ขอบคุณทุกท่านที่แวะมานะคร้าบ อย่าลืม Comment ให้ด้วยนะขรั่บ !!!
 
 

47 Ronin : มหาศึกซามูไร (2013)

Worldwide Gross: $149,862,475
Total Budget*: $230,000,000

Trailer :
เรื่องย่อ :

คีอานู รีฟส์ นำทีมนักแสดงนานาชาติที่ล้วนแต่เป็นดาราที่มีชื่อเสียง ในภาพยนตร์แอ็คชั่น ผจญภัย เรื่อง 47 Ronin หลังจากทรราชย์สังหารเจ้านายของพวกเขา และยังเนรเทศพวกพ้องของพวกเขา ซามูไรไร้นาย 47 คนลั่นปากสาบานว่าจะล้างแค้นและกู้เกียรติยศศักดิ์ศรีคืนให้กับพวกตน เมื่อถูกขับออกจากบ้าน และต้องแยกย้ายกระจายกันไปทั่วแผ่นดิน กลุ่มซามูไรโรนินต้องขอความช่วยเหลือจากไค (คีอานู รีฟส์) ลูกครึ่งที่พวกเขาเคยปฏิเสธ เมื่อพวกเขาต่อสู้อยู่ในโลกป่าเถื่อนที่เต็มไปด้วยสัตว์ร้ายสุดมหัศจรรย์ แม่มดที่แปลงกายได้ และภัยคุกคามที่แสนอัศจรรย์

เมื่อชายนอกคอกที่เคยถูกเนรเทศผู้นี้กลายมาเป็นอาวุธร้ายที่สุดของพวกเขา ไคจะกลายเป็นวีรบุรุษผู้สร้างแรงบันดาลใจให้กับกลุ่มกบฏที่จะเผชิญหน้ากับปีศาจร้ายที่ครอบครองแผ่นดินของพวกเขา และความเป็นอมตะ ที่กลายมาเป็นหนึ่งในตำนานเล่าขานที่อยู่ยั้งยืนยงมานานที่สุดของญี่ปุ่น เรื่องราวสุดพิเศษที่เล่าขานถึงความหาญกล้าเรื่องนี้ ถือกำเนิดขึ้นในช่วงต้นศตวรรษที่ 18 เมื่อซามูไรผู้ทรงเกียรติ 47 คน สร้างเกียรติให้กับการสิ้นชีพของเจ้านายของพวกเขาก่อนเวลาอันสมควร ด้วยการล้างแค้นให้เขา

ในการนำตำนานแห่งชาติญี่ปุ่น ซึ่งเป็นเรื่องราวที่มีการเล่าขานต่อ ๆ กันมาเป็นเวลานาน และมีการตีความในสื่อต่าง ๆ ที่หลากหลายตลอดหลายยุคสมัยที่ผ่านมา มาจินตนาการใหม่ในครั้งนี้ ตำนานความเสียสละของเหล่าโรนิน และเกียรติยศที่ไม่มีวันตาย ได้ถือกำเนิดอีกครั้งเพื่อคนรุ่นใหม่

ที่เข้ามาร่วมแสดงกับ รีฟส์ ในภาพยนตร์แอ็คชั่น ผจญภัย 3D เรื่องนี้ ล้วนแต่เป็นซูเปอร์สตาร์ชาวญี่ปุ่นที่ไม่เพียงแต่เป็นที่รักที่นิยมชมชอบในประเทศญี่ปุ่นบ้านเกิดของพวกเขาเท่านั้น แต่พวกเขายังได้แสดงความสามารถให้เป็นที่ประจักษ์ทั่วโลกมาแล้ว อาทิเช่น ฮิโรยูกิ ซานาดะ (Sunshine, The Last Samurai) ผู้รับบท โออิชิ ผู้นำกลุ่มซามูไร, ทาดาโนบุ อาซาโนะ (The Wolverine, Thor: The Dark World) ผู้รับบท ลอร์ดคิระ วายร้ายผู้คิดทรยศ และไม่ยอมหยุดจนกว่าจะทำลายศัตรูจนสิ้นซาก, นักแสดงหญิงผู้เคยได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์ รินโกะ คิคุชิ (Babel, Pacific Rim) รับบท แม่มด นางร้ายที่สามารถแปลงกายได้ ผู้ลงมือตามความต้องการทุกอย่างของ คิระ เมื่อเขาต้องการอำนาจเบ็ดเสร็จมาอยู่ในมือ และโค ชิบาซากิ (The Lady Shogun and Her Men, One Missed Call) ในบท มิกะ บุตรีของเจ้านายของพวกเขา และยังเป็นยอดรักของไค

กับภาพยนตร์ 47 Ronin นี้ ผู้กำกับ คาร์ล รินสช์ (The Gift) ได้มอบชีวิตชีวาให้กับวิวทิวทัศน์ที่สวยงามน่าตื่นตะลึง และสงครามอันยิ่งใหญ่ที่ถูกแสดงเอาไว้ในเรื่องราวที่ไร้กาลเวลาเรื่องนี้ในแบบที่ยังไม่เคยได้เห็นมาก่อน ที่เข้ามาร่วมสร้างสรรค์งานกับเขา ก็คือ ทีมผู้อำนวยการสร้าง พาเมล่า แอ็บดี้ (Identity Thief, Endless Love) และเอริค แม็คลีออด (Mr. & Mrs. Smith, Unstoppable) และทีมงานคนสำคัญตั้งแต่งานเขียนบทโดย คริส มอร์แกน (ภาพยนตร์ชุด Fast & Furious, Wanted) และฮอสซีน อามินี่ (Drive, Wings of the Dove) และสกรีนสตอรี่โดย คริส มอร์แกน และวอลเตอร์ ฮามาดะ (The Conjuring, The Final Destination)

รินสช์ยังทำหน้าที่เป็นผู้นำทีมงานหลังกล้องที่ล้วนแต่ประสบความสำเร็จ อันประกอบไปด้วย ผู้กำกับภาพที่เคยได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์มาแล้วถึง 2 ครั้ง จอห์น มาธีสัน (Gladiator, Robin Hood), โปรดักชั่น ดีไซเนอร์ แจน โรเอลฟ์ส (Fast & Furious 6, World Trade Center), ผู้ลำดับภาพ สต๊วร์ต แบร์ด (Skyfall, Casino Royale), ผู้ออกแบบเครื่องแต่งกาย เพนนี โรส (Evita, ภาพยนตร์ชุด Pirates of the Caribbean), สเปเชียล เอฟเฟ็กต์ ซูเปอร์ไวเซอร์ พอล คอร์บูลด์ (Captain America: The First Avenger, Mamma Mia!), วิชวลเอฟเฟ็กต์ ซูเปอร์ไวเซอร์ผู้เคยได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์ คริสเตียน แมนซ์ (Harry Potter and the Deathly Hallows: Part 1, Nanny McPhee Returns) และผู้แต่งดนตรีประกอบ อิลาน เอชเคอรี (Stardust, Kick-Ass)

47 Ronin อำนวยการสร้างบริหารโดยทีมผู้บริหารของบลูแกรสส์ ฟิล์มส์ ได้แก่ สก็อตต์ สตูเบอร์ (Ted, Identity Thief), คริส เฟนตัน (Whisper, The Vatican Tapes) และวอลเตอร์ ฮามาดะ


----------------------------------

เป็นเรื่องที่อยากดูตอนเข้าโรงมาก ๆ แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ดู พอแผ่นออกก็เลยรีบซื้อมาดู ยอมรับว่าก่อนจะดูก็ลองอ่านคอมเมนท์ของคนที่ดูมาแล้วส่วนมากก็บอกว่าห่วยมาก ๆ ไม่สนุกเลย ซึ่งพอได้มาดูก็ยอมรับว่าหนังไม่ได้สนุกอย่างที่คิดจริง ๆ แต่ฉากและการถ่ายทำถือว่าทำออกมาดีมาก ๆ ภาพสวยงาม แต่เนื้อเรื่องถือว่าย่ำแย่เอามาก ๆ เลยทีเดียว

การที่จับ theme ญี่ปุ่นโบราณและอิงประวัติศาสตร์ก็ทำให้หนังดูน่าสนใจ แต่การนำเสนอเนื้อเรื่องถือว่าไม่ผ่าน หนังเนื้อเรื่องไม่ดี เยิ่นเย้อ ฉากแอคชั่นก็ไม่ได้ดีอย่างที่คิด ศัตรูแพ้ง่ายเกินไปแต่ถ้าคิดถึงพระเอกคนนี้ก็คงต้องดู แต่รอบเดียวก็ผ่านได้เลย และไม่เหมาะเป็นหนังที่จะอยู่บนชั้นสะสมหนัง ตอนนี้ยังรู้สึกเสียดายเงิน 300 อยู่เลยจนถึงตอนนี้ เป็นอีกเรื่องที่ไม่แนะนำ





 

Create Date : 13 เมษายน 2557   
Last Update : 13 เมษายน 2557 0:54:35 น.   
Counter : 854 Pageviews.  


The Host : ต้องยึดร่าง (2013)

Worldwide Gross: $63,208,816
Total Budget*: $65,000,000

Trailer :
เรื่องย่อ :

ผลงานวรรณกรรมของผู้ให้กำเนิดแฟรนไชส์ แวมไพร์ ทไวไลท์ สู่มหากาพย์ภาพยนตร์แอ็คชั่น / ไซไฟ เรื่องยิ่งใหญ่ นำแสดงโดย เซอเชอร์ โรแนน จาก Atonement และ Hanna

The Host เป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นในโลกอนาคต หลังจากปรสิตจากต่างดาวที่เรียกตัวเองว่า "โซล" บุกโลกยึดร่างและควบคุมความคิดของมนุษย์ทุกคน แต่ก็มีเพียง เมลานี สไตรย์เดอร์ (รับบทโดย เซอเชอร์ โรแนน) หญิงสาววัย 20 ที่ถึงแม้จะถูกโซลที่ชื่อ แวนด้า (รับบทโดย เซอเชอร์ โรแนน เช่นกัน) เข้ายึดครองร่าง อย่างไรก็ตามจิตใจของเธอก็ไม่ยอมถูกควบคุม ซึ่งทำให้ แวนด้า ได้เห็นความทรงจำของ ด้วยจิตวิญญาณที่ไม่ยอมแพ้และเลือนหายไปของ เมลานี ก่อนที่จะได้พบกับคนรักอีกครั้ง เธอก็อาจเป็นกุญแจดอกสำคัญ ที่จะปลดปล่อยมนุษย์ทั้งโลกจากโซล

หนังนำแสดงโดย เซอเชอร์ โรแนน ตัวเอกของเรื่อง ที่ต้องรับบทเป็นตัวละครสองตัวในเวลาเดียวกัน นอกจากนี้ยังมีดาราชื่อดังร่วมแสดงอยู่ด้วยอีกหลายคน อาทิ เช่น ไดแอน ครูเกอร์, วิลเลียม เฮิร์ต, แมกซ์ ไอรอนส์, เจค อาเบล และ แชนด์เลอร์ แคนเตอร์บิวรีย์ โดยหนังโรแมนติก - ไซไฟ เรื่องนี้ เป็นฝีมือการกำกับและเขียนบทของ แอนดรูว์ นิคโคล ผู้เคยฝากผลงานไว้กับหนังอย่าง In Time และ Gattaga

----------------------------------------

หนังเอเลี่ยนยึดโลกอีกเรื่อง โดยโลกได้โดนยึดไปแล้ว ส่วนมนุษย์ที่หนีรอดไปได้ก็ต้องคอยหลบซ่อนตัวเพื่อไม่ให้จับได้ จริง ๆ มนุษย์ที่โดนยึดร่างไปแล้วจะไม่สามารถต่อต้านได้แต่เรื่องนี้นางเอกถือว่าพิเศษโดยร่างโดนยึดไป 100% แต่จิตใต้สำนึกยังอยู่ทำให้สามารถพูดคุยกับวิญญาณที่ยึดร่างของตนเองได้

ถ้าใครต้องการจะดูหนังเอเลี่ยนบุกโลก แอคชั่นระห่ำขอให้ผ่านหนังเรื่องนี้ไปได้เลย เพราะหนังเรื่องนี้ดำเนินเรื่องแบบเนิบ ๆ เน้นหนักไปในเรื่องของความรักซะส่วนมาก ได้แต่หลบหนีพวกเอเลี่ยน หนังค่อนข้างจะน่าเบื่อ ไม่ตื่นเต้น เนิบ ๆ ดูแล้วพาลจะง่วง ไม่มีจุดพีคของหนังเลยแม้แต่น้อย เอาเป็นว่าอยากลองดูก็ดูได้ แต่ผ่านได้ก็ผ่านไปเลยจะดีกว่า เพราะจะเสียเวลาเปล่า ๆ





 

Create Date : 12 เมษายน 2557   
Last Update : 12 เมษายน 2557 21:44:35 น.   
Counter : 1120 Pageviews.  


2 Guns : ดวล|ปล้น|สนั่นเมือง (2013)

Worldwide Gross: $132,372,086
Total Budget*: $100,000,000

Trailer :

เรื่องย่อ :

2 Guns ภาพยนตร์แอ็คชั่นของสองเจ้าหน้าที่พิเศษของหน่วยงานรัฐ ที่ไม่มีทางเลือกนอกจากต้องร่วมมือกัน เมื่อ บ็อบบี้ เทรนซ์ (เดนเซล วอชิงตัน) เจ้าหน้าที่หน่วยปราบปรามยาเสพติด และ มาร์คัส สติ๊กแมน (มาร์ค วอห์ลเบิร์ก) เจ้าหน้าที่พิเศษหน่วย SEAL ต้องปลอมตัวเข้าไปอยู่ในแก๊งค้ายาระดับชาติ พวกเขาต้องเป็นคู่หูโดยไม่รู้ว่าต่างฝ่ายต่างเป็นผู้พิทักษ์กฎหมายเหมือนกัน

หลังจากความพยายามในการแทรกซึมเข้าแก็งค้ายา รวมถึงการตามหาเงินจำนวน 50 ล้านเหรียญประสบความล้มเหลวทั้งคู่ก็ถูกปฏิเสธการมีตัวตนจากหน่วยงานของตัวเองทันที เมื่อกลุ่มคนดีต้องการจับพวกเขาเข้าคุก ส่วนแก๊งคนชั่วต้องการฝังพวกเขาทั้งเป็น บ็อบบี้ และ มาร์คัส ก็ไม่มีทางเลือกนอกจากต้องร่วมมือกันเพื่อสืบสาวไปถึงต้นตอของแผนการทั้งหมด

เปิดฉากภารกิจสุดระทึกกับการพบกันครั้งแรกของซูเปอร์สตาร์ฮอลลีวูด เดนเซล วอชิงตัน ดวลสุดแสบกับ มาร์ค วอห์ลเบิร์ก กับภารกิจโจรกรรมเงิน 50 ล้านเหรียญ ปล้นทะลุเมือง จากผู้สร้าง Contraband (2012)

เกร็ดภาพยนตร์

1. 2 Guns สร้างจากหนังสือการ์ตูนขนาดความยาว 5 เล่ม ของ สตีเว่น แกรนต์ ที่ตีพิมพ์ในปี 2007 โดย มาร์ค แพล็ตต์ ผู้อำนวยการสร้างหนังแอ็คชั่นสุดฮิตอย่าง Wanted ก็ได้พูดถึงเหตุผลที่ทำให้เขาต้องการสร้างหนังเรื่องนี้ "...ผมคิดว่ามันมีกลิ่นอายของหนังแก็งสเตอร์ชั้นยอดอย่าง The Departed เรื่องราวของสายลับที่ต้องปลอมตัวเป็นเวลานาน จนเริ่มสูญเสียเป้าหมายที่แท้จริงของตัวเอง รวมถึงแนวคิดที่ว่ามิตรแท้ของคุณก็อาจเป็นศัตรูที่อันตรายที่สุด ในขณะเดียวกันศัตรูที่อันตรายที่สุดก็อาจเป็นคนที่คุณเชื่อใจได้มากที่สุดเช่นกัน..."

2. ภาพยนตร์เรื่องนี้กำกับโดย บัลทาซาร์ คอร์มาเคอร์ ที่เพิ่งมีผลงานหนังแอ็คชั่นสุดฮิตช่วงต้นปีที่แล้วอย่าง Contraband ซึ่งเขาก็ได้กลับมาร่วมงานกับ มาร์ค วอลเบิร์ก อีกครั้ง โดยนอกจากจะได้สุดยอดนักแสดงเจ้าของสองรางวัลออสการ์อย่าง เดนเซล วอชิงตัน เข้ามาประกบเป็นคู่หูแล้ว หนังก็ยังได้ พอลล่า แพ็ตตัน จาก Mission Impossible: Ghost Protocol และ เจมส์ มาร์สเด็น จาก X-Men ทั้งสามภาค เข้ามาช่วยเพิ่มความเข้มข้นให้กับหนังอีกด้วย

จาก : kapook.com

------------------------------------------------------------------------------

ค่อนข้างจะผิดหวังเอามาก ๆ กับหนังเรื่องนี้ อุตส่าห์ได้ดาราระดับแม่เหล็กมาถึง 2 คน แต่เนื้อเรื่องกับแย่มาก ถึงมากที่สุด ทั้ง ๆ ที่พล๊อตเรื่องถือว่าดีนะ แต่มาตกม้าตายเอากับเนื้อเรื่อง

ตัวเอกทั้ง 2 ถือว่าเล่นได้ตามมาตรฐาน บทยียวนกวนประสาทก็มีให้เห็นบ่อย ๆ ในเรื่อง เสียแต่เนื้อเรื่องอย่างที่บอกค่อนข้างแย่เอามาก ๆ ไม่สมเหตุสมผลสักเท่าไหร่ การผูกเรื่องดีแต่การดำเนินเรื่องห่วย ตัวบ๊อบบี้เป็น ปปส ถือว่าเป็นหน่วยงานตรงที่จะจับกุมพ่อค้ายา แต่สติ๊กแมนนี่สิ เป็นทหารเรือ มาเกี่ยวอะไรด้วย แต่โดนผู้บังคับบัญชาหลอกมาให้ปล้นธนาคาร ค่อนข้างจะซื่อบื้อนะ สุดท้ายก็ต้องมาพัวพันมะรุมมะตุ้มกัน กลายเป็นงูกินหาง แล้วจริง ๆ การที่พระเอกทั้ง 2 กลายเป็นผู้ต้องหาของทุกฝ่ายที่จะตามจับ แต่ฉากการไล่ล่ากลับทำไม่ดีอย่างที่ควรจะเป็น ไม่ได้ตื่นเต้นหรือลุ้นระทึกเลยแม้แต่น้อย

แต่ถ้าเป็นแฟนของ 2 คนนี้ก็คงต้องไม่พลาดด้วยประการทั้งมวล แต่ผมนี่สิเสียดายเงินจริง ๆ ซื้อตอนมันออกใหม่ ๆ ราคาเต็มใครจะไปคิดว่ามันจะแค่หนังเกรด C แต่ใช้นักแสดงเกรด A น่าจะรอลดราคาก็ดี ครั้งเดียวผ่านจริง ๆ





 

Create Date : 07 เมษายน 2557   
Last Update : 7 เมษายน 2557 16:59:37 น.   
Counter : 737 Pageviews.  


The Born Legacy : บอร์น เลกาซี พลิกแผนล่ายอดจารชน (2012)

Worldwide Gross: $276,572,938
Total Budget*: $170,000,000

Trailer :


เรื่องย่อ :

โทนี่ กิลรอย ผู้อยู่เบื้องหลังภาพยนตร์ซีรีย์ชุด Bourne ก้าวขึ้นมารับหน้าที่ผู้กำกับในภาคต่อมาของภาพยนตร์แฟรนไชส์แนวจารกรรมที่ได้รับความนิยม ซึ่งสามารถทำรายได้ไปเกือบ $1 พันล้านเหรียญ กิลรอย ซึ่งเป็นทั้งมือเขียนบทและผู้กำกับของภาพยนตร์ The Bourne Legacy ซึ่งเป็นเรื่องราวที่ยืนอยู่บนรากฐานโลกของ Bourne ซึ่งสร้างสรรค์โดย โรเบิร์ต ลัดลั่ม ได้ขยายเรื่องนี้ออกไปด้วยเรื่องราวที่มีเอกลักษณ์ ที่เผยให้เห็นแผนการสมคบคิดที่ยิ่งใหญ่มากขึ้น

12 ปีที่แล้ว คนดูได้รู้จักกับ เจสัน บอร์น เมื่อเขาถูกดึงขึ้นจากทะเลเมดิเตอร์เรเนี่ยนในสภาพหมดสติ และตลอดภาพยนตร์ 3 เรื่อง คนดูได้ติดตามการเดินทางเอาตัวรอดของเขาและการค้นหาตัวตนที่แท้จริง พวกเขาเฝ้าดูเหล่าซีไอเอออกตามล่าเขาไปทั่วโลก พวกเขาได้เรียนรู้เรื่องโครงการเทรดสโตน และทักษะฝีมือพิเศษและความสามารถของบอร์น และในบทสรุปของภาพยนตร์ไตรภาค พวกเขาอาจรู้สึกว่าเรื่องราวนี้สมบูรณ์แบบแล้ว The Bourne Legacy ได้เบิกม่านออกอีกครั้งเพื่อเผยให้เห็นความลึกลับที่ดำมืดมากขึ้น และฮีโร่คนใหม่ที่ต้องต่อสู้เพื่อเอาชีวิตรอด เมื่อจู่ๆ โครงการของเขาก็กลายเป็นภาระของทางการ

The Bourne Legacy แท้จริงแล้วก็คือเหตุการณ์ที่ติดตามมาของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนนี้ การที่ตัวตนของบอร์นถูกเปิดเผยในตอนจบของ The Bourne Ultimatum ได้ทำให้เกิดกองไฟขนาดใหญ่ที่ส่งผลลุกลามไปถึงการค้นคว้าและพัฒนานานหลายทศวรรษที่นำไปสู่การสร้างสายลับและนักรบที่ยอดเยี่ยมขึ้น คนดูจะพบว่ายังมีโครงการสร้างสายลับอีกหลายโครงการ ซึ่งโครงการเทรดสโตนของซีไอเอเป็นเพียงหนึ่งในพัฒนาการระยะแรก ๆ และการกระทำของบอร์นกำลังสร้างความวิตกกังวลที่ว่าโครงการอื่น ๆ อาจถูกเปิดเผยเช่นกัน

แอรอน ครอสส์ (เจเรมี่ เรนเนอร์ จาก The Hurt Locker, The Town, The Avengers, Mission: Impossible Ghost Protocol) คือหนึ่งในสายลับ 6 คนในโครงการที่มีชื่อว่า เอ้าท์คัม แต่สายลับของโครงการเอ้าท์คัม ไม่เหมือนสายลับโครงการเทรดสโตนของซีไอเอ พวกเขาได้รับการพัฒนาและฝึกเพื่อให้กระทรวงกลาโหมใช้งาน พวกเขาเป็นมากกว่ามือสังหาร และถูกสร้างมาเพื่อปฏิบัติงานในภารกิจระยะยาวที่มีความเสี่ยงสูง ศาสตร์ในการควบคุมพฤติกรรมที่เคยเป็นรากฐานให้กับสายลับเทรดสโตนได้ถูกยกระดับและทำให้ก้าวหน้าขึ้น แต่ด้วยการมีจุดกำเนิดร่วมกัน ทำให้เอ้าท์คัมกลายเป็นโครงการที่ได้รับผลกระทบเมื่อเรื่องราวของบอร์นถูกเปิดเผยจนกลายเป็นที่รับรู้ของสาธารณชน

เอ๊ดเวิร์ด นอร์ตัน (The Illusionist, The Incredible Hulk) รับบทพันเอกพิเศษเอริค ไบเออร์ ผ.อ.ขององค์กร NRAG (กลุ่มวิเคราะห์ค้นหาแห่งชาติ) ที่เป็นหัวใจของโลกของ Bourne ไบเออร์คือชายที่สร้างโครงการเหล่านี้ขึ้นมา เขาพยายามต่อสู้เพื่อให้โครงการได้เงินทุน และส่งพวกเขาไปทำงานจารกรรมให้กับอเมริกาหลังเหตุการณ์ 9/11 เมื่อม่านถูกเปิดออก เราได้รู้ว่าเขาคือผู้อยู่เบื้องหลังตลอดเวลา และได้เฝ้าดูขณะที่เกิดเหตุการณ์ในภาพยนตร์สามภาคแรก โลกของไบเออร์ถูกคุกคามเมื่อซีไอเอล้มเหลวในการจับตัวบอร์น ด้วยรู้ดีว่าการล่มสลายของเทรดสโตนจะเผยให้เห็นความสัมพันธ์อันใกล้ชิดระหว่างผ.อ.ทางการแพทย์ทั้งสองของเขา ไบเออร์จึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องสละเอ้าท์คัมทิ้งไป ซึ่งหมายถึงการกำจัดทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้อง รวมถึงนักค้นคว้าทั้งทางด้านวิทยาศาสตร์และการแพทย์ที่ช่วยสร้างโครงการขึ้นมา บัดนี้ เขาต้องกำจัดโครงการที่ได้รับผลกระทบ เพื่อรักษางานที่เหลือเอาไว้

นักแสดงหญิงเจ้าของรางวัลออสการ์ เรเชล ไวสซ์ (The Constant Gardener, The Mummy) รับบทนำร่วมกับ เรนเนอร์ ในบท ดร.มาร์ท่า เชียริ่ง นักวิทยาศาสตร์ค้นคว้าที่มีงานค่าตัวสูงในห้องทดลองแมรี่แลนด์ของบริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง แคนเด้นท์ มันคือศาสตร์ที่พัฒนาในห้องทดลองของเธอที่มีส่วนรับผิดชอบต่อโครงการเอ้าท์คัม และงานของเธอยังรวมถึงการตรวจสอบเจ้าหน้าที่ของเอ้าท์คัมในโอกาสที่หาได้ยาก เธอรู้จักแอรอนเหมือนที่เธอรู้จักคนอื่น ๆ ที่เหลือ ในฐานะตัวเลข ในฐานะวัตถุทดลอง ในฐานะหนูทดลอง เธอเมินเฉยต่อความขัดแย้งทางด้านศีลธรรมในงานของเธอ แต่เมื่อทั้งโครงการต้องถูกกำจัด และชีวิตเธอเองต้องพบความเสี่ยง เธอถูกบีบให้ต้องเผชิญหน้ากับความถูกต้องในการตัดสินใจเลือก เมื่อเธอต้องต่อสู้เพื่อจะเอาชีวิตรอด

ไบเออร์ได้สร้างเครือข่าย NRAG ขึ้นที่เบลท์เวย์ ที่เป็นจุดเชื่อมโยงของชุมชนหน่วยงานจารกรรม ทางการ และองค์กร สเตซี่ย์ คีช (W., American History X) รับบทเป็นพลเรือเอกพิเศษมาร์ก เทอร์โซ่ หัวหน้าทีมที่ปรึกษาของไบเออร์ และเป็นตัวเชื่อมโยงไปถึงเพนตาก้อน เดนนิส เบ้าท์ซิคาริส รับบท เทอร์เรนซ์ วอร์ด ซีอีโอของแคนเด้นท์ กรุ๊ป บริษัทยายักษ์ใหญ่ที่ทำงานนอกเหนืองานทางการแพทย์ภายใต้การรักษาความปลอดภัยระดับชาติ ความต้องการนักรบที่ก้าวล้ำไปมากขึ้น ซึ่งเป็นความฝันตลอด 60 ปีที่ผ่านมา ในที่สุดก็มาถึงจุดที่ผลงานอันยิ่งใหญ่ทางด้านชีวเคมีวิทยาและพันธุกรรม กำลังทำให้ทุกสิ่งเป็นไปได้ เราได้เรียนรู้ตั้งแต่ช่วงแรกของ The Bourne Legacy ว่าเทรดสโตนคือหนึ่งในโครงการระยะแรกของไบเออร์ และเมื่อภาพยนตร์เรื่องนี้ดำเนินเรื่องไป เราก็ได้รู้อีกว่าเอ้าท์คัมคือโครงการที่มีการอัพเกรดให้ดีขึ้น แต่เมื่อแต่ละโครงการต่างมีสายลับที่สมบูรณ์แบบมากขึ้น ดังนั้น พวกเขาแต่ละคนจึงมีจุดบกพร่องที่แตกต่างกันไป การได้รับการปรับสภาพร่างกายให้แข็งแกร่งขึ้นของ แอรอน ครอสส์ คงจะสร้างความรู้สึกที่คุ้นเคยให้กับแฟน ๆ ของเจสัน บอร์น อย่างไรก็ดี การยกระดับประสาทการรับรู้ของเขาทำให้เขามีความคล่องแคล่วและมีทักษะมากกว่า และยังมาพร้อมอันตรายมากกว่าด้วย เพราะสายลับของเอ้าท์คัมควบคุมยาก และครอสส์ ซึ่งกัดสายล่ามจนหลุดออกมาได้ กลับกลายเป็นภัยคุกคามที่เป็นอันตรายมากขึ้นสำหรับผู้สร้างเขาขึ้นมา

ออสการ์ ไอแซ็ค (Drive, Robin Hood) รับบทเอ้าท์คัมหมายเลข 3 และในหลายต่อหลายฉากที่เขาแสดงใน The Bourne Legacy ไอแซ็คและเรนเนอร์มีโอกาสได้สำรวจความตึงเครียดเหล่านี้ พร้อมกับมุมมองดิบ ๆ ของชายสองคนที่เข้าร่วมโครงการที่มากเกินกว่าที่พวกเขาจะต่อรองแลกเปลี่ยนได้ด้วยการมีภาพยนตร์เรื่อง The Bourne Ultimatum เป็นฉากแบ็คกราวน์ให้กับเหตุการณ์ในช่วงแรก The Bourne Legacy มีโอกาสที่จะติดตามโครงเรื่องที่ถูกทิ้งค้างเอาไว้ในภาพยนตร์สามภาคก่อน เรื่องราวนี้เปิดโอกาสให้นักแสดงกลุ่มเดิมกลับมารับบทเดิมที่พวกเขาเคยแสดงเอาไว้ใน Bourne ซึ่งรวมถึงนักแสดงชายที่เคยได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์มาแล้ว 5 ครั้งอย่าง อัลเบิร์ต ฟินนี่ย์ (Erin Brockovich, Big Fish) ในบท ดร.อัลเบิร์ต เฮิร์สช์ นายแพทย์ที่อยู่เบื้องหลังโครงการเทรดสโตน และ โจน อัลเลน (The Notebook, Nixon) ในบท แพม แลนดี้ เจ้าหน้าที่สอบสวนภายในองค์กรซีไอเอ ที่เกิดความผูกพันกับบอร์นขึ้นในภาพยนตร์เรื่อง The Bourne Ultimatum เดวิด สเตร็ทแธร์น (Good Night and Good Luck., L.A. Confidential) กลับมารับบท โนอาห์ โวเซ่น หัวหน้าโครงการรักษาความปลอดภัย แบล็คไบรอาร์ และสก็อตต์ เกลนน์ (Training Day, The Silence of the Lambs) รับบท เออร์ซ่า เครเมอร์ ผ.อ.หน่วยซีไอเอ พวกเขาเองก็พบว่าตำแหน่งของพวกเขาต้องสั่นสะเทือนเมื่อครอสส์ปฏิเสธที่จะถูกกำจัด

------------------------------------------------------------

ภาคต่อของหนังซีรี่ยส์ยอดฮิตอีกเรื่องหนึ่ง โดยภาคนี้ได้ทำการเปลี่ยนตัวเอกของเรื่องเป็นอีกคนหนึ่ง จึงทำให้รู้สึกกว่าหนังค่อนข้างจะขาดเสน่ห์ไปเลยทีเดียว

คงไม่ต้องร่ายยาวอะไรมากสำหรับเรื่องนี้ เนื้อเรื่องต่อจากภาคที่แล้ว ๆ มา มีองค์กรใหม่เกิดขึ้น สุดท้ายเมื่อมีปัญหาจึงทำการฆ่าล้างผู้ร่วมทดลองทุกคนแต่พระเอกของเราก็รอดมาได้ และพยายามที่จะดิ้นรนเพื่อเอาตัวรอดและมีชีวิตอยู่ และกำลังจะกลายเป็น Born คนที่ 2 ต่อไป ภาคนี้พระเอกค่อนข้างจะต้องกระเสือกกระสนดิ้นรนเพื่อเอาตัวรอดไปสักหน่อย แต่คาดว่าภาคหน้าน่าจะมีการไล่ล่า และคงมีการตอบโต้กลับไป

เป็นอีกซีรี่ยส์ยอดฮิตที่ต้องติดตาม ถึงแม้พระเอกคนนี้อาจจะดูไม่ดีเท่าคนเก่า แต่ก็คงต้องให้โอกาสไปก่อนลองดูภาค 5 ว่าจะออกมาแบบใหน และจะมีการพัฒนาไปทางใด ยังไงเรื่องนี้ก็ต้องตามกันยาว ๆ





 

Create Date : 06 เมษายน 2557   
Last Update : 6 เมษายน 2557 18:58:24 น.   
Counter : 1175 Pageviews.  


The Last Airbender : มหาศึก 4 ธาตุ จอมราชันย์ (2010)

Worldwide Gross: $319,529,062
Total Budget*: $200,000,000


Trailer :

เรื่องย่อ :

โลกตกอยู่ในเพลิงสงคราม ไม่มีใครหน้าไหน
ที่มีพลังมากพอจะหยุดยั้งการทำลายล้างที่มิอาจหลีกเลี่ยงได้...จนกระทั่งบัดนี้

เป็นเวลาเกือบหนึ่งศตวรรษเต็มๆ ชาติแห่งไฟได้ลงมือก่อความรุนแรงเพื่อหวังจะครองโลกที่พวกเขาเคยปกครองร่วมกับอีกสามชนชาติ อันได้แก่ ชาติลม, ชาติน้ำ และชาติดิน ชนชาติไฟยื่นข้อเสนอให้สามชนชาติที่เหลือที่กำลังตกเป็นเบี้ยล่างเพียงทางเดียวเท่านั้น นั่นหมายถึง ถ้าไม่ยอมจำนนอย่างสิ้นเชิง ก็ต้องโดนทำลายล้างจนสิ้นซาก

เมื่อชาวบ้านพยายามปกป้องชีวิตและทรัพย์สินของตัวเองอย่างไร้หวัง พวกเขาสนับสนุนคนเพียงไม่กี่คนที่ถูกเลือก และมีความสามารถที่จะควบคุมธาตุประจำชนชาติ และใช้มันได้ดังใจประสงค์ อย่างไรก็ดี เจ้าแห่งไฟที่มีกองทัพและอาวุธทำลายล้างมหาศาล ลงมือกำจัดเจ้าแห่งลมทุกคนบนโลก และบัดนี้ พวกเขากำลังหันมาวางแผนกำจัดชนชาติน้ำ ที่ตั้งมั่นอยู่ในป้อมปราการทางด้านเหนือ

วันหนึ่ง คาตาร่า เจ้าแห่งน้ำ (นิโคล่า เพลท์ซ) กำลังฝึกฝนฝีมืออยู่กับซ็อกก้า พี่ชายของเธอ (แจ็คสัน แร็ธโบน) นั่นคือตอนที่พวกเขาพบเด็กชายนามว่า แอง (โนอาห์ ริงเกอร์) แต่เมื่อเห็นได้ชัดว่าแองมีความสามารถในการควบคุมลมได้ คาตาร่ากับซ็อกก้ารู้ตัวว่าพวกเขาได้พบเจ้าแห่งลมคนสุดท้ายแล้ว แองที่อยู่ในร่างอวตารตามคำพยากรณ์ที่ว่า จะมีเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้นที่สามารถควบคุมธาตุทั้งสี่ได้ทั้งหมด เจ้าแห่งลมที่ยังวัยเยาว์ผู้นี้ก็คืออาวุธชิ้นสุดท้ายที่จะสามารถตอบโต้การรุกรานของชนชาติไฟ และกู้สมดุลมาสู่โลกที่แตกแยกด้วยภัยสงครามได้ แต่เขาจะสามารถใช้ทักษะในการควบคุมธาตุ และกลายมาเป็นวีรบุรุษอย่างที่เขาต้องเป็น ก่อนทุกอย่างจะสายเกินไปได้หรือไม่

-----------------------------------------------------------------------------

หนังแฟนตาซีถ่ายทำดี ฉากสวย ภาพสวยมาอีกแล้ว จริง ๆ เรื่องนี้ค่อนข้างดีนะ ดีไปหมดทุกอย่าง ยกเว้นคิวแอคชั่น การต่อสู้ แนะนำว่าถ้าจะให้เป็นหนังเวทมนต์ก็เวทมนต์ไปเลยแต่ดันออกท่าทางร่ายรำแบบมวยจีน แต่ปล่อยพลังแบบเวทมนต์ มันเลยดูตลก แล้วหนังแนวนี้ฉากต่อสู้ปล่อยพลังเป็นจุดขาย มันเลยดูขาด ๆ พาลไม่สนุกกันไปเลย เหมือนกลายเป็นหนังตลกไป ทั้ง ๆ ที่เนื้อเรื่องหนังเรื่องนี้พล๊อตค่อนข้างดี มีที่มาที่ไปชัดเจน ถ้าแก้ไขเรื่องคิวบู๊ได้ น่าจะปิดจุดอ่อนของหนังได้

ส่วนในด้านของรวมไปถึงนักแสดง ทำไมดูหนังเรื่องนี้แล้วรู้สึกว่าดำเนินเรื่องไม่ลื่นไหล ค่อนข้างสะดุด หนังพยายามเน้นผู้อวตาร แต่ผู้อวตารก็ดูไม่เด่นเอาซะเลย กลายเป็นตัวละครเอกที่ค่อนข้างขาดเสน่ห์ รวมไปถึงตัวอื่น ๆ ที่ดูเหมือนจะเด่น แต่เอาเข้าจริงดันเหมือนตัวประกอบไปซะได้

หนังพยายามจะทำให้มีภาคต่อ แต่เสียงวิจารณ์แง่ลบดันเยอะเกินไป เลยคาดว่าภาค 2 น่าจะเป็นหมัน ทั้ง ๆ ที่หนังก็ไม่ได้เลวร้าย เอาแค่เรื่องความสวยงามของหนัง ถือว่าเป็นหนังแฟนตาซีเกรด A ได้เลยทีเดียว เอาเป็นว่าถือว่าผ่านแบบฉิวเฉียด แค่ดูภาพในหนังก็รู้สึกดีได้นะสำหรับเรื่องนี้





 

Create Date : 11 กุมภาพันธ์ 2557   
Last Update : 11 กุมภาพันธ์ 2557 17:28:24 น.   
Counter : 2670 Pageviews.  


1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  31  32  33  34  35  36  37  38  39  40  41  42  43  44  

BlogGang Popular Award#13


 
kid^_^
 
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]




New Comments
[Add kid^_^'s blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com