Kotor
ในที่สุดก็ดั้นด้นมาจนถึง เมืองมรดกโลกที่เห็นในโฆษณาการท่องเที่ยวมอนเตอเนโกร คอตอร์ Kotor รถบัสจะจอดที่ประตูฝั่งเนี้ยของเมืองเก่าค่ะ



รอบๆ กำแพงเมืองมีน้ำล้อม





ข้ามสะพานเข้าสู่ประตูเมือง



ดูตัวเองเป็นตัวประหลาดมากๆ



ทางขึ้นเขาอยู่ข้างประตูเมืองฝั่งนี้พอดีเลย เข้าไปแล้วจะเจอคนนั่งโต๊ะกั้นทางขึ้นเขาไว้ เสียเงินกันก่อน 1 ยูโร แล้วจะได้แผนที่และโบรชัวร์มาอ่านไปพลางๆ ระหว่างทางเดิน (ที่นี่ไม่มีล็อกเกอร์หรืออะไรที่จะฝากของได้ทั้งนั้น T_T เป้อิฉัน 10 กิโลกรัม ก็แบกขึ้นเขาไป ไม่สูงเท่าไหร่หรอก สองกิโลกว่าๆ)



ระหว่างทางเห็นวิว ค่อยเกิดกำลังใจ



ได้ออกกำลังกายอีกแล้ว



หวังแรกคือไปให้ถึงหมายเลข 7 ก่อนเหอะ



เหมือนกับปราสาทนึงที่ Sintra, Portugal นะ ทางแบบเนี้ย



เลยหมายเลข 7 แล้ว เห็นวิวนี้



สู้ๆ ไปต่อ มาถึงจุดหักเห



ดูเป้และคนแบก T_T ใบนี้แหละ จะต้องไปให้ได้ทั้งยูโกสลาเวีย 10 กิโลกรัมเอ๊ง ไม่มีอะไรสำคัญเลย นอกจากกล้อง โน้ตบุ๊ค และโทรศัพท์ เสื้อผ้า อาหาร ไปหาเอาข้างหน้าได้ เช่นเดียวกับประสบการณ์



เรามีความรู้สึกว่าตัวเองเป็นนักเดินทาง มากกว่านักท่องเที่ยว ถนนจะพาไปถึงไหนไม่รู้ แต่ขอให้ได้เดินไปดูก่อน ระหว่างทางคงจะได้เจออะไรแปลกๆ



สูงขึ้นทุกทีแล้ว เสียววว กลิ้งตกลงไปนี่แย่แน่ๆ



เห็นหมู่บ้านที่ไกลๆ ด้วย



ก็ได้มาถึงเส้นเหลือง แทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง ยังมีต่อ



ระหว่างทางก็เจอคนอื่นเดินด้วยเหมือนกัน ทุกคนมองเราแบบว่า...เห็นใจ ระคน ไม่เข้าใจ (ว่ามันจะแบกเป้มาทำไมหนักๆ)



สูงขึ้นปาย ชันขึ้นทุกทีๆ



ถึงเส้นแดง แบบว่าทุกคนที่ขึ้นไปถึงข้างบนได้ จะยืนรอให้กำลังใจคนอื่นๆด้วย มีคนแบกน้ำดึ่มขึ้นไปขายด้วย ขวดละ 1 ยูโร ก็ซื้อเป็นกำลังใจให้เขาหน่อย เหนื่อยมาด้วยกัน



เดินจนถึงยอด สาวไทยเก่งจริงจริ๊ง มีแต่คนชมสาวน้อยผอมบาง ภูมิใจตัวเองมาก เรารู้ว่าเราทำได้



วิวนี้ที่รอคอย



ทางที่เดินขึ้นมา



ประเทศเขาสะอาดนะ เขาสูงขนาดนี้ ยังมีถังขยะเตรียมไว้ให้



มองจากข้างบนหาสถานีรถบัสระหว่างเมือง ที่จะต้องเดินไป เพื่อขึ้นรถไป Budva



หันมาเจอเพื่อนด้วย



เห็นทางนั่นไหม เส้นแดงวิบาก ใจน่ะกล้า แต่ขามันสั่น มันพาไปทางอื่น



ปีนอยู่เกือบ 3 ชั่วโมงแน่ะ คนอื่นเขาเดินกันชม.ครึ่งเองมั้ง



โบสถ์ที่เห็นจากข้างบน



บ้านคนท้องถิ่น



ลงมาได้ปั๊บ หาอะไรดึ่มเลย เพลียมาก น่าจะได้กระทิงแดงสักขวด รู้สึกเหมือนขับสิบล้อมาสิบสองชั่วโมงแล้วไม่ได้นอน



ออกจากเมืองด้วยประตูเมืองใหญ่ หน้าท่าเรือ



มาถึงตลาดริมกำแพงเมืองด้านนอก



เจอเชอรี่โลละ 2 ยูโรเลยซื้อมาสองกิโล ท้องร่วงกันบ้างล่ะ



เดินต่อไป ใกล้จะถึงท่ารถบัสละ เห็นแนวกำแพงนั่นไหม ตอนแรกเราคิดว่าจะปีนลงมาทางนั้น ลัดเร็วดี แต่กลัวจะไปขึ้นข่าวหน้าหนึ่งที่มอนเตอเนโกรแทน



คนที่ใช้เขาใช้ตัวอักษรซิริลลิกบ้าง การหัดอ่านไว้มีประโยชน์ เพราะเป็นตัวอักษรชนิดที่สอง รองจากตัวโรมัน คือ A B C ปกติที่เราเรียน กรีซ เป็นตัวอักษรแบบที่ 3



รถไปบุดว่า มีค่อนข้างถี่หน่อย ดีแล้วไม่ต้องรอนาน



ตั๋วรถได้มา ไฮโซมาก อย่าตกใจ ราคาจริงคือ 2.5 ยูโร พอซื้อกะเจ้าหน้าที่จ่ายรวม 3 ยูโร ซื้อบนรถกะคนขับจ่ายแค่ 2.5 เอ๊า ทีหลังตรูรอคนขับมาแล้วซื้อกะลุงดีกว่าไม๊ ค่ากระดาษทำตั๋วแพงจังน้อ สงสัยมีคิดค่าปรินท์เตอร์กะค่าคอมพิวเตอร์ด้วยละสิท่า



จากคอตอร์ ตามเราไปเที่ยว Budva กันไม๊เอ่ย



Create Date : 25 ตุลาคม 2554
Last Update : 23 พฤศจิกายน 2554 20:01:32 น.
Counter : 557 Pageviews.

0 comment
Budva
บุดว่า เป็นเมืองตากอากาศริมทะเลค่ะ มีเมืองเก่าอยู่บริเวณแหลม เป็นหนึ่งในเมืองที่พลาดไม่ได้ของมอนเตอเนโกรเลย

สองข้่างทางที่รถวิ่ง ฝั่งนึงเป็นผาของเขาสูงที่หล่นหายลงไปในทะเล (ฟยอร์ดเหมือนที่สแกนดิเนเวีย นั่นเอง) น้ำทะเลไม่สวยสู้โครเอเชียค่ะ



เกาะใหญ่นอกฝั่งที่มี issue กันอยู่ ช่วงที่เราไปพอดี๊พอดี



ป้ายที่จอดรถบัสระหว่างทาง



เฮ้ย ร้านนี้ชื่อเรานี่ อิอิ



มีต้นไม้ดอกไม้เหมือนแถวสเปนด้วย ยี่โถบ้านเราเลยเนี่ย



เย็นนี้อากาศไม่ดี คนเลยไม่มาเล่นเรือกัน



ถนนริมหาด(หิน) ที่นี่มีร้านอาหารตั้งเพียบ เค้าจะมีโซนไว้ ไม่มาตั้งอยู่บนหาด



สีน้ำทะเลที่เป็นอย่างนี้เอง แม้จะมีเมฆฝน หาแดดไม่ได้เลย





เมืองเก่าอยู่สุดหาด แต่คงต้องรอให้ฝนตกไปให้หมดฟ้าก่อน



หาอะไรกินก่อนดีกว่า ที่นี่ของแพง กินนี่ไป 7 ยูโรกว่าๆ รวมค่าทิป



กว่าฝนจะหยุดตกก็เล่นเอาค่ำ





ของฝากส่วนมากเป็นของทำมือ



และงานดินเผาเคลือบ



อากาศในหน้าร้อน น่าจะร้อนมาก คนมีแอร์กันแทบทุกบ้าน



หอระฆังโบสถ์กลางเมือง ที่เรียกว่า Campanile



ที่นี่มีโบสถ์เยอะมาก





กำแพงเมืองสูงได้ใจ ใครอย่าได้ทำอะไรหล่นลงไป



เดี๋ยวจะต้องลงมาเก็บเหมือนเรา



เนื่องด้วยข้าพเจ้าใส่กระโปรงสั้นเหนือเข่ามา จึงไม่อาจเสนอหน้าเข้าไปเดินเล่นในโบสถ์ได้ (ไม่มีมารยาท)



ได้แต่แอบมอง





โบสถ์เยอะจริงๆ นะ เมืองเก่าเล็กกระจึ๋งเดียว



จตุรัสเล็กๆ ไม่ไกลกำแพงเมือง มีคาเฟ่นั่งสบาย



ปีนไปดูป้อมกำแพงกัน



นั่นไงเกาะที่ว่า



กำแพงเมืองขึ้นไปเดินรอบๆ ได้ ต้องหยอดเหรียญเปิดประตู



แม่เหล็กที่อยากได้มาก แต่ร้านเขาปิดแล้ว เดี๋ยวรอบหน้าไปเอาให้ได้เลยเชียว





ไปจุดชมวิวกันดีกว่า เขาทำป้ายเตือนคนเดินให้ เรียบร้อย



อุ้ย อะไรในที่มืด



นี่แหละภาพนี้ที่ทำให้เราอยากมาแวะ



ยังมีทางให้เดินไปต่อ



นางแบบ อิอิ ฝากคนอื่นถ่าย ได้แค่นี้ก็บุญโข



เก็บป้ายเทศกาลไว้เป็นที่ระลึกนิดนึง เพราะพรุ่งนี้เที่ยงๆ ก็ต้องออกเดินทางต่อเพื่อไปเที่ยว Sveti Stefan แล้วจ้า






Create Date : 25 ตุลาคม 2554
Last Update : 23 พฤศจิกายน 2554 20:33:08 น.
Counter : 398 Pageviews.

0 comment

Valentine's Month



เที่ยวไปสองไพเบี้ย
Location :
สงขลา  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]



รบกวนอย่าส่งข้อความหลังไมค์ค่ะ ติดต่อที่อีเมล์ตรง smileyinbelgium@hotmail.com นะคะ
All Blog