BlogGang Popular Award#14


 
kruaun
Location :
สุรินทร์ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 9 คน [?]




“อาจารย์ของพระอรหันต์ ยังไม่จำเป็นต้องเป็นพระอรหันต์เลย ดังนั้น อย่ากังวลเลย หากเราคิดว่าเราเก่งไม่พอที่สร้างลูกศิษย์เก่งๆ ขอเพียงแต่เรามีกระบวนการพัฒนา ส่งเสริม และให้โอกาสเขาอย่างเหมาะสม และถูกวิธี ให้เขาเติบโตเต็มศักยภาพที่ดี”---รศ. ดร.คุณหญิงสุมณฑา พรหมบุญ อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ จากหนังสือแด่เมล็ดพันธุ์แห่งอนาคต

****************************

No one can make you feel inferior without your consent. by Eleanor Roosevelt.

ไม่มีใครสามารถทำให้คุณรู้สึกต้อยต่ำได้...
ถ้าคุณไม่ยินยอม (เอลานอร์ รูสเวลต์)

**************************

ครูอั๋น สอนคณิตศาสตร์ จังหวัดสุรินทร์
--------------------------------

"ชีวิตนี้ลูกยกให้พวกเขา...แต่ชีวิตหน้าทุกสิ่งทุกอย่างที่เขาและพวกมันทำไว้กับลูก ลูกขอเอาคืน!"
---วรดา/ด้วยแรงอธิษฐาน/กิ่งฉัตร

รู้นะว่าถ้าเอาความแค้นนำทางมันไม่ดี...
แต่บางทีถ้าตั้งใจว่าจะต้องดีกว่า ดีกว่า...
มันก็เหมือนเป็นแรงขับให้เราก้าวหน้าได้เช่นกัน

แค่ตั้งใจทำดีก็แล้วกัน

+++++++++++++++++++++++++++++

มีคนเคยถามว่า "ทำไมมาเป็นครู"
คำตอบที่ผมภูมิใจและตอบได้อย่างเต็มปากที่สุด คือ
"ผมอยากเป็นครู เลยเลือกมาเป็นครู"


* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

"เจ้าเป็นคนพูดเองนะว่า อำนาจมันมาแล้วมันก็ไป แล้วเจ้ายังจะแสวงหามันทำไมเล่า"
---เศกขรเทวี เพลิงพระนาง

๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗

สัจธรรมง่ายๆ ที่ใครๆ ก็พากันทำไม่ได้

ถ้าอยากมีชีวิตที่เลวลงอย่างคิดไม่ถึง
คุณแค่หมั่นทำเลวที่ไม่เคยแม้จะอยู่ใรความคิด

หากปรารถนาชีวิตที่ดีขึ้นอย่างคิดไม่ถึง
คุณต้องทำดีมากกว่าที่คิดว่าตัวเองจะทำได้

มีชีวิตที่คิดไม่ถึง/ดังตฤณ
----------------เริ่มนับ 30 เม.ย.53----------------- free counters ===== Creative Commons License
This work is licensed under a Creative Commons Attribution-NonCommercial-ShareAlike 3.0 Thailand License.
Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add kruaun's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 

พระกุลเชษฐ์

เคยเขียนบทความสั้นๆ เกี่ยวกับองค์กุลเชษฐ์ไว้ แต่ว่ามันไม่สมบูรณ์ ค้างอยู่ แต่ดูแล้วเนื้อหาก็ไม่ได้มีอะไรมาก ดังนั้น จึงอยากนำเสนอ และขอความร่วมมือจากผู้อ่านที่ทราบ ช่วยเติมเต็มให้สมบูรณ์ด้วยนะครับ เพื่อเป็นวิทยาทาน

กุลเชษฐ์ คือ เจ้านายฝ่ายในที่ทรงพระชนมายุมากที่สุดในขณะนั้น โดยในรัชกาลปัจจุบัน องค์กุลเชษฐ์แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ (เท่าที่ข้าพเจ้าจะพอลำดับได้ อาจจะไม่ครบและยังไม่ถูกต้องนัก ขอความกรุณาช่วยสอบด้วย เพราะยังไม่มีเวลาค้นคว้าเพิ่มเติม)

อ่านต่อ คลิก //kruaun.wordpress.com/2011/07/29/sister/ ครับ




 

Create Date : 29 กรกฎาคม 2554    
Last Update : 29 กรกฎาคม 2554 1:49:16 น.
Counter : 1550 Pageviews.  

King George VI

ภาพยนตร์อิงประวัติศาสตร์อีกเรื่องที่น่าสนใจครับ

"King's Speech"



เรื่องย่อ
ภายหลังการสิ้นพระชนม์ของกษัตริย์จอร์จที่ 5 (ไมเคิล แกมบอน) ผู้เป็นพระบิดา พร้อมกับการสละโอกาสครองราชบัลลังก์ของเจ้าชายเอ๊ดเวิร์ด (กาย เพียร์ซ) ส่งผลให้เบอร์ตี (โคลิน เฟิร์ธ) ผู้มีปัญหาทางการพูด ต้องขึ้นครองราชย์แทนในนามพระเจ้าจอร์จที่ 6 แห่งอังกฤษ ด้วยเหตุที่ประเทศตกอยู่ในสถานการณ์จวนเจียนเข้าสู่สงคราม และจำเป็นต้องมีผู้นำที่เข้มแข็ง เอลิซาเบ็ธ (เฮเลนา บอนแฮม คาร์เตอร์) ภรรยาของเบอร์ตี และอนาคตราชินี จึงจัดแจงให้สามีของเธอได้พบกับไลโอเนล ล็อก (เจฟฟรีย์ รัช) ผู้เชี่ยวชาญด้านการรักษาโรคผิดปกติทางการพูด

จาก การเริ่มต้นที่แสนลำบาก ผู้รักษาและผู้รับการรักษาต่างร่วมกันแสวงหาวิธีบำบัดแบบใหม่ๆ ซึ่งก่อกำเนิดมิตรภาพอันลึกซึ้งระหว่างชายทั้งคู่ ด้วยความช่วยเหลือของล็อก รวมทั้งครอบครัว, รัฐบาล และวินสตัน เชอร์ชิลล์ (ทิโมธี สปอลล์) กษัตริย์จอร์จที่ 6 จะต้องเอาชนะอาการพูดติดอ่างให้ได้ เพื่อกล่าวปลุกปลอบพสกนิกรของพระองค์ ให้ลุกขึ้นยืนหยัดเคียงข้างประเทศชาติในภาวะสงคราม

The King’s Speech คือภาพยนตร์ที่สร้างมาจากเรื่องจริงของพระเจ้าจอร์จที่ 6 โดยการเขียนบทของเดวิด ไซด์เลอร์ และกำกับโดยทอม ฮูเพอร์

ดูตัวอย่างกันที่นี่ครับ




 

Create Date : 10 มกราคม 2554    
Last Update : 10 มกราคม 2554 18:09:43 น.
Counter : 684 Pageviews.  

พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าประดิษฐาสารี

พระประวัติ


พระเจ้าบรมวงศ์เธอ (ชั้นที่ ๔) พระองค์เจ้าประดิษฐาสารี





นฤพนธ์  สายเสมา[1]


หากจะกล่าวถึงพระราชธิดาในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ ท่านผู้อ่านนึกถึงพระองค์ไหนบ้าง...


คำตอบอาจจะมีหลายพระองค์ เช่น...


สมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า (พระองค์เจ้าหญิงสว่างวัฒนา)


สมเด็จพระศรีพัชรินทิราบรมราชินีนาถ (พระองค์เจ้าหญิงเสาวภาผ่องศรี)


สมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ พระบรมราชเทวี ในรัชกาลที่ ๕ (พระองค์เจ้าหญิงสุนันทากุมารีรัตน์ หรือที่รู้จักกัน คือ พระนางเรือล่ม)


พระนางเจ้าสุขุมาลย์มารศรี พระราชเทวี ในรัชกาลที่ ๕ (พระองค์เจ้าหญิงสุขุมาลมารศรี)


ซึ่งทั้ง ๔ พระองค์เป็นพระเจ้าลูกเธอในรัชกาลที่ ๔ ที่ทรงเป็นพระภรรยาเจ้าชั้นลูกหลวงในรัชกาลที่ ๕ ทั้งสิ้น


หรือจะเป็น... พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าหญิงนภาพรประภา กรมหลวงทิพยรัตนกิริฏกุลินี ที่คนในวังเรียกว่า เสด็จอธิบดี (น่าจะ) ทรงเป็นอธิบดีหญิงพระองค์แรกของไทย อีกทั้งทรงเป็นพระเจ้าลูกเธอในรัชกาลที่ 4 หนึ่งในสองพระองค์ที่ทรงกรมในขณะที่มีพระชนม์ชีพอยู่


พระองค์ไหนอีก... หลายท่านอาจจะนึกออกเพียงเท่านี้ หรือบางท่านอาจจะนึกถึงพระองค์อื่น


สำหรับคนที่เกิดในยุคก่อน พ.ศ.2500 หรือก่อนหน้านั้นสัก 10 15 ปี และได้ชมพระราชพิธีเฉลิมพระราชมณเฑียร เนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก หรือได้ศึกษาประวัติศาสตร์ในช่วงนั้นเกี่ยวกับพระราชวงศ์จักรี อาจจะนึกออกเลาๆ ว่า ในพระราชพิธีเฉลิมพระราชมณเฑียรครั้นนั้น


"พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าหญิงนภาพรประภา กรมหลวงทิพยรัตนกิริฏกุลินี และพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าหญิงประดิษฐาสารี ในฐานะที่ทรงเป็นพระบรมวงศานุวงศ์ฝ่ายในที่อาวุโสสูงสุด ทรงจัดพระที่ในห้องพระบรรทม และกราบบังคมทูลถวายพระพรชัยมงคลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในพระราชพิธีเฉลิมพระราชมณเฑียร ในงานพระราชพิธีพระบรมราชาภิเษก


คำถามที่ตามมา คือ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าหญิงประดิษฐาสารี ทรงเป็นใคร มีพระประวัติอย่างไร นอกเหนือจากที่ทราบว่าทรงเป็นพระบรมวงศานุวงศ์ฝ่ายในที่มีพระอาวุโสสูงสุด และจริงๆ แล้ว ทรงเป็นพระบรมวงศานุวงศ์ชั้นพระองค์เจ้าขึ้นไป ที่ทรงมีพระชมมายุยืนยาวที่สุดในพระราชวงศ์จักรี คือ 96 ปี 5 เดือน 29 วัน


แม้ว่าจะไม่ได้เป็นพระบรมวงศ์ที่ไม่ได้ประกอบพระราชกรณียกิจสำคัญ แต่ก็ทรงเป็นพระบรมวงศ์ที่ทรงดำรงพระองค์อยู่ในศีลธรรม อีกทั้งยังทรงเป็นเจ้านายฝ่ายใน ที่ทั้งเจ้านายไทย และเจ้านายลาว ทรงให้ความเคารพด้วย


พระประสูติกาล


พระเจ้าบรมบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าหญิงประดิษฐาสารี ประสูติเมื่อวันประสูติเมื่อวันพุธ แรม 11 ค่ำ เดือน 8 ปีฉลู ตรงกับวันที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2408 ทรงเป็นพระราชธิดาลำดับที่ ๗๔ ในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ และที่ ๒ ในเจ้าจอมมารดาดวงคำ หรือเจ้านางหนูมานแห่งเวียงจันทน์ พระเจ้าบรมบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าหญิงประดิษฐาสารี ทรงมีพระเชษฐภคินีพระองค์หนึ่ง คือ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าหญิงนารีรัตนา


ด้วยคุณจอม เป็นพระราชนัดดาในพระเจ้าอนุวงศ์ พระเจ้าแผ่นดินลาว แห่งราชอาณาจักรล้านช้างเวียงจันทน์[2] พระองค์สุดท้าย ซึ่งถ้าจะนับเทียบกับพระราชวงศ์ไทยก็น่าจะทรงมีพระอิสรยศักดิ์ หม่อมเจ้า หรืออาจจะถึงชั้น "พระองค์เจ้า" ก็เป็นได้


ธรรมเนียมการลำดับพระอิสริยศของเจ้าประเทศราชของไทยในสมัยก่อนนั้นแตกต่างกันมาก เป็นเรื่องที่ผู้เขียนต้องศึกษาเพิ่มเติมอีกมาก รวมถึงทำเนียมการลำดับพระอิสริยยศ และอิสรยศักดิ์ของพระราชวงศ์ลาวผู้เรียบเรียงยังต้องศึกษาเพิ่มอีกมาก ซึ่งจะนำมาเสนอในโอกาสต่อไป (ส่วนหนึ่งที่น่าจะศึกษาได้คือ พระราชธรรมเนียมราชวงศ์ลาว พระนิพนธ์ในพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าหญิงประดิษฐาสารีนั่นเอง ผู้เขียนยังไม่พบหนังสือดังกล่าว หากผู้ใดมีขอความกรุณาแบ่งปันให้ผู้เขียนอ่านบ้างจะเป็นพระคุณอย่างยิ่งครับ)


ก่อนจะเล่าพระประวัติของพระองค์เจ้าหญิงประดิษฐาสารี ขอเล่าพระประวัติของพระมารดาก่อนนะครับ


เจ้าจอมมารดาดวงคำ หรือเจ้านางหนูมาน (หนูมั่น) แห่งเวียงจันทน์ เป็นพระธิดาในเจ้าคี่ (คลี่) และทรงเป็นหลานปู่ของเจ้าอนุวงศ์ กษัตริย์แห่งอาณาจักรล้านช้างเวียงจันทน์พระองค์สุดท้าย แต่เป็นหลานตาของ เจ้าอุปราชด้วย เมื่อเจ้าอนุวงศ์ ก่อการวุ่นวายขึ้นในรัชกาลที่ 3 เจ้าอุปราชไม่ได้ร่วมด้วย เจ้าคี่ พระบิดา ได้พาครอบครัวเข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภารอยู่ในกรุงเทพฯ เจ้านางหนูมานจึงเกิดที่กรุงเทพฯ มีพระเชษฐา คนหนึ่ง คือ เจ้าพรหมเทวานุเคราะห์วงศ์


เจ้าหนูมั่นได้มาเกิดที่นี่ [กรุงเทพฯ] ต่อมาเมื่อถวายตัวเป็นพระสนมในรัชกาลที่ 4 พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวพระราชทานนามใหม่ว่า ดวงคำ มีพระองค์เจ้า 2 พระองค์คือ พระองค์เจ้านารีรัตนา และพระองค์เจ้าประดิษฐาสารี ซึ่งพระบรมชนกนาถมีพระราชดำรัสเรียกว่า ลูกลาวน้อย


เจ้าจอมมารดาดวงคำนั้นเล่าลือกันว่าผิวเนื้อนวล ในนิราศวังบางยี่ขันที่คุณพุ่มแต่งเรื่องตามเสด็จพระองค์เจ้านารีรัตนาไปเยี่ยมพระญาติคือเจ้าจันทรเทพสุริยวงศ์ เจ้าเมืองมุกดาหาร เมื่อ พ.ศ.๒๔๑๒ มีกลอนตอนหนึ่งว่า


แต่คุณจอมตรอมกรมอารมณ์อุรา
ไม่ผัดหน้าผิวเนื้อเธอเหลือนวล
ยังงามงดชดช้อยนั้นน้อยฤๅ
สมเขาฦๅว่าเปนองค์ทรงสงวน
ที่ปราโมทย์โปรดปรานการก็ควร
แบบกระบวนบทบาทเยื้องยาตรา


เวลานั้นพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวยังไม่ได้ถวายพระเพลิง เจ้าจอมมารดาดวงคำจึงไม่ผัดหน้าทาแป้ง แต่ถึงกระนั้นผิวเนื้อก็ยังนวลงาม


เจ้าจอมมารดาดวงคำมีพี่ชายคนหนึ่ง ชื่อเจ้าพรหมเทวานุเคราะห์วงศ์ อยู่เมืองอุบลราชธานี


เจ้าจอมมารดาดวงคำ ทรงมีพระชนม์ชีพอยู่ถึงสมัยรัชกาลที่ ๖ ถึงแก่อนิจกรรม เมื่อ 29 ตุลาคม 2449 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินพระราชทานเพลิงศพ ณ วัดเทพศิรินทราวาส เมื่อวันที่ 1 เมษายน รศ.126 พร้อมกับศพพี่ชายคือเจ้าพรหมเทวานุเคราะห์วงศ์


มิได้ดำรงพระอิสริยยศ เจ้าฟ้า


แม้จะมีพระมารดาเป็นถึงเจ้าหญิงลาว เฉกเช่นเดียวกับสมเด็จเจ้าฟ้ากุลฑลทิพยวดี (พระราชธิดาในรัชกาลที่ ๑ กับเจ้าจอมมารดาทองสุก พระราชธิดาเจ้านันทเสน กษัตริย์แห่งล้านช้างเวียงจันทน์ และในรัชกาลที่ ๒ ทรงสถาปนาขึ้นที่สมเด็จพระราชชายานารี เจ้าฟ้ากุณฑลทิพยวดี[3]) แต่พระราชบิดาก็มิได้ทรงสถาปนาพระองค์เจ้าหญิงประดิษฐาสารีขึ้นเป็นเจ้าฟ้าดังที่รัชกาลที่ ๑ ทรงสถาปนาสมเด็จเจ้าฟ้ากุณฑลฯ ไม่ ทั้งที่ทรงมีพระราชดำริไว้ว่าหากทรงมีพระเจ้าลูกเธอกับนักองค์เอม แห่งราชวงศ์กัมพูชา (แต่ยังไม่สามารถระบุราชวงศ์ได้) และทุงกู ซาเฟีย พระธิดาในสุลต่านโมฮัมเหม็ดมวซซามชาห์ แห่งลิงคะ จะทรงสถาปนาขึ้นเป็นเจ้าฟ้า


และในแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว นักเยี่ยมซึ่งเป็นบุตรสมเด็จพระเจ้านโรดมเจ้ากรุงกัมพูชา ซึ่งโปรดฯให้เป็นพระองค์เจ้ากำโพชราชสุดาดวง แลตนกูสุเบีย ซึ่งเป็นน้องสาวสุลต่านมหมุดเมืองลิงงา เป็นพระสนมอยู่ทั้งสองคน ก็ได้ปรารภเป็นการดังทราบทั่วกัน ถ้าพระราชบุตรเกิดด้วยเจ้า ๒ คนนี้ ก็ต้องเป็นเจ้าฟ้าตามธรรมเนียมเหมือนกัน


เหตุการณ์ในทำนองนี้ก็เกิดขึ้นอีกครั้งในสมัยรัชกาลที่ ๕ เมื่อพระราชธิดาในพระองค์ และเจ้าจอมมารดาเจ้าดารารัศมี (พระยศในขณะนั้น) ซึ่งเป็นเจ้าหญิงล้านนา ประสูติก็ดำรงพระอิสริยยศเพียงพระองค์เจ้าเท่านั้น ประวัติศาสตร์บันทึกไว้ว่า เมื่อพระเจ้าลูกเธอ พระองค์เจ้าหญิงวิมลนาคนพีสี สิ้นพระชนม์ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวถึงกับกันแสง และทรงมีพระดำริว่า "เราไม่ยอมให้เป็นเจ้าฟ้า ลูกจึงตาย"


สาเหตุที่รัชกาลที่ ๔ ไม่ได้ทรงสถาปนาพระองค์เจ้าหญิงประดิษฐาสารีเป็นเจ้าฟ้านั้น ผู้เรียบเรียงยังไม่พบหลักฐานว่าเป็นเพราะเหตุใด แต่น่าจะสันนิษฐานได้ว่า เพราะเจ้าจอมมารดาดวงคำแม้จะมีพระยศหม่อมเจ้า ถ้าเทียบกับไทย แต่หากมิได้ประสูติภายใต้เศวตฉัตร ซึ่งต่างเจ้าฟ้ากุณฑล ที่พระมารดาเป็นเจ้าหญิงลาว และทรงเป็นพระนัดดาในกษัตริย์ลาวด้วยที่ยังดำรงพระชนมชีพในขณะนั้น


พระนิพนธ์


เท่าที่ทราบกันอยู่นั้น พระนิพนธ์ในพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าประดิษฐาสารีมีเพียงเรื่องเดียว ซึ่งมีการอ้างถึงอยู่บ่อยครั้งเมื่อพูดถึงประเทศลาว คือ พระราชธรรมเนียมลาว ซึ่งเป็นพระนิพนธ์ที่เป็นลายพระหัตถ์เท่านั้น



นอกจากนี้ยังทรงให้อุปการะเลี้ยงดูเชื้อพระวงศ์หลายพระองค์ เช่น สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์ (หม่อมราชวงศ์ชื่น นภวงศ์) เมื่อทรงพระเยาว์ ทรงศึกษาอักษรสมัยที่วังพระชนก โดยมีพระเจ้าบรมวงศ์เธอ (ชั้น ๔) พระองค์เจ้าประดิษฐาสารี เป็นผู้อุปการะเลี้ยงดู พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวัลภาเทวี ขณะยังทรงพระเยาว์พระบิดาได้ถวายให้อยู่ในความอุปการะของพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าประดิษฐาสารีซึ่งเป็นพระปิตุจฉา เป็นต้น



คืนวันล่วงเลยมาจนกระทั่งรัชกาลปัจจุบัน พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าหญิงประดิษฐาสารี ทรงเป็นพระบรมวงศานุวงศ์ฝ่ายในที่มีพระอาวุโสสูงสุดเป็นลำดับที่ ๓ รองจากสมเด็จฯ พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า และพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าหญิงนภาพรประภา กรมหลวงทิพยรัตนกิริฏกุลินี หากแต่สมเด็จฯ พระพันวัสสาฯ นั้นมิได้ทราบว่ามีการเปลี่ยนรัชกาล ยังทรงเข้าใจว่าอยู่ในรัชกาลที่ ๘ เนื่องจากไม่มีใครต้องการให้ทรงทราบพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหดิลสวรรคตแล้ว เพื่อมิให้ทรงเสียพระทัยอีก ดังนั้นพระบรมวงศานุวงศ์ที่ทรงมีพระอาวุโสสูงสุดในขณะนั้น คือ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าหญิงนภาพรประภา กรมหลวงทิพยรัตนกิริฏกุลินี และ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าหญิงประดิษฐาสารี ซึ่งตามโบราณราชประเพณี เมื่อมีการพระราชพิธีบรมราชาภิเษกในรัชกาลใด พระบรมวงศานุวงศ์ภายในที่มีพระอาวุโสสูงสุด ๒ พระองค์ จะทรงจัดพระที่ในห้องพระบรรทม และกราบบังคมทูลถวายพระพรชัยมงคลแด่พระเจ้าแผ่นดินรัชกาลนั้น ดังเช่นที่สมเด็จพระมาตุจฉาเจ้าสว่างวัฒนา พระบรมราชเทวี และพระนางเจ้าสุขุมาลมารศรี พระราชเทวี (พระยศในขณะนั้น) ทรงเป็นบรมวงศานุวงศ์ที่อาวุโสสูงสุด ทรงทำหน้าที่จัดพระที่ในห้องพระบรรทม และกราบบังคมทูลถวายพระพรชัยมงคลแด่พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี เมื่อกุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๔๖๘ (นับอย่างปัจจุบัน พ.ศ.๒๔๖๙) ซึ่งต่อมาพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงสถาปนา (เฉลิมพระนาม) ขึ้นที่สมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสามาตุจฉาเจ้า และสมเด็จพระปิตุจฉาเจ้าสุขุมาลมารศรี พระอัครราชเทวี เมื่อ ๑๕ มีนาคม ๒๔๖๘ (นับอย่างปัจจุบัน พ.ศ.๒๔๖๙)






วาระสุดท้ายแห่งพระชนม์ชีพ


พระเจ้าบรมบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าหญิงประดิษฐาสารี สิ้นพระชนม์ในรัชกาลปัจจุบัน เมื่อวันที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2505 พระชันษา 97 ปี นับเป็นพระบรมวงศานุวงศ์ชั้นพระองค์เจ้าขึ้นไปที่มีพระชนมายุยืนยาวที่สุดในพระบรมราชจักรีวงศ์ พระศพประดิษฐสถาน ณ หอนิเพธพิทยา ในพระบรมมหาราชวัง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินพระราชทานเพลิงพระศพ ณ วัดเทพศิรินทราวาส เมื่อวันที่ ๔ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๐๕  (ในเว็บไซต์ของสำนักราชเลขาธิการระบุว่าเสด็จฯ พระราชทานเพลิงพระศพ เมื่อวันที่ ๑๒ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๐๕) ในโอกาสนี้ สมเด็จเจ้าฟ้าวงศ์สว่าง (มกุฎราชกุมารลาว) เสด็จฯ แทนพระองค์กษัตริย์ลาว ทรงร่วมพระราชพิธีดังกล่าว





[2] ประเทศลาวในขณะนั้นแบ่งเป็น ๓ อาณาจักร คือ อาณาจักรล้านช้างหลวงพระบาง, ล้านช้างเวียงจันทน์ และล้านช้างจำปาศักดิ์




[3] ยังเป็นที่ถกเถียงกันอยู่ว่า รัชกาลที่ ๒ ทรงสถาปนาขึ้นจริงหรือไม่ เพราะทรงเป็นพระอัครมเหสีรองเจ้าเจ้าฟ้าบุญรอด (สมเด็จพระศรีสุริเยนทิราบรมราชินี) ซึ่งรัชกาลที่ ๒ มิได้ทรงสถาปนาพระอิสริยยศขึ้นแต่อย่างใด ยังทรงเป็นเจ้าฟ้าบุญรอดมาตลอดรัชกาลที่ ๒ ๕? เพิ่งจะได้รับการเฉลิมพระบรมอัฐิในสมัยรัชกาลที่ ๖ นี่เอง ทั้งที่ทรงเป็นสมเด็จพระอัครมเหสี





ที่มาเพิ่มเติม
//www.watbowon.com/Monk/ja/04sj/
//www.kingvajiravudh.org/main/index.php/2009-01-09-07-31-48/2009-01-08-10-48-26/47-2009-01-08-03-57-19




 

Create Date : 19 สิงหาคม 2552    
Last Update : 27 กันยายน 2553 19:41:19 น.
Counter : 5938 Pageviews.  

ทูลกระหม่อม สมเด็จ และเสด็จ

การออกพระนามพระราชโอรส หรือพระราชธิดา ในพระมหากษัตริย์แต่ละพระองค์ จะมีคำนำหน้าพระนามอยู่ ๓ คำ ตามลำดับพระอิสรยยศของแต่ละพระองค์ ได้แก่
๑. "ทูลกระหม่อม" ใช้สำหรับออกพระนามพระราชโอรส หรือพระราชธิดาที่ทรงดำรงพระอิสรยยศ "เจ้าฟ้าชั้นเอก" หรือที่ประสูติแต่พระอัครมเหสี หรือพระภรรยาเจ้าเจ้าลูกหลวง (พระราชธิดาของพระมหากษัตริย์) ดังเช่นที่เราออกพระนาม "ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตน์ฯ" ส่วนสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี นั้น ชาววังออกพระนามว่า "ทูลกระหม่อมเล็ก" ซึ่งทั้งสองพระองค์ประสูติแต่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ซึ่งทรงเป็นสมเด็จพระอัครมเหสี สมเด็จฯ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิจ หรือ "ทูลกระหม่อมบริพัตร" ประสูติแต่พระนางเจ้าสุขุมาลมารศรี พระราชเทวี ในรัชกาลที่ ๕ ซึ่งมิได้ทรงเป็นพระอัครมเหสี แต่ทรงเป็นพระภรรยาเจ้าชั้นลูกหลวง เพราะทรงเป็นพระราชธิดาในรัชกาลที่ ๔ อันประสูติแต่เจ้าคุณจอมมารดาสำลี



๒. "สมเด็จ" ใช้สำหรับออกพระนามพระราชโอรส หรือพระราชธิดาที่ทรงดำรงพระอิสรยยศ "เจ้าฟ้าชั้นโท" หรือประสูติแต่พระมเหสี หรือพระภรรยาเจ้าชั้นหลานหลวง (พระราชนัดดาของพระมหากษัตริย์รัชกาลใดรัชกาลหนึ่ง) ดังเช่นชาววังออกพระนาม สมเด็จฯ เจ้าฟ้ายุคลฑิฆัมพร กรมหลวงลพบุรีราเมศวร์ ว่า "สมเด็จชาย" (หรือเปล่า ไม่ค่อยแน่ใจ) สมเด็จฯ เจ้าฟ้านิภานภดล กรมขุนอู่ทองเขตขัตติยนารี หรือ "สมเด็จหญิงน้อย" ในพระวิมาดาเธอ พระองค์เจ้าสายสวลีภิรมย์ กรมพระสุทธาสินีนาฏ ปิยมหาราชปดิวรัดา




๓. "เสด็จ" ใช้สำหรับออกพระนามพระราชโอรส หรือพระราชธิดาอันประสูติแต่เจ้าจอมมารดา ซึ่งเรามักจะคุ้นเคยดีหากได้ชมละครย้อนยุค เช่น สี่แผ่นดิน ร่มฉัตร หรือถ้าเป็นพระราชโอรส มักจะออกพระนามว่า เสด็จในกรม เช่นในเรื่องแต่ปางก่อน


เมื่อสองสามวันก่อน ผมคุยกับครูภาษาไทยท่านหนึ่ง ท่านเล่าให้ฟังว่าไปสอบภาษาไทยมา โจทย์ข้อหนึ่งยกบทประพันธ์เรื่องสี่แผ่นดินของหม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ ปราโมช มาถาม ดังนี้
--------------------------------------------------------------------------------------------------
"สวดมนต์เย็นบนพระที่นั่งบ่ายวันนี้มังคะ เสด็จให้มาทูลถามเสด็จว่าจะเสด็จหรือไม่เสด็จ ถ้าเสด็จจะเสด็จ เสด็จจะเสด็จด้วย "
พลอยไม่เคยได้ยินใครพูดราชาศัพท์ ใช้คำว่า 'เสด็จ' คำเดียวแต่ได้ความทั้งประโยคและรวดเร็วเช่นนั้น ด้วยความแปลกใจจึงหันไปดู
เสด็จทรงพระสรวลกี๊ก รับสั่งว่า
"พลอยถ้าจะยังไม่เคยได้ยินภาษาชาววัง ไหนพลอยบอกมาลัยเขาสิว่า เสด็จให้ไปทูลเสด็จว่า เสด็จจะเสด็จ ถ้าเสด็จจะเสด็จด้วย เสด็จก็จะดีพระทัยมาก"
--------------------------------------------------------------------------------------------------
ในบทสนทนานี้คำว่า "เสด็จ" ทำหน้าที่เป็นอะไรบ้างในประโยค (บุรุษที่ ๑, ๒, ๓ และคำกริยา) และอย่าละกี่คำครับ
แก้ไขนะครับ...เอาเฉพาะในเครื่องหมายคำพูดนะครับครับ
ซึ่งมีคำว่าเสด็จทั้งหมด 19 คำ


ลองตอบมาเล่นๆ ละกันนะครับ

ขอบคุณที่ติดตามอ่าน

ครูอั๋น





 

Create Date : 11 กรกฎาคม 2552    
Last Update : 6 กันยายน 2552 22:46:25 น.
Counter : 4185 Pageviews.  

“ปิตุจฉา” กับ “มาตุจฉา”

อ่านพระราชประวัติ และพระประวัติ พระบรมวงศานุวงศ์ โดยเฉพาะในสมัยรัชกาลที่ ๖ – ๘ แล้วพบอย่างหนึ่งในคำนำหน้าพระนาม พระอิสริยยศ แล้วให้เกิดความสงสัย คือ


สมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสามาตุจฉาเจ้า (สมัยรัชกาลที่ ๗)

สมเด็จพระปิตุจฉาเจ้าสุขุมาลมารศรี พระอัครราชเทวี ในรัชกาลที่ ๗

สมเด็จพระราชปิตุจฉาเจ้าฟ้าวไลยอลงกรณ์ กรมหลวงเพชรบุรีราชสิรินธร (ในรัชกาลที่ ๘, ๙)
ที่สงสัยคือคำว่า “ปิตุจฉา” กับ “มาตุจฉา” เหมือนหรือต่างกันอย่างไร
บางคนอาจคิดว่าไม่เห็นจะน่าสงสัยตรงไหนเลย “ปิตุจฉา” กับ “มาตุจฉา” แปลว่าน้า หรือป้า ก็ได้ ดังนั้น ทั้งสามพระองค์ ก็จะทรงเป็นน้า อา หรือป้า ของพระเจ้าแผ่นดินแต่ละรัชกาลนั่นเอง
ผมก็สงสัยต่ออีกว่า แล้วจะรู้ได้ไงว่าพระองค์ใดเป็นน้า พระองค์ใดเป็นอา พระองค์ใดเป็นป้า ก็เลยค้นต่อ ได้ความว่า
“ปิตุจฉา” แปลว่า อาผู้หญิง หรือป้า (นับทางพ่อ) ส่วน “มาตุจฉา” ก็แปลว่า น้าผู้หญิง หรือป้า (แต่นับทางแม่)
ให้สังเกตคำว่า “ปิตุ” กับ “มาตุ” ก็ได้ครับ
ดังนั้น ตอนที่รัชกาลที่ ๗ ทรงเฉลิมพระนามาภิไธยของสมเด็จพระนางเจ้าสว่างวัฒนาพระบรมราชเทวี (ในรัชกาลที่ ๕) เป็นสมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสามาตุฉาเจ้า เพราะด้วยทรงเป็นป้าแท้ๆ ของพระองค์ เพราะ สมเด็จฯ พระพันวัสสามาตุฉาเจ้า ทรงเป็นพระโสทรเชษฐภคินีร่วมพระชนกชนนีเดียวกัน หรือพี่สาวแท้ๆ ของ สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ พระราชมารดาของรัชกาลที่ ๗ จึงทรงนับเป็นพระญาติทางแม่ (แม้ว่าสมเด็จฯ พระพันวัสสาฯ จะทรงเป็นพระขนิษฐา ของรัชกาลที่ ๕ ที่ทรงเป็นพระราชบิดาด้วยก็ตาม)
ส่วนพระนามของพระนางเจ้าสุขุมาลมารศรี พระราชเทวี ในรัชกาลที่ ๕ นั้น ทรงเฉลิมพระนามขึ้นที่ สมเด็จพระปิตุจฉาเจ้าสุขุมาลมารศรี พระอัครราชเทวี ด้วยทรงเป็นพระขนิษฐาในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว แต่ทรงเป็นพระเชษฐภคินีในพระราชมารดาด้วย หากแต่ต่างพระมารดากันครับ
พูดกันง่ายๆ ในรัชกาลที่ ๗ นั้น
สมเด็จฯ พระพันวัสสาฯ ทรงเป็นสมเด็จป้าฝ่ายแม่
แต่สมเด็จพระปิตุจฉาเจ้าฯ นั้นทรงเป็นสมเด็จอา ซึ่งเป็นญาติฝ่ายพ่อนั่นเองครับ
ดังนี้แล้วคงไม่ต้องสงสัยเลยว่า สมเด็จพระราชปิตุจฉาเจ้าฟ้าวไลยอลงกรณ์ กรมหลวงเพชรบุรีราชสิรินธร (ในรัชกาลที่ ๘, ๙) ก็ทรงเป็นทูลกระหม่อมป้าฝ่ายพ่อ นั่นเองครับ

ในทำนองเดียวกันกับ “ปิตุลา” กับ “มาตุลา” ครับ ก็คือลุงหรืออาผู้ชายฝ่ายพ่อ กับลุงหรือน้าผู้ชายฝ่ายแม่ ตามลำดับครับ เช่น

สมเด็จพระราชปิตุลาบรมพงศาภิมุข เจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์ กรมพระยาภาณุพันธ์วงศวรเดช (ทูลกระหม่อมอาในรัชกาลที่ ๖ และ ๗)

สมเด็จพระราชปิตุลาธิบดินทร์ เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ สยามมกุฎราชกุมาร (ทูลกระหม่อมลุงในรัชกาลที่ ๘ และ ๙)
ส่วนพระมาตุลายังไม่พบพระยศนี้อย่างเป็นทางการ พบแต่ว่ามีการกล่าวถึง เช่น สมเด็จฯ กรมพระสวัสดิวัตนวิศิษฏ์ ทรงเป็นพระมาตุลาในรัชกาลที่ ๖, ๗

ด้วยทรงเป็นพระโสทรานุชาในสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถครับ นอกจากนี้ยังทรงเป็นพระราชสัสสุระ (พ่อตา) ในรัชกาลที่ ๗ ด้วย เพราะทรงเป็นพระบิดาของสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี ในรัชกาลที่ ๗ และนับเป็นเจ้านายต่างกรมพระองค์เดียวในชั้นพระองค์เจ้าที่ยังไม่ได้เป็นกรมพระยา ที่ได้รับพระอิสริยยศชั้นสมเด็จ


เก็บความจาก
ธงทอง จันทรางศุ. (2550). ในกำแพงแก้ว. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ: เอส.ซี.พริ้นท์แอนด์แพค.
ไฟน์สโตน, เจฟฟรี่ย์. (2543). สมุดพระรูปพระราชโอรส พระราชธิดา และพระราชนัดดา ในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 4). กรุงเทพฯ: โลมาโฮลดิ้ง
ราชบัณฑิตยสถาน. (2546). พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน. กรุงเทพฯ: นานมีบุ๊คส์พับลิเคชั่นส์.


ถูกผิดประการใดบอกด้วยนะครับ
ขอบคุณมากๆ

ครูอั๋น




 

Create Date : 20 ตุลาคม 2551    
Last Update : 20 ตุลาคม 2551 11:44:15 น.
Counter : 7322 Pageviews.  

1  2  
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.