เลาะขอบสิงห์สนาม
กลับมาแล้วครับ หลังจากที่ได้ห่างหายไปนานเนื่องจากช่วงนี้มีคนแอบตามแอบดักฟังโทรศัพท์เลยต้องระวังตัวไว้ก่อน(อุ๊ย เหมือนใครบางคนเลย) นอกเรื่องไปและไม่สบายครับช่วงนี้อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย: ก่อนอื่นต้องขอไว้อาลัยให้กับคิม จอง อิล ผู้นำเกาหลีเหนือฝักใฝ่นาซีที่ได้เสียชีวิตลงไป ท่านรู้หรือไม่ว่า คิม จอง อิล ชอบอะไรในบ้านเรา :::::::: ตอบ รีเจนซี่บรั่นดีไทย และ การรำวง เต้นบัลเล่ต์ในบ้านเรา: คงไม่ช้าเกินไปถ้าจะกล่าวยินดีกับ บุรีรัมย์พีอีเอ ที่เถลิงแชมป์ไทยพรีเมียร์ลีคได้สำเร็จ(เป็นไปตามที่ใครหลายๆคนก็คาดไว้) ยินดีด้วยครับนาย(เนวิน ชิดชอบ) ที่ทำได้สำเร็จ ทุ่มเทแรงกาย เงินทองไปมากมายก็เพื่อมีวันนี้ : หงส์แดง ลิเวอร์พลูคงจะสะดุ้งโหยงหลังจากที่ เอฟเออังกฤษได้ตัดสินโทษแบนกองหน้าจอมกัด หลุยส์ ซัวเรส 8 นัด คงต้องสมน้ำหน้าแล้วครับ ทำตัวเองแท้ๆ สมแล้วที่ได้ฉายาว่า แบดบอยจอมกัด(ก่อนย้ายมาหงส์ ซัวเรสได้สร้างวีรกรรมกัดคอของอ็อตมัน บัคคาลในฮอลแลนด์มาก่อน) : ข้ามไปที่สเปนกัน ดาบิด บีย่าคงต้องลุ้นตัวโก่งกับการที่จะไปเซิ้งแข้งในยูโร2012หลังจากกระดูกหน้าแข้งหักในเกมส์กับซานโต๊สที่บาซ่าไล่สอนบอลไปอย่างสบายๆแถมมีข่าวออกมาว่าจะโดนขายทิ้งอีก คนมันจะซวยใครก็ช่วยไม่ได้ : ไปที่เมืองน้ำหอมกันบ้าง สงสัยใกล้ความจริงแล้วกับการที่ เดวิด เบ๊กแฮม จะได้ย้ายไปร่วมทีม เศรษฐีใหม่ เปแอสเช หลังจากที่ เลกิ๊ป สื่อที่ค่อนข้างน่าเชื่อถือ(ดีกว่าสื่อในอังกฤษเยอะ)ได้ออกมาให้ข่าวว่ามาแน่ : นี่ก็สุดจะหน้าด้านหน้าทน สตีฟ คีน ผู้จัดการแบล็ดเบิร์นนั่นเอง ไม่ยอมลาออกซักทีทำทีมแพ้แล้วแพ้อีก สงสารแฟนบอลครับชูป้ายไล่ก็แล้ว ด่าก็แล้ว ยังไม่ยอมออกอีก สงสัยต้องให้อาจารย์หนูมาทำของใส่ถึงจะออกได้ : ร่ายมาซะยาวแล้ว วันนี้ก็คงต้องขอตัวลาไปก่อน ฝากติดตามวิจารณ์แนะนำด้วยนะครับ
รักษาสุขภาพกันด้วยครับ

//www.facebook.com/Klomklingsingsanarm



Create Date : 22 ธันวาคม 2554
Last Update : 22 ธันวาคม 2554 10:53:07 น.
Counter : 122 Pageviews.

1 comment
มุมมองการผลักดันฟุตบอลลีคประเทศไทย
แนวทางการผลักดันฟุตบอลลีคไทยให้เทียบเท่าลีคในยุโรป
ปัจจุบันวงการฟุตบอลไทยในบ้านเรานับว่ากลับมาคึกคัก ครื้นเครง กันอีกครั้งหนึ่งหลังจากซบเซาไปนานหลายสิบปี นับว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดีเป็นอย่างยิ่งสำหรับคนที่มีใจรักฟุตบอลไทย แต่เราไม่ควรที่จะปล่อยให้มันหยุดอยู่กับที่แบบนี้ควรจะผลักดันให้มันเดินทางต่อไปสู่จุดหมายปลายทางให้เหมือนกับหลายลีคดังในโลกใบนี้ ที่เป็นที่รู้จักของแฟนฟุตบอลทั่วโลก หลายคนอาจบอกว่า เพ้อเจ้อ ไร้สาระ ปัญญาอ่อนหรือเปล่า ไม่มีทางทำได้หรอก ใครคิดยังไงเป็นเรื่องส่วนบุคคล แต่มุมมองส่วนตัวเชื่อว่าทำได้ถ้าพวกเราร่วมมือร่วมใจกัน สำคัญที่สุดคือ ความสามัคคี มันเหมือนเป็นพลังที่ยิ่งใหญ่มากถ้าเรามีคำๆนี้
ต้องเริ่มจากการทำโปรแกรมการแข่งขันฟุตบอลในบ้านเราให้สอดคล้องกับปฏิทินฟีฟ่า มีการเว้นพักเมื่อกำลังจะมีเกมทีมชาติมาอย่างน้อยๆ 1 สัปดาห์ ตรงนี้แหละที่จะเป็นเหมือนจุดเริ่มต้นให้เราค่อยๆก้าวไปข้างหน้า ปัจจุบันคนกำหนดโปรแกรมการแข่งขันเกรงกลัวทีมมีอำนาจในเมืองไทยบางทีม สั่งให้เลื่อนก็ต้องเลื่อน อยากเตะวันไหนก็เตะ อย่ากลัวครับ ถ้ากลัวก็ลาออกไปครับ ให้บุคคลอื่นที่ไม่เกรงกลัวหรือไม่ก็ว่าจ้างบริษัทในต่างประเทศที่รับทำการวางโปรแกรมการแข่งขันฟุตบอลมาทำ ใครไม่อยากทำตามก็ลงโทษ ไม่ก็ตัดทิ้งไปเลย เชื่อว่าคนส่วนใหญ่เห็นด้วยแน่นอน ต่อมาก็มาที่การปรับทัศนคตินักฟุตบอล งงกันละสิว่าทำไมต้องทำด้วย นักฟุตบอลไทยสมัยนี้ไม่มีคำว่า น้ำใจนักกีฬา ยิ่งไอ้ที่อยู่ทีมใหญ่ๆแล้วยิ่งไปกันใหญ่ สังเกตได้จากถ้าโดนเตะก็จะไปเตะคืนทันที โดยไม่สนใจอะไรทังนั้น ทำให้เกิดการชกต่อย ตะลุมบอนกัน นี่แหละไอ้ตัวถ่วงความเจริญของบอลไทย ต้องเริ่มปลูกฝังตั้งแต่เด็ก โบราณว่า ไม่อ่อนดัดง่าย ไม่แก่บางทีก็ดัดได้บางทีก็ดัดไม่ได้ ดัดไม่ได้ก็ตัดมันทิ้งไป เป็นปัญหาที่เหมือน เส้นผมบังภูเขา เพราะว่าเราไม่เคยจะสนใจจุดเล็กๆตรงจุดนี้ จากจุดเล็กๆมันก็เลยลามไปเป็นจุดใหญ่ เปรียบเสมือนน้ำในคลองที่ใสสะอาดพอทิ้งขยะลงไปมันก็เลยเน่ากลายเป็นวงกว้าง ควรจะเปิดการอบรมไปเลยตั้งแต่เด็กทำควบคู่ไปกับการเปิดอบรมหรือโรงเรียนสอนผู้ตัดสินที่เป็นปัญหาอีกอย่าง ในบ้านเราพอบอลแพ้ก็โทษกรรมการ ถ้าเรามีโรงเรียนเกิดขึ้น มีการส่งไปอบรม ดูงานที่ต่างประเทศ มีการให้ใบประกาศตามระยะเวลาที่เรียนหลักสูตร คราวนี้แหละปัญหาการบ่นผู้ตัดสินก็จะลดลง แต่ต้องบอกว่าสายตาคนเราไม่มีทางตัดสินได้ถูกต้องร้อยเปอร์เซ็นต์แน่นอนถ้าไม่ใช้ภาพถ่าย นี่แหละเป็นตัววัดของไอ้คำว่า น้ำใจนักกีฬา ยอมรับในคำตัดสิน รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย มันจะตามกันมาควบคู่กันไปเองถ้าคนเราปรับทัศนคติใหม่ ไม่ไปเอาไอ้ของเก่าๆมาใช้ บอลไทยก็จะรุ่งเรือง เงินทองก็จะไหลเข้ามากันเอง
อย่าใจร้อนครับ มันอาจจะต้องใช้เวลา สิบปีหรือยี่สิบปี เราก็ต้องรออย่างอดทน เชื่อว่าซักวันนึงวงการฟุตบอลไทยจะเป็นที่รู้จักไปทั่วโลกได้อย่างแน่นอนถ้าเราสามัคคีร่วมด้วยช่วยกันทำ
ปล.สามัคคี คือพลังที่ยิ่งใหญ่ที่จะเป็นแรงผลักดันความฝันให้กระทำการสำเร็จ

กลมกลิ้งสิงห์สนาม

//www.facebook.com/Klomklingsingsanarm



Create Date : 15 ธันวาคม 2554
Last Update : 15 ธันวาคม 2554 20:02:50 น.
Counter : 64 Pageviews.

1 comment
ฟุตบอลสไตล์กลมกลิ้ง
ผมเชื่อว่าคนเราต่างมีความคิดเกี่ยวกับฟุตบอลแตกต่างกันออกไป บางคนมีความฝันอยากเป็นเจ้าของทีมฟุตบอล บางคนอยากเป็นนักฟุตบอลอาชีพ แต่สำหรับผมนั้นฟุตบอลทำให้ผมใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ โดยการเล่นฟุตบอลกับเพื่อนๆ ทำให้เรารู้จักและมีความสามัคคีในกลุ่มกันมากขึ้น

ในความคิดของผม ฟุตบอล คือ เกมส์กีฬาที่ เล่นกันเพื่อเชื่อมความสัมพันธ์กัน แต่ก็แฝงด้วยความสนุกสนาน ความเพลิดเพลิน อีกทั้งเหมือนยังเป็นแหล่งพบปะสังสรรค์กัน ในหมู่เพื่อนๆที่ห่างเหินกันไป เพราะต่างคนต่างมีเวลางานและส่วนตัวของตัวเอง เมื่อมีเวลามาเจอกัน การเล่นฟุตบอล ก็เหมือนการพบปะกันในงานสังสรรค์ ซึ่งมีแต่ความจรรโลงใจ บวกกับเป็นการออกกำลังกายไปในตัว เพราะในปัจจุบันนี้คนทุกคนมุ่งเน้นแต่การทำงาน เวลาที่จะนำมาใช้ออกกำลังกายมีน้อยหรือ ในบางทีทำงานเหนื่อยจนไม่อยากจะออกกำลังกาย การได้เล่นฟุตบอลกับเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ก็เหมือนเป็นการผ่อนคลายความเครียดที่สะสมจากการทำงานได้อีกด้วย

สมัยเด็กผมเชื่อว่าคนที่ชอบฟุตบอลทุกคนมีความฝันว่า โตขึ้นอยากจะเป็นนักฟุตบอลอาชีพ แค่จะมีสักกี่คนที่ไล่ตามความฝันนั้น อย่างที่ผมนั้นเคยฝันที่จะเป็นนักฟุตบอลอาชีพ แต่ก็ทำได้เพียงเป็นผู้ชมเท่านั้น เนื่องจากไม่ได้มีความเพียรพยายามที่จะใช้เวลาทุ่มเท ฝึกฝน บวกกับเวลาที่มีน้อยลง คนเรามักจะท้อเสมอเมื่อเจออุปสรรค แต่ผมอยากให้ผู้ที่อ่านนี้ อย่าท้อ จงสู้ ฝ่าฟันไป ในทุกเรื่องที่คุณตั้งใจ ผมเชื่อว่าคนเราถ้าไม่ท้อไม่ถอย ย่อมสามารถจะไปถึงในจุดที่เราใฝ่ฝันไว้อย่างแน่นอน

ปล. อย่าท้อกับอุปสรรคข้างหน้า อุปสรรคมีไว้ให้คนเราก้าวข้ามผ่านเสมอ ถ้าไม่ท้อถอย

Facebook Page : //www.facebook.com/Klomklingsingsanarm
Blogspot : //klomklingsingsanarm.blogspot.com



Create Date : 14 ธันวาคม 2554
Last Update : 14 ธันวาคม 2554 16:10:05 น.
Counter : 95 Pageviews.

2 comment
ความผิดหวังจากซีเกมส์
อีกครั้งกับความผิดหวังของคนไทยทั้งประเทศ ที่ฝากความหวังที่จะคว้าเหรียญทองในกีฬาระดับโลกอย่าง “ฟุตบอล” ที่มีการจัดการแข่งขันขึ้นใน ซีเกมส์ครั้งที่ 26 ที่ประเทศอินโดนีเซีย
และแล้วทีมฟุตบอลชุดซีเกมส์ ก็ได้สร้างประวัติศาสตร์ครั้งใหม่ในวงการฟุตบอลไทย ด้วยการตกรอบแรกถึง 2 ครั้งติด (ครั้งแรกที่ เวียงจันทน์ ประเทศลาว) ในครั้งที่แล้วที่ตกรอบนั้น เราทุกคนคิดว่าเป็นเพียงแค่เหตุการณ์ที่บังเอิญเกิดขึ้น แต่มันเกิดซ้ำเป็นครั้งที่สอง นี่คงไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แถมยังเป็นการตกรอบที่ดูแล้ว ทุเรศสายตาคนดูทั้งประเทศกับการชนะกัมพูชาเพียงทีมเดียวเท่านั้นในรอบแรก ทำให้ตกรอบไปตามระเบียบ
ในมุมมองแฟนบอลไทยที่มันอยู่ในสายเลือด การตกรอบของทีมชาติไทยในครั้งนี้ เท่าที่ดูในทุกแมตช์การแข่งขัน นักฟุตบอลทีมชาติชุดนี้ เล่นเหมือนไม่มีใจอยากจะเล่น ไม่มีระบบ ขาดแรงกระตุ้น เราควรที่จะปรับเปลี่ยนหรือสร้างทีมใหม่ทั้งหมด โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับตัวนักเตะเอง ควรจะสำนึกว่า “มีธงไตรรงค์ ติดอยู่ที่หน้าอกทุกคน คุณคือตัวแทนของชาติไทยที่แฟนบอลและประชาชนฝากความหวังเอาไว้ คุณต้องมีใจ ,ตั้งใจ และเต็มที่กับสิ่งที่คุณจะต้องปฏิบัติหน้าที่ในการรับใช้ชาติ จากที่เห็นทีมชาติชุดซีเกมส์ครั้งนี้ นักเตะไม่มีใจกับการแข่งขันครั้งนี้ สักแต่ว่าเล่นไปเท่านั้น ถึงจะโดนแฟนบอลด่าและวิจารณ์ แต่ก็ยังไม่สนใจและรับคำวิจารณ์มาปรับปรุง คงเป็นเพราะว่า เล่นทีมสโมสรเงินดีกว่า และคิดว่ามีเงินเยอะแล้ว ซึ่งความคิดผิดๆแบบนี้ นักเตะทุกคนควรจะลบทิ้งไปให้หมด อีกทั้งในส่วนของทีมงาน ในแต่ละเกมการแข่งขัน ไม่มีการกระตุ้นนักเตะ ทำได้เพียงแค่นั่งมองเฉยๆ อยู่ข้างสนาม ขนาดกองเชียร์ยังส่งเสียงเชียร์ แล้วทีมงานทำอะไรอยู่ครับ นั่งเป็นรูปปั้นข้างสนามที่ไร้ความรู้สึกหรือความคิดหรอครับ บวกกับความคิดของผู้จัดารทีมนั้นที่นำโค้ชที่สโมสรในลีคเชิญออกนั้น มาทำหน้าที่รับผิดชอบทีมชาติ ซึ่งตัวเลือกอื่นก็มีเยอะแต่ไม่รู้ว่าติดใจอะไรกับโค้ชคนนี้ ซึ่งเราจะว่าทางนายกสมาคมอย่างเดียวก็ไม่ได้ เพราะทางนายกสมาคมนั้นได้มอยหมายหน้าที่อันสมควรให้กับผู้จัดการทีมเป็นคนตัดสินใจแล้ว ซึ่งข่าววงในที่ได้รับทราบมานั้น เบื้องต้นได้เสนอให้นำโค้ชต่างชาติมาคุม แต่ผู้จัดการทีมไม่เอา ให้คำแก้ต่างว่า เดี๋ยวจะทำงานกันไม่ได้ จึงพาพรรคพวกเดียวกันเข้ามาบริหารจัดการ เหมือนในอดีตที่แบ่งพรรคแบ่งพวกกัน อยากจะบอกว่า “ขอโทษนะครับ นี่ทีมชาติ ชื่อเสียงของชาติ ไม่ใช่ที่จะให้คุณเข้ามาทำกันเล่นๆ”เราต้องยอมรับกับปัจจุบันนี้ ไม่เหมือนในอดีตแล้ว แต่ละชาติได้มีการพัฒนาฝีเท้าขึ้นอย่างมาก อย่ามัวแต่หลงตัวเองว่าเก่ง ว่าแน่ กว่าชาติอื่นๆอีกเลย บอลในลีคบ้านเรานั้นมีความเป็นมืออาชีพมากขึ้น ก็ต้องทำกันอย่างมืออาชีพ ส่วนตัวผมคิดว่าการเตรียมทีมชาติ 1เดือนนั้น ก็เหมาะสมแล้วครับ หรือคุณจะดูอย่างทีมชาติชุดใหญ่กับการเตรียมตัวแค่ 2 อาทิตย์ แต่ผลงานในสนามดี ถึงจะแพ้แต่ก็ไม่โดนด่า เพราะว่าการปลูกฝังว่าต้องเต็มที่ ต้องเป็นมืออาชีพ มีธงชาติติดอยู่ที่หน้าอก ต้องเล่นเพื่อชาติ เพื่อคนไทย เล่นด้วยใจ การทำงานของทีมงานชุดนี้ ถามว่าได้มีการเข้าไปศึกษาผู้เล่นที่นำเข้ามารับใช้ชาติอย่างจริงจังหรือไม่ ชุดนี้เหมือนกับว่าเป็นเด็กตามใบสั่งเลย เรียกอีกอย่างง่ายๆว่า “เด็กเส้น” บางคนผลงานไม่ดีเล่นไม่ได้เรื่องยังติดทีมชาติ ทีมงานต้องมีความเป็นมืออาชีพมากกว่านี้ เตรียมทีมและศึกษาข้อมูลนักเตะอย่างจริงจัง หรือคัดนักเตะมาลองฝึกซ้อมกันแบบต่อเนื่องไปเลย แล้วพอแข่งจริงค่อยๆคัดออกเหลือแต่ผู้เล่นที่มีคุณภาพและใจที่พร้อมจะเล่น จะได้มีระเบียบ ดูอย่างทีมชาติญี่ปุ่นที่ประสบความสำเร็จ เค้าก็ทำแบบนี้ จะได้สมกับที่ลีคอาชีพบ้านเรากำลังพัฒนาไปในทิศทางที่ดีขึ้นอย่างมาก
อีกอย่างกับการคุยโวโอ้อวดเนี่ย ขอเถอะครับ แฟนบอลเห็นการเล่นก็ดูออกแล้วครับ ไม่ได้โดนปิดหูปิดตา ไม่ได้โง่เหมือนแต่ก่อน อย่าขี้คุยเลยครับ เดี๋ยวมันจะกลายเป็นย้อนกลับมาทำลายตัวของคุณเอง แล้วก็ขอเถอะครับไอ้ที่ไปดูถูกเพื่อนบ้านเรา เลิกเถอะครับ ว่าเราเก่งกว่า ต่อจากนี้คงต้องเตือนตัวเองเสมอ ว่าเพื่อนบ้านนั้นเค้าไปถึงไหนกันแล้ว
ปล. ตั้งใจกันทำนะครับ คนไทยหลายล้านคนจะได้ไม่ผิดหวัง
Facebook //www.facebook.com/pages/%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B8%A1%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B9%89%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%87%E0%B8%AB%E0%B9%8C%E0%B8%AA%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%A1/143057595800059
Blogspot
//klomklingsingsanarm.blogspot.com



Create Date : 13 ธันวาคม 2554
Last Update : 13 ธันวาคม 2554 20:42:22 น.
Counter : 67 Pageviews.

0 comment
1  2  3  

กลมกลิ้งสิงห์สนาม
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]