วนๆทั้งที่ปรากฏเม็ดเหงื่อพราวเต็มหน้า

“พักหน่อยก็ดีเหมือนกันนะคะพี่ ในถ้ำนั่นเราก็ไม่รู้ว่าจะเจออะไรบ้าง”ชินเดอรเรล่าบอกเสียงนุ่มในแบบของเธอ

“ก็ได้” แล้วสโนว์ฮยอนจึงนั่งลงที่ก้อนหินใต้เงาไม้ใหญ่ร่มรื่นนั้น แล้วคณะก็หยุดพักตรงนั้น

“แน่ใจแล้วเหรอ บุญยง ว่าใช่ถ้ำนี้” น้องมินถามต่อ ขณะถอดหมวกแดงของเธอมาโบกไล่ความร้อน

“ก็คุณนางฟ้าบอกว่าให้เราเดินมาทางนี้ มันก็น่าจะมีถ้ำเดียวนี่ล่ะ” เขาตอบ พลันเหลือบไปเห็นบางอย่างอยู่บนต้นไม้ เบื้องหลังของสโนว์ฮยอน

“สโนว์ฮยอนอยู่นิ่งๆนะ อย่าขยับ” เขาร้องก่อนถอดดาบวิเศษออกมาใช้เป็นครั้งแรก

ชั่วพริบตา ดาบนั้นก็ไปปักหัวเจ้างูตัวใหญ่ตายคาต้นไม้ สามสาวตกใจมาก แต่ก็รู้สึกโล่งใจที่โสนว์ฮยอนปลอดภัย

“เรารีบเดินทางต่อเถอะ”สโนว์ฮยอนบอกก่อนกุลีกุจอหอบหิ้วสัมภาระของตนเดินนำไป คณะทายาทเทพก็มุ่งสู่ถ้ำอันเป็นทางเข้าของดินแดนซาตานทันที

………………….

“เรียนท่านราชาซาตาน บัดนี้มีมนุษย์กลุ่มหนึ่งเดินทางมุ่งตรงเข้ามาทางนี้ขอรับ” เสียงของดวงวิญญาณปีศาจตนหนึ่งเอ่ยรายงานต่อหน้าร่างสูงใหญ่น่าเกรงขามที่นั่งบนบัลลังก์สูงเด่นอันสร้างมาจากสารพัดกระูดูกสีดำเงาวับ ภายในโถงใหญ่ที่มีแต่ความอืมครึม และกลิ่นไอแห่งความชั่วร้ายตรลบไปทั่ว

“มนุษย์รึ???” เสียงห้าวเปี่ยมพลังทวนคำ ก่อนเอ่ยอีก “ใช่พวกมนุษย์ที่นางแม่มดผมขาวมารายงานข้าเมื่อหลายวันก่อนรึเปล่า”

“ข้าไม่มั่นใจนักขอรับ เพราะที่แม่ดผมขาวรายงานไว้คือ มีมนุษย์ผู้หญิงสามนาง ที่มาด้วยกบและหมา แต่ที่ข้าเห็นคือไม่มีกบแต่เป็นมนุษย์ผู้ชายที่เก่งกาจ มันเสียบหัวข้าอย่างว่องไวและแม่นยำนัก ข้าเลยต้องมารายงานท่านราชาแบบวิญญาณนี่ไง”เสียงวิญญาณอสูรตนนั้นบอก

“ขอบใจมาก ไปได้แล้ว” เสียงเปี่ยมอำนาจแห่งผู้เป็นราชาของดินแดนซาตานตอบ

“งั้นข้าขอไปหาร่างใหม่ก่อน น้อมลาท่าราชา”แล้วดวงวิญญาณนั้นก็หายไป

“นานนักหนาแล้วที่ดินแดนซาตานของข้าไม่มีผู้ใดกล้าล่วงล้ำเข้ามา ดีล่ะ เหล่าอสูรของข้าจะได้สนุกสนานกันล่ะทีนี้”แล้วจอมอสูรก็ระเบิดหัวเราะทรงพลังออกมา

ทางด้านเหล่าทายาทเทพศิลปินก็เดินทางในถ้ำอย่างระมัดระวังที่สุดกระทั่งมาเจอทางแยกที่แบ่งออกเป็นสามทาง จึงจำต้องเรียกนางฟ้าออกมาเพื่อยุติความเห็นที่ไม่ตรงกัน

“พวกเจ้านี่จริงๆเลยนะ” นางฟ้าบ่นอุบ “ไอ้สามทางนี้มันออกไปสู่ดินแดนซาตานเหมือนกันหมดนั่นหล่ะ”

“งั้นคุณนางฟ้าก็เลือกให้หน่อยสิคะ” ชินเดอเรล่าบอก นางฟ้าจึงเลือก

“งั้นไปทางตรงกลางละกัน”ทุกคนพยักหน้าน้อมรับคำตัดสินของนางฟ้า

“ไหนๆก็ออกมาแล้ว ข้าก็เดินทางไปพร้อมพวกเจ้าเลยแล้วกัน” ประโยคนี้ของนางฟ้าทำให้ทุกคนอุ่นใจขึ้นมากทีดียว นางฟ้าจึงบอก “ไปกันต่อเถอะ”

แล้วการเดินทางก็ดำเนินต่อไป

ระหว่างทาง มีสัตว์หน้าตาประหลาดมากมายมาต้อนรับ แต่นางฟ้าคนเก่งก็จัดการได้หมด ทำให้ทุกคนมั่นใจว่านางฟ้าจะพาพวกเธอไปถึงที่หมายแน่นอน ไม่นานนัก

“โห ทำไมมันกว้างแบบนี้ล่ะ” สโนว์ฮยอนร้องขึ้นเมื่อปลายทางที่เลือกไปนั้นมาบรรจบที่ทะเลสาบกว้างใหญ่ แต่มีสีดำคล้ำ พอๆกับบรรยากาศเหนือผิวน้ำ

“นี่คือทะเลสาปเลือด ที่พวกเจ้าเห็นเหมือนภูเขาหินโสโครกตรงโน้น”นางฟ้าบอกพลางชี้มือออกไปให้ทุกคนมองตาม “นั่นล่ะคือที่อยู่ของราชาซาตาน”

“แสดงว่าเครื่องดนตรีของเทพศิลปินอยู่ที่นั่นใช่ไหมคะ” น้องมินเอ่ย เธอยังคงฉลาดหลักแหลมเหมือนเดิม

“แล้วเราจะไปถึงที่นั่นได้ยังไงคะ”ชินเดอเรล่าถามต่อ บลูแองเจิ้ลจึงบอก

“เดี๋ยวสโนว์ฮยอนกับน้องมินไปกับข้า ชินเดอเรล่า เจ้าผอมบางก็ขี่หลังเจ้าพิตบูลไปก็แล้วกันนะ”

“อ้าว แล้วยงล่ะ”

“ก็ดาบวิเศษที่ข้าให้เจ้าไปไงล่ะ บอกมันว่าให้พาเจ้าบินไป แค่นั้นเอง”นางฟ้าบอก บุญยยิ้มกว้างเมื่อทราบวิธี

“แต่ก่อนจะไป พวกเจ้าเอานี่ไปอมก่อน”นางฟ้ามอบเม็ดกลมรีสีน้ำเงินที่คล้ายกับยาอะไรสักอย่างให้ทุกคน

“นี่เป็นเม็ดอมล่องหน จะทำให้ไม่มีใครมองเห็นเราได้ แต่สำหรับที่นี่ ไอความชั่วร้ายมันรุนแรงมาก ฤทธิ์ของเม็ดอมนี่จึงอยู่ได้เพียงชั่วยามเดียวเท่านั้น เพราะฉะนั้นเราจึงต้องเข้าไปหาเครื่องดนตรีเทพให้พบและออกมาให้เร็วที่สุด เข้าใจรึยัง” ทุกคนรับคำ ก่อนจะอมเม็ดอมล่องหน และจัดเที่ยวบินพิเศษสู่ปราสาทซาตาน

ไม่นานนัก คณะทายาทเทพศิลปินก็เดินทางมาถึงมุมเล็กๆ ที่อยู่ทางด้านหลังของปราสาทซาตาน

“นี่เหรอ ปราสาทซาตาน ดูน่ากลัวจัง” น้องมินเปรยเมื่อกวาดสายตามองตัวปราสาทที่ตระหง่านตรงหน้า

“รีบไปกันเถอะ”นางฟ้าบอก ทุกคนจึงวิ่งตามนางฟ้าไปทันที

“เวลามีพวกซาตานเดินมา เราต้องกลั้นหายใจนะ เพราะถึงแม้มันจะไม่เห็นเรา แต่มันก็อาจจะได้กลิ่นเรา”นางฟ้ากระซิบทุกคนพยักหน้าแสดงความเข้าใจก่อนย่องตามนางฟ้าเข้าไปในทางเดินแคบๆจนกระทั่งมาทะลุที่หน้าห้องโถงใหญ่ บลูแองเจิ้ลจึงแอบส่องดูจากช่องว่างเล็กๆระหว่างบานประตู

“พวกซาตานกำลังประชุมกันอยู่ มิน่าล่ะ ถึงได้ดูไม่พลุกพล่าน ข้าว่าเรารีบใช้โอาสนี้ไปหาเครื่องดนตรีให้พบเถอะ สโนว์โฮยอนกับน้องมิน เจ้าไปทางซ้ายนะ ชินเดอเรล่า เจ้าไปกับพิตบูลทางขวา บุญยงเจ้าขึ้นไปชั้นบน เดี๋ยวข้าจะไปชั้นล่างๆเอง อ้อ เดี๋ยวๆๆ สาวๆพวกเจ้าเอากำไลนี่ไปด้วย” สามสาวก็รับไปทันที

“กำไลอะไรคะ สวยจัง”ชินเดอเรล่าถามพลางรับไปสวมที่ข้อมือเล็กๆของตน

“กำไลนี่ฝังอัญมณีสื่อสารไว้ พวกเจ้าจงใช้มันติดต่อกับข้าว่าใครพบเครื่องดนตรี หรือใครเจออันตราย จะได้ไปช่วยกัน”

“ไม่มีของยงอีกแล้วอ่ะ”พ่อคนเจ้าปัญหาร้อง

“ก็อัญมณีที่ดาบเจ้าไงล่ะ ใช้ได้เหมือนกัน” นางฟ้าตอบเสียงเขียว

“อ้าวเหรอครับ วุ๊ย ดาบสารพัดประโยชน์”ชายหนุ่มว่า

“แยกย้ายกันได้แล้ว อย่าลืมนะว่าเรามีเวลาไม่ถึงชั่วยามแล้ว” ทุกคนรับคำก่อนแยกไปตามที่นางฟ้าได้บอก

ภารกิจสำคัญของเหล่าทายาทเทพศิลปินได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว




 

Create Date : 01 ตุลาคม 2553    
Last Update : 1 ตุลาคม 2553 10:41:33 น.
Counter : 152 Pageviews.  

chapter20

“คืนนี้เราพักที่นี่ก่อน พรุ่งนี้เราค่อยเดินทางเข้าดินแดนซาตาน” บุญยงยิ้มน้อยๆก่อนเอ่ยอีก “พวกเธอนี่ก็อึดกันจังเนอะ เดินทางในป่าต้องห้ามกันตั้งสองวันเต็ม แถมสู้รบกับสัตว์ประหลาดเยอะแยะแน่ะ”

“ใครจะไปนอนหลับกลางป่าประหลาดนั่นลงล่ะ น่ากลัวจะตาย” น้องมินหมวกแดงตอบเสียงห้วน

“ใช่”ชินเดอเรล่าเสริม “แถมบรรยากาศก็อึมครึมจนไม่รู้ว่ามันกลางวันหรือกลางคืนด้วย”

“แต่ที่สำคัญ ผิวสวยๆของน่ะเสียหมดแล้ว ดูสิ คล้ำลงตั้งเยอะ โดนขีดข่วนเป็นรอยเต็มเลย” สโนว์ฮยอนโอดครวญพลางลูบไล้ท่อนแขนกลมกลึงของตัวป้อยๆ

“แต่ตอนนี้มียงอยู่ด้วยแล้ว ไม่ต้องกลัวอะไรแล้วนะครับสาวๆ คืนนี้ยงจะเป็นยามให้เอง พักผ่อนเถอะนะครับ” ชายหนุ่มบอกก่อนลุกจากขอนไม้ที่นำมานั่งข้างกองไฟ เดินออกไปสำรวจบริเวณใกล้ๆ โดยมิได้รู้สึกเลยว่าตนเป็นเป้าของดวงตาทั้งสามคู่

“นอนได้แล้วจ้าพวกหล่อน พรุ่งนี้เราต้องรับศึกหนัก” สโนว์ฮยอนร้องขึ้นก่อนล้มตัวลงนอนตะแคงหันเบื้องหลังให้น้องๆ สองสาวก็มองหน้ากันก่อนล้มตัวลงนอนตาม

แม้้ว่าจะพยายามข่มตาให้หลับสักเพียงใด แต่ความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างของทั้งสามคนก็ยังคงวิ่งวนไปมาอยู่ไม่รู้เหน็ดเหนื่อย ภาพเพื่อนร่วมทางคนเก่าในร่างใหม่นั่นเองที่มาลอยอยู่ในเปลือกตาจนทำให้สามสาวไม่อาจจะเข้าสู่ห้วงนิทราได้โดยง่าย

เช้าที่สดใสมาเยือนป่าต้องห้ามเป็นครั้งแรก หลังจากสิ้นพันธนาการแห่งมนต์ดำของแม่มดผมขาว นกนานาชนิดแข่งขันกันร้องเพลงอย่างมีความสุข สัตว์น้อยใหญ่ต่างก็ยินดีในแสงอาทิตย์อบอุ่นที่แผ่เข้ามาอย่างที่สุด

สามสาวตื่นขึ้นมาก็พบว่ามีน้ำและผลไม้มากมายเตรียมไว้รอแล้ว คงมีเพียงคนเดียวที่เตรียมไว้ให้ สาวๆจึงจัดการกับผลไม่เหล่านั้นจนอิ่มนหนำสำราญ แล้วจึงเดินออกมาตามหาพ่อหนุ่มบุญยงที่วิ่งเล่นกับเจ้าพิตบูลที่ลานหญ้า

“หลับสบายไหมครับสาวๆ” เขาเอ่ยถามพร้อมยิ้มสดใส

“สบายมากๆเลยค่ะ” ชินเดอเรล่าตอบพลางยิ้ม

“วันนี้เราคงต้องเข้าไปดินแดนซาตานแล้วล่ะเนอะ”ชายหนุ่มเอ่ยอีก

“เรียกคุณนางฟ้าออกมาถามดีกว่านะ ว่าเราจะไปทางไหนยังไง”น้องมินบอก ทุกคนก็เห็นด้วย ครู่หนึ่งบลูแองเจิ้ลก็ออกมา แล้วบอก

“พวกเจ้าเดินเข้าไปแนวป่านั้นอีกนิดนึงจะเจอถ้ำ ก็เข้าไปในนั้นเดินเข้าไปเรื่อยๆจนพบกับบ่อน้ำสีดำๆคล้ำๆ แล้วเดี๋ยวพวกเจ้าค่อยเรียกข้าออกมาอีกทีนะ”นางฟ้าบอก ก่อนจะร่ายมนต์เสกของบางอย่าง

“อ่ะ..ดาบวิเศษ ข้าให้เจ้านะ บุญยง” บลูแองเจิลยื่นดาบเงินที่ซ่อนอยู่ในฝีกประดับอัญมณีสีเขียวและสีฟ้าสวยงาม ที่ด้ามมีอัญมณีสีฟ้าเม็ดใหญ่ประดับอยู่ด้วย ชายหนุ่มรับมาถือไว้ก่อนจะลองดึงฝักดาบออกดูก่อนยิ้มอย่างพอใจและเอ่ย

“ขอบคุณครับ คุณนางฟ้า”

“แล้วนี่ก็คบไฟ เอาไว้จุดตอนเข้าถ้ำนะ”นางฟ้ายื่นไม้หัวกลมสีดำสองอันให้ชินเดอเรล่า ก่อนหันไปบอกบุญยงอีก “ฝากดูแลสาวๆด้วยนะเจ้าชาย”

“เดี๋ยวๆๆๆๆๆ” บุญยงร้องเสียงหลงทำเอานางฟ้าชะงัก ก่อนเท้าสะเอวมองตาเขียว

“อะไรอีก รีบว่ามา” ชายหนุ่มจึงเอ่ยเสียงอ่อน

“ก็…คือ..แบบว่า นางฟ้าเสกชุดใหม่ให้ยงหน่อยได้ไหมครับ ชุดเจ้าชายหล่อๆแบบเนี้ยมันไม่เหมาะจะผจญภัยเ่ท่าไรอ่ะ” นางฟ้าจึงร่ายมนต์ก่อนเสกชุดที่คิดว่าเหมาะสมกว่าให้

“โห…แฟชั่นยุคไหนเนี้ย ไม่อินเทรนเลยอ่า” บุญยงยังคงนิสัยขี้บ่นเช่นรั้งเป็นกบ

“ข้าอยู่ในศิลามาเป็นร้อยๆปี เจ้าคิดว่าข้าจะรู้จักไหม อะไรเทนๆของเจ้าเนี้ย”นางฟ้าค่อนขอด “ถ้าไม่ชอบก็เปลือยกายซะสิ” สามสาวกับหมาน้อยได้แต่มองการต่อปากต่อคำระหว่างบุญยงกับนางฟ้าตาปริบๆ

“แว๊กกกก จะบ้าเหรอ ยงไม่ใช่กบแล้วนะ” ชายหนุ่มร้องเสียงหลง

“ก็เจ้าอยากเรื่องมากกับข้าทำไมล่ะ”นางฟ้าตอบโต้

“โหยยยย คุณนางฟ้าอ่ะ”บุญยงส่งเสียงอย่างตัดพ้อ

“ไปได้แล้ว อย่าเรื่องมาก”แล้วเทพธิดาก็หายเข้าไปในศิลาตามเดิม

“ออกเดินทางกันเถอะพวกเรา”สโนว์ฮยอนร้องบอกด้วยน้ำเสียงร่าเริง ก่อนออกเดินนำหน้าสู่ประตูแห่งดินแดนซาตาน




 

Create Date : 01 ตุลาคม 2553    
Last Update : 1 ตุลาคม 2553 10:25:40 น.
Counter : 128 Pageviews.  

chapter19

“นี่เราอยู่ที่ไหนกัน” ดวงตาคมกล้ามองไปรอบบริเวณแต่ก็พบเพียงไอหมอกจางๆสีขาวลอยอยู่รอบตัว ก่อนจะเคลื่อนสายตามาสำรวจร่างของตน “เราคงพ้นคำสาปแล้วจริงๆสินะ เราถึงได้คืนร่างเดิม แต่เราก็ตายแล้วนี่หว่า เอาวะ เป็นวิญญาณที่หล่อที่สุดก็ยังดี” ทันใดนั้น

“บุญยง เจ้าบุญยง อย่าเพิ่งไป!!” เสียงคุ้นๆทำให้ต้องเหลียวหลัง และได้พบกับ

“คุณนางฟ้า”

“เออ!!ก็ข้าน่ะสิ”สุภาพสตรีมีปีกเอ่ย

“มาได้ยังไงกัน??”

“ฉลาดน้อยอีกแล้ว!”นางฟ้าว่าให้ “ข้าน่ะ นางฟ้าบลูแองเจิ้ลนะ จะไปที่ไหน เมื่อไรก็ได้ทั้งนั้นล่ะ” หน้าหล่อนั้นแย้มยิ้ม

“กลับไปกับข้าเดี๋ยวนี้เลยนะ เจ้ายังไปไหนไม่ได้ทั้งนั้น เพราะภารกิจของเจ้ายังไม่สำเร็จ”

“แต่ยงตายแล้วยนะครับคุณนางฟ้า”

“ข้าคุยกับเจ้าหน้าที่ของโลกวิญญาณเข้าใจแล้ว ถึงเจ้าไปก็ต้องถูกส่งกลับอยู่ดี เจ้ารีบมากับข้าเถอะน่า ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป” นางฟ้ายื่นมือมา แต่ดวงวิญญาณรูปงามนั้นยังลังเล

“จะให้ยงกลับไปเป็นกบเหมือนเดิมเหรอครับ”

“โอ๊ยยย!!สมองเจ้าันี่ยังเป็นกบอยู่รึไงนะ”นางฟ้าเท้าสะเอวว่าให้เสียงขุ่น “คำสาปสลายไปแล้ว ร่างของเจ้าก็ต้องคืนสภาพเป็นมนุษย์สิ”

“จริงเหรอ??ยงหล่อเหมือนเดิมแล้วเหรอ” ชายหนุ่มเบิกตาโตอย่างดีใจ

“เข้าใจแล้วก็มาสักทีสิ”นางฟ้ายื่นมือมาอีกครั้ง เขาจึงยื่นมือมาจับ แล้วเพียงชั่วฟ้าแลบก็กลับมาถึงยังป่าต้องห้ามบริเวณที่เกิดเหตุ

วิญญาณของเจ้าชายบุญยงได้เห็นภาพของสโนว์ฮยอน ชินเดอเรล่า และน้องมินหมวกแดงหลับไหลสิ้นสติ มีเพียงเจ้าพิตบูลที่ร้องหงิงๆคอยเลียมือคนนั้นทีคนนี้ที หวังให้ตื่นขึ้นมา

“พวกนางเสียใจจนสลบไปน่ะ อ่อ..ร่างของเจ้าอยู่ตรงนี้”

นางฟ้าบลูแองเจิ้ลชี้นิ้วเรียวมาที่โดมหมอกสีขาวหนาที่เหมือนกับเนินดินเล็กๆบนพื้นหญ้าสีเขียวอ่อน ก่อนจะร่ายมนต์บางอย่างให้โดมหมอกนั้นค่อยๆจางลงจนปรากฏร่างชายหนุ่มรปงามในชุดสีขาวสะอาดแน่นิ่งอยู่

“นี่ร่างเดิมของยงนี่”

“ก็ใช่น่ะสิ รีบกลับเข้าร่างได้แล้ว ไป๊” นางฟ้าผลักดวงวิญญาณอย่างแรงเพื่อให้กลับเข้าร่าง ครู่หนึ่ง ชีวิตของชายหนุ่มก็ฟื้นตื่นอีกครั้ง

“ยงไม่ตายแล้ว แถมกลับมาหล่อเหมือนเดิมด้วย ขอบคุณครับคุณนางฟ้า”ชายหนุ่มบุญยงเอ่ยพร้อมยิ้มกว้าง

“มันเป็นหน้าที่ของข้า เสร็จธุระข้าแล้วข้าขอตัวกลับไปพักผ่อนก่อน วุ๊ยยย!! เหนื่อยจริงอะไรจริง” แล้วนางฟ้าก็หายเข้าไปในศิลาศักดิ์สิทธิ์ทันที

พลันดวงตาคมก็พบกับเจ้าหมาน้อยพิตบูลที่ยืนเอียงคอมองเขาอย่างสงสัย

“พิตบูล นี่บุญยงไง ยงกลับมาแล้ว แต่ยงไม่ได้เป็นกบยงเป็นมนุษย์ มานี่มามาหายงหน่อย” เจ้าหมาจากสรวงสวรรค์วิ่งเข้ามาดมๆ ก่อนจะกระโดดเข้าใส่ ก่อนจะเลียหน้าตาของบุญยง ราวกับจะบอกว่ามันดีใจเหลือเกินที่เพื่อนกลับมาอีกครั้ง

“พอแล้วๆๆๆ ไปปลุกสาวๆกันเถอะ”

นานเท่าไรก็ไม่มีใครทราบได้ ที่สามสาวได้ิ้หมดสติและหลับไหลไป ก่อนจะตื่นขึ้นมาอีกครั้งและพบว่าพวกเธอนอนเคียงกันอยู่ใต้ร่มไม้ใหญ่ แทนที่จะเป็นกลางเนินที่ได้สูญเสียเจ้ากบเพื่อนรักไป

“เรายังไม่ตายใช่ไหม”“น้องมินเอ่ยขึ้นอย่างงงๆ

“เราควรจะนอนอยู่ตรงลานหญ้าไม่ใช่เหรอคะ ทำไมเราถึงได้มาอยู่ตรงนี้ล่ะ”ชินเดอเรล่าย่นคิ้วถามอย่างสงสัย สามสาวมองหน้ากันอย่างงงๆ

พลันสโนว์ฮยอนก็ได้ยินเสียงหัวเราะสดใสที่คุ้นหูของใครสักคนแว่วมา

“นั่นใครน่ะ”

ร่างสูงใหญ่ สง่าราวรูปปั้นของเทพเจ้าที่งดงามไร้ที่ติ กำลังหยอกล้ออยู่กับเจ้าพิตบูลอย่างสนุกสนาน ครั้นพอเห็นสามสาวยืนมองมาอย่างประหลาดใจ จึงเดินเข้ามาหาใกล้ๆก่อนพูดด้วยเสียงนุ่ม

“คิดถึงพวกเธอจัง สโนว์ฮยอน ชินเดอเรล่า น้องมินหมวกแดง” ได้ยินเขาเรียกชื่อพวกเธอก็ยิ่งทำให้งงไปใหญ่

“คุณเป็นใคร ทำไมถึงรู้จักพวกเราล่ะคะ”น้องมินถาม

“รู้จักสิครับ รู้จักดีด้วยริมฝีปากได้รูปนั้นเปล่งเสียงนุ่มออกมา

“ทำไมฉันคุ้นเสียงของคุณจังคะ”ชินเดอเรล่าเอ่ยอย่างสงสัย “หน้าตาท่าทางของคุณก็ด้วย เหมือนใครสักคนที่ฉันรู้จักมากเลย”

“โธ่ แป๊ปเดียวก็ลืมยงซะแล้วเหรอ” เขาตัดพ้อด้วยเสียงอ้อน

“ยง???? หรือว่า….”สโนว์ฮยอนเบิกตากว้างก่อนร้องเสียงหลง “เจ้ากบบุญยง”

“ใช่แล้วจ้า แต่ไม่ได้เป็นกบแล้วนะ คืนร่างเป็นเจ้าชายบญยงเหมือนเดิมแล้ว ดูสิ”

“บุญยง นี่นายจริงๆเหรอ”น้องมินหมวกแดงร้องอย่างตื่นเต้น พลางไล่สายตาทั่วร่างมนุษย์ของบุญยง

“ยงเอง ตัวจริงเสียงจริงเลยล่ะ จะให้ร้องเพลงยืนยันก็ได้นะ” หน้าตาท่าทางทะเล้นแบบนี้คงไม่ใช่ใครอื่น

“พี่บุญยงของน้องจริงๆด้วย” ชินเดอเรล่ายิ้มกว้างจนเห็นฟันสวยก่อนเข้ามากอดบุญยงเป็นคนแรก

“แอร๊ยยย ไอ้กบขี้เหร่ของฉัน”สโนวฮยอนวิ่งเข้ามากอดบุญยงอีกคน เห็นน้องมินลังเลบุญยงจึงบอก

“มาสิจ๊ะน้องมิน มาให้ไออุ่นยงหน่อย” แล้วน้องมินก็วิ่งเข้ามาอยู่ในอ้อมแขนของบุญยงอีกคนด้วยความดีใจ

….วินาทีนี้ แม้แต่เทพเจ้าก็คงต้องอิจฉาเจ้าชายบุญยงกันทั้งสวรรค์ เพราะมีสาวสวยตั้งสามนางอยู่ในอ้อมกอดอันอบอุ่น คงไม่มีใครมีความสุขเท่าบุญยงอีกแล้วล่ะ





Free TextEditor




 

Create Date : 01 ตุลาคม 2553    
Last Update : 1 ตุลาคม 2553 10:19:40 น.
Counter : 155 Pageviews.  

chapter18

“ทุกคนระวัง ยัยแม่มดยังไม่ตาย!!” เป็นเสียงของบุญยงที่ร้องบอกทุกคน ในขณะที่กำลังจับจ้องร่างของแม่มดที่ลอยขึ้นไปบนท้องฟ้า เหนือป่่าต้องห้ามที่มืดครึ้ม ปั่นป่วน และมีแต่ความน่ากลัว

เีสียงกรีดร้องโหยหวนของนางทำให้ทุกคนต้องอุดหู และต้องพยายามปัดป้องตัวเองไม่ให้แม่มดลอยเข้ามาใกล้ บุญยงดึงอัญมณียอดมงกุฏออกมา ก่อนอธิษฐานให้กลายเป็นดาบยาวอันแหลมคม ด้วยมุ่งมั่นตั้งใจว่าจะต้องฆ่านางแม่มดให้ได้

บุญยงจ้องร่างนางแม่มดผมขาวอย่างไม่วางตา พลางเล็งหาจุดตายของแม่มดเฒ่า ชั่ววินาทีบุญยงก็พบว่านางแม่มดผมขาวเหมือนจะกลัวเปลวไฟสีน้ำเงินที่เจ้าพิตบูลพ่นออกมา และจะเอามือเหี่ยวๆมาปิดหน้าทุกครั้ง

…..ใช่แล้ว…….

จุดตายของนางต้องเป็นที่ใบหน้า แล้วมันส่วนไหนกันล่ะ

แต่ขณะนั้นนางแม่มดกำลังลอยพุ่งตรงมาที่สามสาวซึ่งนั่งอยู่รวมกันอย่างรวดเร็ว พร้อมแยกเขี้ยวและกางกรงเล็บแหลมหวังจะทำร้ายพวกเธอ ไม่มีเวลาจะคิดอะไรอีกแล้ว

บุญยงใช้พลังทั้งหมดของกบตัวโตๆตัวหนึ่งที่มี ถีบตัวขึ้นขวางหน้าแม่มดผมขาวพร้อมกับใช้ดาบวิเศษคู่มือนั้นแทงเข้าไปตรงกลางหน้าผากของแม่มดเฒ่าจนมิดด้าม ก่อนที่ร่างของบุญยงจะตกลงมากระทบพื้น พร้อมๆกับร่างของแม่มดชั่ว

เสียงหวีดร้องอันปวดร้าว ทุกข์ทรมานแสนสาหัสของแม่มดนั้นออกมาพร้อมกับกลุ่มควันสีดำจากร่างเหี่ยวย่น ชั่ววินาทีเสียงนั้นก็หายไปพร้อมกับกลุ่มควัน เหลือเพียงกระดูกสีคล้ำกองเล็กๆกองหนึ่ง ไม่นานนักก็มีเสียงร้องโหยหวน ตามมาลั่นป่าต้องห้าม เพียงไม่นานเสียงนั้นก็ค่อยหายไปพร้อมกับความมืดมด ความสดใสสว่างเจิดจ้าก็เข้ามาแทนที่ทันที

“แม่มดตายแล้ว สัตว์อสูรถูกปลดปล่อย ป่าก็คืนสู่สภาพปกติ”นางฟ้าเปรยขึ้นอย่างดีใจ

แต่ทว่า….

“บุญยง แกอย่าตายนะ!!!” เสียงของสโนว์ฮยอนครวญขึ้นเื่มื่อบุญยงไอออกมาเป็นเลือด ผิวสีเขียวนั้นเริ่มซีด

“ภารกิจเรายังไม่สำเร็จ จะทิ้งเราไปทั้งอย่างนี้ไม่ได้นะบุญยง”น้องมินเอ่ยเสียงสั่นเครือ

“พี่บุญยง พี่บุญยงอย่าเพิ่งทิ้งน้องไปนะ”ชินเดอเรล่าร่ำไห้จนแทบจับความไม่ได้

เจ้าบุญยงแย้มริมฝีปากน้อยๆ ก่อนเอ่ยด้วยเสียงแผ่วเบา

“สโนว์ฮยอน ชินเดอเรล่า น้องมินหมวกแดง พวกเธอรู้ไหม พวกเธอคือสิ่งมหัศจรรย์ที่สุดในชีวิตของยงเลยนะ ตั้งแต่ยงได้มีพวกเธอเข้ามาในชีวิต ยงลืมความทุกข์ในอดีตไปจนหมดเลย เพราะปัจจุบันที่มีพวกเธอ ยงมีความสุขที่สุด”

“ฉันขอโทษนะที่เคยด่าแกว่าขี้เหร่ แต่ความจริงแล้วแกเป็นกบที่หล่อที่สุดเลยนะ”สโนว์ฮยอนเอ่ยทั้งน้ำตา

“ยงรู้ตัวดีว่าตัวเองน่าเกลียดแค่ไหน แต่พวกเธอก็ยังดีกับยงมาตลอด ขอบใจนะ ที่ทำให้ชีวิตสัตว์ประหลาดตัวหนึ่ง มีค่ามากมายขนาดนี้ พวกเธอเป็นปาฏิหาริย์ของยงแท้ๆเลยนะ รู้ไหม”เจ้าบุญยงพูดเสียงพร่า

“บุญยง บุญยง”น้องมินได้เพียงเรียกชื่อเท่านั้นเพราะก้อนสะอื้นแล่นมาจุกที่คอพร้อมกับความรู้สึกปวดร้าวที่แผ่ซ่านไปทั้งหัวใจ

“พี่ต้องไม่เป็นอะไร พี่ต้องอยู่กับน้องนะ พี่บุญยง”ชินเดอเรล่าคร่ำครวญปานใจจะขาด

“ความจริงแล้ว…ยัยแม่มดผมขาว เป็น คนที่สาปยง…ให้..เป็นแบบนี้”เสียงของบุญยงเริ่มแผ่วและขาดๆหายๆ “ในเมื่อแม่มดตาย คำสาป..ก็ต้องสลาย…ด้วย แต่ยง…คงไม่มีโอกาส…ได้คืนร่างเดิม” คำพูดที่ออกมาอย่างยากลำบากของเจ้าชายในร่างกบบีบหัวใจดวงน้อยของสามสาวเหลือเกิน “ยงขอโทษนะ ที่..ทำตามความหวัง…ของบรรพบุรุษ..ไม่ได้…คงต้องฝาก…พวกเธอ..แล้ว” มีน้ำตาหยดเล็กๆหยาดลงมาจากหางตาของบุญยง

“อย่า..ร้องไห้..สิ เดี๋ยว..ไม่สวย” ดวงตาคู่เล็กนั้นของบุญยงคลอด้วยน้ำตา”พวกเธอ..ต้อง..เข้มแข็ง ต้อง..สู้..ต่อไป...นะ”

“คุณนางฟ้า อยู่ไหนอ่ะ มาช่วยบุญยงสิ นางฟ้า!!”สโนว์ฮยอนร้องลั่นราวกับคนเสียสติ แต่ไม่ปรากฏว่านางฟ้าอยู่ตรงนั้น

บุญยงเคลื่อนสายตาที่เริ่มพร่ามัว มองหน้าของแต่ละคนอย่างช้าๆราวกับจะให้ภาพหน้าสวยๆเหล่านี้ประทับในหัวใจ และตราตรึงจนตราบนิจนิรันดร์

“สิ่ง..สุดท้าย…ที่ยง…อยากจะบอก คือ…ยง..รัก..พวกเธอ..มาก..นะ” แล้วดวงตาคู่นั้นของบุญยงก็ปิดลง พร้อมกับทุกอย่างที่ดับวูบ




 

Create Date : 01 ตุลาคม 2553    
Last Update : 1 ตุลาคม 2553 10:11:52 น.
Counter : 120 Pageviews.  

chapter17

“พวกเจ้าทำลายกองทัพสัตว์อสูรของข้า พวกเจ้าจะต้องตาย!! ข้าไม่ปล่อยพวกเจ้าไว้แน่!!!” นางแม่ดผมขาวคำรามลั่นหอคอย เมื่อเห็นความพ่ายแพ้ยับเยินของกองทัพสัตว์อสูรต่อหน้าต่อตา

“ข้าจะฆ่าพวกเจ้าด้วยมือของข้าเอง” สิ้นคำ นางแม่มดก็ร่ายมนต์บางอย่าง ก่อนจะหายตัวไปในความมืด

หลังจากเผาซากของสัตว์อสูรทั้งหลายแล้ว คณะเดินทางก็เดินหน้าต่อไป เรื่อยๆ

“นั่นหอคอยไม่ใช่เหรอคะนั่น” ความช่างสังเกตของน้องมินทำงานอย่างมีประสิทธิภาพอีกครั้ง เมื่อเธอเห็นหลังคาเล็กๆแหลมสูงเหนือยอดไ้ม้อยู่ลิบๆ

“ยงว่าต้องเป็นหอคอยของยัยแม่มดผมขาวแน่เลย”บุญยงเอ่ยขึ้น

“แม่มดผมขาวอีกแล้ว เออ ไหนว่าจะเล่าเรื่องยัยแม่มดนี่ให้ฟังไง” สโนว์ฮยอนทวง

“ก็เพิ่งฝ่าดงสัตว์ประหลาดมาได้ จะเอาเวลาที่ไหนไปเล่่าล่ะแม่คู๊ณณณ” เจ้ากบส่งเีสียงกวนประสาทใส่

“ไอ้กบขี้เหร่ ถ้าแกไม่อยากเล่าก็ไม่ต้องเล่า แต่ถ้าจะเล่าก็เล่ามาดีๆ อย่ามากวนส้นเท้าฉัน” สโนว์ฮยอนว่าเสียงเขียว เจ้าบุญยงมีท่าทีสงบเสงี่ยมขึ้นทันที ก่อนเล่าคร่าวๆ

“น้องกระรอกเล่าว่ายัยแม่มดนี่รับใช้ราชาซาตาน มีหอคอยไว้สังเกตการณ์ไม่ให้มีผู้บุกรุกมาที่แดนซาตาน สัตว์ประหลาดที่เราฆ่าทั้งหมดก็คงเป็นสมุนของมันนั่นล่ะ”

“ถ้าเราเห็นยอดหอคอยของมัน ก็แสดงว่าเราเข้าใกล้ดินแดนซาตานแล้วสินะ” ชินเดอเรล่ารำพึง

“ใช่แล้ว เราต้องมีสติ ระวังตัวให้มากกว่าเดิม เพราะยัยแม่มดอะไรนั้นมันต้องเก่งกว่าไอ้พวกสัตว์ประหลาดแน่” สโนว์ฮยอนบอกทุกคน

“ฉันว่าเราเรียกคุณนางฟ้าออกมาช่วยเถอะค่ะ กันไว้ดีกว่าแก้นะ”น้องมินเสนอ

“เอาไว้ก่อน เดี๋ยวยัยแม่มดออกมาค่อยเรียก”

“แต่ฉันเห็นด้วยกับมินนะคะ” ชินเดอเรล่าพูดบ้าง “เมื่อกี้ก็เกือบแย่กันแล้วไม่ใช่เหรอคะ”

“นี่พวกหล่อน ไม่ได้เข้าใจที่นางฟ้าบอกเลยใช่ไหม” สโนว์ฮยอนพูดเสียงกร้าว “เราต้องใช้พลังของทายาทเทพต่อสู้เพื่อบรรพบุรุษนะ ทำไมจะต้องไปหวังพึ่งคนอื่นด้วย”

“แต่นางฟ้าไม่ใช่คนอื่นนะคะคุณพี่ เขาพร้อมจะช่วยเรา”น้องมินรีบตอบ

“แต่นางฟ้าอยากจะให้เราสู้ เพราะเราสู้ได้ เรามีพลัง เรามีความสามารถ เราเป็นทายาทเทพศิลปิน ลืมไปแล้วรึไง” สโนว์ฮยอนพูดเสียงกระชากพร้อมคิ้วที่ขมวดกันอย่างเคร่งเครียด

“แต่เราเป็นมนุษย์ เป็นผู้หญิง มีเลือดเนื้อนะคะไม่ได้เป็นอมตะ” น้องมินก็สวนกลับด้วยโทสะที่พุ่งขึ้นไม่แพ้กัน ในขณะนั้น เจ้าบุญยงจึงแอบเรียกนางฟ้าบลูแองเจิ้ลออกมารับรู้เหตุการณ์โดยที่ทั้งสามไม่ทันสังเกต

“เป็นมนุษย์ เป็นผู้หญิงแล้วไง ก็สู้ได้เหมือนกันนี่ ในเมื่อสู้ได้ก็สู้ต่อไปสิ”

“แต่เราเหนื่อยแล้วนะคะพี่ เหนื่อยที่ต้องสู้กับอะไรไม่รู้ที่พร้อมจะฆ่าเราได้ทุกเมื่อ” ชินเดอเรล่าพูดเสียงกร้าวเป็นครั้งแรก

“นี่ยัยชิน เธอก็เป็นไปด้วยเหรอ!” สโนว์ฮยอนหันมาจ้องชินเดอเรล่าเขม็ง

“เราเป็นผู้หญิง เราน่าจะได้รับการดูแล เอาใจใส่ปกป้องมากกว่าจะต้องมาไล่ฆ่าฟันชีวิตอื่นแบบนี้”ชินเดอเรล่าเอ่ยเสียงสั่นเครือ

“แต่เราเป็นทายาทเทพ หน้าที่ของเรามันไม่ใช่แค่มีชีวิตไปวันๆนะ เราต้องทำภารกิจของบรรพบุรุษ เราเป็นความหวังของมวลมนุษย์”
"เราเองก็เป็นมนุษย์นะคะ เราควรจะมีความสุขกับการมีชีวิตอยู่มากกว่าจะเอาชีวิตมาทิ้งแบบนี้ มิใช่เหรอคะ"น้องมินเอ่ยสวน
"แล้วจะกลัวทำไมล่ะ ในเมื่อสุดท้ายก็ต้องตายเหมือนกันทุกคน ถ้าจะตายทั้งที ก็ให้มีคุณค่า เป็นประโยชน์กับคนที่ยังอยู่ ไม่ดีกว่าเหรอ" สีหน้าท่าทางจริงจัง ประกอบกับน้ำเสียงเกรี้ยวกราดของพี่ใหญ่ทำให้น้องอีกสองคนอึ้งไปพักหนึ่ง
“ฉันมันบ้า บ้าอยู่คนเดียว!!!” สโนว์ฮยอนร้องลั่นก่อนเบือนหน้าซ่อนน้ำใสๆี่เอ่อออกมานั้นอย่างรวดเร็ว แล้วเดินเลี่ยงไปอีกทางอย่างว่องไว

“ให้เค้าสามคนเย็นลงก่อน แล้วข้าจะออกมาใหม่นะบุญยง” บลูแองเจิ้ลบอกเสียงเรียบก่อนหายวับไป

บุญยงกับพิตบูลได้แต่มองตากันปริบๆอย่างไม่รู้จะทำอะไรได้ คงต้องปล่อยให้น้ำตาของแต่ละคนได้ทำหน้าที่ของมันอย่างเต็มที่เสียก่อน

………………….

สโนว์ฮยอนใช้เวลาพอสมควรในการปล่อยน้ำตาและความรู้สึกที่เก็บไว้ทั้งหมดออกมา ความจริงแล้ว เธอก็หวาดกลัว หวั่นไหว และเจ็บปวดเหมือนกัน แต่เธอต้องเก็บทุกอย่างให้มันมิดชิด เพราะเธอระลึกเสมอว่าเธอเป็นพี่ ถ้าเธอไม่เข้มแข็งแล้วน้องๆที่บอบบางอีกสองคนจะทานทนได้อย่างไรกัน ภารกิจบรรพบุษคงไม่ลุล่วงถ้าเธอมัวแต่กลัว คิดๆดูอีกทีแล้วความจริงก็ไม่ใช่ความผิดของน้องๆที่จะเหนื่อยหรือท้อ เธอควรให้กำลังมากกว่าจะไปใช้คำรุนแรงแบบนั้น มันเป็นความผิดของเธอเอง...สามคนไม่เหมือนกันเลยสักนิด แต่สามารถมาเป็นเพื่อนกันได้ ไม่น่าจะต้องให้อารมณ์มาสั่นสะเทือนความสัมพันธ์เลย ไม่น่าเลยจริงๆ

“แม่สาวน้อย มานั่งทำอะไรตรงนี้คนเดียวเหรอจ๊ะ” เสียงแหบพร่าทำให้สโนว์ฮยอนหลุดออกจากห้วงความคิด

หญิงชราหลังงุ้ม มีผิวเหี่ยวย่นที่ขาวจัดออกเหลืองซีด ยิ้มให้เธอแต่ดูเหมือนกำลังแยกเขี้ยวมากกว่า

“เปล่าค่ะคุณยาย พอดีหลงทางค่ะหาเพื่อนไม่เจอ เลยนั่งพักตรงนี้” สโนว์ฮยอนแกล้งบอกไปอย่างนั้น เพราะแปลกใจที่พบหญิงชราผอมแห้งในป่าประหลาดที่เต็มไปด้วยอันตรายแบบนี้ แต่เธอยังคงเก็บอาการสงสัยนั้นไว้ได้อย่างมิดชิด

ทางด้านสองสาว เมื่ออารมณ์เย็นลงแล้วจึงได้หันหน้ามาคุยกัน

“ฉันไม่น่าพูดอะไรแบบนั้นออกไปเลยอ่า ชิน” น้องมินเอ่ยสียงอ่อน

“ฉันเหมือนกันค่ะ ไม่น่าใช้อารมณ์กับพี่เค้าเลย ทั้งที่เค้าเป็นพี่เรา”ชินเดอเรล่าบอก ด้วยความรู้สึกแทบไม่ต่างกัน

“ความจริงแล้ว ตัวเราเองที่เลือกจะมา คุณพี่ก็ไม่ได้บังคับ นี่ยังไม่ถึงจุดหมายปลายทางก็ท้อแล้ว ฉันนี่แย่จริงๆ” น้องมินตัดพ้อตัวเอง

“เราไปขอโทษพี่กันเถอะค่ะ” ชินเดอเรล่าเสนอ น้องมินพยักหน้าเห็นด้วย แล้วสองสาวก็ออกไปตามหาสโนว์ฮยอน ปล่อยให้เจ้าบุญยงกับเจ้าพิตบูลอยู่เฝ้ากระเป๋าสัมภาระกันสองตัว

“กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดด” เสียงกรี๊ดดังมาจากทางที่สองสาววิ่งไปตามหาโนว์ฮยอน ทำให้บุญยงกับพิตบูลตกจมาก บุญยงจึงตัดสินใจเีรียกนางฟ้าบลูแองเจิ้ลออกมา

“คุณนางฟ้า มันต้องเกิดอะไรกับสาวๆแน่เลย” เจ้ากบรีบบอกทันที่ที่ปรากฏร่างนางฟ้า

“พวกเจ้ารีบตามมานะ” แล้วนางฟ้าก็สยายปีกแล้วบินไปอย่างรวดเร็ว บุญยงจึงให้พิตบูลคาบสัมภาระทั้งหมดวิิ่งตามไป

สิ่งที่ประจักษ์กับตาบุญยงนั้นคือภาพของแม่มดผมขาวผู้ที่ทำให้เจ้าชายผู้เพียบพร้อม กลายเป็นสัตว์ประหลาดกบ ใช่นางแม่มดนี่จริงๆด้วย แต่ตอนนี้กรงเล็บสีดำยาวโค้งของแม่มดกำลังจิกลงไปที่ลำคอขาวๆของสโนว์ฮยอน

“มาเลย มาตายพร้อมกันให้หมด ไอ้พวกมนุษย์จอมแส่” แล้วแม่มดเฒ่าก็ระเบิดเสียงหัวเราะแหลมเสียดหูออกมา

“อย่าเข้ามา มันอันตราย”สโนว์ฮยอนเปล่งเสียงออกมาอย่างกระท่อนกระแท่น

“ห่วงตัวเองก่อนเถอะ นังมนุษย์หน้าโง่” แล้วยัยแม่มดก็หายเข้าไปในร่างของสโนว์ฮยอนเพียงชั่วเสี้ยวพริบตา

“ยัยแม่มดน่าเกลียด แกจะทำอะไรฉัน ออกไปเดี๋ยวนี้นะ” หญิงสาวร้อง

“ฉันก็จะเข้ามาครอบงำความคิดแก แล้วเอาแกมาเป็นทาสรับใช้ฉันตลอดไปน่ะสิ”

“ฉันไม่ยอมแกง่ายๆหรอก ยัยแม่มดขี้เหร่”

“ฮื่ยยยย คำก็ขี้เหร่ สองคำก็น่าเกลียด ความคิดของแกคงมีอยู่นี้สินะ ดีล่ะ ฉันจะได้เข้าไปควบคุมความคิดโง่ๆของแกเดี๋ยวนี้ล่ะ แล้วแม่มดร้ายก็ดิ่งเข้าสู่ห้วงความคิดของสโนวฮยอน

สโนว์ฮยอนลงไปเกลือกกลิ้งอยู่ที่พื้นกรีดร้องอย่างเจ็บปวด นางฟ้าก็กำลังยืนมองราวกับกำลังดูเชิงอะไรบางอย่าง ชินเดอเรล่ากับน้องมินหมวกแดงกอดกันนั่งร้องไห้ปานใจจะขาด พิตบูลกำลังจะเดินเข้าไปแต่สโนว์ฮยอนร้องขึ้น

“อย่าเข้ามานะ ออกไปมันอันตราย พิตบูล” เสียงแหบแหลมที่ไม่ใช่เสียงสโนว์ฮยอนจึงร้องตอบในความคิดของเธอ

“ปากเก่งนักนะ ตัวจะตายอยู่แล้วยังห่วงแม้แต่หมา น่าสมเพสจริงๆ นางมนุษย์งี่เง่า ฮ่าๆๆๆๆ”

“แกน่ะสิน่าสมเพสยัยแก่ขี้เหร่…”สโนว์ฮยอนตอบโต้ความคิดนั้น ผลที่ตามมาคือความเจ็บปวด “โอ๊ยยยยยย” ร่างบางนั้นลงไปเกลือกกลิ้งกับดินก่อนจะดิ้นพราดๆอย่างเจ็บปวดทรมาน ชินเดอเรล่ากับน้องมินก็เจ็บปวดไม่แพ้กัน

“แกมันน่าสมเพสเวทนาที่สุดเลยล่ะแกรู้ตัวไหม ยัยแม่มดบ้า” สโนว์ฮยอนก็ยังมีสติที่มั่นคงจึงไม่หยุดว่ากล่าวผู้ที่พยายามจะครอบงำความคิดของเธอ

“แกน่ะ นอกจากจะขี้เหร่แล้วยังนิสัยไม่ดีอีก มิน่าถึงได้อยู่ลำพังคนเดียวในป่าประหลาดๆแบบนี้” ยัยแม่มดสร้างความเจ็บปวดให้หญิงสาวเป็นเท่าทวี แต่เธอก็ยังคงสู้

“จะตายแล้วยังมาปากเก่งอีกนะแก”

“ฉันไม่เสียดายชีวิตหรอก เพราะฉันมีเพื่อน มีมิตรภาพดีๆ แล้วก็มีความสุขมากมาทั้งชีวิต แล้วแกล่ะ เคยมีเหมือนฉันรึเปล่า ยัยแก่”สโนว์ฮยอนเย้ยก่อนพยายามฉายภาพแห่งความสุขต่างๆของเธอขึ้นในความคิด ทั้งภาพมิตรสหายมากมายที่เธอมี ภาพความห่วงใยเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ที่ได้รับจากคนรอบข้าง ภาพรอยยิ้ม เสียงหัวเราะที่มีโดยเฉพาะกับชินเดอเรล่าและน้องมินหมวกแดง

ในที่สุด แม่มดก็พ่ายแพ้ต่อแสงสว่างแห่งความสุขในจิตใจที่งดงามของสโนว์ฮยอน และหลุดออกมาจากร่างของเธอจนได้

“ยัยแม่มดผมขาว เจ้าต้องเจอกับข้าถึงจะเหมาะสม” นางฟ้าบลูแองเจิ้ล ปล่อยลูกพลังสีฟ้าใส่แม่มดผมขาวทันทีโดยไม่ให้ตั้งตัว ทำให้ร่างนั้นลอยไปกระแทกกับต้นไม้อย่างแรง ก่อนจะแน่นิ่งไป

ขณะนั้นชินเดอเรล่ากับน้องมินก็รีบเข้าไปดูอาการของพี่ใหญ่ทันที ชินเดอเรล่าจับให้สโนว์ฮยอนหนุนตักเธอ ในขณะที่น้องมินรวบมือทั้งสองข้างมากุมไว้แน่นพลางเรียกทั้งน้ำตา

“คุณพี่ คุณพี่อย่าเป็นอะไรไปนะคะ น้องขอโทษ คุณพี่”

“พี่ต้องไม่เป็นอะไรนะคะ ฉันมีพี่คนเดียวที่เป็นที่พึ่ง พี่จะทิ้งฉันไปไม่ได้นะ” ชินเดอเรล่าคร่ำครวญพร้อมเขย่าร่างปวกเปียกของสโนว์ฮยอน

“ขอบ…ขอบใจนะทั้งสองคน”สโนว์ฮยอนพูดเสียงเบา พร้อมยิ้ม”ฉันไม่เป็นอะไรหรอก แค่เสียพลังไปเยอะหน่อย” เจ้าพิตบูลก็เข้ามาคลอเคลียเลียหลังมือให้รู้ว่ามันก็เป็นห่วงเธอด้วย

“ฉันต้องขอโทษพวกเธอจริงๆนะ ที่พูดไใ่ดีกับพวกเธอแบบนั้น”สโนว์ฮยอนเอ่อยเสียงอ่อน ชินเดอเรล่าสั่นศีรษะก่อนตอบ

“ไม่เป็นไรค่ะพี่ เราผิดเองที่อ่อนแอ แล้วก็ไม่เชื่อฟังพี่”

“ใช่ค่ะ” น้องมินเอ่ยเสริม “เราขอโทษจริงๆนะคะคุณพี่” แล้วสามสาวยิ้มให้กันอีกครั้ง

ครู่หนึ่ง นางฟ้าก็เข้ามาดูอาการของสโนว์ฮยอนบ้าง มีเพียงเจ้าบุญยงที่ไม่วางใจกับอาการแน่นิ่งของนางแม่มด

“สโนว์ฮยอนเป็นไงบ้าง”

“ไม่เป็นอะไรค่ะ ขอบคุณนะคะคุณนางฟ้า”หญิงสาวยันกายขึ้นนั่งโดยมีน้องๆขนาบข้าง

“พวกเจ้าคงเข้าใจกันเหมือนเดิมแล้วสินะ คงไม่ต้องให้ข้าบอกใช่ไหมว่าที่พวกเจ้ารอดพ้นอุปสรรคต่างๆมาได้จนถึงตอนนี้เป็นเพราะอะไร” สามสาวมองหน้ากันไปมา

“เพราะความรัก ความสาัมัคคี ที่ดีงามของพวกเจ้ากับหัวใจอันบริสุทธิ์ไงล่ะ”สามสาวยิ้มให้กัน “พวกเจ้าเชื่อในสิ่งเดียวกัน พร้อมกับเชื่อในกันและกัน มันจึงเป็นพลังยิ่งใหญ่ที่พาให้ผ่านพ้นอุปสรรคทุกอย่างน่ะสิ”

” แม่มดยังไม่ตาย!!!”




 

Create Date : 01 ตุลาคม 2553    
Last Update : 1 ตุลาคม 2553 10:06:34 น.
Counter : 126 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  

นางในดอกบัว
Location :
ขอนแก่น Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




เป็นเพียงคนที่รักในอักษร
แม้บางอ่อนด้อยความรู้อยู่แค่ไหน
จินตนาการความฝันหล่อเลี้ยงใจ
เดินต่อไปอย่างเป็นสุขทุกคืนวัน
Friends' blogs
[Add นางในดอกบัว's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.