รายงานตัวท้ายฤดูกาล
จะย่างเข้าปลายปีที่เเปดแล้วสำหรับเพเรกรินที่มาปรากฏตัวในกทม
สำหรับปลายฤดูกาลนี้มันมาเมื่อวันที่11ตุลาคม 2014
แต่ก็อยู่ประเด๋วประด๋าวก็ไปแล้ว



จนได้ถ่ายไว้เป็นหลักฐานเมื่อวันที่14 ตุลาคม 2014 เวลา 1138น.
และวันที่ 16,18,19 ต่างก็เข้าเกาะด้านเหนือ
ส่วนขยายอาคารฟูเลอตันทางทิศเหนือ เหมือนเช่นเคย

21 ตุลาคม 2014  0825น.
พบมันกำลังจัดการซากนกพิราบที่ชั้น18 นอกระเบียงของโรงแรมเมอริออทเรสิเดนซ์สุขุมวิทด้านทิศเหนือ

จนเวลาหลังเที่ยง 1221น.ก็ย้ายนิวาศไปอยู่ส่วนต่อขยายอาคารฟูเลอตัน


หลังจากนั้นช่วงก่อนบ่ายสามมีฝนตกหนักมาก
จนสุดท้ายคืนนั้นเลยไม่ได้ค้างที่ฟูเลอตัน
เงาเจ้าเอกภายใต้ม่านฝน





Create Date : 26 พฤศจิกายน 2557
Last Update : 26 พฤศจิกายน 2557 12:57:02 น.
Counter : 295 Pageviews.

0 comment
จะเป็นคู่ตุนาหงันกันหรือไม่
  คืนวันที่ 3 มีนาคม 2014 หลังกลับจากงานมงคลของหลาน 
ผ่านเข้าบ้าน ตามปกติวิสัยจะมองดูมุกชั้น22ของตึกสันติสถาน (Santisadan) 
ช่างเป็นคืนพิเศษอีกครั้งหนึ่งของชีวิต เพราะภาพที่ปรากฏต่อสายตาคือเหยี่ยวเพเรกรินคู่หนึ่งเกาะอยู่
โดยตัวหนึ่งที่มีขนาดใหญ่กว่า(เจ้าเอกจัง)เพศเมียเกาะที่มุม0900น.และ 
เจ้าตรี(เพศผู้)จากขนาดที่เล็กกว่าเกาะมุม0830น.ของตึกสันติสถาน ในซอยสุขุมวิท 59 (ซอยบุญชนะ) เขตวัฒนา กทม

ภาพถ่ายกลางคืนเมื่อเวลา1943น.วันที่ 3 มีนาคม 2014

พอวันรุ่งขึ้นเข้าเฝ้าติดตามว่าเจ้าเอกกับเจ้าตรีจะยังคงอยู่ที่มุกตึกสันติสถานหรือไม่ 
เมื่อเวลา 0833น. มีเจ้าเอกหลงเหลือเพียงตัวเดียว

ในใจยังคงคิดว่าเจ้าตรีคงไปหาอาหารเพื่อมาป้อสาวกระมัง 
แต่ก็รอนานเป็นชั่วโมงก็ยังไม่มีวี่แวว  
ส่วนเจ้าเอกจังทำตัวเสมือนเจ้าสาวรอคอยเจ้าบ่าว 
แต่งตัวไซ้ขน จัดแจงส่วนต่างๆของร่างกายไม่ว่างเว้น 
และแล้วเวลาที่รอคอยก็มาถึงเมื่อ1140น.
เจ้าตรีบินวนทางทิศเหนือของตึกสันติสถานแล้วเข้าเกาะทางใต้ 
ใกล้ตัวเจ้าเอกจัง โดยระยะห่างไม่เกินสองเมตร 


ขนใต้คอถึงทรวงอกเจ้าตรีดูจะมีสีน้ำตาลแดงมากว่าเจ้าเอก 
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นอาจเกิดจากมุมแสงของกล้อง 
ความยาวปลายปีกของเพเรกรินทั้งคู่ยาวเสมอหาง 
หากยาวกว่าก็ไม่มากเพราะยังไม่ได้ภาพที่ชัดเจนพอเปรียบเทียบได้ 
ส่วนเคราชัดเจนทั้งคู่ สีสันแผ่นหลัง 
เจ้าเอกจะดูน้ำตาลแกมเทากว่าเจ้าเจ้าตรีที่สีเทาอ่อนกว่า 
ลวดลายอื่นของท้อง อก ขา ทั้งคู่เหมือนกัน

1158น.เจ้าตรีออกบินอีกครั้งหนึ่ง  
แต่เป็นการบินเพื่อย้ายตำแหน่ง 
หรืออาจเชิญชวนให้เจ้าเอกจังออกสเต็ปพร้อมกัน มิอาจล่วงรู้ได้ 
เมื่อไม่เห็นเจ้าเอกจังตามมา 
มันเลยแก้เกี่ยวไปเกาะมุกอีกด้านของตึกสันติสถานทิศ1100น. 
แล้วบินขึ้นเหนือไปเลย


เจ้าเอกจังอาจยังไม่เข้าใจหรือไรมิอาจล่วงรู้ คงอยู่ที่ตึกสันติสถานต่อไปจนถึงเวลา1201จึงออกบิน


1443น.พบเจ้าตรีเกาะไซ้ขนที่ระเบียงด้านนอกโรงแรมเมริออทสุขุมวิทเรสิเดนซ์ ชั้น18ด้านทิศเหนือ


ส่วนเจ้าเอกจังเกาะที่ส่วนต่อขยายอาคารฟูเลอตันสุขุมวิท ขั้นต่ำลงมา2ขั้น


1509น.เจ้าเอกออกบินวนหน้าอาคารสังเกตการณ์แล้วหายไปทางทิศเหนือ 
และเป็นภาพสุดท้ายของวันและบันทึกในครั้งนี้



Create Date : 26 พฤศจิกายน 2557
Last Update : 26 พฤศจิกายน 2557 11:43:35 น.
Counter : 322 Pageviews.

0 comment
วิถีชีวิตของเหยี่ยวเพริกรินในเมือง

นับเเป็นเวลาติดต่อกัน5ปีที่ฉันได้พบอาคันตุกะจากแดนไกลในละแวกบ้าน หรือพวกเขาอาจเดินทางเพียงระยะสั้นๆภายในประเทศ ก็ยังเป็นคำถามซึ่งจะต้องพิสูจน์กันต่อไป จึงเป็นโอกาสอันดีสำหรับฉันที่จะได้เก็บข้อมูลจากอาคันตุกะที่มาเยือนและได้แบ่งปันข้อมูลกับเพื่อนคอเดียวกันที่สนใจ



เหยี่ยวเพริกริน Peregrine Falcon (Falco peregrinus), เป็นเหยี่ยวที่พุ่งตัวลงได้เร็วที่สุดในโลกถึง380กิโลเมตรต่อชั่วโมง เคยมีสารคดีถ่ายทำของ National Geographic ในเวบไซต์ https://www.youtube.com/watch?v=j3mTPEuFcWk
ติดกล้องวีดีโอไว้บนส่วนหลังเหยี่ยวนี้ เพื่อให้เหยี่ยวเพริกรินสามารถบันทึกภาพเวลามันพุ่งลงโฉบเหยี่ยว ซึ่งโดยส่วนมากจะเป็นนกพิราบ เมื่อตรวจจับความเร็วในขณะพุ่งลงเข้าหาเหยื่อได้ด้วยความเร็วถึง 380กิโลเมตรต่อชั่วโมง และเมื่อค่ายใหญ่อย่าง NG ทำแล้ว ค่ายBBC ก็ทำกันบ้าง
https://www.youtube.com/watch?v=p-_RHRAzUHM

ความสามารถพิเศษข้อนี้ทำให้พวกมันสามารถดำรงชีพอยู่ในป่าเมืองใหญ่ๆที่มีอาคารสูงๆ และคอยทำหน้าที่เทศกิจให้กับเทศบาลจับหาบเร่แผงลอย โดยแลกกับอาหารที่มันสามารถหาได้ด้วยลำแข้งตนเอง



เมื่อได้มีโอกาสพบเห็น อาคันตุกะตัวแรกมาเมื่อห้าปีที่แล้วนั้น ฉันก็ได้มีโอกาสที่จะได้เป็นประจักษ์พยานในการล่าเหยื่อของมัน เช่นครั้งหนึ่งมันกวดตามอย่างกระชั้นชิดในระยะ 5 ถึง 10 เมตร ด้วยที่ว่าเหยื่อมีขนาดเล็กกว่าเหยี่ยวเพริกริน สิ่งที่เกิดขึ้นคือความคล่องตัวของเหยื่อที่มีรูปร่างเล็กกว่า ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบอย่างเด่นชัดในการเอาชีวิตรอดจากภัยอันตรายที่คุกคามถึงชีวิต หากมีความผิดพลาดเพียงน้อยนิดก็หมายถึงความตาย เพียงเศษเสี้ยววินาทีในช่วงที่อุ้งตีนเพริกรินจะจับต้องลงบนหลังเหยื่อ เหยื่อในที่นี้เป็นนกพิราบกระทำในสิ่งที่นักดิ่งพสุธาทุกคนปฎิบัติตามหลักแรงโน้มถ่วงของโลก พุ่งกดหัวต่ำพร้อมสลับปีกสองข้างไปด้านข้างลำตัวอย่างเร็ว ทำให้ตัวมันซึ่งมีขนาดเล็กสามารถพลิกตัวเลี้ยวเป็นอักษรยูได้อย่างน่าอัศจรรย์ ถ้าในอากาศมีป้ายเครื่องหมายจราจรห้ามกลับตัวละก็ มันคงไม่สนใจและยินดีฝ่าฝืนป้ายห้ามนี้เป็นแม่นมั่น เพื่อแลกกับการอยู่รอด สำหรับเหยี่ยวเพริกรินด้วยความที่เร็วกว่า ทำให้มันพุ่งตัวเลยเป้าหมายที่เกือบจะเสร็จอุ้งตีน และเป็นเหตุให้มันเสียหลักต้องถลาเลยเป้าหมายไปกว่าสิบเมตรถึงจะวกตัวกลับมาติดตามเหยื่อได้อีกครั้ง แต่นั่นแหละเหยื่อมักหลุดพ้นจะขอบเหวแห่งความตายอย่างฉิ๋วเฉียดแล้ว เมื่อเพริกรินกลับลำมาตั้งหลักใหม่



ประจักษ์พยานอีกครั้งคือบรรดานกพิราบเมื่อรู้ถึงภัยคุกคามในอาณาเขต จักมีการสื่อสารส่งข่าวกันในหมู่พรรคพวกเดียวกันที่อยู่ใกล้ การสื่อสารง่ายๆที่กระทำกันบ่อยคือ ออกบินกันเป็นหมู่ๆย่อยๆ ตั้งแต่สองตัวจนถึงหมู่กลุ่มใหญ่ยี่สิบกว่าตัวขึ้นไป หากนกพิราบต่างถิ่นพลัดหลงผ่านมา มักจะเป็นเหยื่อของเหยี่ยวเพริกริน เพราะอุปนิสัยในการหากินของเหยี่ยวชนิดนี้ มักเกาะอยู่กับที่สูงๆที่ที่ใดที่หนึ่งรอคอยให้เหยื่อบินเข้ามาในรัศมีจู่โจมแล้วจึงอาศัยความเป็นต่อในเรื่องความเร็ว ซึ่งส่วนใหญ่มักสัมฤทธิผลในที่โล่ง แต่สำหรับป่าคอนกรีตในเมืองอาคารสูงเพียง6ชั้นขึ้นไปมีมากมาย จึงเป็นอุปสรรคต่อการไล่ล่าและเป็นประโยชน์ที่เหล่านกพิราบจะนำไปใช้ ซึ่งฉันได้เห็นมากับตาว่าเมื่อนกพิราบบินเข้าหลบในซอกหลืบของอาคาร ไม่ว่าจะเป็นระเบียง เครื่องทำความเย็น ความเร็วของเหยี่ยวเพริกรินกลับตาลปัตรจนอาจทำให้มันถึงฆาตได้โดยการพุ่งชนสิ่งกีดขวาง มันยกสองตีนขึ้นยันไปข้างหน้าเหยียบเบรคอากาศแบบฉุกเฉิน ยกตีนข้างเดียวคงเอาไม่อยู่ พร้อมกับการกระพือปีกทั้งสองข้างถอยหลังถี่ถี่อย่างเร็วเท่าที่ชีวิตนี้จะกระพือปีกได้ อีกสักสิบนิ้วเศษจะชนกำแพงสิ่งกีดขวาง มันเหหลบได้อย่างเฉียดฉิว



เหยี่ยวเพริกรินจะฝึกทักษะในการหาล่าเหยื่อบ่อยๆ เมื่อปีแรกๆที่มันมาเยือน ในเขตละแวกบ้านจะพบซากนกพิราบนอนตาย โดยหลายซากจะมีบาดแผลกลางหลัง บางซากไม่พบบาดแผลภายนอก แต่จากสภาพพยาธิที่มีเลือดออกจากรูทวารทั้ง4 ประเมินในเบื้องต้นว่าสาเหตุเกิดจากการตกจากที่สูง มีครั้งหนึ่งที่เหยี่ยวเพริกรินจู่โจมใส่นกพิราบจนสำเร็จผล ขนบนหลังนกพิราบกระจุยกระจายกลางอากาศตามร่างที่ร่วงลงสู่เบื้องล่าง แต่มันกับทิ้งเหยื่อนั้นเสียโดยไม่เหลียวกลับมา ซึ่งเหยื่อตัวนี้พบเป็นซากในคลองสูบน้ำบ้านกล้วยใต้



เจ้าเอก เป็นชื่อเพริกรินตัวแรกที่ฉันตั้งให้ จากขนาดรูปร่างของมันเมื่อเปรียบเทียบกับเพศผู้ที่พบเห็นจากศูนย์ฟื้นฟูเหยี่ยวและนกอินทรีมหาลัยเกษตรฯพอสรุปได้ว่า เจ้าเอกจังเป็นเพศเมีย พฤติกรรมของเอกจังน่าสนใจตรงที่เจ้าหล่อนยังเป็นมือใหม่ในการไล่ล่า จึงมักเห็นพฤติกรรมโก๊ะของมันเสมอๆ มันชอบอาศัยหลับนอนที่มุกตึกบ้านสันติสถานชั้นที่20 ทิศตะวันตกเฉียงใต้ โดยเดิมทีละแวกนั้นจะมีพื้นที่ว่างเป็นตลาดเช้าสำหรับชุมชนอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของตึกสันติสถานเช่นกัน ซึ่งลานกว้างกว่า2ไร่นี้(ปัจจุบันคือที่ตั้งของโรงแรมเรเนซองสุขุมวิท)จึงเป็นแหล่งสุมหัวของเหล่านกพิราบออกมาหาเศษหาเดนอาหาร เพียงเฝ้ารอด้วยความตั้งใจ มักจะได้อาหารอันโอชะบินผ่านมาให้ไล่ล่าหรือฝึกปรือการไล่ล่า



อีกอาคารหนึ่งเป็นรองตึกสันติสถานคือส่วนต่อขยายเหนืออาคารคอนโดฟูเลอตัน โดยเป็นทรงกระบอกสีเหลี่ยม ขนาดประมาณ 10x15x28 เมตร เป็นขั้นๆทั้งหมด28ขั้น บุด้วยวัสดุอาคะลิคขุ่น 14ขั้นแรกทางทิศเหนือจะมีบ้างส่วนอยู่ชิดติดใต้ตัวอาคาร ซึ่งด้านหลังภายในตัวอาคารอาจจัดเป็นส่วนสันทนาการ เจ้าเอกจังมักใช้ด้านทิศเหนือตามขั้นต่างเป็นที่เฝ้ารอคอยเหยื่อที่บินผ่านมา ตั้งแต่ทิศตะวันออกวาดผ่านไปทางเหนือจรดทิศตะวันตก เกือบ180 องศา อีกทั้งยังสามารถหลบแดดในช่วงเที่ยงถึงเย็น ส่วนดาดฟ้าที่เป็นส่วนต่อขยายนี้ก็เป็นลานสังหารเหยื่อ หลายครั้งมันได้เหยื่อมาแล้วจัดการนำมาสู่ลานสั้งหารเพื่อถอนขนเหยื่อ แล้วฉีกเหยื่อกินเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย ถ้าไม่มีอะไรมารบกวน มันสามารถฉีกกินเหยื่อเรียบร้อยภายในชั่วโมง แต่หากการกินถูกรบกวนมันอาจบินจากไปโดยมีเหยื่อติดอุ้งตีนไปด้วย พลบค่ำยามเย็นจะบินตระเวณหาอาหารแล้วกลับมาเกาะหลับนอนที่ตึกสันติสถานอันเป็นที่โปรดปรานสราญสุข



พฤติกรรมทั่วไปของเพริกริน ในทุกช่วงเวลาที่มันดูเหมือนยืนหลับอยู่นั้น การบินเพื่อจับเหยื่อเป็นปัจจัยแห่งการอยู่รอด สิ่งสำคัญที่ต้องดูแลอย่างสม่ำเสมอคื่อการจัดขนส่วนต่างๆ ให้เข้าที่เข้าทางเป็นระเบียบพร้อมที่จะออกไล่ล่าเหยื่ออยู่เสมอ ขนปีกทั้งสองด้านมีการจัดแต่งทุกเส้นอย่างเอาใจใส่ ซ้ำๆอย่างต่อเนื่อง ขนปีกด้านในด้านนอกจะทำอย่างปราณีต ขนเก่าที่ชำรุดจะถูกขจัดออก ขนหางที่ใช้ในการบังคับทิศทางการบินทั้งบนล่างต้องเข้าที่เข้าทาง สำหรับขนอก คอ หลังจะไซร้แต่งบ้างแต่ไม่ถี่เท่าขนปีกและขนหาง หากได้สังเกตพฤติกรรมนานๆ อาจคิดว่ามันเจ้าสำอางค์ และจะเบื่อหน่ายต่อการกระทำซ้ำไปซ้ำมา ทุกครั้งที่มันจัดแต่งขนมันจะไม่ละทิ้งการละแวดระวังหากมีเหยื่อเข้ามาในรัศมีจู่โจม สายตาจะคอยสอดส่องไม่ว่างเว้น แม้แต่ในบางครั้งที่ดูเหมือนมันจะหล้บทั้งยืน แต่ไม่ว่าศัตรูหรือเหยื่อเข้าใกล้จะออกจู่โจมทันที และนี่เป็นพฤติกรรมแสดงความหวงถิ่นหากินของมัน และจะปกป้องอาณาเขตเสมอ 



เคยมีมากกว่าหนหนึ่งที่เป็นประจักษ์พยานการจู่โจมเพริกรินด้วยกันเพื่อป้องกันอาณาเขต การโรมรันพันตูกันกลางอากาศ ท่วงท่าหกกลับ ตีกระบาน จิกหลัง ต่อกรกันด้วยอุ้งตีนใส่หากัน ในบางครั้งจะแว่วได้ยินเสียงร้องของการโรมรัน หากโดนกลบด้วยวิถีเมืองที่มีเสียงอึกทึกตลอดเวลา การไล่กวดจะเริ่มต้นจากฝ่ายที่อยู่ก่อนเสมอ ครั้งหนึ่งมีเพริกรินอีกตัวบินผ่าน ในขณะที่ผู้เห้ยากำลังจัดแต่งขน มันพุ่งใส่อย่างไม่ต้องเสียเวลาคิด แล้วศึกเวหาชิงอาณาเขคก็เกิดขึ้น ฝ่ายผู้ล่วงล้ำรีบตีจากในทันทีเมื่อเห็นผู้เหย้า การไล่กวดเป็นระยะใกล้ไกลแล้วแต่ความพอใจของผู้ประกาศอาณาเขต บางทีจะบินวนเป็นรัศมีใหญ่เพื่อให้อีกฝ่ายเห็นอาณาบริเวณของมัน ซึ่งอาจถึงสิบตารางกิโลเมตรก็เป็นได้ แต่ในบางครั้งก็เห็นเพริกรินถึงสองตัวในพื้นที่เดียวกัน แบบต่างฝ่ายต่างอยู่คนละอาคารสูงซึ่งอยู่ห่างกันกว่า1200เมตรขึ้นไป ซึ่งระยะห่างกันเพียงเท่านี้ถือว่าเล็กน้อยสำหรับเหยี่ยวที่มีสายตาดีซึ่งเอื้ออำนวนต่อการล่าเหยื่อ



เกือบจะเป็นสูตรตายตัวตั้งแต่ได้พบเพริกรินในเมืองหลวง สถิติแรกวันที่21ตุลาคม ปกติอาทิตย์ที่สามของเดือนตุลาคมก็จะมีเพริกรินอพยพมาอยู่ในเมืองหลวงและอย่างน้อยก็มีจำนวนถึงสองตัว แม้ครั้งหนึ่งเคยสังเกตเห็นสามตัวในวันเวลาไล่เรี่ยกัน และการมาเยือนทุกปีนี้เป็นโอกาสที่ดีสำหรับศึกษาเก็บข้อมูลพฤติกรรม การหากินและการขจัดเหยื่อนกพิราบ การอยู่หลายเดือนจนข้ามปี จากสถิตินานสุดถึงวันที่20 เมษายน ระยะหลังนี้อาจเพราะสภาพแวดล้อมเปลี่ยนไปทุกทุกปี ดินฟ้าอากาศก็ไม่คงที่ จึงไม่มีโอกาสได้เห็นทุกวัน แต่ขอเพียงอดทนตั้งตารอเพื่อนต่างแดนก็มาทักทายเสมอ

หนึ่งในบันทึกเหตุการณ์
9-11-2008

0910 น. นึกอยู่แล้วว่ามันจะกลับมา วันที่ไม่ได้เกาะที่ตำแหน่งเดิม อัพเกรดตัวเองขึ้นมา3ขั้น
หันด้านหลังให้ตามสภาพของสถานที่ ชิดเข้าไปจนติดมุม
สภาพอากาศ เมฆกระจาย แดดจัด ลมแรงเป็นบางช่วง
ดูจากถุงปล่องรับลมของตึกสรชัย โดยเฉลี่ย10-50 กม ต่อ ชั่วโมง
คราใดที่ลมแรงมันจะหลับตา
เป็นผลให้อาการมองหาอาหารลดลง
อีกทั้งตัวโอนแอนไปตามกระแสลมที่กระทบ
หวิดร่วงหลายหน

เก็บข้อมูลต่อหลังจากไปทำธุระนอกบ้าน

1216น. ยังอยู่ในท่าเดิม ไซร้ขนคลุมบนปีก(median coverts) ขนคลุมไหล่(scapulars)
เริ่มมองหาอาหาร กระแสลมอ่อนตัวลงมากแล้ว
1320น."สองวันที่มาเกาะในตำแหน่งนี้ ไม่ได้กินอาหารจานหลักและน้ำ ต้องออกหากินซะแล้ว"
13.35น. กลับมาเกาะในตำแหน่งต่ำกว่าภาพบันทึกในวันแรก2ขั้น
เป็นครั้งแรกที่หันซีกขวา ทำให้สังเกตเห็นลายสีขางถนัด
ขนคลุมอกสีน้ำตาลจางๆ
แถบริ้วลายขวางถี่ๆบริเวณสีข้างเรื่อยลงมาถึงขนคลุมใต้หาง สีน้ำตาลแดง
กลางอกถึงใต้คอเป็นริ้วดอก สีน้ำตาลแดง
14.52น. ออกหากิน
1516น. กลับเข้ามา เกาะสูงจากตำแหน่งภาพถ่ายเจ็ดขั้น หันหลังให้โดยหน้ามองไปทางด้านซ้าย
1611น. อาปากหาว หันหัวมองข้ามไหล่ขวา ส่ายตาหาเหยื่อ
1615น. เงยหน้ามองฟ้า "ปุยเมฆเต็มท้องฟ้า" แดดอ่อน ลมตะวันตกเฉียงเหนือ 20-30
1632น. กำหมัดเท้าซ้าย แล้วยกขึ้นเกาหู "ใครคิดถึงตูอยู่ง๊ะ" ทำความสะอาดง่ามเท้าซ้าย
ไซร้ขนอก รักแร้ด้านซ้าย ก้มมองดูเบื้องล่าง
1635น. เงยหน้ามองฟ้า เหลียวหลังมองข้ามไหล่ขวา เงยมองฟ้าเห็นนกแอ่นบ้าน จรดจรดจ้องจ้อง
1639น. อ้าปากกว้าง

"เพชรฆาตมือละอ่อน"
1641น. ขยับแขนขึ้นทั้งสองข้าง ราวดังนักกีฬาโดดน้ำ 1....2....3...
ดิ่งตัวลง เป้าหมาย12นาฬิกา พิสัย80เมตร ตีปีกเพิ่มความเร็ว
ในขณะที่เจ้าพิราบน้อยบินเข้าหาตัวตึก อารามตกใจที่ถูกศัตรูจู่โจมกระทันหัน
เบนเข็มเปลี่ยนทาง ไปโรงหนังเมเจอร์สุขุมวิท
"ตูหลบไป คงไม่ทันได้ดูหนัง" เจ้าพิราบจึงอ้อมไปทางด้านหน้าตึกฟูเลอตัน
เจ้าเหยี่ยวคงใช้กลยุทธ "over on top" เพื่อพิฆาตเหยื่อ
ปีกตีเร็วขึ้นจนอยู่ในระยะปะชิด
เร็วจนกระพริบตาไม่ทัน กรงเล็บหมายตา"กลางหลัง"

เจ้าพิราบชั่วโมงบินสูงทีเดียว แม้จะตื่นตระหนกในครั้งแรก
แต่รู้ว่าขืนบินเป็นเส้นตรงมีหวังเอาชีวิตไม่รอด
ใช้ยุทธวิธีบินหลบหลีกไปมา
พอรู้สึกว่ากรงเหยี่ยวอยู่กลางหลังเส้นยาแดงผาแปด
มันทิ้งตัวต่ำพร้อมกับพลิกตะแคงข้างหลบรอดกรงเล็บมฤตยูอย่างหวุดหวิด
แล้วกะพือปีกอย่างรวดเร็วเบนเข็มมาหลังตึกฟูเลอตัน

เจ้าเหยี่ยวถลาเลยเป้าหมายแบบไม่ติดแบรก
"ตรูไม่น่าพลาด" เพชรฆาตมือละอ่อนรำพัน
เจ้าเหยี่ยวไม่ละความพยายาม ตีวงแคบกระทันหัน
กวดตามมาอย่างติดติด จนลืมยุทธวิธีที่มันท่องมาตลอดสองวัน
"ข้าต้องอยู่บน...ข้าต้องอยู่บน...ข้าต้องอยู่บน..."

ด้วยความเป็นเจ้าถิ่น เจ้าพิราบทิ้งห่างศัตรูมาได้
พอถึงกลางด้านหลังของตึกซึ่งเว้าเป็นช่องระเบียง
เลี้ยวขวาหักศอกเข้าไปทันที
แม้เหยี่ยวจะกวดตามมาอย่างกะชัน
"แคบจัง" สายหัว แล้วปลงตกว่าตรูชวดอีกแล้ว
ลองไปช๊อปที่บิ๊กซี่เอกมัยดีฟ่า

ถึงบิ๊กซีเอกมัย
"บ๊ะ วันนี้ทำไมไม่มีพิราบสด"
บินสูงขึ้นสูงขึ้นสูงขึ้น
"โอ๊ย" โดนนกแอ่นบ้านพุ่งเข้าใส่
"เจ็บ ฉิ..หาย ฝากไว้ก่อนเถอะ.. สักวัน..จะเอาคืน"
บินข้ามทองหล่อ ไปดีมาดี คาระวะบ้านท่านอานันท์
ย้อนกลับมา
1653น. เป็นครั้งแรกที่เห็นเกาะมุม เหนือภาพถ่าย1ขั้น
มองดูท้องฟ้าจำลอง เห็นมหาสมุทรแปซิฟิค
17.11 บินเหนือปั๊มเอสโซ่ข้างอาคารสรชัย เอกมัย ลับหายไป



Create Date : 09 มกราคม 2554
Last Update : 18 พฤษภาคม 2555 12:06:29 น.
Counter : 2805 Pageviews.

0 comment

Valentine's Month



กรกส
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



Comment Hi5 Glitter
Lyrics | Adele lyrics - Make You Feel My Love lyrics