ประถมปลาย - การแข่งขันทางวิชาการ
การแข่งขันทางวิชาการ ไม่ใช่เรื่องใหม่

โรงเรียนทุกโรงเรียนจะต้องมีสอบ สอบกลางภาค สอบปลายภาค สอบวัดจุดประสงค์ แล้วไม่รู้ว่าตอนไหน ที่ครูจะแอบสังเกตเห็นวี่แวว จับนักเรียนคนนั้นไปลงแข่งขันกับโรงเรียนอื่น

ฉันเพิ่งย้ายมาอยู่เทศบาล 1 เมื่อป.สี่ ปีนี้ก็มีการแข่งขัน
อย่างแรงคือ ครูชูศรี จับฉันส่งไปให้ไปเขียนไทย อันเนื่องมาจากลายมือ (ที่ถ้าคุณเห็นลายมือฉันวันนี้จะร้องกรี๊ด ก็ฉันไม่ได้เขียนหนังสือไทยมาสิบกว่าปีแล้ว) ที่เห็นก็พิมพ์เอา

การแข่งขันจะมีแบบแข่งกันภายในโรงเรียนเทศบาล 1-2-3-4 หรือแข่งกันในระดับประถมศึกษา ซึ่งก็จะต้องไปแข่งกับโรงเรียนอนุบาลสงขลา โรงเรียนวิเชียรชม โรงเรียนแจ้งวิทยา และอื่นๆ มากมาย กดดันเด็กตัวน้อยๆ แท้ๆ เลยทีเดียว

ฉันไม่เคยสนใจว่าจะชนะอะไรรึเปล่า สิ่งที่ชอบมากกว่าคือ วันนั้นไม่ต้องไปโรงเรียน เนื่องจากคุณครูจะพานักเรียนที่จะแข่งขันไปยังโรงเรียนเจ้าภาพ ทำให้รอดจากวิชาเรียน ที่ไม่อยากเรียนที่โรงเรียนไป แล้วยังได้ไปเจอเพื่อนหน้าใหม่ๆ จากโรงเรียนอื่น ทิวทัศน์แปลกๆ แถมได้ไปสำรวจโรงเรียนอื่นเขาด้วย

ปีหนึ่ง มีการแข่งขันเล่นดนตรีไทย วงมโหรีเล็ก พวกเราโดนจับแต่งชุดไทย แต่งหน้าตั้งแต่เช้า กว่าจะได้แข่งโน่น เที่ยง หิวจะแย่ กินอะไรก็ไม่ได้ เพราะครูอ้อย กะครูพิไลพรสั่งไว้ว่าห้ามกิน เดี๋ยวปาก(ลิปสติก) จะหลุด

เฮ้อ ....

คนอื่นน่ะยังไม่เท่าไหร่ เพราะว่าเลิกแข่งก็เสร็จเลย แต่ฉันนี่สิ ยังต้องวนไปแข่งอย่างอื่นอีก แข่งพวกคณิตศาสตร์มันจะสนุกเพราะว่าไปแข่งกะเพื่อน คนเดียวหัวหาย สองคนเพื่อนตาย แต่ถ้าแข่งระดับจังหวัด จะต้องไปแข่งที่ศึกษาจังหวัด ครูก็ไม่ไป เอาฉันไปทิ้งไว้เฉยๆ จำได้ตอนนั้น ฉันต้องไปแข่งอ่านจับใจความ เพราะครูบรรณารักษ์ส่งชื่อฉันไป

อันนี้เป็นเรื่องยาว ต้องแว้บเข้าไปคุยถึงเรื่องห้องสมุดซะหน่อย

ห้องสมุดที่ท.1 เป็นห้องโถงใหญ่มาก ต้องขึ้นกระไดไม้ไป ตั้งอยู่บนเรือนอนุบาล ซึ่งก็เหมาะพอดี เพราะเด็กอนุบาลมันต้องนอนกลางวัน ห้องสมุดก็จะต้องเงียบๆ ตลอด

ทุกคนจะมีบัตรห้องสมุดโดยอัตโนมัติ เป็นกระดาษขาวๆ ตีบรรทัดไว้ ยืมหนังสือกลับบ้านได้อาทิตย์ละ 3 เล่ม ไม่ได้มีค่าใช้จ่ายอะไร นี่แหละสิ่งที่ฉันชอบ แรกๆ ฉันเริ่มจากการยืมกลับบ้าน เพราะว่าการบ้านฉันทำเสร็จหมดแล้วตั้งแต่ที่โรงเรียน ถ้าไม่รีบทำให้เสร็จ เพื่อนจะไม่มีที่ลอก ฉันก็เลยโดนบังคับให้รีบทำให้เสร็จ คนอื่นจะได้ยืมกัน ตอนเช้า (ไม่ดีเลยน้อ)

พอถึงบ้าน อาบน้ำได้ฉันก็จับหนังสือพวกนี้แหละอ่านก่อนเลย ไม่รู้จะทำอะไร ระหว่างรอแม่กะพ่อกลับมา

หลังๆ เมื่อฉันต้องอยู่เย็นเพราะซ้อมดนตรีไทยและวงดุริยางค์ ก็ต้องใช้เวลาตอนเที่ยง มาแอบอ่านหนังสือแทน ครูบรรณารักษ์เลยจำหน้าฉันได้ละมัง เพราะฉันกินข้าวเสร็จไม่คุยกะใคร ถ้าไม่มีใครชวนเล่นยาง (ช่วงหน้าฝน) ล่ะก้อ ฉันกบดานอยู่ในห้องสมุด สบายยย

และเพราะเรื่องหนังสือ น้องชายฉันคือเจ้าโอห์ม มันเป็นเด็กที่น่ารัก และไม่เคยลืม ว่าพี่สาวชอบอะไร ฉันมีความหลงใหลในปลาดึกดำบรรพ์ ที่ชือ่ปลาซีลาคานต์ เพราะว่าฉันมีความเชื่อแปลกๆ ที่เหมือนคนคริสต์คือ ฉันไม่เชื่อ ว่าคนเรามาจากลิง ใครอยากจะมาจากลิง ก็เชื่อเอาเถอะ แต่ฉันไม่ละคนนึง ฉันคิดว่า อะไรก็ตาม มันก็เกิดมาจากสิ่งนั้นตั้งแต่แรก ไม่มีทางที่ลิงจะกลายเป็นคนขึ้นมาได้ และปลาซีลาคานต์ ที่เกิดมาพร้อมกับไดโนเสาร์ ก็เป็นสิ่งที่พิสูจน์ให้เห็นว่า ไอ้ปลาเนี้ยมันก็ไม่ได้วิวัฒนาการไปเป็นตัวแลน หรือสัตว์อื่นแต่อย่างใด จนทุกวันนี้มันก็ยังหน้าตาเหมือนเดิมเด๊ะๆ

+++++++++++++++++++++

อ้าว เล่าเรื่องวิชาการ ไหงมาออกสัตว์โลกล้านปี

การไปแข่งขันวิชาการ ทำให้ชีวิตเด็กประถมอย่างฉันเครียดมาก เพราะกลัวไม่ได้อย่างใจคุณครู เรื่องแพ้ฉันไม่กลัว เคยกลัวซะที่ไหน เพราะคู่แข่งน่ะ หน้าตาก็ไม่ได้เห็น เวลาไปทดสอบ ก็เจอแต่หน้าครูคนสอบเท่านั้นเอง ที่ตั้งของศึกษาธิการนี่ก็อยู่ติดกับโรงเรียนวรนารีเฉลิมอีกด้านก็โรงเรียนมหาวชิราวุธ ครูที่พาไปบอกว่า เมื่อเธอเรียนจบ เธอก็จะมาเรียนที่โรงเรียนสตรี วรนารีเฉลิมนี่แหละ คนเก่งๆ อย่างนี้น่ะ

ผู้ใหญ่เขามักจะสรุปอะไรตามความคิดของตัวเองเสมอเลยหรือ แล้วถ้าฉันอยากไปเรียนโรงเรียนวัดที่อื่นล่ะ?



Create Date : 22 ธันวาคม 2554
Last Update : 22 ธันวาคม 2554 19:46:05 น.
Counter : 351 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

เที่ยวไปสองไพเบี้ย
Location :
สงขลา  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]



รบกวนอย่าส่งข้อความหลังไมค์ค่ะ ติดต่อที่อีเมล์ตรง smileyinbelgium@hotmail.com นะคะ