บ้าน Loft ตอนที่ 29 - Industrial Look

การแต่งบ้านสไตล์ิอินดัสเทรียล (Industrial Style) คือ การแต่งบ้านที่เน้นอารมณ์แบบโรงงาน เห็นโครงสร้างวัสดุที่ใช้อย่างชัดเจน มีถิ่นกำเนิดจากนิวยอร์ค คล้ายๆกับบ้านสไตล์ลอฟท์ เน้นสัจจะของวัสดุ ประเภทอิฐ ไม้ ปูนเปลือย การเดินท่อลอย 


แบบบ้านที่เราเห็นกันบ่อยก็คงเป็นบ้านสไตล์ลอฟ์ท เพดานสูง โชว์อิฐตามผนัง

แบบบ้านสไตล์ลอฟท์

องค์ประกอบหลักอีกอย่างของการเเต่งบ้านสไตล์นี้คือปูนเเละเหล็ก เน้นความเก่าของวัสดุ ยิ่งผ่านการใช้งานมาเเล้วยิ่งดี บ่งบอกถึงยุคสมัยของการเปลี่ยนแปลง หรืออาจจะทำให้เก่าเองก็ได้ เช่น แผ่นสังกะสี โดยใช้ไฮโดรเจนหรือไฮโดรคลอริกทำปฏิกิริยาให้เกิดสนิมเร็วขึ้น ใช้ในงานศิลปะบางประเภท

ภาพ : Printerest

ปัจจุบันการแต่งบ้านสไตล์ิอินดัสเทรียลเริ่มได้รับความนิยมมากขึ้น แม้กระทั่งงาน Interior Design ที่รับเอาศิลปะเเนวนี้มาใช้ในการออกแบบ 

จะเห็นได้จากประตูบ้านผสมผสานกับเเนวโรงงานได้เป็นอย่างดี

แม้กระทั่ง Office ก็นิยมตกแต่งสไตล์นี้


 ห้องครัว ห้องทำงาน ห้องนอนสไตล์ิอินดัสเทรียล

 ที่ผมชอบที่สุดคือห้องนอน เพราะผมชอบสไตล์แบบนี้ อาจจะดูสกปรกไปหน่อย 

ส่วนตัวชอบศิลปะแนววาบิ-ซาบิ 

ความงามที่ไม่สมบูรณ์ 

ห้องน้ำ

สิ่งสำคัญอีกอย่างก็คือ โคมไฟ โดยเน้นโคมไฟที่เป็นโครงเหล็กที่ใช้ในงานอุตสาหกรรม

แบบนี้ก็สวยไปอีกแบบ

Credit : Light Loft Thailand

การเเต่งบ้านสไตล์อินดัสเทรียล คือ ความงามของวัสดุจริงๆ ไร้การปรุงเเต่งใดๆ 

เป็นศิลปะที่เกิดจากกาลเวลา เป็นความไม่สมบูรณ์ของสรรพสิ่ง



ผมเห็น

ความยิ่งใหญ่ดำรงอยู่ในรายละเอียดที่ไม่เตะตาเเละมองข้ามไป

ผมเห็นอย่างนั้นจริงๆ

.




















Create Date : 30 เมษายน 2556
Last Update : 4 กันยายน 2556 23:18:09 น.
Counter : 14528 Pageviews.

5 comment
สร้างสวนบ้าน Loft ตอนที่ 28 - จัดสวนแบบ Indy ตอน ตีนตุ๊กแก หูกระจง ไทรเกาหลี ขนุน

        ต้นลีลาวดีออกดอกรับลมร้อนกันเเล้ว ใช้เวลาเเค่สามเดือนตั้งเเต่ปลูกครั้งเเรก

 6  มกราคม 2556                                    6 เมษายน 2556

ตอนนี้สภาพสวนที่บ้านเเทบจะไม่เป็นสวน เป็นหลุมเป็นบ่อ สนามหญ้าที่ปูไว้ตายหมด 

เลยต้องหาต้นไม้มาทดแทน 

อันดับเเรกรั้วบ้านต้องการความเขียวขจีของต้นไม้ หาข้อมูลเเละปรึกษาผู้รู้ ลงความเห็นว่ารั้วปูนนั้นต้องปลูกตีนตุ๊กแกสถานเดียว ข้อดีก็มีอยู่เเล้ว ส่วนข้อเสียเรื่องงูเขียวชอบมาอยู่ก็ไม่ได้กังวลอะไรมาก

สภาพรั้วหน้าบ้านโล่งๆ ผ่านการตกแต่งภาพ ลองดูหลายๆตัวอย่าง มาจบที่

ตีนตุ๊กแก 

(จากเพื่อนสมาชิกในพันทิป)

วันต่อมาจึงไปหาซื้อต้นตีนตุ๊กแกขนาดเล็ก ถุงละ 60 บาท ประมาณ 15 ต้นๆละ 4 บาท 

ขนาดรั้วกว้างประมาณ 10 เมตร งานนี้ผมซื้อไป 100 ต้น 

วิธีปลูกก็คือขุมหลุมไม่ต้องลึกมาก แกะถุงดำเเพะกล้าต้นตีนตุ๊กแกออก ลงดินให้ใบโผล่ดินขึ้นมาเล็กน้อย 

ลงดินปลูกรองพื้นก่อน เทปุ๋ยคอกซ้ำอีกครั้ง รดน้ำวันละสองรอบ เช้า-เย็น


ปลูกทั้งสองฝั่งทั้งนอกรั้วเเละในบ้าน ด้านในต้องใช้ไม้ขวางป้องกันสุนัขมาทำลาย

.

นั่งดูการเติบโต

.

หูกระจง

ต้นต่อไป หาปลูกในรั้วบ้าน เพราะดูจากหน้าบ้านเเล้วโล่งเกินไป ผมเลยจัดแจงนำต้นหูกระจงมาลง จากการหาข้อมูลมีเรื่องที่ต้องกังวลคือรากของหูกระจงจะแผ่ออกไปทำลายบ้าน เเต่เนื่องจากเป็นไม้ที่ให้ร่มเงาคะเเนน A+ เเละโตเร็ว ผมจึงปลูกห่างออกจากบ้านเกือบ 10 เมตร 

สนนราคาต้นนี้ สูงเกือบสามเมตรได้ ราคา 2,500 บาท จากร้านขายต้นไม้เเถวบ้าน มีรถบริการรับส่งถึงบ้าน ขุดหลุมปลูกให้ด้วย พร้อมกับทำโครงกันล้มให้อีกต่างหาก 

โคงสร้างของกิ่งที่เเบ่งเป็นชั้นๆ สร้างเสน่ห์ให้บ้านโดเด่นขึ้นมาทันที 

ต้นหูกระจง เป็นต้นไม้ที่ทนทาน โตเร็วมากๆ ผมรดน้ำไม่กี่วันก็ติดเเล้ว 

ต้นไทรเกาหลี

ต้นนี้ไม่ได้ใหม่อะไรนัก เพราะปลูกเป็นเเนวรั้วเดิมอยู่เเล้ว ตอนเเรกที่ปลูก ห่างกัน 1 เมตร แลดูห่างไป จึงย้ายต้นที่อยู่ด้านหน้าไปไว้ด้านหลัง ขยับให้ชิดๆกันมากขึ้น ซื้อต้นไทรเกาหลีมาเสริมอีก 4 ต้นๆละ 230 บาทพร้อมดินปลูกอีก 1 กระสอบๆละ 40 บาท จากร้านข้างทางเจ้าเดิม

พอปลูกเเล้วก็รดน้ำซ้ำ บางต้นที่ตายเพราะโดนหมาขุดก็เอาออกไป 2-3 ต้น 

ขนุนหลังบ้าน

ต้นสุดท้ายในรอบนี้ในโซนหลังบ้าน ด้วยเเรงเชียร์ของคนขายไม้ผล และหาข้อมูลต้นไม้ให้ร่มเงาและผลกินได้ มีต้นไม้ที่เข้ารอบสุดท้ายเเค่สองต้น คือ มะม่วง เเละขนุน สุดท้ายผมเลือกขนุน เป็นความเชื่อของคนรุ่นเก่าด้วยว่า ต้นขนุนจะช่วยสนับสนุนหน้าที่ การงาน และชีวิตให้เจริญรุ่งเรือง 

ไม่รีรอไปซื้อต้นขนุนพันธ์ทองประเสริฐ ไม่หวานมาก ถูกปากคนไทย 

จากตลาดคำเที่ยง ตลาดต้นไม้ที่ใหญ่ที่สุดของจังหวัดเชียงใหม่ 

ซื้อมาต้นเดียว ราคา 150 บาท ซื้อมาลงดินทันที 

 อีกสองปีมารอกินผล.....

ผ่านไปกับการปลูกต้นไม้ แบบงูๆปลาๆ แบบ indy เลือกปลูกต้นไม้เอาเอง ไม่ได้จ้างคนจัดสวน เราทำกันเอง ปลูกเอง ดูแลเอง ตายไปก็ซื้อมาใหม่ ต้นไหนฟอร์มสวยก็เอามาปลูก สีเข้ากับบ้านเป็นใช้ได้

วัชพืชที่ไม่ได้ตั้งใจปลูก ก็ปล่อยเอาไว้เฉยๆ ไม่ได้ตัดทำลาย ต้นบางต้นไม่รู้จักก็มี

วันนี้ออกดอกเฉยเลย 

อากาศช่วงนี้ร้อนสุดๆ แดดส่องข้างบ้านตอนบ่าย ทำให้ตัวบ้านร้อนอบอวนมาก ต้นไม้ที่ปลูกก็ต้องรออย่างน้อย 1-2 ปีกว่าจะให้ร่มเงาได้ 

วันว่างๆ ก็รดน้ำต้นไม้ ตอยเย็นก็นั่งดูพระอาทิตย์ตกดินข้างบ้าน 

อากาศร้อน มันไม่โรเเมนติกเท่าไหร่เลย

.

.








Create Date : 30 เมษายน 2556
Last Update : 2 กันยายน 2556 23:16:01 น.
Counter : 22537 Pageviews.

6 comment
สร้างบ้าน Loft ตอนที่ 27 - ต้นไม้ต้นเเรก

หายไปหลายเดือนไม่ได้อัพบล็อค หลังจากทำบ้านเสร็จ 

เราอยู่ไปตกแต่งไป เพราะงบหมดเเล้ว 555

สมาชิกใหม่ของบ้านเป็นสุนัขสองตัว กำลังซนได้ที่ ทำให้เราต้องวางเเผนและหาข้อมูลการจัดสวนกันใหม่

ศัตรูพืชทั้งสองตัวเป็นเหตุให้สนามหญ้าสีเขียวสวยงามรวมทั่งเเนวรั้วอีกฝั่งเริ่มพังพินาศ 

เเนวคิดการจัดสวนของผมคือ ไม่มีเเนวทางตามหลักการจัดสวนใดๆ เพราะผมใช้ความรู้สึกเอาเอง

ไม่มีแบบ ไม่มีการวางแปลนใดๆ ต้นไม้ที่จะนำมาปลูกจะเป็นไม้ที่ทนทานพอสมควร ไม่ต้องให้น้ำมาก

ต้นไม้ต้นเเรกที่เราเสี่ยงกันเอามาก็คือ ลีลาวดี  เเค่ลีลาวดีก็มีตั้งหลายพันธุ์ แล้วเราจะเลือกพันธุ์อะไร?

ในฐานะที่ไม่มีความรู้เรื่องการจัดสวน อาศัยเเค่ความชอบ เรียกว่าจัดสวนตามความชอบส่วนตัวล้วนๆ

สุดท้ายเราก็ได้ พันธุ์ขาวพวง ซึ่งเป็นพันธุ์ดั้งเดิม จะเห็นตามวังเก่าๆหรือวัดทั่วๆไป ออกดอกดกมาก ช่อดอกใหญ่มี 10-15 ดอก 

ต้นที่ซื้อมาสูงประมาณ 1.5 เมตร ราคา 1.5 พัน 

(ราคารวมจัดส่ง รวมเสาไม้ค้ำ ปุ๋ยสองกระสอบ รวมถึงปลูกให้ด้วย)

ข้อดีของลีลาวดี คือ โครงสร้างสวย น่าจะเข้ากับสไตล์บ้านแบบปูนเปลือยเอามากๆ เเละดอกมีกลิ่นหอม ผลัดใบปีละครั้ง ใบมากก็ขยันเก็บหน่อย

ส่วนข้อเสีย คนขายบอกว่าเป็นราสนิม ในร่วงหมดต้น (อันนี้แหล่ะที่ผมอยากได้) ผมชอบต้นที่มีเเค่โครงสร้าง เเต่คนขายก็มักจะแอบเชียร์ต้นที่ราคาเเพงกว่าเสมอ แต่ไม่ทำให้ผมเปลี่ยนใจได้

ต้นกกน้ำ 

ต้นกกนั้นมีหลายพันธุ์เช่นกัน ต้นที่เราเลือก คือ กกราชินี ใบเป็นแฉกสวยดี 

ราคาต้นละ 70 บาท กระถางปูนอีก 250 บาท

 เอามาลงกลางบ่อปลากระถางเดียวพอครับ ตอนเเรกจะเอามาลงสามกระถางเเต่เกรงว่าจะเยอะไป

เวลาล้างบ่อเหนื่อยแน่ๆ อีกอย่างผมเเต่งสวนสไตล์มินิมอล เน้นเรียบง่าย ไม่เยอะ

ยามเย็นเปิดไฟใต้สระ ต้นกกน้ำจะเด่นขึ้นมาทันทีเลยครับ สวนเล็กๆพอเหมาะๆ

ต้นไทรเกาหลี

หลังจากหาข้อมูลต้นไม้ที่จะนำมาทำเเนวรั้วมาพอสมควร สุดท้ายเหลือตัวเลือกแค่ต้นโมก ต้นคริสติน่า เเละต้นไทรเกาหลี ต้นไม้เเต่ละอย่างก็มีลักษณะแตกต่างกันไป

ต้นโมก  กลิ่นหลอนไป

ต้นคริสติน่า สีสวยเข้ากับบ้านดี  เเต่ใบไม่หนาเท่าที่ควร

มาลงตัวที่ต้นไทรเกาหลี ต้นละ 220 บาท สูง 1.2 เมตร ปุ๋ยอีก 10 ถุงละ 40 บาท

เริ่มเเรกก็ต้องขุดหลุม ให้กว้างเท่ากับต้นไทร เเต่ละหลุมห่างกัน 1 เมตร

ผมคำนวณต้นไม้ที่จำนำมาปลูกก่อนเเล้ว ว่าจะใช้ประมาณ 15 ต้น ตั้งแต่หลังบ้านมาจนถึงโรงรถ

เเต่ละต้นห่างกันประมาณ 1 เมตร เมื่อโตเต็มที่ต้นไทรเกาหลีจะสูงประมาณ 2.5-3 เมตร ประมาณชั้นสองถ้ามองจากฝั่งนอกบ้าน เป็นเเนวกำลังสวย เว้นที่ไว้สำหรับต้นไม้ใหญ่หน้าบ้านอีกต้นก็พอเเล้วครับ

หลังจากลงต้นไม้ เราก็หมั่นดูเเลความเรียบร้อย กลัวหมามาขุด  

ตอนนี้ผมเริ่มลงต้นไม้ไปบ้าง บางต้นก็น่าจะรอด ไม่มีศัตรูพืช(สุนัข)รบกวน

อย่างที่เกริ่นไว้ตั้งเเต่ต้น เราทำบ้านลอฟท์มินิมอล อยู่ไปแต่งไป

ผมอยู่ไปก่อน ให้รู้สึกและสัมผัสของความเป็นบ้านก่อนที่จะลงมือเเต่ง 

บ้านหลังนี้จึงค่อยๆเป็น ค่อยๆไปครับ










Create Date : 21 มกราคม 2556
Last Update : 21 มกราคม 2556 21:43:15 น.
Counter : 6618 Pageviews.

21 comment
สร้างบ้าน Loft ตอนที่ 26 - All My Loft

All...MyLoft

"การสร้างบ้าน ก็เหมือนการสร้างงานศิลปะ"

ระยะเวลา 6 เดือนของการสร้างบ้าน ผ่านการสร้างเเล้วทุบก็หลายครั้งหลายครา จนกว่าจะได้งานที่เราตั้งใจ วัสดุบางอย่างถูกปรุงแต่งสังเคราะห์จนเสียความธรรมชาติในตัวเราก็ไม่ได้นำมาใช้

เพราะเราเชื่อในเรื่อง"สัจจะของวัสดุ"ที่ให้ความคงทนถาวร บ้านหลังนี้จึงตั้งใจทำออกมาโดยให้เป็นธรรมชาติมากที่สุด

ตัวบ้านประกอบไปด้วยวัสดุสี่อย่าง คือ ปูน อิฐ ไม้ และเหล็กกล่อง

จากอิฐบล็อคไปสู่ปูนเปลือย จากไม้ไปสู่เหล็ก ดูจะเ็นการสร้างที่ไม่ได้ยุ่งยากซับซ้อนเเต่อย่างใด

จากส่วนเล็กๆหลอมรวมกันจนกลายเป็นตัวบ้านหลังนี้

ไม้ประดู่เก่ายังคงงดงามในสายตาเสมอ  เเม้ว่าคุณค่าหรือความคงทนจะสู้ไม้เนื้อเเข็งอย่างอื่นไม่ได้ 

หรือแม้เเต่อิฐก่อ ที่อยู่เบื้องหลังความเเข็งเเรงของตัวบ้าน

เเต่เราก็เลือกใช้เพราะความเเข็งเเรง และการให้สีของความเป็นธรรมชาติได้ดีที่สุด

ยามเย็นหลังจากเสร็จงาน คนงานก็จะเก็บเครื่องมือกองไว้เป็นจุดๆ เพื่อที่จะทำต่อในวันต่อไป

เป็นภาพที่ชินตาของพวกเราเสมอ

งานเล็กๆ อย่างเช่น การฉาบพื้นแต่มีคุณค่าของการใช้งานอย่างมาก 

เพราะต่อไปพื้นบ้านคือส่วนที่เราสัมผัสมากที่สุดในชีวิต

ถ้าเสี้ยมพูดได้ก็จะบอกว่า ถ้าไม่มีเสี้ยม บ้านเราก็ไม่เรียบ เเละคงไม่ออกมาเป็นเหลี่ยมๆแบบนี้หรอก

 มุมเล็กๆของอิฐโชว์เเนว คงความคลาสิคเสมอ  ตามยุคสมัย

เมื่อมีคนสร้างก็ย่อมมีผู้ทำลาย เป็นสัจธรรมของธรรมชาติ 

ศิลปะในการจัดวาง งานเดินท่อระบบไฟเป็นสิ่งเล็กๆที่เราไม่ได้มองข้าม งานเดินท่อบ้านหลังนี้รอบเเรกต้องรื้อไปแล้วทำใหม่ เพราะเดินท่อไม่สวยเสียค่ารื้อไป 

เพราะเราอยากให้ออกมาในแบบที่เราชอบมากที่สุด

จุดเด่นของบ้านนอกจากรูปแบบวิธีการก่อสร้างที่ฉาบปูนเปลือยขัดมันทั้งหลังแบบทั่ไปเเล้ว ยังคำนึงถึงการออกแบบโดยมีฝ้าเพดานสูง เพื่อระบายความร้อนและดูโปร่งโล่งสบาย หลังคาเมทัลชีทบุฉนวนกันความร้อนอย่างหนาเนื่องจากคอนกรีตสะสมความร้อน 

การใช้ไม้เพื่อลดความดิบของปูนเปลือย 

เลือกใช้ไม้จริงเพราะต้องการความเป็นไม้จริงๆ เลือกใช้ไม้เก่าเพราะให้สีของลายไม้ที่สวยงาม

ส่วนข้อดีอีกอย่างคือการขยายตัวของไม้เก่าน้อยมาก

ผนังปูนเปลือยเเละการเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ที่เป็นหนัง เพื่อบ่งบอกสไตล์การเเต่งบ้านเเนวนี้


"ผมพยายามวางแต่ละส่วนตามหลักของบ้านไทย มีช่องระบายอากาศให้อากาศไหลเวียนได้ดี หันตัวบ้านไปทางทิศตะวันตก ทำให้ตัวบ้านส่วนใหญ่ร่มตั้งเเต่สายถึงเย็น ผมว่าเราต้องใส่ใจกับอากาศบ้านเราเป็นพิเศษถ้าคิดจะสร้างบ้านให้อยู่สบาย ไม่ว่าบ้านจะหน้าตาอย่างไรก็ตาม"


"ในความยากของการสร้างบ้านเเบบนี้ ในห้องที่ที่เห็นผนังปูนดิบๆนั้น มีการซ่อนระบบท่อเดินไฟที่ต้องคิดตั้งเเต่เเรก เพราะเมื่อทำผนังไปเเล้วจะแก้ทีหลังจะลำบาก ตำแหน่งปลั๊ก สวิตไฟต่างๆต้องครบเเละเพียงพอต่อการใช้งาน "



"ศิลปะการจัดวางท่อเดินไฟก็เป็นเรื่องสำคัญสำหรับผม แก้งานหลายครั้งกว่าจะได้ วัสดุทุกอย่างไปซื้อเองในเเบบที่เราต้องการ จุดไหนต้องการแบบไหนไปเลือกเอง "



สุดท้าย ไม่ว่าบ้านจะออกมาหน้าเป็นอย่างไร ผมก็ภูมิใจเพราะเราสร้างเอง ทำเองตั้งเเต่เเรก 

เห็นทุกอย่างตั้งเเต่เเรก ออกแบบ-ลงเสา-ก่ออิฐฉาบปูน จนกระทั่งทำรั้ว

เราเลือกกันเอง ทำเอง เจ็บเอง เรียนรู้ด้วยตนเอง

จนออกมาเป็นบ้านสไตล์ลอฟท์หลังเล็กๆหลังนี้


.......

.


 




Create Date : 06 พฤศจิกายน 2555
Last Update : 12 พฤศจิกายน 2555 15:02:59 น.
Counter : 20255 Pageviews.

61 comment
สร้างบ้าน Loft ตอนที่ 25 - Check in Home Loft

4 พ.ย.255

ส่งมอบบ้าน

บล็อคนี้สำหรับท่านที่ไม่ได้ช่างบริษัทตรวจรับบ้าน ซึ่งในทางทฤษฎีเเล้วควรจะะจ้าง เพื่องานที่เรียบร้อยทุกจุดโดยทีมตรวจบ้านช่างมืออาชีพ เเต่สำหรับผมไม่ได้มีขั้นตอนอะไรมาก ตรวจเเบบบ้านๆ

โดยมีขั้นตอนสำหรับตรวจรับบ้าน ดังนี้

1. เปิดก็อกน้ำทุกจุด ดูการไหลเวียนของน้ำลงท่อ กลิ่น เเละดูการอุกตันของท่อ

2. ตรวจไฟ โดยเปิดไฟอุปกรณ์ทุกเครื่อง ทุกอย่างของบ้านเพื่อดูปริมาณการใช้ไฟ เเละการตัดไฟกรณ๊เกิดปัญหา

3. การปรับพื้นบ้าน โดยวัดระดับพื้นถึงเพดาน ในเเต่ละส่วนของตัวบ้าน

4. ทำใจ

3 พ.ย. 55

นอนบ้านคืนเเรก

ช่วงเช้าถือเอาฤกษ์  9.09 น. บูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ พร้อมพานพุ่มดอกไม้ ข้าวสาร อุปกรณืเครื่องครัว ฯลฯ

วางพานพุ่มไว้หน้าบ้านก่อนเข้าบ้าน

บูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ก่อนเข้าบ้าน

อัญเชิญพระเข้าข้างในบ้าน

อัญเชิญพระเข้าในบ้าน

เป็นอันเสร็จพิธี 

..

ตอนนี้เรามาเก็บงานที่เหลือ

ผนังขาวกากและผ้าม่านทำเสร็จเรียบร้อย

บานประตูไม้เคาเตอร์ครัว เสร็จเรียบร้อย 

ผ้าม่านสีเเดงสด ติดตั้งห้องทั้งหมดของบ้าน สีตัดกับพื้นหญ้าสีเขียวมาก

หญ้านวลน้อยที่ปูได้ 3-4 วัน ตอนนี้ยังไม่ติด รดน้ำเช้า-เย็น กลัวเเห้งตาย

พื้นโรงรถ เทพื้นเซาะร่องเรียบร้อย

ช่างพ่นน้ำยากันปลวก

ส่วนสุดท้ายของบ้าน คือการล้่อมรั้ว เราใช้ตะเเกรงเหล็กเเทนอิฐ เพื่อประหยัดงบประมาณ ความยาวของรั้วทั้งหมด 21 เมตร

การทำรั้วเเบบนี้ประหยัดกว่าการฉาบปูนครึ่งนึง 

ช่างทำฐานด้วยอิฐบล็อคเเถวเดียว ก่อนจะทำโครงขึ้นตะแกรงแล้วเชื่อมติดออกมาเป็นรั้วตาข่ายเสาปูน ใช้เสาปูนสิบต้น (เหมาค่าเเรงเเละค่าของ 1.8 หมื่น) ใช้เวลาทำวันเดียว อีกวันจะพ่นสีดำ เพื่อให้เข้ากับสีของรั้วเเละบ้าน

ก่อนจบ เรามีเทคนิคที่ทุกคนอาจจะทราบกันมาบ้าง คือการดับกลิ่นเเละปรับสภาพของน้ำเพื่อเลี้ยงปลา โดยใช้กล้วย ตัดเป็นท่อนๆ (ต้นเดียวหั่นให้ได้ประมาณ 4-5 ท่อน) 

น้ายางของกล้ยจะช่วยดูดซับกลิ่นปูนใหม่ของบ่อ ทิ้งไว้อาทิตย์นึงครับ

เป็นอันเสร็จเรียบร้อย 

ติดตามรูปบ้านเเบบเต็มๆในตอนต่อไปครับ

............

























Create Date : 04 พฤศจิกายน 2555
Last Update : 24 พฤศจิกายน 2555 22:23:10 น.
Counter : 16471 Pageviews.

21 comment
1  2  3  4  5  6  7  

kitiwat
Location :
เชียงใหม่  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 221 คน [?]



New Comments
Group Blog
All Blog