เขา…ผู้ถูกลักพาตัว
เปาะ! เปาะ!
เสียงหยดน้ำกระทบพื้นสะท้อนสะท้านเข้าไปในโสตประสาท กลิ่นเหม็นสาบฉุนชวนอาเจียนกระทบอยู่เพียงปลายจมูก แววตระหนกฉายชัดในดวงตาสีฟ้าปานท้องทะเลใสที่ไม่มีวันมองผ่านผืนผ้าที่พันธนาการดวงตาของเขาเอาไว้ ข้อมือถูกผูกมัดไว้ด้วยเชือกแน่นหนา ขยับเพียงนิดเชือกหยาบก็กรีดผิวเข้าเนื้อ เช่นเดียวกับขาสองข้างที่พันโซ่ลงตรวนแข็งแรง
นี่คือสภาพของอัลเกลน เพิร์ล ห้าชั่วโมงหลังจากเขาถูกลักพาตัว
ชายหนุ่มทบทวนความทรงจำของตัวเองหลังคืนสติได้ไม่นาน เขาจำได้ว่าออกมาตรวจงานไร่องุ่นที่ทำเป็นงานอดิเรกผลาญเศษเงินเล่น และรถของเขาถูกชน เมื่อลงจากรถเพื่อไปตกลงความกับคู่กรณีเขากลับถูกต่อยที่ท้องและโปะยาสลบ ก่อนสติจะเลือนลงก็รู้เพียงว่าถูกโยนใส่เบาะหลังรถคันที่ชนกับตน จากนั้นก็ไม่รับรู้อะไรอีกเลย
พอปะติดปะต่อเรื่องราวได้ทั้งหมดก็พอเข้าใจคร่าวๆว่าตนถูกลักพาตัวมา และกักขังไว้ในห้องใต้ดินที่ไหนสักแห่ง แล้วผู้ลักพาตัวเขามามีจุดประสงค์อะไร?
ไม่น่าถาม…เงินไงเล่า! เขาตอบตัวเองเสร็จสรรพ
อัลเกลน มีชื่อติดอันดับมหาเศรษฐีของโลกทั้งที่ยังอยู่ในวัยหนุ่ม คงไม่พ้นเรื่องเงินค่าไถ่เป็นแน่ จะสักเท่าไหร่กัน สิบล้าน ยี่สิบล้าน ร้อยล้าน หรือพันล้าน เมื่อไรที่เจ้าโจรเรียกค่าไถ่จะมาตกลงจำนวนเงินกับเขา สมองนักธุรกิจอย่างเขาทำงานหนักเพื่อคำนวณผลได้ผลเสีย เขาตัวคนเดียวไม่มีครอบครัว พ่อแม่เสียชีวิตไปหมด ญาติใกล้ชิดก็ไม่มี ดังนั้นการตกลงเรื่องเงินค่าไถ่คงต้องตกลงกับเขาผู้เดียว และเขาต้องพยายามเจรจาให้รักษาเงินไว้ให้ได้มากที่สุด
แกร่ก! ประตูเปิด กลิ่นชื้นฝนโชยตามลมที่พัดเข้ามา อัลเกลนพยายามไม่แสดงอาการว่าเขารู้สึกตัวแล้วเพื่อรอดูท่าทีของอีกฝ่ายซึ่งนับจากเสียงฝีเท้าคงมีไม่ต่ำกว่าสองคน เพียงครู่ เท้าหนักๆก็เตะเข้าที่สีข้างอย่างแรง
“ไง ตื่นหรือยัง” เสียงแหบห้าวต่ำทักทาย พลางปลดผ้าผูกตาออก อัลเกลนจึงได้เห็นคนตรงหน้าชัดเจน ร่างสูงใหญ่กำยำสองร่างปกปิดใบหน้าด้วยหมวกไหมพรมและแว่นตากันแดด การระวังตัวจัดทีเดียวเพราะสวมถุงมืออีกด้วย แน่นอนว่าจะไม่ทิ้งหลักฐานใดๆไว้บนตัวเขา…หรือศพของเขา
เมื่อปากเป็นอิสระจากการพันธนาการอัลเกลนรีบถามเสียงรัวเร็ว
“พวกแกเป็นใครต้องการอะไรจากฉัน”
ให้ตายสิ! ก็รู้อยู่ว่าจุดประสงค์ของพวกมันคืออะไร…
หนึ่งในนั้นย่างสามขุมเข้าใกล้ กระชากผมเขาจนหน้าแหงน ชายหนุ่มครางด้วยความเจ็บปวด
“เจ็บนะ!”
“หุบปากเลิกโวยวายซะที ไม่งั้น…” เสียงเลื่อนสับนกดังกริ๊กเบาๆพอขู่ขวัญ “แกได้ไปอย่างสงบแน่”
“เอ่อ…อย่าทำอะไรฉันเลยนะ ต่อโทรศัพท์คุยกับเลขาฉันให้เขาเอาเงินมาให้ พวกแกต้องการเท่าไหร่” ถึงต้องเสียสักร้อยสองร้อยล้านก็ไม่กระเทือนเงินในบัญชีของเขา อย่างไรเสียเพียงไม่กี่ชั่วโมงรายได้จากกิจการค้าน้ำมันของเขาก็เข้ามาชดเชยเงินส่วนนั้นอยู่ดี
“เงินน่ะเรื่องรอง ไม่เร่งร้อนอะไร”
“แกหมายความว่าไง”
“เราไม่ได้ต้องการเงินจากคุณหรอก” อีกคนตอบ
“ไม่ต้องการเงิน แล้วลักพาตัวฉันมาทำไม…”
“หุบปาก!” กระสุนแห่งการหมดความอดทนลั่นขึ้น เฉียดใบหูเขาไปนิดเดียว อัลเกลนตาเหลือกด้วยความตระหนก
“อย่า อย่าทำอะไรฉัน ขอร้องล่ะ”
“พูดน้อยๆหน่อยก็ดี อยู่ในนี้เงียบๆอย่าโวยวาย เราจับตัวแกมาทำไมก็เรื่องของเรา เข้าใจ๋!”
เมื่อปืนมาจ่อที่ขมับหมดทางขืนหรือต่อต้าน อัลเกลนได้แต่พยักหน้ายอมรับ
“อย่าคิดหนีเสียให้ยาก ที่นี่เราเลือกดีแล้วไม่มีทางที่ใครจะหาแกเจอ เอาล่ะ เสร็จธุระกันแค่นี้ มื้อเที่ยงแสนอร่อยของแกคงย่อยหมดแล้ว กินนี่ซะ!”
อัลเกลนมองขนมปังสองก้อนที่ไอ้โม่งโยนให้ ท่าทางไม่น่ากินสักนิด
“กินกันตาย ยังไงก็อย่ามาอดตายที่นี่ก็แล้วกัน มันน่าสมเพช!”
“จะให้กินยังไง มือถูกมัดแบบนี้!!”
“หมามันเคยใช้มือถือมีดส้อมไหมล่ะ! หมามันกินไง แกก็กินอย่างมันสิ”
อัลเกลนขบกรามกรอด เกิดมาเป็นตัวเป็นตนเพิ่งเคยมีคนมาเปรียบเทียบเขากับสุนัข เขาไม่มีทางเสียศักดิ์ศรีลงไปก้มกินอย่างสัตว์เป็นอันขาด
“กินเร็วๆ!!” คนที่จ่อปืนตวาดสำทับ ยกเท้าเตะร่างอัลเกลน “นับหนึ่งถึงสิบ หนึ่ง…”
ความกลัวลานแล่นทั่วร่าง วินาทีนั้นเขาคิดได้อย่างหนึ่ง…บางทีเสียศักดิ์ศรี รักษาชีวีคือทางของคนฉลาด
ชายหนุ่มจำต้องก้มลงกินอาหารที่วางบนพื้นอย่างยากลำบาก สองมือที่ถูกมัดไพล่หลังทำให้ขยับยาก เชือกเถือเนื้อจนแสบ ปวดร้าวไปทั้งกายและใจ
ผ้าผูกตากับผ้ามัดปากพันธนาการเขาไว้อีกครั้ง ความมืดมนและสิ้นหวังเข้าครอบงำเมื่อเสียงลงกลอนดังลง และฝีเท้าคนทั้งสองจากไป อากาศภายในห้องอับชื้นและเย็นเยือก อัลเกลนคู้ร่างหวังบรรเทาความหนาวเหน็บที่จู่โจมเข้ามา ร่างกายที่เคยชินแต่ความอบอุ่นจากเครื่องทำความร้อนและเครื่องนุ่งห่มกันหนาวอย่างดีต้องมาเจอกับความทรมาณจนทั่วร่างชาสะท้าน
พระเจ้า! ทำไมต้องเป็นเขาด้วย

ตั้งแต่เล็กเขาเป็นโรคกลัวที่แคบและมืด เพราะเหตุการณ์สะเทือนขวัญในวัยเยาว์ เมื่อต้องมาพานพบสถานการณ์เช่นนี้ทำเอาเขาแทบประสาท แล้วไอ้สองคนที่จับตัวเขามาอย่างไร้เหตุผลนั่นอีก!
เขาต้องเจอแบบนี้ไปอีกนานเท่าไร

ความคิดเช่นนี้วนเวียนอยู่ในสมองเขาเนิ่นนาน ความหนาวจับจิตเหมือนจะบีบกระดูกป่นเนื้อเขาให้แหลกเป็นผง นานเท่านานกว่าความล้าจะเข้าบงการให้เขาผล็อยหลับไป
ใครคนหนึ่งเข้ามาในห้อง ตบหน้าเขาแรงๆแล้วดึงผ้าคาดปากออก อัลเกลนตื่นจากการหลับใหลที่ไม่รู้ว่าหลับไปได้นานเพียงใด
“กินซะ!” เสียงขู่สำทับพร้อมเลื่อนสับนกดังกริ๊ก
อัลเกลนก้มกินอาหารอย่างเสียมิได้ คราวนี้เป็นซุปกระป๋องรสชืด ตลอดชีวิตเขาเคยแต่ลิ้มรสอาหารปรุงด้วยพ่อครัวมือหนึ่ง อาหารต้องร้อนได้อุณหภูมิพอเหมาะไม่ใช่เย็นชืดรสกร่อยเช่นนี้
แค่กินกันตาย และไม่ต้องตายเพราะปืนไอ้โจรนี่
ท่อนขาหนักพาดบนท้ายทอยของเขาอย่างหยามหมิ่นเต็มที เจ้าคนที่คุมเขาคงนั่งสูบบุหรี่สบายอารมณ์โดยมีเขาเป็นที่วางขาอย่างดี อัลเกลนได้แต่ข่มโทสะไว้ ไม่ใช่เพราะเขาเป็นคนขันติสูงหรอก หากแต่ไอ้.357 ที่แผลงฤทธิ์คราก่อนเป็นบทเรียนที่เขาจะเข็ดจำไปอีกนาน
พอกินเสร็จเขาก็กลับไปอยู่ในสภาพหมดอิสระดังเดิม แผลเชือกบาดที่ข้อมือกินลึกเข้าไปสร้างความทรมาณแก่ร่างกายบอบบางไม่เคยทนร้อนหนาว เพราะพิษบาดแผลและความอ่อนแอเต็มทีทำให้จับไข้ เหงื่อกาฬโทรมกาย เรี่ยวแรงโรยลง เปลือกตาหนักอึ้งพร้อมจะปิดลงในทุกขณะวินาที
ผ่านไปนานเท่านาน มิอาจนับนาทีหรือชั่วโมง หรือผ่านล่วงไปถึงวันที่เท่าไหร่ อัลเกลนคงสติได้เป็นห้วงๆ นอนแนบใบหน้ากับพื้นชื้นเย็นด้วยเรี่ยวแรงรวยริน เสียงฝีเท้าแมลงสาบและหนูกลายเป็นเสียงก้องสะท้านในห้องปิดทึบ นานเท่านานที่คำว่าแสงสว่างหายไปจากพจนานุกรมของเขา
น้ำเย็นจัดราดรดพลิกสติไม่สมประดีให้ฟื้น เท้าหนักเขี่ยร่างที่กองอยู่แทบเท้าให้หงายขึ้น อัลเกลนรอให้อีกฝ่ายวางอาหารให้เขาดังครั้งก่อน
แต่ที่ได้กลับมาคือการเตะอย่างแรงที่ใบหน้า
“อื๊อ!”
ตามด้วยเตะเสยเข้าที่ท้อง ซ้ำ ย้ำ หลายครั้ง ทุกครั้งอัลเกลนไม่สามารถร้องโอดครวญได้เพราะติดผ้าคาดปาก ความทรมานทวียิ่งเมื่อน้ำเย็นจัดซึมถึงบาดแผลที่ข้อมือและข้อเท้า สติขาดวูบเมื่อถึงขีดสุดของร่างกาย…
….นอนนับโมงยามในใจรอมื้ออาหารถัดไป เหมือนสัตว์ที่รอการหยิบยื่นอาหารจากเจ้าของ
ห้องอับทึบเต็มไปด้วยสิ่งมีชีวิตเล็กๆอันไม่เป็นที่พึงประสงค์ เขารู้สึกเหมือนตัวเองกลายเป็นส่วนหนึ่งของฝูงแมลงสาบ สัตว์ที่น่าขยะแขยงนำกลิ่นเหม็นเน่าที่เริ่มชินชามาสู่ทุกที่ที่ตอมไต่ จนอัลเกลนแน่ใจว่าหากเขามีหนวดออกมาสักสองเส้นคงเข้าพวกกับมันได้อย่างกลมกลืน…อยู่กับพวกมันคงปลอดภัย เพราะอย่างน้อยเจ้าสัตว์ตัวเล็กนี่ก็ไม่มีพิษภัยอันใดกับเขา
หนู…สัตว์ที่เขาเคยกลัวแสนกลัว บัดนี้เป็นเหมือนเพื่อนสนิท มันเข้ามากินเศษอาหารที่ตกอยู่ บางทีก็ยื่นจมูกแหลมๆมาสำรวจร่างผอมที่นอนนิ่งกับพื้น นานๆอัลเกลนจะขยับตัวไล่มันสักที มันก็ส่งเสียงจี๊ดๆและวิ่งหนีห่างไป
….ร่างบอบช้ำหายใจรวยรินจวนเจียนจะสิ้นลม สติเลือนลางไม่รับรู้ความเป็นไปใดๆ ปรารถนาเพียงความตายเท่านั้นที่จะช่วยเขาให้พ้นความทรมานนี้ ความตาย…เรียบง่าย…เบาดุจขนนก…หากเขาต้องเจออะไรที่ร้ายกว่านี้อีกล่ะก็…
ครั้งหนึ่งที่สองฝีเท้าก้าวเข้ามาในห้อง แก้ตรวนที่ขาของเขาออก โอกาสอันดีที่เขาจะขัดขืนหากแต่…เรี่ยวแรงไม่เหลือแม้จะขยับตัว
“เฮ้อ แกนี่น่าจะเกิดมาเป็นผู้หญิงว่ะ ผิวลื่นมือชะมัด ชาตินี้คงไม่เคยกรำแดดเลยสินะ” ผู้พูดใช้หลังมือไล้แก้มชายหนุ่ม พิจารณารูปลักษณ์อันค่อนไปทางสวย "หน้าตาก็สวย…อย่างกับพวกกระเทย"
“ลองไหม” อีกเสียงหนึ่งเสริม คนที่ชอบเอาปืนจ่อหัวเขานับครั้งไม่ถ้วน
อีกคนไม่ตอบแต่คงเห็นด้วย เสียงเย็นชาผ่านหมวกไหมพรมดังข้างหู
“คืนนี้เป็นคืนสุดท้าย…ของพวกเรากับนาย มาสนุกกันก่อนจากเถอะ …”
อัลเกลนไม่มีสติจะรับรู้การกระทำอันจาบจ้วงของคนทั้งสอง ความปิติยินดีที่จะได้พ้นจากความทรมานแผ่ซ่านทั่วสรรพางค์กายทำให้เขาลืมความเจ็บปวดที่ได้รับไปชั่วขณะ
สวรรค์ สวรรค์ทรงโปรดเขาแล้ว ในที่สุด…
ความสุขที่อาบล้นร่าง อิสระอันหอมหวาน แม้ต้องแลกมาด้วยชีวิตก็ยอม
***

อัลเกลนรู้สึกตัวอีกครั้งเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าแผ่วเบาประชิดข้างตัว ชายหนุ่มผวาลืมตาตื่น
แสงสว่าง … แสบตา
ความอบอุ่นที่ห่มกาย…ความอ่อนนุ่มที่รองรับร่าง
ลมหายใจเข้าสัมผัสถึงกลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อที่เจืออยู่ในอากาศ …
“ตื่นแล้วหรือครับ” เสียงทุ้ม นุ่ม ดังข้างหู อัลเกลนเบือนสายตาที่จับจ้องฝ้าเพดานสีขาวไปยังพื้นที่ข้างเตียง รอยยิ้มแห่งความโล่งใจฉายอยู่บนใบหน้าชายหนุ่มผู้เป็นทั้งเลขา และคนสนิท ใต้ขอบตาคล้ำอย่างคนอดนอน ดูอิดโรยยิ่ง…
“นายโทรมเชียวนะ เจค”
“ก็เฝ้าคุณตลอดสามวันมานี่สิครับ”
“ตั้งสามวันเชียว ฉันหลับไปนานขนาดนั้นเลยหรือ”
อัลเกลนคลำใบหน้าที่บวมช้ำของตน เมื่อขยับตัวถึงรู้สึกเจ็บร้าวขึ้นมาทันที
“อย่าเพิ่งขยับตัวเลยครับ” เจคร้องเตือนเมื่ออัลเกลนทำท่าจะลุกขึ้นนั่ง
“เฮ้อ ต้องนอนนิ่งๆไปอีกนานไหร่นะ ช่วงนี้นายเข้าไปเคลียร์งานแทนทีละกัน”
“ครับ”
ระหว่างพูดตาก็เหลือบไปเห็นแจกันดอกไม้สดสวยสะพรั่งข้างหัวเตียง เหน็บการ์ดเล็กๆสีแดงเลือดที่เขาชี้ให้เจคหยิบมาให้ดูใกล้ๆ อัลเกลนกวาดตาอ่านแล้วหัวเราะในลำคอ
“…แล้วก็นะเจค ช่วยโอนเงินส่วนที่เหลือแล้วก็เพิ่มเงินพิเศษอีกยี่สิบล้านด้วย”
“เยอะขนาดนั้น เดี๋ยวพวกมันก็ได้ใจหรอก”
“ช่างเถอะ อย่างไรเสียกว่าฉันจะเรียกใช้พวกมันก็คงอีกนาน นายก็รู้ว่าฉันไม่ชอบอะไรที่มันซ้ำๆเดิมๆ”
“คุณคงเบื่อผม…”
เจคเบือนหน้าหนีหลุบตาต่ำ อัลเกลนเลิกคิ้ว ริมฝีปากบางที่มีรอยช้ำขยับยิ้มเมื่อเห็นท่าทีของ [คนสนิท] เขาเอื้อมมือดึงเนคไทของเจคให้โน้มต่ำลงมาหา
“สำหรับนายน่ะยกเว้น…” เสียงกระซิบพร่าพรายจากชายหนุ่มผู้เป็นนาย ก่อนจะสัมผัสจุมพิตร้อนหวานละมุนกับคนสนิท
“…จะหาใครที่ใจดี ตามใจฉันได้ทุกเรื่องอย่างนายล่ะ”
“ครับ เข้าใจแล้วครับ” เจคปลดมือที่รั้งเนคไทของเขาออกอย่างอ่อนโยน “แต่ผมขอขัดใจคุณตอนนี้นะครับ เพราะคุณต้องพักผ่อน นะครับ” น้ำเสียงอ้อนวอนแกมบังคับเล็กๆ
อัลเกลนเบ้หน้าอย่างไม่สบอารมณ์ ยัดการ์ดสีแดงใส่กระเป๋าเสื้อเชิร์ตของเจคแล้วพลิกตัวนอนหันหลังให้ เจคดึงผ้าห่ม ห่มร่างผอมสะโอดสะอง เอ่ยคำลาสั้นๆก่อนผลักประตูออกจากห้อง
พ้นจากห้องพักผู้ป่วยพิเศษ เจคทิ้งตัวนั่งที่โซฟาหน้าห้องจัดการงานที่เจ้านายเพิ่งมอบหมาย
โอนเงินส่วนที่เหลือ พร้อมเงินพิเศษให้พวกนั้น
เป็นค่าจ้างที่ทำให้พึงพอใจหนึ่งสัปดาห์

“เกมลักพาตัว” ความสนุกใหม่ของเหล่าผู้ชอบความตื่นเต้น เจ็บปวด และเงินหนา มีหลากหลายรูปแบบให้เลือกแต่แนวทางปฏิบัติจะใกล้เคียงกัน คือ เหยื่อ (ผู้ว่าจ้าง)จะไม่รู้ล่วงหน้าว่าจะถูกลักพาเมื่อไร ดำเนินชีวิตด้วยความหวาดระแวง ระหว่างถูกกักขังก็จะถูกทรมานต่างๆตามแต่ระดับความรุนแรงที่เลือก กำหนดเวลาตั้งแต่สามวัน ไปจนถึงหนึ่งเดือน เมื่อเสร็จสิ้นการลักพา เหยื่อจะถูกนำตัวไปปล่อยทิ้งที่ไหนสักแห่ง การลักพาตัวสมบูรณ์แบบจนแทบไม่คิดว่าเป็นการจัดฉาก อีกทั้งรับรองความปลอดภัย รับประกันความตื่นเต้นและระทึกขวัญ
เหล่าผู้มีอันจะกินอาจหาความสุขมาสนองความต้องการของตนได้ด้วยอำนาจเงินมหาศาล พอนานๆเข้าก็เริ่มเบื่อหน่าย และแสวงสิ่งใหม่ๆมาสนองกิเลสของตน ดังกรณีของอัลเกลน เขาเลือกที่จะซื้อความลำบาก ทรมาน ทุรนทุราย และอัปยศ มาเติมสีสันให้ชีวิตสุขสบายอันแสนจืดชืดของเขา อำนาจเงินคือพระเจ้าที่บรรดาได้ทั้งสุขและทุกข์ สามารถจ้างคนมาลักพาตัวเองไปกักขังทรมาน
นี่ไม่ใช่ครั้งแรก และคงไม่ใช่ครั้งสุดท้ายแน่นอน…
เจคดึงการ์ดสีแดงที่สอดอยู่ในกระเป๋าเสื้อนอกออกมาดู คำอวยพรขอให้หายไวๆและคำขอบคุณพร้อมแทรกคำเชิญชวนให้ใช้บริการอีกครั้งคงเป็นหนึ่งในการบริการลูกค้าหลังการขาย ให้นึกสังเวชโลกมนุษย์ที่นับวันจะยิ่งเพี้ยนขึ้นทุกทีๆ เขาอยากจะขอให้อัลเกลนเลิก “สนุก” กับการละเล่นแสนอันตรายนี่เสียทีแต่ก็ทำไมลง เพราะทุกครั้งที่เห็นท่าทางสดชื่นรื่นเริงในภายหลังของอัลเกลนทำให้เขาที่รักคนคนนี้เหลือเกินไม่อาจขัดความสุขได้ แต่ทุกครั้งจะเฝ้าหน้ามอร์นิเตอร์ที่ถ่ายทอดสภาพของอัลเกลนเพื่อคอยดูแลความปลอดภัย
แน่นอน เขาได้เห็นภาพการทารุณสุดท้ายนั้นด้วย!!
ใช้บริการอีกครั้งรึ! ไม่มีทางหรอก! เขาคงหาทางเชือดไอ้สองตัวนั่นอย่างเงียบๆในเร็ววันนี้ล่ะ
ใครจะไปทนอยู่ร่วมโลกกับคนที่ขืนใจคนสำคัญของตนได้!!
แม้จะรู้อยู่เต็มอกว่าอัลเกลนนั่นแหละที่เพิ่มคำสั่งพิเศษเรื่องนี้ไป
… แล้ววันหลังจะเป็นอะไรอีกล่ะ???



Create Date : 22 สิงหาคม 2548
Last Update : 7 พฤษภาคม 2549 21:57:52 น.
Counter : 333 Pageviews.

1 comments
  
เรื่องย๊าวยาว...แต่เขียนดีจังเลยค่ะ
โดย: nat_weasley IP: 203.155.183.226 วันที่: 8 ตุลาคม 2549 เวลา:1:42:54 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

kurika
Location :
กรุงเทพ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]







หนูเกาลัด...กระเสือกกระสนจนได้เรียนจุฬาฯ >> ตอนนี้จบทั้งตรีโท กำลังจะหนีร้อนไปพึ่งความหนาวเย็น ณ สกอตแลนด์ หลงใหลในเสียงดนตรีคลาสสิค กำลังอยู่ในโหมด Piano Apprentice!!

Soundtrack : Canon in D

status: จบโทหมาดๆ จากนิเทศจุฬาฯ กำลังจะลัดฟ้าหนีไปเรียนสกอตแลนด์ แดนมหัศจรรย์ (ที่ไม่มีพี่เบิร์ด)

Quote : 'จิ้นกระจาย วายกระเจิง'