รอปาฏิหาริย์



"ปาฏิหาริย์...ที่รอ"







เรื่องราวความรักที่ฉันจะบอกเล่าครั้งนี้ เป็นเรื่องราวของผู้หญิงคนหนึ่งที่รอคอยปาฏิหาริย์มานาน ถ้าจะให้นับเวลาที่เธอรอ ฉันว่ามันนานเกินกว่าอายุของฉัน  

ตราบจนสิ้นลมหายใจสุดท้ายของเธอ "ปาฏิหาริย์...ก็ไม่เกิดขึ้น" (เหมือนที่เธอบอกไว้เป๊ะๆ) นี่คือสิ่งที่เธอรอคอยและความเป็นจริงที่เกิดขึ้นวันนั้น...



 "เธอรอปาฏิหาริย์ให้สามีของเธอ เลิกเล่นการพนันและพาเธอไปวัด"
(วันสุดท้าย ก่อนเธอหมดลมหายใจ...เขาก็ยังไม่ได้พาเธอไปวัดและยังไม่ได้เลิกเล่นการพนัน)

"เธอรอปาฏิหาริย์ให้ ลูกสาวคนโตของเธอที่ทำงานมานาน ได้กลับมาบ้าน เพื่อพักสักที"
(วันสุดท้าย ก่อนเธอหมดลมหายใจ...ลูกสาวคนโตของเธอก็ยังไม่ได้กลับบ้าน)

"เธอรอปาฏิหาริย์...ให้ลูกสาวคนที่สองของเธอโทรหาเธอบ้างและรู้จักการดูแลรักแท้"
(วันสุดท้ายก่อน เธอหมดลมหายใจ...ลูกสาวคนที่สองของเธอไม่ได้รับโทรศัพท์ครั้งสุดท้ายนั้นและยังดูแลรักแท้ไม่เป็น)

"เธอรอปาฏิหาริย์...ให้ลูกชายคนสุดท้องของเธอเลิกเหล้าและรู้จักคุณค่าของชีวิต"
(วันสุดท้ายก่อน เธอหมดลมหายใจ...ลูกชายของเธอก็ยังดื่มเหล้าจนเมามายและไม่รู้จักคุณค่าของชีวิตที่เธอมอบให้)








ฉันยังจำเรื่องราวที่เราคุยกันได้อย่างแม่นยำ  เธอบอกกับฉันว่า "เธอจะวางทุกสิ่งลงและปล่อยให้มันเป็นไปตามทางของมัน" เธอบอกฉันว่า...ในโลกใบนี้มีความกล้าอย่างหนึ่งที่เรียกว่า "การปล่อยวาง" 

เเถมเธอยังพูดกับฉันว่า..."ถ้าหากวันพรุ่งนี้เธอจะต้องจากโลกใบนี้ไป และปาฏิหาริย์ที่เธอรออาจจะไม่ได้เกิดขึ้น เธอก็จะไม่เสียใจ "เพราะสิ่งที่จะเกิดต่อไปหลังจากนี้ จะกลายเป็นตัวแทนของเธอ ให้คนที่อยู่ต้องทำปาฏิหาริย์ต่อ(หลังจากนั้น 24 ชั่วโมง เธอก็ทำมันได้จริงๆ ) และตอนนี้ปฏิหาริย์บางอย่างที่เธอรอ กำลังเกิดขึ้นแล้วเพราะว่า...




''มี 2 คน ที่เข้าใจและกำลังจะสร้างปาฏิหาริย์ที่เธอรอมาตลอดให้มันเป็นจริง''

"แล้วมี 1คน ที่ต้องทนทุกข์ทรมานจากความรู้สึกที่ผิด (ต่อเธอ) 
แต่เธอบอกกับฉันว่า...สักวันเมื่อวันเวลาผ่านไป
เขาคนนั้นจะเข้าใจและจะรู้ว่าเธอ''
*ให้อภัยเขาตลอดมา*  

"และจะมี 1คน ที่อาจจะยังไม่รู้ตัวเนื่องจากเข้าใจช้ากว่าคนอื่น"
(เธอฝากฉันให้บอกเขาว่า) 

"เธอไม่เคยถอดใจและไม่เคยหมดหวังต่อความดีในตัวเขาคนนั้นเลย"
(แถมพูดแบบติดตลกว่า)
"มะม่วงที่เธอปลูกไว้ไม่มีทางงอกออกเป็นต้นขนุนหรอก"
(เธอว่าอย่างนั้นค่ะ) 




.
.

เธอบอกว่า...นชีวิตคนเรา ไม่มีความสวยงามใดๆ 
ที่เกิดขึ้นโดย...ไม่เคยผ่าน
#คำว่า...ความทุกข์ #
(เธอบอกว่า...มันคืองานศิลปะที่สร้างยาก แต่คุ้มค่าต่อการรอคอย)







ตอนนั้นฉันยังสงสัยว่าเธอไปเอาคำพูดที่เเสนธรรมดาพวกนี้มาจากไหนกันนะ มุมมองโลกในวันสุดท้ายของเธอเรียกได้ว่าเหมือนหนังสือเล่มหนึ่งที่ฉันกำลังอ่าน ชื่อ "จงมีชีวิตที่เบิกบาน(The Book of Joy)" ขององค์ทะไลลามะกับท่านอาร์ชบิชอป เดสมอนด์ ตูตู และคุณดักลาส เอบรัมส์ (เอาไว้วันหลัง ถ้าฉันอ่านจบแล้ว สัญญาว่าจะรีวิวหนังสือเล่มนี้นะคะ) 


***ฉันยังนึกถึงการพูดคุยครั้งสุดท้ายนั่นของเรา "ถึงแม้ว่า...ในวันที่ปาฏิหาริย์เกิดขึ้น เธออาจจะไม่มีวาสนาได้เห็นมัน...แต่เธอก็ยังรอคอยปาฏิหาริย์นั้น เพราะเธอรู้ว่าสักวัน จะต้องมีคนในครอบครัวของเธอสักคน เข้าใจและมาสานต่อปาฏิหาริย์ที่เธอรอให้มันเป็นจริง" ***





.
.


"ขอแค่...พวกเขาได้เห็นปาฏิหาริย์นั้น
สำหรับเธอมันเพียงพอและคุ้มค่าแล้ว" 








ปล...ฉันรู้ว่าเธอคงกำลังมองดูพวกเขาอยู่ที่ไหนสักแห่งและส่งกำลังใจมาให้คนที่เธอรัก "สร้างปาฏิหาริย์ (ที่เธอรอ) ให้เป็นจริงในสักวัน" แด่คนที่รอปาฏิหาริย์ (ทุกคน)



By Sakormaree

Smiley

ขอบคุณที่เข้ามาอ่าน "ปาฏิหาริย์ที่รอนะคะ"






 

Create Date : 19 กันยายน 2560    
Last Update : 20 กันยายน 2560 13:43:53 น.
Counter : 486 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

มองฟ้าครั้งสุดท้าย...เมื่อไหร่คะ?









มองฟ้าครั้งสุดท้าย...เมื่อไหร่ค่ะ?





ตอนแรกฉันคิดว่าจะเขียนเรื่องนี้ในหัวข้อ "บันทึกความทรงจำครั้งเก่า" แต่พอมาทบทวนความคิดอีกครั้ง ฉันคิดว่าควรเขียนเรื่องนี้อยู่ในหัวข้อ Heart Disease Love Stories ฉันว่าคำถามของคนที่ทนทุกข์กับความรักในโลกใบนี้ คงคล้ายกับคำถาม ของพี่สาวฉัน...

" พี่ทำถึงขนาดนี้ทำไมเขาไม่รักพี่ ? " 
" ทำไมพี่ถึงเลิกกับเขาไม่ได้ ? " 
ทำไมๆๆๆ ?

ตัวฉันเองก็อยากหาคำตอบที่ดีๆ สักคำ เพื่อที่จะช่วยอธิบายให้กับพี่สาวที่ฉันรักได้ฟัง ถึงเหตุผลดังกล่าว แต่ตอนนั้นฉันกลับมีเพียง คำถามแปลกๆ หนึ่งประโยค ที่ไม่เข้ากับสถานะการณ์เอาซ่ะเลยพูดออกไป


'' พี่ค่ะ...พี่มองฟ้าครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ค่ะ ?''


พี่สาวมองหน้าฉันพร้อมกับยิ้มจางๆ เงยคอแหงนมองฟ้า และตอบเบาๆ ว่า "นั่นสินะ! พี่ลืมไปเลยว่าพี่เงยหน้ามองฟ้าล่าสุดเมื่อไหร่ ? พี่ว่า วันนี้ฟ้าก็สวยดีนะ" (เรามองฟ้า โดยที่ไม่ได้พูดอะไรกันต่อ) ตัวฉันเองก็คิดว่า...ฟ้าวันนี้สวยจับใจเหลือเกินและรู้สึกได้ว่า "โอกาสแห่งคำตอบของพี่สาวของฉัน คงมาในไม่ช้านี้เเน่ๆ"


เรื่องราว Heart Disease Love Stories ของพี่สาวของฉัน เกิดขึ้นตั้งแต่สมัยเรียนมหาลัย (อายุตอนนั้นน่าจะประมาณ 20 ปี) พี่สาวของฉันรักและหลงคนๆ หนึ่งมาเกินครึ่งชีวิต ยึดติดเพียงแค่เขาคนเดียวมาตลอด ทำทุกอย่างเพื่อเขา ทุ่มเทเพื่อเขาและพร้อมที่จะเสียสละเต็มที่ เพียงแค่เขาต้องการ (บางครั้งทำไปโดยที่เขาต้องเอ่ยปากเสียด้วยซ้ำ) 

วันเวลา 20 กว่าปี ของพี่สาวของฉัน แทบจะไม่เคยเเหงนมองดูฟ้าก็ว่าได้ ระยะสายตาของพี่มองเห็นแค่คนคนเดียวเท่านั่นคือ คนที่พี่เรียกว่า "คนรัก" แต่สิ่งที่พี่ได้รับตอบแทนกลับมา คือ "ความว่างเปล่าและเสียใจ"

ในวันที่พี่สาวฉันแหงนมองดูฟ้าได้ คือวันที่อายุย่างเข้าวัยเกือบเลข 5 วันที่มองขึ้นฟ้าได้ คือวันที่รู้ตัวว่า "โอกาสทองคำมาเยือน" ที่ฉันเรียกว่าโอกาสทองคำนั่นก็เพราะเป็นวันที่พี่สาวต้องเผชิญความจริงของสัจธรรมบนโลกใบเก่าๆใบนี้เมื่อต้องรับรู้ว่า


"ท้องฟ้าที่ดูกว้างและยิ่งใหญ่ 
ก็สามารถหายไปได้เหมือนกัน ''


ในวันที่แม่ของพี่สาวกำลังป่วยหนัก พี่สาวของฉันก็ได้รับคำตอบของทุกคำถาม (ช่วงเวลาแห่งความยากลำบาก คือ ช่วงเวลาโอกาสทองคำที่แท้จริง) 


สิ่งที่ผ่านมา คือ สิ่งที่เราควรจดจำ
และคือสิ่งที่เราควรเรียนรู้
เมื่อตอนที่เรายึดติดอะไรมากมายกลับต้องใช้ 
สิ่งที่เราไม่พร้อมที่จะสญเสีย
มาอธิบายถึงจะเข้าใจความหมายของคำว่า
"รักแท้ " 


ฉันบอกได้เลยค่ะว่า อดีตที่ผ่านมา สอนพี่ของฉันให้คิดได้ว่า "คุณค่าของการใช้เวลา ในชีวิตหนึ่งของคนเรา ไม่ได้มีค่าเท่ากับความผิดพลาด แต่คุณค่าของการใช้เวลาในชีวิตของเรา มีค่าเท่ากับการเรียนรู้ เข้าใจและให้อภัยความผิดพลาดเพื่อเริ่มต้นใหม่ในสิ่งที่ถูกต้อง"

ถ้าเกือบตลอดชีวิตที่ผ่านมาเราเลือกสิ่งที่ผิดมาตลอด ดังนั้นในช่วงเวลาที่เหลือในชีวิตนี้ จงใช้โอกาส (ทองคำ) ที่มีอยู่นี้ไปแก้ไขสิ่งที่เคยผิด แล้วไปเลือกทำให้มันถูกต้อง ถึงจะได้คำตอบกับตัวเองว่า เราได้ใช้ชีวิตอย่างมีคุณค่าแล้ว 

ป็นคำพูดจากใจจริงที่สุด ที่ฉันสามารถยืนยันกับคนที่เข้ามาอ่าน Blog นี้ของฉันได้ว่า "ราเปลี่ยนคนอื่นไม่ได้หรอกค่ะแต่มีเพียงสิ่งเดียวที่เราเปลี่ยนได้ คือตัวของเราเอง

แล้วอะไรจะทำให้เราเปลี่ยนได้ คำตอบก็คือ "โอกาส" แล้วคุณเชื่อมั๊ยค่ะ ว่าทุกคนมีโอกาสที่จะได้รับคำตอบ คุณเชื่อมั๊ยค่ะว่าทุกคนมีโอกาสจะได้เจอ แล้วโอกาสที่ว่านี้คือตอนไหน จะมาเมื่อไหร่ จะรู้ได้ยังไง? ตัวฉันเองคงให้คำตอบกับคุณไม่ได้ แต่เชื่อฉันเถอะว่า...มันมาชัวร์  


ในวันที่พี่สาวของฉันมองเห็นฟ้าได้เต็มตากลับเป็นวันที่เรียกได้ว่า เกือบจะสาย น้ำตามากมายของพี่ ไม่รู้ว่ามาจากไหนไหลออกมาไม่หยุดเลย (ฉันทำได้เพียงแค่...ยืนมองดูเงียบๆ) "โอกาสทองคำ" ที่เกิดขึ้นในวันที่พี่สาวของฉันจ้องมองฟ้าได้ ฉันรู้ว่า พี่คงกำลังคิดถึงคำถามหนึ่ง "ของพ่อกับแม่ ที่เคยถามตอนเด็กๆ ที่ถามพี่ว่า...?"

"ลูกรักพ่อแม่แค่ไหน ?" 

(ฉันคิดว่าคำตอบของพี่ ในตอนนั้น คือ...)

"ลูก...รักพ่อกับแม่...เท่าฟ้า"




ปล... "คุณเชื่อเรื่องโอกาสทองคำมั๊ย?" ละอีก 1 คำถามสุดท้ายนะคะ "คุณ...มองฟ้า...ครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ค่ะ?"



Smiley




By...Sakormaree






 

Create Date : 19 มิถุนายน 2560    
Last Update : 15 กันยายน 2560 12:57:36 น.
Counter : 487 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

บุพเพสันนิวาส...(กรรม) อธิษฐาน






บุพเพสันนิวาส...(กรรมอธิษฐาน


ขอตั้งจิต อธิษฐาน ไม่ตามติด...กรรมลิขิต ชั่วชีวิต ไม่ชิดใกล้

แม้พบกัน ชาตินี้จบ หมดภพใจ....จากกันแล้ว ให้แล้วไป ไม่ขอคืน


ขอตั้งจิต ถอนสาบาน ไม่ตามพบ...ลบลืมหมด เพื่อจบกรรม ธรรมรักษา

ตัดจากกัน อย่าพันผูก คำสัญญา...อโหสิ กันเถิดหนา อย่าอาลัย


แม้กรรมใด ส่งผลให้ ได้มาพบ...ยากจะลบ ความทรงจำ ช้ำนักหนา

ต้องทนทุกข์ ไม่สมปอง นองน้ำตา...หยุดปัญหา ด้วยปัญญา  ต้องลากรรม


แม้กรรมเก่า ที่ร่วมทำ นำลิขิต...ให้ชีวิต มิพรากจาก ยากหนักหนา

ขอตัดแล้ว ไม่หวนกลับ ซับน้ำตา...ลบสัญญา ลืมคำมั่น สัมพันธ์เรา


สิ่งใดทำ  ร่วมกรรมเก่า  เราลิขิต...ให้หยุดไว้  อย่าตามติด  ไปชาติหน้า

อภัยเถิด ความหลังเก่า เราพลาดมา...หยาดน้ำตา แรงแห่งกรรม ช้ำชอกใจ


ใจเจ้าเอ๋ย เจ้าเคยไหม จะหยุดพัก...ลืมความรัก ลืมความชัง แต่ปางไหน

ใจเจ้าเอ๋ย ปลดปล่อยเถิด ลบเลือนไป...หยุดหัวใจ ที่ร้าวร้าน พ้นกาลกรรม...


By Sakormaree

Smiley





 

Create Date : 01 มิถุนายน 2560    
Last Update : 2 กันยายน 2560 16:45:03 น.
Counter : 411 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

เอ๋อกินแมลงสาบ








เอ๋อกินแมลงสาบ


คิดว่าเพื่อนๆ คงเคยได้ยินเพลงที่มีชื่อว่า...เสี่ยงเหลือเกิน (โดย เต้น นรารักษ์ ) กับเพลงความรักไม่ผิด... (เวอร์ชั่น เป้ วง Mild Feat. มาเรียม เกรย์) นะคะ ขอแนะนำให้รู้จักโรคหัวใจของเอ่อนี่หรือที่ฉันเรียกสั้นๆว่าไอ้เอ๋อ...

ที่ผ่านมาความรักของน้องสาวของฉันคนนี้ เหมือนเพลงสองเพลงนี้ Feat.กันนะคะ เป็นงานยากมากคะที่คนอย่างฉันจะเล่ารายละเอียด ที่มาที่ไปทั้งหมดให้ทุกคนได้อ่าน เอาเป็นว่าฉันขอลัดเรื่องราว ไปเล่าตอนจบเลยแล้วกันนะคะ เรื่องราวของเอ๋อทำให้ฉันนึกถึงเพลงนี้

=+=+=+=+=+=+=+=+=+=+=+=+=+=+=+=+

หยุดตัวเองไม่ไหวห้ามใจก็ไม่ไหว

คนข้างกายที่มีทำไมยิ่งนาน ยิ่งไม่ใช่

ในทุกทุกครั้งที่รักมันเกิดขึ้นผิดเวลา

ในทุกทุกที่เราแทรกใครเข้ามา

ในทุกทุกครั้งที่เราใฝ่ปรารถนาคนที่ไม่ควรสักคน

ใครก็เตือนว่าไม่คุ้มกับสิ่งที่ฉันทิ้งไป

เพื่อสิ่งที่ฉันยังไม่ได้มา ใครก็เตือนอย่ารีบร้อนจะเสี่ยงทำไมนะ

แต่มันก็ยังถลำไปหมดทั้งใจ

ใครก็เตือนว่าไม่คุ้มกับสิ่งที่ฉันทิ้งไป

เพื่อสิ่งที่ฉันยังไม่ได้มา

ใครก็เตือนอย่ารีบร้อนจะเสี่ยงทำไมนะ

แต่มันก็ยังถลำไปหมดทั้งใจ

ฉันอุตส่าห์ไม่รักเขาเพื่อที่จะรักเธอ

ยอมทุ่มเทหมดแล้วให้เธอ แล้วเธอก็ทิ้งไป

เสียเค้าแล้วยังต้องเสียใจเธอสอนฉันให้เข้าใจการลงทุนเสี่ยงเหลือเกิน

ทุกทุกครั้งเราต่างก็หลอกตัวเอง ว่ารักกันมันไม่ผิด ดีเลวไม่สนโทษฟ้า โทษชะตา

โทษความรักว่าเล่นอะไรกับเราสองคน

สิ่งที่ทำร้ายทุกคนวันนี้ คือความต้องการ

ทนทรมานโดยไม่แคร์และไม่สน ผิดถูกและชั่วดี...

=+=+=+=+=+=+=+=+=+=+=+=+=+=+=+=+


บทสทนา

(ว่าด้วยวาระแมลงสาบ)


Sakormaree 

เอ๋อพี่ถามอะไรสักอย่างนะ  ในชีวิตเอ๋อรังเกียจและกลัวสัตว์อะไรมากที่สุด

เอ๋อ

แมลงสาบ (เอ๋อตอบได้รวดเร็ว)

Sakormaree  

ถ้าพี่จะบอกว่าตอนนี้เอ๋อ กินแมลงสาบอยู่เอ๋อจะเชื่อมั๊ย

เอ๋อ

พี่อย่าพูดหนูจะอ้วก

Sakormaree

แล้วถ้าพี่จะบอกว่าถึงเอ๋ออยากอ้วกแต่เอ๋อก็อ้วกไม่ได้เพราะปากเอ๋อถูกเย็บไว้ เอ๋อพอจะมองภาพออกมั๊ย

เอ๋อ

………………….. (เอ๋อนิ่งไปไม่ตอบ)

Sakormaree

ที่พูดแบบนี้เพราะอะไรรู้มั๊ย

เอ๋อ

………………….. (เอ๋อนิ่งไปไม่ตอบ)

Sakormaree

เพราะความรักที่เอ๋อบอกพี่ว่า...มันคือความรักนี่นะมันเหมือนการกินสิ่งที่เอ๋อรังเกียจและกลัวเข้าไปทั้งที่รู้ตัว

เอ๋อ

………………….. (เอ๋อนิ่งไปไม่ตอบ)      

Sakormaree

แล้วการที่เราจะเอาแมลงสาบออกนี่เอ๋อรู้มั๊ยต้องทำยังไง

เอ๋อ

ทำยังไงคะพี่

Sakormaree 

การเอาแมลงสาบที่ว่านี้ออกก็มีไม่กี่ทางนะ แล้วไอ้วิธีทางที่เอาออกนี่นะ คงไม่มียาชาและไม่มีตัว ช่วย

1) กรีดปากที่ถูกเย็บไว้ แล้วอ้วกแมลงสาบออกมา

2) ผ่าท้อง แล้วควักมันออกมา (แต่พี่ต้องบอกก่อนนะว่านี่ก็เจ็บมากเหมือนกัน)

3) ถ่ายออก วิธีนี้ดููเหมือนไม่เจ็บ แต่ว่าความจริงวีธีนี้สุดแสนจะทรมาน (เชื้อโรคจากแมลงสาบมันเข้าลึกไปถึงกระแสเลือดแล้ว)

เอ๋อ

ตอนนี้หนูยังทำอะไรไม่ได้ หนูเข้าใจเขา...เขาไม่ได้บอกให้หนูรอ แต่หนูจะรอเขา

Sakormaree  

อื่ม...พี่คงไปห้ามเอ๋อไม่ได้ คนเลือกและคนตัดสินใจคือเอ๋อ พี่คิดว่าเอ๋อคงมองภาพที่เกิดขึ้นออกอกแล้ว เอาเป็นว่าบางครั้ง กว่าที่คนเราจะเข้าใจอะไรที่ชัดเจนได้มันต้องใช้เวลาและเหตุการณ์ แล้วเอ๋อจะเข้าใจในสิ่งที่พี่พูดและรู้ว่าควรเอามันออกด้วยวิธีไหน โชคดีน้องรัก



บทสรุปความรักและเวลาแห่งคำตอบ มันมาเร็วกว่าที่เอ๋อคิดไว้นัก หลังจากที่เราคุยกันไม่กี่วันฟางเส้นสุดท้ายที่ทำให้เอ๋อยอมกรีดปากและยอมควานท้องตัวเอง..คือคำพูดของคนที่เอ๋อเรียกว่า คนรัก...(น้องรอไหวๆๆๆๆๆๆ)

คำตอบนั้นเหมือน " รถเมลย์สายนรก ที่วิ่งด้วยความเร็วสูงพุงชนเสาไฟฟ้าหักพุ่งกระเเทกเข้าปากแล้วทะลุถึงสมองเอ๋อเข้าอย่างจัง" (น๊อคนับ 100 เลยค่ะ หามส่งโรงพยาบาลแทบไม่ทันกันเลยทีเดียว)

คำตอบ : #พี่ไม่อยากเลือกใครทั้งนั้น ! "สำหรับคำตอบ...พี่รักทั้งสองคน"

# (ติดแฮชแทกให้เลยคะ)#

(จบคะ...จบเรื่องเอ๋อกินแมลงสาบ ไปต่อและรอไม่ไหว น้องสาวฉันขอยกธงขาวยอมแพ้ แต่ก็ยังหวังให้อดีตคนรักนั้นโชคดี...เพราะเขาคนนั้นเอง ก็กินแมลงสาบเหมือนกันกับเอ๋อ แค่รอเวลาเอาออกเท่านั้น)


= + = + = + = + = + = += + = + = + = +  

หากรักตัวเองเป็น ก็รักคนอื่นเป็น

เพราะความรักที่แท้จริงแล้ว

คงไม่ปล่อยให้คนรัก

...อยู่ในสภาพนี้...

= + = + = + = + = + = += + = + = + = + 



Smiley



by sakormaree







 

Create Date : 25 เมษายน 2560    
Last Update : 2 มิถุนายน 2560 17:22:48 น.
Counter : 397 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 


BlogGang Popular Award#13


 
Sakormaree
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]




***เราไม่สามารถ Recycle เวลาได้ และชีวิตเรามันสั้น ควรใช้มันอย่างมีคุณค่า ดังนั้นจงบอกตัวเองว่า Never give up = อย่ายอมแพ้***

***เพราะบาดแผลในชีวิต ไม่มียากับพลาสเตอร์ ดังนั้นจึงใช้การเขียน Blog ช่วยเยียวยาจิตใจ และเตือนตัวเองให้รู้ว่าตัวเองเดินทางมาไกลแค่ไหนแล้ว ***

***เป็นคนง่ายๆ สบายๆ ....
ชื่นชอบการอ่าน....รักงานเขียน...
การเดินทางในชีวิต...ทำให้เห็นมุมมองใหม่ๆ ***

= + = + = + = + = + = + = + = + = + = +

ยินดีและขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่าน Blog ของ Sakormaree นะคะ

= + = + = + = + = + = + = + = + = + = +




Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add Sakormaree's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.