@@พลังคู่กับ ความดี ขาดความดี พลังก็หมด ความสุขก็หาย@@
Group Blog
 
All Blogs
 
คุณอยากรู้ไหม " ทำไมมุสลิมจึงมีภรรยาได้ 4 คน"

ทำไมมุสลิมมีภรรยาได้ 4 คน?

ถ้าใครบอกว่าศาสนาอิสลาม เป็นศาสนาที่อนุญาตมีภรรยาได้เยอะที่สุด ผมก็จะขอเถียงว่าอิสลามเป็นศาสนาที่อนุญาตให้มีภรรยาได้น้อยที่สุดต่างหากล่ะครับ! งงใช่ไหมล่ะครับ? ยังไม่พอแค่นั้นครับ ผมจะให้คุณงงเพิ่มเข้าไปอีก.. เนื่องจากสังคมปัจจุบันมองว่าอิสลามเป็นศาสนาที่กดขี่สตรีเพศ ผมก็จะขอเถียงว่าอิสลามเป็นศาสนาที่ยกฐานะของสตรีต่างหากล่ะครับ! งงว่าทำไมมันถึงกลับตะละปัดอย่างนี้ใช่ไหมครับ? สาเหตุที่คุณงงก็เพราะคุณไม่เคยดูคัมภีร์หรือบัญญัติศาสนาของคุณเลย ส่วนอีกประการคือคุณไม่เคยใคร่ครวญถึงอดีตเลย นอกจากมีประวัติศาสตร์ไว้เป็นเพียงตำนานเล่าขานหรือไว้เรียนเพื่อให้สอบผ่านก็เท่านั้น

ประการแรกเรามาดูเรื่องบทบัญญัติของคัมภีร์กัน.. คัมภีร์อัล-กุรอานได้บัญญัติเรื่องแต่งงานไว้ว่า “หากพวกเจ้าไม่สามารถให้ความยุติธรรมแก่บรรดา(สตรี)กำพร้าได้ ก็จงแต่งงานกับสตรีที่ดีแก่พวกเจ้า จะสองคน หรือสามคน หรือสี่คน แต่ถ้าพวกเจ้าเกรงว่าจะไม่สามารถให้ความยุติธรรมได้ก็จงแต่งงานกับสตรีเพียงคนเดียว หรือไม่ก็สตรีที่มือขวาของเจ้าครอบครองอยู่(คือทาสหญิง) นั่นเป็นสิ่งดียิ่งกว่าในการที่พวกเจ้าจะไม่ลำเอียง” (คำแปลบทอัน-นิซาอฺ โองการที่ 3) ดังนั้นคัมภีร์อัล-กุรอานของศาสนาอิสลามจึงเป็นคัมภีร์เดียวนะครับที่มีระบุประโยคที่บอกว่า “จงแต่งงานกับสตรีเพียงคนเดียว” ซึ่งประโยคนี้ไม่มีถูกบัญญัติไว้ในคัมภีร์ของศาสนาอื่นเลยซักเล่มเดียว และศาสนาอิสลามได้จำกัดจำนวนของการมีภรรยาไว้อย่างชัดเจน ซึ่งการจำกัดจำนวนของการมีภรรยานั้นไม่มีในศาสนาอื่นนะครับ นั่นหมายความว่าศาสนาอื่นอนุญาตให้มีภรรยากี่คนก็ได้โดยที่ไม่จำกัดจำนวนไงครับ แต่สังคมเราปัจจุบันลืมข้อนี้ไปซะสนิท มนุษย์เราขี้ลืมจนถึงขั้นลืมประวัติศาสตร์ของบรรพบุรุษตน.. คนไทยในอดีตมีภรรยากันเป็นสิบ ยิ่งมียศศักดิ์สูงก็ยิ่งมีภรรยามาก แต่การมีภรรยาหลายคนของคนในอดีตเขาไม่ได้ให้ความเท่าเทียมแก่บรรดาภรรยา เขาจะยกย่องภรรยาคนแรกมากที่สุด ส่วนคนต่อๆมาจะถือว่าเป็นนางสนมหรือไม่ก็เมียน้อย ซึ่งพฤติกรรมเหล่านี้เป็นสิ่งที่ศาสนาอิสลามไม่เห็นด้วย ดังนั้นอิสลามจึงเป็นศาสนาที่มายกเลิกอนารยธรรมเหล่านี้ต่างหากล่ะครับ อิสลามไม่มีเมียหลวงเมียน้อย แต่จะมีกฎข้อบังคับให้สามีให้ความเท่าเทียมกับภรรยาทุกๆคน เราจะไม่เรียกว่าใครเป็นเมียหลวงเมียน้อย แต่จะเรียกเป็นภรรยาคนที่ 1..2..3..4.. นอกจากนั้นแล้วอิสลามก็เป็นศาสนาที่มายกสถานะของสตรี จากในอดีตที่ผู้คนถือว่าสตรีเป็นสินค้า แต่อิสลามได้เข้ามายกสถานะสตรีซึ่งเป็นเพศแม่ ให้ได้ถูกรับการปกป้องคุ้มครองจากสามีและกฎหมายอิสลาม ในขณะที่สังคมยุคปัจจุบันกำลังจะนำอนารยธรรมในอดีตกลับมาใช้คือ เห็นผู้หญิงเป็นสินค้าและมีหน้าที่ไว้บำเรอให้ความสุขแก่ผู้ชาย ไม่ว่าจะปรากฏในรูปของโสเภณี, ดารานักร้อง, หรือนักเต้นโชว์ก็ตาม(ในอดีตกาลก็มีสิ่งเหล่านี้) ซึ่งสังคมเราก็กำลังนำสิ่งต่ำทรามในอดีตกลับมาใช้ใหม่

ประการต่อมาคือเหตุผลของการตั้งกฎบัญญัติ ซึ่งเราก็ทราบแล้วว่าเป็นบัญญัติที่มาจากพระเจ้า ซึ่งหวังดีและเอื้ออำนวยประโยชน์ให้มนุษย์เสมอ ไม่ใช่มนุษย์ผู้ชายหน้าไหนมาตั้งกฎเอง หรือนบีมุฮัมมัดซึ่งเป็นผู้ชายได้ออกบัญญัติเพื่อเข้าข้างเพศตนเอง(ดังที่คนชอบกล่าวหากัน) แต่กฎระเบียบทั้งปวงมาจากพระผู้เป็นเจ้า ซึ่งสร้างมนุษย์มาและรู้ถึงธรรมชาติของมนุษย์อย่างดียิ่ง

ธรรมชาติของผู้ชายนั้น จะมีความชอบหรือพอใจในผู้หญิงหลายคน โดยธรรมชาตินั้นมีความแข็งแรง มีความเป็นผู้นำ ส่วนผู้หญิงนั้นเป็นเพศที่อ่อนแอ มีความพอใจที่จะอยู่ในการดูแลของผู้ชาย และโดยธรรมชาติแล้วเป็นช้างเท้าหลัง (ถ้าไม่มีเท้าหลัง ช้างก็เดินไม่ได้)

การที่มนุษย์สร้างแนวคิดใหม่ๆ ขึ้นมาว่าผู้หญิงเท่าเทียมกับชายหรือสามารถทำอะไรได้เหมือนผู้ชายนั้น ขัดกับหลักความเป็นจริงทางธรรมชาติของมนุษย์โดยสิ้นเชิง เป็นเพียงการหลอกตัวเองและเป็นความคิดที่เพ้อเจ้อ.. เราลองคิดตามกันดูว่า..นักวิ่งที่วิ่งเร็วที่สุดเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย? ..นักมวยที่เก่งที่สุดเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย? ..นักแข่งรถที่เก่งที่สุดเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย? ..นักยกน้ำหนักที่ทำสถิติได้สูงที่สุดเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย? ..และตกลงเพศชายหรือเพศหญิงครับที่เป็นฝ่ายตั้งท้องและให้นมลูก? ..นี่คือธรรมชาติครับ ผู้หญิงไม่สามารถทำอะไรได้เหมือนผู้ชาย และผู้ชายก็ไม่สามารถทำอะไรได้เหมือนผู้หญิง

..ในมุมมองของผู้คนสังคมปัจจุบันนั้นปฏิเสธไม่ได้ว่าถูกล้างสมองให้มีความเลื่อมใสศรัทธาต่อระบบ“ผัวเดียวเมียเดียว”กันไปหมดแล้วไม่เว้นแม้แต่มุสลิมเอง แต่ในความเป็นจริงแล้วการกำหนดให้ผู้ชายทุกคนมีภรรยาคนเดียว เป็นสิ่งที่ขัดกับความเป็นจริงในทางปฏิบัติ เพราะอย่างที่เราทราบกันว่าจำนวนของผู้หญิงบนโลกนั้นมีมากกว่าชาย

ในนิวยอร์ครัฐเดียวมีผู้หญิงมากกว่าผู้ชายถึง 1 ล้านคน ในรัสเซียมีผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย 9 ล้านคน และในอเมริกานั้นมีสตรีที่หาสามีไม่ได้จำนวนมากกว่า 30 ล้านคน! (เนื่องจากผู้ชายชาวอเมริกันไปเป็นเกย์กันเยอะด้วยส่วนหนึ่ง) ส่วนในอังกฤษสตรีมีมากกว่าชาย 4 ล้านคน ในเยอรมันมีหญิงมากกว่าชาย 5 ล้านคน และสำหรับเฉพาะรัสเซียแค่ประเทศเดียวมีสตรี 9 ล้านคนที่ยังหาสามีไม่ได้! ….เพราะฉะนั้นเมื่อเรารู้ถึงความเป็นจริงข้อนี้แล้วยังจะมีคำถามอยู่อีกหรือไม่ว่า “ทำไมไม่ให้ผู้หญิงมีสามีได้ 4 คน บ้าง”! (นึกภาพดู ถ้าคุณมีสามี 4 คน แล้วในขณะที่คุณท้องอยู่น่ะนะ สามีทั้ง 4 คุณวุ่นแน่นอนครับ)

เมื่อเราทราบสถิติข้อเท็จจริงดังกล่าวนี้แล้ว ตกลงจะเลือกแบบไหนดี

ระหว่างให้สตรีที่เป็นโสดได้ไปแต่งงานกับคนที่มีภรรยาแล้ว..? หรือให้สตรีที่เป็นโสดได้เป็นโสดต่อไป หรือไปเป็นโสเภณีไว้รับใช้ในสถานบริการสำหรับสามีที่แอบหนีภรรยามาเที่ยว?

และสำหรับเรื่องสถานขายบริการทางเพศ(ไม่ว่าจะปรากฏในรูปของสถานบันเทิงชนิดใดก็ตาม) นั่นก็คืออีกปัญหาหนึ่งของสังคม บรรดานักเรียกร้องสิทธิสตรี(ที่เกลียดระบบเมีย 4 ของอิสลาม) เขาไม่เคยเล็งเห็นถึงโทษของการบังคับให้ผู้ชายมีภรรยาได้คนเดียว เขาคิดว่าสถานบริการต่างๆทั่วโลกที่ทำกำไรมหาศาลทุกวันนี้ได้ลูกค้ามาจากไหนกันนักหนาล่ะ? ก็สามีพวกคุณทั้งนั้นแหละ! เพราะความพอใจในผู้หญิงหลายคนนั้นเป็นนิสัยโดยธรรมชาติของผู้ชาย ดังนั้นอิสลามจึงป้องกันปัญหาเรื่องความมักมากของผู้ชายไม่ให้ไปมีความสัมพันธ์กับหญิงอื่นอย่างไม่ถูกต้อง จึงให้มีการแต่งงานซะ แล้วสตรีคนนั้นก็ถือว่าเป็นภรรยาของคุณ ซึ่งมีสิทธิที่จะได้รับการดูแลให้ความรักและความคุ้มครองอย่างดี ..ศาสนาอิสลามได้วางระบบระเบียบไว้เหมาะสมแล้วสำหรับมนุษย์ ทั้งเรื่องการอนุญาตให้ผู้ชายมีภรรยาได้มากกว่า 1 แต่ไม่เกิน 4 และทั้งกฎหมายอิสลามที่ไม่อนุญาตให้มีสถานบันเทิงซักชนิดเดียว ซึ่งถ้าประเทศไหนรัฐไหนนำกฎนี้ไปใช้ สังคมนั้นก็จะเกิดความสันติสุข(ดังชื่อของศาสนา)

เนื่องจากมนุษย์ไม่ได้เป็นผู้สร้างมนุษย์ขึ้นมา เขาจึงไม่รู้เบื้องลึกเกี่ยวกับธรรมชาติของมนุษย์ ดังนั้นบรรทัดฐานกฎเกณฑ์ที่มนุษย์ได้อุตริตั้งขึ้นมาเองตามอารมณ์เห็นชอบของพวกเขานั้นไม่ได้เป็นผลดีกับพวกเขาเลย แล้วยังกลับทำให้สังคมเสื่อมทรามไปทั้งระบบ และต้นตอของปัญหาก็คือมาจากสถาบันครอบครัวนั่นเอง เพราะฉะนั้นศาสนาอิสลามจึงสนับสนุนให้มนุษย์มีครอบครัว มีการแต่งงาน และสมควรที่รีบแต่งงานเมื่อเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์หรือวัยหนุ่มสาว แต่ถ้าเราฝ่าฝืนหรือปฏิเสธกฎข้อนี้ มันก็จะเกิดปัญหาสำหรับวัยรุ่นอย่างที่เห็นได้ชัดในปัจจุบัน

เวลาผมไปไหนเจอเพื่อนต่างศาสนิกจะถามผมว่าทำไมมุสลิมมีภรรยาได้ 4 คน ผมต้องตอบให้เข้าใจทุกครั้ง ขอให้คุณเข้าใจและอ่านอย่างพินิจพิจารณาอย่างไม่มีอคติใด นะครับ แล้วคุณก็จะเข้าใจว่า ทำไม


Create Date : 09 มิถุนายน 2552
Last Update : 9 มิถุนายน 2552 21:36:08 น. 12 comments
Counter : 4594 Pageviews.

 
เกลียดแขก ไม่สำนึกบุญคุญ อุบาทว์ โง่


โดย: กูไม่ใช่แขก IP: 113.53.10.203 วันที่: 30 พฤศจิกายน 2553 เวลา:17:33:30 น.  

 
คุณเองนั่นแหละที่โง่ ทุกชาติทุกศาสนา มันก็มีทั้งคนดี คนไม่ดี คนฉลาดและก็คนโง่ ปนเปกันอย่างนี้ทั้งนั้นแหละคุณ หรือคุณจะเถียง


โดย: รักความเป็นอิสลาม IP: 118.173.155.177 วันที่: 21 ธันวาคม 2553 เวลา:17:44:37 น.  

 
ผมว่าที่คุณพูดว่า"เกลียดแขก ไม่สำนึกบุญคุญ อุบาทว์ โง่"ผมว่ามันผิดน่ะครับ ผมว่าคนที่เป็นอย่างนั้นคือคนที่พูดมากกว่านะครับ เพราะคนดีดีเค้าไม่ว่าคนอื่นเพราะความแตกต่างกันหรอกครับและถ้าคุณไม่โง่น่าจะใช้ความชาญฉลาดของคุณคิดก่อนน่ะครับว่าพูดหรือทำอะไรออกไปแล้วผลมันจะเป็นยังไง(ผมเป็นคนพุทธแต่ผมก็ไม่เคยแบ่งแยกศาสนาอื่นเพราะเราคือคนไทยด้วยกัน ผมดูคนที่ความสามารถครับไมใช่ศาสนา)
***ผมอายุ16ปีครับ


โดย: คนไทย=คนอิสลาม IP: 223.205.220.110 วันที่: 26 เมษายน 2554 เวลา:21:30:24 น.  

 
ถึงจะเป็นแขก แต่ก็ภาคภูมิใจ เพราะเรามีศาสนา มี่พระเจ้าที่เราเคารพรัก มีแบบแผนชีวิตให้ดำเนินตาม ไม่เหมือนกับ บางคนที่ ไม่มีศาสนา ไม่มีสื่งที่ช่วยขัดเกลาจิตใจ ไม่มีจุดมุ่งหมายในชีวิต ใช้ชีวิตไปวันๆ เหมือน สัตว์ เดรัจฉาน หรือคนที่ไม่มีศาสนา พูดกับคนที่ไม่มีจิตสำนึกนั้นเปล่าประโยชน์เสียจริงๆ หวังว่า อัลลอห์ ซ. จงให้อภัยกับ กาเฟร เหล่านี้ด้วยเถิด อามีน


โดย: Sara mulimah IP: 171.98.12.154 วันที่: 3 มีนาคม 2556 เวลา:14:44:27 น.  

 
ท่านนบี (ซ.ล)กล่าวว่า แท้จริงศาสนาของฉันก็คือศาสนาของฉัน และศาสนาของท่านก็คือศาสนาของท่าน
ดังนั้น ศาสนาใครก็ศาสนามัน เราควรให้เกียติต่อกัน ในเมื่อเราก็คือคนเหมือนกัน ซึ่งนิยามของคำว่า "คน"หรือ"มนุษย์" คือสิ่งมีชีวิตที่ประเสริฐที่สุด มีสติปัญญา และสมองที่สามรถไตร่ตรองใคร่ครวญสิ่งผิดสิ่งถูกได้ นอกจากมนุษย์ที่ไม่ใช้สติปัญญาเท่านั้น พวกเขาจึงไม่รู้อะไรเลย นอกจากนั้นเขายังแสดงคำพูดที่ต่ำๆออกมาเพื่อแสดงความโง่เขลาของตัวเองให้คนอื่นเห็นอีกด้วย ...... ตกลกใครที่โง่กันแน่หละคุ๊น.....


โดย: มาจากดินกลับสู่ดิน IP: 115.67.4.47 วันที่: 27 พฤษภาคม 2556 เวลา:10:52:44 น.  

 
ความคิดส่วนตัวนะ เรารู้สึกว่าทุกศาสนามีกลไก มีเหตุและผล เฉพาะของแต่ละศาสนาอยู่แล้ว เราซึ่งเป็นผู้ปฏิติตามเนี้ย...เรานำมาปฏิบัติหรือใช้ในลักษณะใหนมากว่า ไม่ว่าใครจะเลือกนับถือศานาใด นั้นก็คือสิ่งที่เหมาะสมกับตัวเขาแล้ว ถึงจะคนละศาสนาแต่ความเป็นมนุษย์เราก็เท่ากันไม่ใช่หรือ แต่ละคนมีทางเลือกของตัวเอง แต่มันจะไม่มีปัญหาเลย ถ้าเราเคารพสิทธิของกันและกัน....
ขอให้ยอมรับว่าโลกเรา...สังคมเรามันสีเทา ไม่ได้ขาว หรือ ดำเพียงอย่างเดียว มันปนกัน สว่างเลยก็ไม่ มืดเลยก็ไม่ มันต้องให้พยายามมองกันอย่างนี้แหละ รสชาติของสรรพชีวิต.....


โดย: ืีNuNok IP: 49.48.30.10 วันที่: 7 มิถุนายน 2556 เวลา:14:24:02 น.  

 
ไม่มีศาสนาไหนสอนให้ดูถูกศาสนาอื่นนะคะ ทุกศาสนามีหลักการและเหตุผลที่ต่างคนต่างยอมรับ ไม่เห็นด้วย ก็ไม่ต้องยุ่งเท่านั้นเอง // เกลียดมากเลยคนที่ใจแคบ ชอบตัดสินคนอื่นจากประสบการณ์สั้นๆ กระจอกๆของตัวเอง


โดย: คนกลาง IP: 183.88.249.94 วันที่: 8 สิงหาคม 2556 เวลา:11:14:40 น.  

 
มนุษย์ต่างจากสัตว์ที่สมองมีไว้คิดทุกทุกเรื่องเราลองตั้งสติไร้อคติแล้วค่อยค่อยคิดดู..เราจะได้คำตอบชัดขึ้นกว่าเดิม


โดย: ดาวดิน IP: 101.109.175.180 วันที่: 20 สิงหาคม 2556 เวลา:12:00:21 น.  

 
ดิฉันมีเพื่อน ทั้งพุทธและคริสต์ ยังอยู่ด้วยกันเป็นสุขได้ค่ะ
คนเหมือนกัน ตัดสินที่ตัวบุคคลไม่ใใช่ที่ศาสนาสิคะ รักกันไว้


โดย: คนไทยนับถือศาสนาอิสลาม IP: 115.67.39.136 วันที่: 3 กันยายน 2556 เวลา:21:40:13 น.  

 
ที่เขาไม่บัญญัติไว้นั้น เพราะเขาไม่จำเป็นต้องทำเพราะมนุษย์รู้อยู่แล้วว่าไม่ควรทำ เพราะมนุษย์จะไม่ประสมพันธ์เหมือนสัตย์หลายสามี หลายภรรยา แล้วเขากำหนดแล้ว(การผิดลูกเมียชาวบ้าน)ถือเป็นบาป แล้วเด็กกำพร้าที่เป็นผู้ชายไม่มีหญิงใดต้องการเพิ่มสัก 4 คนบ้างหรือ ทั้งๆๆที่ความต้องการของหญิงนั้นมากกว่าชาย เพียงแต่เขาแสดงออกได้ยากกว่า เพราะไปกดเเขาไว้
ศาสนา อื่นๆๆ เขา ไม่เอาตรงนี้มาสนองความต้องการ โดยผู้ชายเป็นคนออกกฏวันไหน คิดไว้แล้ว เชียวทำไมศาสดา ต้องเป็น ชาย อย่างเดียว


โดย: สายกลาง IP: 171.5.110.61 วันที่: 11 มีนาคม 2557 เวลา:11:52:18 น.  

 
ปัญญาอ่อน ผู้หญิงเป็นเพศที่อ่อนแอ่ แล้วดูมันวัดดิ วัดในการใช้กำลัง ผู้ชายแข็งแรงแต่กำลัง ยกของหนักๆ แต่ผู้หญิงคลอดลูก ให้ชีวิต. ถุ้ย!! จะบอกว่า พระเจ้าสร้างมนุษย์ มนุษย์นั้นแหละที่สร้างพระเจ้า จบนะ ไม่มีพระเจ้า เคยเจอหรือไง ตายแล้วจะเจอหรือไง ควาย ตามความเป็นจริง มนุษย์ก็เป็นสัตว์ แค่มีความสามารถสูง พูดได้ แค่นั้นแหละ ทำเป็นด่าสัตว์อีกนะ


โดย: ไม่สำคัญ IP: 171.100.11.70 วันที่: 17 พฤษภาคม 2558 เวลา:14:22:02 น.  

 
ว่าจะเข้ามาอ่านเห็นหัวข้อที่บอกมุสลิมมีได้ 4 คน ก็อ่านไปไม่ได้ว่าหรือต่อต้านอะไร เพราะวัฒนธรรมอะไรก็ต่างกัน นี่ก็จะเข้ามาอ่านเสริมเนื้อหามีอะไรบ้าง แต่พออ่านไปอ่านมา เริ่มมีพาดพิงเพศบ้าง นั่นนี่ สรุปคือเนื้อหาช่วงท้ายๆ ก็ไม่พ้น ความคิดเดิมๆถ้ายังคิดแบบนั้น ยังขีดเส้นว่าผู้หญิงต้องเป็นแบบนี้ นั่น นั้น นี่ เท่านั้น ยังไงผู้ชายก็มีอภิสิทธิที่สุดวันยันค่ำ ก็แล้วแต่นะ โลกปัจจุบันมันเปลี่ยนไปมากแล้ว จคิดจะใช้ความคิดเก่าๆมาทับถมเพศหละก็ คงใช้ไม่ได้กับใครอีกหลายๆคนหรอก คนคิดแบบนี้ก็ไม่ได้มีไปซะทุกคนบนโลก เขาเริ่มเปิดกว้างแล้วมองอะไรให้เท่าเทียมกันแล้ว สมัยนี้ผู้หญิงก็เก่งพอๆกับผู้ชาย บางคนดูแลตัวเองได้ ยกของหนักได้ แข็งแกร่งกว่าผู้ชายบางคนซะอีก หรือไม่จริง? เรามีเพื่อนมุสลิมต่างชาติหลายคนนะ ความคิดเขาก็ดีมาก มองอะไรใหม่เป็นกลาง คุณก็ลองพิจารณาเอาเองแล้วกัน ความจริงคืออะไร คนที่ยอมรับความจริงของโลกปัจจุบันไม่ได้ คงมีแต่คนที่ความคิดแบบนี้เท่านั้นแหละ ไม่ใช่มุสลิมทุกคนแน่ๆ ขอบายหละ


โดย: ไม่รู้สินะ IP: 1.47.108.7 วันที่: 17 พฤศจิกายน 2560 เวลา:10:55:07 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ali binismael
Location :
นนทบุรี Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add ali binismael's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.