ช่องเขา Vintgar Gorge
ชมรูปก่อนนะคะ ตั้งแต่หน้าทางเข้า ชือ่ภาษาท้องถิ่นของเค้าคือ Soteska Blejski Vintgar ค่ะ



เราเห็นที่นี่ครั้งแรกในหนังเรื่อง Narnia ภาคสอง เลยทนไม่ไหว ต้องมาเห็นให้ได้



พอเริ่มลึกเข้าไป ป่าก็ยิ่งทึบ มืดขึ้น



น้ำยังไม่ลึกมาก รู้สึกเหมือนเดินป่า เด็กๆ



พอน้ำเริ่มลึกขึ้นจึงเห็นสีเขียวเข้ม สวยมาก



มีแรงเดินเลย



ระยะต่อไปนี้พวกเราจะต้องเกาะเขาไปตามทางเดินเล็กๆนี้ค่ะ ปลอดภัยดี มามะไปด้วยกัน





เนื่องจากการเดินชม จะมีไกด์ของอุทยานมาด้วย ก็จะต้องไม่ทิ้งท้ายเกินไป เพราะคนอื่นต้องมารอ



สวยดีจริง แต่เอ๊ะ เรามาผิดด้านนี่



บางช่วงซอกเขาก็แคบมาก ค่อยๆ เดินเรียงหนึ่งกันไป



เข้าไปยิ่งลึกยิ่งสวย ถ้ามีแสงแดดตอนเที่ยงวัน ส่องทะลุลงมาด้วย จะยิ่งเวิร์คใหญ่





แม่น้ำที่ไหลผ่านระหว่างช่องเขานี้ชื่อ Radovna (ชื่อแบบนี้แสดงว่าเป็นเพศหญิง) บางตอนน้ำก็ไหลแรงมาก บางตอนก็จะกลายเป็นน้ำนิ่งๆ แบบนี้



อากาศดีมากๆ และคนที่ไปด้วยกันไม่ทิ้งขยะเลย เราช่วยกันเก็บขยะที่เจอกลับมาด้วย ไกด์ที่นี่ก็ดีมากๆ ดูแลไม่ทิ้งกัน



มาจนสุดทาง



จากตรงนี้เป็นน้ำตก เราจึงไม่ไปต่อ



ลงมาเล่นน้ำตกกันเล็กน้อย พอเป็นพิธีแล้วกลับ ใครจะคิดว่าตรงนี้มีร้านขายอาหารด้วย



น้ำไม่ได้แรง หรือสวยเป็นพิเศษ มันก็ไหลตามที่มันมีแรงจะไปได้



ที่นี่เป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติ Triglav ค่ะ เดี๋ยวจะพาไปเที่ยว Bled กันด้วย อย่าลืมติดตาม



ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่งในการเดินเข้าไปและกลับ ถ้าไม่นั่งแช่นาน



สำหรับรถจะมีวิ่งแต่ไม่บ่อยนัก ตอนนี้อาจจะมีรถวิ่งถี่ขึ้นแล้วก็ได้ค่ะ



แอบอิจฉาคนบ้านอยู่แถวนี้ โดดน้ำเล่นทุกวันเย็นๆ ใจ





Create Date : 15 ธันวาคม 2554
Last Update : 15 ธันวาคม 2554 4:11:50 น.
Counter : 496 Pageviews.

1 comment
ถ้ำ Skocjan
อันดับแรกมาลงรถไฟที่สถานี Divaca ก่อนค่ะ ออกมาจะพบรถบัสของทางอุทยานแห่งชาติให้บริการพาเราไปยังศูนย์ รถบัสจะออกพอดีกับที่รถไฟมาถึงแล้ว เขาจะรอเราด้วย



ที่ตั้งของถ้ำนี้อยู่ในหมู่บ้าน Matavun ตามที่เห็น



เดินทะลุแนวป่ามาจนถึงทางเข้า



ประตูทางเข้าเป็นเหล็กบานใหญ่ๆ ข้างในมืดสนิทตลอดเวลา



ส่วนนี้คือเขาทะลุที่จะมองเห็นจากอีกฝั่ง



มาเก็บมรดกโลกอีกหนึ่งแล้ว :)



ออกจากช่องเขาแล้วเราก็เดินเลียบริมผาต่อไป



ดีใจที่ได้เห็นแสง เพราะตอนอยู่ในถ้ำรู้สึกเหมือนตัวเป็น Gollum ใน Lord of the ring เลย แนวนี้แน่ๆ

น้ำเริ่มไหลเซาะแนวเขา



ก่อนจะหายเข้าไปในถ้ำ ยาวกว่าสามสิบกิโลเมตร มืดสนิท



พวกเราในทีม มุ่งหน้าต่อไป เพราะไกด์เรียกแล้ว การมาที่นี่ต้องมีเจ้าหน้าที่ของอุทยานเท่านั้น มาเองไม่ได้ ค่าเข้าชมประมาณ 14 ยูโร (แพง)



ออกมาดูหมู่บ้านบนยอดเขา



และถ้ำที่เพิ่งไปมุดมาตลอดเวลาเกือบ 2 ชั่วโมง



ทางน้ำไหล เห็นแล้วเสียวไม๊



มาคนเดียว เพิ่งได้มีคนถ่ายรูปให้ :)



ถ่ายวิวอีกสักครั้ง เพราะอยู่ข้างในมืดจริงๆ ไกด์จะเปิดไฟแล้วปิดไปตลอดทาง เดินช้าก็ไม่ได้ หลงกันเลยทีเดียว



เมื่อถึงจุดที่ขึ้นลิฟท์กลับขึ้นมาจากถ้ำ เรากลับมาโผล่ที่ข้างที่ทำการอุทยานแห่งชาติ แต่ตอนเดินไปเข้าถ้ำมันคนละทางกันเลย ไม่น่าเชื่อว่าเดินไกลมากๆ



เนื่องจากแถวนี้ไม่มีอะไรกิน ก็เลยฟาดอาหารที่นี่ไป



นี่คือเส้นทางที่ไปเดินมาวันนี้



กินข้าวเสร็จ นอนแผ่ใต้ร่มไม้แถวนี้ก่อน รอรถมารับ เนื่องจากเราไปเสียเวลากินอาหารเที่ยง คนอื่นเขากลับไปสถานีรถไฟกันหมดแล้ว



อาคารที่ทำการเงียบเหงาเลย



ตารางเวลาโดยสารรถบัส จาก Divaca ไปเราจะเดินทางเข้าสู่โครเอเชีย ผ่านทาง Piran เมืองริมทะเลของสโลเวเนีย



สถานีรถไฟเงียบเหงามากๆ คนยังไม่ค่อยรู้จักที่นี่ นานๆทีมีรถไฟมาสักคัน



เราก็ถือโอกาสมานั่งรถรถบัส เพราะรถบัสของเรามีแค่วันละสองเที่ยวเท่านั้นเอง กว่ารถจะมาก็สี่โมงโน่น



ก็เลยเดินเล่นในหมู่บ้าน



มาถึงสโลเวเนีย ก็ต้องนี่เลย เบียร์ Lasko



ใครจะคิดว่าสถานีรถไฟบ้านๆ แบบนี้ มี wifi ให้ใช้ฟรีด้วย อิอิ
รถบัสของเรามาแล้วละค่ะ ไป Piran กัน



Create Date : 25 ตุลาคม 2554
Last Update : 15 ธันวาคม 2554 5:04:17 น.
Counter : 333 Pageviews.

0 comment
ทะเลสาบ Bled
จากลู้บบลิยาน่า เดินทางได้ด้วยรถบัสค่ะ รถจะออกทุกครึ่งชั่วโมง 00, 30

ระหว่างทางจะผ่านเมือง Kranj รถบางคันก็จะจอดแวะต้องเปลี่ยนรถ ถ้าต้องเปลี่ยนรถ คนขับเขาจะบอกค่ะ ให้เราลงไปขึ้นรถคันข้างหน้า



ถ้าเดินวนรอบๆ ทะเลสาบไปเรื่อยๆ ก็จะเห็นมุมนี้



หรือมุมน่ารักๆ แบบนี้



ถ้าอยากจะไปเที่ยวโบสถ์บนเกาะ ใช้บริการเรือเพล็ตน่าเหล่านี้ค่ะ ค่าบริการต่อคน 12 ยูโรขาดตัว ไม่ว่าจะขึ้นจากท่าใด



ขึ้นไปบนปราสาทที่เห็นนี้กันเถอะ



ชัดเข้ามาเรื่อยๆ แต่ทางขึ้นเมื่อยมาก ถ้าให้ดีโบกรถคนอื่นเขาพลอยขึ้นไปถึงที่จอดรถแล้วค่อยเดินต่อจะดีมากๆ



ต่อไปขอเชิญพบกับ ปฏิบัติการเดินขาลาก



มองขึ้นไป เริ่มมีกำลังใจ



เมื่อขึ้นมาแล้ว ผ่านประตูเข้ามาจะพบ courtyard ของปราสาทโบราณนี้



เห็นทุกคนวิ่งไปกระจุกกันอยู่ตรงโน้น



เห็นโบสถ์กลางน้ำแล้ว ตรงมุมด้านนั้น คือที่ที่ไปถ่ายรูปต้นๆ มา



ถ่ายไปเลยหลายๆรูป



ยังไม่เคยมาฤดูใบไม้ร่วง คิดว่าน่าจะมีใบไม้เปลี่ยนสีสวยๆ น่ามาลองแฮะ



เข้าปราสาทนี้มีค่าเข้าชมนะคะ ไม่แน่ใจว่ายัง 7 ยูโรเหมือนเดิมหรือเปล่า



ของเก่ามีไม่ค่อยเยอะเพราะประเทศนี้เพิ่งพ้นจากการเป็นคอมมิวนิสต์ ก็เข้าใจได้ มีโบสถ์และ fresco สวยๆ



หมดวิวแล้วก็เดินชมภายนอกกันนิดหนึ่ง



ตรงริมระเบียงริมน้ำที่เป็นจุดถ่ายรูป เป็นร้านกาแฟด้วย ถ้าแดดดีๆ นั่งชิลๆ ชมวิว เริ่ดมาก เสียแต่คนพลุกพล่านไปหน่อย



มองเห็นหมู่บ้านที่อยู่ใกล้ๆ



ข้างล่างนี้เป็นทางเดินเลียบริมทะเลสาบ ร้านอาหารข้างล่างน่านั่งหลายร้านเลยทีเดียว เค้กอร่อยมาก



มองลงไป เห็นคนกำลังทะยอยเดินขึ้นมา หัวเราะเยาะเขาตอนนี้ เดี๋ยวขาลงเราก็จะเผชิญชะตากรรมเดียวกัน



ป้ายรถจะอยู่ตรงหมู่บ้าน จอดตรงที่เป็นร้านขายของพอดี ถ้ารถยังไม่มา มานั่งรอพลางๆ ได้คะ



Create Date : 25 ตุลาคม 2554
Last Update : 15 ธันวาคม 2554 3:17:14 น.
Counter : 411 Pageviews.

0 comment
Ljubljana เมืองหลวงชื่อประหลาด
วิวจากออสเตรียเข้าสู่สโลเวเนีย



เขียวชะอุ่มมาตลอดทาง



เริ่มมีบ้านคน



ผ่านเมือง Maribor คราวหน้าสัญญาว่าแวะแน่นอน



ก่อนเข้าถึง Ljubljana จะเริ่มเป็นเขาอีก



ผ่านเมือง Lasko ที่ผลิตเบียร์ชื่อดังของประเทศด้วย แต่ไมได้แวะ บริษัทเบียร์ที่มีชื่อก็คือ Union มีโรงแรมในเครือด้วย

ดูแผนที่ก่อน



ลงจากสถานีรถไฟเล็กๆ เดินข้ามถนนตรงมาตลอดทางก็จะเข้าสู่เมืองเก่าแล้ว



ทึ่งมาก เขาแยกขยะด้วย



อาคารบ้านเรือนเป็นสไตล์บาร็อค ปนกะอาร์ตนูโว



น้ำพุหน้าหน้าโรงแรมหนึ่ง ตรงข้ามกับโฮสเทลที่เราพักประจำ Alibi Hostel



เก๋ๆ ไม่ซ้ำสไตล์



โรงแรม Union สี่ดาวกลางเมือง



เข้าสู่ตัวเมือง หัวมุมถนนตึกสวยๆ สไตล์อาร์ตนูโว นี้ปัจจะบันเปิดเป็นห้างค่ะ



โบสถ์สีสดนี้ ตั้งอยู่ตรงจตุรัสกลางเมือง หน้าสะพานสามเส้น







น้ำพุที่หน้าทางขึ้นเขา หากเดินข้ามสะพานตรงมา จะเจอสามแยกนี้





วิวฝั่งเมืองใหม่ ดูเผินๆ ก็ไม่สวยอะไร



แต่ฝั่งนี้ วิวเมืองเก่า ถ่ายจากบนปราสาท ช่างแตกต่าง



ลานกลางปราสาท (บนนี้ไม่มีอะไรให้ดู บางช่วงจะมีอาร์ตติสมาเปิดแกลเลอรี่ให้ชมฟรี



ขาลงหากมาลงทางรถไฟไต่เขา (มีค่าขึ้น 1.5 ยูโร) ก็เดินผ่านตลาดมายังร้านขายของที่ระลึกริมน้ำตรงตลาดเก่านี้ได้ค่ะ ของน่าซื้อเยอะแยะ



ตลาดนัดประจำเมือง



สะพานมังกร สัญลักษณ์ของเมืองลู้บบลิยาน่า



อีกมุม



บ้านที่ริมน้ำ เก๋ดี ไม่รู้ป่านนี้ยังอยู่ดีแบบนี้หรือเปล่า



ของเก๋ๆ ระหว่างทางเดินในเมือง



เดินไปหาแหล่งทานอาหารได้ริมแม่น้ำนี่แหละค่ะ



ร้านอร่อยประจำเมืองค่ะ Cafe Romeo แนะนำโดยคนท้องถิ่น เหมาะสำหรับคนที่ชอบอาหาร fusion



เปิดทั้งมื้อเที่ยงและเย็น ดึกๆ ข้างในบาร์น่านั่งด้วย



นั่งริมเทอเรซมองคนพายเรือไปมา



ธรรมชาติที่เห็นตามสองข้างทาง เมืองป่าสวยน้ำใส สโลเวเนีย



นอกจากจะเช่าเรือพายเล่นได้แล้ว ก็มีบริการเรือล่องคลองด้วย



เดินไปขนาดแม่น้ำฝั่งเหนือ จะเจอบ้านเรือนเก่าๆ สวยๆ มากมาย



ไม่รู้ว่าเป็นอะไร แต่เสียดายจังที่ไม่ให้เข้าไปชม





แถวนี้คนน้อย เป็นที่ทำการของรัฐซะส่วนมาก





พาข้ามสะพานกลับ ไปทางฝั่งตะวันตก เยี่ยมชม Botanic garden ในวันที่แดดจัดๆ หลบแดดเข้าร่มนิดนึง Tigerlilly ช่อนี้หย่ายยยมาก



เจอร้านอาหารเก๋ๆ ที่นอกเมือง เปิดแต่ตอนเย็น



ดูแผนที่จึงได้รู้ว่าตัวเองอยู่ในย่าน TRNOVO ฝั่งใต้ของแม่น้ำ



และไม่พลาดที่จะไปเยี่ยมบ้านสถาปนิกชื่อดังของเมืองลู้บลิยาน่า Jože Plečnik ผู้ออกแบบสะพานสามแยก Tromostovje ที่เราเห็นในเมือง บ้านเขาอยู่ตรงนี้เอง ไม่ค่อยมีคนมาแวะ



ใช้โบสถ์นี้เป็นหลักในการย้อนกลับเข้าเมือง



ที่นี่มีโบสถ์เยอะ และหากไม่มี service เข้าไปถ่ายรูปได้ค่ะ



เป็นไงคะ รูปแค่ส่วนหนึ่งจากเมืองหลวงน้อยๆ ของหนึ่งในประเทศป่าไม้งาม ที่เพิ่งแยกตัวออกจากยูโกสลาเวียเมื่อไม่กี่สิบปีที่ผ่านมา



Create Date : 25 ตุลาคม 2554
Last Update : 15 ธันวาคม 2554 3:52:00 น.
Counter : 585 Pageviews.

0 comment

เที่ยวไปสองไพเบี้ย
Location :
สงขลา  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]



รบกวนอย่าส่งข้อความหลังไมค์ค่ะ ติดต่อที่อีเมล์ตรง smileyinbelgium@hotmail.com นะคะ