มุมมองการผลักดันฟุตบอลลีคประเทศไทย
แนวทางการผลักดันฟุตบอลลีคไทยให้เทียบเท่าลีคในยุโรป
ปัจจุบันวงการฟุตบอลไทยในบ้านเรานับว่ากลับมาคึกคัก ครื้นเครง กันอีกครั้งหนึ่งหลังจากซบเซาไปนานหลายสิบปี นับว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดีเป็นอย่างยิ่งสำหรับคนที่มีใจรักฟุตบอลไทย แต่เราไม่ควรที่จะปล่อยให้มันหยุดอยู่กับที่แบบนี้ควรจะผลักดันให้มันเดินทางต่อไปสู่จุดหมายปลายทางให้เหมือนกับหลายลีคดังในโลกใบนี้ ที่เป็นที่รู้จักของแฟนฟุตบอลทั่วโลก หลายคนอาจบอกว่า เพ้อเจ้อ ไร้สาระ ปัญญาอ่อนหรือเปล่า ไม่มีทางทำได้หรอก ใครคิดยังไงเป็นเรื่องส่วนบุคคล แต่มุมมองส่วนตัวเชื่อว่าทำได้ถ้าพวกเราร่วมมือร่วมใจกัน สำคัญที่สุดคือ ความสามัคคี มันเหมือนเป็นพลังที่ยิ่งใหญ่มากถ้าเรามีคำๆนี้
ต้องเริ่มจากการทำโปรแกรมการแข่งขันฟุตบอลในบ้านเราให้สอดคล้องกับปฏิทินฟีฟ่า มีการเว้นพักเมื่อกำลังจะมีเกมทีมชาติมาอย่างน้อยๆ 1 สัปดาห์ ตรงนี้แหละที่จะเป็นเหมือนจุดเริ่มต้นให้เราค่อยๆก้าวไปข้างหน้า ปัจจุบันคนกำหนดโปรแกรมการแข่งขันเกรงกลัวทีมมีอำนาจในเมืองไทยบางทีม สั่งให้เลื่อนก็ต้องเลื่อน อยากเตะวันไหนก็เตะ อย่ากลัวครับ ถ้ากลัวก็ลาออกไปครับ ให้บุคคลอื่นที่ไม่เกรงกลัวหรือไม่ก็ว่าจ้างบริษัทในต่างประเทศที่รับทำการวางโปรแกรมการแข่งขันฟุตบอลมาทำ ใครไม่อยากทำตามก็ลงโทษ ไม่ก็ตัดทิ้งไปเลย เชื่อว่าคนส่วนใหญ่เห็นด้วยแน่นอน ต่อมาก็มาที่การปรับทัศนคตินักฟุตบอล งงกันละสิว่าทำไมต้องทำด้วย นักฟุตบอลไทยสมัยนี้ไม่มีคำว่า น้ำใจนักกีฬา ยิ่งไอ้ที่อยู่ทีมใหญ่ๆแล้วยิ่งไปกันใหญ่ สังเกตได้จากถ้าโดนเตะก็จะไปเตะคืนทันที โดยไม่สนใจอะไรทังนั้น ทำให้เกิดการชกต่อย ตะลุมบอนกัน นี่แหละไอ้ตัวถ่วงความเจริญของบอลไทย ต้องเริ่มปลูกฝังตั้งแต่เด็ก โบราณว่า ไม่อ่อนดัดง่าย ไม่แก่บางทีก็ดัดได้บางทีก็ดัดไม่ได้ ดัดไม่ได้ก็ตัดมันทิ้งไป เป็นปัญหาที่เหมือน เส้นผมบังภูเขา เพราะว่าเราไม่เคยจะสนใจจุดเล็กๆตรงจุดนี้ จากจุดเล็กๆมันก็เลยลามไปเป็นจุดใหญ่ เปรียบเสมือนน้ำในคลองที่ใสสะอาดพอทิ้งขยะลงไปมันก็เลยเน่ากลายเป็นวงกว้าง ควรจะเปิดการอบรมไปเลยตั้งแต่เด็กทำควบคู่ไปกับการเปิดอบรมหรือโรงเรียนสอนผู้ตัดสินที่เป็นปัญหาอีกอย่าง ในบ้านเราพอบอลแพ้ก็โทษกรรมการ ถ้าเรามีโรงเรียนเกิดขึ้น มีการส่งไปอบรม ดูงานที่ต่างประเทศ มีการให้ใบประกาศตามระยะเวลาที่เรียนหลักสูตร คราวนี้แหละปัญหาการบ่นผู้ตัดสินก็จะลดลง แต่ต้องบอกว่าสายตาคนเราไม่มีทางตัดสินได้ถูกต้องร้อยเปอร์เซ็นต์แน่นอนถ้าไม่ใช้ภาพถ่าย นี่แหละเป็นตัววัดของไอ้คำว่า น้ำใจนักกีฬา ยอมรับในคำตัดสิน รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย มันจะตามกันมาควบคู่กันไปเองถ้าคนเราปรับทัศนคติใหม่ ไม่ไปเอาไอ้ของเก่าๆมาใช้ บอลไทยก็จะรุ่งเรือง เงินทองก็จะไหลเข้ามากันเอง
อย่าใจร้อนครับ มันอาจจะต้องใช้เวลา สิบปีหรือยี่สิบปี เราก็ต้องรออย่างอดทน เชื่อว่าซักวันนึงวงการฟุตบอลไทยจะเป็นที่รู้จักไปทั่วโลกได้อย่างแน่นอนถ้าเราสามัคคีร่วมด้วยช่วยกันทำ
ปล.สามัคคี คือพลังที่ยิ่งใหญ่ที่จะเป็นแรงผลักดันความฝันให้กระทำการสำเร็จ

กลมกลิ้งสิงห์สนาม

//www.facebook.com/Klomklingsingsanarm



Create Date : 15 ธันวาคม 2554
Last Update : 15 ธันวาคม 2554 20:02:50 น.
Counter : 83 Pageviews.

1 comments
  
010203040506
โดย: ปาร์ค ZAZA304 IP: 171.98.1.91 วันที่: 3 มีนาคม 2555 เวลา:13:48:54 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

กลมกลิ้งสิงห์สนาม
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]