การสอบ IELTS
ก่อนอื่นมารู้จักกันก่อนนะคะว่า IELTS คืออะไร

IELTS ย่อมาจาก Internation English Language Testing System แปลตรงๆ ตัวคือระบบการสอบภาษาอังกฤษที่เป็นสากล การสอบจะประกอบด้วยการทดสอบ 4 skills คือ
การฟัง (Listening) ระยะเวลาสอบ 30 นาที
การอ่าน (Reading) ระยะเวลาสอบ 60 นาที
การเขียน(Writing) ระยะเวลาสอบ 60 นาที
และการพูด (Speaking) ระยะเวลาสอบ 11-15 นาทีค่ะ
โดยรวมแล้วคือต้องใช้เวลา 1 วันนะคะ ไม่ใช่แยกสอบอันละวัน สอบตั้งแต่ประมาณ 8.30 น ถึง 16.00 น.
การสอบ IELTS มี 2 ประเภท คือ

แบบ Academic เพื่อใช้สำหรับการเรียนต่อ หรือการฝึกอบรมบางชนิด
แบบที่สองคือแบบ General Training อันนี้ (เค้าว่ากันว่า) ง่ายกว่าเพราะว่าใช้สำหรับการสมัครงานทั่วๆ ไปค่ะ

ข้อแตกต่างที่สำคัญคือ ถ้าเค้าระบุว่าจะเอาผลสอบของ Academic เราไม่สามารถยื่นผลสอบแบบ General ได้ แต่ถ้าเค้าบอกว่าเอาผลสอบแบบ General เราจะสอบแบบ Academic หรือ General ก็ได้ค่ะ

ทีนี้จะรู้ได้ไงว่าเราจะสอบอะไรดี....ส่วนใหญ่วีซ่าที่เราขอ ถ้าเค้าจะเอาผลสอบ IELTS ด้วย เค้าจะระบุมาว่าจะให้เราสอบแบบไหน เอาคะแนนเท่าไหร่ แต่สำหรับ Work and Holiday Visa เค้าบอกว่าเอาผลของ general training คะแนน 4.5 up

คะแนนสอบ IELTS แบ่งเป็น 9 ระดับ คือ 0-9, 0 แย่สุด 9 ดีสุด รายละเอียดหาอ่านใน website ของ IELTS ได้ค่ะ

ถ้าใครไม่เคยสอบเลย จะเริ่มยังไง
เริ่มจากเตรียมตัวสอบ ดูว่าทั้ง 4 ทักษะ เราอ่อนอันไหนที่สุด แต่ part ที่ทำคะแนนได้ดีที่สุดสำหรับคนไทยคือ reading รองลงมาคือ speaking (จะเชื่อรึป่าวไม่รู้นะ) ตามด้วย listening และ writing ซึ่งยากพอๆ กัน ทีนี้ก็อ่อนอันไหน ฝึกอันนั้นเยอะๆๆๆ

เริ่มสอบด้วย Listening จะมีเทปให้ฟัง 40 ข้อ 30 นาที และมีเวลาให้เขียนคำตอบลงในกระดาษคำตอบอีก 10 นาที จะเป็นภาษาอังกฤษแบบหลายๆ สำเนียง แต่ฟังไม่ยากมาก ข้อสอบจะเหมือนกันทั้งแบบ Academic และ General

ตามด้วยการสอบ Reading เราเคยสอบเฉพาะแบบ Academic จะเป็นข้อความมาทั้งหมด 3 passage ความยาวประมาณ passage ละ 1 หน้า เรียงลำดับจากง่ายไปยาก ส่วนแบบ General ที่เราเคยเปิดผ่านในหนังสือ IELTS จะเป็นแบบคล้ายๆ ที่ลงโฆษณาในหนังสือพิมพ์ หรือประกาศอะไรประมาณนั้น

ตามด้วย Writing จะต้องเขียนทั้งหมด 2 task
แบบ Academic: Task 1 เขียนบรรยานกราฟ หรือ ตาราง หรือแผนภาพ 150 คำ
Task 2 เขียน assay เป็นแบบแสดงความคิดเห็นกับหัวข้อที่เค้าให้มา ว่ามีข้อดี ข้อเสียยังไง

แบบ General Training เราไม่เคยสอบ แต่คุ้นๆ ว่าเป็นการเขียนจดหมายอะไรประมาณนั้น

หลังจากสอบเสร็จทั้ง 3 skill ก็พักเที่ยง แล้วไปสอบ speaking ตอนบ่าย มีทั้งหมด 3 part อันแรกฝรั่งที่คุมสอบเราเค้าก็จะถามข้อมูลทั่วไปเช่นทำอะไรอยู่ บ้านอยู่ไหน ชอบทำอะไร อันที่สองก็จะเป็นแบบให้เราพูดในหัวข้อที่กำหนดให้แบบพูดคนเดียวไม่มีหยุดประมาณ 1-2 นาที หลังจากนั้นอันที่ 3 จะเป็นแบบการสนทนา คือเค้าถามเราตอบ

การสมัครสอบสามารถสมัครได้ 2 ที่ในกรุงเทพฯ คือ IDP ที่สีลม และ British Council สาขาสยามสแควร์ อยู่ตึกเดียวกับศูนย์หนังสือจุฬา

ค่าสมัครสอบ 5700 บาท

ได้รับผลสอบหลังจากสอบประมาณ 2 สัปดาห์

สามารถสอบได้บ่อยเท่าที่เงินมี

website ที่น่าสนใจ
//www.idp.com/thailand
//www.britishcouncil.or.th
//www.ielts.org
//www.ielts-blog.com


แล้วจะมาเล่าประสบการณ์ที่เคยสอบให้ฟังนะคะ



Create Date : 07 มีนาคม 2551
Last Update : 7 มีนาคม 2551 15:03:16 น.
Counter : 923 Pageviews.

4 comments
  
ป้าหน่ะสอบมานานแล้ว มันก็มีเทคนิคอยู่นะ ตอนนั้นได้รวม 7

โชคดีนา
โดย: ลั่นทมขาว วันที่: 7 มีนาคม 2551 เวลา:11:49:35 น.
  
สอบแล้วเหมือนกันค่า ทำยังไงให้ได้ 7 น่ะ เก่งจัง สอบทีไรก็ไม่เห็นจะมากกว่า 6 ซักที
โดย: Chattie&Mickie วันที่: 7 มีนาคม 2551 เวลา:11:54:47 น.
  
ขอบคุณคร๊าบบบ ที่อุตส่าห์เขียนมาเป็นวิทยาทาน สำหรับ คนที่คิดจะไปwahอย่างเรา
โดย: กอฟ IP: 203.114.123.210 วันที่: 8 สิงหาคม 2552 เวลา:22:14:05 น.
  
ขอบคุณค่ะ คุณกอฟ
ดีใจค่ะ ที่รู้สึกว่าอย่างน้อยบล็อกก็เป็นประโยชน์กับชาวไทย ตอนนี้งานยุ่งมากกกก เลยไม่ค่อยได้ว่างมาตอบ ใครที่มีอะไรสงสัยส่งเมลล์มาถามได้นะค่ะ หรือจะฝากเมลล์ ไว้ก็ได้ ถ้าตอบได้ก็จะพยายามตอบค่ะ
โดย: Chatmai IP: 58.96.38.194 วันที่: 5 มกราคม 2553 เวลา:17:53:09 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

Valentine's Month



Chattie&Mickie
Location :
Queensland  Australia

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]