All Blog
EM ball กับวิกฤตน้ำเน่า


เมื่อเกิดภาวะน้ำท่วม โดยเฉพาะในเขตเมืองที่การระบายน้ำทำได้ไม่สะดวกและส่งผลให้เกิดสภาพน้ำท่วมขัง ซึ่งสิ่งที่ตามมาก็คือ น้ำเน่า ทำให้มีความพยายามหาวิธีแก้ปัญหาน้ำเน่าที่เกิดขึ้นโดยได้นำเอาอุปกรณ์ที่เรียกกันง่ายๆ ว่า em ball มาใช้

อย่างไรก็ตาม ได้มีคำถามตามมาว่า การใช้อุปกรณ์ตัวนี้จะได้ผลมากน้อยเพียงใด ดังนั้นการจะตอบคำถามดังกล่าวนี้ได้ ก็คงตองทำความรู้จักกับเจ้า em ball นี้เสียก่อน

Em ใน em ball นั้นย่อมาจาก Effective Microorganisms ซึ่งหมายถึง จุลินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพ โดยมีลักษณะเป็นของเหลว สีน้ำตาล กลิ่นหวานอมเปรี้ยว เป็นกลุ่มจุลินทรีย์ที่มีชีวิต ไม่สามารถใช้ร่วมกับสารเคมีหรือยาปฏิชีวนะและยาฆ่าเชื้อต่าง ๆ ได้ ไม่เป็นอันตรายต่อสิ่งมีชีวิต เช่น คน สัตว์ พืช และแมลงที่เป็นประโยชน์ มีคุณสมบัติช่วยปรับสภาพความสมดุลของสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อม ทั้งยังเป็นกลุ่มจุลินทรีย์ ที่สามารถนำไปเพาะขยายได้ไม่ยากด้วย ทำ em

จุลินทรีย์ใน em ball ประกอบด้วยจุลินทรีย์ที่ปลอดภัยโดยแบ่งเป็น 3 กลุ่ม ดังต่อไปนี้

1. จุลินทรีย์ผลิตกรดแลกติก
เป็น จุลินทรีย์ EM ที่จัดอยู่ในพวกแบคทีเรียที่สามารถเปลี่ยนน้ำตาลให้เป็นกรดแลคติกได้โดยผ่านกระบวนการหมัก ซึ่งกรดแลกติกสามารถยับยั้งการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ก่อโรคบางชนิด และจุลินทรีย์อื่นๆ ได้ เนื่องจากมี pH ที่ต่ำ เป็นที่รู้กันอย่างกว้างขวางว่ามีการนำเอาจุลินทรีย์ผลิตกรดแลคติกไปใช้ใน การหมักอาหารหลายชนิด เช่น เนยแข็ง โยเกิร์ต และสามารถเก็บไว้ได้นาน จุลินทรีย์ em

2. ยีสต์
เป็นที่รู้จักกันดีว่าเป็นตัวตั้งต้นในการหมัก ยีสต์เป็นจุลินทรีย์ที่ใช้ในการหมักเบียร์หรือแอลกอฮอล์ และใช้ในการทำขนมปัง ยีสต์ถูกจำแนกเป็นสัตว์เซลล์เดียว ซึ่งแตกต่างจากเชื้อราเพราะมันจะอยู่เป็นเซลล์เดียวไปตลอดชีวิต ในโลกของจุลินทรีย์จะมีจุลินทรีย์กลุ่มเล็ก ๆ ที่มีความจำเป็นต่อชีวิตมนุษย์ ยีสต์จะมีอยู่มากในสิ่งแวดล้อมที่มีน้ำตาลมาก เช่น น้ำหวานจากเกสรดอกไม้ ตามผิวของผลไม้ โดยใน EM ยีสต์ผลิตจะสารชีวพันธ์ต่างๆ หรือสารที่จำเป็นต่อสิ่งมีชีวิต เช่น กรดอะมิโน และแป้ง

3. จุลินทรีย์สังเคราะห์แสง
โฟโต้ทรอปฟิคแบคทีเรีย (เป็นที่รู้จักกันดีในชื่อ จุลินทรีย์สังเคราะห์แสง) เป็นแบคทีเรียโบราณที่เกิดมาก่อนการเกิดดาวเคราะห์โลกที่มีออกซิเจนหนาแน่นอย่างเช่นในปัจจุบัน จากชื่อของมันบ่งบอกให้รู้ว่ามันใช้พลังงานจากแสงอาทิตย์ในการย่อยสลายสารอินทรีย์และอนินทรีย์ จุลินทรีย์สังเคราะห์แสงมีอยู่ตามนาข้าว ทะเลสาบ และทุกหนทุกแห่งบนโลกนี้ ในทางปฏิบัติจะพบจุลินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพนี้ตามทุ่งนาเพราะมันย่อยสลายอินทรียวัตถุได้ดี ทั้งในการบำบัดน้ำเสียมีงานวิจัยที่รายงานเกี่ยวกับประสิทธิภาพของ จุลินทรีย์นี้ ส่วนที่ใช้ในการเกษตร การเลี้ยงสัตว์น้ำ และการเลี้ยงสัตว์ทั่วไป ภายใต้สภาพที่มีการผลิตไฮโดรเจนมันสามารถย่อยสลายสารต่างๆ ได้อย่างต่อเนื่อง จุลินทรีย์ em

จุลินทรีย์สังเคราะห์แสงร่วมอยู่ในระบบย่อยต่างๆ และเป็นจุลินทรีย์หลักในวัฏจักรไนโตรเจนและวัฏจักรคาร์บอน เนื่องจากเป็นจุลินทรีย์หลักในวัฏจักรต่าง ๆ มันจึงทำงานร่วมกับจุลินทรีย์ใน EM ได้ ดังนั้นจุลินทรีย์สังเคราะห์แสงจึงเป็นจุลินทรีย์ที่สำคัญใน EM

สำหรับคำถามที่ว่า em ball ใช้ได้ผลดีเพียงใด ก็ขึ้นอยู่กับสภาพของแหล่งน้ำและสาเหตุของการเน่าเสียของน้ำ เนื่องจากหลักการทำงานของ em ball จะใช้จุลินทรีย์ย่อยสลายสารอินทรีย์ที่ปะปนอยู่ในน้ำซึ่งสารเหล่านี้จะทำให้น้ำมีกลิ่นเหม็น ดังนั้นการที่จุลินทรีย์ช่วยย่อยสลายสารเหล่านี้ไปก็จะทำให้กลิ่นเหม็นลดลงได้ อย่างไรก็ตาม ในการทำงานของจุลินทรีย์ที่อยู่ใน em ball นั้นต้องมีออกซิเจนเป็นส่วนประกอบด้วย ซึ่งถ้าหากแหล่งน้ำดังกล่าวมีสภาพเน่าเสียอย่างรุนแรงจนทำให้มีออกซิเจนในน้ำต่ำมาก จุลินทรีย์ก็จะไม่สามารถทำงานได้

นอกจากออกซิเจนแล้ว สภาพของแสงก็มีผลต่อประสิทธิภาพในการทำงานของจุลินทรีย์ใน em ball เช่นกัน เนื่องจากจุลินทรีย์ตัวหลักของ em ball คือจุลินทรีย์สังเคราะห์แสงที่ใช้พลังงานจากแสงอาทิตย์ในการย่อยสลายอินทรีย์สาร ดังนั้นหากแหล่งน้ำอยู่ในสภาพที่มีแสงแดดไม่เพียงพอ ก็ย่อมทำให้การทำงานของจุลินทรีย์ได้ผลน้อยลงด้วย และหากเป็นในช่วงฤดูหนาวที่กลางวันน้อยกว่ากลางคืน จุลินทรีย์เหล่านี้ก็จะมีเวลาในการสังเคราะห์แสงได้น้อยลงเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจุลินทรีย์จะช่วยย่อยสลายสารอินทรีย์ในน้ำได้ แต่ก็ไม่สามารถลดสารพิษเคมีที่ปนเปื้อนอยู่ในน้ำเน่านั้นได้ ดังนั้นการทำงานของจุลินทรีย์เพื่อแก้ไขสภาพน้ำเน่าเสียอาจไม่ได้ผลหากน้ำนั้นมีสารพิษปนเปื้อนในปริมาณสูง

กล่าวโดยรวมก็คือ em ball จะใช้ได้ผลในกรณีของแหล่งน้ำที่ไม่เน่าเสียเกินไปจนแทบไม่มีออกซิเจนอยู่ในน้ำ หรือหากต้องการจะใช้ให้ได้ผลในกรณีนั้นก็ต้องใช้ควบคู่ไปกับกังหันปั่นนำเพื่อเอาออกซิเจนใส่ลงไปในน้ำ ทั้งยังต้องมีปริมาณแสงแดดมากพอที่จุลินทรีย์จะใช้เป็นพลังงานในการย่อยสลายอินทรีย์สาร นอกจากนี้ที่ต้องระลึกไว้ก็คือ em ball อาจลดกลิ่นเหม็นของน้ำได้ แต่ไม่อาจขจัดสารพิษเคมีที่ปนเปื้อนในน้ำได้

เพื่อการบำบัดน้ำเสียในแหล่งน้ำที่มีโคลนตะกอน หรือน้ำไหล หรือน้ำลึก ให้ได้ผลดีกว่าการใช้ EM ขยาย หรือจะใช้ทั้ง em ball และ EM ขยาย ร่วมกันก็จะได้ผลดียิ่งขึ้น

ที่มา : //www.komkid.com



Create Date : 10 พฤศจิกายน 2554
Last Update : 10 พฤศจิกายน 2554 15:19:31 น.
Counter : 366 Pageviews.

0 comment
สัมผัสด้วยตา-คินาบาลู (Kinabalu National Park)
วันที่: 12-17 เมษายน 2553
สถานที่: เมืองกัวลาลัมเปอร์ เมืองโกตาคินาบาลู และอุทยานแห่งชาติคินาบาลู ประเทศมาเลเซีย

ทริปนี้ติดตามเพื่อนๆ ไปสัมผัสยอดเขาที่สูงสุดแห่งหนึ่งของเอเชีย คือ ยอดเขาคินาบาลู ที่อยู่บนเกาะบอร์เนียว รัฐซาบา ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของประเทศมาเลเซีย จองที่พักล่วงหน้ากันหกเดือน เพราะเป็นช่วงที่พีคที่สุดของทั้งทางอุทยานและบ้านเราเพราะเป็นช่วงสงกรานต์ ค่าตั๋วเครื่องบินเลยแพงหูฉี่ โดนไปเกือบๆ หมื่นสอง

วันแรก เราออกเดินทางกันช่วงบ่าย ไปลงที่กัวลาลัมเปอร์ก่อน เทอร์มินอลคนจนอยู่ไกลเหลือเกิน นั่งรถเข้าเมืองกว่าหนึ่งชั่วโมง เข้าพักที่ YMCA ห้องสามคนในราคา 100 ริงกิตรวมอาหารเช้า พอเอาของเข้าที่พักเสร็จก็ออกมาหาอะไรทาน เดินไปเดินมาหันหน้าเข้าร้านอาหารอินเดีย ลองชิมดูสักหน่อย อ่านเมนูไปก็ไม่รู้ว่ามันคืออะไรกันบ้าง สั่งไปสามอย่าง มีไก่หมักเครื่องแกงทอด ข้าวผัดรวมมิตร และข้าวผัดปลา รสชาติพอได้ แต่ค่อนข้างจะมันเยอะ พอทานกันเสร็จก็นั่งรถไฟรางเดี่ยวไปดูตึกแฝด เดินจากสถานีไปไม่นานก็ถึงสี่แยก KLCC ซึ่งเป็นที่ตั้งของตึกแฝดปิโตรนัส ถ่ายรูปกันไปเกือบๆ ชั่วโมงก็โบกแท๊กซี่กลับที่พัก



ติดตามต่อได้ที่ : //www.komkid.com/?p=2108



Create Date : 06 พฤศจิกายน 2554
Last Update : 6 พฤศจิกายน 2554 13:53:34 น.
Counter : 274 Pageviews.

1 comment
โอคาวันโก สวนสวรรค์กลางทะเลทราย


จุดเริ่มของแม่น้ำสายนี้คือใจกลางดินแดนอังโกลาสายน้ำนี้ไหลผ่านดินแดนต่างๆ จนถึงทะเลทราย คาลาฮารีและได้เกิดเป็นดินดอนสามเหลี่ยมที่กว้างใหญ่ และอุดมสมบูรณ์ที่มีนามว่า โอคาวันโก ที่นี่เป็นเสมือนสวนสวรรค์ของสรรพชีวิตนานา เปรียบประดุจ ”สวนอีเดนแห่งทะเลทราย”

จากอิทธิพลของลมมรสุมเขตร้อนทำให้แม่น้ำคิวบานโกไหลจากต้นน้ำในประเทศอังโกลา ผ่านประเทศนามิเบียในชื่อของแม่น้ำคูวังโก ก่อนที่จะเข้าสู่ทางเหนือของประเทศบอตสวานาโดยถูกเรียกว่า แม่น้ำโอคาวันโก ในแต่ละปีปริมาณน้ำกว่า 11 พันล้านลูกบาศก์เมตรได้ไหลผ่านหนองบึงและเกาะแก่งต่างๆ ก่อนจะซึมหายไปในทะเลทรายคาลาฮารี และที่นี่เองได้กลายเป็นดินดอนสามเหลี่ยมกว้างใหญ่ครอบคลุมเนื้อที่กว่า 15,000 ตารางกิโลเมตร ที่เรียกกันว่า สามเหลี่ยมโอคาวันโก

อ่านต่อได้ที่ : //www.komkid.com/?p=2022



Create Date : 05 พฤศจิกายน 2554
Last Update : 5 พฤศจิกายน 2554 16:08:41 น.
Counter : 419 Pageviews.

0 comment
งูแมมบ้า เพชฌฆาตความเร็วสูง


งูแมมบ้าเป็นงูพิษในตระกูลของงูเห่าแต่แผ่แม่เบี้ยไม่ได้ อย่างไรก็ตามหากมีโอกาสสังเกตชัดๆ จะเห็นส่วนคอของมันพองออกเล็กน้อย ในเวลาที่มันโกรธจัดและเตรียมเข้าโจมตี

งูแมมบ้าพบทางตอนใต้ของทวีปแอฟริกา แบ่งออกเป็นสี่ชนิดคือแมมบ้าเขียวภาคตะวันออก แมมบ้าเขียวเจมส์ชัน แมมบ้าดำ แมมบ้าเขียวภาคตะวันตก

ในบรรดางูแมมบ้าทั้งสี่ชนิด ชนิดที่มีขนาดใหญ่ที่สุดคืองูแมมบ้าดำซึ่งยาวถึงสิบสองฟุต ขณะที่พวกแมมบ้าเขียวโดยทั่วไปจะยาวไม่เกินหกฟุต นิสัยของพวกแมมบ้าดำจะอาศัยอยู่บนพื้นดิน หรือตามเนินหิน ส่วนแมมบ้าเขียวจะชอบอยู่ตามต้นไม้ พวกมันจะล่าสัตว์เลื้อยคลานขนาดเล็กหรือสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดเล็กเป็นอาหาร

แมมบ้าเป็นหนึ่งในงูที่เลื้อยได้เร็วที่สดในโลก เคยมีผู้จับสถิติการเลื้อยของงูแมมบ้าดำและพบว่า มันสามารถเลื้อยได้เร็วประมาณยี่สิบห้าถึงสามสิบไมล์ต่อชั่วโมง พิษของงูแมมบ้าร้ายแรงพอที่จะสังหารชายวัยฉกรรจ์ให้เสียชีวิตได้ภายในหนึ่งชั่วโมงหรือน้อยกว่านั้น

ในช่วงที่อังกฤษทำสงครามกับพวกซูลู มีบันทึกไว้ว่า ขณะนายทหารอังกฤษคนหนึ่งกำลังควบม้าอยู่ จู่ๆ เขาก็ร่วงตกลงมาจากหลังม้าและสิ้นใจตาย เนื่องจากถูกงูแมมบ้าดำที่เลื้อยไล่ตามม้าของเขาฉกเอาจนตาย
แม้ว่าโดยทั่วไป แมมบ้าจะหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากับมนุษย์ แต่ถ้าพวกมันอยู่ในช่วงฤดูผสมพันธุ์ หรือถูกรบกวนไม่ให้เลื้อยกลับรัง มันจะดุร้ายเป็นพิเศษ ซึ่งทำให้มันเป็นอันตรายมาก นอกจากนี้ความที่มันเลื้อยได้เร็วมากจึงยากที่จะวิ่งหนี

โดยมีบันทึกเกี่ยวกับความดุร้ายของงูแมมบ้าอยู่หลายเรื่อง พอล ครูเกอร์ ประธานาธิบดีคนแรกของอาฟริกาใต้เคยเล่าถึงความดุร้ายของงูแมมบ้าไว้ว่า ครั้งหนึ่งหมู่ลาดตระเวนของท่านเดินผ่านเข้าไปใกล้รังของงูแมมบ้าสีดำตัวหนึ่งโดยบังเอิญ และถูกงูเจ้าของรังพุ่งเข้าโจมตี มันฉกทหารตายไปสามคนและไล่ตามสุนัขอีกสองตัวก่อนจะฉกพวกมันตาย จากนั้นเจ้างูก็เลื้อยหายไป

สำหรับงูแมมบ้าเขียวซึ่งชอบซุ่มอยู่บนต้นไม้นั้น มีบันทึกถึงความดุร้ายของมันเล่าไว้ว่า ในซูลูแลนด์ มีแมมบ้าเขียวตัวหนึ่งซุ่มอยู่ในป่าข้างทางและฉกกัดคนที่เดินลอดใต้ต้นไม้ที่มันซ่อนตัวอยู่ตายไปหลายคน โดยผู้เคราะห์ร้ายล้วนถูกกัดที่หัวหรือคอ จนไม่มีใครกล้าผ่านทางนั้น ผู้คนต่างหาวิธีกำจัดมันแต่ไม่สำเร็จ ต่อมา มีผู้หญิงคนหนึ่งคิดวิธีกำจัดมันได้ โดยต้มข้าวโพดร้อนจนเละจากนั้นเอาทูนหัวไว้โดยวางผ้าหนาๆ กันร้อน และแกล้งเดินลอดใต้ต้นไม้ที่งูนั้นซุ่มอยู่ พอเจ้างูพุ่งลงมาฉก ก็ตกลงในหม้อข้าวโพดเดือดและตายแทบจะในทันที

สำหรับการป้องกันอันตรายจากงูพิษ ทำได้ดีที่สุดด้วยการสวมใส่เครื่องป้องกันขาหรือกางเกงขายาวเนื้อหนาๆ เนื่องจากงูส่วนมากจะโจมตีที่ขา แต่ถ้าเป็นไปได้ควรหลีกเลี่ยงการเดินลอดผ่านต้นไม้รกๆ โดยเฉพาะในขณะที่น้ำท่วม เพราะงูมักจะหลบขึ้นไปอยู่บนต้นไม้เพื่อหนีน้ำ ซึ่งในเวลาที่จวนตัวเช่นนั้น พวกมันมักดุร้ายกว่าปกติ

ที่มา : //www.komkid.com



Create Date : 05 พฤศจิกายน 2554
Last Update : 5 พฤศจิกายน 2554 15:51:14 น.
Counter : 499 Pageviews.

1 comment
การประจัญบานครั้งแรกของเรือรบเหล็ก


สงครามกลางเมืองของสหรัฐอเมริกาเป็นการสู้รบระหว่างฝ่ายสหภาพหรือที่เรียกกันว่า ฝ่ายเหนือ กับฝ่ายสมาพันธรัฐหรือที่เรียกกันว่า ฝ่ายใต้ ซึ่งในสงครามครั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายต่างก็พยายามทำทุกวิถีทางที่จะเอาชนะอีกฝ่ายและนี่เองที่ทำให้เครื่องจักรสงครามชนิดใหม่ถูกสร้างขึ้น

ก่อนหน้าเหตุการณ์สงครามกลางเมืองของสหรัฐอเมริกา ยุทธนาวีคือการประจัญบานของเรือรบไม้ที่ใช้ปืนใหญ่ยิงถล่มกัน ขณะที่พลรบทั้งสองฝ่ายยืนประจำการอยู่บนดาดฟ้า ทว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันที่ 9 มีนาคม ปี ค.ศ. 1862 ได้กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของยุทธนาวีทั่วโลกในเวลาต่อมา

นช่วงต้นของสงครามกลางเมือง รัฐบาลฝ่ายเหนือได้ส่งกองเรือรบเข้าปิดล้อมเมืองท่าของฝ่ายใต้และกำหนดแผนการจะส่งกองทัพเข้าโจมตีกรุงริชมอนด์ซึ่งเป็นเมืองหลวงของฝ่ายใต้ ในขณะเดียวกันทางฝ่ายใต้ก็มุ่งหวังที่จะทำลายการปิดล้อมนี้และวางแผนที่จะส่งกองทัพเข้าโจมตีเมืองหลวงฝ่ายเหนือที่วอชิงตัน ซึ่งในดำเนินการครั้งนี้ ฝ่ายใต้จะต้องทำลายกองเรือของฝ่ายเหนือที่แฮมป์ตันโรดให้ได้เสียก่อน

ติดตามอ่านได้ที่ //www.komkid.com/?p=1979



Create Date : 29 ตุลาคม 2554
Last Update : 29 ตุลาคม 2554 18:34:04 น.
Counter : 401 Pageviews.

1 comment
1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  

แมวน้อยในเมืองใหญ่
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]