More Than I can Say
Group Blog
 
All Blogs
 

คนที่ไม่ปลื้ม

ทำงานอยู่โรงงานทอผ้าแถวๆเมืองใหม่บางพลีอยู่เกือบสิบห้าปี ถ้ารวมหลายๆที่น่าจะมากกว่ายี่สิบปีละมั้ง ก็ตั้งแต่ค่าแรงขั้นต่ำ 61 บาท จนถึงร้อยกว่าบาท ค่าแรงได้ขึ้นทุกปี แต่พอถึงการปรับค่าแรงใหม่ของทางรัฐบาล ค่าแรงที่ว่าได้ขึ้น ดันถูกค่าแรงใหม่ถมจมดิน จาก 61 บาทของผู้ที่มีผลงาานเกรด A+ จะได้ค่าแรงใหม่เป็น 65 บาท การปรับค่าแรงใหม่ของทางรัฐบาลในปีนั้นขึ้นเป็น 66 บาท นั่นเท่ากับว่าผมได้ค่าแรงขั้นต่ำทุกปี ส่วนที่ว่าขึ้น มันหายไปกับค่าแรงใหม่ทุกครั้งในหลายๆปี
เริ่มเบื่อกับการทำงาน แต่ไม่มีหนทางไป ทนเสียเวลาอยู่ตรงนั้นนานเกินไปจนเริ่มอิ่มตัว คิดจะหางานใหม่บริษัทใหญ่ๆดีๆ เขาก็เลือกรับเฉพาะคนเรียนจบสูงๆ หนำซ้ำยังมีข้อบังคับเกี่ยวกับอายุซะอีก
ตัวผมไม่ผ่านทั้งสองอย่างไม่ว่าจะเป็นอายุหรือการศึกษา
ข่าวในการหางานใหม่ รั่วไปถึงหูผู้จัดการจนได้ในวันหนึ่ง มีการเรียกเข้าพบถามไถ่ปัญหาที่มี จนถึงมีการพิจารณาผลงานอีกครั้ง มีการปรับเงินเดือนจากรายวันเป็นรายเดือนให้อีก จากค่าแรงรายวันในหนึ่งเดือนที่เคยได้รับสูงสุด 2,700 บาท ได้ค่าแรงใหม่เป็น 5,200 บาท
มันเเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัวเลยนะนั่น แถมพ่วงตำแหน่งหัวหน้ากะเข้าไปอีก(กะที่ผมพูดถึงคือการทำงาน 8 ชั่วโมง จะเรียกว่าหนึ่งกะ โดยมีการทำงาน 3 กะในหนึ่งวัน คือกะเช้า กะบ่าย และกะดึก)
วันหนึ่งหลังจากได้เป็นหัวหน้ากะไม่นาน หัวหน้าคนเก่ามีความจำเป็นต้องลาออก ผมเลยถูกย้ายออกจากในกะไปเป็นหัวหน้าช่างซ่อมบำรุงแอร์ หรือช่างแอร์แทนคนเก่าที่ลาออก
วันหนึ่งเช่นกันคนงานเก่าที่เคยทำงานด้วยกันไม่มาทำงาน มันหายไปเลยเกือบสามอาทิตย์ หอพักก็ไม่มา เสื้อผ้าก็ไม่กลับมาเปลี่ยน มันหายไปเลยเหมือนตายจากกันว่างั้นเถอะ แต่แล้ววันหนึ่งมันก็กลับมา สาเหตุที่มันหายไปเพราะมันหนีตามผู้หญิงไปเที่ยวบ้านเขา มีด้วยหรือนี่ ผู้ชายหนีตามผู้หญิง
เขากำลังเกี่ยวข้าวกัน ผู้หญิงนั้นไม่สามารถกลับได้แต่เขาได้ลางานไว้แล้ว ถ้าผู้ชายอยากกลับก็ต้องกลับคนเดียวว่างั้นเถอะ ฝ่ายชายมันก็แน่มาก เมื่อผู้หญิงไม่กลับมันก็ไม่กลับ แถมแอบได้เสียกันที่ทุ่งนาเสียอีก คนเคยรักกันนี่นา มันก็ย่อมหยอกล้อถึงเนือ้ถูกตัวกันเป็นธรรมดา จนญาติผู้ใหญ่คนซึ่งไม่รู้ว่าทั้งสองได้ปะทะกันมาแล้วแต่พอสังเขป มองว่าไอ้สองคนนี้มันคงมีอะไรกันแล้วเป็นแน่ จึงเรียกทั้งคู่เข้าไปสอบถาม ฝ่ายชายไม่กล้าตอบเพราะกลัวว่าจะทำให้ฝ่ายหญิงเสียหายหรือเดือดร้อน ตอบดีก็คงรอดตัวแต่ถ้าตอบไม่ถูกใจเรื่องร้ายแรงกว่านั้นอาจเกิดขึ้นได้ เพราะเป็นการตอบคำถามบนบ้านเขา คำถามหนึ่งที่มันเล่าให้ฟังคือ
“แม่ถามจริงๆเถอะแกได้กับลูกสาวแม่แล้วหรือยัง” เป็นคำถามจากแม่ผู้หญิงเริ่มก่อน ฝ่ายชายตัวสั่นพูดไม่ออก หันไปรอบๆตัว นอกชานเป็นกลุ่มญาติที่อยากรู้เรื่องราวที่เกิดขึ้น ในกลุ่มญาติผู้ใหญ่ที่มาคือนักเลงเก่าที่มีรอยสักเป็นรอยดำจนไม่เห็นผิวหนังลามขึ้นมาถึงคอ มือถือตะพดเหมือนคนโบราณมองมาที่มันตาไม่กระพริบ มันตัวคนเดียวเพื่อนหรือญาติที่จะคอยช่วยเมื่อเกิดเหตุการณ์นองเลือดก็ไม่มี
มันเองมีความรู้สึกว่า ถ้ามันสามารถกดปุ่มทำให้ตัวมันระเบิดได้ตอนนั้น มันจะทำหรือทำไปตั้งนานแล้ว
ความเงียบครอบคลุมไปทั้งบ้าน คนที่เคยคุยกันอยู่ท้ายๆหรือหลังสุดก็พลอยเงียบไปด้วย
ฝ่ายชายมองแม่ฝ่ายหญิงที่เท้าที่ขาแล้วค่อยๆมองไปที่หน้าแล้วก้มหน้านิ่ง
มันตัดสินใจแล้วว่าคงไม่รอดหรอก วันนี้คงไม่ตายดีแน่ แล้วก็ไม่มีวิธีใหนเลยที่จะเป็นทางออกฉุกเฉินได้ในขณะนั้น
มันก้มลงกราบแม่ผู้หญิงโดยการคลานไปกราบที่เท้าแล้วก็ก้มอยู่อย่างนั้นโดยไม่พูดอะไร เสียงคนขยับตัวเพื่อจะได้ดูให้ถนัด เสียงไอของนักเลงเก่าดังขึ้นสองครั้งติดกัน
ฝ่ายหญิงก็ใจเด็ดลุกขึ้นพูดซะเอง
แม่, น้า แล้วก็พ่อใหญ่อย่าทำอะไรเขานะ หนูรักเขา พร้อมๆกันฝ่ายหญิงก็ก้มเอาตัวเองไปพาดไว้บนหลังของฝ่ายชายที่ก้มกราบยังไม่ได้ลุกขึ้น เหมือนจะบอกว่าใครจะตีเขาให้ตีหนูก่อน
ไม่มีคำตอบที่หลายคนอยากรู้ออกจากปากของคนทั้งสอง แต่การป้องกันอันตรายที่จะเกิดกับคนที่ตัวเองรักกลับบอกเล่าเรื่องราวได้ดีกว่า
เรื่องราวจบลงด้วยดีและค่อนข้างเป็นที่พอใจของคนที่อยู่ในที่นั้น
ดีกว่าการตอบว่า ครับผมได้กันแล้วที่ทุ่งนา โดยเฉพาะอย่างยิ่งคำถามที่น่าเกลียดอย่างอื่นคงตามมาอีก
และก็เป็นการยอมรับข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นของทางญาติผู้ใหญ่ของฝ่ายหญิงว่า ใหนๆมันก็ได้กันแล้วก็ให้มันอยู่ด้วยกันตั้งแต่คืนนี้ซะ
การเกี่ยวข้าวไช้เวลามากกว่าครึ่งเดือน หลังจากนั้นทั้งคู่ได้มาลาออก และผมต้องหาคนงานใหม่มาแทน
คนที่ผมไม่ปลื้มมันโผล่มาแล้วครับ
ผมได้รับอนุญาตจากผู้จัดการให้หาคนมาแทน โดยผมเองไช้วิธีง่ายๆคือเขียนประกาศไปติดไว้ที่ป้อมยาม โดยกำชับกับยามอีกทีว่า ผมไม่เลือกว่าคนที่มาสมัครงานจะจบอะไรหรืออายุเท่าไหร่ ผมเคยถูกจำกัดเรื่องนี้ผมก็เลยอยากแหกกฎดูบ้าง คิดว่าคงมีคนอีกไม่น้อยที่อยากได้โอกาสนี้ ผมไม่อยากเห็นคนผิดหวังเพียงเพราะว่าเขาเรียนมาน้อยหรืออายุมาก
วันที่สี่ของการรับสมัคร มีเหยื่อมากินเบ็ดแล้วครับ
สวัสดีครับ มีคนมาสมัครงานครับ จบ ปวส สาขาเครื่องมือวัดครับ เป็นเสียงของยามโทรเข้ามา
ผมกำลังเขียนรายงานอยู่ คิดว่าคงจะไช้เวลาสักหนึ่งชั่วโมงถึงจะให้เขาเข้ามา แต่อีกใจนึงกลับค้านว่า เอาน่ะอย่าให้เขารอนานเลยเผื่อเขาไม่อยากทำที่นี่เขาจะได้มีเวลาไปหางานที่อื่นต่อ
ผมตอบกลับไปว่า พาเขาเข้ามาเลยครับ ผมรออยู่แผนกแอร์นะ
สักพักยามก็พาคนที่มาสมัครงานเข้ามาหาผม
ผมเห็นครั้งแรกรู้สึกไม่ถูกชะตาเอาเสียเลยกันคนๆนี้ เอกสารที่เตรียมมาไม่ได้อยู่ในซอง บางแผ่นม้วนๆ บางแผ่นไม่สะอาด ดูเหมือนจะมีบางแผ่นที่เปื้อนเครื่องดื่มพวกกาแฟอะไรมาด้วย การตอบคำถามมีการหาวนอนประกอบเป็นระยะๆ
ผมถามเขาว่าเมื่อคืนได้นอนหรือเปล่า
เขาบอกเปล่า นั่งรถมาจากบ้านตั้งแต่เมื่อวานมาถึงหมอชิตตอนตีหนึ่งกว่าๆ ไม่รู้จะไปใหนต่อ ก็นั่งรถขึ้นลงไปเรื่อยๆ
เขาบอกผมว่าเขามีปัญหาบางอย่างที่บ้านเลยต้องออกมาแบบด่วนๆ คิดว่าจะมาหางานทำหรือเป็นการมาตายเอาดาบหน้า
ผมถามว่ากินข้าวมาหรือยัง เขาก็ว่ายัง ผมเริ่มสำรวจการแต่งตัว เสื้อผ้า ผมหน้าตา หลายอย่างประกอบกัน
เขาเป็นคนหน้าตาดีคนหนึ่ง ความรู้ภาษาอังกฤษไม่ดี รู้จากการให้เขาแปลข้อความที่เครื่องโชว์ขึ้นมา คือเครื่องแอร์ที่ผมทำงานอยู่ เป็นเครื่องยี่ห้อ Carrier ขนาดการทำความเย็น 540 tons
เครื่องนี้ดีอย่างนึงคือ จะแสดงข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นให้เรารู้เป็นตัวเลข จากตัวเลขเราสามารถนำไปเช็คกับคู่มือของเครื่องว่าตอนนี้เครื่องมีปัญหาอะไร การแก้ไขหรือควบคุมเครื่องจะไช้หลักการนี้เป็นตัวแก้ไขเพื่อให้เครื่องไม่สะดุด
เขาไม่รู้เรื่องเลย เราคุยเรื่องอื่นๆรวมถึงวิธีการทำงานของเราที่นี่ เขาบอกเขาทำได้
ผมหลอกเขาว่าตามกฎของที่นี่เราจะต้องทดลองงานเขาก่อน 7 วัน ถ้าผ่านเราถึงจะรับ แต่ถ้าไม่ผ่านเราไม่รับและไม่จ่ายค่าแรง 7 วันนั้น จะตกลงทำงานกับเราหรือเปล่า เรามีหอพักไห้อยู่ฟรี ข้าวมีคนหุงไห้ แต่กับข้าวต้องซื้อเองราคาถ้วยละบาท (ราคาในตอนโน้นนนน)
เขายอมรับข้อตกลงทุกอย่างทันที ไม่เหมือนคนอื่นที่ต้องเสียเวลาคิดเหมือนกับจะบอกเราเป็นนัยๆว่า จะเอาหรือไม่เอาดีหว่า ถ้าผมต้องรอให้เขาคิดในการหาคำตอบ ผมตั้งใจว่าผมจะไม่รับเขาเข้าทำงานเพราะไม่ถูกชะตาเป็นทุน แต่เหตุการณ์กลายเป็นว่าเขาทำในสิ่งที่ตรงกันข้าม
การรับคนเข้าทำงานนั้น ผมมองว่าคงเหมือนกับการที่เรามีขนมอยู่หนึ่งก้อน เพื่อนเราอาจจะเดินผ่านมาแล้วผ่านมาอีกหลายคน และในหลายคนนั้นเราอาจจะคิดว่า อย่าให้เขาเลยเขาคงไม่เอาหรอก หรือให้ไปแล้วเขาอาจจะรับไปอย่างนั้นเอง เขาคงไม่กินขนมของเราหรอก แต่กับคนที่เราต้องการให้ เรากลับไม่แคร์ว่าเขาจะกินหรือไม่กินแต่เรามีความมั่นใจว่า เขาต้องรับแน่นอน คนงานคนนี้ก็เหมือนกัน ผมมีอคติกับเขาด้วยไม่ถูกชะตา แต่ยังฝืนที่จะรับเขาเข้าทำงาน ด้วยเหตุผลในใจที่ว่า ลองให้โอกาสเขาดูบ้าง เขาอาจจะดีกว่าคนอื่นก็ได้
ตกลงผมรับเขาเข้าทำงานในตำแหน่งช่างควบคุมแอร์ โดยพิจารณาจากความรู้ของเขาซึ่งดีกว่าช่างคนอื่น ค่าแรงทีได้ก็พลอยดีกว่าคนอื่นไปด้วย เขาชื่อสมชาย ชื่อเล่นชื่อ ไอ้บั้ม
ผมให้เขาทำงานกะเช้ากับผมไปก่อน เพราะต้องการสอนงานให้เขาซักระยะ แล้วจึงจะส่งเขาเข้าไปทำงานในกะ ซึ่งมีปัญหาอะไร ตอนเช้าผมอยู่ผมคงช่วยเขาได้ แต่การเข้าทำงานในกะ อาจเป็นช่วงบ่ายหรือดึก ตอนนั้นเขาคงต้องแก้ปัญหาเองเพราะไม่มีคนอื่น
การทำงานของเขาเป็นไปได้ด้วยดี เขาทำงานได้เร็วแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ที่เกิดขึ้นได้ค่อนข้างทันเวลา การทำงานเป็นกะจะทำกะละหนึ่งอาทิตย์ ดังนั้นในสามอาทิตย์จะวนมาอยู่กะเช้าพร้อมกับผม
ผมซื้อขนมมากินโดยเอามาวางไว้ที่โต๊ะทำงาน ช่างคนอื่นก็มีบ้างที่หยิบไปกินแต่ผมไม่รู้สึกอะไร แต่พอไอ้บั้มมันกินผมกลับรู้สึกว่ามันทำไม่ถูก การทำงานถ้าแอร์ไม่มีปัญหาหลายครั้งที่ผมไปเจอช่างแอร์คนอื่นแอบไปนอนบนดาดฟ้า ผมยังยิ้มหัวเราะไปกับพวกมันได้ ไอ้บั้มก็เจริญรอยตามเขาไปด้วย ผมไปเจอมัน ผมก็ไม่ได้ว่าอะไร แต่ผมยิ้มไม่ออก ไม่อยากคุยเล่นกับมัน งานกินเลี้ยงของบริษัทก็บังเอิญเหลือเกินที่ไอ้บั้มต้องมานั่งติดกับผม การที่แขนเราไปสัมผัสกับแขนของคนอื่นขณะนั่งอยู่ที่โต๊ะ บางครั้งกับบางคนเราอาจไม่รู้สึกอะไร แต่กับไอ้บั้ม ผมรู้สึกมีแววอำมหิตแผ่ออกมาจากตัวมัน การทำดีกับผม ผมก็กลับมองว่ามันสอพลอ การที่มันไปใหนมาใหนแล้วมันซื้อของมาฝากผมก็กลับคิดว่ามันหว่านพืชเพื่อหวังผล เป็นซะอย่างนั้น แต่การพิจารณาผลงานผมกลับไม่ได้แกล้งมัน ผมจะรู้สึกเป็นบาปมากถ้าผมทำอย่างนั้น แต่ก็เคยไม่ใช่ไม่เคย
มีอยู่ครั้งนึงผมลงในใบประเมินผลงานของไอ้บั้ม ผมให้เกรดมันต่ำกว่าความเป็นจริง ผมยิ้มในใจตอนเขียน แต่ผมรู้สึกว่าวิญญาณของคนที่ยังไม่ตายนี่แหละตามมาหลอกผมอยู่ตลอด เจ้าหน้าที่แจ้งให้ส่งเรื่องผมก็ยังตัดสินใจไม่ได้ว่าผมจะตามนั้นดีหรือว่าจะแก้ให้มันใหม่ ตกลงผมไม่แก้ครับผมตัดสินใจส่งเรื่องไปตามนั้น
ผมเดินกลับแผนกด้วยความรู้สึกที่สมน้ำหน้ามัน แต่ในใจด้านดีของผมกลับเตือนผมว่าไปทำเขาอย่างนั้นทำใม ความยุติธรรมของเรามีให้เฉพาะคนบางคนเท่านั้นหรือ จนสุดท้ายผมยอมรับว่าผมผิด ขนมที่มันแอบกินก็ใช่ว่าเราจะกินอีก ถ้าไอ้บั้มไม่กินเราก็คงโยนให้หมากิน แล้วถ้าไอ้บั้มมันกินมันไม่ดีตรงใหน ไอ้บั้มมันนอนตอนทำงาน แล้วคนอื่นมันไม่นอนกันหรือไง ถ้าการนอนในเวลางานคนอื่นไม่ผิดแล้วทำใมไอ้บั้มมันผิดอยู่คนเดียว หลายสิ่งประดังเข้ามาทั้งดีทั้งชั่วลบล้างกันไป จนได้ข้อสรุปว่าไอ้บั้มมันไม่ดี แต่ข้อเสียของมันก็ยังน้อยกว่าคนอื่น
จากออฟฟิตผมเดินช้าๆกลับแผนกแอร์ แต่จากแผนกแอร์ผมวิ่ง 4x100 กลับไปที่ออฟฟิตเพื่อที่จะไปแก้เกรดให้มัน ผมแก้ให้มันแล้วนะครับ
ความหักเหของความรู้สึกเกิดขึ้นเมื่อผมอยากพาทุกคนไปเที่ยวทัศนาจร ผมรับอาสาติดต่อรถนำเที่ยวโดยค่ารถต้องหารกัน มีคนต้องการไปเยอะรวมทั้งไอ้บั้ม..ม่างเอ๊ย..!!!
เราสนุกกันมาก กินเหล้ากันเหมือนเขาแจกให้ฟรี ผมลงเล่นน้ำพร้อมเพื่อนๆอีกหลายคน ไอ้บั้มนั่งกินเหล้าอยู่ที่ชายหาด ตอนขึ้นจากน้ำผมมีความรู้สึกว่าผมอยากลอยตัวอยู่บนผิวน้ำปล่อยให้คลื่นมันกระแทกช้าๆเข้าหาฝั่ง ผมนอนคว่ำหน้าปล่อยให้ตัวเองลอยไปตามคลื่นทะเลโดยเงยหน้าหายใจเหนือน้ำเป็นระยะ
เสียงเพื่อนได้ยินแว่วๆว่า เฮ้ยพี่หมูเป็นอะไรวะ ช่วยกันเร๊ววว
ไอ้บั้มซึ่งอยู่ไกลกว่าเพื่อนกลับเป็นคนที่มาถึงก่อน มันจับผมพลิกหงายช้อนมือขึ้นอุ้มด้านหลังเพื่อให้ผมพ้นน้ำ ความเศร้าบังเกิดกับผมทันที
ไอ้บั้ม กูเนี่ยะไม่เคยคิดว่ามึงดีเลยตลอดเวลาที่ผ่านมา แต่มึงกลับกลายเป็นคนที่ห่วงกูจริงๆ มีอีกหลายคนที่มาช่วยไอ้บั้มหามผมไปนอนบนเก้าอี้ชายหาด และตอนนั้นก็เป็นเวลาที่ต้องกลับพอดี ผมขึ้นรถไปนั่งที่เดิม ความรู้สึกและการกระทำที่เกิดขึ้นผมบอกใครไม่ได้ว่า แท้ที่จริง ตอนนั้นที่จมน้ำและตอนที่นั่งเงียบอยู่บนรถนี่ แท้ที่จริงกูไม่ได้เป็นอะไรเลย กูนั่งสำนึกผิดต่างหากล่ะบั้ม
ไอ้บั้มไปซื้อขนมดอกจอกมาจากใหนก็ไม่รู้มาฝาก ผมเก็บใส่กระเป๋าไว้จนลืม จนวันหนึ่งจะเอากระเป๋าไปซักเพราะมันเปื้อนทรายเปื้อนน้ำทะเล เลยไปเจอขนมไอ้บั้ม
กูบอกมึงตรงๆนะไอ้บั้ม ขนมมึงถุงนั้นน่ะหยาบ เหนียว น้ำมันที่ใช้ทอดเหม็นหืน
แต่ความดีของมึงมันทำให้ขนมถุงนั้นอร่อยมาก และต่อไปนี้กูจะดีกับมึงแล้วนะ




 

Create Date : 29 มกราคม 2553    
Last Update : 29 มกราคม 2553 23:05:48 น.
Counter : 196 Pageviews.  

เขาเป็นคู่ชีวิตของผม

ผมแต่งงานใหม่เมื่ออายุเกือบจะ 45 เมียผมอายุ 46 เขาเป็นพี่ผมปีนึงเต็มๆ
แรกๆเขาดีกับผมมากยอมเป็นช้างเท้าหลังตลอด เดี๋ยวนี้เขาขอทำในสิ่งที่ตรงกันข้ามบ้าง
..อำเภอสูงเนินจังหวัดโคราช
ครับกามเทพแผลงศรให้หนุ่มวัยดึกพบรักกับสาววัยคะนองที่นั่น ผมเคยแต่งงานมาแล้วครั้งนึงแต่การใช้ชิวิตคู่ไม่สามารถเดินไปได้ด้วยกันตลอด
เขาคนนั้นผิดในการครองรักครองใจในขณะที่อีกคนไปทำงานในต่างประเทศ
เขามีคนอื่นในขณะที่ผมไม่รู้และส่งเงินที่ได้จากการทำงานหลายปีเกือบทั้งหมดมาให้เขาตลอด นั่นเป็นรักและเป็นการกลับไปยืนในจุดเริ่มต้นใหม่อีกครั้งของผม
ผมไม่อยากเล่าความผิดหวังในครั้งนั้นเท่าใดนัก แต่ถ้ามีคนอยากฟังเพื่อเป็นข้อคิดหรือคติเตือนใจ ผมก็จะเล่าให้ฟังภาคสองแล้วกันนะครับ
พี่ชายของผมแต่งงานกับสาวบ้านเดียวกับเมียผมคนปัจจุบัน เมียผมกับพี่สะไภ้ผมเป็นเพื่อนกัน หลายสิ่งหลายอย่างในครอบครัวถูกถ่ายทอดไปสู่หูของเมียผมค่อนข้างละเอียด เพราะพี่สะไภ้ผมเป็นคนที่รู้หรือมีอะไรในใจไม่ได้
แกจะต้องเล่าและระบายออกให้หมดไม่งั้นแกนอนไม่หลับ เมียผมพลอยรับรู้เรื่องราวต่างๆของตัวผมไปด้วย
เธอสงสารและเห็นใจผมจากข่าวที่เธอได้รับรู้เพิ่มขึ้นเป็นลำดับจากพี่สะไภ้ผม จนถึงวันที่เราได้แต่งงานกัน
เรื่องตลกเกี่ยวกับเธอและการกระทำของเธอกำลังจะเริ่มแล้วครับ

เธอเป็นช่างเสริมสวยอยู่กับบ้านรายได้ประมาณ 300-500 บาทต่อวัน
วันนึงผมกลับไปพักร้อน ผมทำงานอยู่สิงคโปร์ครับ
นานๆครั้งจะกลับบ้านทีนึงก็อยากจะเอาใจเมียเสียหน่อย เย็นวันนั้นเลยชวนเมียกะจะออกไปหาอะไรกินกัน
ผมยังไม่ได้ขยับริมฝีปาก เธอดันแย่งซีนของผมไปครองซะก่อน
พี่ๆ เราออกไปหาอะไรอร่อยกินกันดีมะ
เธอยอมเรียกผมว่าพี่ทั้งๆที่เธออายุมากกว่าผมหนึ่งปีเพื่อที่จะทำให้ภาพลักษณ์ของเราดูดี ไม่เป็นขี้ปากของสังคม
มันจะเป็นยังไงนะ ถ้าผมต้องเรียกเมียผมเมื่ออยู่กลางกลุ่มคนมากๆว่า
พี่เดี๋ยวพี่ไปหาผมที่ สุกี้เอ็มเคนะ
มันอาจจะไม่แปลก แต่เธอรับไม่ได้ เธอบอกว่ามันดูไม่ดีและดูผิดธรรมชาติ
เดี๋ยวเขาเรียกตัวเองว่าพี่ก็แล้วกัน มันดูเป็นกันเองและธรรมชาติดี
คนอื่นเขาไม่รู้หรอกว่าเราแหกกฏเกณฑ์ที่มีอยู่
ใครมันจะมารู้ดีไปกว่าเราสองคน
ทุกครั้งที่คุยกับคนอื่นเราไม่จำเป็นต้องแสดงบัตรประชาชนนี่
นั่นเป็นเหตุผลของเธอ
ผมตกลง โดยบอกกับเธอว่าพี่กำลังจะชวนสมออกไปกินอะไรนออกบ้านอยู่พอดีเหมือนกัน เมียผมชื่อนำหน้าว่าสม ผมเรียกเธอว่าสมครับ ดูเหมือนเหตุการณ์จะพลิกล็อกอย่างปัจจุันทันด่วน ก็อย่างที่ผมบอกนั่นแหละครับว่าเมียผมเป็นช่างเสริมสวย เธอรักสวยรักงามอยู่บ้าง
การออกไปกินข้าวนอกบ้านของผมคือขี่มอเตอร์ไซค์ออกไป
มันทำให้เธอหัวฟู ไม่สวยเท่าที่ควร
พี่ๆ บางครั้งเค้าก็อยากมีรถนะ ไปใหนมาใหนจะได้ก้าวขาช้าๆลงจากรถบ้าง
มันดูเหมือนคนมีตังค์ แถมมีสง่าราศีดี นะพี่นะ พี่ว่ามะ
ผมบอกเธอว่าเดี๋ยวเราช่วยกันเก็บเงิน กะอีแค่รถซักคนมันคงไม่เกินความสามารถที่พี่จะหาให้สมหรอก
เธอพริ้มตาหลับลงช้าๆเหมือนพอใจในคำตอบที่ได้รับ
ว่าแต่ว่าสมอยากกินอะไรดีล่ะ
อะไรก็ได้พี่ที่มันง่ายๆ
ผมเตรียมรถออก เธอขึ้นซ้อนท้ายอย่างเป็นงาน
อากาศช่วงเย็นบ้านผมค่อนข้างหนาว นานๆกลับมาบ้านแถมแต่งงานกันไม่นาน มันเลยดูเหมือนเราสองคนเป็นของใหม่ของกันและกัน
สมกอดพี่หน่อยได้ไม๊พี่หนาว
คำเตือนแรกไม่ได้ผล หนำซ้ำมือที่วางอยู่ข้างตัวเมื่อสักครู่
กลับเอื้อมไปข้างหลัง เอามือไปโหนตะขอเหล็กที่อยู่ท้ายเบาะ
เธออาจจะไม่ได้ยินสิ่งที่ผมขอ เพราะอยู่ๆผมก็พูดลอยๆขึ้นมา
สม
หือ
สมกอดเอวพี่หน่อยนะ พี่หนาว
ไม่เอาหรอกพี่เราไม่ใช่เด็กๆ สมอายคนอื่น
เราเป็นผัวเมียกันทำไมต้องอาย เอาหน่อยกอดพี่หน่อยนะ พี่อยากไห้สมกอด
ไม่อาววว สมทำไม่ได้หรอก
ตกลงเธอไม่กอดผมเลยครับท่านผผู้อ่าน
ผมพาเธอไปในเมืองเพื่ออะไรกินตามแผนการณ์ที่กำหนดไว้ จนผ่านร้านก๋วยเตี๋ยว ซึ่งผมถือว่าเป็อาหารที่เราสามารถปรุงรสได้เองตามใจชอบหลังจากเขายกมาเสริ์ฟ
ไม่เอาหรอก ก๋วยเตี๋ยวร้านนี้ใช้น้ำส้มอะไรก็ไม่รู้ กินทีไรท้องเสียทุกที
ผัดไท ร้านตรงข้ามดีมะ เขากำลังผัด ดูสิกลิ่นหอมมาถึงนี่เลย
ไม่เอาหรอก ร้านนี้ใส่น้ำมันเยอะเกิน
ผมเปลี่ยนใจจากการที่จะนั่งกินอาหารจานเดียวเป็นไปนั่งกินตามร้าน แล้วสั่งอาหารหลายๆอย่างมากิน โดยมีเหตุผลในใจว่าเธอไม่ชอบอย่างนี้ เธออาจจะชอบอย่างอื่น เราต่างก็จะได้กินอาหารที่ตัวเองชอบ
ไปกินร้านรอรักกันดีไม๊
ร้านนี้จะอยู่ปากทางเข้าอำเภอสูงเนิน อาหารอร่อย ราคาถูก เป็นร้านเล็กๆเป็นเพิงอยู่ข้างถนน
ไม่เอาหรอกคนเยอะ
ร้านแล้วร้านเล่า เธอก็ไม่กิน โดยเธอให้เหตุผลที่ต่างกัน
ความยุ่งยากเริ่มก่อเค้าทะมึนอยู่เหนือหัว
แล้วใหนเธอบอกกินอะไรก็ได้ที่ง่ายๆ
แล้วผ่านมาแล้วประมาณ 10 ร้าน เสนอรายการอาหารให้เลือกมาแล้วไม่ต่ำกว่า 15 อย่าง
ไอ้คำว่า อะไรก็ได้ ง่าๆยของผู้หญิงนี่มันไม่ง่ายหรอกนะ
ตกลงผมตัดสินใจกินก๋วยเตี๋ยวหมูของโปรด โดยมีเธอนั่งเป็นกำลังใจอยู่ข้างๆ
จนถึงตอนกลับ รายการอาหารโปรดของเธอก็ยังไม่เป็นชิ้นเป็นอัน
ถึงบ้านพอลงจากรถ ระหว่างที่ผมเข็นรถเข้าไปเก็บ
เธอเดินไปอีกฝั่งของบ้าน
สักพักเห็นเธอเดินกลับออกมา สังเกตุไม่ยากก็รู้ว่า มีเงามีดแว็บๆ ติดมือมา เธอเดินอย่างเร่งรีบตรงมาที่ผม (ขออนุญาตดื่มน้ำปัสสาวะหน่อยครับ)

อายุที่เพิ่มมากขึ้น บางครั้งมันทำให้ความร้อนแรงของอารมณ์ที่เคยมี หรือ
ที่เป็นอยู่เย็นลงกว่าแต่เดิมมาก บางสิ่งบางอย่างที่เกิดขึ้นต่อหน้า เราจะต้อง
เข้าไปมีส่วนและต้องรู้ความจริงและรายระเอียดให้ได้ว่าอะไรเป็นอะไร ตอน
นี้อารมณ์ที่ว่าก็ยังคงมี แต่กลายเป็นว่าเรื่องบางเรื่องเราไม่จำเป็นต้องรู้ก็ได้
เมียผมเดินผ่านผมไปในซอกเล็กๆระหว่างตัวบ้าน กับห้องน้ำที่อยู่นอกบ้าน
ผมเองอยากเดินตามไปเนื่องจากยังกรุ่นๆตอนที่บอกให้เขากอดแต่เขาไม่
กอด อารมณ์ตอนนั้นอยากทำอะไรซักอย่างเพื่อระงับและผ่อนคลายอารมณ์
ที่มีอยู่สูงให้มันต่ำลงมาสักนิดก่อนถึงเวลาจริง
ผมจะไปบีบก้นเมียผมในที่ลับๆตาคนตรงนั้นดีไม๊นะ
คำตอบออกมาเร็วกว่าเครื่องคำนวณใดๆในโลกว่า ดี
ผมกระหึ่มในลำคอเล็กน้อยก่อนที่จะตามเข้าไปโดยไม่ลืมมองซ้ายมองขวา
ว่าพ่อตา แม่ยายผมจะอุตริไปยืนแถกเหงือกอยู่แถวๆนั้นหรือไม่ ทุกอย่าง
เหมือนออกแบบไว้ดิบดี หนทางตามแผนราบรื่น
ผมทำเป็นเดินลอยชายดูเหมือนไม่เร่งรีบ แต่ในใจกระโดดนำหน้าไปไกล
แล้ว อากาศยามเย็นยังคงพอมองเห็นได้ชัด ชัดจนพอที่จะรู้ว่าเมียผมออก
ไปยืนอีกฝั่งของรั้วเพื่อสอยมะขามเทศจากฝั่งนอกรั้ว โดยยื่นไม้มาบริเวณที่
ผมยืนอยู่ มีมะขามเทศหล่นอยู่ตามดินแต่พองาม
มีดที่เธอถือมาเดาได้ว่าคงเอามาตัดกิ่งไผ่แถวนั้นแล้วผ่าเป็นแฉก เศษไม้
ท่อนเล็กๆใส่เข้าไปแล้วมัดเป็นง่ามเพื่อสอยมะขามเทศ
พี่ๆ ชว่ยเก็บมะขามเทศไห้หน่อย จะค่ำแล้วเดี๋ยวมองไม่เห็น
วันนี้ไอ้นก(ชื่อคู่เขยของผม มันอายุเท่าผมแต่มันได้กับน้องสาวเมียผม)มัน
ตำน้ำพริกปลา อยากกินมะขามเทศจิ้มกับน้ำพริก ตอนออกไปกับพี่เลยไม่
กล้ากินอะไร กลัวกินข้าวไม่อร่อย เธอพูดไปผมเก็บมะขามเทศตามดินไป
จนได้ยินเสียงสุดท้ายว่า พี่เก็บหมดแล้วพี่เดินย้อนไปบ้านเลย พี่อย่าออก
มานะ กลัวงู เมื่อวานพ่อเจอไข่งูแถวนี้ เดี๋ยวเค้าจะเดินอ้อมไปบ้านทางนี้
แผนผมแตกระเอียด มะขามเทศที่ว่าไม่รู้เก็บหมดหรือไม่หมด อารมณ์เหือด
หาย สละมะขามเทศที่ที่ยังไม่ได้เก็บทั้งหมดทิ้ง กระเจิงออกมาจากที่ตรงนั้น
ตั้งแต่ได้ยินคำว่างูครั้งแรก
ไม่ลืมกระหึ่มในลำคออีกครั้งว่า
สำคัญนักนะมรึง อาหารง่ายๆของมรึง กรูเกือบเอาชีวิตไม่รอด ชิ

รุ่งขึ้นอีกวันผมมีแผนที่จะไปเยี่ยมแม่ซึ่งอยู่อีกฟากหนึ่งของประเทศไทย
ก่อนไป ผมโทรไปถามแม่ว่า
แม่พรุ่งนี้ผมจะไปหาแม่นะ ฟังดูเหมือนจะห้วนไปสำหรับคนที่ไม่เจอกันนาน
กับแม่นี่ผมเคยอ่านหนังสือหรือคนเล่าให้ฟังผมก็ไม่แน่ใจ (ก็มันนานมาแล้ว
นี่ ใครจะไปจำได้)
เขาว่า คนแก่จะเริ่มเหงาเมื่อลูกหลานไม่อยู่ด้วย อาจเป็นเพราะมีความจำเป็น
ต้องไปทำงานไกลๆ นานๆจึงมีโอกาสเจอกันที ระยะเวลาที่ห่างเหิน กับรส
สัมผัสระหว่างแม่กับลูก มันพลอยหายไปด้วย รสสัมผัสของแม่ผมสามารถ
บอกได้ถูกถึงแม้จะไช้คนสักร้อยคนมาจับตัวผมแล้วให้ผมทาย
มันมีสื่อลึกๆที่รู้สึกได้ว่ามันมีความรู้สึกอบและอุ่นมาพร้อมกับรสสัมผัสนั้น
กอดแม่บ้าง นวดแขนนวดขาให้แม่บ้าง แม่จะได้เติมเต็มความรู้สึกห่างหายที่
เป็นอยู่ แม่จะได้รู้สึกดีขึ้น
การกอดควรจะทำเฉพาะคนที่เคยกอด ถ้าไม่เคยทำเลยไม่ต้องดัดจริตทำก็
ได้ เดี๋ยวโดนแม่ถีบจะหาว่าไม่เตือน เอาเป็นว่าใครเคยรักเคารพแม่วิธีใหน
นานๆครั้งเจอกับแม่ทีนึง ทำให้แม่ชื่นใจด้วยนะครับ
แม่ พรุ่งนี้ผมจะไปหาแม่นะ แม่อยากกินอะไรบ้าง
มาเถอะลูกไม่ต้องซื้ออะไรมานะ แม่ไม่อยากกินอะไร
แล้วแม่อยากได้อะไรหรือเปล่าแม่
แม่อยากได้เงินลูก อย่างอื่นแม่ไม่อยากได้อะไร
โห คำตอบของแม่ชัดมาก ชัดโดยไม่ต้องย้ำเป็นครั้งที่สอง
ผมก็ว่าจริงนะ ตัวเราก็เหมือนกัน แต่ก่อนชอบเพลงนี้มาก ชอบจนคิดว่าเพลง
นี้ทำใมมันโดนหัวจิตหัวใจเราได้ขนาดนี้ จนสาบานกับใจตัวเองว่า เพลงที่เรา
รอคอยมาแสนนานคือเพลงนี้นี่แหละ จะไม่ขอเปลี่ยนใจไปชอบเพลงอื่นอีก
เด็ดขาด เป็นไงเป็นกัน อยู่มาวันหนึ่งมันเบื่อว่ะ เบื่อจนข้ามเพลงแทบไม่ทัน
โหใจเรานี่มันเป็นเอามาก(รักษายากด้วยมั๊ง)
ของฝากแม่ก็เหมือนกัน เราอาจจะเคยรู้ว่าแม่ชอบ พิซซ่า (เว่อร์ไปนิ๊ดนะ
แม่) แต่วันเวลามันผ่านมาแล้วกี่ปีกันล่ะ เรายังนึกว่าแม่ต้องชอบของเดิมอยู่
อีก ของฝากบางอย่างเป็นของฝากจริงๆ คือกินไม่ได้ ผู้รับ รับไปแล้วเก็บก็
อย่างเดียว แต่อย่างว่าละนะ ถ้ามัวถามก่อนแม่ก็ไม่ตื่นเต้ลลกันพอดี ส่วนตัว
ผมให้เป็นเงินอย่างเดียว ผมกลับแล้วแม่อยากได้ อยากกินอะไรแม่สามารถ
สนองตอบความต้องการของตัวเองได้ตรงจุดมากกว่าใ
ผมพาสมไช้ทางลัดที่เขาใหญ่เพื่อไปบ้าน รู้สึกร่มรื่นกับป่าเขาได้พอสมควร
ช่วงหนึ่งของการเดินทาง อีกฟากเป็นช่องทางสร้างใหม่ซึ่งปิดไม่ให้ใช้ ทุก
คนหรือรถทุกคันจะถูกบีบเหมือนการเดินทางเข้าสู่ปากขวด รถจะวิ่งสวนไป-
กลับในถนนเส้นเดียวกัน
ผมวิ่งตามรถบรรทุกต้อยๆเพราะต้องการความปลอดภัยมากกว่าความเร็ว จะ
ถึงบ้านเช้า สาย บ่าย หรือค่ำ ยังไงแม่ก็ต้องรอผมอยู่ดี ช้าหน่อยผมโทรบอก
แม่ก่อนก็ได้ ไม่สามารถเดินทางได้ ก็สามารถยกเลิกการเดินทางหรือไปวัน
อื่นได้ แม่ไม่โกรธผมหรอก
แต่คนที่นั่งมาข้างๆเริ่มไม่พอใจ อยู่ด้วยกันมาจนรู้ว่าเวลาเขาโกรธ ริมฝีปาก
ด้านบนจะค่อยๆยกสูงขึ้น เมื่อใดที่ริมฝีปากเกือบถึง หรือครอบไปบนจมูก
ของนางแล้วไซร้ นั่นหมายถึงเหตุการณ์ได้เข้าสู่ความหมายที่ว่า ยากแก่การ
เยียวยาเป็นแน่แล้ว
จะมัวขับตามหลังเขาอยู่ทำใม แบบนี้เมื่อไหร่จะถึง แซงไปเลยสิกลัวอะไร
ผมไม่ชอบคำหมิ่นประมาท ลูกบ้าเยอะ จัดให้ตามคำขอทันทีโดยไม่ดูว่าตรง
นั้นแซงได้หรือไม่ได้
เลยสิบล้อไปนิดเดียว เห็นเงาตะคุ่มๆเดินออกมาจากต้นไม้ข้างทาง ด้วยว่า

อายุมากแล้วสายตาฝ้าฟางลงไปมากจึงมองไกลไม่ชัด
สมเมียผมซึ่งนั่งอ้อยสร้อยเป็นนางกวักอยู่ข้างๆใส่แว่น การเห็นของเขาคงจะ
ดีกว่า ผมเลยหันไปถามเธอ และโชคดีที่ริมฝีปากด้านบนได้ลดลงมาบ้าง
แล้ว
สม..! นั่นตัวอะไรเดินออกมาจากต้นไม้ข้างทาง มายืนกวักมืออยู่กลางถนน
ดูไกลๆเหมือนอึ่งอ่างสำลักแมงเม่าไงก็ไม่รู้
จะอึ่งอ่างสำลักแมงเม่าได้ไง เจ้าพ่อเขาใหญ่นะนั่น
แล้วรถของเราก็จอดอย่างสงบตรงหน้าเจ้าพ่อเขาใหญ่ ซึ่งเราไม่รู้ว่าเขาเป็น
ใคร ผมอาจโดนหลอกจากคนที่ชอบฉวยโอกาส ผมไม่เชื่อว่าตำรวจจะไปหา
หลบอยู่ตามสุมทุมพุ่มไม้ในการปฏิบัติหน้าที่
มาจากใหน จะไปใหน คร๊าาบ
เจ้าพ่อเขาใหญ่พูดดีกว่าที่คิดไว้แฮะ จากโคราชจะไปหาแม่ที่วังน้ำเย็นครับ
ห้ามแซงในทางโค้งทราบไม๊ครับ ขอดูใบขับขี่ด้วยครับ
ลืมเอามาครับ ตอบไปอย่างนั้นโดยสัญชาตญาณ เพราะรู้ว่าถ้าใบขับขี่ถึงมือ
เขาจะเป็นการต่อรองยาก ได้คืนยาก อ้อยถึงปากช้างแล้วนี่
การบอกว่าลืมไม่เคยมีปรากฏ ว่าโดนฆ่าหรือยึดรถ
ผมหันไปจะขอคำปรึกษาจากสมซึ่งค่อนข้างจะมีประสบการณ์มากกว่า
เสียงรูดซิปกระเป๋าถือดังครืด ครืด ด้วยความเหนียว
แบ๊งค์ร้อยสองใบติดมือออกมา
เอาตังค์ช่วยค่าน้ำเขาหน่อยพี่
ผมรับมาอย่าง งง งง พร้อมกับเตรียมจะส่งออกนอกหน้าต่างรถ
ไม่ได้ครับ..ไม่ได้ครับ ต้องพับก่อบแล้วเอาใส่ในแผ่นพับนี่ครับ
พร้อมกันนั้น แผ่นพับสีดำคล้ายๆตามร้านอาหารใช้กัน ก็ถูกส่งเข้ามา
(เหมือนกำลังได้รับเทียบเชิญไปร่วมงานระดับชาติยังไงก็ไม่รู้)
เสียงแว่วๆ ว่าเชิญครับ โชคดีครับ แว่วๆมาให้พอได้ยิน เหมือนกับจะบอกว่า
พวกมรึงไปกันได้แล้วกระนั้น
โล่งอกไปที เหมือนปัญหาทุอย่างจะหมดไป ว่าจะหันไปยิ้มหวานๆกับ
นางกวักที่นั่นอยู่ข้างๆซะหน่อยที่ช่วยหาทางออกให้
ฉีกยิ้มได้แค่ครึ่งเดียว ต้องหุบกระทันหัน ด้วยคำถามที่สวนมาแบบฟ้าผ่าบน
เขาใหญ่
ให้เขาไปเท่าใหร่
อ้าวก็สองร้อยไงงง
หุย ที่จริงร้อยเดียวก็ได้ ให้ไปทำใมตั้งสองร้อย
กรูแค่คนกลางรับมาแล้วก็ส่งต่อเท่านั้นนะเฟร้ยยย
หลายท่านคงเคยเห็นสุนัขเวลามันไม่เข้าใจในสิ่งที่มันเห็น
....ผมเองก็เช่นกัน










 

Create Date : 26 ธันวาคม 2552    
Last Update : 24 ธันวาคม 2553 21:19:18 น.
Counter : 242 Pageviews.  

1  2  3  

BlogGang Popular Award#13


 
Muhin
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add Muhin's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.