Group Blog
 
All blogs
 

ความเชื่อ VS ความจริงเรื่องการดูแลลูกน้อย



สำหรับคุณแม่หลายคน การเลี้ยงลูกเป็นความรู้ที่ได้รับการถ่ายทอดมาจากทั้งผู้มีประสบการณ์ หรือประสบมาด้วยตัวเองความเชื่อความเข้าใจในการดูแลลูก ก็มีทั้งเป็นเรื่องที่ดีและเข้าใจผิดกันได้

Modern Mom จึงถือโอกาสไปพูดคุยกับ พญ.ดุษฎี เงินหลั่งทวี กุมารแพทย์ หน่วยพัฒนาการเด็ก วิทยาลัยแพทยศาสตร์กรุงเทพมหานคร และวชิรพยาบาล เพื่อค้นหาความกระจ่างกับความเชื่อต่าง ๆ ดังนี้ค่ะ

นอนคว่ำหัวสวยนอนได้นาน

จริง ๆ แล้ว การนอนคว่ำตามหลักวิชาการไม่แนะนำเลย ก็อาจทำให้หัวสวยจริง แต่จะพบเคสเด็กที่นอนคว่ำ แล้วมีหยุดหายใจและเสียชีวิตได้ ซึ่งเกิดได้จากหลายสาเหตุที่จะเป็นได้ เช่น พอกินเสร็จก็ไปจับนอนคว่ำ มีสำลักนมออกมา คุณแม่ก็จะไม่เห็นหน้าลูก ก็อาจได้ยินเสียงแอะ ๆ แล้วเงียบไปโดยเราไม่ทันสังเกต คิดว่าลูกนอนหลับ ก็อาจจะเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้นมาได้ ถ้าอยากให้เด็กนอนได้นานด้วย หัวสวยด้วย ก็ใช้เป็นนอนตะแคงเอา หรือนอนหงายก็จะดีที่สุด

โกนผมไฟผมจะได้ดกดำ

จริง ๆ แล้ว ผมดกหรือไม่ดก ก็จะอยู่ตรงพันธุกรรมด้วยส่วนหนึ่ง แต่ถ้าเด็กโกนผมไฟ แต่พันธุกรรมผมไม่ดก ผมที่ขึ้นใหม่ก็ไม่ได้ดกขึ้นจะปริมาณเท่าเดิม เพียงแต่ผมที่ขึ้นใหม่จะดูแข็งกว่าผมอ่อนที่ติดมาตั้งแต่แรกเกิด ทำให้ดูเหมือนมันหนาดกขึ้น แต่โดยปกติถึงไม่โกน ผมที่ติดมาตั้งแต่แรกเกิดก็จะผลัดหลุดออกไปเอง และสร้างขึ้นใหม่อยู่แล้ว ซึ่งจะหลุดประมาณ 2-3 เดือน ก็จะผลัดทีหนึ่ง อย่างที่โบราณเขาพูดว่า ช่วงไหนที่ลูกผมร่วงก็แสดงว่าลูกจำหน้าแม่ได้

ดัดขาตั้งแต่เล็กจะได้ขาไม่โก่ง

จริง ๆ แล้ว สำหรับลักษณะขาเด็ก ตอนแรกเกิดจะดูโก่ง ๆ โค้ง ๆ อยู่แล้ว ซึ่งพัฒนาการตามวัยนั้น พอช่วง 2 ปี ขาโก่ง ๆ ถึงไม่ดัดก็ตรงเอง และพอเลย 2-7 ปี ไป ตรงหัวเข่าก็จะเอนและแบะออกข้างนอกเล็กน้อย และ 7 ปี ถึงจะกลับเข้าที่ดูตรงเหมือนเดิม

ดังนั้นถึงเราไม่ดัดหรือทำอะไร ขาก็จะกลับมาตรงสวยอยู่แล้ว ถ้าไปดัดขาให้ลูกก็อาจจะส่งผลได้ เช่น ถ้าถึงวัยที่มันจะตรง มันอาจจะไม่ตรงอย่างที่ควรจะตรง แต่ถ้าขาลูกผิดปกติ เป็นโรคบางอย่างที่ทำให้ขาโก่งผิดปกติ หรือกระดูกมันแบะออกก็จะเห็นได้

คุณพ่อคุณแม่สามารถสังเกตได้ง่าย ๆ อย่างเช่น ถ้าถึงวัยที่ขาควรจะตรงแล้วมันไม่ตรง หรือถึงวัยที่จะแบะออกแต่ยังโก่งอยู่ หรือว่าถ้าความโก่งหรือความแบะมันไม่เท่ากันทั้ง 2 ข้าง หรือลูกเดินลงน้ำหนักข้างซ้ายและขวาไม่เท่ากัน อาจลงน้ำหนักข้างซ้ายเยอะ แต่ข้างขวาไม่ค่อยลง อันนี้น่าจะผิดปกติก็ต้องพามาตรวจดูค่ะ

เอาผ้าอ้อมเปียกฉี่กวาดลิ้นจะได้ไม่เป็นฝ้าขาว

จริง ๆ แล้ว ฉี่คือ ของเสียของร่างกายที่ขับสารบางอย่างที่ร่างกายไม่ต้องการออกมา เช่น ยูเรีย ซึ่งคงไม่เหมาะสมที่จะเอามากวาดลิ้นเด็ก แต่การเช็ดทำความสะอาดลิ้นลูกนั้น ใช้เพียงน้ำเปล่าธรรมดา หรือน้ำต้มที่ตั้งทิ้งไว้ให้มันเย็นใช้ผ้าอ้อมที่สะอาด หรือผ้าสะอาด ชุบน้ำเช็ดกวาดลิ้นก็สะอาดแล้ว

ส่วนลิ้นของเด็กที่จะเห็นเป็นฝ้า ส่วนใหญ่เกิดจากคราบนมที่กินที่จะมีคราบตกอยู่ เหมือนคราบอาหารติดตามลิ้น ก็จะเจอได้บ่อย ซึ่งการทำความสะอาดโดยน้ำเปล่าธรรมดาก็จะออกไปแล้วล่ะ มีบางคนเป็นฝ้าจากเชื้อราก็จะเห็นเป็นฝ้าขาว ๆ ถ้าเป็นคราบอาหาร เด็กก็จะปกติไม่งอแง แต่ถ้าเป็นเชื้อรา เวลาที่กินนมและเช็ดทำความสะอาดเด็กอาจจะเจ็บ แล้วมีร้องกวน

ไม่ควรตัดเล็บลูกเล็ก

จริง ๆ แล้ว การตัดเล็บของลูกนั้น สามารถตัดได้ตั้งแต่เกิด แต่เล็บเด็กจะบาง ๆ ใส ๆ บางทีพ่อแม่จะดูยาก แล้วอาจจะไปตัดแล้วโดนเนื้อลูก ทำให้เลือดออก ก็เลยเข้าใจว่า สมัยโบราณอยากให้รอสักระยะหนึ่งให้เล็บเห็นชัดขึ้น แต่เด็กจะเล็บยาวเร็วมาก เพราะฉะนั้นสัก 1-2 อาทิตย์ หลังคลอด ถ้าดูยาวจะไปข่วนหน้าข่วนตาลูก คุณแม่ก็สามารถตัดได้เลย รับรองไม่เป็นอันตรายค่ะ

บีบจมูก เวลาอาบน้ำจะได้จมูกโด่ง

จริง ๆ แล้ว กระดูกตรงจมูกของเราเป็นกระดูกอ่อน เพราะฉะนั้น กระดูกอ่อนจะเติบโตของมันเอง การไปบีบ ๆ ดึง ๆ ไม่ได้ช่วยให้ใหญ่หรือโตขึ้น แต่การที่ไปบีบ ๆ ดึง ๆ อาจทำให้ดูนูนขึ้น เพราะพวกเนื้อเยื่ออ่อน ๆ ตรงจมูกนูนขึ้นมาชั่วคราว แต่แล้วก็จะย่นลงไปตามแนวกระดูกเดิมที่มันมี

แม้ว่าความเข้าใจผิดที่หยิบยกมานั้น อาจไม่ได้ส่งผลอันตรายต่อลูกมากมายนัก แต่การได้รับทราบข้อมูลที่ถูกต้องก็ดีต่อลูกน้อยที่สุดค่ะ







ขอขอบคุณข้อมูลจาก

Vol.16 No.184 กุมภาพันธ์ 2554 เรื่อง : นภัส




 

Create Date : 17 กรกฎาคม 2554    
Last Update : 2 สิงหาคม 2554 5:48:59 น.
Counter : 345 Pageviews.  

11 เรื่องของ baby ที่คุณ (อาจ) ไม่รู้

11 เรื่องของเบบี้ที่คุณ (อาจ) ไม่รู้



          วันนี้เรามี เกร็ดความรู้ เรื่องของเบบี้ที่คุณแม่อาจไม่เคยรู้มาก่อน มาบอกกัน

          1. ทารกมองเห็นได้ตั้งแต่เกิด เพียงแต่ไม่เข้าใจว่าเห็นอะไรเท่านั้นเอง

          2. ทารกจะเห็นชัดในระยะแค่ 25-30 ซม. เท่านั้น

          3. ไม่สามารถควบคุมการเคลื่อนไหวดวงตาได้ตั้งแต่เกิดครั้น 2-3 สัปดาห์ผ่านไป จะเริ่มมองดูผู้คนที่อยู่รอบตัว และเฝ้ามองพวกเขาผ่านไปผ่านมา

          4. ทารกชอบสีทุกสีที่สดใส สว่างจ้า

          5. 2-3 เดือนหลังลืมตาดูโลกสีของดวงตาอาจเปลี่ยนเป็นอีกสีหรือเข้มขึ้นได้ แล้วแต่เชื้อชาติ

          6. ทารกได้ยินเสียง แต่ก็ไม่รู้ว่าเสียงที่ได้ยินครั้งแรกเป็นเสียงอะไรกัน

          7. ทารกจะกลัวเสียงดังที่เกิดขึ้นโดยไม่ทันตั้งตัว ฉะนั้น ถ้าคุณอยากเปิดเพลงเพราะ ๆ ให้ลูกฟังก็อย่าลืมค่อย ๆ เปิดเสียทีละน้อย

          8. ทารกชอบเสียงสูง และเสียงต่ำ นี่คือเหตุผลที่ทำให้ชอบฟังเสียงของแม่ที่พูดคุยด้วย

          9. ทารกชอบสัมผัสแผ่วเบา เพราะทำให้รับรู้ถึงความรักที่คุณมีให้จนความสุขฟูฟ่องเต็มหัวใจ

          10. อ๊ะ ๆ ถึงเป็นเบบี้แต่ก็ได้กลิ่นเป็นแล้วนะ แถมเวลาได้กลิ่นไม่ชวนดมก็ยังหันหน้าหนีเหมือนผู้ใหญ่ด้วย

          11. ทารกชอบทำท่าทางตลก ๆ ให้ผู้ใหญ่ได้ยิ้มไปทั้งวัน





ขอขอบคุณข้อมูลจาก




 

Create Date : 11 กรกฎาคม 2554    
Last Update : 11 กรกฎาคม 2554 19:02:37 น.
Counter : 370 Pageviews.  


Valentine's Month


 
konmeechai
Location :
สมุทรปราการ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]





ถ้าชีวิต ได้ทุกอย่าง ดั่งที่หวัง
สิ้นชีวิต จะเอาของ กองไว้ไหน
ได้บ้าง เสียบ้าง ช่างประไร
ได้แค่ไหน เอาแค่นั้น แลท่านเอย.

Blog นี้ทำขึ้นเพื่อบันทึกเรื่องราว
ของน้องเนี๊ยบกับน้องนิ้ง ลูกๆ สุดที่รัก
ของพ่อชัยกะแม่หนู รวมทั้งเป็นการแชร์ประสบการณ์
ที่ผ่านมาของเจ้าของ Blog เอง

เจ้าของ Blog ขอขอบคุณทุกท่าน
ที่แวะเข้ามาเยี่ยมชม ไม่เม้นส์ ไม่เป็นไร
แต่ขอให้ผู้ที่เข้ามาอ่าน ทำใจให้เป็นกลาง
เพราะบางเรื่อง-บางครั้งสิ่งที่เล่าลงไป
อาจจะไม่ถูกใจใครเท่าไหร่นัก

และสุดท้ายเจ้าของ Blog ขอขอบคุณ
ทุกๆ ของแต่ง Blog ที่ได้ไปหยิบยืมมาใช้
Blog ของเราคงเป็น Blog ที่ถูกใจไปไม่ได้
หากไม่ได้โค๊ด หรือ ของแต่งจากพวกคุณ
ขอบคุณจริงๆ ค่ะ




New Comments
Friends' blogs
[Add konmeechai's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.