จะต้มยำ ทำแกงผม ก็เชิญ
 
 

แข่งเชฟกระทะเหล็ก ๑ "มันฝรั่งแบบว่ามันเป็นฝรั่ง"




อาทิตย์แรกของการแข่งเชฟกระทะเหล็กในพันทิป โจทย์คือมันฝรั่ง...
ผมตัดสินใจทำเป็น ของกินเล่นสามอย่างคือ ทาร์ตมันฝรั่ง มันบดวาซาบิ และเค้กชอคโกแลต เพราะคิดว่าการแข่งเลียนแบบบนทีวีจะต้องทำให้ครบเกือบทุกคอร์สครับ...


ผลที่ได้ ก็คือเรียนรู้ว่า....มันฝรั่งก็ทำขนมเค้กได้นะ ฮ่าๆๆ

ตามไปดูกันที่กระทู้ มันฝรั่งตรีโลกนาฏ ครับ

เริ่มกันที่ ทาร์ตมันฝรั่ง (Potato Galette)




แป้งพาย สำหรับขนาด ๖ นิ้ว
(ผมใช้แป้งพายกรอบซื้อสำเร็จครับ)
เนยสด ๑ ช้อนโต๊ะ
น้ำมันพืช ๑ ช้อนโต๊ะ
มันฝรั่งปอกเปลือก ล้างสะอาดประมาณ ๒ หัว หั่นบางๆ
ครีมหรือนมสด ๑/๔ ถ้วย

๑. อุ่นเตาอบรอไว้ที่ ๔๐๐ องศาฟาเรนไฮต์ (๒๐๐ เซลเซียส)
๒. คลึงแป้งพายให้บางประมาณ ๑/๔ นิ้ว เอาส้อมจิ้มเพื่อให้ระบายไอน้ำ พักไว้ในตู้เย็น
๓. ละลายเนยบนเตา ใส่น้ำมันพืชเร่งไฟให้ร้อน แล้วจึงผัดมันฝรั่งที่ฝานไว้จนสุกใส พักให้เย็นซักครู่แล้วเรียงแว่นมันฝรั่งให้สวยงามบนแป้งพายที่เตรียมไว้ เหลือปลายไว้ข้างละครึ่งนิ้วเพื่อพับทบมาทำขอบทาร์ตครับ นำเข้าอบประมาณ ๓๐-๔๐ นาที นำออกมาทาครีมที่เตรียมไว้ แล้วอบต่ออีก ๑๐ นาทีเพื่อเพิ่มสีสันครับ


มันบดวาซาบิ (Wasabi Mashed Potato)



มันฝรั่งต้มสุกหั่นชิ้นเล็ก ๒ หัว
นมสดหรือครีม ๑/๒ ถ้วย
เนยสด ๒ ช้อนโต๊ะ
เกลือและพริกไทย นิดหน่อย
กระเทียมผง ๑ ช้อนโต๊ะ
วาซาบิผง ๑ ช้อนชา

๑. ตั้งนมหรือครีมให้อุ่นแต่ไม่ถึงกับเดือดยกลงจากเตา ใส่มันที่ต้มสุกแล้ว แล้วบดด้วยส้อมหรือเครื่องปั่นแบบมือถือให้ได้ลักษณะผิวสัมผัสอย่างที่ต้องการ บางคนชอบหยาบๆแบบมีเนื้อมันฝรั่งให้เคี้ยว บางคนชอบละเอียดเนียนๆก็ปั่นนานหน่อยครับ
๒. เมื่อเริ่มละเอียดใส่เนย ก็เป็นอันเสร็จพิธีสำหรับมันบดทั่วๆไป ใครจะทำเค้กชอคโกแลตขั้นต่อไปก็แยกมันบดตรงนี้เก็บไว้ถ้วยหนึ่งครับ แต่ถ้าใครจะกินมันบดวาซาบิให้ทำข้อสามถัดไปได้เลยครับ
๓. ใส่ผงกระเทียม เกลือ พริกไทย และวาซาบิ คนด้วยตะกร้อให้เข้ากัน เสิร์ฟอุ่นๆเคียงสเต๊กหรือปลาย่างก็อร่อยเพิ่มความลึกล้ำของจานนั้นๆได้ดีครับ


และจานสุดท้ายครับ เค้กชอคโกแลต (Chocolate Potato Cake)




มันบดแบบไม่ปรุงรส ๑ ถ้วย
นมอุ่น ๑ ถ้วย
แป้งอเนกประสงค์ ๒ ถ้วย
ผงโกโก้ ๓/๔ ถ้วย
ผงฟู ๒ ๑/๔ ช้อนชา
เบกกิ้งโซดา ๑/๒ ช้อนชา
กาแฟสำเร็จรูป ๒ ช้อนโต๊ะ
เกลือ ๑/๔ ช้อนชา
เนยจืด ๒/๓ ถ้วย
น้ำตาลทราย ๒ ถ้วยตวง
วนิลา ๑ ช้อนชา
ไข่ ๔ ฟอง

๑. อุ่นเตาอบไว้ที่ ๑๘๐ องศาเซลเซียส ผสมมันบดลงในนมอุ่นและผงกาแฟ คนให้ละลายดีพักไว้
๒. ร่อนแป้ง เกลือ ผงฟู โซดา และผงโกโก้ให้เข้ากันพักไว้
๓. ตีเนยให้ฟู ค่อยๆใส่น้ำตาลทีละนิดจนหมด หยุดเครื่องตีปาดขอบและก้นอ่างบ่อยๆเพื่อให้ส่วนผสมเข้ากันครับ
๔. ค่อยๆใส่ไข่ทีละฟอง และหยุดเครื่องตีเพื่อปาดขอบและก้นบ่อยๆเช่นกันครับ
๕. ใส่วนิลาและใส่ส่วนผสมแป้งลงไปผสมทีละ ๑/๓ ครับ สลับกับนมที่ละลายมันบดไว้ ครึ่งหนึ่ง แล้วมาใส่แป้งและนมอีกจนจบที่แป้งครับ อย่าคนนานเอาแค่พอเข้ากัน เทลงพิมพ์ขนาด ๙ x ๑๓ นิ้วครับหรือ พิมพ์กลม ๑๐ นิ้วก็ได้เช่นกัน อบประมาณ ๒๕-๓๕ นาที หรือจนกระทั่งสุก(เอาไม้จิ้มฟันจิ้มตรงกลางแล้วไม่มีส่วนเหลวๆติดขึ้นมาเป็นอันสุกครับ) ทิ้งไว้ให้เย็นก่อนทานคร้าบบบบบ




 

Create Date : 26 มีนาคม 2551   
Last Update : 17 สิงหาคม 2552 12:56:21 น.   
Counter : 1182 Pageviews.  


แข่งเชฟกระทะเหล็ก ๑๒ "ช็อกบอลล์ VS ช็อคบอล"





ใครที่เคยชื่นชมผมไว้เห็นจะต้องเปลี่ยนใจเพราะนี่เป็นหนึ่งในขนมที่ทำออกมาแล้ว....ไม่น่ากิน น้องดอกไม้ชิ้นนี้เป็นอีกงานที่แสดงถึงการลองถูกลองผิดว่า เราก็มีโอกาสพลาดได้เช่นกัน เพราะฉะนั้นใครที่ทำขนมหรือทำกับข้าวแล้วไม่ได้ดังใจ ก็อย่าเพิ่งท้อครับ อย่างน้อยเราได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆจากการทำครั้งนี้ ก็นับว่าคุ้มแล้วครับ....ที่สำคัญ มันยังกินได้นี่นา ยังไงก็กำไรเนอะครับ

น้องดอกไม้นี้ เป็นการแข่งเชฟกระทะเหล็กหัวข้อ "ขนม" ที่ผมได้แรงบันดาลใจมาจากภาพถ่ายของ Anne Geddes ด้วยหัวข้อว่า
"ร่วมชำระความคทาชาย"นายชูชก"


การทำชอคบอลนั้นง่ายมากครับ บางคนใช้หน่วยตวง ชั่ง วัดกันนั้นดีอยู่แล้ว แต่ลองมากะคร่าวๆแบบที่ผมใช้กันดูบ้างครับ

เค้กชอคโกแลต(หรือรสอื่นตามชอบ) ๕ ส่วน
บัตเตอร์ครีม ๑ ส่วน
เหล้ารัมหรือวนิลา ๑-๒ ช้อนชา
ถั่วหรือผลไม้แห้งเชื่อม(ไม่ใส่ก็ได้) ๑ ส่วน


แล้วก็ขยำเลยครับ ตามใจชอบ ถ้าเค้กแห้งไป ก็เติมบัตเตอร์ครีมอีกทีละนิดได้ครับ ส่วนถ้าเค้กแฉะไปก็เติมเนื้อเค้กลงไปอีกนิดหรือใช้บัตเตอร์ครีมน้อยลงครับ


หลังจากนั้นก็ปั้นเป็นก้อนๆ ตามขนาดปากคนกิน แล้วก็เคลือบด้วยกานาช หรือชอคโกแลตสำหรับเคลือบขนมได้ครับ




 

Create Date : 25 มีนาคม 2551   
Last Update : 17 สิงหาคม 2552 12:56:48 น.   
Counter : 876 Pageviews.  


แข่งเชฟกระทะเหล็ก ๖ "ฟักทอง ๒/๒"




เมื่อได้ตัวแป้งเอแคลร์ (ดูได้ที่หมวดเชฟกระทะเหล็ก หัวข้อเอแคลร์ฟักทอง ๑)แล้ว ก็หันมาทำไส้กันครับ


ไส้ครีมเอแคลร์ฟักทอง
นมสด ๔๕๐ มิลลิลิตร
ฟักทองบด ๑๕๐ กรัม
ไข่แดง ๖ ฟอง
น้ำตาลทราย ๑๕๐ กรัม
วนิลา ๑ ช้อนชา
แป้งข้าวโพด ๕๐ กรัม




แบ่งนมมา ๑๐๐ กรัมละลายแป้งข้าวโพดทิ้งเอาไว้
แล้วจึงเทนมที่เหลือลงหม้อครับ




ใส่เนื้อฟักทอง และน้ำตาลครึ่งหนึ่งลงไปต้มด้วยกัน เอาแค่พออุ่นๆ ไม่ถึงกับเดือดนะครับ ระหว่างนี้ต้มน้ำเปล่าอีกหม้อนึง
ใช้น้ำสูงประมาณสองเซนติเมตรหรือข้อนิ้วก็ได้ครับ

น้ำตาลอีกครึ่งไปเทใส่ไข่แดง
ระหว่างตีด้วยตะกร้อจนน้ำตาลละลายหมด

ค่อยๆเทนมที่อุ่นๆ ลงในส่วนผสมไข่แดงทีละนิด
พร้อมกับใช้ตะกร้อตีไปด้วยเพื่อช่วยปรับอุณหภูมิให้ไข่แดงไม่ชิงสุก(ก่อนห่าม ... เหอๆๆ แวะจนได้)
เมื่อค่อยๆเททีละนิดจนนมหมดหม้อ เทนมกับแป้งข้าวโพดที่พักไว้ลงไปรวมด้วยกัน
คนเร็วๆ แล้วนำชามผสมขึ้นตั้งบนน้ำเดือดที่เตรียมไว้ กวนจนข้นขึ้น....




เมื่อแป้งสุกยกลง แช่น้ำเย็นจัดเพื่อหยุดการสุกต่อของไข่(ป้องกันไม่ให้เป็นลิ่มครับ) ทิ้งไว้จนเย็นก่อนนำไปใช้ ไม่เช่นนั้นขนมจะบูดครับผม




 

Create Date : 21 พฤศจิกายน 2549   
Last Update : 17 สิงหาคม 2552 12:55:48 น.   
Counter : 651 Pageviews.  


แข่งเชฟกระทะเหล็ก๖ "ฟักทอง๑/๒"



ได้รับเกียรติจากน้องจาว ตั้งชื่อเอแคลร์ผลงานจากฟักทองครั้งนี้ว่า...."อุนจิสีอำพัน"

หลายคนเรียกจนติดปาก แต่ยังไม่ได้ลองกินเพราะวิธีทำนั้น...ต้องแปลนิยายหนึ่งเรื่องเป็นไทยแล้วจึงแปลไทยเป็นไทยอีกขึ้น วันนี้จึงขอนำมาสรุปรวบยอดคร่าวๆ ให้ท่านที่อยากชิมเอแคลร์เอ๊ย อุนจิสีอำพัน น่ารักๆเหล่านี้ ได้ลองทำกันดูครับ


แป้งเอแคลร์
นมสด ๒๐๐ มิลลิลิตร
ฟักทองบด ๑๕๐ กรัม
เนยสด ๑๖๐ กรัม
แป้งเค้กร่อนแล้ว ๒๐๐ กรัม
ไข่ ๕-๖ ฟอง
ผงฟู ๑ ช้อนชา

อบที่ ๒๐๐ เซลเซียส ๑๐ นาที
และลดไฟเหลือ ๑๘๐ เซลเซียสอีก ๑๒-๑๖ นาที หรือกระทั่งไส้ในแห้ง เปลือกขนมที่เอาออกมาจากเตาไม่ยุบตัวก็ใช้ได้ครับ


ต้มนม ฟักทอง และเนย จนเดือดพล่านด้วยความร้อนสูง....แล้วจึงปิดไฟใส่แป้งเค้กลงไปกวนจนร่อนจากหม้อ




ถ่ายใส่เครื่องตี หัวใบไม้ หรือจะใช้พายไม้คนด้วยมือจน หายร้อนก็ได้ครับ...ตีจนอุณหภูมิเย็นลง




ค่อยๆใส่ไข่ไก่ทีละฟอง เมื่อเครื่องตีเข้ากันดี จึงค่อยใส่ฟองต่อไป ดูลักษณะแป้งที่ได้ ควรจะเป็นความข้นแบบเหลวกว่ายาสีฟันนิดนึง คือบีบได้ ทรงตัวได้ และไม่เหลวจนเกินไป...




ใส่ถุงบีบ หัวบีบกลมกว้างประมาณ ครึ่งนิ้วหรือครึ่งเซนติเมตร...




ถ้าบีบเก็บยอดแหลมไม่ได้ ให้เอานิ้วจุ่มน้ำหมาดๆ แตะเบาๆบนยอดแหลมก่อนเข้าอบ....

นำเข้าอบ เมื่อสุกดีแล้ว ทิ้งให้เย็นตัวก่อนบรรจุไส้ครับ ไม่งั้นไส้จะละลาย หรือเก็บได้ไม่นาน ที่สำคัญ ร้อนมือคนบีบด้วยสิเอา... ว่าแล้วเดี๋ยวไปดูไส้เอแคลร์กันต่อครับ





 

Create Date : 18 พฤศจิกายน 2549   
Last Update : 17 สิงหาคม 2552 12:55:00 น.   
Counter : 857 Pageviews.  


แข่งเชฟกระทะเหล็ก ๔ "มาม่า...มาๆเพราะว่างมาก"



คงจะดีไม่น้อย ถ้าบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปแปรรูปเป็นกับข้าวได้นานาชนิด แม้กระทั่งขนม เมนูนี้อุทิศให้น้องๆชาวหอพัก เด็กนักเรียนต่างแดน ที่ต้องพึ่งบะหมี่ซอง บะหมี่ถ้วยเป็นพ่อครัวแม่ครัวเอก ช่วยให้รอดตาย เรียนรู้อะไรดีๆกลับไปพัฒนาบ้านเมือง (ว่าไปนั่น)

หลายคนได้อ่านวิธีทำจากกระทู้เชฟกระทะเหล็ก ตอนศิราวี สอนน้องไปแล้ว คงงงๆไม่แพ้คนเขียน (ฮ่าๆๆๆ) เพราะตอนนั้นอารมณ์คงเข้าข่ายเอามันเข้าว่า แต่สาระเรื่องการทำขนมก็อยู่ที่น้องมะนาวจริงๆนั่นล่ะครับงานนี้ เพื่อสร้างนโปเลียนมาม่า ที่ใช้แยมมะนาวเป็นตัวเชื่อมรสระหว่างมาม่ากับผลไม้รสหวานอมเปรี้ยวอย่างสตรอเบอรี่และกีวี

ใครอยากรู้วิธีทำน้อง(แยม)มะนาว คลิ้กไปดูที่แยมมะนาวได้เลยครับ

ส่วนการสร้างแผ่นแป้ง ก็ต้องใช้มาม่าที่ลวกแล้ว มาอัดลงพิมพ์แล้วนำเข้าอบ ซึ่งผมมาลองชิมแล้ว อยากให้ท่านที่จะทำนำไปทอดมากกว่า เพราะมันจะกรอบ กินอร่อยกว่าหลายเท่าตัวครับ เมื่อได้แผ่นมาม่าแล้วก็มาเรียงสลับชั้นตามรูปครับ..... ง่ายเหมาะสำหรับคนว่างๆ ที่ไม่อยากกินบะหมี่ร้อนๆรสต้มยำอีกต่อไป





เมื่อครบสามชั้น ก็วางสตรอเบอรี่หนึ่งลูกประดับบนยอด โรยด้วยน้ำตาลไอซิ่ง ก็เป็นอันเสร็จพิธีเชื่อมสัมพันธไมตรีระหว่างน้องมะนาว และหนุ่มราเมง(มาม่า)ครับ




 

Create Date : 06 ตุลาคม 2549   
Last Update : 17 สิงหาคม 2552 12:57:51 น.   
Counter : 1080 Pageviews.  


1  2  

kittscake
 
Location :
แคลายฟอร์เนีย United States

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 18 คน [?]




[Add kittscake's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com