11.เหยี่ยวหน้าเทา

Hui Mian Kuang Ying (ออกเสียงสำเนียงจีนกลางว่าฮุยเมี้ยนขว้างยิง)
Butastur indicus (Gmelin) 1788
รากศัพท์จากภาษาละติน inducus=India หมายถึงประเทศอินเดีย รวมความเหยี่ยวของประเทศอินเดีย
ชื่ออังกฤษ Grey-faced Buzzard
ชื่ออื่น ฮุยเลี่ยนขว้างยิง ฮุยเมี้ยนจิว หน่ำโลเยง ซัวเฮ่าเจี้ยว
ชื่อไทย เหยี่ยวหน้าเทา
สถานะภาพ อพยพผ่าน อยู่ในฤดูหนาว
ขนาด ยาว 47-51 ซม. ปีกกว้าง 102-115 ซม. เทียบสัดส่วนลำตัวและปีก2.4 เทียบสัดส่วนปีกและหาง 0.38

เหยี่ยวหน้าเทาเป็นหนึ่งในบรรดานกนักล่าของไต้หวันที่สื่อต่างๆมักยกมากล่าวถึง และได้รับความสนใจเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะเทศกาลเหยี่ยวอพยพที่ผ่านเขินติงและปากว้าซาน ถึงแม้ร้อยกว่าปีที่ผ่านมาจะถูกคุกคามไล่ล่าเพราะความกลัวและเข้าใจผิด จนปัจจุบันกลับกลายเป็นหัวข้อเป้าหมายหลักในการอนุรักษ์และปกป้องของสังคม สาเหตุที่เหยี่ยวหน้าเทาเป็นที่กล่าวขวัญ เพราะเส้นทางการอพยพผ่านในแต่ละปีมีปริมาณเหยี่ยวเป็นจำนวนมาก ประกอบแหล่งพักพิงที่แน่นอน บางแหล่งก็อยู่ในเขตหมูบ้านนั่นเอง จึงเป็นสถานที่ศึกษาที่ดีในบรรดาเส้นทางและแหล่งหลับนอน แม้ในช่วงอพยพเหยี่ยวหน้าเทาจะมีปริมาณเป็นรองเหยี่ยวนกเขาพันธุ์จีน แต่ด้วยรูปร่างขนาดที่ใหญ่ ลีลาบินที่หนักแน่น แหล่งหลับนอนประจำ อีกทั้งมักจะบินในระดับต่ำ จึงเป็นเหยี่ยวทีใกล้ชิดมนุษย์และง่ายแก่การศึกษากว่าเหยี่ยวนกเขาพันธุ์จีน

ในการจำแนกปีกตัวเต็มวัยของเหยี่ยวหน้าเทาแคบยาวสีขนค่อนไปทางแดงเป็นเอกลักษณ์พิเศษเฉพาะ ง่ายต่อการจำแนก สีขนนกเด็กออกจะตุ่นๆ บางตัวที่มีลักษณะเฉพาะตัวปีกกว้าง ทำให้เข้าผิดพลาดเป็นจำพวก Accipitor พึงระวังเป็นพิเศษ เหยี่ยวชนิดนี้มีชุดขนสีเข้มในประเทศญี่ปุ่น สีขนเป็นน้ำตาลเข้ม ยังไม่มีบันทึกในประเทศไต้หวันแต่ควรรู้ไว้

ในท่วงท่าการบิน เหยี่ยวหน้าเทา จัดอยู่ในจำพวกที่หนักแน่น ตีปีกลึกเนิบนาบสบายไม่เร่งรีบ การตีวงสลับปรับตำแหน่งของเหยี่ยวในกลุ่ม ดูดูจะยุ่งเหยิงแต่ก็เป็นระเบียบมีแบบแผน สำหรับตัวที่ตกหล่นกลับมีอาการกระตือรือร้น โดยเฉพาะเวลาที่ลมแรงมักจะออกอาการเล่นโต้ลมอยู่เนืองเนือง อวดความสามารถพิเศษในการเล่นลม ขณะอพยพลึกเข้าแผ่นดินจะเป็นกลุ่มเล็กประมาณสิบตัว เฉพาะที่เขินติงและปากว้าซานที่รวมตัวกันมากกว่าร้อย ในไต้หวันมีเพียงเหยี่ยวนกเขาพันธุ์จีนที่เกาะกลุ่มใหญ่ ดังนั้นนักดูนกเหยี่ยเหยี่ยวกลุ่มใหญ่ก็จะปัดชนิดอื่นออกไปโดยง่าย ทำให้จำแนกเหยี่ยวหน้าเทาได้ง่ายขึ้น

เสียงร้องของเหยี่ยวหน้าเทาพยางค์แรกสั้นพยางค์หลังยาว2จังหวะ”จิจี....” มักส่งเสียงในฤดูใบไม้ผลิ

เวลา
•พบได้ในสองช่วงฤดูกาล แต่ละช่วงไม่นาน ฤดูใบไม้ล่วงกลางเดือนตุลาคม ฤดูใบไม้ผลิปลายเดือนมีนาคม อพยพผ่านในฤดูใบไม้ผลิอาจยาวไปถึงเดือนพฤษภาคมในภาคเหนือ แต่ปริมาณน้อยกระจัดกระจาย
•อพยพผ่านแต่ละจุดไม่สม่ำเสมอ ภาพโดยรวมตลอดทั้งวัน
•ฤดูใบไม้ล่วงออกทะเลทางเขินติงแต่หัวรุ่ง เวลาที่เหมาะสม6-8โมงเช้า เข้าพักหลับนอนที่หม่านโจวเวลา4-6โมงเย็น
•เล่นโต้ลมได้อย่างดี อากาศครึมลมแรงไม่เป็นอุปสรรคในการอพยพ
•อพยพหลบหนาวในไต้หวันแม้จำนวนน้อย แต่จะประจำที่ใดที่หนึ่งตลอดช่วงฤดูหนาว เดือนกุมภาพันธ์ชอบออกโต้ลมสลับส่งเสียงร้อง ยิ่งวันที่มีอากาศอบอุ่นเป็นพิเศษ อาจเป็นการเตรียมความพร้อมในการอพยพขึ้นเหนือ เหมาะแก่การเฝ้าติดตามศึกษา

ถิ่นอาศัย
•พบได้ตามจุดสำรวจต่างในช่วงสองฤดูกาล หากสนใจในปริมาณจำนวนมากและระยะที่ใกล้ ต้องเป็นที่จังหวัดผิงตงเขินติงและหม่านโจวในฤดูใบไม้ล่วง เขินติงเหมาะที่จะเฝ้าดูตอนออกทะเลบินลงใต้ในช่วงเช้า หมานโจวเหมาะสำหรับเฝ้าติดตามการเข้าพักหลับนอนในช่วงเย็น “ลานเหยี่ยวปากว้า”ที่ปากว้าจังหวัดจางฮว่าเหมาะในการติดตามการอพยพในฤดูใบไม้ผลิ
•ปลายฤดูใบไม้ผลิเดือนเมษายนและพฤษภาคม เหลือเพียงกวานยินซาน ที่ยังพบกลุ่มตกค้างปะปลาย
•ปริมาณของเหยี่ยวที่พักในฤดูหนาวมีไม่มาก พบตามหุบห้วยของแหลมเฮิงซุน แต่บางครั้งก็พบทางเหนือเหมือนกัน
•เหยี่ยวหน้าเทามักพักพิงในหุบเขาที่ไม่ลึกหรือไม่ก็ขอบไม้ตามลำธารใกล้บริเวณที่มีการแพ้วถาง และกิ่งไม้ที่โปร่งโดยเฉพาะป่าไผ่ ต้นหมากหรือพืชไม้ที่มนุษย์ปลูก แม้ผืนหญ้าโล่งก็ล่าเหยื่อหากิน

ลักษณะ
• เต็มวัย ตัวผู้ตัวเมียใกล้เคียง
• หัวสีเทาน้ำตาล หน้าเทา
• ตัวผู้หน้าเทาเข้มกว่า และกะบานออกสีเทา คิ้วขาวแคบหรือไม่มี ตัวเมียหัวสีน้ำตาล คิ้วขาวชัดเจน
• จะงอยปากดำ หนังคุมโคนปากสีเหลือง ม่านตาเหลืองจัด
• แผ่นหลังน้ำตาลแดง
• คอขาว มีขีดกลางคอหนาสีน้ำตาล
• ท้องและขนโคนขาเป็นริ้วขวางสีน้ำตาล อกตัวผู้สีน้ำตาลทั้งแถบ ตัวเมียจะมีรอยด่างสีขาว
•หางสีน้ำตาลอมเทา มีแถบขวางเข้ม3-4แถบ ขนคลุมโคนหางบนมีรอยเสี้ยวพระจันทร์สีขาว แต่บางตัวก็ไม่ชัดเจน ขนคลุมใต้หางสีขาว
•ตีนเปลือย ขาเหลือง
•ปีกยาว แหลมเกลือบจรดปลายหาง
• ตัวเด็กหัวและหลังสีน้ำตาล คิ้วหยาบสีครีมเหลืองชัดเจน หน้าผากถึงกลางกะบาลสีอ่อน และเป็นริ้วละเอียด ม่านตาสีน้ำตาล
•อกท้องมีริ้วขีดกระจายเต็ม ไหล่มักมีลายทางจางจาง
• มีชุดขนเต็มวัยในปีที่สอง

ลักษณะบิน
• หัวและปีกแคบยาว หัวท้ายเรียบสม่ำเสมอ ปลายปีกเกือบแหลม นิ้วมือทั้ง5ไม่ชัด ไม่ยืดออก
• หางสั้นกว่าพวกAccipitor ปกติดูยาว
• บินโฉบปลายปีกแหลมคล้ายพวกFalcon
• เต็มวัยแผ่นหลังน้ำตาลแดง สีท้องอ่น แม้ในระยะไกลก็สังเกตได้
• ในระยะใกล้ปลายปีกออกดำ แถบหางกึ่งกลางชัดเจนยกเว้นสองข้างด้านนอก
• ยกปีกในระนาบ ตีปีกลึกและช้า

เปรียบเทียบชนิดอื่น
• ขนาดเดียวกันกับเหยี่ยวนกเขาท้องขาว แต่ขนาดปีกหว้างกว่า
•หางยาว แถบหางชัดเจน
•เหยี่ยวเคสเทรลหลังน้ำตาลแดง ขนาดรูปร่างเล็ก ปีกแหลม

แปลจาก
Lin,Wen Horn and Cheng, Civi. 2006. A field Guide to the Raptors of Taiwan. p.82-87 Yuan-Liou Publishing Company
original Chinese edition "A Field Guide to the Raptors of Taiwan " /text by Wen-Horn Lin; illustration by Civi Cheng/Yuan-Liou Publishing Company //www.ylib.com



Create Date : 25 กรกฎาคม 2554
Last Update : 16 กุมภาพันธ์ 2555 17:18:29 น.
Counter : 758 Pageviews.

0 comment
10. เหยี่ยวนกเขาพันธุ์จีน

Chi Fu Ying (ออกเสียงสำเนียงจีนกลางว่าซื่อฟู่ยิง)
Accipiter soloensis (Horsfield) 1821
รากศัพท์จากภาษาละติน solo=ชื่อเมืองsolo (Surakarta -ผู้แปล)ที่อยู่ในชวา ensis=เป็นของ ความหมายเป็นของเมืองโซโร รวมความเหยี่ยวของเมืองโซโรชวา
ชื่ออังกฤษ Chinese Goshawk (Chinese Sparrowhawk –ผู้แปล)
ชื่อไทย เหยี่ยวนกเขาพันธุ์จีน (เพิ่มเติมโดยผู้แปล)
สถานะภาพ อพยพผ่าน
ขนาด ยาว 25-30 ซม. ปีกกว้าง 52-62 ซม. เทียบสัดส่วนลำตัวและปีก2.2 เทียบสัดส่วนปีกและหาง 0.45

ในบรรดาเหยี่ยวอพยพเหยี่ยวนกเขาพันธุ์จีนมีปริมาณเป็นอันดับต้น จากข้อมูลการสำรวจเหยี่ยวอพยพในปี2004 มีจำนวนสูงถึงสองแสนสองหมื่นกว่าตัว สร้างสถิติใหม่ของไต้หวัน (ข้อมูลจากกลุ่มศึกษาเหยี่ยวแห่งไต้หวันในช่วงวันที่1เดือนกันยาถึง 31ตุลาคม) พูดได้ว่าเหยี่ยวนกเขาพันธุ์จีนมีปริมาณมากสุดของไต้หวันในบรรดานกนักล่า หากแต่ว่าแตกต่างจากนกนักล่าชนิดอื่นที่เหยี่ยวนกเขาพันธุ์จีนล้วนอพยพผ่าน พวกมันแพร่พันธุ์ทางตอนเหนือ อาศัยในฤดูหนาวทางอาคเนย์ ปีหนึ่งๆอพยพผ่านไต้หวันสองหนไปและกลับ แต่ไม่อาศัยอยู่ในฤดูหนาวที่ไต้หวัน ดังนั้นจึงเห็นเหยี่ยวนกเขาพันธุ์จีนในสองช่วงฤดูกาลอพยพเท่านั้น

พฤติกรรมอพยพเป็นฝูงกลุ่มใหญ่เป็นเอกลักษณ์สำคัญ ทำให้ภาพอลังการยิ่งใหญ่ของเหยี่ยวชนิดนี้ จากฝูงเล็กๆนับสิบเป็นร้อยเป็นพัน ดั่งคลื่นระลอกแล้วระลอกเล่า ซึ่งเห็นได้เฉพาะเขิ่นติงในฤดูใบไม้ล่วง ในพื้นที่อื่นพบน้อย การอพยพเป็นกลุ่มใหญ่ๆของเหยี่ยวนกเขาพันธุ์จีน ทำให้เกิดภาพในรูป เสาแท่งเหยี่ยว บอลเหยี่ยว ธารเหยี่ยว ระลอกคลื่น ตระการตาสำหรับฟู้พบเห็น แม้ปริมาณจะมากแต่ใช่ว่าจะจำแนกได้ง่ายๆ ทั้งนี้เพราะขนาดที่เล็ก บินสูงมากจนเป็นจุดดำๆเล็กๆ ซึ่งอยู่เหนือขอบเขตสายตา จึงพบเห็นได้ยากในช่วงอพยพ วันที่อากาศโปร่งจะบินสูงมาก ผู้เฝ้าดูจำต้องใช้กล้องตรวจสอบอยู่เนืองๆ มิฉะนั้นอาจพลาดปริมาณนับพันๆตัวโดยไม่รู้

ในบรรดาAccipiter 6ชนิดของไต้หวัน เหยี่ยวนกเขาพันธุ์จีนออกจะโดดเด่น ปีกของมันแหลมแคบ สีขนดำขาวแยกแยะชัดเจน หางสั้นกว่า Accipiter ชนิดอื่น ข้อเด่นเหล่านี้ช่วยในการจำแนกได้ง่าย ทว่าในชุดขนเด็กจะมีความแปรผัน มีริ้วขวางมาก เมื่อเวลาเกาะจึงดูเหมือนเหยี่ยวนกกระจอกเล็ก จึงควระวัง

ในท่วงทีลีลาของเหยี่ยวนกเขาพันธุ์จีนนั้นเริงร่า นิสัยสงบเสงี่ยม ไม่จู่โจมเหยี่ยวชนิดอื่น ดังนั้นในกลุ่มอพยพเล็กๆจึงดูเป็นระเบียบ ขึ้นลงซ้ายขวาหันพร้อมเพรียงกัน ผลัดเปลี่ยนแทนตำแหน่งซึ่งกันและกัน เหมือนการแสดงลีลาท่าทางแกมโอ้อวดหยอกล้อมีพลัง

เหยี่ยวนกเขาพันธุ์จีนมักไม่ส่งเสียงร้อง จะได้ยินเสียงถี่ๆสูงต่ำสองพยางค์”อิอะอิอะอิอะอิอะ...”เบาๆตอนเกาะคอนพักผ่อนในบางโอกาส

เวลา
•พบเฉพาะช่วงอพยพสองฤดู ฤดูใบไม้ผลิเดือน4-5 ฤดูใบไม้ล่วงเดือน9-10 ช่วงเวลาที่พบจากพื้นที่ต่างๆมักตรงกัน ขึ้นอยู่ว่าอพยพถึงที่ใด เช่นในฤดูใบไม่ล่วงที่เขิ่นติงช่วงเวลา 7-10 ฤดูใบไม้ผลิที่กวนยินซานช่วงเวลา 9-12
•ตอนบ่ายมักหลบแดดพักผ่อน

ถิ่นอาศัย
•พบได้ตาบจุดสำรวจในสองฤดู ฤดูใบไม้ล่วงที่เขิ่นติง ถายตงเลอะซาน และในฤดูใบไม้ผลิที่กวนยินซาน ปริมาณมากสม่ำเสมอ
•ช่วงอพยพเหยี่ยวนกเขาพันธุ์จีนจะเริ่มลงพักในป่าแต่เช้าหลังบ่าย มักไม่เจอะจงสถานที่หยุดพัก ขอเพียงป่าที่ลับตาก็พอ จึงยากที่จะระบุจุดที่แน่นอน
•แม้แต่สวนสาธารณะในเมืองก็เคยแวะพัก

ลักษณะ
• เต็มวัยเพศผู้และเพศเมียใกล้เคียงกัน
• หัวและหลังมีสีฟ้าแกมเทาหรือสีเทา
• หนังคุมโคนปากสีเหลืองส้ม เพศผู้ตาแดงเข้มจนเกือบดำ เพศเมียตาเหลือง
• คอขาว ไม่มีขีดกลางคอ
• อกสีส้ม และสีอ่อนเข้มผันแปรไปตามอายุ บางตัวอาจสีอ่อนจนเหมือนสีขาว เพศผู้สีส้มเรียบตลอด แต่เพศเมียกลับมีสีเป็นลายขวางจางจางบริเวณท้อง
• ขนคลุมช่วงท้องด้านล่างและขนคลุมใต้หางสีขาว
• ขนหางสีเทา คาดด้วยแถบสีดำเล็กๆสี่แถบ ปลายขนหางไม่มีแถบ
• ตีนเปลือย ตีนแข้งสีเหลือง สั้นหนากว่านกกระจอกเล็ก
• ปีกกว้างเสมอกัน ปลายปีกยาวเกือบสองในสามของหาง
วัยเด็ก
• ตาเหลือง
• หลังสีน้ำตาล มีดวงด่างสีขาวไม่เป็นระเบียบ ขอบขนสีน้ำตาลแดง
• มีขีดกลางคอหนาหนึ่งขีด
• อกมีแถบหนาสีน้ำตาลคาด ท้องและขนคลุมต้นขาลายแถบขวางและมีดวงรูปหัวใจกระจาย
• อายุย่างขวบปีที่สองจึงมีขนเดียวกับเต็มวัย

ลักษณะบิน
• ปีกยาวแคบ ปลายเรียบ เมื่อกางปีกออกหมดดูเหมือนเทลาดไปด้านหน้าเล็กน้อย
• ปลายปีกแหลม นิ้วไม่แตก เมื่อเหยียดออกมีสี่นิ้ว
• หางสั้น ขอบมน ปกติแผ่ออกนิดหน่อย
• เต็มวัยขอบปลายปีกด้านล่างสีดำ วัยเด็กบริเวณสีดำแคบเล็กและสีจางกว่า แต่ยังเห็นได้
• ขนคลุมใต้ปีกสีขาวหรือสีส้มอ่อน ไม่มีแถบตัดขอบปีกสีดำออกเด่นชัด
• เต็มวัยยกเว้นขอบปีกนอกนั้นเป็นสีขาว วัยเด็กจะมีแถบจางกระจาย
• ขณะบินร่อน ปีกระนาบ มักกระพือปีกหลายครั้งก่อนล่อนเป็นระยะ กระพือปีกหนักแน่นและลึก

เปรียบเทียบชนิดอื่น
• เหยี่ยวนกเขาพันธุ์ญี่ปุ่นขนาดเล็กกว่า ขาบางยาว หนังคลุมโคนปากและแข้งสีเหลือง มีวงตาสีเหลือง เต็มวัยม่านตาแดง
• ขณะบินปีกกว้าง ปลายแขนไม่แหลมและมีห้านิ้ว ขอบปลายปีกโค้งและยืดออก ไม่มีแถบขอบ ขนรองใต้ปีกล่างมีแถบ
• เหยี่ยวนกกระจอกใหญ่มีขนาดใหญ่ มีคิ้วชัดเจน มีขีดกลางคอหลายขีด
• ขณะบินปีกยาวกว่า ปลายไม่แหลมมีหกนิ้ว
• ไม่มีแถบขอบปีก ขนรองใต้ปีกล่างมีแถบ
• หางยาวกว่า
• ใกล้เคียงเหยี่ยวนกกระจอกเล็ก แผ่นหลังออกสีน้ำตาล ขีดกลางคอและแถบอกแตกต่างกัน
• ขณะบินปีกสั้นมนกลม รูปทรงแตกต่างกัน
• ไม่มีขอบปีกสีดำ ขนรองใต้ปีกล่างมีแถบ

แปลจาก
Lin,Wen Horn and Cheng, Civi. 2006. A field Guide to the Raptors of Taiwan. p.82-87 Yuan-Liou Publishing Company
original Chinese edition "A Field Guide to the Raptors of Taiwan " /text by Wen-Horn Lin; illustration by Civi Cheng/Yuan-Liou Publishing Company //www.ylib.com







Create Date : 23 กรกฎาคม 2554
Last Update : 16 กุมภาพันธ์ 2555 17:19:03 น.
Counter : 595 Pageviews.

0 comment
9.เหยี่ยวนกเขาพันธุ์ญี่ปุ่น

Ye Pen Song Que Ying (ออกเสียงสำเนียงจีนกลางว่ายึเปิ่นซงเชียะยิง)
Accipiter gularis (Temminck & Schlegel) 1844
รากศัพท์จากภาษาละติน gula=คอ รวมความได้ว่าเหยี่ยวที่มีคอลาย
ชื่ออังกฤษ Japanese Sparrowhawk
ชื่อไทย เหยี่ยวนกเขาพันธุ์ญี่ปุ่น (เพิ่มเติมโดยผู้แปล)
สถานะภาพ อพยพในฤดูหนาว
ขนาด ยาว 23-30 ซม. ปีกกว้าง 46-58 ซม. เทียบสัดส่วนลำตัวและปีก2.1 เทียบสัดส่วนปีกและหาง 0.52

ในบรรดานกนักล่าของไต้หวันเหยี่ยวนกเขาพันธุ์ญี่ปุ่น มีขนาดเล็กที่สุด นักปักษีวิทยาในยุคแรกจำแนกเป็นชนิดเดียวกันกับเหยี่ยวนกกระจอกเล็ก ประกอบการอธิบายภาพประกอบในตำราบางเล่มไม่กระชับชัดเจนเกิดความสับสนในเหยี่ยวชนิดนี้ โชคดีที่นักดูนกมีจำนวนเพิ่มมากและได้สังเกตพบเห็นความแตกต่าง ช่วยให้ความกระจ่างชัดในลายละเอียด เหยี่ยวนกเขาพันธุ์ญี่ปุ่น แพร่พันธุ์ในเอเชียตะวันออก สถานะภาพพบเห็นได้เกือบบ่อยในช่วงอพยพ และน้อยมากในฤดูหนาวที่อพยพผ่าน ในขณะที่เหยี่ยวนกกระจอกเล็กนั้นประจำถิ่น แม้ทั้งสองชนิดนี้จะคล้ายกันเป็นอย่างมากแต่ก็มีจุดสังเกตพอแยกแยะออกจากกันได้

ในการจำแนกเหยี่ยวนกเขาพันธุ์ญี่ปุ่นค่อนข้างยาก เพราะมันมีจุดคล้ายคลึงเหยี่ยวนกกระจอกใหญ่และเหยี่ยวนกกระจอกเล็ก อีกทั้งโอกาสที่จะพบเหยี่ยวขนาดเล็กทั้งสามชนิดนี้ในเวลาเดียวกันก็เป็นไปได้ง่าย จึงเป็นสิ่งท้าทายการจำแนกของผู้ชื่นชอบดูนกนักล่า

ในช่วงการอพยพมักพบร่วมกับเหยี่ยวนกเขาพันธุ์จีน เหยี่ยวนกเขาพันธุ์จีนอพยพเป็นฝูงเป็นหมู่ใหญ่ เหยี่ยวนกเขาพันธุ์ญี่ปุ่นจึงติดสอยร่วมทางไปด้วย แต่จะไม่ปะปนเข้ากลุ่มเดียวกับเหยี่ยวนกเขาพันธุ์จีน แม้ในชนิดเดียวกันการร่วมทางก็เป็นกลุ่มเล็กๆ3-4ตัวกระจายห่างๆไม่เกาะเป็นกลุ่มใหญ่ ดังนั้นจึงเป็นวิธีหนึ่งในการค้นหาเหยี่ยวนกเขาพันธุ์ญี่ปุ่นในช่วงฤดูกาลอพยพ เมื่อเปรียบเทียบขนาดรูปทรงมนสั้นของปีกกับเหยี่ยวนกเขาพันธุ์จีนที่แคบแหลม ทำให้จำแนกออกจากเหยี่ยวนกเขาพันธุ์จีนได้ง่าย โดยเฉพาะสามารถเปรียบเทียบทั้งสองชนิดนี้ในเวลาเดียวกันที่ปรากฏตัวช่วงฤดูกาลอพยพ

เหยี่ยวนกเขาพันธุ์ญี่ปุ่นเป็นนกนักล่าที่ว่องไว มักโจมตีล่อหลอกนกนักล่าชนิดอื่น บ้างโอกาสจะได้ยินเสียงร้องที่คล้ายคลึงเหยี่ยวนกเขาพันธุ์จีนแหลมสูง “ฉิ่ว---ซิ่วซิ่วซิ่วซิ่วซิ่ว” เสียงร้องทั้งสองชนิดจำแนกแยกออกจากกันได้ยาก หากได้ยินเสียงร้องดังกล่าวพออนุมานได้ว่าเป็นเหยี่ยวชนิดใดชนิดหนึ่งในสองชนิดนี้

เวลา
• ช่วงอพยพในฤดูใบไม้ผลิและฤดูใบไม้ล่วง เดือน3-5ในฤดูใบไม้ผลิ และเดือน9-10ในฤดูใบไม้ล่วง ทุกสภาพพื้นที่ในช่วงเวลาใกล้เคียงกันตามสภาพของพื้นที่นั้นๆ ซึ่งส่วนใหญในเวลา 8-12โมง
• ฤดูหนาวนกอพยพหลงเหลือน้อย หากพบในที่ใดที่หนึ่งเป็นประจำ ช่วงอากาศโปร่งท้องฟ้าแจ่มใสก็จะเห็นได้ง่าย

ถิ่นอาศัย
• พบได้ง่ายตามจุดที่อพยพผ่าน กวานยินซานในฤดูใบไม้ผลิและเขิ่นติงฤดูใบไม้ล่วง
• จำนวนน้อยมากที่หลงเหลือในฤดูหนาว สภาพอาศัยในพื้นที่เช่นเดียวกับเหยี่ยวนกกระจอกใหญ่ ผืนป่าที่อยู่ไม่สูงจากระดับน้ำทะเลและพื้นที่เกษตรกรรมติดชายเขา ชอบพื้นที่กว้างโล่งกว่าเหยี่ยวนกเขาพันธุ์จีน

ลักษณะ
เต็มวัย เพศผู้เพศเมียแตกต่างกัน
• เพศผู้ หัวและหลังมีสีเทาแกมฟ้า หนังคลุมโคนปากสีเหลือง วงตาเหลือง ม่านตาส้มหรือแดง
• คอขาว มีขีดดำกลางลำคอไม่ชัดหนึ่งขีด
• พื้นท้องสีขาวตามด้วยริ้วขวางสีน้ำตาลแดง
• ขนหางพื้นสีเทา มีแถบขวางแคบๆสี่แถบ แต่ปลายขนหางไม่มีแถบ ขนคลุมโคนหางสีขาว
• เพศเมีย ขนาดใหญ่กว่า แผ่นหลังสีน้ำตาล ม่านตาเหลืองเข้ม
• อกและท้องเป็นริ้วลายขวางสีน้ำตาลหนาแน่น ริ้วลายนี้ชัดเจน
• ตีนเปลือย สีเหลือง แข้งและตีนบาง นิ้วกลางยาว
• ความกว้างของปีกเสมอกัน ขนปลายปีกยาวเกือบครึ่งของขนหาง
นกตัวเด็ก
• หัวและหลังสีน้ำตาล
• ม่านตาเหลืองอมเขียว
• ขีดกลางคอหนา ช่วงอกเป็นขีดสีน้ำตาล ช่วงท้องริ้วขวางหนาสีน้ำตาล
• ขวบปีที่สองจึงมีขนชุดใกล้เคียงกับเต็มวัย


ลักษณะบิน

• ความยาวปีกเสมอกัน ปลายปีกมน
• นิ้วทั้ง5 สั้นเหยียดออก เมื่อขยับปีกปลายนิ้วงอโค้งไปทางด้านหลังชัดเจน
• หางมักจะไม่แผ่ออก เมื่อหุบหางปลายหางขัางสองด้านยื่นออก ทำให้เห็นรอยเว้ากลางหางเด่น (เป็นอีกจุดสังเกต ผู้แปล)

เปรียบเทียบชนิดอื่น

• คล้ายคลึงเหยี่ยวนกกระจอกเล็ก แผ่นหลังสีน้ำตาล ขีดกลางคอเด่น มีลายขีดกลางอก ลอยขนเข้ม ขณะบินปีกสั้นมนกลม นิ้วเยียดไม่ชัด แถบขนหางเข้มกว้าง
• ขาสั้นกว่าเหยี่ยวนกเขาพันธุ์จีน หนังคลุมโคนปากขาสีออกส้ม วงตาไม่เป็นสีเหลือง เพศผู้เต็มวัยม่านตาสีน้ำตาลเข้ม ขนใต้ปีกไม่เป็นทางขวาง ขณะบินปีกแคบแหลม ปลายเรียบไม่ยื่นออก ปลายปีกดำ
• เหยี่ยวนกกระจอกใหญ่มีขนาดใหญ่กว่า มีคิ้ว ขีดกลางคอมากกว่า ขณะบินปีกเหยียดยาว ร่องนิ้ว6นิ้ว หางยาวกว่า

แปลจาก
Lin,Wen Horn and Cheng, Civi. 2006. A field Guide to the Raptors of Taiwan. p.82-87 Yuan-Liou Publishing Company
original Chinese edition "A Field Guide to the Raptors of Taiwan " /text by Wen-Horn Lin; illustration by Civi Cheng/Yuan-Liou Publishing Company //www.ylib.com



Create Date : 23 กรกฎาคม 2554
Last Update : 16 กุมภาพันธ์ 2555 17:19:30 น.
Counter : 647 Pageviews.

0 comment
8.เหยี่ยวนกกระจอกเล็ก

Song Que Ying (ออกเสียงสำเนียงจีนกลางซงเชียะยิง)
Accipiter virgatus (Temminck) 1822
รากศัพท์จากภาษาละติน virgatus=ขีด หมายถึงมีขีด รวมความได้ว่าเหยี่ยวที่มีลาย
ชื่ออังกฤษ Besra
ชื่ออื่น เองไจ่โฮ้ว (ภาษาท้องถิ่นไต้หวัน) พ๊ะเจี้ยวเอง (ภาษาท้องถิ่นไต้หวัน)
ชื่อไทย เหยี่ยวนกกระจอกเล็ก (เพิ่มเติมโดยผู้แปล)
สถานะภาพ ประจำถิ่น
ขนาด ยาว 25-36 ซม. ปีกกว้าง 51-70 ซม. เทียบสัดส่วนลำตัวและปีก1.9 เทียบสัดส่วนปีกและหาง 0.55

สำหรับเหยี่ยวประจำถิ่นของไต้หวัน เหยี่ยวนกกระจอกเล็กมีขนาดเล็กที่สุด ทั้งยังมีนิสัยซ่อนเล้นอีกต่างหาก มักหลบตามร่มเงาแมกไม้ จึงหาตัวได้ยาก ในความจริงปริมาณและการแพร่กระจายของเหยี่ยวนกกระจอกเล็กนั้นมีมาก อีกทั้งการปรับตัวเข้ากับสภาพป่า หรือกับสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไปโดยมนุษย์ได้ง่าย ซึ่งจุดนี้มีความเหมือนกับเหยี่ยวนกเขาหงอน
สิ่งที่ต่างจากกันคือความตื่นกลัวมนุษย์ จะหลีกเลี่ยงเข้าใกล้ชิดมนุษย์ ถึงจะเป็นผู้มากประสบการณ์ในการศึกษาเหยี่ยว บ่อยครั้งกับเหยี่ยวนกกระจอกเล็ก มักเห็นร่างเพียงแค่เงาก่อนที่จะได้ศึกษาอย่างถี่ถ้วน แม้จะขี้อายแต่ชอบส่งเสียงร้องเป็นการเปิดเผยตัวเอง เสียงร้องที่แหลมเล็ก “ชิว---ชิวชิวชิวชิวชิว” พยางค์แรกเสียงยาว พยางค์ที่ตามมาจะรัวเร็ว ดังนั้นแม้จะไม่เห็นตัวก็สามารถบอกได้จากเสียงว่ามีเหยี่ยวนกเขาเล็กอยู่ในบริเวณนั้นๆ

ในการจำแนกมันมีลักษณะใกล้เคียงเหยี่ยวนกเขาหงอน แต่จากอุปนิสัยซ่อนแร้นทำให้จำแนกได้ยาก ทำให้ชุดขนมีอุปสรรคมาก เมื่อศึกษาชุดขนจากตัวอย่าง พบว่ามีชุดขนที่แตกต่างหลากหลาย ชุดขนตามธรรมชาติบ้างจะมีลายขีดกลางอกเด่นและบ้างก็ลางเลือน บ้างก็ลายขีดลายขวางเข้าแทนที่ ม่านตาของตัวผู้มีทั้งส้มเดง และทั้งเหลือง คาดว่าเป็นไปตามอายุขัย

เนื่องจากเมื่อเกาะนิ่งตามกิ่งไม้ยากแก่การจำแนก ดังนั้นการจำแนกมักกระทำได้ง่ายกว่าเมื่อเหยี่ยวบินวนในเวหา แม้ในขณะบินจะใกล้เคียงเหยี่ยววัยเด็ของเหยี่ยวนกเขาหงอน จึงต้องดูให้ละเอียดก่อนฟันธง

ถึงเหยี่ยวนกกระจอกเล็ก จะแฝงตัวซ่อนเล้นในป่าเพียงใด เมื่อผงาดในท้องฟ้านภาเวหา มักจะเป็นผู้ริเริ่มลงมือจู่โจมนกนักล่าชนิดอื่นก่อนเพื่อปกป้องอาณาเขต ภาพของตัวเล็กโจมตีตัวโตจึงเป็นภาพที่มีความหมายพิเศษ ชีวิตของเหยี่ยวนกกระจอกเล็ก จะโดดเดี่ยวเป็นส่วนใหญ่ยกเว้นในฤดูผสมพันธุ์จับคู่

เวลา
•พบได้ทั้งปี
•แต่เพราะอุปนิสัยซ่อนเร้น ไม่พบบินวนบนท้องฟ้าได้บ่อยนัก จึงหาตัวค่อยข้างยาก
•มีโอกาสพบได้ในช่วงเช้าวันที่มีอากาศอบอุ่น
•เดือนมีนาคมถึงมิถุนายนเป็นช่วงจับคู่ผสมพันธุ์ จึงมักได้ยินเสียงร้องและพบเห็นได้ง่าย

ถิ่นอาศัย
•พบได้ในระดับความสูง0-2500เมตรจากระดับน้ำทะเล ตามเขาที่ราบต่ำพบเจอได้ง่าย
•แหล่งพักพิงเหมือนเหยี่ยวนกเขาหงอน ปรับตัวได้กับทุกสภาพป่า และต้องการอาณาเขตไม่มาก เพียงผืนป่าเล้กๆก็อาศัยได้ตลอดไป
•หากไม่ชอบใกล้ชิดมนุษย์ ดังนั้นจึงจำกัดเฉพาะป่าที่ไร้คนเข้าไปถึง

ลักษณะ
• เต็มวัย ใกล้เคียงกันทั้งสองเพศ กะบาลสีเทา
• เพศผู้ตัวเล็กกว่าอย่างชัดเจน ม่านตาสีเหลือง แล้วเข้มจนส้มแดงเมื่อสูงวัย ใบหน้าสีเทา
• เพศเมียม่านตาสีเหลือง ใบหน้าสีน้ำตาล
• หนังคลุมโคนปากเหลืองอมเขียว จะงอยปากสั้น
• หลังสีน้ำตาลเข้ม ใกล้ส่วนคอสีออกเทา
• ท้องสีขาว คอขาวมีขีดกลางคอสีน้ำตาลชัดเจน กลางอกมีลายขวางสีน้ำตาล สีข้างในวัยเด็กลายขีดสีน้ำตาล พออายุมากขึ้นกลายเป็นลายขวาง จนเมื่อเต็มวัยสีน้ำตาลแดง โดยเฉพาะในเพศผู้
• ท้องและแข้งมีขนลายขวางสีน้ำตาลขั้นในระยะเท่ากัน
• ขนหางสีน้ำตาล มีแถบลายขวางสีแถบ ขนคู่นอกสุดมีลายแถบมากกว่า ใต้ขนหางสีขาว
• ขาเปลือย สีเหลือง ขาและนิ้วตีนผอมบาง นิ้วตีนกลางยาวเป็นพิเศษ
• ปีกสั้นหางยาว ปลายปีกยาวหนึ่งส่วนสามของหาง
• วัยเด็ก แผ่นหลังน้ำตาลอ่อนกว่า
• ม่านตาสีเหลืองอมเขียวหรืออมเทา
• ส่วนอกสีน้ำตาลเหลืองอ่อน เป็นรูปหยอดน้ำไม่เป็นระเบียบขนาดไม่สม่ำเสมอ ส่วนท้องเป็นรูปคล้ายหัวใจ
• เมื่อขึ้นปีที่สองจึงจะมีสีสันเหมือนตัวเต็มวัย

ลักษณะบิน
• ปีกสั้นมน ท้องปีกเป็นร่องมนชัดเจน
• นิ้วมือทั้งห้ายืดออกชัดเจน ดูคล้ายนิ้วสั้น
• ปลายขนปีกปฐมภูมิทั้งห้าจัดเรียงตัวกันเป็นแนวตรง ดูเหมือนหดเข้าหากันระหว่างปลายนิ้วและขนทุติยภูมิ
• หางยาว ปลายหางตัดเรียบ แผ่ออกเป็นรูปพัด
• เมื่อมองในระยะไกล ชุดขนใต้ท้องออกทึบ สังเกตไม่เห็นขนคลุมใต้หางสีขาว
• ในขณะบินวนยกแขนปีกระนาบเดียวกัน ปลายแขนโค้งขึ้นเล็กน้อย
• มักกระพือปีกสลับกับการร่อน กระพือปีกเร็วและลึก
• ใช้เวลากลางอากาศไม่นาน ทิศทางไม่แน่นอนและมักผลุบเข้าแมกไม้

เปรียบเทียบชนิดอื่น
• ขนาดของเหยี่ยวนกเขาหงอนใหญ่และบึกบึนกว่า หัวออกเหลี่ยม จะงอยปากยาว ขาและตีนหนาสั้น ท่วงท่าบินคล้ายกัน แต่ปลายนิ้วไม่ยืดออก ขอบปลายปีกมนเสมอกัน ท่วงท่าการบินหนักแน่นสม่ำเสมอ มักกดปีกเขย่าสั่น
• เหยี่ยวนกเขาพันธุ์ญี่ปุ่นขนาดเล็กกว่าเล็กน้อย แผ่นหลังของตัวผู้ สีออกน้ำเงินอมเทา ขีดกลางคอแคบไม่เด่นชัด ลาดขวางส่วนอกแคบเล็ก สีขนอ่อนกว่า ในขณะบินปีกแคบยาว นิ้วเหยียดออกชัดเจน หางสั้น
• เหยี่ยวท้องแดงวัยเด็กน่องหยาบสั้น ลายอกเป็นดวงหยาบไม่แน่น ใต้ปีกไม่มีลาย ในขณะบินแคบยาว ปลายปีกแหลม ขอบปีกเรียบไม่กลมมน หางค่อนข้างสั้น

แปลจาก
Lin,Wen Horn and Cheng, Civi. 2006. A field Guide to the Raptors of Taiwan. p.100-103 Yuan-Liou Publishing Company
original Chinese edition "A Field Guide to the Raptors of Taiwan " /text by Wen-Horn Lin; illustration by Civi Cheng/Yuan-Liou Publishing Company //www.ylib.com



Create Date : 17 กุมภาพันธ์ 2554
Last Update : 16 กุมภาพันธ์ 2555 17:20:46 น.
Counter : 1029 Pageviews.

2 comment
7.เหยี่ยวนกเขาหงอน
Feng Tou Cang Yingออกเสียงสำเนียงจีนกลางเฟิ้งโถวชางยิง
Accipiter trivirgatus (Temminck) 1824
รากศัพท์มาจากภาษาละติน Tri=3, virgatus=striped=ลายขีด หมายถึงมีลายสามขีด รวมความได้ว่ามีขีดที่ลำคอสามขีด
ชื่ออังกฤษ Crested Goshawk
ชื่อไทย เหยี่ยวนกเขาหงอน(เพิ่มเติมโดยผู้แปล)
ชื่ออื่น เฟ้งโถวยิง หุ้งเจี่ยะเอง(ภาษาถิ่น) พ๊ะเจี่ยะเอง(ภาษาถิ่น)
สถานะภาพ ประจำถิ่น
ขนาด ยาว 40-48 ซม. ปีกกว้าง 74-90 ซม. เทียบสัดส่วนลำตัวและปีก1.9 เทียบสัดส่วนปีกและหาง 0.55

ในป่าเขาของไต้หวัน ปริมาณของเหยี่ยวนกเขาหงอนเป็นรองจากเหยี่ยวเหยี่ยวรุ้ง เป็นเหยี่ยวประจำถิ่นอันดับสองที่จะพบเห็นได้ง่าย อีกทั้งปรับตัวเข้ากับกิจกรรมของมนุษย์ได้ดี จนในบางแหล่งที่อยู่สามารถกล่าวได้ว่าไม่มีผลกระทบกับวิถีชีวิตของมันเลย ทว่าด้วยขนาดที่เล็กและมีสีสันกลืนไปกับป่า ทำให้แม้จะเกาะอยู่ในป่าใกล้ๆ จำต้องใช้สายตาตรวจสอบอย่างละเอียดถี่ถ้วนจึงจะมองหาตัวได้

กรรมวิธีสแกนหาเหยี่ยวนกเขาหงอนที่ดีคือการสแกนหาเป็นวงกลม จำแนกจากท่วงท่าบินโดยการยึดหลักปีกมนสั้นและ ประกอบสัดส่วนหางที่ยาวและขนโคนใต้หางสีขาวเป็นหลัก ในตัวเต็มวัยขณะบินจะกดปีกต่ำพร้อมการขยับสั่นปีก ใช้เป็นเอกลักษณ์ในการจำแนก แม้ต้องมองจากระยะไกล

ตัวเต็มวัยถึงจะจำแนกได้ง่าย แต่ในตัวเด็กคล้ายคลึงกับเหยี่ยวนกกระจอกเล็ก อันเป็นสิ่งยากสำหรับนกนักล่านี้ โดยเฉพาะเมื่ออยู่ในระยะที่ไกล สีสันรูปร่างจำแนกข้อแตกต่างกระทำได้ยากยิ่งขึ้น ดังนั้นจำต้องดูลีลาการบินประการจำแนก เหยี่ยวนกเขาหงอนมีลีลาที่หนักแน่น ขยับปีกค่อนข้างต่ำ พอประมาณทิศทางในการบินได้ง่าย บินวนบนฟ้านานกว่า และไม่สนใจนกนักล่าชนิดอื่นที่เข้าใกล้ ส่วนเหยี่ยวนกกระจอกเล็กลีลาการบินออกจากระฉับกระเฉง ขยับปีกถี่ เปลี่ยนแปลงทิศทางไม่แน่นอน บินวนบนฟ้าสั้น มักมุดเข้าสู่แมกไม้ และชอบจู่โจมใส่นกนักล่าชนิดอื่น อีกประการหนึ่งเหยี่ยวนกเขาหงอนไม่ชอบส่งเสียงร้อง ซึ่งตรงข้ามกับเหยี่ยวนกกระจอกเล็ก อีกทั้งเสียงร้องของนกทั้งสองชนิดแตกต่างกัน เหยี่ยวนกเขาหงอนร้องในฤดูผสมพันธุ์ “ฮิ้ว อู่อี้” สองพยางค์ท้ายจะสูงขึ้น หรือร้องเสียงนุ่มๆ “อ้าย อ้าย อ้าย” โดดโดดพยางค์เดียว

โดยปกติเหยี่ยวนกเขาหงอนออกหากินตัวเดียว แต่ในฤดูใบไม้ผลิอาจเห็นหลายตัวไล่เลี่ยกัน ซึ่งอาจเป็นการแสดงการจับคู่ ฤดูใบไม้ล่วงก็เช่นเดียวกัน อาจเป็นนกเด็กที่ออกหากินพร้อมตัวพ่อตัวแม่ ในไต้หวันมีนกนักล่า6ชนิดที่ยากต่อการจำแนก เหยี่ยวนกเขาหงอนเป็นชนิดหนึ่งที่ง่ายต่อการพบเห็น จึงควรศึกษาวิธีการจำแนกเหยี่ยวชนิดนี้ให้แตกฉานเพื่อปูพื้นฐานสำหรับจำแนกเหยี่ยวชนิดอื่น

เวลา
• พบเห็นตลอดทั้งปี โดยเฉพาะเดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนพฤษภาคม ซึ่งเป็นช่วงจับคู่ผสมพันธุ์ ที่จะพบได้บ่อย และมักเจอเป็นคู่
•ในเดือนมิถุนายนถึงเดือนสิงหาคมเป็นช่วงท้ายของการฟักไข่และผลัดขน จึงค่อนข้างปกปิด ไม่ออกมาบินโชว์ •ชอบอากาศที่อบอุ่นและจะลอยตัวสูง โดยเฉพาะเวลาใกล้เที่ยง แต่จะไม่อยู่นาน
•เวลาที่ไม่บินวนมักเกาะคอนในร่มไม้ บางครั้งจะเลือกกิ่งที่โล้นก็มี แม้ตามสายไฟฟ้าหรือเสาไฟฟ้าก็อาจพบเจอได้เช่นกัน เพื่อนนักดูนกหากพบเห็นเหยี่ยวข้างทางเช่นนี้ ให้ทำตัวสบายๆช้าๆ จะมีโอกาสเข้าถึงอย่างใกล้ๆทีเดียว

ถิ่นอาศัย
• กระจายตัวจากพื้นราบถึงภูเขาความสูง 2500เมตร พบเห็นได้ง่ายตามชายขอบเขาที่ราบต่ำ
• เหยี่ยวนกเขาหงอนปรับสภาพความเป็นอยู่ได้ดีกว่านกนักล่าชนิดอื่น มันต้องการอาณาบริเวณไม่มากนัก และใกล้ชิดมนุษย์ มีพื้นที่หาอาหารเพียงเล็กน้อยก็สามารถดำรงชีพได้ ไม่ว่าพื้นที่น้ำทะเลปานกลางไปจนถึงป่าทึบ พื้นที่แพ้วถางก็ดี ตลอดจนขอบป่าชายทะเล และเป็นนกนักล่าเพียงชนิดเดียวที่ดำรงชีพได้ตามสวนสาธารณะในเมือง เช่นตัวเมืองไทเป ซึ่งมีสถิติทำรังในสวนสาธารณะอยู่นานหลายปี

ลักษณะ
เต็มวัย เพศผู้เพศเมียใกล้เคียงกัน โดยตัวผู้มีขนาดเล็กกว่า ส่วนหัวมีขนสีเทาแบบสีขนหนู ด้านท้ายมีหงอนสั้น สังเกตได้ง่ายจากด้านข้างเมื่อแผ่ออก แม้หดหงอนลักษณะหัวทรงรูปออกเหลี่ยม
• เฉพาะบางตัวจะมีคิ้วขาว แต่ทั่วไปจะไม่มี ม่านตาเหลืองหรือส้ม มีหนังคลุมโคนปากสีเหลืองเขียว
• หลังขนสีน้ำตาลเข้ม หรือน้ำตาลเทา
• พื้นท้องสีขาว คอขาวมีเส้นกลางลำคอสีน้ำตาลเข้มเด่นชัด บริเวณอกมีริ้วขีดทางยาวสีน้ำตาลแดง ริ้วส่วนขอบหนาแน่นกว่า จนบางทีเห็นเป็นดวงดวง ต่ำกว่าอกลงมาเป็นลายขวางหนาแน่น ลายขวางที่ขนโคนขาละเอียดและหนาแน่นกว่าส่วนท้อง
• ขนหางสีน้ำตาล แถบหนาขวางสี่แถบ แต่ขนหางเส้นนอกสุดทั้งสองข้างของตัวผู้จะไม่ชัด
• ขนหางเส้นนอกสุดทั้งสองข้างของตัวเมียมีสีเข้มห้าแถบขวาง
• ขนคลุมโคนหางฟูเป็นสีขาว เห็นได้ง่ายในตัวผู้
• ขาเปลือย ตีนเหลือง
• ปีกสั้นหางยาว ปลายปีกยาวเพียงหนึ่งในสามของขนหาง
นกเด็ก หลังสีน้ำตาลแต่อ่อนกว่า ส่วนหัวสีน้ำตาลอ่อน
• ม่านตาเหลืองเขียว
• ขนอกสีอ่อนเหลืองเปือกข้าว
• ขนท้องพื้นสีอ่อนเหลืองเปือกข้าว เป็นริ้วแน่น ริ้วบริเวณอกเป็นดวงคล้ายรูปหัวใจ
• คาดว่าในขวบปีที่สองจะมีสีสันเหมือนนกเต็มวัย

ลักษณะบิน
• ปีกมนสั้น ขอบปลายมนเหมือนวงเล็บ จะเห็นนิ้วได้ไม่ชัด
• หางค่อนข้างยาว ขอบหางมน เวลาหุบเข้าหากันดูเหมือนรูปแท่ง เวลากางออกเหมือนพัด
• ขนหางของตัวเด็กจะยาวกว่า และชอบที่จะแผ่กางออก ทำให้หางดูเด่นใหญ่ขึ้น
• จากระยะสังเกตที่ไกล จะเห็นสีเข้มส่วนท้อง ขนคลุมโคนหางสีขาวฟูคลุมใต้หางสองด้าน จะโดดเด่นในตัวผู้
• ขนคลุมโคนหางสีขาวนี้ไม่เด่นในตัวเด็ก
• เวลาบินกางปีกเสมอระนาบเดียวกัน ชั่วขณะสั้นๆที่กดปีกทั้งสองด้านลง
• จังหวะขยับตีปีกเร็วแต่ตื้น จึงดูเหมือนแข็งทื่อ
• มีการกระตุกปีกสองด้านกดลงถี่ๆอย่างรวดเร็วเป็นเอกลักษณ์

เปรียบเทียบชนิดอื่น
เหยี่ยวนกกระจอกเล็ก
• มีขนาดเล็กกว่า รูปร่างผอมบาง หัวกลม จะงอยปากสั้นกว่า แข้งขาเรียวบาง นิ้วกลางยาว
• ขณะบินจะเห็นนิ้วสั้นๆยืดออกเล็กน้อย ปลายขอบปีกท้ายลักษณะมุมน้อยกว่าไม่เป็นรูปวงเล็บ
• มักจะตีปีก แต่ไม่กระตุกปีกกดลง
เหยี่ยวนกเขาท้องขาว
• ขนาดใหญ่กว่า มีคิ้วชัดเจน ไม่มีขีดกลางลำคอ ลายริ้วที่ท้องละเอียดสม่ำเสมอ ขนสีอ่อนกว่า
• ขณะบินปีกยาวกว่าและมีนิ้วยืดออกชัดเจน ปีกยกขึ้น
• ปลายหางเกือบตัด


แปลจาก
Lin,Wen Horn and Cheng, Civi. 2006. A field Guide to the Raptors of Taiwan. p.96-99 Yuan-Liou Publishing Company
original Chinese edition "A Field Guide to the Raptors of Taiwan " /text by Wen-Horn Lin; illustration by Civi Cheng/Yuan-Liou Publishing Company //www.ylib.com



Create Date : 29 มกราคม 2554
Last Update : 16 กุมภาพันธ์ 2555 17:21:15 น.
Counter : 1930 Pageviews.

0 comment
1  2  3  

กรกส
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



Comment Hi5 Glitter
Lyrics | Adele lyrics - Make You Feel My Love lyrics