All about Beauty: Reviews Tips and Tricks.
Group Blog
 
All blogs
 
5 วิธีที่น่ากลัวที่สุดที่บริษัทชั้นนำใช้ในการจับตามองคุณ!

บทความนี้เจ้าของกระทู้แปลมาจากบทความเรื่อง The 5 Creepiest Ways Major Companies Are Watching You
//www.cracked.com/article_20358_5-dystopian-sci-fi-scenarios-now-being-used-marketing.html

ประกอบด้วย 5 หัวข้อ โดยในแต่ละหัวข้อจะมีลิงค์ไปยังแหล่งข่าวซึ่งเจ้าของกระทู้จะลิงค์ไว้ในตอนจบของแต่ละเรื่องนะคะ

หมายเหตุ บทความนี้ประกอบไปด้วยข้อความเสียดสีและมุขตลกของฝรั่งซึ่งแปลมาจากต้นฉบับโดยไม่ได้ตัดทอนออก
นอกจากห้องหว้ากอ ขอแท็กห้องสีลมเรื่องการโฆษณาเพราะมีเนื้อหาเกี่ยวข้อง

กุญแจสำคัญในการขายผลิตภัณฑ์คือการรู้จักลูกค้าของคุณ แต่เดิมเรื่องนี้เคยเป็นสิ่งที่คาดเดาได้ยากสำหรับนักโฆษณาผู้เผชิญหน้ากับงาน ที่ใกล้เคียงกับความเป็นไปไม่ได้ ซึ่งก็คือการโน้มน้าวให้คนซื้อของที่เมื่อ 10 นาทีที่แล้วพวกเขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามีอยู่

อย่างไรก็ตาม ยุคสารสนเทศนั้นได้มอบเทคโนโลยีซึ่งช่วยให้บรรดาบริษัททั้งหลายทำความรู้จักกับลูกค้าได้ดียิ่งว่าครอบครัวตัวเองเสียอีก การที่คุณจะมองว่ามันน่ากลัวมากแค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับว่าคุณอายุเท่าไหร่ และความจริงแล้วคนรุ่นหน้าจะไม่รู้สึกว่ามันน่ากลัวเลยด้วยซ้ำ

5 โทรทัศน์ที่แสดงโฆษณาโดยอ้างอิงจากสิ่งที่คุณทำบนโซฟา

ยังจำได้ไหมตอนที่คุณยังสามารถดูทีวีโดยไม่รู้สึกเหมือนว่ามันจ้องกลับมายังคุณเหมือนรูปภาพบ้านผีสิงที่มีรูปตาอยู่บนนั้น เอาละ ดูเหมือนว่า วันเวลาเหล่านั้นได้จบลงแล้ว เพราะมีบริษัทกลุ่มหนึ่งกำลังแนะนำสินค้าใหม่ๆที่เฝ้าสังเกตคุณขณะที่คุณดูทีวี -- และคำว่า 'เฝ้าสังเกต' นี้ เราไม่ได้หมายความว่า 'เก็บข้อมูลสิ่งที่คุณดูบนทีวี' -- เพราะนั่นคงไม่ใช่เรื่องใหม่แต่อย่างใด แต่เราหมายถึงอุปกรณ์ที่ มองคุณจริงๆ ขณะที่คุณกำลังดูโทรทัศน์

Verizon ได้จดสิทธิบัตรกล่องเคเบิลแบบใหม่ซึ่งใช้กล้องอินฟาเรดและไมโครโฟนในการติดตามดูสิ่งที่คุณทำขณะนั่งดู The Big Bang Theory ตามสิทธิบัตร เจ้ากล่องนี้ถูกวางโปรแกรมให้มองดูกิจกรรมบางอย่าง เช่น พูดคุย หัวเราะ ร้องเพลง และเล่นเครื่องดนตรี เพราะว่ามันถูกออกแบบไว้สำหรับวางในบ้านของบิลลี่ โจล์ จากนั้นมันจะแสดงโฆษณาอ้างอิงจากอะไรก็ตามที่คุณกำลังทำอยู่ ตัวอย่างเช่น ถ้าคุณกำลังนั่งกอดกับคนสำคัญอยู่บนโซฟา กล่องเคเบิลของ Verizon ก็จะสังเกตเห็นและเล่นโฆษณาสำหรับดอกไม้ การเที่ยวพักผ่อนแบบโรแมนติก ซีดี Righteous Brothers และถุงยางอนามัย

เราไม่ได้กุเรื่องนี้ขึ้นแต่อย่างใดเลย แต่ตอนนี้ทีวีกลายเป็นวิงแมนของคุณแล้วละ

อุปกรณ์ชิ้นนี้ยังสามารถสังเกตสิ่งที่คุณกำลังกินและดื่มได้ และจัดหาโฆษณามาให้ตรงกัน -- ถ้าคุณกำลังดื่มเป๊ปซี่ มันก็จะแสดงโฆษณาเป๊ปซี่ และถ้าคุณกำลังดื่ม Aristocrat จากขวดอยู่ละก็ มันก็จะแสดงโฆษณา Zoloft ให้คุณดู

นี่ไม่ใช่ไอเดียใหม่ -- ไมโครสอบเคยจดสิทธิบัตรในปี 2010 ให้กับเทคโนโลยีที่จะสแกนอีเมล์ ข้อความ และประวัติการเข้าเว็บของคุณ ขณะที่ เฝ้าสังเกตสีหน้าและคำพูดของคุณผ่านเว็บแคมหรือ Kinect (ถ้าคุณมี Xbox) เพื่อพยายามที่จะตัดสินอารมณ์ของคุณ และส่งโฆษณาที่พวกเขาคิดว่าจะดึงดูดอารมณ์ของคุณในตอนนั้น ด้วยเหตุผลแปลกๆบางอย่าง ในสิทธิบัตรได้สรุปความสำคัญของการแนะนำ โฆษณาในกรณีที่ผู้ชมนั้นกรีดร้องเอาไว้ด้วย ซึ่งดูเหมือนจะบ่งบอกว่าไมโครซอฟนั้นพยายามที่จะทำความเข้าใจประชากรเหยื่อฆาตกรรมที่มักยากที่จะตามจับหรือไม่พวกเขาก็กำลังเตรียมจะฉายโฆษณาระหว่าง Big Bang Theory อย่างที่กล่าวไปข้างต้นก็ได้

ในกรณีที่คุณยังรู้สึกว่าทีวีของคุณยังไม่รุกรานคุณมากพอ Intel กำลังผลิตอุปกรณ์ที่คล้ายๆกันนี้อยู่ ซึ่งจะจัดหาทั้งโฆษณาเป้าหมายและ
โปรแกรมโทรศัพท์โดยอ้างอิงจากข้อมูลที่มันเก็บผ่านทางกล้องซึ่งส่องออกมาโดยตรงจาก Hulu ถูกต้องแล้ว -- กล่องของ Intel
ไม่เพียงแต่จะตัดสินว่าคุณจะกำลังได้ชมโฆษณาอะไรเท่านั้น แต่ยังตัดสินรายการที่คุณจะได้ดูอีกด้วย ทั้งหมดนี้อ้างอิงจากอะไรก็ตาม
ที่คุณบังเอิญเกี่ยวพันด้วยในระยะการมองเห็นของมัน "เราได้สังเกตเห็นว่าคุณได้เริ่มช่วยตัวเองในฉากเลสเบี้ยนในหนังเรื่อง Black Swan! คุณอยากจะให้เราเล่นฉากนั้นซ้ำ หรือเล่นหนังต่อไปดีล่ะ"

แหล่งที่มาเพิ่มเติม
//money.msn.com/now/post.aspx?post=229e4586-ab17-4d91-a2d1-0a0e2415d871
//news.yahoo.com/verizons-creepy-idea-spy-tv-viewers-144322175.html
//www.forbes.com/sites/kashmirhill/2012/06/12/advertisers-profiles-of-you-will-be-a-lot-more-invasive-when-they-can-track-your-movement-mood-and-eyes/
//www.geekwire.com/2012/happy-sad-microsoft-system-target-ads-based-emotional-state/
//appft1.uspto.gov/netacgi/nph-Parser?Sect1=PTO1&Sect2=HITOFF&d=PG01&p=1&u=%2Fnetahtml%2FPTO%2Fsrchnum.html&r=1&f=G&l=50&s1=%2220120143693%22.PGNR.&OS=DN/20120143693&RS=DN/20120143693
//www.dvice.com/2013-2-13/intels-tv-box-will-deliver-personalized-shows-watching-you

4 หุ่นโชว์เสื้อที่เฝ้ามองคุณขณะชอปปิ้ง

ใช่แล้ว คุณสามารถสบายใจได้เลยกับความคิดว่าที่ว่าลูกหลานของพวกเราจะไม่เติบโตในยุคดึกดำบรรพ์ที่หุ่นนางแบบเป็นเพียงหุ่นสวมเสื้อผ้าที่ไม่มีชีวิตและไม่ได้เป็นแอนดรอยฝังกล้องวงจรปิด ร้านค้าบางร้านได้เริ่มใช้ EyeSee Mannequin หุ่นพลาสติกรูปร่างเหมือนคนที่มีกล้อง ไมโครโฟน และซอฟแวร์การจดจำใบหน้าซึ่งออกแบบไว้บันทึกและบอกพฤติกรรมผู้ซื้อสินค้าเพื่อเพิ่มยอดขาย มันคล้ายๆกับ
การถูกสตอล์คด้วยหุนยนต์จากเรื่อง Blade Runner ขณะที่มันกรอกแบบสอบถามเกี่ยวกับใบหน้าที่คุณแสดงออกมาในร้านขายเสื้อ

หุ่นพวกนี้ใช้ซอฟแวร์จดจำใบหน้าซึ่งสามารถระบุอายุ เพศ และเชื้อชาติได้ทันที แถมยังบันทึกว่าคนใช้เวลาดูสินค้าชนิดไหนนานเป็นพิเศษ และ ยังบอกได้ว่าพวกเขาพูดภาษาอะไร เพื่อให้ร้านค้ารู้ว่าจะต้องจ้างพนักงานประเภทไหน ซอฟแวร์ตัวนี้คล้ายกับโปรแกรมที่ใช้โดยเอเจนซี่บังคับใช้กฏหมาย โดยเฉพาะพวกที่ใช้เก็บข้อมูลสถิติทางเชื้อชาติอย่างไม่ละอายใจ

เจ้าหุ่น EyeSee หลายตัวสามารถเชื่อมต่อกันในเน็ตเวิร์คได้เพื่อกะกดรอยตามการเคลื่อนไหวภายในร้าน ประมาณว่า 'ติดตาม' คุณไปทั่วร้านเหมือนกับพวกเซลขายเฟอร์นิเจอร์หน้าเลือด จนกระทั่งคุณรู้สึกหลอนมากพอและตัดสินใจที่จะออกจากร้าน ข้อมูลที่หุ่นบันทึกไว้ (สินค้าที่คุณดู สิ่งที่คุณซื้อ ลักษณะของคุณ และคำพูดของคุณ) จะถูกเก็บและอัพโหลดไว้ในฐานข้อมูล ซึ่งจะถูกนำไปวิเคราะห์เพื่อนำมาตัดสินประสิทธิภาพของเลย์เอาท์ และการเลือกสินค้าในขณะนั้นของร้าน และต่อจากนั้นจะถูกขายให้กับบริษัทอื่นๆโดยแลกกับเลือดสาบานของความจงรักภักดีต่อผู้ช่วยผู้จัดการกะ และเจ้าหุ่นพวกนี้ยังใช้ในการติดตามและจับพวกขโมยตามร้านค้าโดยการเคลื่อนกำลังนิ้วเลเซอร์ และ/หรือ ปืนใหญ่ตรงบริเวณไหล่ เหมือนพวกกองทหารหุ่นยนต์มนุษย์อีกด้วย

ตุ๊กตาสปายแต่ละตัวราคาประมาณ 5000 เหรียญ ดังนั้นจึงไม่น่าเป็นไปได้ว่าคุณจะเห็นมันในร้าน Peebles ในเร็วๆนี้ แต่อย่างไรก็ตาม
เทคโนโลยีการจดจำใบหน้านั้นได้เริ่มใช้แล้วในร้านค้าสาขา เช่น Whole Foods ดังนั้นจึงไม่น่าจะนานเท่าไหร่นักก่อนที่คุณจะได้รับ
การทักทายจากเวอร์ชั่นหนึ่งของ EyeSee หุ่นเฝ้าสังเกตการสังเคราะห์ในทุกๆที่ที่คุณไปชอปปิ้ง

แหล่งที่มาเพิ่มเติม
//news.cnet.com/8301-17938_105-57553272-1/no-dummy-this-mannequin-is-spying-on-you/

3 สินค้าที่ถ่ายทอดตำแหน่งของคุณไปยังนักโฆษณา

แคมเปญ 'We Will Find You' ของ Nestle นั้นเป็นลางร้ายเหมือนกับที่ชื่อของมันบอกนั่นแหละ ขั้นแรกก็คือติดตั้งอุปกรณ์ติดตาม GPS ไว้ในกระดาษห่อชอกโกแลต จากนั้นเมื่ออุปกรณ์นั้นถูกพบและเริ่มทำงาน ทีม A-Team นินจาชอกโกแลตแท่งก็จะติดตามสัญญาณในเฮลิคอปเตอร์เพื่อไปจู่โจมคนที่ค้นพบมันพร้อมกับกระเป๋าเอกสารที่เต็มไปด้วยเงิน 10000 ปอนด์ อย่างกับว่า Willy Wonka ได้ส่งหน่วยทหารลักพาตัวรัสเซียมาซุ่มโจมตีเด็กๆทุกคุณที่เจอตั๋วทองคำอย่างนั้นแหละ

ด้วยการพยายามทำให้ดูเหมือนว่าพวกเขาก็รู้อยู่แก่ใจอยู่บ้างว่าไอเดียนี้มันแย่เกินไปหน่อย Nestle จึงได้ขอให้ลูกค้าระงับการทำงานของอุปกรณ์ GPS ถ้าหากว่าคิดว่าไม่ว่างสำหรับการถูกจู่โจมด้วยกลุ่มทหารอากาศ และ/หรือมักจะพกมีดที่คาดว่าจะคว้าออกมาใช้ในสถานการณ์ที่ทำให้ตกใจ

เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่เสียทีเดียว -- Apple นั้นได้บังคับให้คุณรวมข้อมูลส่วนตัวทั้งหมดภายใต้ยูสเซอร์เนมและพาสเวิร์ด และอนุญาตให้
INonsense ต่างๆอัพเดทตำแหน่งของคุณบนเซิฟเวอร์ แต่นั่นมัน Apple และสินค้าของพวกเขาก็ราคาแพง แต่พวกชอกโกแลตนี่
ราคาเพียงแค่ดอลล่าร์เดียวเท่านั้น "We Will Find You" นั้นเป็นเพียงแค่แคมเปญโปรโมทที่จัดขึ้นเพียงครั้งเดียวเท่านั้น แต่ถึงยังไง
มันก็แสดงให้เห็นถึงอนาคตแล้วว่า เทคโนโลยี GPS ในตอนนี้นั้นมีค่าการผลิตที่ถูกมากเหลือเกิน จนบริษัทอย่าง Nestle นั้นสามารถ
ติดตั้งชิปติดตามลงไปในกระดาษห่อชอกโกแลตเมื่อไหร่ก็ตามที่นึกอยากจะทำขึ้นมา

เพราะฉะนั้นเราอาจจะได้เห็นตอนที่ไม่ว่าอะไรก็ตามที่คุณซื้อถูกติดตาม ตั้งแต่ขวด Vita Coco Water จนกระทั่งกางเกงยีนส์ และ หนังสือการ์ตูน -- จำไว้ว่า สถานที่ที่คุณอยู่ตอนที่คุณซื้อสินค้า และสถานที่ที่คุณนำมันกลับไปหลังจากนั้น เป็นข้อมูลที่มีคุณค่า พวกบริษัทต่างๆจะสามารถใช้มันมาตัดสินใจสถานที่ที่จะติดโปสเตอร์และป้ายบิลบอร์ด และสินค้าที่ถูกติดตามนี้จะสามารถซิงค์ให้ฉายโฆษณาบางอย่างในทีวี และจออีเล็กโทรนิคในบริเวณใกล้ๆ เพื่อที่จะขายสินค้าให้แก่คุณโดยเป็นสินค้าที่เกี่ยวข้องกับสิ่งที่คุณมีอยู่แล้วในกระเป๋า แม้ว่าเราจะจินตนาการว่าเรื่องนี้อาจจะมีผลกระทบในด้านลบต่อยอดขายของทั้งถุงยางอนามัยและเจลหล่อลื่นเท่าๆกัน

แหล่งที่มาเพิ่มเติม
//www.telegraph.co.uk/technology/news/9570363/Kitkat-makers-Nestle-hide-tracking-devices-in-chocolate-bars.html
//www.forbes.com/sites/kashmirhill/2012/10/02/nestle-replaces-willy-wonkas-golden-ticket-with-a-gps-tracker-in-well-find-you-kit-kat-campaign/

2 เว็บไซต์ที่แสดงโฆษณาโดยขึ้นอยู่กับว่าคอมพิวเตอร์ของคุณแพงแค่ไหน

ไม่มีวิธีไหนที่สุภาพในการที่จะถามลูกค้าว่าพวกเขามีเงินเท่าไหร่ ถ้าหนุ่มไม่สวมเสื้อกลิ่นตัวเหม็นไปเดินด้อมๆอยู่แถวตัวแทนจำหน่าย Mercedes ทั้งหมดที่ทำได้ก็คือมองเขาด้วยสายตาที่ไม่พอใจจนกระทั่งเขาเดินจากไปในที่สุด แต่แน่นอนว่าเทคโนโลยีสมัยใหม่ได้มอบวิธีแก้ปัญหาธรรมเนียมสังคมแบบนี้แล้ว ใช่ไหม

ใช่แล้ว! Orbitz (เว็บไซต์เอเจนซี่ทองเที่ยวที่ไม่ได้จ้างกัปตันยานขับยานอวกาศแก่ๆมาเป็นโฆษก) ได้เริ่มใช้ซอฟแวร์ที่ระบุว่าลูกค้าใช้คอมพิวเตอร์ประเภทไหนในการเข้าชมเว็บไซต์ของบริษัท และส่งโฆษณาไปยังลูกค้าแต่ละรายโดยอ้างอิงจากราคาของคอมพิวเตอร์แต่ละเครื่อง

เริ่มจากการที่ Orbitz ตรวจสอบว่าลูกค้านั้นใช้ Mac หรือ PC ซึ่ง ณ จุดหนึ่งพวกเขาสังเกตว่าผู้ใช้ Mac ใช้จ่ายเงินในการนอนโรงแรม มากกว่าผู้ใช้ PC โดยทั่วไปแล้ว Mac นั้นแพงกว่า ซึ่งบ่งบอกว่าเจ้าของ Mac นั้นมีเงินที่จะใช้จ่ายมากกว่า (โดยคาดว่าพวกเขาไม่ได้ใช้เงินหมดไปกับ Mac แล้ว)

ดังนั้นในอนาคต ถ้าหากว่าคุณกำลังชมเว็บไซต์ด้วย MacBook Pro ราคา 2000 เหรียญละก็ คุณอาจจะเริ่มเห็นโฆษณาเครื่องเพชร รถซีดานสุดหรู และสมาชิก HBO ในขณะที่ถ้าคุณกำลังดูเว็บ CareerConnection จากเดสทอปฝุ่นเขรอในห้องสมุดสาธารณะ คุณอาจจะได้เห็นโฆษณาป๊อปอัพของ Hamburger Helper และ บริการเงินกู้แทน

แหล่งข่าวเพิ่มเติม
//www.npr.org/2012/06/26/155792590/orbitz-targets-mac-users-for-pricier-hotels
//www.bbc.co.uk/news/technology-18595347
//online.wsj.com/article/SB10001424052702304458604577488822667325882.html

1 บริษัทมาร์เก็ตติ้งที่ติดตามปัญหาสุขภาพของคุณ

คุณอาจจะสังเกตเห็นแล้วก็ได้ว่า ถ้าหากคุณเข้า Amazon แล้วเสิร์ชหาคำว่า ไดร์เป่าผม หลายวันหลังจากนั้น ทุกๆเว็บไซต์ที่คุณเข้าก็จะมีโฆษณาไดร์เป่าผมอยู่ ถ้าคุณไม่สังเกตเห็น หรือเพียงแค่คิดว่ามันเป็นเรื่องบังเอิญ ก็ลองดูได้เลย จริงๆแล้วมันดูจะหลอนไปสักนิด แต่ในความเป็นจริงแล้ว ณ ขณะนี้นั้นเป็นไปได้ว่าคุณกำลังถูกจับตามองด้วยบริษัทมากกว่า 100 บริษัทเลยทีเดียว สำหรับสาเหตุอันแน่ชัดในการพยายามที่จะเลือกว่าจะแสดงโฆษณาไหนให้คุณดูนั้น -- มันคือหนึ่งในชีวิตประจำวันบนอินเตอร์เน็ต ณ เวลานี้ไปแล้ว แต่ถ้าคุณอยากอยากดูพรีวิวว่าโลกนี้จะเป็นอย่างไรเมื่อมันเริ่มเลยเถิดไปกันใหญ่ละก็ ลองดูนี่สิ

Epic บริษัทมาร์เก็ตติ้งซึ่งมีฐานอยู่ที่นิวยอร์คถูกจับได้ว่าใช้การกระจายโฆษณาไปประมาณมากกว่า 24000 เว็บไซต์เพื่อสปายประวัติการเข้าชมเว็บไซต์ของผู้คน และเก็บข้อมูลปัญหาทางด้านสุขภาพที่อาจเกิดขึ้น เพื่อที่จะกำหนดกลุ่มเป้าหมายสำหรับโฆษณาของพวกเขาให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เช่น ถ้าคุณเสิร์ชหา 'วิธีรักษารูทวารฉีก' พวกเขาก็จะตามคุณไปทั่วการท่องเว็บและระดมยิงโฆษณาสารผนึกรูทวารใส่คุณ ทั้งๆที่ปกติแล้วบันทึกทางการแพทย์และข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพนั้นควรจะเก็บไว้เป็นความลับแท้ๆ

และนี่ก็ไม่ใช่ "ช่องโหว่ทางกฏหมายของประกันรถยนต์อันน่าทึ่ง!" ที่ป๊อปอัพขึ้นมาในซอกหลืบของอินเตอร์เน็ต -- Epic โฆษณาบน CNN.com Amazon Orbitz และเว็บไซต์ชั้นนำอื่นๆ และโฆษณาของบริษัทเหล่านี้ก็จะติดตามผู้เข้าชมเว็บไซต์หลังจากที่พวกเขาออกจากเว็บเพื่อไปดูการค้นหาต่างๆเกี่ยวกับการแพทย์ (ถ้ามี) ที่พวกเขาจัดเอาไว้ จากนั้น Epic จะเก็บข้อมูลเหล่านี้ไว้ในฐานข้อมูลในหมวดหมู่ เช่น "เบาหวาน" และ "การกลั้นปัสสาวะไม่ได้" เพื่อให้พวกเขาสามารถกำหนดโฆษณาที่เกี่ยวข้องกับความเจ็บป่วยให้เข้ากับเป้าหมายได้

คุณอาจรู้สึกได้ว่านี่เป็นเรื่องผิดกฏหมาย เช่นเดียวกับ Federal Trade Commission ที่ฟ้อง Epic และบังคับให้บริษัททำลายข้อมูลทั้งหมดที่เก็บเกี่ยวมาได้ ในตอนนั้น Epic ได้ติดตามผู้ใช้อินเตอร์เน็ตนับล้านคน และพยายามที่จะพัฒนาประสบการณ์การท่องเว็บของพวกเขาด้วยการระดมโฆษณาส่วนตัวซึ่งช่วยเตือนความจำแก่พวกเขา -- และทุกคนที่ใช้คอมพิวเตอร์เครื่องนั้น -- ถึงโรคที่เป็นในที่สุดแล้วมันอาจจะไปถึงจุดที่ทางเดียวที่จะสามารถซื้อสินค้าได้อย่างเป็นส่วนตัวคือการขับรถไปที่ห้างสรรพสินค้า เพราะคุณสามารถเข้าไปในร้าน f.y.e. และซื้อคอลเล็คชั่น Rambo โดยไม่มีทางที่พนักงานจะเดินตามคุณไปทั่วร้านเป็นเวลาสามชั่วโมง แล้วโบก Stop! Or My Mom Will Shoot ใส่หน้าคุณ

แต่ผลกระทบที่เป็นไปได้ในนั้นใหญ่หลวกมากกว่านั้นแม้ว่า -- ด้วยการเข้าถึงโซเซียลมีเดีย การเสิร์ชใน Google และนิสัยการเข้าชมเว็บไซต์ของคุณ และอัลกอริทึมที่ชาญฉลาดที่อยู่เบื้องหลัง บริษัทสามารถรู้สิ่งต่างๆเกี่ยวกับตัวคุณที่ตัวคุณเองอาจจะไม่รู้ด้วยซ้ำ พวกเขาเห็นว่าคุณกำลังเริ่มไดเอ็ท และรู้ได้ทันทีจากอุปนิสัยก่อนหน้านี้ว่าคุณจะกลับมาชอปปิ้งกางเกงสำหรับคนอ้วนในอีกหกเดือนข้างหน้า เพราะฉะนั้นอนาคตของ The Terminator นั้นได้กลายเป็นจริงแล้ว เพียงแค่แทนที่จะเป็นหุนยนต์นักฆ่าของ Skynet ที่วิ่งไล่ตามเราตามซากปรักหักพัง และถล่มยิงเรา กลับกลายเป็นซีรีส์ของฐานข้อมูลที่คำนวณอยู่อย่างลับๆว่าจะซุ่มโจมตีเอาด้วยโฆษณา Mountain Dew เมื่อไหร่ดี เราเดาว่ามันอาจจะแย่กว่าก็เป็นได้

ข้อมูลเพิ่มเติม
//www.theatlantic.com/technology/archive/2012/02/im-being-followed-how-google-151-and-104-other-companies-151-are-tracking-me-on-the-web/253758/
//www.nydailynews.com/news/national/online-firm-settles-ftc-spying-users-article-1.1215513
//ftc.gov/os/caselist/1123182/index.shtm
 




Create Date : 02 พฤศจิกายน 2556
Last Update : 12 มกราคม 2557 19:57:42 น. 1 comments
Counter : 527 Pageviews.

 
Thank youvery much


โดย: Kai (nookookai8 ) วันที่: 3 พฤศจิกายน 2556 เวลา:10:29:23 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

kypsan
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]





Friends' blogs
[Add kypsan's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.