เล่นGuitarกันไหม
Group Blog
 
All Blogs
 

เปลี่ยนความคิด>>>ชีวิตจะเปลี่ยน

พวกคนที่รวยๆกันนั้น ก็เพราะ
เขาโชคดีมีโอกาสอย่างที่เราไม่มีไง
หรือไม่เขาก็รวยอยู่ก่อนแล้ว
และโชคชะตามันก็กำหนดมาแล้ว
ว่าใครจะรวยหรือจน

เมื่อก่อนผมก็เคยมีความคิดแบบนี้แหละครับ
จนผมได้มีโอกาสอ่านหนังสือดีดีหลายๆเล่ม
และพบปะพูดคุยกับคนหลายๆอาชืพ
ความคิดผมก็เริ่มเปลี่ยนไป...
จริงๆแล้วคนเราจะรวยหรือจน
ไม่ได้อยู่ที่อะไรข้างต้นที่พูดมาเลยซักข้อ
มีปัจจัยเดียวที่จะกำหนดว่าเราจะรวยหรือจนได้
นั้นก็คือ
"ความคิด"
ลองดูภาพกาตูนด้านล่างนะครับ



จะเห็นได้ว่าคนส่วนใหญ่
จะเคยชินกับเส้นทางเดิมๆ
พอมีใครที่มีความคิดแปลกออกไป
คนเหล่านี้ก็จะปฏิเสธ
คนที่กล้าทำอะไรที่แตกต่าง
ก็จะมีชีวิตที่แตกต่าง
คิดแบบเดิม...สมองก็สั่งให้ทำแบบเดิม
และได้รับอะไรแบบเดิมๆ
แต่ก็ไม่ใช่เรื่องผิดอะไร
เพราะเรายังไม่ได้รับการจุดประกายความคิด
แต่ถ้าได้รับความคิดใหม่...
สมองจะสั่งให้ทำแบบใหม่
และได้รับอะไรแบบใหม่ อย่างที่เราไม่เคยได้
แล้ว...จะหาความคิดดีดีได้จากไหนละ
ง่ายที่สุดคือปรึกษาคนที่เขารวยแล้วครับ
(ถ้าเขายอมบอกคุณนะ)
อีกทางคือหาหนังสือดีดีอ่าน
วันนี้ผมมีหนังสือดีมาแนะนำ1เล่ม
ขนาดไม่หนามาก
ไม่พูดเป็นวิชาการ เข้าใจง่าย
ภายในเล่มคุณจะได้รู้ว่า
คนรวยกับคนจนแท้จริงต่างกันนิดเดียว
แล้วคนรวยเขาทำอะไรที่ต่างจากคนจน
มันถึงทำให้ชีวิตแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง




 

Create Date : 30 มีนาคม 2550    
Last Update : 19 ตุลาคม 2550 17:24:15 น.
Counter : 644 Pageviews.  

ทำงานประจำ...ก็ดี...แต่ว่า



หลังจากที่ผมได้อ่านหนังสือ"พ่อรวยสอนลูก"
ทำให้ได้พบความจริง ที่แสนน่ากลัวในเรื่อง
"กับดักในงานประจำ"
ลองดูภาพกาตูนด้านล่างนะครับ



ภาพที่1-คนซ้ายอยากได้ของอย่างหนึ่ง
คนกลางจึงสั่งให้คนขวาไปหามา
ภาพที่2-คนขวาหามาได้
คนกลางจึงตอบแทนให้100-
ภาพที่3-คนกลางนำมาเสนอต่อคนซ้าย
ในราคา300-
ภาพที่4-ทั้ง3คนมีความสุข

เรื่องนี้เป็นการเปรียบเทียบ
ลูกจ้างก็คือคนด้านขวา
ตลาดคือคนด้านซ้าย
นายจ้างคือคนกลาง
สินค้าในภาพคือแรงและเวลาของลูกจ้าง
ผลตอบแทนที่ลูกจ้างได้รับ...
คือเศษเงินจากนายจ้าง
แต่ภาพสุดท้ายทุกคนมีความสุข
ความจริงที่ลูกจ้างควรรู้คือ
"แรงและเวลาของคุณมีมูลค่ามากกว่าที่เป็นอยู่นะครับ"

ลองดูอีกภาพกาตูนด้านล่างนะครับ
"กับดักในงานประจำ2"



-มีที่ดิน2แปลง ที่ของเราและที่ของเขา
-เขาจ้างเราให้ไปปลูกต้นไม้ในที่เขา
-อายุเรามากขึ้น(40)ก็ปลูกต้นไม้ให้เขาใหญ่ขึ้น
-จนวันที่เราหมดคุณค่า(อายุ60)เขาก็เลิกจ้าง
-คนแก่ต้องจำใจกลับมาอยู่ที่ของตัวเองที่วางเปล่า
เรื่องนี้เป็นการเปรียบเทียบ
คนที่อยู่ทางซ้ายกำลังทำงานประจำ
ต้นไม้คือหน้าที่การงานและการเติบโตของบริษัท
วันเกษียนอายุเท่ากับวันที่คุณหมดคุณค่า
ความจริงที่ลูกจ้างควรรู้คือ
"คุณกำลังขายเวลาและคุณค่าในตัวคุณให้กับคนอื่นจนหมด"
"คุณกำลังทำฝันคนอื่นให้เติบโตแล้วฝันของคุณล่ะ อย่าลืมซิ"

ขอบคุณที่อ่านมาจนถึงตรงนี้นะครับ
ถ้ามีใครที่อ่านแล้วรู้สึกเฉยๆ...
ปิดหน้านี้ซะ แล้วลืมข้อความทั้งหมดไป
ต้องขอโทษด้วยครับ ที่ทำให้เสียเวลา
ถ้าใครที่อ่านแล้วชอบ
อยากหาทางออกใหม่ๆให้กับตัวเอง
ผมมีหนังสือดีดีมาแนะนำอีก1เล่มครับ




 

Create Date : 30 มีนาคม 2550    
Last Update : 19 ตุลาคม 2550 17:57:20 น.
Counter : 440 Pageviews.  

แล้วเรามีสิทธิ์รวยไหม



หลังจากที่ได้อ่าน เงินสี่ด้านทำให้ผมรู้ว่า
เมื่อก่อนนี้ผมไม่มีสิทธิ์ที่จะเป็นคนรวยได้เลย
เพราะเรายังคงทำงานในฝั่งที่คนจนเขาทำกัน
แล้วคุณล่ะ อยู่ฝั่งคนรวยหรือฝั่งคนจน
ลองดูภาพด้านล่างนะครับ



ฝั่งคนจน
คนทำงานประจำไม่มีสิทธิ์รวย
เพราะรายได้ที่ได้คือเศษเงินจากนายจ้าง
มันน้อยนิดจะไปรวยได้ไง
เป็นพ่อค้า เปิดร้านยากที่จะรวย
เพราะทำคนเดียวเป็นลูกจ้างตัวเอง
ทำแรงเดียวรายได้เท่ากับ1x1รวยยาก

แล้วฝั่งคนรวยเค้าทำงานกันยังไงล่ะ
มีประโยคอยู่1ประโยคในหนังสือพ่อรวยสอนลูก
"ใช้เงินทำงานหนักให้แทนเรา"

ฝั่งคนรวย
เจ้าของธุรกิจใช้เงินช่วยทำงานหนักแทนตัวเขา
ใช้เงินส่วนหนึ่งจ้างคนเพื่อมาทำผลตอบแทนที่มากกว่าให้
เจ้าของธุรกิจไม่ต้องใช้เงินลงทุนมากอย่างที่คิด
ใช้เงินหมุนบวกกับความเชื่อถือของตัวเองและบริษัท
ดูภาพ"กับดักในงานประจำ"ด้านบนซิครับ...ใช่เลย
อ่านตรงนี้อาจจะดูง่าย
แต่เราต้องมีความรู้และประสบการณ์ที่มากพอ
นั้นคือปัญหา

ส่วนนักลงทุน พวกนี้มีเงินมากมายล้นเหลือ
ใช้วิธีเกงกำไรจากอสังหาริมทรัพย์หรือหุ้นราคาสูง
และได้ผลตอบแทนคือกำไรที่สูงขึ้นกว่าเดิมมาก
แต่..ต้องมีเงินเก็บซัก10ล้านบาทขึ้นไป
ถึงมีสิทธิ์เข้าสู่อาชืพนี้

ชักอยากย้ายไปฝั่งคนรวยแล้วครับ
แต่ติดตรงวิธีการนี่ซิ
ยังมีปัญหาที่แก้ไม่ตกหลายจุด
แต่อาจารย์ผู้ร่ำรวยของผมสอนเสมอว่า
"ขึ้นชื่อว่าปัญหา...แสดงว่าเคยมีคนแก้ได้มาแล้ว
เพียงแต่เรายังไม่รู้วิธีแก้เท่านั้นเอง"
วิธีที่จะข้ามไปฝั่งคนรวยผมก็พอจะทราบครับ
แต่ถ้าคุณไม่อยากรู้...ไม่เป็นไร
ปิดหน้านี้ซะ แล้วลืมข้อความทั้งหมดไป
ต้องขอโทษด้วย ที่ทำให้เสียเวลาครับ
แต่ถ้าอยากรู้หนทางไปสู้ฝั่งคนรวย
ผมมีหนังสือดีดีมาแนะนำอีก2เล่มครับ




 

Create Date : 30 มีนาคม 2550    
Last Update : 19 ตุลาคม 2550 17:59:30 น.
Counter : 322 Pageviews.  

ความสำเร็จ2ทางที่เลือกได้

การเป็นเจ้าของธุรกิจสามารถเป็นได้2แบบ
1.เจ้าของธุรกิจแบบดั้งเดิม
ยกตัวอย่างเจ้าของบริษัทเหล่านี้ Central CP AIS
ทุกคนล้วนมาจากคนที่ไม่รวยมาก่อนทั้งสิ้น
แต่เขาสามารถฝ่าปราการโหดทั้ง5ด่านมาได้
-เงินทุน:เริ่มต้นที่หลักหลายๆล้านตามแต่จะหามาได้
-คน:หาคนที่เก่งๆและไว้ใจมาทำงานให้ได้
-ทำเล:ได้ทำเลที่ดีที่สุด
-ประสบการณ์:สังสมความรู้เอง
และมีที่ปรึกษาชั้นเซียนอยู่ใกล้ๆ
-ความเสี่ยง:ถ้าผิดพลาดก็เท่ากับทุกอย่างเป็นศูนย์
ข้อดีของธุรกิจแบบนี้คือ
สามารถออกแบบธุรกิจและสินค้าในแบบที่เราชอบ
ข้อเสียของธุรกิจแบบนี้คือ
ปราการโหดทั้ง5ด่านที่รออยู่
ซึ่งวิธีการแก้ปัญหาสามารถศึกษาได้ใน
หนังสือพ่อรวยสอนลงทุน



2.เจ้าของธุรกิจแบบเครื่องข่าย
ยกตัวอย่างเช่น ธุรกิจแฟรนไชน์และธุรกิจขายตรงบางยี่ห้อ
ธุรกิจแบบนี้เป็นเส้นทางที่ลำบากน้อยกว่า
และสำเร็จง่ายกว่าแบบที่1
ประเทศที่พัฒนาแล้ว
ธุรกิจแบบเครื่อข่ายเติบโตอย่างมาก
ใครมีสูตรอาหารอะไรเด็ดๆ
จับทำเฟรนไชน์ ขายต่อร่ำรวยกันไป
ยกตัวอย่าง แมคโดนัล KFC MK ขายสูตรเก็บลิขสิทธิ์รวยกันไป
อย่างร้าน 7-11 ในไทยมีตั้งพันกว่าสาขา
วันนึงเปิด24ชม.คูณพันสาขา
วันนึงก็มีชม.เปิดร้านรวมมหาศาล
ของที่ขาย ก็เป็นของที่เราต้องซื้อกันทุกๆวัน
คนเข้าไปซื้อกันตลอดเวลาไม่ขาด
ชม.เดียวก็ขายกันหลักล้านแล้วคับ
ธุรกิจเครือข่ายจึงเป็นอะไรที่น่าสนใจมาก
แถมยังมีโรงเรียนที่สอนเรื่องวิธีทำธุรกิจเครือข่าย ให้ฟรีอีก
อาจารย์ก็คือเศรษฐีที่ใจบุญหลายๆท่าน ที่อยากช่วยเหลือผู้คน
แต่คอสดีดีแบบนี้ก็ไม่ได้เปิดกันทั่วไปคับ
จะเข้าไปเรียนได้ต้องมีคนรับรองพาไป



Robert T.Kiyosaki
ได้กล่าวชื่นชมธุรกิจแบบเครื่องข่าย
ว่าเป็นธุรกิจที่สำเร็จรูป
สามารถสำร็จได้ง่ายและเร็วกว่าธุรกิจในแบบที่ตนเคยทำมา
และได้วิเคราะห์เจาะลึก ธุรกิจเครือข่ายอันดับ1ของโลก
เขียนถึงข้อดีข้อเสียทั้งหมดของธุรกิจนี้ ไว้ในหนังสือ
"โรงเรียนสอนธุรกิจ"
จากมุมมองของคนที่ไม่ได้ทำธุรกิจขายตรงมาเขียน
ข้อมูลจึงเป็นกลางที่สุด
ใครที่สนใจหลังสือชุดพ่อรวยทั้ง4ตอน
ของRobert T.Kiyosaki
ลองหาซื้ออ่านได้ที่ร้านหนังสือซีเอ็ดและร้านชั้นนำทั้วไปนะครับ
(ผมไม่ได้ % นะครับ)

อ่านแล้วชอบไม่ชอบ
เข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้าง
หรืออยากพูดคุยยินดีครับ
jarusit@hotmail.com *MSN*ออนช่วงกลางวันคับ
ถ้ามีโอกาสจะพาไปพบอาจารย์ผู้ร่ำรวย
ผู้ที่สอนผมเรื่องธุรกิจครับ




 

Create Date : 30 มีนาคม 2550    
Last Update : 19 ตุลาคม 2550 18:02:15 น.
Counter : 172 Pageviews.  


CD-Ghost
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




( น๊อต - Enie9 )
Friends' blogs
[Add CD-Ghost's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.