Talinn
แวะมาแปะรูปก่อนนะคะ

ครั้งแรกที่ไปเที่ยว ปี 2010 ระหว่างทางไปรัสเซีย

ที่พักอยู่นอกเมือง แต่สะดวก ถ้านั่งรถบัส Hansabus มาจากริก้า ลัตเวีย ลงที่ทางแยกพอดีเลยค่ะ เป็นโฮสเทลเป็นกันเอง น่ารัก

ทางเดินเข้าเมืองเก่า ใช้เวลาเดินเข้าไปประมาณ 20 นาที



ประตูเมือง ยังมีกำแพงล้อมรอบเมืองเก่าอยู่เลย ทางเข้าเป็นตลาดนัดดอกไม้ เปิดตลอดจนค่ำทีเดียว



ซุปเปอร์มาร์เก็ตใหญ่ๆ จะอยู่ริมกำแพงนี้เองค่ะ เดินไปทางขวา แต่ตอนนี้เราเข้าเมืองกันก่อน หลังจากแวะดูดอกไม้





ร้านขายของซ่อนอยู่ตรงป้อมประตูเมือง



เมืองเก่าภายในกำแพงเมืองเก่าที่ล้อมอยู่



เลือกเลี้ยวขวาไปตามแนวกำแพงเมืองด้านนี้ก่อน บ้านเรือนสีสวยมาก





ถ้าเห็นบ้านอลังการ มักจะพบว่าเป็นสถานทูตนั่นเอง



ถ้าเรียบบ้านเรือนริมกำแพงไปเรื่อยๆ สักพักจะพบตรอกเล็กๆ ที่เดินขนาดไปกับแนวกำแพงได้ด้วย ตามที่ซุกซ่อนแบบนี้ จะมีร้านกาแฟน่ารักๆ อยู่



ออกมานอกกำแพงเมือง มีป้อมใหญ่ๆ อยู่ที่ประตูฝั่งนี้



ประตูเมืองฝั่งเหนือ ทางไปท่าจอดเรือเฟอรี่ ที่จะข้ามไปเมือง Helsinki ของ Finland แถวนั้นร้านอาหารเยอะ ไม่ต้องห่วงจะอด



กลับเข้าเมืองไปก่อน



ประตูแต่ละทิศ ยังเก่าแก่เหมือนเดิม



บ้านที่อนุรักษ์ซ่อมแซมไว้เหมือนของเก่า



ริมกำแพงอย่างที่บอก



ช่วงที่มา มีเทศกาลจัดสวนที่ริมกำแพงด้านนอก คนเลยเยอะเป็นพิเศษ







บางบ้านสร้างอยู่บนกำแพงเมืองเลย





ถ้าจำเป็นต้องใช้บริการคุณตำรวจ หาให้เจอรถตำรวจจะง่ายที่สุด



จุดที่เที่ยวอยู่กลางเมืองค่ะ ร้านอาหารเยอะมาก เช่นเดียวกับร้านขายของที่ระลึก







นี่ก็ร้านอาหาร มากมายเลยค่ะ เน้นให้บริการนักท่องเที่ยว เพราะมีคนฟินแลนด์ข้ามมาก็เยอะ



ถ้ามีแดดดี ไม่แคล้ว คนนั่งกันเต็มเทอเรส



เป็นที่แปลกใจมาก มีสถาปัตยกรรมสไตล์อาร์ตนูโวให้พบได้บ้างค่ะ



นี่ร้านอาหารนะคะ ไม่บอกไม่รู้เลย



วันนี้มีตลาดอยู่กลางลานด้วย คนเลยเยอะเข้าไปอีก แต่ก็ไม่ค่อยน่าห่วงพวกล้วงกระเป๋าเท่าไหร่ เหมือนคนที่นี่ไม่เคยเห็นคนเอเชียหรือไง มองกันจั๊ง



ร้านอาหารแบบท้องถิ่น ราคาอาจจะไม่ถูก แต่เข้าไปแล้ว ได้อารมณ์ยุโรปยุคกลางมาก ไม่ว่าจะเครื่องแต่งกายคนเสิร์ฟ การจัดร้าน โต๊ะอาหารเก้าอี้ และจานอาหารสุดยอดมาก



ร้านเปิดละ



เด็กเรียกแขกของร้านเขาล่ะ ขอถ่ายรูปกับน้องๆได้ค่ะ



ซอกหลืบในเมือง



ร้านขายของริมถนนทีนี่ก็จะแต่งตัวแบบนี้ด้วยค่ะ สมจริงมาก รู้สึกย้อนยุคยังไงไม่รู้



อยากจะชมวิวเมือง ต้องปีนเขากลางเมืองขึ้นไปค่ะ



นี่โบสถ์ออธอด็อกซ์ประจำเมือง เข้าชมได้ค่ะ



วิวของเมืองเก่า กำแพงเมืองพร้อมป้อมที่ผ่านมาตอนแรก อยู่ทางซ้ายมือ



อีกมุม



ปาร์คแถวฝั่งเมืองใหม่



มีดอกทิวลิปสวยๆ สีที่เราชอบด้วย





ถ้าเดินรอบนอกเมือง จะได้เห็น Bastion ด้วย เหมือนสไตล์เมืองเก่ายุโรปทุกแห่ง ที่จะมีคันดินกั้นเมืองฝั่งนอก



พอมืด ก็จะเปลี่ยนอารมณ์คนเดินให้โรแมนติก



แต่ต้องระวังหลงทาง เพราะชื่อถนนหายาก



ขากลับเข้าที่พัก ก็มืดละ ผ่านโรงละคร





Create Date : 25 ตุลาคม 2554
Last Update : 9 ธันวาคม 2554 21:22:36 น.
Counter : 243 Pageviews.

0 comment

เที่ยวไปสองไพเบี้ย
Location :
สงขลา  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]



รบกวนอย่าส่งข้อความหลังไมค์ค่ะ ติดต่อที่อีเมล์ตรง smileyinbelgium@hotmail.com นะคะ
All Blog