จะต้มยำ ทำแกงผม ก็เชิญ
 
 

"ซน" กับสำรับคาว


ชิฟฟอนน้ำมันมะกอก


ไข่แดง ๒ ฟอง
น้ำตาลทราย ๒๕ กรัม
น้ำมันมะกอก ๑/๓ ถ้วยตวง
น้ำส้มคั้น ๑/๓ ถ้วยตวง
แป้งเอนกประสงค์ ๕๐ กรัม
ไข่ขาว ๓ ฟอง
น้ำตาลทราย ๒๕ กรัม
เกลือ หยิบมือ


วิธีทำ
อุ่นเตาที่ ไฟล่าง ๒๐๐ องศาเซลเซียส ร่อนแป้ง พักไว้
ตีไข่แดงกับน้ำตาลทรายส่วนแรกจนน้ำตาลละลาย สีไข่จะนวล ขาวขึ้น
เติมน้ำมันมะกอกและคนให้เข้ากันก่อนผสมน้ำส้มคั้นลงไป
ตะล่อมแป้งให้เข้ากับส่วนผสมไข่แดง
ตีไข่ขาวและน้ำตาลทรายจนตั้งยอดอ่อน(เกือบแข็ง) ตะล่อมส่วนผสมไข่ขาวและไข่แดงให้เข้ากัน
เทใส่ลงพิมพ์เค้กขนาด ๒๐x๒๐ ซม.อบประมาณ ๘ ถึง ๑๐ นาที หรือจนเค้กสุกหน้าเหลือง เอานิ้วแตะผิวหน้าเบาๆ ก็เด้งกลับคืน พักไว้ให้เย็น




สตรอเบอร์รี่หมักน้ำส้มสายชูบัลซามิค


สตรอเบอร์รี่ ๒๕๐ กรัม
น้ำตาลทราย ๔๐ กรัม
เกลือ หยิบมือ
น้ำส้มสายชูบัลซามิค ๑ ถึง ๒ ช้อนโต๊ะ
ฝักวานิลลาขูดแต่เมล็ด ๑/๒ ฝัก
ผิวมะนาวขูด ๑ ลูก


วิธีทำ
ล้างสตรอเบอร์รี่ให้สะอาด ซับด้วยผ้าหรือกระดาษให้แห้ง หั่นเสี้ยว พักไว้ในชามผสม
โรยน้ำตาลทรายและเกลือ ลงเคล้าให้ทั่วสตรอเบอร์รี่
ขูดเมล็ดวานิลลาลงในน้ำส้มสายชู คนให้ทั่วแล้วเทราดสตรอเบอร์รี่ที่คลุกน้ำตาลแล้ว
โรยผิวมะนาวลงในชามผสม และเคล้าสตรอเบอร์รี่อย่างเบามือ พักไว้ในตู้เย็นอย่างน้อย ๓๐ นาทีก่อนนำไปใช้




น้ำส้มสายชูบัลซามิคเข้มข้น


น้ำส้มสายชูบัลซามิค ๑๐๐ มล
น้ำตาลทรายแดง ๑ ช้อนชา


วิธีทำ
ผสมน้ำตาลทรายและน้ำส้มสายชูเข้าด้วยกัน ยกขึ้นตั้งไฟอ่อน เคี่ยวจนงวดลงเหลือ ๑ ใน ๓ (ประมาณ ๓๐ มล หรือ ๒ ช้อนโต๊ะ) ต้องระวังอย่าใช้ไฟแรง อาจไหม้เป็นคาราเมลได้ พักไว้ให้เย็น บรรจุลงขวดหรือถุงพลาสติกเล็กๆ




 

Create Date : 20 กุมภาพันธ์ 2557   
Last Update : 21 กุมภาพันธ์ 2557 0:09:51 น.   
Counter : 1780 Pageviews.  


Ovaltine Bar (Cooking for Hope)






โอวัลตินเป็นอีกหนึ่งของว่างเวลาหิวตั้งแต่ยังเป็นเด็ก ไม่มีอะไรกินก็จะวิ่งไปหยิบโอวัลตินผงชงน้ำร้อนบ้าง ชงนมร้อนบ้าง หรือแม้แต่ผสมนมข้นหวานแล้วทาขนมปัง เพื่อจะได้รู้สึกว่ามีอะไรถ่วงท้องตัวเอง อิอิอิ ผมจึงมองว่าโอวัลตินเป็นเพื่อนวัยเด็กของผมอีกคนหนึ่ง เสมอมา

วันนี้เราลองมาดึงโอวัลตินให้มีส่วนร่วมในขนมตัวอื่นๆ ที่จงใจเป็นมากกว่าเครื่องดื่ม หรือของรองท้อง วันนี้เราจะแต่งตัวให้โอวัลตินกันใหม่ครับ

โครงการบ้านโฮมฮักที่ช่วยเด็กๆผู้รับผลกระทบจากเชื้อเอชไอวี ก็ไม่ต่างจากโอวัลตินในมุมมองของผมว่าเป็นเพื่อนของพวกเขา หากแต่โครงการนี้คงมากกว่าคำว่าเพื่อน เป็นเหมือนผู้ปกครองที่สองที่จะคอยดูแลพวกเขามากกว่ารองท้อง

ใครอยากจะรู้สึกดีๆกับเจตนารมณ์ของผู้จัดทำ ใครอยากร่วมกันแบ่งปันความรู้สึกดีๆแบบนี้ ผมขอเชิญท่านส่งสูตรและภาพอาหารที่ท่านทำแล้ว เพื่อรวบรวมเป็นหนังสือทำอาหารให้กับโครงการ หมดเขตเดือนกรกฎาคม ๒๕๕๒ นี้เท่านั้น

สนใจข้อมูลเพิ่มเติมหรืออยากบริจาคเพื่อสนับสนุนโครงการดีๆแบบนี้ ตามไปดูรายละเอียดโครงการได้ที่.. โครงการ Cooking for Hope ครับผม




บาร์โอวัลติน โดยเชฟPichet Ong

ตัวฐาน
ช็อกโกแลตนม ๓๔๐ กรัม
เนยสดรสจืด ๓ ช้อนโต๊ะ
ข้าวพอง rice krispies ๑ ๑/๔ ถ้วยตวง (หรือคอร์นเฟลกบุบหยาบๆ)
เกลือสมุทร ๑/๘ ช้อนชา (หรือหนึ่งหยิบมือ)

ครีมบาวาเรียนโอวัลติน
ช็อกโกแลตนม ๓๔๐ กรัม
ครีม ๓ ถ้วยตวง (แบ่งเป็น ๑ ๑/๒ ถ้วย กับ ๑ ๑/๒ ถ้วย)
โอวัลติน ๓/๔ ถ้วยตวง (แบ่งเป็น ๑/๒ ถ้วย กับ ๑/๔ ถ้วย)







ไม่ต้องใช้เตาอบนะครับ อิอิอิ จัดที่ว่างในตู้เย็นให้พอดีกับถาดขนาดกว้าง ๙ นิ้ว ยาว ๑๓ นิ้ว ทาไขมันบางๆแล้วปูกระดาษครับ จะได้สะดวกตอนเอาออกจากพิมพ์






เริ่มจากทำตัวฐานนะครับ
ละลายช็อกโกแลตกับเนยสดบนไอน้ำร้อน หมั่นคนให้เข้ากัน
ใครใช้ไมโครเวฟต้องใช้พลังงานห้าสิบเปอร์เซนต์ ตรวจทุกๆหนึ่งนาที หมั่นคนเรื่อยๆ จนเข้ากันนะครับ






เมื่อเข้ากันดี เทข้าวพองจะรสธรรมดาหรือรสโกโก้ก็ได้ หรือคอนเฟลกที่บุบหยาบลงในส่วนผสมช็อกโกแลต คนพอให้เคลือบทั่วถึงแล้วเทลงพิมพ์ เกลี่ยให้แบนก่อนนำเข้าพักไว้ในตู้เย็นครับ






ส่วนตัวมูสโอวัลตินหรือบาวาเรียนครีมนั้น
เริ่มด้วยการใช้ครีมส่วนหนึ่งถ้วยครึ่งแรก มาต้มกับโอวัลติน ๑/๒ ถ้วย ครับ






เมื่อเดือดฟองพล่าน จึงเทใส่ส่วนของช็อกโกแลตนมในชาม
พักไว้หนึ่งนาที จึงค่อยคนด้วยตะกร้อหรือพายยางให้เนื้อเนียนดีครับ พักไว้จนเย็นตัว (ประมาณหนึ่งถึงสองชั่วโมง)






เมื่อส่วนผสมช็อกโกแลตโอวัลตินเย็นตัวดีแล้ว ตีครีมที่เหลืออีกครึ่งให้ตั้งยอดอ่อนครับ ลักษณะของครีมยอดอ่อน จะเหมือนไข่ลวก หรือโยเกิร์ตแบบผสมผลไม้จะเหลวๆหน่อย ไม่ใช่อยู่ตัวแบบที่ใช้แต่งหน้าเค้กกันครับ

การใช้วิปครีมที่ตียอดอ่อนแบบนี้เหมาะกับกาาทำมูส เพราะนอกจากจะตะล่อมให้เข้ากับส่วนผสมง่ายแล้ว ยังเทลงพิมพ์ง่ายไม่ต้องเสียเวลาปาดให้เรียบหรือลดปริมาณฟองอากาศในขนมได้ด้วยครับ






แบ่งครีมมาส่วนหนึ่งเพื่อตะล่อมให้เข้ากับส่วนผสมโอวัลตินก่อน จะได้เป็นการปรับอุณหภูมิส่วนผสมทั้งสองให้ใกล้เคียงกันไปในตัวด้วย เหมือนคนคอเดียวกัน เวลาคุยกันก็รู้เรื่อง เข้าใจกันง่าย วัตถุดิบในการทำเบเกอรี่ ถ้าอุณหภูมิใกล้เคียงกัน ไม่ต่างกันสุดขั้วแบบร้อนมาเจอเย็น ก็ช่วยให้คนทำสะดวกขึ้นครับ ลองสังเกตการทำขนมครั้งหน้าของคุณดูนะครับไม่ว่าจะสูตรไหนๆ






เมื่อตะล่อมเข้ากัน เทลงพิมพ์ที่เตรียมไว้ได้เลยครับ เกลี่ยให้กระจายเท่ากันทั่วพิมพ์ แล้วนำเข้าตู้เย็นอย่างน้อย ๔ ชั่วโมง หรือข้ามคืนได้ยิ่งดีครับ
ยังไม่ต้องห่อพลาสติกนะครับ อาจจะทำหน้าขนมเสียรูปได้เพราะยังเหลวอยู่

พอขนมเซตได้ที่...เอามีดปลายแหลม รนไฟให้พออุ่นหรือจุ่มน้ำร้อนแล้วเช็ดให้แห้ง รันตามขอบพิมพ์ครับ

หลังจากนั้นจะเอาพลาสติกแปะหน้าขนม หรือกระดาษไขก็ได้ครับ แล้วเอาถาดเปล่าหรือฝาวางข้างบน กลับหัวพิมพ์ลง(ฝาหรือถาดจะมาอยู่ด้านล่าง)

ขนมจะตกลงมาอยู่กับถาดด้านล่าง ให้ยกพิมพ์ออกเพื่อลอกกระดาษไขที่เรารองไว้ทีแรกทิ้งครับ






อดทนอีกนิดนะคร้าบบบบบบบบบบบ เกือบเสร็จแล้ว
เอาเขียงสะอาดๆ มาวางปิดด้านบนของขนม (ซึ่งตอนนี้คือตัวฐาน) และพลิกกลับหัวท้ายอีกที (เขียงจะต้องกลับมาอยู่ด้านล่างเพื่อรองตัวฐานขนมนั่นเอง)
ลอกกระดาษหรือพลาสติกบนผิวมูสออก
นำโอวัลตินที่เหลือมาร่อนให้ทั่ว ก่อนตัดแบ่งชิ้น หรือจะยกให้ใครทั้งชิ้นก็ไม่ต้องใช้เขียงรองแต่อย่างใดครับ






ตัดเสร็จ เลือกโรยดอกเกลือ หรือเกลือป่น เล็กน้อยเพื่อเพิ่มอรรถรส และตัดหวานจากตัวขนมเล็กน้อยครับ

วิธีการตัดขนมพวกแนวมูส หรือครีมชีส แบบนี้ต้องแน่ใจว่าขนมเย็นได้ที่นะครับ กับสองมีดเล่มใหญ่ยาวเกินขนาดเค้ก และสามเตรียมน้ำร้อนหรือน้ำอุ่นไว้จุ่มมีด เพื่อทำให้มีดอุ่นอยู่ตลอด
บางทีผมก็เอามีดลนไฟครับ แต่วิธีนี้ต้องคอยตรวจกับฝ่ามือว่าร้อนไปไหม เอาแบบอุ่นๆ เหมือนตอนโดนแดดก่อนเที่ยงครับ เราทนร้อนไหว เค้กก็จะได้ทนไหวไม่ละลายไปด้วย
เวลาตัดก็วางมีดด้านคมลงไปทั้งแนวที่จะตัด ความร้อนจะทำให้มูสละลาย เมื่อออกแรงกดใบมีดเพียงเล็กน้อยก็จะจมลงไปในส่วนของครีมจนถึงก้นครีมครับ ติดก็ตรงฐานนี่เอง ที่ต้องออกแรงกดเพิ่ม
แล้วจึงดึงมีดออกตรงๆ จากทิศทางที่กดลงไปอย่าดึงเหมือนเฉือนเข้าหาตัวนะครับ อาจจะไม่งามได้

คราวนี้ผู้ใหญ่หลายคน ได้เวลากลับไปหวนระลึกถึงตอนเป็นเด็กกันบ้าง ขอให้มีความสุขกันถ้วนหน้านะครับ

เพราะผมเห็นว่า "การแบ่งความสุขให้คนอื่นนั้น...เริ่มจากที่เราสุขข้างในเราเองก่อนครับ"








Eng version is in process




 

Create Date : 22 มิถุนายน 2553   
Last Update : 22 มิถุนายน 2553 10:08:02 น.   
Counter : 2245 Pageviews.  


Chocolate Souffle (Cooking for Hope)





เวลาคนทำอาหารได้เห็นคนทานแล้วมีความสุข ผมเชื่อว่าคนทำมีความสุขไม่น้อยไปกว่าคนทานครับ นี่คือความสุขจากสิ่งเล็กๆน้อยๆ แต่มีผลมากในระดับจิตใจไม่ว่าจะเกิดกับผู้ให้หรือผู้รับ โครงการร้อยสูตรอาหารเพื่อบ้านโฮมฮัก ก็เป็นอีกโครงการที่ผมเชื่อว่าคนรักอาหาร จะรู้สึกดีๆกับเจตนารมณ์ของผู้จัดทำ ใครอยากร่วมกันแบ่งปันความรู้สึกดีๆแบบนี้ ผมขอเชิญท่านส่งสูตรและภาพอาหารที่ท่านทำแล้ว เพื่อรวบรวมเป็นหนังสือทำอาหารให้กับโครงการ หมดเขตเดือนกรกฎาคม ๒๕๕๒ นี้เท่านั้น
สนใจข้อมูลเพิ่มเติมตามไปดูรายละเอียดโครงการได้ที่.. โครงการ Cooking for Hope ครับผม




ซูเฟล่ ช็อกโกแลต
ดาร์กช็อก ๑๓๖ กรัม
(ผมใช้แบบ ๖๔% + ๗๒% อย่างละ ๖๘กรัมครับ)
เนยสดรสจืด ๒ ช้อนโต๊ะ
ไข่แดง ๓ ฟอง
ไข่ขาว ๖ ฟอง
น้ำตาลทราย ๖๐ กรัม

+เนยสดและน้ำตาลทรายสำหรับเตรียมพิมพ์






อุ่นเตาอบรอไว้ที่ 400 ฟาเรนไฮต์ หรือ 200 เซลเซียส ครับ
แล้วเราก็มาเตรียมพิมพ์กันก่อน ด้วยการทาเนยอุณหภูมิห้อง(จะได้ทาง่าย และช่วยให้น้ำตาลเกาะติดพิมพ์ ถ้าเนยอุ่นไปก็จะเหลวไม่เกาะพิมพ์และทำให้น้ำตาลละลายครับ) ตรงขอบปาดให้เป็นรอยตรง จะช่วยเรื่องการฟูขึ้นตอนอบครับ






ไม่มีพิมพ์ซูเฟล่ที่ดีที่สุด มีแต่เหมาะกับซูเฟล่มากน้อยแค่ไหน อย่างน้อยการเลือกพิมพ์ควรจะขอบที่ตั้งตรง ไม่ว่าจะเป็นโลหะ เซรามิค หรือซิลิโคนก็ใช้ได้เหมือนๆกันครับ แต่การนำความร้อนจะไม่เท่ากัน โลหะย่อมนำความร้อนดีกว่าเซรามิก ตรงนี้ก็จะมีผลต่อเวลาที่ใช้อบขนมเช่นกัน
หรือหากเป็นซิลิโคนต้องวาแผนการโยกย้ายดีๆเพราะพิมพ์ซิลิโคนมักจะนิ่มทำให้ตอนเอาขนมออกจากเตาอบมีอัตราการเสี่ยง(ที่จะ)โค่นสูง






โรยน้ำตาลให้ทั่วพิมพ์ที่ทาเนยไว้แล้ว ทำได้ทั้ง
-แบบใส่น้ำตาลลงไปสองช้อนโต๊ะแล้วค่อยๆเอียงและหมุนพิมพ์จนน้ำตาลกลิ้งไปทั่ว
-แบบเทน้ำตาลให้เต็มพิมพ์ แล้วค่อยเทคืนลงภาชนะใส่น้ำตาล เนยก็จะยึดน้ำตาลไว้กับพิมพ์ได้เช่นกันครับ






เมื่อพิมพ์พร้อมแล้ว ก็หันมาละลายช็อกโกแลตกับเนยสด ด้วยการตั้งชามผสมเหนือไอน้ำร้อน หรือเข้าไมโครเวฟ(ที่กำลัง ๕๐% หรือระบบละลายน้ำแข็ง ดีฟรอส) ทีละหนึ่งนาที คอยหมั่นคน จนละลายเข้ากันและอุ่นแบบกำลังจับได้ไม่ต้องใช้ผ้าช่วยประคองครับ






ที่เลือกใช้เปอร์เซนต์ของเนยโกโก้ต่างกัน เพราะคุมเรื่องความเข้มข้นของรสชาติครับ เคยไหมที่เรากินช็อกโกแลตยี่ห้อนั้น ยี่ห้อนี้แล้วรู้สึกว่าถ้าหวานเพิ่มขึ้นอีกนิด หรือถ้าขมขึ้นอีกหน่อย คงจะอร่อยกำลังดี นี่ก็เป็นวิธีปรับความขมความหวานของช็อกโกแลตในครัวคนทำขนมอย่างเราๆ ครับ






อีกชามหนึ่งตีไข่ขาวด้วยตะกร้อให้ขึ้นฟองละเอียด การตีไข่ขาวให้ขึ้นฟูดี ภาชนะที่ใช้ควรจะเป็นโลหะหรือแก้ว (ไม่ควรใช้พลาสติก แต่ก็ใช้ได้นะครับ) ที่สำคัญภาชนะนั้นต้องสะอาด ปราศจากคราบไขมัน






สังเกตตอนเริ่มตีไข่ขาวจะเห็นเป็นเหมือนตากบ เรียกว่าฟองหยาบ เมื่อตีได้ฟองเล็กละเอียดยิบขาวเหมือนโฟมจึงเรียกว่าฟองละเอียด ค่อยๆทะยอยใส่น้ำตาลทรายจนหมด ตีต่อจนตั้งยอดอ่อนเกือบแข็งครับ

การตีเมอแรงก์ หรือไข่ขาวกับน้ำตาลนี้ ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ที่จะนำไปใช้ครับ
ถ้ายอดแข็งอยู่ตัว (ดูจากตอนดึงตะกร้อขึ้นแล้วยอดเมอแรงก์ตามขึ้นมาเป็นปลายแหลมชี้ขึ้นไม่ล้ม) ก็เหมาะกับใช้งานเลยอย่างเช่นทำคุกกี้ แต่งเค้ก แต่งหน้าพาย
ถ้ายอดอ่อนหรือยอดอ่อนเกือบแข็ง (ดูจากตอนยกตะกร้อขึ้นแล้ว ยอดปลายแหลม โค้งตัวลง ถ้าโค้งจนถึงโคนเป็นตัวโอก็ยอดอ่อน แต่ถ้าโค้งแค่ส่วนปลายเป็นตัว J คว่ำก็เกือบจะยอดแข็งครับ) ก็เหมาะกับนำไปผสมกับส่วนผสมอื่นๆของขนม จะเข้ากันง่ายดีกว่าเอาเมอแรงก์ยอดแข็งไปตะล่อมครับ






เทส่วนผสมของช็อกโกแลตลงบนเมอแรงก์(ไข่ขาวที่ตีตั้งยอดดีแล้ว) ตะล่อมด้วยตะกร้อให้พอเข้ากัน
อย่าลืมปาดขอบกับก้นชามนะครับผมเพราะช็อกโกแลตจะตกไปนอนก้น






และตะล่อมตามด้วยไข่แดงจนเข้ากันดี เห็นว่าเนื้อสีเดียวกันแล้วหยุดตะล่อมเลยนะครับ ไม่งั้นไข่ขาวอาจจะโดนตีเยอะเกินแล้วกลายเป็นลิ่มแยกตัวได้
ระหว่างตะล่อมก็ควรใช้พายยางปาดขอบและก้นชามเป็นระยะๆ






เทใส่พิมพ์ให้เต็ม ให้เกือบล้นก็ได้ครับ แล้วปาดด้วยเกรียงหรือสปาตูลาเหล็ก เก็บเนี้ยบครับ






อีกขั้นตอนที่สำคัญในการทำซูเฟลคือ การเช็ดปาก(พิมพ์ขนมนะครับไม่ใช่ของคนกิน) ควรใช้ผ้าหรือกระดาษทิชชูสะอาดชุบน้ำหมาดๆ เช็ดลงในขอบด้านในของพิมพ์เพื่อเปิดทางให้ซูเฟล ไม่เกาะนิ่งอยู่ที่ขอบพิมพ์ครับ

ใครที่ยังไม่ได้กินในทันที ก็อย่าเพิ่งอบ เราสามารถวางไว้ได้ข้างนอกประมาณ ๑-๒ ชั่วโมงครับ จะกินแล้วค่อยอบ(แล้วจะให้อุ่นเตารอทำไม? ช่ายมะครับ งั้นอบกันเถอะ ฮ่าๆๆ) ถ้าจะเก็บนานกว่านั้นก็แช่ตู้เย็นไปเลยครับ แต่ข้อเสียของการแช่ตู้เย็น ขนมอาจจะเหลวลง ทำให้ได้ปริมาตรน้อยกว่าเดิม ส่วนเรื่องพิมพ์เซรามิคก็ต้องระวังเรื่องการอบทันทีที่นำออกจากตู้เย็น พิมพ์อาาจจะแตกได้ ต้องทิ้งไว้ที่อุณหภูมิห้องให้คลายเย็นก่อนเข้าอบครับ






อบประมาณ ๑๑ นาที (ที่ปริมาตร ๑ ถ้วยตวงหรือ ๘ ออนซ์)
ถ้าขนาดเล็กกว่านี้ ตรวจที่ ๘ นาที หรือใหญ่กว่านี้อาจใช้เวลาถึง ๑๕ นาที






สุกแล้วกินทันทีก็ได้ หรือโรยน้ำตาลไอซิ่งแต่งหน้าและเคียงไอศกรีมเย็นๆ วิปครีมเบาๆ ซอสช็อกโกแลตอุ่นๆ ก็อร่อยไม่แพ้กันครับ






Chocolate Souffle
yields 2-4 souffles (depends on the size of your ramekins)
136 g. Dark chocolate (I use 68g. 64% and 68 g. 72%)
2 Tbsp. Unsalted butter
3 large Egg yolks
6 large Egg whites
60 g. Granulated sugar

Plus more butter and sugar for the ramekins



Preheat the oven to 400F or 200C

Prepare the ramekins by butter the bottom and sides, the brush stroke should be straight up to attain the best result. Coat with sugar (not from the recipe) all around. Set aside.

Whether your souffle molds are metal or ceramic, they should have straight sides(to help souffle rise perfectly).

Meanwhile, in a mixing bowl, melt chocolate and butter over hot water bath, often stir until smooth. If microwave is used, set power as 50% or defrost mode for 1 minute, stir and do the additional minute until melted completely (this may take up to 4 minutes). Set aside.

The reason I use different percentages of cocoa butter in chocolate is to control the final flavor. You may find more or less of those percentages suit you better, please feel free to play with it and have fun.

In another mixing bowl, whip egg whites to a soft peak. Gradually add sugar and continue whipping until medium peak forms.

Fold in the chocolate mixture. Scrape down bottom and sides of the bowl along the mixing.

Fold in the yolks. Scrape down bottom and sides of the bowl until well combined.

Fill in the prepared ramekins up to the top, it's ok to overload each one because we have to level it with a spatula. Once all are leveled, use a clean soaked towel or cloth to clean inner rim of each souffle (this prevents batter from holding to the unbuttered area and rising unevenly).


Bake for 11 minutes for an 8 oz. ramekin (approx. 8 mins for a smaller size and 15 mins. for a larger one.)

When cooked, serve immediatly with a sprinkle of powdered sugar. Serving along with a scoop of ice cream, a huge drop of whipped cream, and warm velvety chocolate sauce is an optional, though I strongly recommend.

Enjoy your intense deep dark chocolate flavor and let your spirit fly as high as your souffle.




 

Create Date : 14 มิถุนายน 2553   
Last Update : 14 มิถุนายน 2553 7:05:00 น.   
Counter : 1232 Pageviews.  


Fraisier ไม่ใช่แค่สตรอเบอรี่ธรรมดา...





ตามไปดูวิธีทำแบบละเอียด ปนโหด ได้ที่.. เค้กส่งท้ายปีเก่า เฟรซเซอร์ ครับผม

ส่วนวิธีทำและส่วนผสมคร่าวๆ ผมคัดย่อมาให้แล้วคร้าบ ดังนี้


ไส้เอแคลร์หรือ เพสตรี้ครีม

แป้งข้าวโพด ๕๐ กรัม
นมสด ๕๐๐ มิลลิลิตร
วนิลา ๑ ฝัก
น้ำตาลทราย ๑๒๕ กรัม
ไข่แดง ๑๒๐ กรัม
เนยจืด ๕๐ กรัม

ละลายแป้งข้าวโพดแบ่งนมสดครึ่งหนึ่งพักไว้ นมสดอีกครึ่งเทใส่หม้อ
กรีดฝักวนิลา แล้วขูดเอาเมล็ดใส่ลงไปในนมสดที่เหลือ ตามด้วยฝัก
ยกขึ้นตั้งไฟพอเป็นไอระเหย....เทนมที่ละลายแป้งข้าวโพดตามลงไป ตั้งอุ่นต่อ
ระหว่างนั้นตีไข่แดงให้พอเข้ากัน ค่อยๆใส่น้ำตาลทราย ตีจนน้ำตาลละลาย(ดูได้จากสีที่เปลี่ยนเป็นอ่อนลงของไข่แดง)
ค่อยๆใส่นมร้อนทีละนิดลงในส่วนผสมไข่แดงจนหมด ยกขึ้นตั้งไฟอีกรอบ พยายามคนด้วยตะกร้อเรื่อยๆ จนครีมสุก(จะข้นขึ้นจนเป็นก้อน)
ยกลง ค่อยๆใส่เนย ทีละนิดจนหมด คนให้เข้ากัน....พักไว้ในตู้เย็น




เค้กเจนัวส์

ไข่ไก่ ๕ ฟอง
น้ำตาลทราย ๑ ถ้วยตวง
แป้งเค้กร่อน ๑ ถ้วยตวง
เกลือ ๑/๔ ช้อนชา
วนิลา ๑/๒ ช้อนชา
เนยจืดละลาย ๑/๒ ถ้วยตวง

อุ่นเตาไว้ที่ 210 เซลเซียส สำหรับเค้ก 1 ถาดคุกกี้ (๙ x ๑๓ นิ้ว)
หรือไว้ที่ 180 เซลเซียส สำหรับเค้ก ๘ นิ้ว สองก้อน
ร่อนส่วนผสมแห้งเข้ากันพักไว้
ตีไข่กับน้ำตาลในชามผสมเหนือ หม้อน้ำร้อนที่มีน้ำสูงประมาณสองเซนติเมตรอุ่นไปไอตลอดเวลา จนกระทั่งไข่ขึ้นฟูสามเท่า จึงตะล่อมแป้งที่ร่อนพักไว้ลงไปอย่างเบามือ และเร็ว ใส่เนยและวนิลาคนให้เข้ากัน ระวังเนยนอนก้นจะทำให้เค้กเป็นไต เทใส่พิมพ์ เข้าอบจนสุก




อิตาเลียนเมอแรงก์

ไข่ขาว ๒๕๐ กรัม
น้ำตาลทราย ๓๕๐ กรัม
น้ำเปล่า ๑๐๐ กรัม

ตั้งน้ำตาลทรายและน้ำจนเดือดได้อุณหภูมิ 121 เซลเซียสหรือขั้นยางเหนียว soft ball ระหว่างน้ำตาลเดือด พยายามเอาแปรงจุ่มน้ำทาขอบๆหม้อกันน้ำเชื่อมตกทราย
ตีไข่ขาวในชามผสมรอ เมื่อน้ำเชื่อมได้ที่ค่อยๆเทใส่ชามผสมที่กำลังตีไข่ขาว ตีจนเย็นลง..ไข่ขาวจะมีปริมาตรเพิ่มขึ้นจนน่าตกใจ จึงควรหาภาชนะที่ใหญ่ประมาณ ห้าถึงหกเท่าในการทำครับ




บัตเตอร์ครีม ขาวจั๊วะน่าเจี๊ยะ

เมอแรงก์จากข้างบนหนึ่งสูตร หักออก ๑๐๐ กรัม
เนยสด อุณหภูมิห้องตีให้ฟูนิดๆ ๔๕๔ กรัม

ค่อยๆใส่เมอแรงก์ลงในเนยที่ตีนุ่มแล้วทีละนิดจนหมด เหยาะวนิลาเล็กน้อยเพื่อชูกลิ่น





น้ำเชื่อมเมรัย

น้ำเชื่อมใส่เหล้า
น้ำเชื่อมทั่วๆไป ๑/๒ ถ้วย
เหล้าKirch ๑/๘ ถ้วย
เหล้าราสเบอร์รี่ ๑/๘ ถ้วย

คนทุกอย่างให้เข้ากันครับ




มูสพิสตาชิโอ

บัตเตอร์ครีม(สูตรไหนก็ได้ครับ ผมใช้จากข้างบน) ๕๐๐ กรัม
พิสตาชิโอ เพสต์ ๖๐ กรัม
ไส้เอแคลร์ ๑๐๐ กรัม
สีเขียวขี้ม้า หนึ่งหยด(ไม่ใส่ก็ได้ครับ)

ตีทุกอย่างให้เข้ากัน เป็นอันเสร็จครับ




แปลงกายและประกอบร่าง

เค้กเจนัวส์ ๑ สูตร
เมอแรงก์อิตาเลียน ๑๐๐ กรัม
มูสพิสตาชิโอ ๑ สูตร
น้ำเชื่อมเมรัย
สตรอเบอรี่สดล้างสะอาดและเช็ดแห้ง เยอะพอควรครับ
และผลไม้อื่นเพื่อแต่งหน้า

ตัดเค้กให้ได้ขนาดที่ต้องการ ใครใช้เค้กกลม ให้สไลด์ครึ่งแนวนอน
ทาน้ำเชื่อมเค้กชิ้นล่าง วางสตรอเบอรี่ให้เต็ม
ปาดมูสพิสตาชิโอให้ทั่ว ตามซอกรอยต่อของสตรอเบอรี่ แล้วจึงประกบด้วยเค้กอีกชั้น
ปาดด้วยเมอแรงก์และเผาไฟให้เกิดสีน้ำตาลอ่อน พองาม
ตกแต่งด้วยผลไม้ตามชอบใจ
เวลาตัดเค้ก ควรตัดตรงกลางสตรอเบอรี่เพื่อให้เกิดรอยตัดที่สวยงามครับ




 

Create Date : 25 มีนาคม 2551   
Last Update : 14 มิถุนายน 2553 17:50:26 น.   
Counter : 1161 Pageviews.  


วาดการ์ตูนอย่างง่าย....





ผมเคยเรียนวาดเขียนตอนเด็กๆกับคุณครูหลายท่าน
โดยส่วนใหญ่มักจะเริ่มจากการลากเส้นตรง เส้นโค้ง และ
... วงกลม ...

มีครั้งหนึ่งผมจำได้ว่า....ดูจากทีวี เขาสอนให้เอาวงกลมขนาดต่างๆกัน มาประกอบเป็นรูปสัตว์ต่างๆได้อย่างน่าสนุก...ไม่น่าเชื่อว่า แค่วงกลมๆ.... เราก็วาดรูปได้แล้ว


วันนี้มีก้อนกลมๆมาให้เลือกสามขนาด....แป้งชูครีมอบแล้วสองขนาด....กับเม็ดลูกปัดชอคโกแลตอีกหนึ่งขนาดครับ
สำหรับสูตรแป้งชู..ดูได้ในโหมดเชฟกระทะเหล็ก (ตอนฟักทอง) ครับ




ใช้ชอคโกแลตละลายเพื่อทำเป็นกาว ทิ้งไว้ซักพักให้ชอคโกแลตคลายความร้อน เพื่อที่ว่าเวลาเราแปะ มันจะได้เซทตัวและยึดเจ้าก้อนกลมๆนั้นเร็วกว่า เราแปะตอนร้อนๆแล้วต้องจับอยู่อย่างนั้นไปทำอะไรต่อไม่ได้ครับ




เมื่อลงจุดกลมๆ แปะก้อนกลมๆต่างขนาดไปแล้ว...ก็มาเหลือขนาดสุดท้ายครับ แต้มสีชอคโกแลต แล้วเอาลูกปัดกลมๆแปะ นิ้วใครอ้วนเหมือนผมหยิบไม่ถนัดแนะนำตะเกียบหรือปากคีบครับ ผมใช้ไม้เสียบลูกชิ้นสองอันแทน




เสร็จแล้วคร้าบบบบ...กลมๆประกอบกันเป็นการ์ตูน(ไว้หลอกเด็ก อิอิ)




แอบผ่าตรงช่วงกราม....ฐานล่างของขนมครับ บิให้ดูว่าข้างในต๊ะติ๊งโหน่งเป็นช่องกลมว่างๆ




วันนี้เลือกโทนสีน้ำตาล....เลยใช้ไอติมชอคโกแลตที่เพิ่งทำไปเมื่อวานซืน




ยกหัวส่วนกรามบนเป็นต้นไปออกครับ วางไว้ข้างๆ...โปะไอศกรีมลูกย่อมๆพอดีกับฐานลงไป




เอาส่วนบนของแต่ละชิ้นแปะกลับลงไป สำหรับคนที่ทำแป้งชูแล้วยังมีเนื้อในอยู่เยอะ สามารถเอามือกดไส้ในให้แบนได้นะครับ จะได้มีที่เยอะขึ้นเวลาวางส่วนหัวประกบไปจะได้ไม่เสียทรงมากครับ ทาดา.... เราก็มีตัวการ์ตูนหมีแอบน้ำลายไหล กับเจ้าหมูยิ้มปากฉีกจากวงกลมๆแล้วครับ อิอิอิ




 

Create Date : 26 เมษายน 2550   
Last Update : 25 มีนาคม 2551 4:55:48 น.   
Counter : 1544 Pageviews.  


1  2  

kittscake
 
Location :
แคลายฟอร์เนีย United States

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 18 คน [?]




[Add kittscake's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com