ผู้คน...ปนเป
นิทานชีวิตเรื่องนี้ สอนเราแล้วว่า....

นิ้วมือทุกนิ้วของคนเรายังไม่เท่ากันเลย

คนก็เหมือนกัน ต่างคนต่างที่มา...

ต่างนิสัย ต่างสันดาน...

ที่ต่างก็ถูกเพาะบ่มมา....แบบนั้น

=======================





Create Date : 17 มิถุนายน 2555
Last Update : 16 พฤศจิกายน 2555 5:40:59 น.
Counter : 351 Pageviews.

5 comment
เค้าเรียกกันว่า"ถูกบีบ"
* อ่านแล้วอาจจะสับสนนิดนึงนะ......อารมณ์ยังไม่เข้าที่


เรื่องความอึดอัดในที่ทำงานมันมีมานานซักพักแล้ว

ไม่ค่อยมีบทสนทนาในการทำงานของเรา มึนตึง เพิกเฉย 

หรือแม้แต่พูดด้วยก็ดูอารมณ์จะหงุดหงิดอย่างมาก

ทุกครั้งก็ได้แต่กลับมาร้องไห้ บ่นให้เพื่อนฟังไปอะไรไป...


........เพียงแต่ครั้งนี้มันไม่เหมือนทุกครั้ง..........



ถ้าไม่ชอบการทำงานหรืออะไรก็น่าจะบอกสิ ตามหลักแล้วก็คงหนีไม่พ้นสามหรือสี่เดือนแรก 

แต่นี่ทำมาเป็นปีแล้ว อาจจไม่ได้ดีที่สุดตามใจนาย แต่เราตั้งใจทำงานมากนะ


หรือ...นี่คือหมายแจ้งให้รู้ตัวว่าควรจะลาออกไปได้แล้ว


ชีวิตวนเวียนไปอย่างนั้น ....



"ทำงาน-อึดอัด-ระบาย-ทำงาน-อึดอัด-ระบาย"


>>> ซักวันเราต้องป่วยแน่ๆ<<<

-----------------------------------------------------------------------------------

               แล้วโอกาสก็พัดมาให้ได้งานอีกงานนึงซึ่ง..เหนื่อยกว่ากันนะ 

ต้องเดินทางไปอีกโซนนึงด้วย (บ้านอยู่โซน1 ไปทำงานโซน2)

แต่...ไม่เหนื่อยใจเท่า 


เลยรู้สึกว่า..ไม่ควรที่จะทำให้ชีวิต"จม"กับความทุกข์ใจกับงานที่เก่าแบบนั้น 


เลยลองเริ่มๆด้วยการแบ่งวันในหนึ่งอาทิตย์ เพื่อไปทำงานสองที่ 


......แล้วความคิดที่เราไม่อยากจะคิดก็ผุดออกมา "ลาออกจากงานเก่าดีไม๊" 



คุยกับเพื่อนร่วมงาน ทุกคนก็โดนกันถ้วนหน้านะ กับคนอารมณ์ขึ้นลงแบบนี้ 


           ทุกคนทนกันทำไม?...


 หลายคนมีภาระต้องดูแล เลยยังขยับขยายอะไรตอนนี้ไม่ได้  


เกิดความสงสัยในใจว่า

นักเรียนไทยในต่างแดนที่ผันตัวเองมาเป็น

"ชนชั้นใช้แรงงาน"แบบที่เรากำลังเป็นอยู่...คุณค่ามันอยู่ที่ไหนกันนะ?


...ก็แค่มีความคิดตามเนื้อเพลงคาราบาวที่เจ้านายเปิดกรอกหูอยู่ทุกวัน.....


    "ลาก่อนเจ้านาย ฉันไม่ใช่ควายจนตรอก"


คิดอยู่นาน จนปล่อยมาเป็นอาทิตย์ เป็นเดือน เป็นหลายเดือน 


ขณะนั้นแล้วก็ยังโดนใส่ความอึดอัด คำพูดเสียดสี ยิ่งทำให้เรารู้สึกแย่

ความเครียดก็ยิ่งเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ 


----------------------------------------------------------------------------

มีหลายเรื่องที่เราเองก็ไม่ได้จำไว้ เพราะมันบั่นทอนใจเรา


อาทิตย์ที่แล้ว..


เค้าว่าพนักงานรุ่นใหญ่อีกคนนึงอยู่ เรื่องทำของให้เค้าผิด 


โห ว่าแรงเลยแหละ ใช้คำพูดแรงมาก ต่อหน้าเด็กๆในที่ทำงาน 

พี่พนักงานคนนี้โมโหหน้าแดงก่ำเลย แต่ทำอะไรไม่ได้ 

แล้วจู่ๆก็หันมาหาเรา แล้วบอกว่า "เธอก็เหมือนกันนะ ถ้าทำไม่ได้ก็บอก"


เราก็ได้แต่ตอบ"ค่ะ"ไป 

แต่ในใจอ่ะคิดว่า "เรื่องอะไรอีกว้า วันนี้กุทำอะไรรึยัง เพิ่งเข้างานมาเนี่ย พาลว่ะ  เฮ้อออ"


เข้าข่าย.."ทำดีเสมอตัว อย่าทำชั่วออกมาเชียวนะ...หึหึหึ."


----------------------------------------------------------------------------------


หลังจากยุ่งๆวันนั้น..


เค้าเลยบอกว่าไม่ต้องมาทำแล้ววันเสาร์หน้า!!!... 

เราก็อึ้งๆแต่ก็ตอบตกลง เพราะมันมีช้อยซะที่ไหนเล่า จะให้แหกปากร้องขอก็ใช่ที่ 


ซักพักนึง..ก็บอกว่า งั้นมาทำวันเสาร์ดีกว่าเวลานี้ๆๆ นะโอเคป่าว ทำไม่ได้...ก็บอก!...

(ประมาณว่านึกขึ้นมาได้ว่าไม่มีใครจะมาช่วยแล้ว)


เฮ้อออ!! ก็ตอบได้อย่างเดียวอีกนั่นแหละ


เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา ให้เห็นว่าเราเป็น"ตัวเลือก"ที่ไม่มีทางให้เลือกเลย 

ไม่เห็นจะสนใจอะไรลูกน้องเลย...


เราเข้าใจในแง่ธุรกิจ ความสัมพันธ์แบบ"ที่ทำงาน" 

ว่าเจ้าของต้องคิดถึงผลประโยชน์ส่วนตนก่อนเป็นหลัก


เจ้าของน้อยคนนักที่จะมาคิดให้ว่า เออ ชิฟน้อย เงินจะพอกินไม๊ จะจ่ายค่าบ้านไหวป่าว 


------------------------------------------------------------------------------------



วันที่ตัดสินใจ...



บอกไว้ก่อนเลย รู้และเข้าใจว่าเป็นการกระทำที่ไม่ดีมาก เพราะลาออกอย่างกระทันหันมาก
(อย่าเอาอย่างเด็ดขาด ถ้าไม่จำเป็นจริงๆ)


วันนั้นเรามีงานตอนช่วงเช้า ที่ต้องไปอีกที่นึงนั่นแหละ 


เหมือนปกติของทุกวันนี้ ของสัปดาห์ เราต้องมาทำงานที่นี่แต่เช้า 


แล้วค่อยเดินทางเข้ามาทำงานในเมืองอีก จนถึงดึก


อยู่ๆเพื่อนที่ร้านส่งข้อความมาว่า"ตกลงวันนี้จะมาทำงานไม๊??"


คิด.................คิด.....................คิด...................


ถ้ายังไปทำอยู่ต้องวนอยู่ในวัฏจักรเดิมแน่ๆ


แล้วอะไรแวบเข้ามาในหัวก็ไม่รู้  รู้ตัวอีกที...มือกดส่งข้อความแล้ว


ส่งข้อความ ไปบอกเจ้าของตอน 10 โมงกว่า ชิฟเข้า 4 โมงเย็น กระทันหันจริงๆ 


ฟอร์เวิร์ดส่งให้เพื่อนที่ทำงานอีกสองคนได้รู้ด้วย


ตอนแรกกะว่าจะลาเฉยๆ แต่คิดไปคิดมา ด้วยความอัดอั้นในใจที่มีอยู่เดิมแล้ว 


พนักงานพาร์ทไทม์  ไม่มีสิทธิอะไรอยู่แล้วเลยออกๆซะ 


"ลาออกมันเลยดีกว่า"


ข้อความแรก แจ้งว่า เราไม่สามารถทำงานที่นี่ได้อีกต่อไปแล้ว 

โดยให้เหตุผลว่าจัดเวลาการทำงานไม่ลงตัว 

(เราเป็นพาร์ทไทม์ของที่ร้าน แน่นอนเค้าต้องรู้ว่าเราต้องหางานอื่นทำด้วย ไม่งั้นไม่พอกิน แล้วเค้าคงไม่มาออกค่าบ้าน ค่ากิน ค่าเรียนให้เราหรอก จริงไม๊) 





--------------------------------------------------------------------------------------



แรงผลักที่ทำให้ทำอย่างนี้...



คำพูดหนึ่ง จากหลายคำพูด...ที่เคยโดนมากับตัวเอง และเชื่อว่าทุกคนที่ทำงานโดนมาแล้วเช่นกัน

"ผมไม่แคร์...."<< อยากจะบอกเหลือเกินว่า...ตอนนี้เราก็ไม่แคร์คุณเช่นกันค่ะ 


"ไม่มีคอมม่อนเซ้นส์.. บลาบลาบลา" <<  ที่บ้านเลี้ยงดูปลูกฝังให้ใช้สิ่งของรอบตัวให้เป็นประโยชน์ค่ะ 

ไม่จำเป็นต้องยึดติดสิ่งเดียวอันเดียว อารมณ์นั้น คำพูดคุณแรงไปไม๊คะ


หลากหลายอย่างที่เราต้อง "ทน"


รู้แล้วว่านี่มันต่างบ้านต่างเมือง จะลาออกจากงานทำอย่างนี้ไม่ได้ 

แมสเซสกลับมา


"คุณไม่ให้อะไรผมเลย noticeอะไรก็ไม่มี"  << แต่คุณบอกด้วยการกระทำขงคุณ กับดิชั้นมาตลอดนะคะ ว่าควรออกไปได้แล้ว และนี่คือผลของการกระทำของคุณ


"คุณรู้ว่าจะทำงานคืนนี้ แต่ก็ยังรับงานอื่น....." << ทุกอาทิตย์มีปัญหาหรอ? ก็ไปทำงานเวลาปกตินี่


จะไม่ส่งข้อความกลับ ไม่แก้ตัวอะไรทั้งนั้น


เงียบ..........อยากจะเข้าใจยังไง...ก็เชิญค่ะ 



เพราะวันนี้...."ชั้นไม่แคร์" << จะขอใช้คำพูดนี้คืนไปบ้าง


จะมาเรียกร้องหาอะไร จากสิ่งที่คุณทำกับเรามาตลอดเวลา


บีบให้ออก ก็ออกให้แล้ว นี่คือผลลัพธ์ที่คุณอยากได้ไม่ใช่หรือ


คุณดูแลลูกน้องยังไงล่ะ มนุษย์ใช้คำพูดและอากัปกิริยาในการสื่อสารนะ


และถ้ายังเป็นคนอยู่ เค้าก็มีความรู้สึกค่ะ เค้าทนได้เท่าที่ทน ....


วันนึงเค้าเกิดทนอารมณ์กับคำพูดคุณไม่ได้ล่ะ


ความรู้สึกสำนึกผิดชอบชั่วดี และรู้คุณคนที่ให้งานทำน่ะ...ยังมีอยู่


แต่มันคนละเรื่องกับวิถีการทำงานที่คุณtreatกันแบบนี้นี่!!!!


แล้วที่คิดไม่ถึงว่าใน text ที่ text กลับมานั้น จะมี F-word ในประโยคๆนึงด้วย


อัันนี้ไม่ควรนะ เถื่อนไปไม๊??? 


"อดทนกับเธอมานาน มันทรมานตัวเองเปล่าๆ"


-------------------------------------------------------------------------------------


....ทุกคนมีสิทธิ์เลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้ตัวเอง....


คุณยังมีสิทธิ์เลือกเลยค่ะ...แล้วเราล่ะ


ถึงเราจะเป็นแค่พนักงานชนชั้นทำงานแลกเงิน แต่คนเหมือนกันเหอะ 


เราเคยได้เลือกสิ่งที่คิดว่าดี แต่มันไม่ใช่อย่างนั้นแล้ว


แล้วเราก็ไม่มานั่งรอเป็นตัวเลือกใครด้วย

--------------------------------------------------------------------------------------








Create Date : 17 พฤษภาคม 2555
Last Update : 16 พฤศจิกายน 2555 6:01:06 น.
Counter : 225 Pageviews.

4 comment

kokomisan
Location :
Vancouver  Canada

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



ขอต้อนรับเข้าสู่ Diary Blog ของ kokomisan ค่ะ

เขียนบรรยายไม่ค่อยเก่งนะคะ กำลังพยายามอยู่

ส่วนมากเป็นรูป ซึ่งจะเยอะแยะไปหมด(ทนดูหน่อยนะ)

เจออะไรก็ถ่ายไปเรื่อย เก็บไว้อ่านไว้ดูตอนแก่ 555

ยินดีที่ได้รู้จักทุกคนค่ะ
New Comments
Friends Blog
[Add kokomisan's blog to your weblog]