All Blog
เมื่อโรมเกือบล่มสลายเพราะทูต


ในปีที่ 390 ก่อน ค.ศ. สาธารณรัฐโรมกำลังเรืองอำนาจ ขณะที่มหาอำนาจเก่าคือ ชาวอีทรัสกันได้อ่อนกำลังลง ในระหว่างที่โรมกำลังแผ่อิทธิพลไปทั่วดินแดนละตินหรือที่ราบภาคกลางของคาบสมุทรอิตาลีนั้น ชนเผ่าเซลต์หรือที่ชาวโรมเรียกว่า พวกกอล ซึ่งเป็นอนารยชนที่มีที่มั่นอยู่ในหุบเขาทางเหนือ ก็ได้เคลื่อนทัพเข้ารุกรานนครรัฐของอีทรัสกัน ทำให้ชาวอีทรัสกันต้องส่งคนมาขอความช่วยเหลือจากโรม

ทางกรุงโรมเห็นว่านี่ เป็นโอกาสอันดีที่จะแสดงบารมีของตนให้เป็นที่ประจักษ์ต่อนครรัฐทั้งหลายในดินแดนละติน จึงรับอาสาเป็นคนกลางไปเจรจาให้พวกเซลต์ถอยทัพ โดยกรุงโรมได้ส่งทูตสามคนเดินทางไปเจรจากับตัวแทนของชนเผ่าเซลต์ ทว่า ผลการเจรจาของคณะทูตของโรมนั้นดีเกินคาดหมาย โดยชาวเซลต์ได้ยุติการรุกรานพวกอีทรัสกัน แต่หันมาวิวาทกับกรุงโรมแทน สาเหตุเพราะทูตทั้งสามคนที่โรมส่งไปนั้นเกิดทะเลาะวิวาทกับตัวแทนฝ่ายเซลต์อย่างรุนแรงและลงมือทำร้ายตัวแทนฝ่ายเชลต์จนได้รับบาดเจ็บ ก่อนจะเผ่นหนีกลับกรุงโรม

เบรนนุส (Brennus) แม่ทัพใหญ่ของชาวเซลต์ได้ยื่นข้อเรียกร้องให้ทางโรมส่งตัวทูตทั้งสามคนมารับโทษพร้อมกับชดใช้ค่าเสียหายที่ฝ่ายโรมันทำร้ายคนของตน แต่ทางกรุงโรมปฏิเสธข้อเรียกร้องของอีกฝ่าย เนื่องจากเชื่อว่า กำลังทหารของตนเข้มแข็งพอที่จะเอาชนะกองทัพเซลต์ได้ โดยไม่ยาก จากนั้นบรรดาสมาชิกสภาแห่งโรมก็ได้ลงมติให้เปิดฉากทำสงครามกับพวกเซลต์ทันที

กองทัพใหญ่ของสาธารณรัฐโรมที่นำโดยแม่ทัพ ควินตุส ซุลปิซิอุส ได้เคลื่อนพลไปตั้งมั่นยังริมฝั่งแม่น้ำเอลเลีย(Allia) ซึ่งอยู่ห่างจากกรุงโรมไปสิบเอ็ดไมล์ทางทิศเหนือ และเข้าปะทะกับกองทัพเซลต์ของเบรนนุสอย่างดุเดือด ทว่าผลการรบกลับปรากฏว่า กองทัพโรมันได้พ่ายแพ้อย่างยับเยิน จากนั้นทัพเซลต์ก็บุกเข้ากรุงโรมอย่างง่ายดาย ทหารอนารายชนเข้าปล้นเมืองอย่างแถอน บรรดาสมาชิกสภาจำนวนมากที่ลงมติให้ทำสงคราม ถูกพวกเซลต์สังหารที่กลางสภานั่นเอง ขณะที่บรรดาชาวโรมันที่รอดจากการถูกสังหารและถูกจับเป็นเชลย ได้หนีไปตั้งมั่นยังวิหารของเทพีจูโน(หรือ เทพีเฮรา ในภาษากรีก) บนเนินเขาคาปิโตไลนี

ทัพเซลต์เข้าล้อมเนินเขาดังกล่าวและส่งทหารเข้าตี หมายจะเผด็จศึกชาวโรมให้สิ้นซาก ทว่า พวกโรมัน ป้องกันอย่างเข้มแข็ง จนทหารเซลต์ไม่อาจบุกขึ้นไปได้ ต่อมา ในกลางดึกของคืนวันนั้น เบรนนุสก็ส่งทหารกองหน้าลอบปีนขึ้นไปบนเนินเขาเพื่อเข้าโจมตีวิหาร โดยอาศัยจังหวะที่ชาวโรมเหนื่อยอ่อนจากการป้องกันที่มั่นมาตลอดทั้งวัน ทว่าก่อนที่ทหารชาวป่าจะปีนขึ้นถึงยังบนยอดเนินนั้นเอง ฝูงห่านที่เลี้ยงไว้ในวิหาร ก็ส่งเสียงร้องเตือนทหารโรมัน ทำให้พวกโรมันรู้ตัวและตื่นขึ้นมาป้องกันที่มั่นของฝ่ายตนเอาไว้ได้

แม้ชาวโรมจะป้องกันเนินคาปิโตไลนีเอาไว้ได้ แต่กองทัพเซลต์ก็ยังยึดกรุงโรมเอาไว้อยู่ จนในที่สุด ชาวโรมันจึงเจรจาขอไถ่กรุงโรมกลับคืนจากข้าศึก โดยเบรนนุสได้เรียกร้องทองคำหนึ่งพันปอนด์เป็นค่าไถ่สำหรับกรุงโรม ทั้งนี้ในระหว่างที่ชาวโรมันทยอยนำเอาทองคำมาวางลงบนตาชั่งเพื่อให้ได้นำหนักเท่ากับหนึ่งพันปอนด์นั้น พวกเซลต์ได้แกล้งเพิ่มน้ำหนักที่ถ่วงอยู่คนละด้านกับด้านที่ใส่ทองคำ เมื่อเห็นดังนั้น ตัวแทนของโรมก็ได้แย้งว่า อีกฝ่ายโกงตาชั่งซึ่งๆหน้าๆ ทว่าเบรนนุสที่ยืนอยู่ในที่นั้นด้วย ได้โยนดาบของตนลงบนจานตาชั่งด้านนั้นพร้อมกับตะคอกใส่ผู้แทนโรมันว่า “ผู้แพ้จงพินาศ” ทำให้ฝ่ายโรมันจำต้องเพิ่มจำนวนทองคำตามที่พวกเซลต์ต้องการ

ความพ่ายแพ้ในครั้งนั้นถือเป็นความอัปยศครั้งใหญ่ของสาธารณรัฐโรมัน ทั้งยังทำให้กรุงโรมเกือบจะล่มสลาย อย่างไรก็ตามชาวโรมไม่ยอมลืมไฟแค้นในครั้งนี้ ดังนั้น เมื่อพวกเซลลต์ยกทัพใหญ่มารุกรานชาวโรมอีกครั้งใน ปีที่ 225 ก่อน ค.ศ. พวกเซลต์ก็พบกับการตั้งรับที่แข็งแกร่งของโรม โดยหลังจากการรบใหญ่ที่แหลมตาลามอน(Talamone) กองทัพโรมันก็บดขยี้ทัพเซลต์จนย่อยยับ สังหารข้าศึกไปกว่า สี่หมื่นคน จากนั้นทัพโรมันก็บุกขึ้นเหนือและกวาดล้างพวกเซลต์ไปจากคาบสมุทรอิตาลีโดยสิ้นเชิง

ที่มา : //www.komkid.com



Create Date : 22 กันยายน 2554
Last Update : 22 กันยายน 2554 20:52:13 น.
Counter : 387 Pageviews.

0 comment
กองกำลังศักดิ์สิทธิ์แห่งธีบส์


ในยุคกรีกโบราณ มีเรื่องราวกล่าวขานถึง กองกำลังศักดิ์สิทธิ์แห่งนครธีบส์ ซึ่งความห้าวหาญของเหล่านักรบในกองกำลังนี้ ได้เป็นที่ครั่นคร้ามแก่เหล่าข้าศึกศัตรู ทว่าทหารทุกคนในกองกำลังนี้ล้วนแต่เป็นชายที่รักร่วมเพศทั้งสิ้นและบุรุษแต่ละคนต่างก็มีคู่รักของตนอยู่ร่วมทัพเดียวกับตนด้วย โดยการตั้งกองกำลังนี้ขึ้นมาอยู่บนบรรทัดฐานที่ว่า นักรบแต่ละคนจะยอมตายเพื่อคนรักที่อยู่ในกองทัพและจะไม่ยอมทิ้งคู่รักของเขาอย่างเด็ดขาดในบรรดาอารยธรรมโบราณต่างๆ อารยธรรมกรีกดูจะเป็นอารยธรรมเดียวที่ปรากฏเรื่องราวของความรักในเพศเดียวกันให้เห็นมากที่สุด โดยเฉพาะความรักระหว่างชายกับชาย ทั้งนี้ อริสโตเติล นักปราชญ์ที่มีชื่อเสียงในสมัยกรีกโบราณ เคยกล่าวไว้ว่า ความรักที่บุรุษมีให้กันนั้นเป็นสิ่งที่สูงส่ง เนื่องจากในยามที่บุรุษมีความเสน่หาต่อกันนั้น พวกเขาได้หลอมรวมสติปัญญาอันสูงส่งของทั้งคู่เข้าไว้ด้วยกันด้วย

สาเหตุสำคัญที่ชาวกรีกโบราณเชื่อว่า ความรักระหว่างชายกับชายนั้นเป็นสิ่งที่สูงส่ง ก็เนื่องด้วยว่า ในยุคกรีกโบราณนั้น ชาวกรีกให้คุณค่าของความเป็นคน สำหรับเพศหญิงและชายไม่เท่าเทียมกัน โดยชาวกรีกถือว่า สตรีนั้นต่ำต้อย ด้อยค่ากว่าบุรุษมากมายนักและความรักของชายกับหญิงมีเพียงเพื่อการสืบทอดเผ่าพันธุ์เป็นสำคัญ แต่จะไม่ถือว่าเป็นความรักอันสูงค่าเนื่องด้วยคู่รักทั้งสองไม่มีความเท่าเทียมกัน ดังนั้นหากว่าผู้ชายต้องการจะมีความรักอันสูงค่า ก็มีแต่เพียงบุรุษด้วยกันเท่านั้น ที่มีควรค่าพอที่จะทำให้เป็นความรักอันสูงค่าได้

อย่างไรก็ตาม สำหรับนิยามความรักของชาวกรีก ไม่จำเป็นต้องมีเรื่องของกามารมณ์มาเกี่ยวข้องด้วยเสมอไป หลายกรณีที่ความรักระหว่างบุรุษนั้น เกิดจากความนิยมชมชอบในสติปัญญา ความสามารถของกันละกัน เหมือนดังเช่นความรักของชายชาตินักรบที่บูชาในความกล้าหาญและเสียสละของอีกฝ่าย หรือ กล่าวให้ชัดคือ เป็นความรักที่ประกอบด้วยมิตรภาพอันลึกซึ้งระหว่างเพื่อนนั่นเอง

และด้วยพื้นฐานของความรักอันสูงส่งตามแบบกรีกนี่เอง ที่ทำให้นครธีบส์ได้จัดตั้งกองกำลังศักดิ์สิทธิ์ขึ้น โดยทหารทุกคนในกองกำลังนี้ ต่างก็มีคู่รักของตัวเองอยู่ในกองกำลังเดียวกันด้วย พวกเขาจะใช้ชีวิตในค่ายด้วยกัน ฝึกรบด้วยกันและยามที่เข้าต่อสู้กับศัตรู ต่างคนต่างก็จะไม่ทอดทิ้งกันและด้วยสาเหตุนี้เอง ที่ทำให้กองกำลังนี้กลายเป็นกองทหารที่แข็งแกร่งที่สุดในยุคนั้น โดยทุกครั้งที่เข้าประจัญบานกับศัตรู พวกเขาจะไม่ยอมถอยแม้แต่ก้าวเดียว

อวสานของกองกำลังศักดิ์สิทธิ์ได้มาถึง เมื่อกองทัพมาซิโดเนียของพระเจ้าฟิลิปยกเข้ารุกรานนครธีบส์และพันธมิตรชาวกรีกอื่นๆ การประจัญบานครั้งใหญ่เกิดขึ้นที่ทุ่งบีโอเชีย กองทัพพันธมิตรชาวกรีกต่อสู้กับผู้รุกรานจากแดนเหนืออย่างสุดกำลัง ทว่าไม่อาจต้านทานแสนยานุภาพและยุทธวิธีรบของทัพมาซิโดเนียได้ ทำให้ในที่สุด กองทัพพันธมิตรกรีกก็แตกพ่ายและหนีออกจากสมรภูมิ ยกเว้นก็แต่กองกำลังศักดิ์สิทธิ์ของชาวธีบส์เท่านั้น ที่ปักหลักสู๋จนตัวตายทั้งกองทัพ

ซากศพของพวกเขาถูกฝังรวมกันในหลุมใหญ่และมีศิลาวางทับอยู่ ส่วนที่ข้างบนหลุมศพนั้นมีรูปสลักของสิงโตที่ทำด้วยหินตั้งอยู่ ซึ่งถือเป็นการฝังศพอย่างมีเกียรติ เนื่องจากผู้ชนะชาวมาซิโดเนียรู้สึกนับถือในความกล้าหาญของนักรบแห่งนครธีบส์ นอกจากนี้ วีรกรรมของกองกำลังศักดิ์สิทธิ์ ยังเป็นที่ประทับใจของเจ้าชายอเล็กซานเดอร์ ผู้ที่ในเวลาต่อมา คือ พระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราช เป็นอย่างมากอีกด้วย

ที่มา : //www.komkid.com



Create Date : 20 กันยายน 2554
Last Update : 20 กันยายน 2554 18:42:36 น.
Counter : 517 Pageviews.

1 comment
ธารเลือดที่ วูนเด็ดนี


หลังจากสงครามกลางเมืองสหรัฐยุติลง ชาวผิวขาวได้เริ่มขยายถิ่นฐานเข้าไปยังเขตแดนภาคตะวันตกมากยิ่งขึ้น ผู้อพยพจำนวนมหาศาลที่หลั่งไหลเข้าไปได้ก่อให้เกิดการปะทะกับชนพื้นเมืองอเมริกันอินเดียนซึ่งเป็นผู้ที่อาศัยอยู่ก่อนหน้านั้น

ใน ปี ค.ศ. 1872 ได้มีการสำรวจพบสายแร่ทองคำที่เนินดำ (Black Hill) ซึ่งอยู่ในรัฐเซาท์ดาโกต้า อันเป็นศูนย์กลางแผ่นดินของชนเผ่าซู ซึ่งเป็นชาวพื้นเมืองอเมริกันอินเดียนเผ่าที่ใหญ่ที่สุดและมีกำลังพลมากที่สุดของภาคตะวันตก

หลังจากพบสายแร่ทองคำ รัฐบาลได้ส่งตัวแทนไปติดต่อขอซื้อเนินดำ ทว่าชาวซูถือว่าที่นั่นเป็นสถานที่สิงสถิตของวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ บรรพบุรุษของพวกเขา จึงปฏิเสธที่จะขายและนั่นเองที่ธาตุแท้อันอำมหิตของชาวผิวขาวก็เปิดเผยออกมา

เมื่อชาวอินเดียนเผ่าซูปฏิเสธที่จะขายเนินดำ รัฐบาลสหรัฐจึงส่งกองทหารนับพันนายบุกเข้าไปในเขตแดนของพวกซูและสังหารหมู่ชาวอินเดียนทั้งเด็กและผู้หญิงจำนวนมากเพื่อข่มขวัญ ทว่าชาวเผ่าซูกลับลุกขึ้นต่อสู้กับความโหดร้ายของชาวผิวขาว

สงครามระหว่างกองทหารสหรัฐกับนักรบชนเผ่าซู ดำเนินต่อเนื่องยาวนานเป็นเวลาหลายปี ซึ่งนอกจากรัฐบาลสหรัฐจะทำสงครามกวาดล้างชนเผ่าซูแล้ว ยังส่งกองทหารเข้าโจมตีชนเผ่าอินเดียนเผ่าอื่นๆ อีกด้วยเพื่อยึดครองดินแดนของกลุ่มชนเหล่านั้น

แม้ว่าชาวอินเดียนเผ่าต่างๆจะพยายามต่อสู้ ทว่ากำลังรบที่อาวุธที่น้อยกว่า ทำให้พวกเขาต้องพ่ายแพ้ต่อผู้รุกรานผิวขาวผู้ละโมบ ในที่สุดชนเผ่าต่างๆก็ถูกกวาดล้างไปทีละเผ่า ทีละเผ่า ผู้ที่รอดชีวิตถูกส่งไปอยู่ค่ายกักกันในพื้นที่ที่ถูกเรียกว่า เขตสงวน

ใน ปี.ค.ศ. 1882 เจ้าวัวนั่ง หนึ่งในผู้นำที่ยิ่งใหญ่ของชนเผ่าซู ซึ่งนำบริวารอพยพลี้ภัยไปอยู่ในแคนาดาหลังสงครามอินเดียนสิ้นสุดลง ได้ถูกรัฐบาลแคนาดาบีบให้กลับมามอบตัวกับกองทหารสหรัฐ จากนั้นเขาถูกนำตัวมาไว้ยังเขตสงวนเหมือนดังเช่นอินเดียนอื่นๆ

ชีวิตในเขตสงวนนั้นยากแค้น เนื่องจากพื้นที่ส่วนใหญ่แห้งแล้งกันดาร ขาดแคลนทั้งสัตว์สำหรับใช้ล่าเป็นอาหารและพื้นดินก็ขาดความอุดมสมบูรณ์ เพาะปลูกไม่ได้ผล นอกจากนี้ชาวอินเดียนยังถูกข่มเหงจากเจ้าหน้าที่ของรัฐบาลหลายต่อหลายครั้ง ทำให้ชาวอินเดียนมีชีวิตที่ยากลำบาก พวกเขาต่างโหยหาคืนวันเดิมๆ ที่เคยอยู่อย่างอิสระในท้องทุ่งและป่าเขา

ด้วยความสิ้นหวังและขาดแคลนที่พึ่งทางใจ ชาวอินเดียนจำนวนมากได้จับกลุ่มกัน เต้นปีศาจ ซึ่งเป็นพิธีกรรมที่ปลุกปลอบขวัญของพวกเขาให้มีความหวังที่จะมีชีวิต โดยชาวอินเดียนเชื่อว่า สักวันหนึ่ง ดินแดนที่สูญเสียไปจะได้กลับคืนมาสู่พวกเขาอีกครั้ง

ทว่ารัฐบาลอเมริกันกลับมองว่า การเต้นปีศาจ คือการซ่องสุมผู้คนเพื่อก่อความวุ่นวาย จึงออกคำสั่งห้ามการประกอบพิธีกรรมนี้ และใน ปี ค.ศ. 1890 ทหารส่วนหนึ่งได้เดินทางไปยังค่ายพักของเจ้าวัวนั่งและจับกุมเขาในข้อหาประกอบพิธีกรรม เต้นปีศาจ และเมื่อเขาปฏิเสธการจับกุม ทหารคนหนึ่งก็ใช้ปืนยิงเขาที่ศีรษะจนถึงแก่ความตาย

การตายของเจ้าวัวนั่ง สร้างความระส่ำระสายแก่ชนเผ่าซูเป็นจำนวนมาก นักรบจำนวน 100 กว่าคน พร้อมเด็กและผู้หญิง 200 กว่าคนได้หนีอออกจากค่ายพักโดยการนำของหัวหน้าที่ชื่อ เท้าใหญ่

เมื่อรู้ว่ามีพวกอินเดียนหนีไป กองทหารผิวขาว 500 นายก็ออกติดตามจับกุม และไล่ทันพวกเขาที่ลำธารแห่งหนึ่ง ชื่อ วูนเด็ดนี

พวกทหารได้ตั้งปืนกลสองกระบอกไว้หน้าค่ายพักอินเดียนและเข้าปลดอาวุธพวกนักรบ ซึ่งทุกคนก็ยอมนำอาวุธของตนมาวางรวมกันไว้อย่างไม่ขัดขืน

ทว่ามีนักรบคนหนึ่งชื่อ เยลโลว์ เบิร์ด เขาหูตึงจึงไม่ได้ยินคำสั่งของทหารและเมื่อทหารเข้ามากระชากปืนของเขา จึงเกิดการยุดยื้อกันและทำให้ปืนลั่นขึ้นนัดหนึ่ง

เสียงปืนนัดนั้น ทำให้พวกทหารที่ล้อมอยู่นอกค่าย เข้าใจว่า ชาวอินเดียนจะต่อสู้ พวกเขาจึงกระหน่ำยิงปืนกลเข้าไปทันที ลูกปืนสังหารนักรบรวมทั้งเด็กและผู้หญิงเกือบทั้งหมด รวมทั้งหัวหน้า เท้าใหญ่ด้วย ซากศพกองเกลื่อนกลาด เลือดไหลเป็นสายธาร

หลังการสังหารหมู่จบลง ศพทั้งหมดถูกฝังรวมกันและหลุมศพถูกกลบทับด้วยหิมะ จากจำนวนชนพื้นเมืองทั้งหมดในค่าย มีคนเกือบสายร้อยคนที่ต้องตายไปในครั้งนี้

การสังหารหมู่ที่วูนเด็ดนี ได้ปิดฉากตำนานของชนพื้นเมืองอินเดียนและปิดฉากการต่อสู้เพื่อแผ่นดินมาตุภูมิรวมทั้งความหวังที่จะมีชีวิตอย่างอิสระของพวกเขาไปตลอดกาล

ที่มา : //www.komkid.com



Create Date : 18 กันยายน 2554
Last Update : 18 กันยายน 2554 12:19:49 น.
Counter : 394 Pageviews.

1 comment
กู้เจียฮุย ยอดนักประพันธ์ดนตรีแห่งวงการภาพยนต์จีน


หลายๆ ท่านคงเป็นแฟนตัวยงของภาพยนต์จีน โดยเฉพาะภาพยนต์จีนในช่วงปี ค.ศ. 1980 – 2000 (พ.ศ. 2523 – 2543) ซึ่งเป็นยุครุ่งเรืองของภาพยนต์จีนทาง TV ในประเทศไทย ครั้งนี้มุมดนตรีขอนำเสนอชีวประวัติของคุณ กู้เจียฮุย (Joseph Koo Kar-Fai) ผู้สร้างสรรค์เพลงประกอบอันมีเอกลักษณ์ให้กับภาพยนต์จีนในสมัยนั้น

กู้เจียฮุย (Joseph Koo Kar-Fai) เกิดในวันที่ 1 มกราคม ค.ศ. 1933 (พ.ศ. 2476) ที่เมืองกวางโจว ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีนเมื่ออายุได้ 17 ปี เขาและพี่สาว กู้มี่ ย้ายมาอาศัยที่เมืองเกาลูน ประเทศฮ่องกง

ในช่วงเริ่มต้นชีวิตในฮ่องกงของ กู้เจียฮุย นั้นต้องอดทนทำงานในช่วงเช้า และอาศัยช่วงเวลากลางคืนในการเรียนหนังสือ เนื่องจากฐานะการเงินที่ไม่ดีนัก ส่วน กู้มี่ ทำงานเป็นนักร้องในไนท์คลับ โดยในช่วงเวลาต่อมาเธอได้เป็นนักร้องประกอบให้กับภาพยนต์ต่างๆ ซึ่งได้รับความนิยมอย่างมาก

กู้เจียฮุย ได้รับการสนับสนุนทางการเงินจาก รัน รัน ชอว์ ให้ไปศึกษาที่ Berklee College of Music ในเมืองบอสตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา จนเมื่อจบการศึกษา จึงกลับเข้าทำงานในบริษัท Shaw Brothers และบริษัท Golden Harvest ในฐานะผู้แต่งเพลงประกอบภาพยนต์

ช่วง ค.ศ. ที่ 1970 เขาได้เข้าทำงานต่อที่สถานีโทรทัศน์ TVB ในตำแหน่งผู้กำกับดนตรี โดยได้สร้างสรรค์ผลงานเพลงประกอบภาพยนต์จีน TV ที่โด่งดังร่วมกับผู้ประพันธ์เนื้อเพลงที่มีฝีมือ ได้แก่ คุณหลูกั๋วจาน (Lo Kwok Tsim) และคุณ หวงจ้าน (Wong Tsim) โดยร่วมสร้างผลงานระดับตำนานไว้มากมาย

ตลอดช่วงชีวิตของ กู้เจียฮุย ได้ประพันธ์ผลงานเพลงมากกว่า 1,200 บทเพลง โดยเขาได้รับการเชิดชูเกียรติมากมาย ได้แก่ รางวัล MBE (Member of Order of the British Empire) ในปี ค.ศ. 1982 (พ.ศ. 2525), เหรียญเชิดชู Bronze Bauhinia Star จากรัฐบาลประเทศฮ่องกง ในปี ค.ศ. 1998 (พ.ศ. 2541) เป็นต้น

ในปัจจุบัน กู้เจียฮุย ได้ใช้เวลาส่วนใหญ่อาศัยอยู่ที่เมืองแวนคูเวอร์ ประเทศแคนาดา

ผลงานการประพันธ์เพลงที่สำคัญของ กู้เจียฮุย มีดังนี้

The Legend of the Book and Sword (書劍恩仇錄), theme song from TV series The Legend of the Book and Sword (1976)
Hotel (狂潮), theme song from TV series Hotel (1976)
The Legend of the Heroic Knights (近代豪俠傳) (1976)
Luk Siu Fung (陸小鳳), theme song from TV series Luk Siu Fung (1976)
Horizon Solitary Traveler (天涯孤客) (1976)
The Great Vendetta (大報復), theme song from TV series The Great Vendetta (1977)
A House Is Not a Home (家變), theme song from TV series A House Is Not a Home (1977)
Decisive Battle Eve (決戰前夕), theme song from TV series Luk Siu Fung II (1977)
Vanity Fair (大亨), theme song from TV series Vanity Fair (1978)
The Romantic Swordsman (小李飛刀), theme song from TV series The Romantic Swordsman (1978)
Heaven Sword and Dragon Sabre (倚天屠龍記), theme song from TV series Heaven Sword and Dragon Sabre (1978)
The Flaming Ceremonial Fire (熊熊聖火), sub theme song from TV series Heaven Sword and Dragon Sabre (1978)
The Giants (強人), theme song from TV series The Giants (1978)
The Oath Must Enter the Mountain of Sword (誓要入刀山), theme song from TV series Luk Siu Fung III (1978)
Not Sentiments (情未了) (1978)
Conflict (奮鬥), theme song from TV series Conflict (1978)
Game of Death (死亡遊戲), theme song from the movie Game of Death (1978)
Below the Lion Rock (獅子山下) (1979)
Over the Rainbow (天虹), theme song from TV series Over the Rainbow (1979)
The Passenger (抉擇), theme song from TV series The Passenger (1979)
Chor Lau Heung (楚留香), theme song from TV series Chor Lau Heung (1979)
The Good, the Bad and the Ugly (網中人), theme song from TV series The Good, the Bad and the Ugly (1979)
The Heroes of Man and Sea (人海奇譚) (1979)
Wind and Clouds (風雲), theme song from TV series This Land is Mine (1980)
Leaves Depart From the Tear Hard to Endure (難忍別離淚), theme song from TV series In Search of (1980)
The Bund of Shanghai (上海灘), theme song from TV series The Bund (1980)
The Brothers (親情), theme song from TV series The Brothers (1980)
The Discovery Bay (發現灣), theme song from TV series The Discovery Bay (1980)
The Invincible Medic (仁者無敵), theme song from TV series The Invincible Medic (1980)
Five Easy Pieces (輪流傳), theme song from TV series Five Easy Pieces (1980)
All Kind Sentiments (萬般情), theme song from TV series The Bund II (1980)
Eunuch (龍仇鳳血), theme song from TV series Eunuch (1980)
The Adventurer’s (衝擊), theme song from TV series The Adventurer’s (1980)
The Sentimental Debts (情債), sub theme song from TV series The Adventurer’s (1980)
Shanghai Beach of the Dragon Tiger Battle (上海灘龍虎鬥), theme song from TV series The Bund III (1980)
Famous Sword (名劍) (1980)
Using Love to Steal a Heart (用爱将心偷), theme song from TV series The Shell Game (1980)
Personhood Loves Freedom (做人愛自由), theme song from TV series The Misadventure of Zoo (1981)
Cheers (飲勝), sub theme song from TV series The Misadventure of Zoo (1981)
In Love and War (烽火飛花), theme song from TV series In Love and War (1981)
Both are forgetten in the mist (兩忘煙水裡) (1982)
Breath and Depths of Mountains and Waters (萬水千山縱橫) (1982)
Forgets With All One’s Heart the Sentiment (忘盡心中情), theme song from TV series The Legend of Master So (1982)
Heart Debt (心債), theme song from TV series Soldier of Fortune (1982)
Being at a High Game (胸懷大志), theme song from TV series The Emissary (1982)
Approaches the Upstream Silently (默默向上游) (1982)
You’re the One Who Decides to Love (愛定你一個), theme song from TV series The Radio Tycoon (1983)
Heroine (巾幗英雄), theme song from TV series The Legend of the Unknowns (1983)
Hands Over My Heart (交出我的心), theme song from TV series Woman on the Beat (1983)
The Emperor Descendants (皇帝子孫) (1983)
In Dream Several Sorrow (夢裏幾番哀), theme song from TV series The Foundation (1984)
I Cannot See My Tears Flow (不見我淚流), sub theme song from TV series The Foundation (1984)
It Will Be Throughout Lucky (始終會行運), theme song from TV series The Duke of Mount Deer (1984)
Sentimental Cold Lust (情冷情熱), theme song from TV series Sword Stained with Royal Blood (1985)
Me and You, He and Me (我與你 他與我), theme song from TV series The Rough Ride (1985)
The Song of Chu (楚歌), theme song from TV series The Battlefield (1985)
The Flying Fox of the Snowy Mountains (雪山飛狐), theme song from TV series The Flying Fox of the Snowy Mountains (1985)
In the Sentimental Past (當年情), theme song from the movie A Better Tomorrow (1986)
Leaves Behind My Fond Dream (留下我美夢), theme song from TV series The Return of Luk Siu Fung (1986)
Holds Up the Head to Sing to the Day (昂首向天唱) (1986)
The Illumination of a Thousand World (光照萬世), theme song from TV series The Legend of Wong Tai Sin (1986)
Passing With the Wind (隨風而逝), sub theme song from TV series The Legend of Wong Tai Sin (1986)
Will Rush Toward Future Day (奔向未來的日子), theme song from the movie A Better Tomorrow II (1987)
The Infinite Journey (無限旅程), theme song from TV series The Price of Growing Up (1987)
Still the Heart Was Thinking You (仍然心在想你), sub theme song from TV series The Price of Growing Up (1987)
The Humanity’s Mistake (人類的錯), theme song from TV series Born to Be a King (1987)
Youth Heart (少年心), sub theme song from TV series Born to Be a King (1987)
Hu Han Dream (胡漢夢), theme song from TV series The Legend of the Book and Sword (1987)
The Chrysanthemum Tears (菊花淚), theme song from TV series Deadly Secret (1989)
Small Boat Lover (扁舟情侶) (1989)
Wild Rose (野玫瑰) (1989)
The Special Express (特別快車) (1989)
Heart of Fire (焚心以火) (1990)
Young Heartless (年少無情), opening theme song from TV series The God’s of Demons of Zu Mountain (1990)
Does Not Hope Again Tangled Up (不願再纏綿), sub theme song from TV series The God’s of Demons of Zu Mountain (1990)
Long Flow, Not Rest (長流不息) (1992)
The Buddhism Palm Strikes Back (如來神掌), opening theme song from TV series The Buddhism Palm Strikes Back (1993)
Detains the Fall Scenery (留住秋色), sub theme song from TV series The Buddhism Palm Strikes Back (1993)
The Life Isn’t to Drunk Awakenings (一生不醉醒), opening theme song from TV series The Condor Heroes Returns (1993)
To Die, To A Unique Skill (絕世絕招), theme song from TV series The Legend of the Condor Heroes (1994)
Difficult Even Agreement (意難平), theme song from TV series Against the Blade of Honour (1994)
You Come to My Next Full Moon (圓月下你來依我), sub theme song from TV series Against the Blade of Honour (1994)
Splendid Story (精彩故事), theme song from TV series Corner the Con Man (1997)
Has You Rarely (難得有你), theme song from TV series Corner the Con Man (1997)
Top of the Head, One Piece of the Day (頭頂一片天) (1998)
The Cool Breeze Does Not Dye (清風不染), theme song from TV series Justice Sung II (1999)
The Wine of Mellow Shade (醇酒醉影), theme song from TV series Country Spirit (2001)
The Immortal of the Water Center (水中仙), theme song from TV series Where the Legend Begins (2002)
Beautiful Fate (美麗緣份), theme song from TV series Better Halves (2003)
The Sky is Blue (天這樣藍), theme song from TV series Drive of Life (2007)
Glory Mark (光輝的印記) (2008)
Goodbye, Life Road (再見人生路) (2011)


ข้อมูลประกอบการเขียนบทความจาก :
//en.wikipedia.org/wiki/Joseph_Koo
//zh.wikipedia.org/wiki/%E9%A1%A7%E5%98%89%E7%85%87


ที่มา : //www.komkid.com/?p=1237



Create Date : 17 กันยายน 2554
Last Update : 17 กันยายน 2554 16:34:09 น.
Counter : 549 Pageviews.

0 comment
ธรรมชาติพิศวง (the wonder nature)
โลกใบนี้มีสิ่งที่ธรรมชาติสร้างสรรค์ไว้อย่างน่าทึ่ง หนึ่งในนั้นคือคุณสมบัติเฉพาะของสัตว์ต่างๆ เรามาตามดูกันว่าพวกเขาเป็นอย่างไร



นกฮัมมิง (Humming bird) ในบรรดาสัตว์ปีกทั้งหมด นกฮัมมิง คือ นกที่มีขนาดเล็กที่สุด โดยพันธ์ที่เล็กที่สุดก็คือ นกฮัมมิงเกาะเฮเลนาในคิวบา โดยมันมีความยาวจากปลายปากถึงปลายหางเพียงสองเศษหนึ่งส่วนสี่นิ้ว และหนักเพียง 2 กรัมเท่านั้น นอกจากจะได้ชื่อว่าเป็นนกที่เล็กที่สุดในโลกแล้วมันยังเป็นนก ที่บินอยู่กับที่ได้นานที่สุด และยังเป็นสัตว์ที่ใช้พลังงานมากที่สุดอีกด้วย อาหารของนกฮัมมิงคือน้ำหวานจากเกสรดอกไม้ แบบนี้เค้าเรียกว่าจิ๋วแต่แจ๋ว



ผีเสื้อโมนาช (Monarch butterfly) ผีเสื้อโมนาชได้ชื่อว่าเป็นนักเดินทางทรหดที่สุด ในแต่ละปีพวกมันจะเดินทางนับพันไมล์เพื่อจับคู่และหากิน ด้วยเหตุนี้มันจึงได้รับตำแหน่งแมลงที่บินระยะทางไกลที่สุดในโลกอีกด้วย อย่างไรก็ตามความมหัศจรรย์อยู่ตรงที่ว่าผีเสื้อแต่ละตัวอายุไม่ยืนพอจะเดินทางตลอดรอดฝั่ง แต่ลูกหลานของมันก็สามารถบินไปถึงที่หมายได้โดยปราศจากเข็มทิศหรือเครื่องมือนำทางใดๆ นับว่าเก่งกว่าผู้ชายบางคนที่แค่ทางกลับบ้านยังจำไม่ค่อยได้เลย



ปลาไหลไฟฟ้า (Electric eel) อาศัยอยู่ในแถบลุ่มน้ำอเมซอน มันเป็นสัตว์ที่น่าพิศวงตรงที่ว่า ปลาไหลชนิดนี้สามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้ในตัวของมันเอง ซึ่งบางตัวนั้นอาจผลิตกระแสไฟฟ้าได้ถึง 500 โวลต์ ซึ่งสามารถฆ่าสัตว์ขนาดใหญ่ได้ ทั้งนี้มันมักจะปล่อยกระแสไฟฟ้าออกมา ในขณะตกใจเพื่อป้องกันตัว แบบนี้ถ้ามาอยู่การไฟฟ้าละก้อคงช่วยลดค่าไฟได้เยอะเลย

ที่มา : //www.komkid.com/?p=1190



Create Date : 16 กันยายน 2554
Last Update : 16 กันยายน 2554 21:52:54 น.
Counter : 324 Pageviews.

1 comment
1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  

แมวน้อยในเมืองใหญ่
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]