ฉบับที่37 | บ้านดอกปีบท้ายซอย












ฉบับที่ ๓๗
๑๐ พฤศจิกายน ๒๕๖๐
บ้านดอกปีบท้ายซอย














สวัสดี นายต้นไม้


หลังพายุพัดผ่านไป ลมหนาวก็พัดมาเยือนเมืองชายทะเลแห่งนี้อีกครั้ง ลมหอบเอาคลื่นลูกโตๆ ม้วนเข้าหาชายฝั่งในยามเช้า และยังพัดเศษใบไม้ปลิวลอยอยู่ในอากาศ บางวันใบไม้เหล่านั้นก็เดินทางมาตามถนนและปลิวเข้ามาในร้าน ที่ข้างร้านมีต้นไม้ใหญ่อยู่ต้นหนึ่ง ใบเล็กๆของมันร่วงหล่นอยู่เกลื่อนพื้น และในช่วงอากาศแบบนี้ การนั่งมองใบไม้เล็กๆปลิวล้อเล่นลมก็ดูจะเป็นเรื่องที่น่ารื่นรมย์อยู่เหมือนกัน ถ้าฉันจะไม่รำคาญที่ต้องกวาดเศษใบไม้เหล่านั้นอยู่บ้าง


วันก่อนไปเก็บเจ้าดอกปีบที่หล่นกระจายอยู่เกลื่อนพื้นหลังโดนพายุฝนถล่ม ได้ยินเสียงบ่นจากแม่ค้าริมทางว่าเกลียดกลิ่นของมันนัก "ดูสิใครเอามันมาปลูกนะทั้งเหม็นทั้งหล่นเกลื่อนพื้นถนน และรกพื้นที่ทำมาหากิน" พูดจบแม่ค้าก็เอาไม้กวาดแข็งๆ กวาดพวกมันไปกองไว้ให้ห่างจากร้านแผงลอยของเธอ


ดอกไม้พวกนั้นกลีบของมันกำลังบอบช้ำรอบที่สอง ในตอนนั้นฉันก็เข้าใจได้ถึงความรกและเยอะของมัน แต่ก็แอบตกใจอยู่เหมือนกัน เพราะไม่เคยคิดว่าจะมีใครเกลียดเจ้าดอกไม้กลิ่นหอมพวกนี้ด้วย ในใจยังแอบคิดเลยว่าถ้าข้างๆร้านมีต้นปีบสักต้นก็คงจะดี ลมหนาวพัดมาแบบนี้ถ้าได้กลิ่นหอมของมันโชยมาด้วยคงทำให้สัมผัสได้ถึงความละมุนละไมที่แฝงตัวอยู่ในโลกเล็กๆใบนี้


ฉันหอบเอาดอกไม้ที่เก็บได้กลับมายังร้าน จัดพวกมันใส่กาน้ำชา(ติ๊ต่างว่าเป็นแจกัน)ตามที่เห็นในรูปนั่นล่ะ จนวันนี้ที่เขียนจดหมายถึงนายก็ผ่านมาหนึ่งคืนแล้ว แต่กลิ่นของมันยังคงหอมอยู่ และทุกครั้งที่ฉันได้กลิ่นของมัน มักจะทำให้ฉันอารมณ์ดี คงแบบนี้สินะที่เค้าเรียกว่า "กลิ่นบำบัด"(Aromatherapy) แต่ก็แอบสงสัยเหมือนกันว่าในบางครั้งทฤษฎีเดียวกันนั้นก็ใช้ไม่ได้กับทุกคน

..

ที่จริงช่วงนี้ก็ยังมีเรื่องวุ่นๆอยู่ มีหลายอย่างที่ต้องคิดต้องทำ ไม่ได้เขียนจดหมายถึงนายมาหลายเดือนแล้ว ก็วุ่นๆเรื่องที่ร้านนั่นล่ะ ทำให้ไม่มีเวลามานั่งละมุนละไมในชีวิต จนวันที่ได้กลิ่นดอกปีบลอยมาในสายลม และอากาศเย็นลงจนกล้าเรียกได้ว่าฤดูหนาว เลยรีบคว้าโอกาสแบบนี้ไว้ ก่อนที่ลมหนาวจะพัดผ่านไป ก่อนที่จะไม่มีเวลานั่งมองใบไม้เล็กๆปลิวล้อเล่นลมแบบนี้อีก 




สุดท้ายนี้นี้ก็อยากจะบอกว่าได้รับทราบข่าวดีของนายแล้ว
และก็ขอแสดงความยินดีด้วยจากใจจริง

"ฉันเอง"













 

Create Date : 11 พฤศจิกายน 2560    
Last Update : 11 พฤศจิกายน 2560 9:36:15 น.
Counter : 547 Pageviews.  

ฉบับที่36 | เรามาจากภูเขา













ฉบับที่ ๓๖
๒๔ สิงหาคม ๒๕๖๐
เรามาจากภูเขา







ภาพประกอบจาก internet




สวัสดี นายต้นไม้




เมื่อคืนนี้ฉันฝัน ฝันเห็นพ่อ พ่อฉันท่านเสียไปหลายปีแล้ว ก็มีบ้างบางครั้งที่ฉันคิดถึงท่าน นานๆ เหมือนระยะเวลาโรยผงฝุ่นหนาทึบกลบทับความทรงจำและความรู้สึกให้หล่นลึกลงไป อาจมีบ้างบางครั้ง ที่เหตุการณ์บางอย่างสะกิดใจให้ขุดค้นหาความทรงจำเหล่านั้น พ่อมักจะเล่าให้ฉันฟังเสมอว่าเราเป็นใครมาจากไหน บางครั้งเรื่องเล่าเหล่านั้นดูไม่ปะติดปะต่อ เหมือนว่าตัวท่านเองก็ยังหาคำตอบไม่ได้ เรื่องเล่ามักหยุดอยุ่ที่เรื่องราวของปู่ ปู่ซึ่งฉันไม่เคยพบหน้า 


จุดเริ่มต้นเรื่องเล่าของปู่อยู่ที่หมู่บ้านแห่งหนึ่งในภูเขาทางภาคเหนือ พ่อบอกว่าปู่เป็นชาว "ไตลื้อ" บรรพบุรุษของปู่น่าจะมาจากสิบสองปันนา แล้วเดินทางมาจนถึงภูเขาแห่งหนึ่งทางภาคเหนือ ครอบครัวของปู่ปักหลักอยู่ที่นั่นมาเนิ่นนาน จนวันหนึ่งสมัยปู่ยังเด็ก ปู่ได้ออกเดินทางไกลไปกับพวกล่องเรือลากซุงไปตามแม่น้ำ และมาหยุดขนซุงขึ้นท่าที่ท่าน้ำแห่งหนึ่ง และหลังจากวันนั้นปู่ก็ไม่ได้กลับไปที่หมู่บ้านในหุบเขานั้นอีกเลย


พ่อก็ไม่เคยรู้ว่าครอบครัวของปู่อยู่ที่ไหนและป่านนี้พวกเค้ายังมีชีวิตอยู่หรือไม่ จะมีใครเคยออกติดตามหาปู่หรือเปล่า พ่อรู้แค่ว่าครอบครัวที่เกิดขึ้นใหม่ของปู่เป็นแค่ชาวบ้านที่ปู่มารู้จักที่นี่ พ่อสืบค้นไปยาวไกลถึงขนาดได้รู้แบบกว้างๆว่า บรรพบุรุษของปู่น่าจะมาจากสิบสองปันนา แต่พ่อก็ไม่อาจสืบลงไปได้ลึกถึงระดับครอบครัวของปู่


สมัยก่อนบ้านเราแถบนั้นมีแต่ป่า มีเวิ้งน้ำกว้างๆ อยู่ที่หมู่บ้านในปัจจุบัน ตอนเด็กๆ ฉันยังจำได้ถึงความสนุกสนานที่พวกเราเดินไปเล่นน้ำที่ท่าน้ำ อาบน้ำและซักผ้าที่นั่น ในบางวันน้าสาวของฉันต้องหาบน้ำขึ้นไปไว้ใช้ที่บ้านด้วย ใช่แล้วหาบน้ำที่ต้องใช้ไม้คานหาบกับถังน้ำสองใบแบบคนสมัยก่อนน่ะ ระยะทางจากแม่น้ำไปถึงบ้านนั้นก็อยู่ไกลเป็นกิโล ในวันที่น้ำบ่อโยกหลังบ้านแห้งขอดจนไม่สามารถตักขึ้นมาใช้ได้ น้าสาวของฉันก็จะเตรียมครุน้ำสองใบกับไม้คานไปหาบน้ำที่ท่าน้ำขึ้นมาไว้ใช้ ฉันเกิดทันได้เห็นหมู่บ้านในสมัยที่ยังไม่มีน้ำประปาใช้อยู่เลยนะ


แม่น้ำสายกว้างและใส ใสชนิดที่มองเห็นก้อนหินก้นแม่น้ำ หินแม่น้ำของเรามีลักษณะกลมมนเกลี้ยงเกลา น้าสาวของฉันสอนให้เอาก้อนหินมาขัดตัว เราอาบน้ำกันท่ามกลางผืนป่าและสายน้ำวาวใส ในบางครั้งฉันชอบนอนลอยตัวในน้ำและแหงนหน้ามองก้อนเมฆบนฟ้า ได้ยินเสียงสายน้ำกระทบพื้นหินดัง "กริ๊กกรั๊ก" เสียงเหมือนพวกเค้ากำลังหัวเราะ


แม่น้ำสายนี้บรรจุความทรงจำของฉันและใครหลายๆคนไว้อีกมากมาย


ในวันที่พ่อเหลือเพียงเถ้าถ่าน เรานำท่านไปโปรยลงในแม่น้ำ พ่อเคยบอกว่าอยากปลูกบ้านอยู่ริมแม่น้ำ ท่านมีความทรงจำมากมายเกี่ยวกับแม่น้ำสายนั้น และอาจมีบางคำถามที่ท่านอยากย้อนกลับไปค้นหาในความทรงจำของปู่ 

ฉันก็ได้แต่แอบหวังว่าท่านคงจะชุ่มเย็นอยู่ในสายน้ำ และอาจมีบางวันท่านจะเงี่ยหูฟังเสียงแม่น้ำหัวเราะ "กริ๊กกรั๊ก" อย่างมีความสุข





ฉันเอง













 

Create Date : 24 สิงหาคม 2560    
Last Update : 24 สิงหาคม 2560 18:28:06 น.
Counter : 741 Pageviews.  

ฉบับที่35 | ฝนตกลงในดินแดนแห่งน้ำตา










จดหมายจากทะเล
ฉบับที่ ๓๕
๓๑ กรกฎาคม ๒๕๖๐
ฝนตกลงในดินแดนแห่งน้ำตา














สวัสดีคุณ







ช่วงนี้ทะเลทางนี้ก็มีฝนตกหนักเหมือนกับภูเขาทางนู้น
ในบางวันมันทำให้ฉันนึกถึงเรื่องราวเก่าๆ
เมื่อได้ยินเพลงเก่าๆ
เมื่อความทรงจำครั้งเก่าเดินทางได้ 


ในคืนวันที่สายฝนกระหน่ำตกลงในดินแดนแห่งน้ำตา
ครั้งหนึ่งที่หมู่บ้านเล็กๆ แห่งหนึ่งใน จ.สกลนคร 
ฉันเคยฝากร่องรอยความทรงจำไว้ในดินแดนที่ท่วมท้นไปด้วยน้ำตาเวลานี้


" ถนนฝุ่นสีแดง 
หมู่บ้านอาบแสงจันทร์ 
คันนาริมทุ่งแสงตะวัน 
และควายเผือกสีชมพูตัวนั้น " 


แม้มันจะนานมากแล้วที่ฉันได้ปล่อยให้กาลเวลา
กลบทับอดีตและความทรงจำ
แต่มันคงยังไม่นานพอที่จะทำให้ฉันลืม


เมื่อครั้งที่เราเคยเดินย่ำทุ่งนากลางฤดูฝน
และไม่เกี่ยงงอนที่จะร้องเพลงร่วมกันสักเพลง
เพลงนั้นยังดังก้องอยู่ในทุกฤดูฝน จวบจนวันนี้



"...ฟ้าในคืนฝนฉ่ำ คงนึกขำต่อคำสัญญา
ปฏิทินดารายังส่งยิ้มมาถากถางหัวใจ
ไหนว่าไปแล้วกลับหน้าฝน
ใครเป็นคนสัญญาเอาไว้....."



หากว่าฉันเป็นสายฝน
ฉันจะยอมทำผิดคำสัญญาสักครั้ง
แต่ในความจริงแล้ว
ฉันเป็นเพียงแค่คนบางคน
ที่เคยทำผิดสัญญาไว้กับใครสักคน
ท่ามกลางสายฝนที่สกลนคร






ฉันได้แต่หวังว่าพวกเค้าคงปลอดภัยและสบายดี

"ฉันเอง"











ปล.น้ำท่วมเมืองสกลนคร
และภาคอีสานหลายจังหวัด
กรกฎาคม ๒๕๖๐









 

Create Date : 31 กรกฎาคม 2560    
Last Update : 31 กรกฎาคม 2560 21:39:53 น.
Counter : 426 Pageviews.  

ฉบับที่34 | TRAPPIST-1 กับโลกคู่ขนาน









Smiley

จดหมายจากทะเล
ฉบับที่ ๓๔
๓๐ พฤษภาคม ๒๕๖๐
TRAPPIST-1 กับโลกคู่ขนาน












สวัสดีคุณ


คุณรู้มั้ย เราใช้เวลาเดินทางไปกลับดวงจันทร์แค่อาทิตย์เดียวเองนะ ฟังดูเหมือนไม่ไกล หากว่ามีใครบางคนทิ้งร่างเอาไว้ในโลกนี้ แล้วไปเริ่มต้นชีวิตใหม่บนดวงจันทร์ เราคงรู้สึกได้ถึงความใกล้ในระดับที่แหงนหน้ามองหาได้ในทุกค่ำคืน แต่ในความเป็นจริงคนที่ทิ้งร่างเอาไว้อาจกำลังเดินทางไปที่ไหนก็ไม่รู้ ในทุกความคิดถึงเราจึงไม่รู้ว่าจะมองหาเค้าได้จากดาวดวงไหน


เมื่อหลายเดือนก่อนนาซ่าออกมาประกาศว่าพบระบบสุริยะใหม่ชื่อ TRAPPIST-1 ซึ่งสันนิษฐานได้ว่ามีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่และมีดาวเคราะห์โคจรอยู่ในระบบถึงเจ็ดดวง แต่ละดวงอยู่ห่างกันไม่มาก เราสามารถมองเห็นดาวเคราะห์อีกดวงหนึ่งใกล้ๆ ใกล้กว่าดวงจันทร์ของเราเสียอีก ดังนั้น TRAPPIST-1 จึงเปรียบเสมือนชุมชนของดวงดาว ที่มีบรรยากาศและระยะทางโคจรไปมาหากันได้พอเหมาะ หากเราแหงนหน้ามองฟ้า เราคงรู้สึกเหมือนว่ามีใครบางคนอยู่บนดวงดาวใกล้ๆ ใกล้ในระยะที่เราบินไปหาได้ในยามคิดถึง และที่แห่งนั้นคงทำให้จักรวาลของเราแลดูแคบลง 


แต่มันคงเป็นได้แค่เพียงฝัน ด้วยเทคโนโลยีสมัยนี้ เราอาจไม่รู้อะไรเกี่ยวกับ TRAPPIST-1 ได้มากเท่าไร ด้วยระยะทางจากระบบสุริยะของเราไปที่นั่น เราอาจใช้เวลาเดินทางไปและกลับยาวนานถึง 234 ปี ฝันหวานถึงสิ่งมีชีวิตอื่นในจักรวาล ก็ยังคงเป็นฝันหวานอันไกลโพ้นต่อไป 












คุณว่ามั้ย...มนุษย์เป็นสัตว์โลกที่โดดเดี่ยว ทุกครั้งที่เราแหงนหน้ามองฟ้า เราจะมองเห็นดวงจันทร์เพียงเสี้ยวหน้าเดียว ซึ่งเราก็รู้อยู่แล้วว่าบนนั้นไม่มีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ เวลาที่เรามองหาดวงดาวสักดวงที่อาจมีลมหายใจของใครสักคน มันก็ช่างห่างไกลกันเหลือเกิน เราจึงรู้สึกล่องลอยเคว้งคว้างอยู่บนความไม่รู้ จนกระทั่งเราพบว่ามีโลกอีกโลกหนึ่งซ่อนอยู่ในจักรวาลอันไกลโพ้น แต่เราก็ไม่สามารถเดินทางไปถึง หรืออันที่จริงแล้วการเดินทางระหว่างดวงดาวเหล่านั้น เราอาจต้องทิ้งร่างไว้ในโลกนี้ และใช้เพียงหัวใจให้เดินทางลำพัง



และ...
ถ้าเราต้องทิ้งร่างนี้ไป
เหลือเพียงหัวใจที่ได้รับสิทธิ์ให้ไปต่อ
จนกระทั่งถึงดินแดนแห่งใหม่
และในดินแดนแห่งนั้น
หากเราล้วนแปลกหน้าต่อกัน 
คุณจะยังจำฉันได้มั้ย
ถ้าต้องเหลือเพียงแค่หัวใจดวงเดิม



' ฉั น เ อ ง '















อ่ า น เ รื่ อ ง ร า ว ข อ ง  TRAPPIST-1 >> คลิก <<








 

Create Date : 30 พฤษภาคม 2560    
Last Update : 30 พฤษภาคม 2560 21:15:32 น.
Counter : 857 Pageviews.  

ฉบับที่33 | ฝ า ก ด า ว










จดหมายจากทะเล
ฉบับที่ ๓๓
๐๗ เมษายน ๒๕๖๐
ฝ า ก ด า ว







เช้านี้ฉันเก็บดวงดาวได้ที่ชายหาด
มันคงเป็นดวงดาวของใครสักคน
ที่ฝากลมฝนพัดมา
เพื่อหวังว่าอาจมีใครสักคน
ผ่านมาเจอ








สวัสดีคุณ


คุณเคยเห็นดาวตกในคืนฟ้ามืดบ้างมั้ย ยามที่แสงของมันวาดท้องฟ้าลงมาเป็นทางยาว แค่เพียงพริบตา ก็สว่างจ้า และงดงาม มีคนเคยบอกว่า โมงยามของความรักก็เหมือนกับแสงของดาวตก โชนแสง ร้อนแรง จับใจ  แต่มันก็เป็นเพียงแค่ช่วงเวลาสั้นๆ ที่เหลือนับต่อจากนั้นคือความจริง


คุณเคยสงสัยหรือเปล่าว่าความรักเกิดขึ้นได้อย่างไร เริ่มต้นที่ตรงไหน ความรักที่โรแมนติกสำหรับฉันมักเกิดขึ้นด้วยความบังเอิญ เหมือนเวลาที่เรามองเห็นดาวตก


"หากความบังเอิญทำให้ความรักตกลงมาใส่คุณเหมือนดาวตก
คุณจะรีบคว้ามันเอาไว้ หรือปล่อยมันไป 
ให้เป็นเพียงความประทับใจชั่วครู่ชั่วยาม"


มันก็แค่ทฤษฎีที่คิดได้จากหนังน่ะ วันก่อนดูหนังเรื่องหนึ่ง เป็นหนังรักธรรมดา ที่ทำให้ผู้หญิงธรรมดาเก็บเอามาเพ้อ หนังเล่าเรื่องชีวิตของชายหญิงสองคนที่บังเอิญมาเจอกันในค่ำคืนหนึ่งของนิวยอร์กและตกอยู่ในสถาณการณ์ร่วมกันบางอย่าง บรรยากาศ เวลา สถานที่ สร้างแรงจูงใจในการตกหลุมรัก แต่มันก็ติดอยู่ที่เงื่อนไขบางอย่าง อยากรู้ต้องไปหาดูเอาเอง อ้อลืมบอกไป หนังชื่อ 'Before we go'


ฉันชอบบรรยายกาศของของหนัง ที่บรรยายฉากนิวยอร์กยามค่ำคืนไว้อย่างสวยงาม ภาพของคนสองคนที่เดินคุยกันไปเรื่อยๆ ภายใต้แสงไฟสีส้มซีดริมถนน ช่วยกล่อมกลางคืนให้ดูเหงาๆ และบทสนทนาที่นำพาพวกเค้าก้าวไปสู่เบื้องลึกของหัวใจ





ในหนังไม่มีฉากดาวตกหรอกนะ ฉันแค่เปรียบเปรยให้ฟัง ในประเด็นเดียวกันกับหนังเท่านั้นเองน่ะ






เราคงไม่เห็นดาวตก
ถ้าเราไม่บังเอิญแหงนหน้ามองฟ้า 
บางทีความรักก็เป็นเช่นนั้น 
เราคงไม่ตกหลุมรัก
หากเราไม่บังเอิญมาเจอกัน


หากความรักโชนแสง
และงดงามดั่งดวงดาวได้ตลอดเวลาก็คงดีสินะ
เหมือนดาวจริงๆทึ่อยู่บนฟ้า


ครั้งหนึ่งฉันเคยมีดาวตกในหัวใจ
มันยังโชนแสงร้อนแรงอยู่ในช่วงเวลาหนึ่ง
ไกลแสนไกล และสวยงามเสมอ





'ฉันเอง'













 

Create Date : 07 เมษายน 2560    
Last Update : 7 เมษายน 2560 14:54:30 น.
Counter : 609 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  

ผีเสื้อยิปซี
Location :
ดาวบี 612 * Togo

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 33 คน [?]





Do you see that beautiful sky?,
also shadow of lovely clouds?
The long, endless of blue sea...
so,do you see my love?
❉~❉





Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add ผีเสื้อยิปซี's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friends


 
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.