::ขออภัยบล็อคโป๊มาก ไม่ได้แต่งตัวให้บล็อคเลย::
Group Blog
 
All blogs
 
Love Myself มีแต่คำว่า "รักตัวเอง"


วันนี้ ฉันได้ค้นพบข้อดีของการเกิดปัญหาร้ายๆ นี้ในชีวิตฉัน
ตามความจริง ปัญหา(trouble)ที่ฉันประสบนั้น ไม่ได้ใหญ่หลวงนัก
เมื่อเทียบเท่ากับคนอื่น ซึ่งฉันคิดว่าเจอเรื่องร้ายแรงกว่าฉันเยอะ

แม้ในตอนนี้ยังสับสน ยังกลัดกลุ้ม ยังหวาดกลัว
และอับจนหนทาง  ไม่ต่างไปจากเมื่อวาน และวันก่อนๆ

แต่ชั่วอารมณ์หนึ่ง ก็เกิดความพึงใจว่า
ปัญหานี้ทำให้ฉันได้เรียนรู้อะไรหลายๆ อย่าง
อะไรที่ไม่คาดคิดว่า ชีวิตนี้จะได้พบเจอ
เรื่องที่ดูเหมือนจะขัดแย้งกัน แต่เข้ากันได้ดี

ก่อนอื่น ขอเล่าปัญหา ความทุกข์ใจของฉัน
เพื่อเป็นบทเรียนของคนที่พร้อมจะเรียนรู้มัน

ฉันมีความคิดในแง่ลบเกี่ยวกับตัวเองเสมอ
และนั้นส่งผลให้ฉันดิ้นรน พยายามทำให้ตัวเองดีขึ้นเสมอ
(นั้นมันก็ดีไม่ใช่หรือ) แต่..ฉันมักจะผิดหวังอย่างรุนแรง
ท้อแท้ หมดหวังกับชีวิตได้อย่างง่ายดาย
เมื่อสิ่งที่ตั้งใจทำ หรือสิ่งที่ได้ทำนั้นผิดพลาดไปจากที่คิด
ฉันมักไม่ให้อภัยตัวเอง ชอบตอกย้ำตัวเอง
และนั้นทำให้ฉันรักตัวเองไม่เป็นเสียที

ข้อดีของฉันอย่างหนึ่ง คือชอบให้คำปรึกษา
แม้แต่เรื่อง ความรักที่ตัวเองไม่ได้มีประสบการณ์
ก็ยังรับฟัง และเสนอแนวคิดให้กับผู้ขอ
เพียงแต่..เวลาที่ตัวเองมีปัญหา
ฉันไม่ชอบขอคำปรึกษาใคร
และไม่ชอบขอความช่วยเหลือจากใคร
มักจะขบคิดปัญหาอยู่คนเดียว
จนบางที กลายเป็นหมกหมุ่นและคิดระแวงไปเอง

มีหลายๆ อย่างที่ฉันไม่ค่อยเข้าใจเกี่ยวกับตัวเอง
มีหลายๆ อย่างที่มันขัดแย้ง แต่ก็ยังเป็นไป

ฉันมักจะรับฟังคนอื่นพูด
ไม่ใช่แค่ได้ยิน แต่ฉันรับฟัง และเข้าใจ
บางเรื่อง ฉันเห็นด้วยในทันที ก็พูดบอกออกไป
บางเรื่อง รู้สึกขัดใจ ก็เพียงโต้แย้งในใจ
บางเรื่อง ฉันมีเหตุผล มีประสบการณ์ ก็อาจเสนอ
แต่พอมีเวลาให้คิดเมื่อไหร่
ก็จะเอากลับมาคิดซ้ำ
บางที เคยเห็นด้วย ก็กลับเปลี่ยนแปลง
บางที เคยไม่เห็นด้วย ก็กลับเปลี่ยนแปลง
สุดแล้วแต่ตัวเองจะสรรหาข้ออ้างอะไรมาสนองตัวเอง

เช่น เคยร่ำเรียนอยู่ว่า ทำแบบนี้ดีนะ ควรทำ
เราฟังครูพูด ก็เห็นว่า มันสมเหตุสมผลดี
และมันน่าจะเหมาะกับตัวเอง จึงคิดว่า ตัวเองจะทำ
แต่ปรากฏว่า ในสถานการณ์ที่สมควรกระทำนั้น
เกิดมีอะไรอย่างอื่นมากระตุ้นหรือเรียกร้องให้เราทำ
หรือจะเรียกว่า มีการผิดเงื่อนไขไปเล็กน้อย
เราก็อาจจะค้นพบข้ออ้างใหม่ในใจมาแย้งว่า
ทำแบบนี้ดีก็จริง แต่เรา.. หรือแต่มัน..
ดังนั้น ยังไม่ทำ หรือ เก็บไว้คิดทีหลัง
หรืออาจจะคิดไม่ทำอีกเลย

หากเป็นเช่นนั้น จะเรียกว่าเราเป็นคนเช่นไรดี
เป็นคนกลับกลอก โลเล อ่อนแอ ถูกชักจูงง่าย
หรืออย่างไรดี

ถึงเราจะโชคดีที่มีครูอาจารย์ที่ดี
มีความตั้งใจ อบรมสั่งสอนเรา
ให้คำแนะนำดีๆ กับเราเสมอ
แต่สิ่งที่ชักจูงจิตใจนั้น มาจากตัวเราเอง
หรือกิเลส หรือความชั่วร้ายข้างในจิตใจ
ทำให้เราปฏิบัติสิ่งดีๆ ตามที่ครูพร่ำสอนไม่ได้

เมื่อก่อนถึงรู้สึกว่า ตัวเองโง่กว่านี้ ซื่อกว่านี้
ใครๆ ก็ชมเหลือเกินว่า เป็นเด็กดี จนลำพองใจ
แต่เดี๋ยวนี้ รู้ทันไปทุกเรื่องที่คนอื่นคิด
เพราะมองเห็นแต่ความคิดสกปรกๆ
เลยอยากจะทำอะไรก็ทำ ไม่เกรงใจใคร
ไม่มีความสำนึกในบุญคุณใครทั้งสิ้น
ก็เลยกลายเป็นคนที่ใครๆก็ว่า น่าผิดหวัง

รู้มาก แต่ไม่ปล่อยวาง  กลายเป็นมารที่จ้องจับผิด
รู้มาก แต่ไม่รู้จักยั้งคิด  กลายเป็นสิ่งที่ตัวเองเกลียด

(ช่างบังเอิญคล้องจองกันเสียด้วย)

เรื่องบังเอิญอีกเรื่องหนึ่งคือ
การที่เราเผชิญกับปัญหารุ่มเร้าทางจิตใจ
คือ ตัดสินใจไม่ได้  ปล่อยวางไม่ได้
ส่งผลให้เราไม่มีสมาธิที่จะทำการทำงานอะไร
เราไม่สามารถทำรายงานจบสำเร็จ ก็เรียนไม่จบสักที
ขณะที่เพื่อนหลายคน ทำงานจนจะเรียกได้ว่า ตั้งตัวได้แล้ว

ยิ่งเห็นเพื่อนๆ ประสบความสำเร็จ ยิ่งรู้สึกผิดหวังในตัวเอง
ก็เลยไม่ได้ติดต่อกับเพื่อนๆ อีกเลย
ถ้าจะให้บอกเหตุผล ก็มีหลายอย่างที่เข้าข้างตัวเอง
เช่น ไม่อยากให้เพื่อนเดือดร้อน
แต่ที่จริงคือ ไม่คิดไว้ใจให้ใครมาทำแทน
ไม่อยากยืมมือเพื่อนประสบความสำเร็จ
หรือก็คือ ไม่อยากเป็นคนล้มเหลวคนเดียวในกลุ่ม
ไม่อยากมีสังคม ไม่อยากได้รับการยินดีจากเพื่อน
กลัวว่า การมีเพื่อนจะทำให้เราไม่รู้จักพึ่งตัวเอง
แต่สุดท้าย ตัวเองก็พึ่งพาไม่ได้อยู่ดี
แล้วก็รู้สึกผิดต่อเพื่อน เพราะเราได้ทำให้เขามีจุดด่างพร่อย
เมื่อย้อนกลับมาคิด เขาจะรู้สึกผิดหวังที่ไม่ได้จบพร้อมกันกับเรา
หรือรู้สึกผิดหวังที่ไม่สามารถช่วยเหลือเพื่อนได้
ก็เลยคิดว่า การตัดห่วงความสัมพันธ์นั้นดีที่สุด 
แม้ว่าในความทรงจำของคนจะตัดไม่ได้

การที่เราเลือกไม่ปรึกษาเพื่อน
ก็ทำให้เราหมดกำลังใจไปอยู่ดี
แต่คนเรามักจะดิ้นรนเพื่อตัวเองเสมอ
ฉันพยายามหาทางออกด้วยตัวเอง
ในที่สุด ก็รู้ว่าทำไม จึงคิดว่าจะลองไปหา
ผู้เชี่ยวชาญที่มีความรู้อย่าง จิตแพทย์
แม้จะต่อต้านวิทยาศาสตร์อยู่บ้าง
ที่ให้ความสำคัญกับวัตถุมากกว่าจิตใจ

แต่ในบางด้าน  เราก็มีอาการเดียวกันนั้น
สุดท้าย ก็ได้ยาต้านเศร้ากับยาคลายเครียดมากิน
เคยอ่านผ่านๆ ว่า ช่วงที่คิดว่า ดีจริง
เหมือนจะหายจริงๆ มักเป็นช่วงหลอก
หลอกให้ดีใจเล่นๆ จนหยุดกินยา
แล้วอาการก็กลับมารุนแรง ยิ่งกว่าก่อนกิน
เหมือนกับ โยโย่ เอฟเฟ็คท์

เป็นครั้งที่รุนแรง จนเสียการเสียงาน
ก่อนหน้านั้น ก็เกือบดีมาตลอด
แต่จู่ๆ ก็เหมือนตัวเองไร้ชีวิตชีวา
แม้แต่ช่วงกินยา ก็คิดว่า ยิ้ม เพราะยา
แล้วก็เริ่มเกิดอาการหลงผิดว่า
ตัวเองไม่ได้มีชีวิตอยู่จริงๆ
ทำไมถึงทำงานงกๆ เหมือนกับเครื่องจักร
รู้สึกว่า ชีวิตไร้ความหมายจริงๆ
ก็เลยคิดว่า จบชีวิต ดีกว่า น่าจะดีขึ้น

ตอนนั้น โดดงาน แบบไม่ตั้งตัว
(เป็นงานที่ครูแนะนำเราไปให้ผู้ว่าจ้าง
ทั้งที่เรายังเรียนไม่จบ และก็ไม่ได้สามารถอะไรนัก)
เพราะอะไรก็จำไม่ได้
จำได้ว่า ก่อนหน้านั้น เสิร์ชหาเกี่ยวกับ
การฆ่าตัวตายในอินเตอร์เน็ต
คิดว่า จะใช้วิธีกระโดดลงไปข้างล่าง
เพราะทำงานอยู่บนตึกชั้นสูงเกือบจะสุด

แต่ก็กลัวมาก และสับสนมาก
พยายามทำร้ายตัวเองอยู่
เอาหัวโขกกำแพง โขกเสา
แล้วก็ร้องไห้มาราธอน

แต่สิ่งที่ทำให้เราเลิกคิดฆ่าตัวตายในตอนนั้น
คือ การสำนึกบุญคุณของครู ผู้ใหญ่ที่เลี้ยงดู
รวมถึง เจ้านาย ผู้ว่าจ้างที่เป็นเหมือนกับครู
เราคิดว่า ถ้าเราทำ ที่ทำงานจะเสียชื่อ
จะเดือดร้อนมากมาย เพราะเรา
รวมทั้ง ครูที่แนะนำ ครูคนอื่นๆที่อบรมเราอีก
และครอบครัวของเราอีก

ตั้งแต่นั้นมา พอมีเรื่องไม่สบายใจ
จนอยากจะหนีไป อยากจะจากไป
ก็จะคิดว่า มันไม่สมควรทำ
มีแต่จะสร้างปัญหายิ่งๆ ขึ้นไป

การตายที่ไม่สวยงามทำลายคนมีชีวิต
การตายของเรา แม้จะกำหนดไม่ได้
แต่อยากให้ตายไปแล้ว คนเดือดร้อนน้อยที่สุด
หรือให้พวกเขายิ้มว่า
การตายของเรามีความหมาย
หรือ มันสมควรแก่เวลาแล้ว

จิตแพทย์คนที่สอง ดีกว่าคนแรก
ในความคิดของฉัน
แม้ว่า เธอจะดูอ่อนวัย และเกือบจะร้องไห้ตาม
แต่เธอก็ยัง สอนเรื่องดีๆ ให้กับฉัน

น่าแปลกที่เป็นเรื่องเดียวกับ
คนทรงหรือคนมีองค์ที่ฉันบังเอิญได้พบ

ให้รักตัวเอง

ทุกคนที่หวังดี ก็มักจะพูดแบบนี้เสมอ
มันเป็นข้อคิดที่ดี และในตอนแรกเราก็เห็นด้วย
เรายอมรับในทันที และคิดว่าจะทำตาม

ความคิดตอนนี้ :
ฉันยังมีความสับสนทางความคิด
จะไปเข้าใจอะไรกับคำว่า รัก
หรือแม้แต่เรื่องราวเกี่ยวกับตัวเอง

แต่ก็คิดว่า จะลองดู
แม้จะยังทำไม่ได้ ในทันทีก็ตาม

แม้แต่การเขียน ยังพยาพยามคิดว่า
ทำยังไง ให้จบสวยๆ
ดูท่าจะติดในความสวยงามมากเกินไป
ดูหนัง ดูการ์ตูน ก็อยากจะให้ Happy End

ตอนนี้ รู้สึก รกตัวเองเหลือเกิน
รกนะ ไม่ใช่รัก
ดูวุ่นวายไปกว่าความปกติหรือคนปกติ
แค่ไหน ถึงจะเรียกว่า มาตรฐานของตัวเอง
อะไรที่สูง อะไรที่มากกว่าคนทั่วไปสินะ

การเขียนก็ช่วยจัดการความวุ่นวายในหัวได้บ้าง
แต่ความกลัว ไม่รู้จะใช้อะไรจัดการ
ไว้พรุ่งนี้ ค่อยหาบทเรียนต่อไป





Create Date : 29 พฤษภาคม 2556
Last Update : 29 พฤษภาคม 2556 23:53:50 น. 3 comments
Counter : 281 Pageviews.

 
ยึดติดในความสมบูรณ์แบบเกินไป
แม้แต่การเขียน ยังอ่านซ้ำแล้ว ซ้ำอีก
พอเห็นคำผิด หรือจุดบกพร่อง
ก็คิดจะแก้ให้ได้ในทันที(ใจร้อนด้วย)
อยากพยายามปล่อยวางดูบ้าง
ตอนนี้ เห็นคำผิด แล้วแต่ไม่แก้
เห็นข้อบกพร่องของการเขียนแล้ว
แต่จะแกล้งทำเป็นลืมบ้าง
เพื่อจะได้เข้านอนอย่างสบายใจ
ข้อดีก็มีเหมือนกัน คือ ทำให้เรารอบคอบ
และน่าเชื่อถือ


โดย: knichaay วันที่: 30 พฤษภาคม 2556 เวลา:0:06:36 น.  

 
สำหรับเรา บางครั้งความสมบูรณ์แบบก็ไม่ใช่สิ่งที่สวยงามเสมอไป
แต่การพยายามทำทุกอย่างให้ดีขึ้นทีละนิดๆ
แล้วเก็บความสุขในระหว่างนั้น
แค่นี้ก็สุขแล้วค่ะ

เป็นกำลังใจให้คุณผ่านพ้นทุกสภาวะการณ์ด้วยดีค่ะ


โดย: Risorius วันที่: 2 มิถุนายน 2556 เวลา:17:36:40 น.  

 
ขอบคุณค่ะ คุณ Risorius


โดย: knichaay วันที่: 10 กรกฎาคม 2556 เวลา:13:59:20 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

knichaay
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]











เกี่ยวกับบล็อคนี้
ก็เหมือนๆกับไดอารี่บล็อคทั่วๆไป
จะแตกต่างก็ตรงที่มัน
เป็นไดอารี่บล็อคที่เหมือนๆกับ
ไดอารี่บล็อคทั่วๆไป

เกี่ยวกับผู้เขียน
ตื้นตัน Smiley Smiley
น้ำตาไหล..ซึ้งมาก
^ นี่ไม่ได้เขียนไว้ข้างปกสักหน่อย
.........................
.........................
.........................

เกี่ยวกับอารมณ์ของผู้เขียน
ขึ้นๆ ลงๆ เอาแน่เอานอนไม่ได้
บางวันอยากตาย บางวันอยากเกิดใหม่
บางวันอยากตื่น บางวันอยากนอน
บางวันอยากกิน บางวันอยาก Smiley
แต่ไม่ใช่อยาก กิน+Smileyแน่นอน

เกี่ยวกับแมวของผู้เขียน
-คลิกดูรูป-
หายตัวไปอย่างลึกลับ
ใครพบช่วยจับอาบน้ำ เหม็นมาก
ไม่ๆๆๆๆ ใครพบช่วยส่งจับกลับบ้านที


ชอบเพลงนี้มาก แต่ฟังมากไม่ได้
ฟังแล้ว อยากกลับบ้าน..
บ้านแสนสุขใจที่กำลังตามหา
ถ้าจะฟังเพลง กรุณาช่วยตัวเอง
กดปุ่มเพลย์เล่นเอาเน้อ






New Comments
Friends' blogs
[Add knichaay's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.