Group Blog
 
All Blogs
 
กลุ่มผู้มีอิทธิพลในสังคมไทย...นักวิชาการ

กลุ่มผู้มีอิทธิพลในสังคมไทย...นักวิชาการ   ตั้งแต่ผมเด็กๆจนโตและเริ่มจะเลยวัยรุ่น ผมได้เห็นบทบาทกลุ่มคนที่เขาเรียกว่านักวิชาการ คนกลุ่มนี้เรียนปริญญาตรีแล้วก็เป็นอาจารย์ช่วยสอนในมหาวิทยาลัย แล้วก็ได้ทุนเรียนต่อในขั้นปริญญาโท และเอก พอจบมาก็เป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย และรวมกันอยู่ในสังคมปัญญาชน ใช้ปริญญาของตนให้เป็นประโยชน์ คอยรับงานที่รัฐบาลขอให้ช่วยทำโดยได้ค่าตอบแทน บางคนรับงานหลายงานได้เงินมากมาย แต่ทำงานไม่มากและไม่ค่อยมีเวลา งานบางชิ้นไม่เดินซักที เรียกประชุมทีไรคนโน้นไม่ว่างคนนี้ไม่ว่าง งานมันเดินช้าแต่ได้เงินตอบแทนสม่ำเสมอ งานแต่ละชิ้นทำไปตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจแห่งชาติ ทำไปเรื่อยๆบางงานยังไม่ถึงไหนรัฐบาลก็ยุบไปก่อน พอรัฐบาลใหม่เข้ามายุบคณะทำงาน เปลี่ยนนโยบายก็ตั้งกันใหม่และเริ่มนับหนึ่งใหม่ งานเก่ารับค่าตอบแทนไปแล้วก็แล้วกันไป พองานเก่าแต่ตั้งใหม่มาก็รับกันต่อ แล้วก็ทำงานแบบเรื่อยๆรับค่าตอบแทนแบบเต็มๆกันต่อไป เป็นวงจรแบบนี้เรื่อยไปเรื่อยไป นักวิชาการมองเห็นผลประโยชน์อันมหาศาลนี้ ที่พวกเขาสามารถตักตวงจากภาษีของประชาชนแบบถูกกฎหมาย และเริ่มรวมตัวกันเป็นกลุ่มเพื่อสร้างอำนาจต่อรองกับกลุ่มอิทธิพลอื่นๆ นักวิชาการเริ่มแบ่งเป็นกลุ่มๆแต่ละกลุ่ม มีขุมอำนาจของตนเอง และขัดแย้งกันในทางความคิดและผลประโยชน์กับกลุ่มอื่น ต่างกลุ่มต่างแสวงหาผลประโยชน์โดยจ้องทำลายอีกกลุ่ม เช่นถ้ารัฐบาลนี้เลือกใช้กลุ่มหนึ่งอีกกลุ่มก็คอยออกมาโต้แย้งคัดค้านและไม่เห็นด้วย ด้วยจุดมุ่งหมายสูงสุดคือผลประโยชน์ของกลุ่มตน โดยใช้ความเป็นชนชั้นนักวิชาการ เป็นอำนาจต่อรองในสังคม ถ้าเราสังเกตให้ดีๆตลอดเวลาที่ผ่านมา ถ้ารัฐบาลใช้กลุ่มไหนทำงานอีกกลุ่มจะออกมาโต้แย้ง และพอเปลี่ยนรัฐบาลหันไปใช้อีกกลุ่ม อีกกลุ่มก็ออกมาขัดแย้งเป็นแบบนี้มาตลอด ทำให้การพัฒนาประเทศเป็นไปอย่างเชื่องช้า คนกลุ่มนี้เป็นคนมีการศึกษาสูง มีจิตวิทยาในการพูดการแสดงออกสูง ทำให้ประชาชนหลงเชื่อหรือคล้อยตามได้ง่าย จึงทำให้คนกลุ่มนี้ครอบงำและชี้นำการตัดสินใจของรัฐบาลในอดีตมาอย่างต่อเนื่อง โดยมีค่าตอบแทนที่รัฐจ่ายให้คนกลุ่มนี้มาทำงานตามนโยบายของรัฐ ซึ่งก็คือภาษีของประชาชนโดยร่วมนั้นเอง
   แต่พอนายกทักษิณและพรรคไทยรักไทยเข้ามา กลับไม่ยอมทำตามวงจรเดิมๆ โดยนำรูปแบบธุรกิจมาบริหารนโยบาย เน้นใช้คนโดยดูที่ความสามารถ การมีเวลา ทุ่มเทและทำงานหนักต้องเสร็จรวดเร็ว โดยให้ผลตอบแทนไม่น้อยไปกว่าเดิม แต่มีข้อแม้ว่าต้องทำงานแบบจริงจัง อดทนทุ่มเท และเห็นผล ไม่รับงานทับซ้อนเก่งแค่ไหนก็ไม่เอาถ้าไม่มีเวลาและไม่จริงจัง เอาแล้วไงทีนี้ผลประโยชน์อันมหาศาลที่เคยได้รับแบบสบายๆ เรื่อยๆ ไม่เร่งรีบและทำแต่น้อยแต่ได้ผลตอบแทนสูง ถูกกระทบและตัดตอนโดยรัฐบาลนายกทักษิณ ที่ใช้รูปแบบวัดคนที่ผลของงาน ใครมารับงานต้องรับได้กับการวัดผลแบบแฟร์ๆ นายกทักษิณไม่ยอมให้นักวิชากลุ่มเดิมๆเข้ามาบงการหรือครอบงำการบริหาร และไม่ค่อยให้ความสำคัญกับแนวคิดแบบเดิมๆของนักวิชาการหัวเก่าที่ส่วนมากเป็นพวกอนุรักษ์นิยมแบบยึดมั่นไม่เปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา นายกทักษิณพูดเชิงไม่เห็นด้วยแบบตรงๆกับแนวคิดแบบเก่าๆ จนทำให้กลุ่มนักวิชาการเหล่านี้รู้สึกเหมือนถูกตบหน้า และรับรู้แล้วว่าผลประโยชน์อันมหาศาลที่เคยได้รับต่อๆกันมาแต่อดีต กำลังถูกสั่นคลอนโดยนายกรัฐมนตรีที่มาจากนักธุรกิจเต็มตัวคนนี้ ซึ่งแน่นอนยอมไม่ได้อยู่แล้ว ดังนั้นการรวมตัวกันของนักวิชาการกลุ่มใหญ่และเริ่มประสานกับกลุ่มอิทธิพลอื่นๆที่เสียผลประโยชน์จากรัฐบาลที่มีนายกชื่อทักษิณ เริ่มปฎิบัติการล้มนายกคนนี้ให้จงได้ เพื่อวงจรเดิมๆจะได้กลับมาตราบใดที่นายกทักษิณยังอยู่ไม่มีทางได้สบายแบบเดิมๆอีกแน่นอน การใช้ความรู้และภาพที่ดูดีในสังคมมารวมกับกลุ่มอื่นๆทำลายรัฐบาลนี้แบบชนิดที่ว่าต้องทำลายให้สิ้นซาก แบบอยู่ร่วมชาติกันไม่ได้เลยจึงเกิดขึ้น...


Create Date : 19 มีนาคม 2549
Last Update : 5 มกราคม 2557 15:52:28 น. 1 comments
Counter : 396 Pageviews.

 
อ่านดูก็มีเหตุผลดี แต่สรุปแล้วก็เป็นเรื่องของผู้เสียผลประโยชน์ที่นายกทักษิณชอบพูด แล้วมันจะทำให้ข้อกล่าวหาทั้งหลายที่มีต่อตัวนายกหมดไปหรือ?


โดย: นิรนาม IP: 203.188.16.146 วันที่: 19 มีนาคม 2549 เวลา:23:22:41 น.  

k.j
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 22 คน [?]




Friends' blogs
[Add k.j's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.