ความผิดหวังจากซีเกมส์
อีกครั้งกับความผิดหวังของคนไทยทั้งประเทศ ที่ฝากความหวังที่จะคว้าเหรียญทองในกีฬาระดับโลกอย่าง “ฟุตบอล” ที่มีการจัดการแข่งขันขึ้นใน ซีเกมส์ครั้งที่ 26 ที่ประเทศอินโดนีเซีย
และแล้วทีมฟุตบอลชุดซีเกมส์ ก็ได้สร้างประวัติศาสตร์ครั้งใหม่ในวงการฟุตบอลไทย ด้วยการตกรอบแรกถึง 2 ครั้งติด (ครั้งแรกที่ เวียงจันทน์ ประเทศลาว) ในครั้งที่แล้วที่ตกรอบนั้น เราทุกคนคิดว่าเป็นเพียงแค่เหตุการณ์ที่บังเอิญเกิดขึ้น แต่มันเกิดซ้ำเป็นครั้งที่สอง นี่คงไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แถมยังเป็นการตกรอบที่ดูแล้ว ทุเรศสายตาคนดูทั้งประเทศกับการชนะกัมพูชาเพียงทีมเดียวเท่านั้นในรอบแรก ทำให้ตกรอบไปตามระเบียบ
ในมุมมองแฟนบอลไทยที่มันอยู่ในสายเลือด การตกรอบของทีมชาติไทยในครั้งนี้ เท่าที่ดูในทุกแมตช์การแข่งขัน นักฟุตบอลทีมชาติชุดนี้ เล่นเหมือนไม่มีใจอยากจะเล่น ไม่มีระบบ ขาดแรงกระตุ้น เราควรที่จะปรับเปลี่ยนหรือสร้างทีมใหม่ทั้งหมด โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับตัวนักเตะเอง ควรจะสำนึกว่า “มีธงไตรรงค์ ติดอยู่ที่หน้าอกทุกคน คุณคือตัวแทนของชาติไทยที่แฟนบอลและประชาชนฝากความหวังเอาไว้ คุณต้องมีใจ ,ตั้งใจ และเต็มที่กับสิ่งที่คุณจะต้องปฏิบัติหน้าที่ในการรับใช้ชาติ จากที่เห็นทีมชาติชุดซีเกมส์ครั้งนี้ นักเตะไม่มีใจกับการแข่งขันครั้งนี้ สักแต่ว่าเล่นไปเท่านั้น ถึงจะโดนแฟนบอลด่าและวิจารณ์ แต่ก็ยังไม่สนใจและรับคำวิจารณ์มาปรับปรุง คงเป็นเพราะว่า เล่นทีมสโมสรเงินดีกว่า และคิดว่ามีเงินเยอะแล้ว ซึ่งความคิดผิดๆแบบนี้ นักเตะทุกคนควรจะลบทิ้งไปให้หมด อีกทั้งในส่วนของทีมงาน ในแต่ละเกมการแข่งขัน ไม่มีการกระตุ้นนักเตะ ทำได้เพียงแค่นั่งมองเฉยๆ อยู่ข้างสนาม ขนาดกองเชียร์ยังส่งเสียงเชียร์ แล้วทีมงานทำอะไรอยู่ครับ นั่งเป็นรูปปั้นข้างสนามที่ไร้ความรู้สึกหรือความคิดหรอครับ บวกกับความคิดของผู้จัดารทีมนั้นที่นำโค้ชที่สโมสรในลีคเชิญออกนั้น มาทำหน้าที่รับผิดชอบทีมชาติ ซึ่งตัวเลือกอื่นก็มีเยอะแต่ไม่รู้ว่าติดใจอะไรกับโค้ชคนนี้ ซึ่งเราจะว่าทางนายกสมาคมอย่างเดียวก็ไม่ได้ เพราะทางนายกสมาคมนั้นได้มอยหมายหน้าที่อันสมควรให้กับผู้จัดการทีมเป็นคนตัดสินใจแล้ว ซึ่งข่าววงในที่ได้รับทราบมานั้น เบื้องต้นได้เสนอให้นำโค้ชต่างชาติมาคุม แต่ผู้จัดการทีมไม่เอา ให้คำแก้ต่างว่า เดี๋ยวจะทำงานกันไม่ได้ จึงพาพรรคพวกเดียวกันเข้ามาบริหารจัดการ เหมือนในอดีตที่แบ่งพรรคแบ่งพวกกัน อยากจะบอกว่า “ขอโทษนะครับ นี่ทีมชาติ ชื่อเสียงของชาติ ไม่ใช่ที่จะให้คุณเข้ามาทำกันเล่นๆ”เราต้องยอมรับกับปัจจุบันนี้ ไม่เหมือนในอดีตแล้ว แต่ละชาติได้มีการพัฒนาฝีเท้าขึ้นอย่างมาก อย่ามัวแต่หลงตัวเองว่าเก่ง ว่าแน่ กว่าชาติอื่นๆอีกเลย บอลในลีคบ้านเรานั้นมีความเป็นมืออาชีพมากขึ้น ก็ต้องทำกันอย่างมืออาชีพ ส่วนตัวผมคิดว่าการเตรียมทีมชาติ 1เดือนนั้น ก็เหมาะสมแล้วครับ หรือคุณจะดูอย่างทีมชาติชุดใหญ่กับการเตรียมตัวแค่ 2 อาทิตย์ แต่ผลงานในสนามดี ถึงจะแพ้แต่ก็ไม่โดนด่า เพราะว่าการปลูกฝังว่าต้องเต็มที่ ต้องเป็นมืออาชีพ มีธงชาติติดอยู่ที่หน้าอก ต้องเล่นเพื่อชาติ เพื่อคนไทย เล่นด้วยใจ การทำงานของทีมงานชุดนี้ ถามว่าได้มีการเข้าไปศึกษาผู้เล่นที่นำเข้ามารับใช้ชาติอย่างจริงจังหรือไม่ ชุดนี้เหมือนกับว่าเป็นเด็กตามใบสั่งเลย เรียกอีกอย่างง่ายๆว่า “เด็กเส้น” บางคนผลงานไม่ดีเล่นไม่ได้เรื่องยังติดทีมชาติ ทีมงานต้องมีความเป็นมืออาชีพมากกว่านี้ เตรียมทีมและศึกษาข้อมูลนักเตะอย่างจริงจัง หรือคัดนักเตะมาลองฝึกซ้อมกันแบบต่อเนื่องไปเลย แล้วพอแข่งจริงค่อยๆคัดออกเหลือแต่ผู้เล่นที่มีคุณภาพและใจที่พร้อมจะเล่น จะได้มีระเบียบ ดูอย่างทีมชาติญี่ปุ่นที่ประสบความสำเร็จ เค้าก็ทำแบบนี้ จะได้สมกับที่ลีคอาชีพบ้านเรากำลังพัฒนาไปในทิศทางที่ดีขึ้นอย่างมาก
อีกอย่างกับการคุยโวโอ้อวดเนี่ย ขอเถอะครับ แฟนบอลเห็นการเล่นก็ดูออกแล้วครับ ไม่ได้โดนปิดหูปิดตา ไม่ได้โง่เหมือนแต่ก่อน อย่าขี้คุยเลยครับ เดี๋ยวมันจะกลายเป็นย้อนกลับมาทำลายตัวของคุณเอง แล้วก็ขอเถอะครับไอ้ที่ไปดูถูกเพื่อนบ้านเรา เลิกเถอะครับ ว่าเราเก่งกว่า ต่อจากนี้คงต้องเตือนตัวเองเสมอ ว่าเพื่อนบ้านนั้นเค้าไปถึงไหนกันแล้ว
ปล. ตั้งใจกันทำนะครับ คนไทยหลายล้านคนจะได้ไม่ผิดหวัง
Facebook //www.facebook.com/pages/%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B8%A1%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B9%89%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%87%E0%B8%AB%E0%B9%8C%E0%B8%AA%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%A1/143057595800059
Blogspot
//klomklingsingsanarm.blogspot.com



Create Date : 13 ธันวาคม 2554
Last Update : 13 ธันวาคม 2554 20:42:22 น.
Counter : 47 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

กลมกลิ้งสิงห์สนาม
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]