~Lady in Lotus~เม้นก็ได้ ด่าก็ดี มีคุณค่ากับนางผู้นี้ทุกประการค่ะ
Group Blog
 
All Blogs
 
chapter17

“พวกเจ้าทำลายกองทัพสัตว์อสูรของข้า พวกเจ้าจะต้องตาย!! ข้าไม่ปล่อยพวกเจ้าไว้แน่!!!” นางแม่ดผมขาวคำรามลั่นหอคอย เมื่อเห็นความพ่ายแพ้ยับเยินของกองทัพสัตว์อสูรต่อหน้าต่อตา

“ข้าจะฆ่าพวกเจ้าด้วยมือของข้าเอง” สิ้นคำ นางแม่มดก็ร่ายมนต์บางอย่าง ก่อนจะหายตัวไปในความมืด

หลังจากเผาซากของสัตว์อสูรทั้งหลายแล้ว คณะเดินทางก็เดินหน้าต่อไป เรื่อยๆ

“นั่นหอคอยไม่ใช่เหรอคะนั่น” ความช่างสังเกตของน้องมินทำงานอย่างมีประสิทธิภาพอีกครั้ง เมื่อเธอเห็นหลังคาเล็กๆแหลมสูงเหนือยอดไ้ม้อยู่ลิบๆ

“ยงว่าต้องเป็นหอคอยของยัยแม่มดผมขาวแน่เลย”บุญยงเอ่ยขึ้น

“แม่มดผมขาวอีกแล้ว เออ ไหนว่าจะเล่าเรื่องยัยแม่มดนี่ให้ฟังไง” สโนว์ฮยอนทวง

“ก็เพิ่งฝ่าดงสัตว์ประหลาดมาได้ จะเอาเวลาที่ไหนไปเล่่าล่ะแม่คู๊ณณณ” เจ้ากบส่งเีสียงกวนประสาทใส่

“ไอ้กบขี้เหร่ ถ้าแกไม่อยากเล่าก็ไม่ต้องเล่า แต่ถ้าจะเล่าก็เล่ามาดีๆ อย่ามากวนส้นเท้าฉัน” สโนว์ฮยอนว่าเสียงเขียว เจ้าบุญยงมีท่าทีสงบเสงี่ยมขึ้นทันที ก่อนเล่าคร่าวๆ

“น้องกระรอกเล่าว่ายัยแม่มดนี่รับใช้ราชาซาตาน มีหอคอยไว้สังเกตการณ์ไม่ให้มีผู้บุกรุกมาที่แดนซาตาน สัตว์ประหลาดที่เราฆ่าทั้งหมดก็คงเป็นสมุนของมันนั่นล่ะ”

“ถ้าเราเห็นยอดหอคอยของมัน ก็แสดงว่าเราเข้าใกล้ดินแดนซาตานแล้วสินะ” ชินเดอเรล่ารำพึง

“ใช่แล้ว เราต้องมีสติ ระวังตัวให้มากกว่าเดิม เพราะยัยแม่มดอะไรนั้นมันต้องเก่งกว่าไอ้พวกสัตว์ประหลาดแน่” สโนว์ฮยอนบอกทุกคน

“ฉันว่าเราเรียกคุณนางฟ้าออกมาช่วยเถอะค่ะ กันไว้ดีกว่าแก้นะ”น้องมินเสนอ

“เอาไว้ก่อน เดี๋ยวยัยแม่มดออกมาค่อยเรียก”

“แต่ฉันเห็นด้วยกับมินนะคะ” ชินเดอเรล่าพูดบ้าง “เมื่อกี้ก็เกือบแย่กันแล้วไม่ใช่เหรอคะ”

“นี่พวกหล่อน ไม่ได้เข้าใจที่นางฟ้าบอกเลยใช่ไหม” สโนว์ฮยอนพูดเสียงกร้าว “เราต้องใช้พลังของทายาทเทพต่อสู้เพื่อบรรพบุรุษนะ ทำไมจะต้องไปหวังพึ่งคนอื่นด้วย”

“แต่นางฟ้าไม่ใช่คนอื่นนะคะคุณพี่ เขาพร้อมจะช่วยเรา”น้องมินรีบตอบ

“แต่นางฟ้าอยากจะให้เราสู้ เพราะเราสู้ได้ เรามีพลัง เรามีความสามารถ เราเป็นทายาทเทพศิลปิน ลืมไปแล้วรึไง” สโนว์ฮยอนพูดเสียงกระชากพร้อมคิ้วที่ขมวดกันอย่างเคร่งเครียด

“แต่เราเป็นมนุษย์ เป็นผู้หญิง มีเลือดเนื้อนะคะไม่ได้เป็นอมตะ” น้องมินก็สวนกลับด้วยโทสะที่พุ่งขึ้นไม่แพ้กัน ในขณะนั้น เจ้าบุญยงจึงแอบเรียกนางฟ้าบลูแองเจิ้ลออกมารับรู้เหตุการณ์โดยที่ทั้งสามไม่ทันสังเกต

“เป็นมนุษย์ เป็นผู้หญิงแล้วไง ก็สู้ได้เหมือนกันนี่ ในเมื่อสู้ได้ก็สู้ต่อไปสิ”

“แต่เราเหนื่อยแล้วนะคะพี่ เหนื่อยที่ต้องสู้กับอะไรไม่รู้ที่พร้อมจะฆ่าเราได้ทุกเมื่อ” ชินเดอเรล่าพูดเสียงกร้าวเป็นครั้งแรก

“นี่ยัยชิน เธอก็เป็นไปด้วยเหรอ!” สโนว์ฮยอนหันมาจ้องชินเดอเรล่าเขม็ง

“เราเป็นผู้หญิง เราน่าจะได้รับการดูแล เอาใจใส่ปกป้องมากกว่าจะต้องมาไล่ฆ่าฟันชีวิตอื่นแบบนี้”ชินเดอเรล่าเอ่ยเสียงสั่นเครือ

“แต่เราเป็นทายาทเทพ หน้าที่ของเรามันไม่ใช่แค่มีชีวิตไปวันๆนะ เราต้องทำภารกิจของบรรพบุรุษ เราเป็นความหวังของมวลมนุษย์”
"เราเองก็เป็นมนุษย์นะคะ เราควรจะมีความสุขกับการมีชีวิตอยู่มากกว่าจะเอาชีวิตมาทิ้งแบบนี้ มิใช่เหรอคะ"น้องมินเอ่ยสวน
"แล้วจะกลัวทำไมล่ะ ในเมื่อสุดท้ายก็ต้องตายเหมือนกันทุกคน ถ้าจะตายทั้งที ก็ให้มีคุณค่า เป็นประโยชน์กับคนที่ยังอยู่ ไม่ดีกว่าเหรอ" สีหน้าท่าทางจริงจัง ประกอบกับน้ำเสียงเกรี้ยวกราดของพี่ใหญ่ทำให้น้องอีกสองคนอึ้งไปพักหนึ่ง
“ฉันมันบ้า บ้าอยู่คนเดียว!!!” สโนว์ฮยอนร้องลั่นก่อนเบือนหน้าซ่อนน้ำใสๆี่เอ่อออกมานั้นอย่างรวดเร็ว แล้วเดินเลี่ยงไปอีกทางอย่างว่องไว

“ให้เค้าสามคนเย็นลงก่อน แล้วข้าจะออกมาใหม่นะบุญยง” บลูแองเจิ้ลบอกเสียงเรียบก่อนหายวับไป

บุญยงกับพิตบูลได้แต่มองตากันปริบๆอย่างไม่รู้จะทำอะไรได้ คงต้องปล่อยให้น้ำตาของแต่ละคนได้ทำหน้าที่ของมันอย่างเต็มที่เสียก่อน

………………….

สโนว์ฮยอนใช้เวลาพอสมควรในการปล่อยน้ำตาและความรู้สึกที่เก็บไว้ทั้งหมดออกมา ความจริงแล้ว เธอก็หวาดกลัว หวั่นไหว และเจ็บปวดเหมือนกัน แต่เธอต้องเก็บทุกอย่างให้มันมิดชิด เพราะเธอระลึกเสมอว่าเธอเป็นพี่ ถ้าเธอไม่เข้มแข็งแล้วน้องๆที่บอบบางอีกสองคนจะทานทนได้อย่างไรกัน ภารกิจบรรพบุษคงไม่ลุล่วงถ้าเธอมัวแต่กลัว คิดๆดูอีกทีแล้วความจริงก็ไม่ใช่ความผิดของน้องๆที่จะเหนื่อยหรือท้อ เธอควรให้กำลังมากกว่าจะไปใช้คำรุนแรงแบบนั้น มันเป็นความผิดของเธอเอง...สามคนไม่เหมือนกันเลยสักนิด แต่สามารถมาเป็นเพื่อนกันได้ ไม่น่าจะต้องให้อารมณ์มาสั่นสะเทือนความสัมพันธ์เลย ไม่น่าเลยจริงๆ

“แม่สาวน้อย มานั่งทำอะไรตรงนี้คนเดียวเหรอจ๊ะ” เสียงแหบพร่าทำให้สโนว์ฮยอนหลุดออกจากห้วงความคิด

หญิงชราหลังงุ้ม มีผิวเหี่ยวย่นที่ขาวจัดออกเหลืองซีด ยิ้มให้เธอแต่ดูเหมือนกำลังแยกเขี้ยวมากกว่า

“เปล่าค่ะคุณยาย พอดีหลงทางค่ะหาเพื่อนไม่เจอ เลยนั่งพักตรงนี้” สโนว์ฮยอนแกล้งบอกไปอย่างนั้น เพราะแปลกใจที่พบหญิงชราผอมแห้งในป่าประหลาดที่เต็มไปด้วยอันตรายแบบนี้ แต่เธอยังคงเก็บอาการสงสัยนั้นไว้ได้อย่างมิดชิด

ทางด้านสองสาว เมื่ออารมณ์เย็นลงแล้วจึงได้หันหน้ามาคุยกัน

“ฉันไม่น่าพูดอะไรแบบนั้นออกไปเลยอ่า ชิน” น้องมินเอ่ยสียงอ่อน

“ฉันเหมือนกันค่ะ ไม่น่าใช้อารมณ์กับพี่เค้าเลย ทั้งที่เค้าเป็นพี่เรา”ชินเดอเรล่าบอก ด้วยความรู้สึกแทบไม่ต่างกัน

“ความจริงแล้ว ตัวเราเองที่เลือกจะมา คุณพี่ก็ไม่ได้บังคับ นี่ยังไม่ถึงจุดหมายปลายทางก็ท้อแล้ว ฉันนี่แย่จริงๆ” น้องมินตัดพ้อตัวเอง

“เราไปขอโทษพี่กันเถอะค่ะ” ชินเดอเรล่าเสนอ น้องมินพยักหน้าเห็นด้วย แล้วสองสาวก็ออกไปตามหาสโนว์ฮยอน ปล่อยให้เจ้าบุญยงกับเจ้าพิตบูลอยู่เฝ้ากระเป๋าสัมภาระกันสองตัว

“กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดด” เสียงกรี๊ดดังมาจากทางที่สองสาววิ่งไปตามหาโนว์ฮยอน ทำให้บุญยงกับพิตบูลตกจมาก บุญยงจึงตัดสินใจเีรียกนางฟ้าบลูแองเจิ้ลออกมา

“คุณนางฟ้า มันต้องเกิดอะไรกับสาวๆแน่เลย” เจ้ากบรีบบอกทันที่ที่ปรากฏร่างนางฟ้า

“พวกเจ้ารีบตามมานะ” แล้วนางฟ้าก็สยายปีกแล้วบินไปอย่างรวดเร็ว บุญยงจึงให้พิตบูลคาบสัมภาระทั้งหมดวิิ่งตามไป

สิ่งที่ประจักษ์กับตาบุญยงนั้นคือภาพของแม่มดผมขาวผู้ที่ทำให้เจ้าชายผู้เพียบพร้อม กลายเป็นสัตว์ประหลาดกบ ใช่นางแม่มดนี่จริงๆด้วย แต่ตอนนี้กรงเล็บสีดำยาวโค้งของแม่มดกำลังจิกลงไปที่ลำคอขาวๆของสโนว์ฮยอน

“มาเลย มาตายพร้อมกันให้หมด ไอ้พวกมนุษย์จอมแส่” แล้วแม่มดเฒ่าก็ระเบิดเสียงหัวเราะแหลมเสียดหูออกมา

“อย่าเข้ามา มันอันตราย”สโนว์ฮยอนเปล่งเสียงออกมาอย่างกระท่อนกระแท่น

“ห่วงตัวเองก่อนเถอะ นังมนุษย์หน้าโง่” แล้วยัยแม่มดก็หายเข้าไปในร่างของสโนว์ฮยอนเพียงชั่วเสี้ยวพริบตา

“ยัยแม่มดน่าเกลียด แกจะทำอะไรฉัน ออกไปเดี๋ยวนี้นะ” หญิงสาวร้อง

“ฉันก็จะเข้ามาครอบงำความคิดแก แล้วเอาแกมาเป็นทาสรับใช้ฉันตลอดไปน่ะสิ”

“ฉันไม่ยอมแกง่ายๆหรอก ยัยแม่มดขี้เหร่”

“ฮื่ยยยย คำก็ขี้เหร่ สองคำก็น่าเกลียด ความคิดของแกคงมีอยู่นี้สินะ ดีล่ะ ฉันจะได้เข้าไปควบคุมความคิดโง่ๆของแกเดี๋ยวนี้ล่ะ แล้วแม่มดร้ายก็ดิ่งเข้าสู่ห้วงความคิดของสโนวฮยอน

สโนว์ฮยอนลงไปเกลือกกลิ้งอยู่ที่พื้นกรีดร้องอย่างเจ็บปวด นางฟ้าก็กำลังยืนมองราวกับกำลังดูเชิงอะไรบางอย่าง ชินเดอเรล่ากับน้องมินหมวกแดงกอดกันนั่งร้องไห้ปานใจจะขาด พิตบูลกำลังจะเดินเข้าไปแต่สโนว์ฮยอนร้องขึ้น

“อย่าเข้ามานะ ออกไปมันอันตราย พิตบูล” เสียงแหบแหลมที่ไม่ใช่เสียงสโนว์ฮยอนจึงร้องตอบในความคิดของเธอ

“ปากเก่งนักนะ ตัวจะตายอยู่แล้วยังห่วงแม้แต่หมา น่าสมเพสจริงๆ นางมนุษย์งี่เง่า ฮ่าๆๆๆๆ”

“แกน่ะสิน่าสมเพสยัยแก่ขี้เหร่…”สโนว์ฮยอนตอบโต้ความคิดนั้น ผลที่ตามมาคือความเจ็บปวด “โอ๊ยยยยยย” ร่างบางนั้นลงไปเกลือกกลิ้งกับดินก่อนจะดิ้นพราดๆอย่างเจ็บปวดทรมาน ชินเดอเรล่ากับน้องมินก็เจ็บปวดไม่แพ้กัน

“แกมันน่าสมเพสเวทนาที่สุดเลยล่ะแกรู้ตัวไหม ยัยแม่มดบ้า” สโนว์ฮยอนก็ยังมีสติที่มั่นคงจึงไม่หยุดว่ากล่าวผู้ที่พยายามจะครอบงำความคิดของเธอ

“แกน่ะ นอกจากจะขี้เหร่แล้วยังนิสัยไม่ดีอีก มิน่าถึงได้อยู่ลำพังคนเดียวในป่าประหลาดๆแบบนี้” ยัยแม่มดสร้างความเจ็บปวดให้หญิงสาวเป็นเท่าทวี แต่เธอก็ยังคงสู้

“จะตายแล้วยังมาปากเก่งอีกนะแก”

“ฉันไม่เสียดายชีวิตหรอก เพราะฉันมีเพื่อน มีมิตรภาพดีๆ แล้วก็มีความสุขมากมาทั้งชีวิต แล้วแกล่ะ เคยมีเหมือนฉันรึเปล่า ยัยแก่”สโนว์ฮยอนเย้ยก่อนพยายามฉายภาพแห่งความสุขต่างๆของเธอขึ้นในความคิด ทั้งภาพมิตรสหายมากมายที่เธอมี ภาพความห่วงใยเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ที่ได้รับจากคนรอบข้าง ภาพรอยยิ้ม เสียงหัวเราะที่มีโดยเฉพาะกับชินเดอเรล่าและน้องมินหมวกแดง

ในที่สุด แม่มดก็พ่ายแพ้ต่อแสงสว่างแห่งความสุขในจิตใจที่งดงามของสโนว์ฮยอน และหลุดออกมาจากร่างของเธอจนได้

“ยัยแม่มดผมขาว เจ้าต้องเจอกับข้าถึงจะเหมาะสม” นางฟ้าบลูแองเจิ้ล ปล่อยลูกพลังสีฟ้าใส่แม่มดผมขาวทันทีโดยไม่ให้ตั้งตัว ทำให้ร่างนั้นลอยไปกระแทกกับต้นไม้อย่างแรง ก่อนจะแน่นิ่งไป

ขณะนั้นชินเดอเรล่ากับน้องมินก็รีบเข้าไปดูอาการของพี่ใหญ่ทันที ชินเดอเรล่าจับให้สโนว์ฮยอนหนุนตักเธอ ในขณะที่น้องมินรวบมือทั้งสองข้างมากุมไว้แน่นพลางเรียกทั้งน้ำตา

“คุณพี่ คุณพี่อย่าเป็นอะไรไปนะคะ น้องขอโทษ คุณพี่”

“พี่ต้องไม่เป็นอะไรนะคะ ฉันมีพี่คนเดียวที่เป็นที่พึ่ง พี่จะทิ้งฉันไปไม่ได้นะ” ชินเดอเรล่าคร่ำครวญพร้อมเขย่าร่างปวกเปียกของสโนว์ฮยอน

“ขอบ…ขอบใจนะทั้งสองคน”สโนว์ฮยอนพูดเสียงเบา พร้อมยิ้ม”ฉันไม่เป็นอะไรหรอก แค่เสียพลังไปเยอะหน่อย” เจ้าพิตบูลก็เข้ามาคลอเคลียเลียหลังมือให้รู้ว่ามันก็เป็นห่วงเธอด้วย

“ฉันต้องขอโทษพวกเธอจริงๆนะ ที่พูดไใ่ดีกับพวกเธอแบบนั้น”สโนว์ฮยอนเอ่อยเสียงอ่อน ชินเดอเรล่าสั่นศีรษะก่อนตอบ

“ไม่เป็นไรค่ะพี่ เราผิดเองที่อ่อนแอ แล้วก็ไม่เชื่อฟังพี่”

“ใช่ค่ะ” น้องมินเอ่ยเสริม “เราขอโทษจริงๆนะคะคุณพี่” แล้วสามสาวยิ้มให้กันอีกครั้ง

ครู่หนึ่ง นางฟ้าก็เข้ามาดูอาการของสโนว์ฮยอนบ้าง มีเพียงเจ้าบุญยงที่ไม่วางใจกับอาการแน่นิ่งของนางแม่มด

“สโนว์ฮยอนเป็นไงบ้าง”

“ไม่เป็นอะไรค่ะ ขอบคุณนะคะคุณนางฟ้า”หญิงสาวยันกายขึ้นนั่งโดยมีน้องๆขนาบข้าง

“พวกเจ้าคงเข้าใจกันเหมือนเดิมแล้วสินะ คงไม่ต้องให้ข้าบอกใช่ไหมว่าที่พวกเจ้ารอดพ้นอุปสรรคต่างๆมาได้จนถึงตอนนี้เป็นเพราะอะไร” สามสาวมองหน้ากันไปมา

“เพราะความรัก ความสาัมัคคี ที่ดีงามของพวกเจ้ากับหัวใจอันบริสุทธิ์ไงล่ะ”สามสาวยิ้มให้กัน “พวกเจ้าเชื่อในสิ่งเดียวกัน พร้อมกับเชื่อในกันและกัน มันจึงเป็นพลังยิ่งใหญ่ที่พาให้ผ่านพ้นอุปสรรคทุกอย่างน่ะสิ”

” แม่มดยังไม่ตาย!!!”



Create Date : 01 ตุลาคม 2553
Last Update : 1 ตุลาคม 2553 10:06:34 น. 0 comments
Counter : 118 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

นางในดอกบัว
Location :
ขอนแก่น Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




เป็นเพียงคนที่รักในอักษร
แม้บางอ่อนด้อยความรู้อยู่แค่ไหน
จินตนาการความฝันหล่อเลี้ยงใจ
เดินต่อไปอย่างเป็นสุขทุกคืนวัน
Friends' blogs
[Add นางในดอกบัว's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.